อุปกรณ์เครือข่ายคอมพิวเตอร์
เสนอ
มิสเขมจิรา ปลงไสว
จัดทาโดย
นางสาวกิ่งกาญจน์ ไก่แก้ว
ชั้น ม.6/5 เลขที่ 34
Hub
(ฮับ) หรือบางทีก็เรียกว่า "รีพีตเตอร์ (Repeater)" คือ
อุปกรณ์ที่ใช้เชื่อมต่อกลุ่มของคอมพิวเตอร์ Hub มีหน้าที่รับส่ง
เฟรมข้อมูลทุกเฟรมที่ได้รับจากพอร์ตใดพอร์ตหนึ่งไปยังทุก ๆ
พอร์ตที่เหลือ คอมพิวเตอร์ที่เชื่อมต่อเข้ากับ Hub จะแชร์แบนด์วิธ
หรืออัตราข้อมูลของเครือข่าย ฉะนั้นยิ่งมีคอมพิวเตอร์เชื่อมต่อเข้า
กับ Hub มากเท่าใด ยิ่งทาให้แบนด์วิธต่อคอมพิวเตอร์แต่ละเครื่อง
ลดลง ในท้องตลาดปัจจุบันมี Hub หลายชนิดจากหลายบริษัท
ข้อแตกต่างระหว่าง Hub เหล่านี้ก็เป็นจาพวกพอร์ต สายสัญญาณ
ที่ใช้ ประเภทของเครือข่าย และอัตราข้อมูลที่ Hub รองรับได้
Hub
Router
Router คือ อุปกรณ์ที่ทาหน้าที่เชื่อมต่อระบบเครือข่ายอย่าง
หนึ่ง ซึ่งถ้าแปลความหมายคาว่า Route ก็คือ ถนน นั่นเอง ดังนั้น
การเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์ด้วย Router ทาให้เราสามารถเชื่อมต่อ
คอมพิวเตอร์ได้มากกว่าหนึ่งเครื่องในเวลาเดียวกัน ซึ่ง Router
นั้นจะมีซอฟต์แวร์ที่ใช้ในการควบคุมการทางานเรียกว่า
Internetwork Operating System (IOS) และตัว Router จะมีช่องที่
ใช้เสียบต่อสายสัญญาณเรียกว่า Port LAN ซึ่งโดยทั่วไปมักมี 4
Ports หรือมากกว่า ใน Router 1 ตัว
Router
หน้าที่ของ Router
หน้าที่หลักของ Router คือการหาเส้นทางในการส่งผ่านข้อมูลที่ดี
ที่สุด และเป็นตัวกลางในการส่งต่อข้อมูลไปยังเครือข่ายอื่น ทั้งนี้ Router
สามารถเชื่อมโยงเครือข่ายที่ใช้สื่อสัญญาณหลายแบบแตกต่างกันได้ไม่ว่าจะ
เป็น Ethernet, Token Rink หรือ FDDI ทั้งๆที่ในแต่ละระบบจะมี packet เป็น
รูปแบบของตนเองซึ่งแตกต่างกัน โดยโปรโตคอลที่ทางานในระดับบนหรือ
Layer 3 ขึ้นไปเช่น IP, IPX หรือ AppleTalk เมื่อมีการส่งข้อมูลก็จะบรรจุ
ข้อมูลนั้นเป็น packet ในรูปแบบของ Layer 2 คือ Data Link Layer เมื่อ
Router ได้รับข้อมูลมาก็จะตรวจดูใน packet เพื่อจะทราบว่าใช้โปรโตคอล
แบบใด จากนั้นก็จะตรวจดูเส้นทางส่งข้อมูลจากตาราง Routing Table ว่า
จะต้องส่งข้อมูลนี้ไปยังเครือข่ายใดจึงจะต่อไปถึงปลายทางได้ แล้วจึงบรรจุ
ข้อมูลลงเป็น Packet ของ Data Link Layer ที่ถูกต้องอีกครั้ง เพื่อส่งต่อไปยัง
เครือข่ายปลายทาง
คุณสมบัติ
คุณสมบัติของ Router
1.ทาหน้าที่คล้าย Swich ทาให้เชื่อมต่อได้หลายเครื่องพร้อมกัน
2.บางรุ่นรองรับการทางาน Wire หรือ Wireless
3.เป็น ADSL Modem ในตัว (เฉพาะบางรุ่นเท่านั้น)
4.Firewall /IPsec VPN (รองรับการเชื่อมต่อทางไกลแบบมี
security)
5.Antivirus (รุ่นใหม่ๆ ของ Router บางรุ่น จะมี antivirus
program ฝังอยู่ด้วย)
Modem
โมเด็ม เป็นอุปกรณ์ที่ใช้ในการแปลงสัญญาณดิจิทัลเป็นแอนะลอก และแปลง
สัญญาณแอนะลอกกลับเป็นดิจิทัล มาจากคาว่า MOdelatory/DEModulator
กระบวนการแปลงสัญญาณดิจิทัลเป็นแอนะลอก เรียกว่า มอดูเลชัน (Modlation) และ
กระบวนการแปลงสัญญาณแอนะลอกกลับเป็นดิจิทัล เรียกว่า ดีมอดูเลชัน
(Demodulation)โดยวิธีการจะเป็นการแปลงรูปทรงของคลื่นเพื่อให้สามารถรับรู้
สารสนเทศแบบดิจิทัลได้เท่านั้น เช่น กรรมวิธีการเปลี่ยนแปลงความถี่ของคลื่น
(frequency) รอบคลื่นปกติในคาบเวลาที่กาหนดให้อาจใช้แทนบิต 0 หรือกรรมวิธี
เปลี่ยนแปลงช่วงกว้างของคลื่น (amplitude) อาจใช้แทนบิต 1 นั่นคือ ความสูงของ
คลื่นปกติอาจมีนัยนะแทน 1 ในขณะที่คลื่นที่ต่ากว่าใช้แทน 0 เนื่องเพราะว่า คุณสมบัติ
ของคลื่นย่อมไม่อาจแปลงรูปทางเป็นลักษณะเปิด/ปิด เพื่อแทนสัญญาณดิจิทัลได้อย่าง
ตรงๆดังนั้น จะพบว่าโมเด็มจึงมีลักษณะผสมผสานเพราะว่ามันไม่สามารถส่งผ่าน
สัญญาณดิจิทัลโดยคงคุณสมบัติทั้งหมดไว้ได้โดยสมบูรณ์ ดังนั้งจึงได้มีการพัฒนา
ทางเลือกใหม่ๆ เช่น ISDN, ADSL
ประเภทของโมเด็ม แบ่งออกเป็น 3 ประเภทดังนี้
โมเด็มภายนอก (External Modem) จะเป็นกล่องที่แยกออกมาต่างหากจากตัวเครื่องคอมพิวเตอร์ ซึ่ง
มีขนาดไม่ใหญ่นัก มักจะใช้สายเชื่อมต่อโมเด็มเข้ากับพอร์ตสื่อสาร ด้านหลังคอมพิวเตอร์ เช่น
COM1,COM2,USB เป็นต้น ส่วนอีกสายหนึ่งจากโมเด็มจะเสียบเข้ากับแจ๊คโทรศัพท์ทั่วไป
ข้อดีของโมเด็มภายนอก ด้านความทนทาน, ความเสถียรภาพม สามารถโยกย้ายไปใช้กับคอมพิเตอร์
เครื่องอื่นๆได้สะดวก สามารถตรวจสอบสถานะการทางานของโมเด็มได้โดยตรง
ข้อจากัด ราคาแพงกว่าโมเด็มภายใน สิ้นเปลืองพื้นที่ใช้สอยบนโต๊ะ มักต้องการปลั๊กเสียบ ACโมเด็ม
ภายใน (Internal Modem) มีลักษณะเป็นการ์ดวงจรเสียบเข้ากับสล๊อตบนแผงหลัก(Motherboard)
ปัจจุบันเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนใหญ่มักถูกติดตั้งโมเด็มมาด้วย หรืออาจรวมอยู่ในแผงวงจรหลักข้อดีไม่
สิ้นเปลืองพื้นที่บนโต๊ะ ราคาประหยัด ไม่จาเป็นต้องใช้สายไฟฟ้า power เพื่อเสียบเข้ากับปลั๊ก AC
เพิ่มเติม

Kingkan kaikaew

  • 1.
  • 2.
    Hub (ฮับ) หรือบางทีก็เรียกว่า "รีพีตเตอร์(Repeater)" คือ อุปกรณ์ที่ใช้เชื่อมต่อกลุ่มของคอมพิวเตอร์ Hub มีหน้าที่รับส่ง เฟรมข้อมูลทุกเฟรมที่ได้รับจากพอร์ตใดพอร์ตหนึ่งไปยังทุก ๆ พอร์ตที่เหลือ คอมพิวเตอร์ที่เชื่อมต่อเข้ากับ Hub จะแชร์แบนด์วิธ หรืออัตราข้อมูลของเครือข่าย ฉะนั้นยิ่งมีคอมพิวเตอร์เชื่อมต่อเข้า กับ Hub มากเท่าใด ยิ่งทาให้แบนด์วิธต่อคอมพิวเตอร์แต่ละเครื่อง ลดลง ในท้องตลาดปัจจุบันมี Hub หลายชนิดจากหลายบริษัท ข้อแตกต่างระหว่าง Hub เหล่านี้ก็เป็นจาพวกพอร์ต สายสัญญาณ ที่ใช้ ประเภทของเครือข่าย และอัตราข้อมูลที่ Hub รองรับได้
  • 3.
  • 4.
    Router Router คือ อุปกรณ์ที่ทาหน้าที่เชื่อมต่อระบบเครือข่ายอย่าง หนึ่งซึ่งถ้าแปลความหมายคาว่า Route ก็คือ ถนน นั่นเอง ดังนั้น การเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์ด้วย Router ทาให้เราสามารถเชื่อมต่อ คอมพิวเตอร์ได้มากกว่าหนึ่งเครื่องในเวลาเดียวกัน ซึ่ง Router นั้นจะมีซอฟต์แวร์ที่ใช้ในการควบคุมการทางานเรียกว่า Internetwork Operating System (IOS) และตัว Router จะมีช่องที่ ใช้เสียบต่อสายสัญญาณเรียกว่า Port LAN ซึ่งโดยทั่วไปมักมี 4 Ports หรือมากกว่า ใน Router 1 ตัว
  • 5.
  • 6.
    หน้าที่ของ Router หน้าที่หลักของ Routerคือการหาเส้นทางในการส่งผ่านข้อมูลที่ดี ที่สุด และเป็นตัวกลางในการส่งต่อข้อมูลไปยังเครือข่ายอื่น ทั้งนี้ Router สามารถเชื่อมโยงเครือข่ายที่ใช้สื่อสัญญาณหลายแบบแตกต่างกันได้ไม่ว่าจะ เป็น Ethernet, Token Rink หรือ FDDI ทั้งๆที่ในแต่ละระบบจะมี packet เป็น รูปแบบของตนเองซึ่งแตกต่างกัน โดยโปรโตคอลที่ทางานในระดับบนหรือ Layer 3 ขึ้นไปเช่น IP, IPX หรือ AppleTalk เมื่อมีการส่งข้อมูลก็จะบรรจุ ข้อมูลนั้นเป็น packet ในรูปแบบของ Layer 2 คือ Data Link Layer เมื่อ Router ได้รับข้อมูลมาก็จะตรวจดูใน packet เพื่อจะทราบว่าใช้โปรโตคอล แบบใด จากนั้นก็จะตรวจดูเส้นทางส่งข้อมูลจากตาราง Routing Table ว่า จะต้องส่งข้อมูลนี้ไปยังเครือข่ายใดจึงจะต่อไปถึงปลายทางได้ แล้วจึงบรรจุ ข้อมูลลงเป็น Packet ของ Data Link Layer ที่ถูกต้องอีกครั้ง เพื่อส่งต่อไปยัง เครือข่ายปลายทาง
  • 7.
    คุณสมบัติ คุณสมบัติของ Router 1.ทาหน้าที่คล้าย Swichทาให้เชื่อมต่อได้หลายเครื่องพร้อมกัน 2.บางรุ่นรองรับการทางาน Wire หรือ Wireless 3.เป็น ADSL Modem ในตัว (เฉพาะบางรุ่นเท่านั้น) 4.Firewall /IPsec VPN (รองรับการเชื่อมต่อทางไกลแบบมี security) 5.Antivirus (รุ่นใหม่ๆ ของ Router บางรุ่น จะมี antivirus program ฝังอยู่ด้วย)
  • 8.
    Modem โมเด็ม เป็นอุปกรณ์ที่ใช้ในการแปลงสัญญาณดิจิทัลเป็นแอนะลอก และแปลง สัญญาณแอนะลอกกลับเป็นดิจิทัลมาจากคาว่า MOdelatory/DEModulator กระบวนการแปลงสัญญาณดิจิทัลเป็นแอนะลอก เรียกว่า มอดูเลชัน (Modlation) และ กระบวนการแปลงสัญญาณแอนะลอกกลับเป็นดิจิทัล เรียกว่า ดีมอดูเลชัน (Demodulation)โดยวิธีการจะเป็นการแปลงรูปทรงของคลื่นเพื่อให้สามารถรับรู้ สารสนเทศแบบดิจิทัลได้เท่านั้น เช่น กรรมวิธีการเปลี่ยนแปลงความถี่ของคลื่น (frequency) รอบคลื่นปกติในคาบเวลาที่กาหนดให้อาจใช้แทนบิต 0 หรือกรรมวิธี เปลี่ยนแปลงช่วงกว้างของคลื่น (amplitude) อาจใช้แทนบิต 1 นั่นคือ ความสูงของ คลื่นปกติอาจมีนัยนะแทน 1 ในขณะที่คลื่นที่ต่ากว่าใช้แทน 0 เนื่องเพราะว่า คุณสมบัติ ของคลื่นย่อมไม่อาจแปลงรูปทางเป็นลักษณะเปิด/ปิด เพื่อแทนสัญญาณดิจิทัลได้อย่าง ตรงๆดังนั้น จะพบว่าโมเด็มจึงมีลักษณะผสมผสานเพราะว่ามันไม่สามารถส่งผ่าน สัญญาณดิจิทัลโดยคงคุณสมบัติทั้งหมดไว้ได้โดยสมบูรณ์ ดังนั้งจึงได้มีการพัฒนา ทางเลือกใหม่ๆ เช่น ISDN, ADSL
  • 9.
    ประเภทของโมเด็ม แบ่งออกเป็น 3ประเภทดังนี้ โมเด็มภายนอก (External Modem) จะเป็นกล่องที่แยกออกมาต่างหากจากตัวเครื่องคอมพิวเตอร์ ซึ่ง มีขนาดไม่ใหญ่นัก มักจะใช้สายเชื่อมต่อโมเด็มเข้ากับพอร์ตสื่อสาร ด้านหลังคอมพิวเตอร์ เช่น COM1,COM2,USB เป็นต้น ส่วนอีกสายหนึ่งจากโมเด็มจะเสียบเข้ากับแจ๊คโทรศัพท์ทั่วไป ข้อดีของโมเด็มภายนอก ด้านความทนทาน, ความเสถียรภาพม สามารถโยกย้ายไปใช้กับคอมพิเตอร์ เครื่องอื่นๆได้สะดวก สามารถตรวจสอบสถานะการทางานของโมเด็มได้โดยตรง ข้อจากัด ราคาแพงกว่าโมเด็มภายใน สิ้นเปลืองพื้นที่ใช้สอยบนโต๊ะ มักต้องการปลั๊กเสียบ ACโมเด็ม ภายใน (Internal Modem) มีลักษณะเป็นการ์ดวงจรเสียบเข้ากับสล๊อตบนแผงหลัก(Motherboard) ปัจจุบันเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนใหญ่มักถูกติดตั้งโมเด็มมาด้วย หรืออาจรวมอยู่ในแผงวงจรหลักข้อดีไม่ สิ้นเปลืองพื้นที่บนโต๊ะ ราคาประหยัด ไม่จาเป็นต้องใช้สายไฟฟ้า power เพื่อเสียบเข้ากับปลั๊ก AC เพิ่มเติม