จากเว็บ 1.0  สู่เว็บ 3.0
จัดทำโดยยยย ^o^ น.ส.พรไพฑูรย์  กังแฮ ม.6/13  เลขที่17
Let's START !!!
เว็บ  1.0  คืออะหยังกันน้อ ?? เว็บ  1.0  เนี่ย ... เป็นเว็บไซต์ที่นำเสนอข้อมูล ข่าวสาร ความรู้ด้านต่างๆ ที่เราอยากรู้ ซึ่งจะส่งเนื้อหาต่างๆ ขึ้นหน้าจอคอมพิวเตอร์เพียงอย่างเดียว เพื่อนำเสนอผู้ที่มาเข้าชม แต่มีไว้เพื่อสืบค้นข้อมูลในการทำงานเท่านั้นนะ ในทฤษฎีของการสื่อสารถือว่าเป็นการสื่อสารทางเดียว  ( one - way communication )  เพราะไม่มีการ   feedback   จากผู้รับข้อมูลทั้งสิ้น ส่วนการปรับเปลี่ยนข้อมูลจะขึ้นอยู่กับตัว   webmaster  เอง ตัวอย่างที่เห็นกันได้ง่ายๆ คือ  E-mail  การ   download  ข้อมูลต่างๆ อะไรอย่างนี้  ^^
แล้วเว็บ  2.0  ล่ะ ?? เว็บ  2.0  เริ่มอย่างเป็นทางการในเดือนตุลาคม พ . ศ .  2547   ซึ่งนำโดย  O’Reilly Media  และ  MediaLive International  เป็นอะไรที่  advance  จากแบบ  1.0  ขึ้นมา คือ สามารถโต้ตอบหรือแสดงความคิดเห็น กระทั่งแลกเปลี่ยนความรู้กันได้ทั้งผู้ชมทั้ง webmaster  ไม่ใช่แค่เข้าไปแล้วนั่งอ่านๆอย่างเดียว แต่ยังมีส่วนร่วมในการสร้างสรรค์  ( Co - Creation )  ให้กับเว็บไซต์แห่งนั้นอีกด้วย เป็นการสร้างเครือข่ายแลกเปลี่ยนความรู้ซึ่งกันและกัน  ( เรียกง่ายๆว่าเป็น  Social Media  นั่นแหละ )  ทำให้เป็นที่แพร่หลายกันเร็วมาก ตัวอย่างที่เห็นกันได้ง่ายๆ คือ  Blog ต่างๆ  Wikipedia RSS Facebook  นกน้อย Twitter  ฯลฯ
ถ้าอ่านแล้วงง ... ดูรูปนะ  ^^
เว็บ  3.0  มันเป็นยังไงหรอ ?? เว็บ  3.0  หรือ  Semantic Web   เป็นการพัฒนาร่างของเว็บ  2.0  แต่เน้นการจัดระเบียบข้อมูลที่มากขึ้น โดยพัฒนาแนวคิดได้อย่างฉลาดและสอดคล้องกับผู้ใช้งานในแต่ละกลุ่มหรือแต่ละคน ยกตัวอย่างง่ายๆนะ เว็บไซต์หาเพื่อนออนไลน์ สมมุติว่าเราได้ทำการสมัครสมาชิกและระบุว่าเราเป็นคนในพื้นที่จังหวัดกรุงเทพ เมื่อเราสมัครสมาชิกเสร็จ ระบบอาจจะดึงรายชื่อสมาชิกคนอื่นที่อยู่ในจังหวัดกรุงเทพเช่นเดียวกันมาแนะนำให้เราได้รู้จัก อะไรทำนองนี้แหละ ซึ่งการออกแบบ  3.0  นั้น จะต้องอาศัยผู้วางระบบที่มีความเชี่ยวชาญด้านการวิเคราะห์พฤติกรรมของมนุษย์ เพื่อที่จะได้นำหลักการดังกล่าวมาพัฒนาระบบให้สอดคล้องกับการใช้งานจริง  นอกจากระบบจัดการแล้วนะ เว็บไซต์  3.0   ยังมีมุมมองในการพัฒนาที่สอดคล้องกับเทคโนโลยีต่างๆ ที่ผู้ใช้เข้าถึงข้อมูลต่างๆ ได้ไม่จำกัด ไม่ว่าจะเป็นขอบเขตด้านสถานที่หรือเวลา ยกตัวอย่างนะ การเข้าใช้งานเว็บไซต์ผ่านอุปกรณ์มือถือ
การถ่ายภาพบนมือถือและอัพโหลดไปยังเว็บไซต์ให้เพื่อนที่ใช้คอมพิวเตอร์อยู่ที่บ้านได้ชมภาพเหล่านั้น หรือการให้อุปกรณ์ต่อพ่วงระบบ  GPS  บนรถยนต์รายงานพิกัดตำแหน่งไปยัง  Server  ของเว็บไซต์ที่ให้บริการ เพื่อบอกเส้นทางการเดินทางให้กับผู้ขับขี่ เป็นต้น  ^^
แล้วมันต่างจากที่ผ่านๆมาตรงไหน ?? ก็อย่างที่ได้บอกไป เว็บ  3.0  เป็นการพัฒนาของ  2.0  และ  1.0  เพราะฉะนั้นแล้ว ประสิทธิภาพการจัดระเบียบข้อมูลจะต่างไปจากเดิม คือ ออกแบบให้เหมาะสมต่อผู้ใช้แต่ละคน เข้าถึงทุกความต้องการด้วยรูปแบบ  Metadata   การเข้าถึงข้อมูลของผู้ใช้จะมีมากขึ้น เรียกได้ว่า เราสามารถเข้าถึงข้อมูลได้ทุกที่ ทุกเวลาเลยล่ะ นอกจากนี้นะ จะมีเทคโนโลยีใหม่ๆที่มีส่วนในการพัฒนาเว็บ  3.0  มากมาย อย่างเช่น 1. Artificial Intelligence (AI)  พูดง่ายๆ คือหมอดูสมองกลดีๆนั่นเอง สามารถคาดเดาผู้ใช้ได้ว่า จะค้นหาอะไร 2.Semantic Web   เป็นระบบที่มีการเชื่อมโยงข้อมูลต่างๆ ทั้งที่อยู่ในเว็บของผู้พัฒนาและแหล่งข้อมูลอื่นๆ ให้มีความสัมพันธ์กัน ซึ่งจะทำให้ระบบฐานข้อมูลมีขนาดใหญ่มากๆ จนอาจทำให้เกิดฐานข้อมูลโลก  ( Global Database )  ไปเลยก็ได้นะ
3.  Composite Applications  เป็นการผสานร่าง   Application   ต่างๆเข้าด้วยกันเพื่อให้ผู้ใช้สะดวกขึ้น 4.  Semantic Wiki   คือ การทำให้เว็บ  3.0  เป็น   dictionary  ดีๆ นั่นแหละ 5.  Ontology Language (OWL)   ใช้อธิบายสิ่งต่างๆ ให้มันสัมพันธ์กัน ซึ่งจะเชื่อมโยงกับระบบ  Metadata  นั่นเอง หลายๆท่านอาจจะงงว่า  Metadata   คืออะไร ..... Metadata  คือการนำข้อมูลมาบอกรายละเอียดของข้อมูลนั้นๆ ถ้าจะพูดให้ดูง่ายๆ มันก็คือป้ายหรือฉลากสำหรับอธิบายว่าข้อมูลแต่ละรายการคืออะไร โดยเราไม่ต้องเสียเวลาเปิดดูก่อนนั่นเอง  ^^
เมื่อไหร่จะได้ใช้ล่ะ ?? คาดกันว่า ระบบเว็บ  3.0  จะได้นำมาใช้งานจริงในอีก  20  ปีข้างหน้านี้ อีกทั้งเปิดช่องทางต่างๆ ให้กับระบบเว็บ  4.0  ที่จะเกิดตามมาภายหลังอีกด้วย ส่วนระบบเว็บ  2.0  จะพัฒนาจนเต็มรูปแบบภายในปีนี้นะจ๊ะ เพราะฉะนั้นแล้ว เตรียมรับมือไว้ได้เลย  ^^
ขอบคุณนะคะที่ให้ข้อมูล  ^W^   http://kruthaipy1.ning.com/forum/topics/3-web-10-web-20-1?xg_source=activity http :// www . krapalm . com / 2010/05 / web-3-0-%E0%B8%84%E0%B8%B7%E0%B8%AD % E0%B8%AD % E0%B8%B0%E0%B9%84%E0%B8%A3 / http :// guru . google . co . th / guru / thread?tid = 4f6aba6911afa90d

From 1.0 to 3.0

  • 1.
    จากเว็บ 1.0 สู่เว็บ 3.0
  • 2.
  • 3.
  • 4.
    เว็บ 1.0 คืออะหยังกันน้อ ?? เว็บ 1.0 เนี่ย ... เป็นเว็บไซต์ที่นำเสนอข้อมูล ข่าวสาร ความรู้ด้านต่างๆ ที่เราอยากรู้ ซึ่งจะส่งเนื้อหาต่างๆ ขึ้นหน้าจอคอมพิวเตอร์เพียงอย่างเดียว เพื่อนำเสนอผู้ที่มาเข้าชม แต่มีไว้เพื่อสืบค้นข้อมูลในการทำงานเท่านั้นนะ ในทฤษฎีของการสื่อสารถือว่าเป็นการสื่อสารทางเดียว ( one - way communication ) เพราะไม่มีการ feedback จากผู้รับข้อมูลทั้งสิ้น ส่วนการปรับเปลี่ยนข้อมูลจะขึ้นอยู่กับตัว webmaster เอง ตัวอย่างที่เห็นกันได้ง่ายๆ คือ E-mail การ download ข้อมูลต่างๆ อะไรอย่างนี้ ^^
  • 5.
    แล้วเว็บ 2.0 ล่ะ ?? เว็บ 2.0 เริ่มอย่างเป็นทางการในเดือนตุลาคม พ . ศ . 2547 ซึ่งนำโดย O’Reilly Media และ MediaLive International เป็นอะไรที่ advance จากแบบ 1.0 ขึ้นมา คือ สามารถโต้ตอบหรือแสดงความคิดเห็น กระทั่งแลกเปลี่ยนความรู้กันได้ทั้งผู้ชมทั้ง webmaster ไม่ใช่แค่เข้าไปแล้วนั่งอ่านๆอย่างเดียว แต่ยังมีส่วนร่วมในการสร้างสรรค์ ( Co - Creation ) ให้กับเว็บไซต์แห่งนั้นอีกด้วย เป็นการสร้างเครือข่ายแลกเปลี่ยนความรู้ซึ่งกันและกัน ( เรียกง่ายๆว่าเป็น Social Media นั่นแหละ ) ทำให้เป็นที่แพร่หลายกันเร็วมาก ตัวอย่างที่เห็นกันได้ง่ายๆ คือ Blog ต่างๆ Wikipedia RSS Facebook นกน้อย Twitter ฯลฯ
  • 6.
  • 7.
    เว็บ 3.0 มันเป็นยังไงหรอ ?? เว็บ 3.0 หรือ Semantic Web เป็นการพัฒนาร่างของเว็บ 2.0 แต่เน้นการจัดระเบียบข้อมูลที่มากขึ้น โดยพัฒนาแนวคิดได้อย่างฉลาดและสอดคล้องกับผู้ใช้งานในแต่ละกลุ่มหรือแต่ละคน ยกตัวอย่างง่ายๆนะ เว็บไซต์หาเพื่อนออนไลน์ สมมุติว่าเราได้ทำการสมัครสมาชิกและระบุว่าเราเป็นคนในพื้นที่จังหวัดกรุงเทพ เมื่อเราสมัครสมาชิกเสร็จ ระบบอาจจะดึงรายชื่อสมาชิกคนอื่นที่อยู่ในจังหวัดกรุงเทพเช่นเดียวกันมาแนะนำให้เราได้รู้จัก อะไรทำนองนี้แหละ ซึ่งการออกแบบ 3.0 นั้น จะต้องอาศัยผู้วางระบบที่มีความเชี่ยวชาญด้านการวิเคราะห์พฤติกรรมของมนุษย์ เพื่อที่จะได้นำหลักการดังกล่าวมาพัฒนาระบบให้สอดคล้องกับการใช้งานจริง นอกจากระบบจัดการแล้วนะ เว็บไซต์ 3.0 ยังมีมุมมองในการพัฒนาที่สอดคล้องกับเทคโนโลยีต่างๆ ที่ผู้ใช้เข้าถึงข้อมูลต่างๆ ได้ไม่จำกัด ไม่ว่าจะเป็นขอบเขตด้านสถานที่หรือเวลา ยกตัวอย่างนะ การเข้าใช้งานเว็บไซต์ผ่านอุปกรณ์มือถือ
  • 8.
    การถ่ายภาพบนมือถือและอัพโหลดไปยังเว็บไซต์ให้เพื่อนที่ใช้คอมพิวเตอร์อยู่ที่บ้านได้ชมภาพเหล่านั้น หรือการให้อุปกรณ์ต่อพ่วงระบบ GPS บนรถยนต์รายงานพิกัดตำแหน่งไปยัง Server ของเว็บไซต์ที่ให้บริการ เพื่อบอกเส้นทางการเดินทางให้กับผู้ขับขี่ เป็นต้น ^^
  • 9.
    แล้วมันต่างจากที่ผ่านๆมาตรงไหน ?? ก็อย่างที่ได้บอกไปเว็บ 3.0 เป็นการพัฒนาของ 2.0 และ 1.0 เพราะฉะนั้นแล้ว ประสิทธิภาพการจัดระเบียบข้อมูลจะต่างไปจากเดิม คือ ออกแบบให้เหมาะสมต่อผู้ใช้แต่ละคน เข้าถึงทุกความต้องการด้วยรูปแบบ Metadata การเข้าถึงข้อมูลของผู้ใช้จะมีมากขึ้น เรียกได้ว่า เราสามารถเข้าถึงข้อมูลได้ทุกที่ ทุกเวลาเลยล่ะ นอกจากนี้นะ จะมีเทคโนโลยีใหม่ๆที่มีส่วนในการพัฒนาเว็บ 3.0 มากมาย อย่างเช่น 1. Artificial Intelligence (AI) พูดง่ายๆ คือหมอดูสมองกลดีๆนั่นเอง สามารถคาดเดาผู้ใช้ได้ว่า จะค้นหาอะไร 2.Semantic Web เป็นระบบที่มีการเชื่อมโยงข้อมูลต่างๆ ทั้งที่อยู่ในเว็บของผู้พัฒนาและแหล่งข้อมูลอื่นๆ ให้มีความสัมพันธ์กัน ซึ่งจะทำให้ระบบฐานข้อมูลมีขนาดใหญ่มากๆ จนอาจทำให้เกิดฐานข้อมูลโลก ( Global Database ) ไปเลยก็ได้นะ
  • 10.
    3. CompositeApplications เป็นการผสานร่าง Application ต่างๆเข้าด้วยกันเพื่อให้ผู้ใช้สะดวกขึ้น 4. Semantic Wiki คือ การทำให้เว็บ 3.0 เป็น dictionary ดีๆ นั่นแหละ 5. Ontology Language (OWL) ใช้อธิบายสิ่งต่างๆ ให้มันสัมพันธ์กัน ซึ่งจะเชื่อมโยงกับระบบ Metadata นั่นเอง หลายๆท่านอาจจะงงว่า Metadata คืออะไร ..... Metadata คือการนำข้อมูลมาบอกรายละเอียดของข้อมูลนั้นๆ ถ้าจะพูดให้ดูง่ายๆ มันก็คือป้ายหรือฉลากสำหรับอธิบายว่าข้อมูลแต่ละรายการคืออะไร โดยเราไม่ต้องเสียเวลาเปิดดูก่อนนั่นเอง ^^
  • 11.
    เมื่อไหร่จะได้ใช้ล่ะ ?? คาดกันว่าระบบเว็บ 3.0 จะได้นำมาใช้งานจริงในอีก 20 ปีข้างหน้านี้ อีกทั้งเปิดช่องทางต่างๆ ให้กับระบบเว็บ 4.0 ที่จะเกิดตามมาภายหลังอีกด้วย ส่วนระบบเว็บ 2.0 จะพัฒนาจนเต็มรูปแบบภายในปีนี้นะจ๊ะ เพราะฉะนั้นแล้ว เตรียมรับมือไว้ได้เลย ^^
  • 12.
    ขอบคุณนะคะที่ให้ข้อมูล ^W^ http://kruthaipy1.ning.com/forum/topics/3-web-10-web-20-1?xg_source=activity http :// www . krapalm . com / 2010/05 / web-3-0-%E0%B8%84%E0%B8%B7%E0%B8%AD % E0%B8%AD % E0%B8%B0%E0%B9%84%E0%B8%A3 / http :// guru . google . co . th / guru / thread?tid = 4f6aba6911afa90d