โครงร่าง
ชื่อการศึกษา การสารวจการใช้ภาษาไทยไม่ถูกต้องบนโลกออนไลน์ ในชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ภาคเรียนที่ 2
ปีการศึกษา 2558
ผู้ศึกษา นางสาวบุษยมาศ สมลาภ เลขที่ 28
นางสาวศุภิญญาเวฬุวณารักษ์ เลขที่ 43
นางสาวอรวรรณ มีคุณ เลขที่ 48
ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6/1
เสนอ
คุณครูเอกนรินทร์ แก้วอุ่นเรือน
โรงเรียนบ้านดุงวิทยา ตาบลศรีสุทโธ
อาเภอบ้านดุง จังหวัดอุดรธานี
เขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต 20
กิตติกรรมประกาศ
การศึกษาครั้งนี้ได้สาเร็จลุล่วงไปด้วยดีด้วยความมกรุณาจาก นายชัยนาท พรมมาลุน
ผู้อานวยการโรงเรียนบ้านดุงวิทยา จังหวัดอุดรธานี นายสมชาย แสงมนตรี รองฝ่ายงบประมาณ นายพินิจ
สมบัติกา รองฝ่ายวิชาการ นายจตุพจน์ มะลิงาม รองฝ่ายปกครอง นายสาเนียง พิลาโสภา
รองฝ่ายบริหารงานทั่วไป นายเอกนรินทร์ แก้วอุ่นเรือน คุณครูผู้สอนประจารายวิชา
และผู้ปกครองของคณะผู้จัดทาทุกคน ที่อบรมสั่งสอนทุกท่านที่ให้ความรู้และให้คาปรึกษา
ซึ่งได้ให้คาแนะนาชี้แนะและตรวจแก้บกพร่องต่างๆด้วยความเอาใจใส่ปลูกฝั่งให้คณะผู้ศึกษารักการทางาน
สนับสนุนให้กาลังใจและเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับคณะผู้ศึกษามาโดยตลอด คณะผู้ศึกษาขอขอบพระคุณไว้
ณ โอกาสนี้ด้วย
ทั้งนี้คณะผู้ศึกษารู้สึกซาบซึ้งและประทับใจในความกรุณาของท่านคณาจารย์ทุกท่านที่ประสิทธิปร
ะสาทความรู้ในวิชาการศึกษาค้นคว้าและสร้างองค์ความรู้ จนทาให้การศึกษาสาเร็จลุล่วง
คณะผู้ศึกษาขอขอบพระคุณเป็นอย่างสูงไว้ ณ โอกาสนี้ด้วย
คณะผู้จัดทา
สารบัญ
เรื่อง หน้า
กิตติกรรมประกาศ
สรุปผลการศึกษา
แบบทดสอบ
สรุปเรียงความการเก็บข้อมูลจากแบบสอบถาม และข้อเสนอแนะ
บรรณานุกรม
ภาคผนวก
-โครงร่าง
-การหาร้อยละ
สรุปผลการศึกษา
สื่อสังคมออนไลน์ หมายถึง สื่อดิจิทัลที่เป็นเครื่องมือในการปฏิบัติการทางสังคม (Social
Tool) เพื่อใช้สื่อสารระหว่างกันในเครือข่ายทางสังคม (Social
Network)ผ่านทางเว็บไซต์และโปรแกรมประยุกต์บนสื่อใดๆ ที่มีการเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ต
โดยเน้นให้ผู้ใช้ทั้งที่เป็นผู้ส่งสารและผู้รับสารมีส่วนร่วม (Collaborative) อย่างสร้างสรรค์
ในการผลิตเนื้อหาขึ้นเอง (User-GenerateContent: UGC) ในรูปของข้อมูล ภาพ และเสียง
Socialnetwork คือการที่คนเราสามารถทาความรู้จักหรือแลกเปลี่ยนข้อมูล เชื่อมโยงกันใน
ทิศทางใดทิศทางหนึ่ง เว็บไซต์ที่เรียกว่าเป็น เว็บ Social Network ก็คือเว็บไซต์ที่เชื่อมโยงผู้คนไว้ด้วยกัน
ซึ่งทาให้เกิดเครือข่ายสังสังคมที่ทาการแลกเปลี่ยนข้อมูลกันบนโลกอินเตอร์เน็ท
Facebook เป็นsocial network ที่ได้รับความนิยมอีกแห่งหนึ่งในโลก คือ
บริการบนอินเทอร์เน็ตบริการหนึ่ง
ที่จะทาให้ผู้ใช้สามารถติดต่อสื่อสารและร่วมทากิจกรรมใดกิจกรรมหนึ่งหรือหลายๆ กิจกรรมกับผู้ใช้
Facebook คนอื่นๆได้
ไม่ว่าจะเป็นการตั้งประเด็นถามตอบในเรื่องที่สนใจ โพสต์รูปภาพ โพสต์คลิปวิดีโอ เขียนบทความหรือบ
ล็อก แชทคุยกันแบบสดๆ เล่นเกมส์แบบเป็นกลุ่ม (เป็นที่นิยมกันอย่างมาก)
และยังสามารถทากิจกรรมอื่นๆ ผ่านแอพลิเคชั่นเสริม (Applications) ที่มีอยู่อย่างมากมาย
ซึ่งแอพลิเคชั่นดังกล่าวได้ถูกพัฒนาเข้ามาเพิ่ม เติมอยู่เรื่อยๆ
LINE เป็นแอปพลิเคชันให้บริการ Messaging รวมกับ Voice Over IP
ทาให้ผู้ใช้สามารถสร้างกลุ่มแชต ส่งข้อความ ภาพ คลิปวิดีโอ หรือจะพูดคุยโทรศัพท์แบบเสียงก็ได้
โดยข้อมูลที่ถูกส่งขึ้นไปนั้นฟรีทั้งหมด ตอนนี้ LINE ใช้ได้ในระบบปฏิบัติการ iOS, Android, Windows
Phone, PC และ BlackBerry
ฟีเจอร์ของ LINE ประกอบด้วย การส่งข้อความ, การสนทนาด้วยเสียง,
การเปลี่ยนพื้นหลังแบ็กกราวนด์หน้าห้องแชต, การสนทนาแบบกลุ่ม, Official LINE และการส่งสติ๊กเกอร์
การเชื่อมต่อ LINE ของผู้ใช้เข้าหากัน มี 4 วิธี
1. เพิ่มคอนแท็กต์จากรายชื่อในสมุดโทรศัพท์ ซึ่งตรงนี้เป็นข้อดีของ WhatsApp
ที่ทาให้ผู้ใช้งานสะดวก
2. การสแกน QR Code
3. Shake it เอาโทรศัพท์มือถือ 2 เครื่องที่อยู่ใกล้กันมาเขย่าคล้ายการจับมือให้รู้จักกัน
4. การเสิร์ชหาจาก IDคล้ายการใส่รหัสของ BlackBerry
ต่อมา LINE ถูกพัฒนาไปไกลกว่าการเป็นแค่แอปพลิเคชัน เพราะ LINE ได้เพิ่มฟีเจอร์ Home และ
Timeline เข้ามาจนกลายเป็น Social Media อย่างหนึ่ง โพสต์ข้อความบ่งบอกสเตตัส, รูปภาพ, คลิปวิดีโอ
และพิกัด โดยมีจุดเด่นที่การแสดงอารมณ์ด้วยสติกเกอร์ซึ่งเป็นจุดแข็งของ LINE
ซึ่งจุดนี้น่าจะเป็นไม้เด็ดที่ทาให้ LINE ถูกต่อยอดไปอีกมากและเบียด Social Media
หลักอย่างเฟซบุ๊กเลยทีเดียว
ระบบหลังบ้านอีกอย่างที่มีขึ้นมาแล้วบ่งบอกทิศทางอนาคตของ LINE นั่นคือ LINE Coin
Twitter เป็นบริการส่งข้อความเป็นประโยคสั้นๆที่คุณส่งไปนั้นจะเป็นการบอกว่า
คุณกาลังทาอะไรอยู่? ในตอนนั้น เพื่อเป็นบันทึก ณ. ช่วงเวลานั้นว่าคุณทาอะไรอยู่ ลงไปในเว็บไซต์ของ
Twitter เช่น "กาลังจะกินข้าว" "กาลังจะออกจากบ้าน" เป็นต้น และเมื่อคุณส่งประโยคสั้นๆ ไปเรื่อยๆ
ในช่วงเวลาที่คุณมีเวลา และสามารถทาได้ เมื่อกลับมาอ่านมัน ข้อความทั้งหมด
มันจะก็จะสามารถประติดประต่อ บอกเรื่องราวว่าคุณทาอะไรไปบ้างช่วงวันหนึ่งๆ ซึ่งจะสะดวกกว่าการ
มานั่งหลังคดหลังแข็งมานั่งเขียนบล็อก ทั้งวัน นี้แหละที่ Twitter
เลยเข้ามาทดแทนและช่วยให้คนไม่ชอบเขียน บล็อก หันมาใช้บริการพวกนี้เยอะมากขึ้น
แต่สิ่งหนึ่งที่มาช่วยให้ Twitter มีประโยชน์ และสนุกมากขึ้น ก็คือ คุณสามารถติดตาม (Follow)
คนอื่นๆ ที่เค้าเขียนข้อความลงไปใน Twitter ของเค้าได้ ว่าเค้าคนนั้นกาลังทาอะไรอยู่ โดยเมื่อคุณ ติดตาม
(Follow) เค้าแล้ว เมื่อคนนั้นเค้าทาอะไรและพิมพ์อะไรลงไปใน Twitter
คุณก็ได้รับข้อความเหล่านั้นด้วยไปพร้อมๆ กัน และก็สามารถติดตามได้ทีละหลายๆ คน
ซึ่งก็จะทาให้คุณทราบว่าเค้าเหล่านั้นกาลังทาอะไรอยู่ในขณะนั้นทันที จะเห็นว่า Twitter
ก็เริ่มกลายเป็นเครื่องมือในการกระจายข้อมูล (Broadcast) ของคนๆ หนึ่ง ไปยังคนหลายๆ คนได้ง่ายๆ
ผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต และที่สาคัญคือ คุณสามารถส่งข้อความเข้า Twitter ผ่านโทรศัพท์มือถือได้ง่ายๆ
ผ่าน SMS หรือ WAP โดยเข้าไปที่ http://m.twitter.com ดังนั้นไม่ว่าคุณอยู่ไหนก็ตาม ที่คุณมีโทรศัพท์มือถือ
คุณก็สามารถส่งข้อความเข้า Twitter ได้ง่ายๆ
Instagram (อินสตาแกรม) คือ แอพพลิเคชั่นถ่ายภาพและแต่งภาพบนสมาร์ทโฟน
ที่มาพร้อมกับลูกเล่นการแต่งเติมสีสันให้กับรูปภาพด้วย Filters (ฟิลเตอร์) ต่าง ๆ
ที่ให้เราสามารถเลือกปรับภาพได้หลากหลายและสวยงาม แนวอาร์ต ๆได้ตามใจชอบทั้งในเรื่องของ สี
แสง เรียกได้ว่าสามารถปรับอารมณ์ของรูปภาพได้ตามต้องการ และสามารถแชร์รูปภาพสวย ๆอวดเพื่อน ๆ
ที่อยู่ในสังคมออนไลน์อื่น ๆ เช่นTwitter, Facebook, Tumblr และ Foursquare เป็นต้น และในตัว Instagram
เองก็เป็นสังคมออนไลน์การแบ่งปันภาพถ่าย (Social Photo Sharing) เพราะ Instagram มีระบบ Followers
และ Following ให้ผู้ใช้งานสามารถเลือกติดตามชมรูปภาพ ความเคลื่อนไหวการใช้งานของเพื่อน ๆ
ที่ใช้งานแอพพลิเคชั่นหากถูกใจ ชอบรูปภาพไหน สามารถกด Like รวมไปถึง Comment รูปภาพนั้นได้
E-mail คือ จดหมาย ที่ใช้รับส่งกันโดยผ่านเครือข่ายคอมพิวเตอร์ บางแห่งใช้เฉพาะภายใน
บางแห่งใช้เฉพาะภายนอกองค์กร (สาหรับเครือข่ายคอมพิวเตอร์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกคือ internet)
การใช้งานก็เหมือนกับเราพิมพ์ข้อความในโปรแกรม word จากนั้นก็คลิกคาสั่ง เพื่อส่งออกไป
โดยจะมีชื่อของผู้รับ ซึ่งเราเรียกว่า Email Address เป็นหลักในการรับส่ง
รูปแบบชื่อ EmailAddress จะเป็น yourname@sanook.com
1. yourname คือ ชื่อที่เราสามารถตั้งเป็นชื่ออะไรก็ได้ (แต่ต้องไม่ซ้ากับของคนอื่น)
2. เครื่องหมาย @ สาหรับกั้นระหว่าง ชื่อกับ ชื่อเว็บไซต์ หรือ domain name
3. sanook.com คือ ชื่อเว็บไซต์ หรือ domain name
Gmail คือ บริการฟรีอีเมลที่ทางานบนระบบ Search Engine
ซึ่งมีหน้าตาไม่แตกต่างจากรูปแบบของ Google เท่าไหร่คือไม่มีลูกเล่น
ดูเรียบง่ายแต่เน้นที่ความรวดเร็วในการเข้าถึงเป็นหลัก Gmail มีระบบการจัดเก็บที่ดี
มีระบบค้นหาตามหัวเรื่องจดหมาย ส่งเมล POP 3 ได้ มีระบบการป้องกันไวรัสที่ดีมาก มีระบบป้องกันspam
ไว ใช้ง่ายส่งไฟล์ประกอบง่าย
อุปกรณ์เครื่องมือทางสื่อสังคมออนไลน์
คอมพิวเตอร์ คือ เครื่องคานวณ
อิเล็กทรอนิกส์ที่สามารถทางานคานวณผลและเปรียบเทียบค่าตามชุดคาสั่งด้วยความเร็วสูงอย่างต่อเนื่องและ
อัตโนมัติ พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2525
ได้ให้คาจากัดความของคอมพิวเตอร์ไว้ค่อนข้างกะทัดรัดว่า เครื่องอิเล็กทรอนิกส์แบบอัตโนมัติ
ทาหน้าที่เสมือนสมองกล ใช้สาหรับแก้ปัญหาต่างๆ ทั้งที่ง่ายและซับซ้อน โดยวิธีทางคณิตศาสตร์
หรืออาจกล่าวได้ว่า เครื่องคอมพิวเตอร์หมายถึงเครื่องมือที่ช่วยในการคานวณและการประมวลผลข้อมูล
สมาร์ทโฟน(SmartPhone) คือโทรศัพท์มือถือที่นอกเหนือจากใช้โทรออก-
รับสายแล้วยังมีแอพพลิเคชั่นให้ใช้งานมากมาย สามารถรองรับการใช้งานอินเทอร์เน็ตผ่าน3G, Wi-
Fiและสามารถใช้งานโซเชียลเน็ตเวิร์คและแอพพลิเคชั่นสนทนาชั้นนา เช่นLINE, Youtube, Facebook,
Twitterฯลฯ
โดยที่ผู้ใช้สามารถปรับแต่งลูกเล่นการใช้งานสมาร์ทโฟนให้ตรงกับความต้องการได้มากกว่ามือถือธรรมดา
ผู้ผลิตสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ๆนิยมผลิตสมาร์ทโฟนที่มีหน้าจอระบบสัมผัส,ใส่กล้องถ่ายรูปที่มีความละเอียดสู
ง,ออกแบบดีไซน์ให้สวยงามทันสมัย,มีแอพพลิเคชั่นและลูกเล่นที่น่าสนใจ
แท็บเล็ต (Tablet) คือ อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ที่มีหน้าจอระบบสัมผัสขนาดใหญ่
มีขนาดหน้าจอตั้งแต่7นิ้วขึ้นไปพกพาได้สะดวกสามารถใช้งานหน้าจอผ่านการสัมผัสผ่านปลายนิ้วได้โดย
ตรง มีแอพพลิเคชั่นมากมายให้เลือกใช้ ไม่ว่าจะรับ-
ส่งอีเมล์,เล่นอินเทอร์เน็ต,ดูหนัง,ฟังเพลง,เล่นเกมหรือแม้กระทั่งใช้ทางานเอกสารออฟฟิต
ข้อดีของแท็บเล็ตคือมีหน้าจอที่กว้าง ทาให้มีพื้นที่การใช้งานเยอะ
มีน้าหนักเบาพกพาได้สะดวกกว่าโน๊ตบุ๊คหรือคอมพิวเตอร์สามารถจดบันทึกหรือใช้เป็นอุปกรณ์เพื่อการศึก
ษาได้เป็นอย่างดี
อุปกรณ์เครือข่าย
เซิร์ฟเวอร์ (Server)หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า เครื่องแม่ข่ายเป็นเครื่องคอมพิวเตอร์หลักในเครือข่าย
ที่ทาหน้าที่จัดเก็บและให้บริการไฟล์ข้อมูลและทรัพยากรอื่นๆกับคอมพิวเตอร์เครื่องอื่นๆในเครือข่ายโดยป
กติคอมพิวเตอร์ที่นามาใช้เป็นเซิร์ฟเวอร์มักจะเป็นเครื่องที่มีสมรรถนะสูงและมีฮาร์ดดิสก์ความจาสูงกว่าคอ
มพิวเตอร์เครื่องอื่นๆในเครือข่าย
ไคลเอนต์ (Client)หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า เครื่องลูกข่าย เป็นคอมพิวเตอร์ในเครือข่ายที่ร้องขอ
บริการและเข้าถึงไฟล์ข้อมูลที่จัดเก็บในเซิร์ฟเวอร์ หรือพูดง่าย ๆ ก็คือ ไคลเอนต์ เป็นคอมพิวเตอร์
ของผู้ใช้แต่ละคนในระบบเครือข่าย
ฮับ(HUB)หรือ เรียกรีพีตเตอร์(Repeater)คืออุปกรณ์ที่ใช้เชื่อมต่อกลุ่มคอมพิวเตอร์ ฮับ
มีหน้าที่รับส่งเฟรมข้อมูลทุกเฟรมที่ได้รับจากพอร์ตใดพอร์ตหนึ่ง ไปยังพอร์ตที่เหลือ
คอมพิวเตอร์ที่เชื่อมต่อเข้ากับฮับจะแชร์แบนด์วิธหรืออัตราข้อมูลของเครือข่ายเพราะฉะนั้นถ้ามีคอมพิวเตอร์
เชื่อมต่อมากจะทาให้อัตราการส่งข้อมูลลดลง
เนทเวิร์ค สวิตช์ (Switch)คืออุปกรณ์เครือข่ายที่ทาหน้าที่ในเลเยอร์ที่ 2
และทาหน้าที่ส่งข้อมูลที่ได้รับมาจากพอร์ตหนึ่งไปยังพอร์ตเฉพาะที่เป็นปลายทางเท่านั้น
และทาให้คอมพิวเตอร์ที่เชื่อมต่อกับพอร์ตที่เหลือส่งข้อมูลถึงกันในเวลาเดียวกัน ดังนั้น
อัตราการรับส่งข้อมูลหรือแบนด์วิธจึงไม่ขึ้นอยู่กับคอมพิวเตอร์
ปัจจุบันนิยมเชื่อมต่อแบบนี้มากกว่าฮับเพราะลดปัญหาการชนกันของข้อมูล
เราต์เตอร์(Router)เป็นอุปรณ์ที่ทาหน้าที่ในเลเยอร์ที่ 3 เราท์เตอร์จะอ่านที่อยู่
(Address)ของสถานีปลายทางที่ส่วนหัว (Header)ข้อแพ็กเก็ตข้อมูล เพื่อที่จะกาหนดและส่งแพ็กเก็ตต่อไป
เราท์เตอร์จะมีตัวจัดเส้นทางในแพ็กเก็ต เรียกว่า เราติ้งเทเบิ้ล (Routing
Table)หรือตารางจัดเส้นทางนอกจากนี้ยังส่งข้อมูลไปยังเครือข่ายที่ให้ โพรโทคอลต่างกันได้ เช่นIP
(Internet Protocol) IPX (Internet Package
Exchange)และAppleTalkนอกจากนี้ยังเชื่อมต่อกับเครือข่ายอื่นได้ เช่น เครือข่ายอินเทอร์เน็ต
บริดจ์(Bridge)เป็นอุปกรณ์ที่มักจะใช้ในการเชื่อมต่อวงแลน (LAN Segments)เข้าด้วยกัน
ทาให้สามารถขยายขอบเขตของLANออกไปได้เรื่อยๆโดยที่ประสิทธิภาพรวมของระบบไม่ลดลงมากนัก
เนื่องจากการติดต่อของเครื่องที่อยู่ในเซกเมนต์เดียวกันจะไม่ถูกส่งผ่านไปรบกวนการจราจรของเซกเมนต์อื่
น และเนื่องจากบริดจ์เป็นอุปกรณ์ที่ทางานอยู่ในระดับData Link
Layerจึงทาให้สามารถใช้ในการเชื่อมต่อเครือข่ายที่แตกต่างกันในระดับPhysicalและData Linkได้ เช่น
ระหว่างEternetกับToken Ringเป็นต้น บริดจ์ มักจะถูกใช้ในการเชื่อมเครือข่ายย่อยๆ
ในองค์กรเข้าด้วยกันเป็นเครือข่ายใหญ่
เพียงเครือข่ายเดียวเพื่อให้เครือข่ายย่อยๆเหล่านั้นสามารถติดต่อกับเครือข่ายย่อยอื่นๆได้
เกตเวย์(Gateway)เป็นอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ที่เชื่อมต่อเครือข่ายต่างประเภทเข้าด้วยกัน เช่น
การใช้เกตเวย์ในการเชื่อมต่อเครือข่าย ที่เป็นคอมพิวเตอร์ประเภทพีซี
(PC)เข้ากับคอมพิวเตอร์ประเภทแมคอินทอช (MAC) เป็นต้น
ภาษา หมายถึง กริยาอาการที่แสดงออกมาแล้วสามารถทาความเข้าใจกันได้
ไม่ว่าจะเป็นระหว่างมนุษย์กับมนุษย์ มนุษย์กับสัตว์ หรือสัตว์กับสัตว์ ส่วนภาษาในความหมายอย่างแคบนั้น
หมายถึง เสียงพูดที่มนุษย์ใช้สื่อสารกันเท่านั้น
การใช้ภาษา หมายถึง
การติดต่อสื่อความหมายในสังคมให้เป็นที่เข้าใจกันด้วยการฟังผู้อื่นพูดบ้างผู้อื่นฟังบ้างอ่านสิ่งที่ผู้เขียนและเ
ขียนบางสิ่งบางอย่างให้ผู้อื่นอ่านบ้าง
วัยรุ่น หมายถึง วัยที่มีการเปลี่ยนแปลงเข้าสู่วุฒิภาวะทั้งร่างกาย จิตใจ อารมณ์ และสังคม
ภาษาของวัยรุ่นในปัจจุบัน หมายถึง คาสแลงหรือคาคะนองที่ใช้ในปัจจุบัน
คาสแลง หมายถึง “คาคะนอง” และกล่าวว่า คาสแลงเป็นภาษาปาก เป็นภาษาไม่เป็น
แบบแผน แต่ไม่ใช่คาต่า หรือ คาหยาบ เป็นคาพิเศษเฉพาะกลุ่มที่สร้างขึ้นเพื่อให้มีคาแปลกๆ
สร้างความสนุกสนาน ระดับคามีการเปลี่ยนแปลงตามกาลสมัย
คาและคาสแลง
คา อาจเปรียบได้กับสิ่งมีชีวิตทั้งหลาย คือมีเกิด ดารงอยู่แล้วก็ตายไป
คาจานวนไม่น้อยที่เคยใช้กันมาแต่โบราณ ปัจจุบันได้สูญไปจากภาษา มีคาใหม่เกิดขึ้น
คาใหม่ที่เกิดขึ้นนี้บางคา เพียงแต่ใช้พูดกันเฉพาะกลุ่ม เฉพาะโอกาส และอาจเสื่อมความนิยมไป มีผู้เรียกคา
เช่นนี้ว่า คาคะนอง บางคาใช้เรียกสิ่งใหม่ที่เกิดขึ้นในสังคม สิ่งใหม่เหล่านี้อาจเป็นวัตถุสิ่งของ ความคิด
กิจกรรมหรือเหตุการณ์ต่างๆ คา เช่นนี้เกิดขึ้นด้วยความจาเป็น และติดอยู่ในภาษามักไม่เสื่อมความนิยม
(กระทรวงศึกษาธิการ,๒๕๕๐)
บุญ ยงค์เกศเทศ กล่าวว่า คาสแลงเกิดขึ้น ชั่วครั้งชั่วคราว เป็นภาษาพูด ที่นิยมกันใน
บางหมู่คณะ บางกรณีก็ต้องพูด เพื่อให้ออกรส จึงพยายามสร้างรูปภาษาให้แปลกออกไป คาสแลง
มักไม่ติดอยู่ในภาษานานนัก เมื่อคาหนึ่งหาย ตายไปก็มักนิยมคาใหม่ขึ้นแทน คาสแลงนั้น มีใช้กัน
มาทุก ยุค ทุก สมัย เช่นมันส์เติ้ลหย่อย สะเหล่อ ยากส์ซ่าส์ฟฟู่
สมโรจน์สวัสดิกุล ณ อยธุยา เรียกคาสแลงว่า “คาคะนอง” และกล่าวว่า คาสแลงเป็น
ภาษาปาก เป็นภาษาไม่เป็นแบบแผน แต่ไม่ใช่คาต่า หรือ คาหยาม เป็นคาพิเศษเฉพาะกลุ่มที่
สร้างขึ้นเพื่อให้มีคาแปลกๆสร้างความสนุกสนาน ระดับคามีการเปลี่ยนแปลงตามกาลสมัย
ความสาคัญของภาษา
1.ภาษาแสดงให้เห็นถึงอารยธรรมที่เจริญรุ่งเรืองของประเทศ
ประเทศไทยมีภาษาเป็นของตัวเองมานานกว่า 700ปี
นับตั้งแต่พ่อขุนรามคาแหงมหาราชทรงประดิษฐ์อักษรไทยขึ้นเมื่อปีพุทธศักราช 1826
ในภูมิภาคนี้เหลืออยู่เพียงประเทศเดียว คือประเทศไทยมีทั้งภาษาสาเนียง และอักขระเป็นของตนเอง
นอกนั้นถูกกลืนหมด น่าจะภูมิใจ และพยายามรักษาภาษาไทยกันให้มาก
2.ภาษาทั้งหลายเป็นเครื่องหมายของมนุษย์ชนิดหนึ่ง คือ
เป็นทางสาหรับแสดงความคิดเห็นอย่างหนึ่งเป็นสิ่งที่สวยงามอย่างหนึ่ง เช่น ในทางวรรณคดี เป็นต้น
ฉะนั้นจึงต้องรักษาให้ดี ประเทศไทยมีภาษาของเราเอง ซึ่งต้องหวงแหน
3.ภาษาเป็นวัฒนธรรมที่สาคัญที่สุดของชาติ เพราะภาษาเป็นสื่อให้ติดต่อกัน
อีกทั้งยังเป็นศูนย์กลางยึดคนทั้งชาติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6
พระองค์ทรงดารัสว่าภาษาเป็นเครื่องผูกพันมนุษย์ต่อมนุษย์แน่นแฟ้นยิ่งกว่าสิ่งอื่น
และไม่มีสิ่งใดที่จะทาให้คนรู้สึกเป็นพวกเดียวกันหรือแน่นอนยิ่งไปกว่าพูดภาษาเดียวกัน
4. ภาษานอกจากจะเป็นเครื่องมือในการสื่อสารแล้ว ยังเป็นสิ่งบ่งบอกถึง “ความเป็นชาติเดียวกัน”
ของคนในสังคม เช่นเดียวกับคนไทยเราแม้จะต่างเผ่าพันธุ์ ต่างชาติ ต่างภาษาถิ่น หรือต่างศาสนา
แต่เมื่อใดก็ตามที่เราต่างพูด “ภาษาไทย” เราย่อมรู้สึกได้ทันทีถึงความเป็นพวกเดียวกัน
ความเป็นชาติเดียวกัน
5. สาเนียงบอกภาษา กริยาส่อสกุล ภาษายังใช้แสดงรากเหง้าสติปัญญาและความคิดของบุคคลได้
ดังที่มีการเปรียบเทียบการพูดของแต่ละกลุ่มอาชีพไว้ว่า แม่ค้าปากตลาด ทนายจอมหลักการ
ครูชอบอธิบายยาว หมอพูดเทคนิคห้วน ๆ ทหารใช้คาสั้น
คนมีเสน่ห์จะปากหวาน เซลแมนจะพูดหว่านล้อม
และผู้ประกาศหรือโฆษกต้องพูดและอ่านได้ถูกต้องอักขระควบกล้าชัด
สภาพการใช้ภาษาไทยในการสื่อสารในปัจจุบัน
ศาสตราจารย์คุณหญิงกุหลาบ มัลลิกะมาสกล่าวถึงสภาพการใช้ภาษาไทยในการสื่อสารในปัจจุบัน
ดังนี้
1.มีคาบัญญัติเพื่อมีใช้ให้เพียงพอกับความเป็นจริงของชีวิตและวัฒนธรรมด้านการศึกษาต่างๆ
คาทั้งหลายที่เกิดขึ้นเป็นภาษาทางวิชาการศึกษา วิชาการแพทย์ วิชาคหกรรม วิชาวิศวกรรม
เป็นต้น วิชาการเหล่านี้มีความจาเป็นจะต้องสร้างคาขึ้น แม้แต่ภาษาพูดของชาวบ้าน ที่มีเครื่องใช้
มีสิ่งของมีวัตถุเป็นเครื่องมือเครื่องใช้มากขึ้น ก็จาเป็นจะต้องมีคามากขึ้น
เพราะฉะนั้นจึงมีการเร่งสร้างคาใหม่ในภาษาไทยเป็นอันมาก และมีวิธีการสื่อสาร
เรียบเรียงถ้อยคาที่แตกต่างกันออกไปมากขึ้น
2. คาที่เกิดใหม่ในภาษาที่มากที่สุดในภาษาไทย เป็นภาษาต่างชาติ ในอดีตมีการรับภาษาเขมร มอญ
จีน และอื่น ๆมาใช้ในภาษาไทย
ต่อมาประเภทไทยติดต่อกับยุโรปและอเมริกา คาเหล่านี้จึงเข้ามามีอิทธิพลต่อภาษาไทย
โดยเฉพาะคาในภาษาอังกฤษ เช่นรถเมล์ คอนโดมิเนียม เป็นต้น
3. การใช้คาซึ่งมีความหมายเดิมอย่างหนึ่งให้มีความหมายใหม่อีกอย่างหนึ่ง
ในปัจจุบันการใช้คาทาให้ความหมายเปลี่ยนไป เช่น คาว่า “อุ้ม” หมายถึง อุ้มเด็ก อุ้มทารก
ปัจจุบันยังหมายถึง “อุ้มไปฆ่า” คาว่า “คลื่นใต้น้า”ต่อท่อน้าเลี้ยง “ “เกียร์ว่าง”
คาเหล่านี้มีความหมายเปลี่ยนไปจากความหมายเดิม
4. ภาษาเฉพาะกลุ่ม เช่น ภาษาของวัยรุ่น เช่นคาว่า “แอ๊บแบ๊ว” “ว้าว” เป็นต้น หรือ ภาษากีฬา เช่น
“มีการดวลแข้งกันในระหว่างผีกับปีศาจแดง” เป็นต้น
สาเหตุของปัญหาการใช้ภาษาไทยในการสื่อสารในปัจจุบัน
พระธรรมกิตติวงศ์ กล่าวสรุปสาเหตุของปัญหาการใช้ภาษาไทยในการสื่อสารในปัจจุบัน
มีสาเหตุมาจาก 3 ประเด็นใหญ่ๆ ดังนี้
ประเด็นที่ 1เกิดจากความไม่ระมัดระวังในการใช้ภาษา เป็นการใช้ภาษาที่ไม่รอบคอบไม่ถ้วนถี่
คือใช้ตามความรู้สึกนึกคิดของตนเอง โดยไม่คานึงถึงความถูกต้อง ถูกความหมายและหลักไวยากรณ์
ประเด็นที่ 2ไม่พิถีพิถันในการใช้ภาษา กล่าวคือ ใช้อย่างไรก็ได้ ขาดตกบกพร่องอย่างไรก็ได้
ไม่ถูกไวยากรณ์ก็ยอมรับกันได้ขอให้ฟังรู้เรื่อง จึงทาให้ไม่มีการแก้ไขให้ถูกต้อง
ประเด็นที่ 3เคร่งครัดในการใช้ภาษามากเกินไป จึงมีกฎเกณฑ์ มีหลัก มีโครงสร้างมาก
ทาให้การพูดมักจะผิดไปจากข้อกาหนดจากหลักไวยากรณ์ จึงก่อให้เกิดการใช้ภาษาที่ผิดหลักเป็นต้น
ศาสตราจารย์ ดร. กาญจนา นาคสกุล กล่าวถึงสภาพปัญหาการใช้ภาษาไทยในปัจจุบันดังนี้
1. การใช้ภาษาไทยไม่ถูกต้อง ภาษาไทยเป็นภาษาที่มีระดับ มีทาเนียบต่าง ๆมีภาษาวิชาการ
ภาษาทางการ ภาษาราชาศัพท์ ภาษาวรรณคดี ภาษาสื่อสารมวลชน ภาษาปาก ภาษาตลกคะนอง เป็นต้น
ปัจจุบันมีการใช้ภาษาเหล่านี้ไม่ถูกต้อง ซึ่งเกิดจากการที่ผู้ใช้ภาษาไทยไม่สนใจที่จะใช้ภาษาให้ถูกต้อง
อยากจะพูดอะไรก็พูด อยากจะเขียนอะไรก็เขียน โดยไม่คิดสิ่งที่ตนเองพูดหรือเขียนนั้นถูกต้อง
ถูกความหมาย ถูกหลักไวยากรณ์หรือไม่
2. การใช้ภาษาไม่ตรงกับภาษามาตรฐาน กล่าวคือ ภาษาที่ถือว่าเป็นภาษามาตรฐาน คือ
ภาษาถิ่นภาคกลาง โดยมีราชบัณฑิตยสถาน ได้กาหนดวิธีการออกเสียง
วิธีการเขียนและการสะกดคาเพื่อให้ภาษาไทยมีเอกภาพ
แต่ก็มีการใช้คาหลายคาในปัจจุบันที่ใช้คาเหล่านี้ไม่ตรงกับภาษามาตรฐาน เช่น “อุดสาหกรรม” อ่านว่า อุด-
สา-หะ-กา แต่อ่านเป็น อุด-ตะ-สา-หะ-กา “ปริยัติธรรม” อ่านว่า ป-ริ-ยัด-ติ-ทา แต่อ่านเป็น ปะ-ริ-ยัด-ทา
เป็นต้น
3.ไม่ออกเสียงควบกล้า พบว่าปัจจุบันคนไทยไม่นิยมออกเสียงควบกล้า เช่น คาว่า “ขาดแคลน”
อ่านเป็น “ขาดแคน” “กลั่นแกล้ง” อ่านเป็นกั่นแก้ง” “เอาข้าวคลุก” อ่านเป็น “เอาเข้าคุก”
ซึ่งทาให้การสื่อสารไม่สัมฤทธิ์ผล
4. การใช้ภาษาตามสื่อสารมวลชน นักสื่อสารมวลชนบางคนมักจะออกเสียงไม่ถูกต้อง
จึงเป็นตัวอย่างในการใช้ภาษาที่ผิด เช่นคาว่า “บรม” อ่านว่า”บอ-รม” แต่อ่านเป็น “บฺรม” “ปลัด”อ่านว่า
“ปะ-หรัด” แต่อ่านเป็น”ปฺลัด” “ผลิต” อ่านว่า”ผะ-หลิด” แต่อ่านเป็น “ผฺลิต” “สุนทรี”อ่านว่า”สุน-ทะ-
รี”แต่อ่านเป็นสุน-ทรี” เป็นต้น
5. การพูดตัดคา ปัจจุบันมีการพูดตัดคากันมากขึ้น เช่น คาว่า “รัฐธรรมนูญ” อ่านเป็น”รัด-ทา-นูน”
“ผู้พิพากษา” อ่านเป็น “พาก-สา” “มหาวิทยาลัย” อ่านเป็น “มะ-หา-ลัย” เป็นต้น
6. การใช้ภาษาที่ไม่คานึงถึงความถูกต้องตามวัฒนธรรม เป็นการใช้คาที่ไม่ถูกต้องตามกาลเทศะ
ตามระดับหรือฐานะของบุคคล เช่น พูดสิ่งที่ควรปกปิดในที่สาธารณะ
ใช้คาพูดไม่ถูกต้องตามระดับหรือฐานะของบุคคล ใช้คาสูงกับผู้มีฐานะต่า เช่น พูดถึงสัตว์ เช่น แมว สุนัข
ว่า”รับประทานอาหาร” “คลอดลูก” ซึ่งเป็นกิริยาที่ใช้กับคน แต่ใช้คาว่า” เลียแผล” “คาราม” “ลิ้นห้อย” ฯลฯ
ซึ่งเป็นกิริยาของสัตว์มาใช้กับคน เป็นต้น
การใช้ภาษาไทยในการสื่อสารในอนาคต
พระธรรมกิตติวงศ์กล่าวว่า ภาษาไทยเป็นภาษาประจาชาติ เพราะภาษาคือชาติเป็นส่วนหนึ่งของชาติ
เพราะฉะนั้นควรจะดาเนินการดังนี้
1.การอนุรักษ์ ป้องกันการใช้ภาษาไทย
2.ต้องมีการพัฒนาภาษา เพราะว่า ภาษามีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ภาษาเป็นสิ่งมีชีวิต
กล่าวคือต้องเจริญเติบโตและพัฒนาไปตลอด แต่ต้องอยู่ในกรอบของวัฒนธรรม
กล่าวโดยสรุปว่า ภาษาไทยเป็นเอกลักษณ์ที่สาคัญอย่างหนึ่งของชาติ
ซึ่งควรจะได้รับการทานุบารุงส่งเสริม และอนุรักษ์ไว้ให้ยั่งยืนตลอดไป อย่างไรก็ตาม ใน
ยุคปัจจุบันวิชาการและเทคโนโลยีต่าง ๆ ได้ก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็วมาก ทาให้เกิดเทคนิคใหม่ๆ
ในการติดต่อสื่อสาร ซึ่งเน้นความสะดวกสบายและความรวดเร็วเพิ่มขึ้น เป็นพิเศษ
ภาษาไทยซึ่งเป็นสื่อกลางสาคัญในการติดต่อและผูกพันต่อการดารงชีวิตประจาวันของคนไทยก็ได้รับผลกร
ะทบจากอิทธิพลของความเจริญก้าวหน้าดังกล่าว ทาให้ภาษาไทยที่ใช้ปัจจุบันทั้งภาษาพูดและภาษาเขียน
เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมอย่างน่าวิตกเป็นอย่างยิ่ง การใช้ภาษาไทยในการสื่อสารในปัจจุบันส่วนหนึ่งมีการเป
ลี่ยนแปลงไปตามสภาพชีวิตที่เจริญขึ้น ก่อให้เกิดการใช้ภาษามากขึ้น
มีการใช้ภาษาสื่อสารกันเฉพาะกลุ่มมากขึ้นและสื่อสารมวลชนได้เข้ามามีบทบาทต่อสังคมมากขึ้น
ก่อให้เกิดอิทธิพลด้านภาษามากขึ้น สภาพการณ์เช่นนี้หากไม่เร่งรีบหาทางแก้ไขและป้องกันเสียแต่เนิ่น ๆ
นับวันภาษาไทยก็จะยิ่งเสื่อมลง เป็นผลเสียต่อเอกลักษณ์ และคุณค่าของภาษาไทยอย่างไม่ต้องสงสัย
ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อการใช้ภาษาไทยของวัยรุ่น
ปัญหาการใช้ภาษาไทยได้เกิดขึ้นมาเป็นระยะเวลาอันยาวนานหลายสิบปี
แต่ในยุคปัจจุบันนี้ปัญหายิ่งวิกฤติความรุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ
ซึ่งมีปัจจัยหนุนนาที่สาคัญนั่นคือความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่ก้าวล้าไปอย่างรวดเร็ว
เราจึงพบการใช้ภาษาไทยแบบผิด ๆ มากมายจนเกือบจะกลายเป็นความคุ้นชิน
โดยเฉพาะในกลุ่มวัยรุ่นยิ่งน่าเป็นห่วงมากที่สุด
เป็นกลุ่มที่นิยมใช้ภาษาที่มีวิวัฒนาการทางภาษาที่เฉพาะกลุ่ม ซึ่งเป็นภาษาที่เกือบจะไม่มีไวยากรณ์
ไม่ว่าจะจากการรับส่งข้อความสั้น (SMS) การส่งจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ (E-
mail) การสนทนาออนไลน์ (MSN) หรือแม้แต่การแสดงความคิดเห็นในโลกอินเทอร์เน็ต
การใช้ภาษาไทยที่เกิดจากอินเทอร์เน็ตนั้นเริ่มลุกลามมาจากโปรแกรมแช็ทรูมและเกมออนไลน์
ซึ่งดูคล้ายเป็นการสนทนากันธรรมดา แต่เมื่อได้เข้าไปสัมผัสแล้ว มิใช่เลย
การสนทนาอันไม่มีขีดจากัดของภาษาทาให้เกิดปัญหาขึ้นมากมาย
ดังเช่นที่พบตามหน้าหนังสือพิมพ์ในปัจจุบัน และในขณะเดียวกันก็สร้างปัญหาให้แก่วงการภาษาไทยด้วย
นั่นคือการกร่อนคา และการสร้างคาใหม่ให้มีความหมายแปลกไปจากเดิม
หรืออย่างที่เรียกว่าภาษาเด็กแนวนั่นเองวัยรุ่น
เป็นช่วงวัยที่มีการสื่อสารกันมากและมีรูปแบบการสื่อสารด้วยคาที่ทันสมัย
มีความหมายเฉพาะสาหรับกลุ่มและช่วงวัย
วัยรุ่นจึงขาดความคานึงถึงความถูกต้องเหมาะสมของภาษาที่ใช้ให้เหมาะสม
มีหลายสาเหตุที่ทาให้วัยรุ่นใช้ภาษาที่ผิดๆ โดยเฉพาะเทคโนโลยีเข้ามาเกี่ยวข้องอย่างมาก
ทาให้มีความสะดวกในการใช้ชีวิตประจาวัน รวมทั้งการสื่อสาร
วัยรุ่นในประเทศไทยยุคใหม่บางกลุ่มได้สร้างค่านิยมที่ผิดๆ มาใช้คือ การใช้ภาษาไทยที่ผิดจากคาเดิม
จึงทาให้ภาษาไทยของเราเปลี่ยนแปลงไป เยาวชนยุคหลัง ๆ จึงใช้ภาษาไทยไม่ถูกต้องสื่อมวลชน
ก็เป็นปัจจัยหนึ่งที่ทาให้เกิดการใช้ภาษาไทยแบบผิดๆของประชาชนเพราะ สื่อมวลชนเป็นผู้ที่ให้ข้อมูล
ข่าวสารกับประชาชนทุกวัน สื่อมวลชนต้องเป็นผู้นาที่ดีที่สุดของการใช้ภาษาและต้องให้ข้อคิดอยู่เสมอว่า
ภาษานั้นสะท้อนความเป็นตัวของเราเอง ถ้าใช้ภาษาดี ภาษาที่ถูกต้อง ภาษาที่นาสังคมไปในทางสร้างสรรค์
สร้างความสามัคคี สร้างความรัก สร้างความภูมิใจในชาติจะทาให้ทุกคนเห็นคล้อยตาม
แต่ถ้าหากว่าสื่อมวลชนนาภาษาที่ประหลาด ภาษาที่ไม่ถูกต้องเอามาเผยแพร่บ่อยๆ
คนจะคิดว่าสิ่งที่สื่อมวลขนมาเผยแพร่นั้นถูกต้อง เป็นสิ่งที่ดี มันจะทาลายภาษาไทย
โดยเฉพาะการใช้ภาษาในข่าวพาดหัวหนังสือพิมพ์หรือโทรทัศน์ต่างๆ เป็นต้น
ปัจจัยอีกอย่างหนึ่งในการใช้ภาษาไทย ก็คือ ปัญหาการใช้ภาษาไทยของครูและนักเรียน เกิดจาก ครู
เนื่องจากครู คือ ผู้ประสาทวิชา เป็นผู้ให้ความรู้แก่ศิษย์ ดังนั้นความรู้ในด้านต่างๆ
เด็กๆจึงมักจะได้รับมาจากครูเป็นส่วนใหญ่ ในขณะที่ครูบางคนนั้นมีความรู้แต่ไม่แตกฉาน
โดยเฉพาะวิชาภาษาไทยเป็นวิชาที่มีความ
ละเอียดอ่อน และมีส่วนประกอบแยกย่อยอย่างละเอียดลออ เมื่อครูไม่เข้าใจภาษาไทยอย่างกระจ่าง จึงทาให้
นักเรียนไม่เข้าใจตามไปด้วย จนพานเกลียดภาษาไทยไปในที่สุด
ซึ่งเป็นปัญหาที่ปรากฏให้เห็นอยู่มากมายในปัจจุบัน
รูปแบบการใช้ภาษาไทยของวัยรุ่น
การใช้ภาษาเป็นเรื่องของการสื่อสาร ซึ่งผู้ส่งสารจะต้องทาให้ผู้รับสารเข้าใจความหมายของตน
ให้มากที่สุด แต่การสื่อสารที่มีรูปแบบแตกต่างกัน จะทาให้การใช้ภาษามีความแตกต่างกันไปด้วย เช่น
การสื่อสารแบบเผชิญหน้าย่อมแตกต่างจากการสื่อสารแบบผ่านเครื่องมือการสื่อสาร หรือการสื่อสารด้วย
สื่อสิ่งพิมพ์ ย่อมมีความแตกต่างการสื่อสารด้วยสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งมีทั้งภาพและเสียง
ในปัจจุบันปัญหาที่พบเป็นอย่างมากเกี่ยวกับการใช้ภาษาไทย คือการใช้ภาษาในทางวิบัติ
และมีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการใช้ภาษาอยู่หลายประเภท เช่น
1 รูปแบบการพูด เป็นประเภทของภาษาวิบัติที่ใช้เวลาพูดกัน
ซึ่งบางครั้งก็ปรากฏขึ้นในการเขียนด้วย แต่น้อยกว่ากลุ่มที่ใช้ในเวลาเขียน
โดยการพูดมักจะพูดให้มีเสียงสั้นลง หรือยาวขึ้น หรือไม่ออกเสียงควบกล้าเลย
ประเภทนี้เรียกได้อีกอย่างว่ากลุ่มเพี้ยนเสียง
2 รูปแบบการเขียน รูปแบบของภาษาวิบัติประเภทนี้ โดยทั้งหมดจะเป็นคาพ้องเสียงที่นามาใช้ผิด
หลักของภาษา คนที่ใช้ภาษาวิบัติเวลาเขียนนั้นจะเขียนตามเสียงอ่าน เพราะไม่ต้องการอยู่ในกรอบหรือ
ต้องการทาอะไรที่คิดว่าใหม่ ไม่เลียนแบบของเก่า ได้แก่
- การเขียนตามเสียงพูด
- การสร้างรูปการเขียนใหม่
- รูปแบบของการเปลี่ยนแปลงเสียงอ่าน
- กลุ่มที่เปลี่ยนแปลงความหมาย
ข้อจากัดของSocial networksเครือข่ายสังคมออนไลน์
1. เว็บไซต์ให้บริการบางแห่งอาจจะเปิดเผยข้อมูลส่วนตัวมากเกินไป
หากผู้ใช้บริการไม่ระมัดระวังในการกรอกข้อมูล อาจถูกผู้ไม่หวังดีนามาใช้ในทางเสียหาย
หรือละเมิดสิทธิส่วนบุคคลได้
2.Social Network เป็นสังคมออนไลน์ที่กว้าง หากผู้ใช้รู้เท่าไม่ถึงการณ์หรือขาดวิจารณญาณ
อาจโดนหลอกลวงผ่านอินเทอร์เน็ต หรือการนัดเจอกันเพื่อจุดประสงค์ร้าย
ตามที่เป็นข่าวตามหน้าหนังสือพิมพ์
3. เป็นช่องทางในการถูกละเมิดลิขสิทธิ์ ขโมยผลงาน หรือถูกแอบอ้าง เพราะSocial Network
Service เป็นสื่อในการเผยแพร่ผลงาน รูปภาพต่างๆ ของเราให้บุคคลอื่นได้ดูและแสดงความคิดเห็น
4. ข้อมูลที่ต้องกรอกเพื่อสมัครสมาชิกและแสดงบนเว็บไซต์ในรูปแบบ Social
Network ยากแก่การตรวจสอบว่าจริงหรือไม่
ดังนั้นอาจเกิดปัญหาเกี่ยวกับเว็บไซต์ที่กาหนดอายุการสมัครสมาชิก
หรือการถูกหลอกโดยบุคคลที่ไม่มีตัวตนได้
5.
ผู้ใช้ที่เล่นsocialnetwork และอยู่กับหน้าจอคอมพิวเตอร์เป็นเวลานานอาจสายตาเสียได้หรือบางคนอาจต
าบอดได้
6. ถ้าผู้ใช้หมกหมุ่นอยู่กับ socialnetwork มากเกินไปอาจทาให้เสียการเรียนหรือ
ผลการเรียนตกต่าลงได้
7. จะทาให้เสียเวลาถ้าผู้ใช้ใช้อย่างไร้ประโยชน์
ประโยชน์ของ Social networksเครือข่ายสังคมออนไลน์
1.สามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลความรู้ในสิ่งที่สนใจร่วมกันได้
2.เป็นคลังข้อมูลความรู้ขนาดย่อมเพราะเราสามารถเสนอและแสดงความคิดเห็น
แลกเปลี่ยนความรู้ หรือตั้งคาถามในเรื่องต่างๆ เพื่อให้บุคคลอื่นที่สนใจหรือมีคาตอบได้ช่วยกันตอบ
3.ประหยัดค่าใช้จ่ายในการติดต่อสื่อสารกับคนอื่น สะดวกและรวดเร็ว
4.เป็นสื่อในการนาเสนอผลงานของตัวเอง เช่น งานเขียน รูปภาพ วีดิโอต่างๆ
เพื่อให้ผู้อื่นได้เข้ามารับชมและแสดงความคิดเห็น
5.ใช้เป็นสื่อในการโฆษณา ประชาสัมพันธ์ หรือบริการลูกค้าสาหรับบริษัทและองค์กรต่างๆ
ช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้ลูกค้า
6.ช่วยสร้างผลงานและรายได้ให้แก่ผู้ใช้งาน เกิดการจ้างงานแบบใหม่ๆ ขึ้น
7.คลายเครียดได้สาหรับผู้ใช้ที่ต้องการหาเพื่อนคุยเล่นสนุกๆ
8.สร้างความสัมพันธ์ที่ดีจากเพื่อนสู่เพื่อนได้
แบบประเมินความคิดเห็น
เรื่อง การสารวจความคิดเห็นการใช้ภาษาไทยไม่ถูกต้องบนโลกออนไลน์
คาชี้แจง โปรดกรอกข้อความและใส่เครื่องหมาย / หน้าข้อที่ตรงกับข้อมูลของท่าน
ส่วนที่ 1 ข้อมูลส่วนตัว
1. เพศ( ) ชาย ( ) หญิง 2. อายุ …………. ปี 3. ระดับชั้นการศึกษา ( ) ม.6
ส่วนที่ 2 โปรดใส่เครื่องหมาย /
ลงในช่องที่ตรงกับความคิดเห็นของท่าน
ลาดับที่ รายการประเมิน ระดับความคิดเห็น
5 4 3 2 1
1 การใช้ภาษาไทยไม่ถูกต้องบนโลกออนไลน์มีผลต่
อการใช้ชีวิตประจาวัน
2 ความสะดวกเป็นปัจจัยสาคัญที่ทาให้เกิดการใช้ภา
ษาไทยไม่ถูกต้อง
3 วัยรุ่นส่วนใหญ่ใช้ภาษาไทยไม่ถูกต้อง
4 การใช้ภาษาถูกต้องบนโลกออนไลน์มีความสาคัญ
ต่อประเทศชาติ
5 การใช้ภาษาไทยไม่ถูกต้องมีผลกระทบต่อประเทศ
6 การใช้คาแสลงทาให้ภาษาไทยเกิดการเปลี่ยนแปล
งในแง่ลบ
7 ความเร่งรีบทาให้เกิดการใช้ภาษาไทยไม่ถูกต้อง
8 ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีเป็นปัจจัยหนุนที่ทาใ
ห้เกิดการใช้ภาษาไทยไม่ถูกต้อง
ระดับความคิดเห็น
5= เห็นด้วยมากที่สุด4=เห็นด้วยมาก
3= เห็นด้วย 2= ไม่ค่อยเห็นด้วย
1= ไม่เห็นด้วย
ส่วนที่3ข้อเสนอแนะ ...................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
สรุปเรียงความการเก็บข้อมูลจากแบบสอบถาม และข้อเสนอแนะ
ขนาดของกลุ่มตัวอย่าง นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6ปีการศึกษา 2558 จานวน 100 คน
โรงเรียนบ้านดุงวิทยา อาเภอบ้านดุง จังหวัดอุดรธานี
ตอนที่1 ข้อมูลทั่วไปของผู้ตรวจแบบสอบถาม
1. เพศ
เพศชาย:32 คน คิดเป็นร้อยละ 32
เพศหญิง:68 คน คิดเป็นร้อยละ 68
2. อายุ
18 ปี :100 คน คิดเป็นร้อยละ 100
ตอนที่2 ตารางแบบสอบถามความคิดเห็น
จากการให้นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6ปีการศึกษา 2558 จานวน 100 คน โรงเรียนบ้านดุงวิทยา
อาเภอบ้านดุง จังหวัดอุดรธานี ทาแบบสอบถามความคิดเห็น พบว่า
ความเร่งรีบทาให้เกิดการใช้ภาษาไทยไม่ถูกต้องมีผู้เห็นด้วยมากที่สุด 96คน คิดเป็นร้อยละ 96
เห็นด้วยมาก 4คน คิดเป็นร้อยละ 4เห็นด้วย 0คิดเป็นร้อยละ 0 ไม่ค่อยเห็นด้วย 0 คิดเป็นร้อยละ 0
ไม่เห็นด้วย 0คิดเป็นร้อยละ 0
ความสะดวกเป็นปัจจัยสาคัญที่ทาให้เกิดการใช้ภาษาไทยไม่ถูกต้องมีผู้เห็นด้วยมากที่สุด 92 คน
คิดเป็นร้อยละ 92เห็นด้วยมาก 7 คน คิดเป็นร้อยละ 7 เห็นด้วย 1 คน คิดเป็นร้อยละ 1 ไม่ค่อยเห็นด้วย 0
คิดเป็นร้อยละ 0ไม่เห็นด้วย 0คิดเป็นร้อยละ 0
9 ควรปลูกฝังการรักภาษาไทยให้เด็กๆ
10 ควรจัดให้มีการรณรงค์การใช้ภาษาไทยให้ถูกต้อง
วัยรุ่นส่วนใหญ่ใช้ภาษาไทยไม่ถูกต้องมากกว่าวัยอื่นมีผู้เห็นด้วยมากที่สุด 49 คน คิดเป็นร้อยละ 49
เห็นด้วยมาก 41คน คิดเป็นร้อยละ 41 เห็นด้วย 10คน คิดเป็นร้อยละ 10
ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีเป็นปัจจัยหนุนที่ทาให้เกิดการใช้ภาษาไทยไม่ถูกต้องมีผู้เห็นด้วยมากที่สุด 82
คน คิดเป็นร้อยละ 82 เห็นด้วยมาก 16 คน คิดเป็นร้อยละ 16 เห็นด้วย 0 คน คิดเป็นร้อยละ 0 ไม่ค่อยเห็นด้วย
2 คน คิดเป็นร้อยละ 2 ไม่เห็นด้วย 0 คน คิดเป็นร้อยละ 0
การใช้ภาษาไทยไม่ถูกต้องมีผลกระทบต่อประเทศมีผู้เห็นด้วยมากที่สุด 72คน คิดเป็นร้อยละ 72
เห็นด้วยมาก 25คน คิดเป็นร้อยละ 25 เห็นด้วย 3คน คิดเป็นร้อยละ 3ไม่ค่อยเห็นด้วย 0 คน คิดเป็นร้อยละ
0 ไม่เห็นด้วย 0 คน คิดเป็นร้อยละ 0
การใช้ภาษาไทยถูกต้องบนโลกออนไลน์มีความสาคัญต่อประเทศชาติมีผู้เห็นด้วยมากที่สุด 76 คน
คิดเป็นร้อยละ 76เห็นด้วยมาก 15 คน คิดเป็นร้อยละ 15 เห็นด้วย 8 คน คิดเป็นร้อยละ 8 ไม่ค่อยเห็นด้วย 1
คิดเป็นร้อยละ 1ไม่เห็นด้วย 0คิดเป็นร้อยละ 0
การใช้คาแสลงทาให้ภาษาไทยเกิดการเปลี่ยนแปลงในแง่ลบมีผู้เห็นด้วยมากที่สุด 59คน คิดเป็นร้อยละ 59
เห็นด้วยมาก 30คน คิดเป็นร้อยละ 30 เห็นด้วย 10คน คิดเป็นร้อยละ 10 ไม่ค่อยเห็นด้วย 1 คน
คิดเป็นร้อยละ 1ไม่เห็นด้วย 0คน คิดเป็นร้อยละ 0
การใช้ภาษาไทยไม่ถูกต้องบนโลกออนไลน์มีผลต่อการใช้ชีวิตประจาวันมีผู้เห็นด้วยมากที่สุด 66 คน
คิดเป็นร้อยละ 66คน เห็นด้วยมาก 31 คน คิดเป็นร้อยละ 31 เห็นด้วยมาก 2 คน คิดเป็นร้อยละ 2
ไม่ค่อยเห็นด้วย 1คน คิดเป็นร้อยละ 1ไม่เห็นด้วย 0 คน คิดเป็นร้อยละ 0
ควรปลูกฝังการรักภาษาไทยตั้งแต่วัยเด็กมีผู้เห็นด้วยมากที่สุด 34 คน คิดเป็นร้อยละ 34 เห็นด้วยมาก 53คน
คิดเป็นร้อยละ 53เห็นด้วย 13คน คิดเป็นร้อยละ 13ไม่ค่อยเห็นด้วย 0 คน คิดเป็นร้อยละ 0 ไม่เห็นด้วย 0
คน คิดเป็นร้อยละ 0 ควรจัดให้มีการรณรงค์การใช้ภาษาไทยให้ถูกต้องมีผู้เห็นด้วยมากที่ 60คน
คิดเป็นร้อยละ60 คน เห็นด้วยมาก 27 คน คิดเป็นร้อยละ 27 เห็นด้วย 11 คน คิดเป็นร้อยละ 11
ไม่ค่อยเห็นด้วย 2คน คิดเป็นร้อยละ 2ไม่เห็นด้วย 0 คน คิดเป็นร้อยละ 0
ตอนที่3 ข้อเสนอแนะ
จากการให้นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6ปีการศึกษา 2558 จานวน 100 คน โรงเรียนบ้านดุงวิทยา
อาเภอบ้านดุง จังหวัดอุดรธานี
พบว่าข้อเสนอแนะส่วนมากต้องการวัยรุ่นไทยตระหนักถึงการใช้ภาษาไทยให้ถูกต้อง
ลดการใช้คาแสลงหรือภาษาวิบัติที่กาลังระบาดมากในโลกออนไลน์
เพื่อไม่ให้ภาษาไทยเกิดการเปลี่ยนแปลงไปในทางลบ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อชีวิตประจาวัน
หรือประเทศชาติ
แนวทางการแก้ไขปัญหาการใช้ภาษาไทยไม่ถูกต้องบนโลกออนไลน์นักเรียนมีความคิดเห็นตรงกันว่าเ
ราควรปลูกฝังการรักภาษาไทยให้เด็กตั้งแต่วัยเด็ก และควรจัดให้มีการรณรงค์ลดการใช้ภาษาไทยไม่ถูกต้อง
เพื่อให้เราเห็นความสาคัญของภาษาไทยที่เป็นภาษาประจาชาติ และเกิดการใช้ภาษาไทยที่ถูกต้อง
บรรณานุกรม
นางสาวจุไรวรรณ กระจ่างจิตต์.(2557).การสารวจการใช้ภาษาวัยรุ่นในสื่อออนไลน์.(ออนไลน์).สื
บค้นเมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2559. จาก http://churaizaza.blogspot.com.
กระทรวงศึกษาธิการ.ภาษาเพื่อพัฒนาการเรียนรู้.พิมพ์ครั้งที่
2.กรุงเทพมหานคร:โรงพิมพ์สกสค.ลาดพร้าว ,2550.
กาญจนา นาคสกุล.บรรทัดฐานภาษาไทย เล่ม 1.กรุงเทพมหานคร:สถาบันภาษาไทย. กรมวิชาการ
กระทรวงศึกษาธิการ,2545.
ภาสกร เกิดอ่อน และคณะ.หลักภาษาและการใช้ภาษา ม.4 พิมพ์ครั้งที่ 3.
กรุงเทพมหานคร:อักษรเจริญทัศน์,2552
niceglass.(2554). คาที่คนไทยมักเขียนผิด และวิบัติที่นิยมใช้กัน.(ออนไลน์).สืบค้นเมื่อวันที่ 2
กุมภาพันธ์ 2559. จาก http://www.thaigaming.com/general-discussion/66211.htm
ราชบัณฑิตยสถาน. พจนานุกรมค ำาใหม่เล่ม 2 (2557).(ออนไลน์). สืบค้นเมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์
2559. จากhttp://www.royin.go.th/upload/246/FileUpload/1823_9431.pdf.
Ryo Hiroshi. ภาษาการใช้อินเทอร์เน็ตของวัยรุ่น(2554).(ออนไลน์) สืบค้นเมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์
2559. จาก http://ishiroshi.blogspot.com
ภาคผนวก
โครงร่าง
ชื่อการศึกษา การสารวจการใช้ภาษาไทยไม่ถูกต้องบนโลกออนไลน์ ในชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6
ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา2558
ผู้ศึกษา นางสาวบุษยมาศ สมลาภ เลขที่ 28
นางสาวศุภิญญาเวฬุวณารักษ์ เลขที่ 43
นางสาวอรวรรณ มีคุณ เลขที่ 48
ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6/1
โปรแกรมวิชา วิทย์-คณิต
โรงเรียนบ้านดุงวิทยา
ปีการศึกษา 2558
ความสาคัญของการสารวจ
ปัจจุบันโลกได้รับผลกระทบจากกระแสโลกาภิวัตน์
ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาทั้งด้านสังคม วัฒนธรรม เทคโนโลยี รวมไปถึงด้านการใช้ภาษา
ซึ่งมีปัจจัยหนุนนาที่สาคัญนั่น คือความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่ก้าวล้าไปอย่างรวดเร็ว
เราจึงพบการใช้ภาษาไทยแบบผิด ๆ มากมายจนเกือบจะกลายเป็นความคุ้นชิน โดยเฉพาะในกลุ่มวัยรุ่น
ยิ่งน่าเป็นห่วงมากที่สุด เป็นกลุ่มที่นิยมใช้ภาษาที่มีวิวัฒนาการทางภาษาที่เฉพาะกลุ่ม
ซึ่งเป็นภาษาที่เกือบจะไม่มีไวยากรณ์ ซึ่งปัญหาเหล่านี้มีผลกระทบมากมายต่อประเทศของเรา
ดังนั้นเราควรเร่งหาทางแก้ไขการใช้ภาษาไทยที่ไม่ถูกต้องเหล่านี้
วัตถุประสงค์ของการศึกษาสารวจ
1. เพื่อศึกษาปัจจัยที่ทาให้มีการใช้ภาษาไทยไม่ถูกต้องในโลกออนไลน์
2. เพื่อศึกษาผลกระทบของการใช้ภาษาไทยที่ไม่ถูกต้องในโลกออนไลน์
3. เพื่อหาแนวทางการแก้ไขปัญหาการใช้ภาษาไทยที่ไม่ถูกต้องบนโลกออนไลน์
ประโยชน์ที่ได้รับจากการสารวจ
1. ได้นามาแก้ไขปัญหาการใช้ภาษาที่ไม่ถูกต้องบนโลกออนไลน์
2. ได้นามาเป็นแนวทางการในการใช้ภาษาให้ถูกต้อง
สรุปข้อมูลที่ได้จากการรวบรวม
ปัจจุบันนี้ปัญหาการใช้ภาษาไทยไม่ถูกต้องรุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ
ซึ่งมีปัจจัยหนุนนาที่สาคัญนั่นคือความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่ก้าวล้าไปอย่างรวดเร็ว
เราจึงพบการใช้ภาษาไทยแบบผิด ๆ มากมายจนเกือบจะกลายเป็นความคุ้นชิน โดยเฉพาะในกลุ่มวัยรุ่น
ยิ่งน่าเป็นห่วงมากที่สุด เป็นกลุ่มที่นิยมใช้ภาษาที่มีวิวัฒนาการทางภาษาที่เฉพาะกลุ่ม
ซึ่งเป็นภาษาที่เกือบจะไม่มีไวยากรณ์ ไม่ว่าจะจากการรับส่งข้อความสั้น (SMS)
การส่งจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ (E-mail) การสนทนาออนไลน์ (MSN)
หรือแม้แต่การแสดงความคิดเห็นในโลกอินเทอร์เน็ต มีรูปแบบการสื่อสารด้วยคาที่ทันสมัย
มีความหมายเฉพาะสาหรับกลุ่มและช่วงวัย
วัยรุ่นจึงขาดความคานึงถึงความถูกต้องเหมาะสมของภาษาที่ใช้ให้เหมาะสม
มีหลายสาเหตุที่ทาให้วัยรุ่นใช้ภาษาที่ผิดๆ โดยเฉพาะเทคโนโลยีเข้ามาเกี่ยวข้องอย่างมาก
ทาให้มีความสะดวกในการใช้ชีวิตประจาวัน รวมทั้งการสื่อสาร
วัยรุ่นในประเทศไทยยุคใหม่บางกลุ่มได้สร้างค่านิยมที่ผิดๆ มาใช้คือ การใช้ภาษาไทยที่ผิดจากคาเดิม
จึงทาให้ภาษาไทยของเราเปลี่ยนแปลงไป เยาวชนยุคหลังๆ จึงใช้ภาษาไทยไม่ถูกต้อง
ปฏิทินการปฏิบัติกิจกรรม
ชื่อการศึกษา การศึกษาการใช้ภาษาไทยไม่ถูกต้องในโลกออนไลน์ ภาคการเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2558
สัปดาห์ที่ เดือน รายละเอียดกิจกรรม ผู้รับผิดชอบ
1 พ.ย.58 เขียนโครงร่างรายงาน คณะผู้จัดทา
2 ธ.ค.58 สรุปความรู้ที่ได้จากการศึกษาของภาคเรียนที่ 1 คณะผู้จัดทา
3 ม.ค.59 จัดทาแบบสอบถาม คณะผู้จัดทา
4 ม.ค.59 กาหนดกลุ่มตัวอย่างที่จะเก็บข้อมูล
(นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6จานวน 100คน
โรงเรียนบ้านดุงวิทยา อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี)
คณะผู้จัดทา
5 ม.ค.59 กาหนดสถิติต่างๆ เกณฑ์คะแนน ช่วงคะแนน
และการแปลผลคะแนน
คณะผู้จัดทา
6 ก.พ.59 สรุปวิเคราะห์ สังเคราะห์ข้อมูลที่ได้ คณะผู้จัดทา
สรุปผลที่ได้เขียนรายงาน
7 ก.พ.59 นาเสนอผลงานรูปแบบต่างๆ
(เช่นโปรแกรมนาเสนอ วิดีโอ
สื่ออิเล็กทรอนิคส์ อินเทอร์เน็ต เป็นต้น )
คณะผู้จัดทา
สรุปค่าร้อยละจากข้อมูลแบบสอบถาม
ตอนที่1 ข้อมูลทั่วไปของผู้ตอบแบบสอบถาม
1.เพศ
ชาย :คิดเป็นร้อยละ 32
หญิง : คิดเป็นร้อยละ 68
2.อายุ
18 ปี คิดเป็นร้อยละ 100
3.ระดับชั้น
มัธยมศึกษาปีที่ 6 คิดเป็นร้อยละ 100
ลาดับ
ที่
รายการประเมิน ระดับความคิดเห็น สรุปผลการตอบแบบสอบ
ถาม5 4 3 2 1
1 การใช้ภาษาไทยไม่ถูกต้องบนโลกออนไลน์มี
ผลต่อการใช้ชีวิตประจาวัน
96% 4% 0% 0% 0% 4.96 ส่วนมากเห็นด้วยมากที่สุด
2 ความสะดวกเป็นปัจจัยสาคัญที่ทาให้เกิดการใ
ช้ภาษาไทยไม่ถูกต้อง
92% 7% 1% 0% 0% 4.91 ส่วนมากเห็นด้วยมากที่สุด
3 วัยรุ่นส่วนใหญ่ใช้ภาษาไทยไม่ถูกต้อง 49% 41% 10% 0% 0% 4.39 ส่วนมากเห็นด้วยมากที่สุด
4 การใช้ภาษาถูกต้องบนโลกออนไลน์มีความ
สาคัญต่อประเทศชาติ
82% 16% 0% 2% 0% 4.78 ส่วนมากเห็นด้วยมากที่สุด
5 การใช้ภาษาไทยไม่ถูกต้องมีผลกระทบต่อปร
ะเทศ
72% 25% 3% 0% 0% 4.69 ส่วนมากเห็นด้วยมากที่สุด
6 การใช้คาแสลงทาให้ภาษาไทยเกิดการเปลี่ยน
แปลงในแง่ลบ
76% 15% 8% 1% 0% 4.66 ส่วนมากเห็นด้วยมากที่สุด
ตอนที่2 ตารางแบบสอบถามความคิดเห็น
7 ความเร่งรีบทาให้เกิดการใช้ภาษาไทยไม่ถูกต้
อง
59% 30% 10% 1% 0%
4.47
ส่วนมากเห็นด้วยมากที่สุด
8 ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีเป็นปัจจัยหนุน
ที่ทาให้เกิดการใช้ภาษาไทยไม่ถูกต้อง
66% 31% 2% 1% 0% 4.62 ส่วนมากเห็นด้วยมากที่สุด
9 ควรปลูกฝังการรักภาษาไทยให้เด็กๆ 34% 53% 13% 0% 0% 4.21 ส่วนมากเห็นด้วยมาก
10 ควรจัดให้มีการรณรงค์การใช้ภาษาไทยให้ถูก
ต้อง
60% 27% 11% 2% 0% 4.45 ส่วนมากเห็นด้วยมากที่สุด

การสำรวจการใช้ภาษาไทยไม่ถูกต้องบนโลกออนไลน์ ในชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ภาคเรียนที่ 2

  • 1.
    โครงร่าง ชื่อการศึกษา การสารวจการใช้ภาษาไทยไม่ถูกต้องบนโลกออนไลน์ ในชั้นมัธยมศึกษาปีที่6 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2558 ผู้ศึกษา นางสาวบุษยมาศ สมลาภ เลขที่ 28 นางสาวศุภิญญาเวฬุวณารักษ์ เลขที่ 43 นางสาวอรวรรณ มีคุณ เลขที่ 48 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6/1 เสนอ คุณครูเอกนรินทร์ แก้วอุ่นเรือน โรงเรียนบ้านดุงวิทยา ตาบลศรีสุทโธ อาเภอบ้านดุง จังหวัดอุดรธานี เขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต 20
  • 2.
    กิตติกรรมประกาศ การศึกษาครั้งนี้ได้สาเร็จลุล่วงไปด้วยดีด้วยความมกรุณาจาก นายชัยนาท พรมมาลุน ผู้อานวยการโรงเรียนบ้านดุงวิทยาจังหวัดอุดรธานี นายสมชาย แสงมนตรี รองฝ่ายงบประมาณ นายพินิจ สมบัติกา รองฝ่ายวิชาการ นายจตุพจน์ มะลิงาม รองฝ่ายปกครอง นายสาเนียง พิลาโสภา รองฝ่ายบริหารงานทั่วไป นายเอกนรินทร์ แก้วอุ่นเรือน คุณครูผู้สอนประจารายวิชา และผู้ปกครองของคณะผู้จัดทาทุกคน ที่อบรมสั่งสอนทุกท่านที่ให้ความรู้และให้คาปรึกษา ซึ่งได้ให้คาแนะนาชี้แนะและตรวจแก้บกพร่องต่างๆด้วยความเอาใจใส่ปลูกฝั่งให้คณะผู้ศึกษารักการทางาน สนับสนุนให้กาลังใจและเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับคณะผู้ศึกษามาโดยตลอด คณะผู้ศึกษาขอขอบพระคุณไว้ ณ โอกาสนี้ด้วย ทั้งนี้คณะผู้ศึกษารู้สึกซาบซึ้งและประทับใจในความกรุณาของท่านคณาจารย์ทุกท่านที่ประสิทธิปร ะสาทความรู้ในวิชาการศึกษาค้นคว้าและสร้างองค์ความรู้ จนทาให้การศึกษาสาเร็จลุล่วง คณะผู้ศึกษาขอขอบพระคุณเป็นอย่างสูงไว้ ณ โอกาสนี้ด้วย คณะผู้จัดทา
  • 3.
  • 4.
    สรุปผลการศึกษา สื่อสังคมออนไลน์ หมายถึง สื่อดิจิทัลที่เป็นเครื่องมือในการปฏิบัติการทางสังคม(Social Tool) เพื่อใช้สื่อสารระหว่างกันในเครือข่ายทางสังคม (Social Network)ผ่านทางเว็บไซต์และโปรแกรมประยุกต์บนสื่อใดๆ ที่มีการเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ต โดยเน้นให้ผู้ใช้ทั้งที่เป็นผู้ส่งสารและผู้รับสารมีส่วนร่วม (Collaborative) อย่างสร้างสรรค์ ในการผลิตเนื้อหาขึ้นเอง (User-GenerateContent: UGC) ในรูปของข้อมูล ภาพ และเสียง Socialnetwork คือการที่คนเราสามารถทาความรู้จักหรือแลกเปลี่ยนข้อมูล เชื่อมโยงกันใน ทิศทางใดทิศทางหนึ่ง เว็บไซต์ที่เรียกว่าเป็น เว็บ Social Network ก็คือเว็บไซต์ที่เชื่อมโยงผู้คนไว้ด้วยกัน ซึ่งทาให้เกิดเครือข่ายสังสังคมที่ทาการแลกเปลี่ยนข้อมูลกันบนโลกอินเตอร์เน็ท Facebook เป็นsocial network ที่ได้รับความนิยมอีกแห่งหนึ่งในโลก คือ บริการบนอินเทอร์เน็ตบริการหนึ่ง ที่จะทาให้ผู้ใช้สามารถติดต่อสื่อสารและร่วมทากิจกรรมใดกิจกรรมหนึ่งหรือหลายๆ กิจกรรมกับผู้ใช้
  • 5.
    Facebook คนอื่นๆได้ ไม่ว่าจะเป็นการตั้งประเด็นถามตอบในเรื่องที่สนใจ โพสต์รูปภาพโพสต์คลิปวิดีโอ เขียนบทความหรือบ ล็อก แชทคุยกันแบบสดๆ เล่นเกมส์แบบเป็นกลุ่ม (เป็นที่นิยมกันอย่างมาก) และยังสามารถทากิจกรรมอื่นๆ ผ่านแอพลิเคชั่นเสริม (Applications) ที่มีอยู่อย่างมากมาย ซึ่งแอพลิเคชั่นดังกล่าวได้ถูกพัฒนาเข้ามาเพิ่ม เติมอยู่เรื่อยๆ LINE เป็นแอปพลิเคชันให้บริการ Messaging รวมกับ Voice Over IP ทาให้ผู้ใช้สามารถสร้างกลุ่มแชต ส่งข้อความ ภาพ คลิปวิดีโอ หรือจะพูดคุยโทรศัพท์แบบเสียงก็ได้ โดยข้อมูลที่ถูกส่งขึ้นไปนั้นฟรีทั้งหมด ตอนนี้ LINE ใช้ได้ในระบบปฏิบัติการ iOS, Android, Windows Phone, PC และ BlackBerry ฟีเจอร์ของ LINE ประกอบด้วย การส่งข้อความ, การสนทนาด้วยเสียง, การเปลี่ยนพื้นหลังแบ็กกราวนด์หน้าห้องแชต, การสนทนาแบบกลุ่ม, Official LINE และการส่งสติ๊กเกอร์ การเชื่อมต่อ LINE ของผู้ใช้เข้าหากัน มี 4 วิธี 1. เพิ่มคอนแท็กต์จากรายชื่อในสมุดโทรศัพท์ ซึ่งตรงนี้เป็นข้อดีของ WhatsApp ที่ทาให้ผู้ใช้งานสะดวก 2. การสแกน QR Code 3. Shake it เอาโทรศัพท์มือถือ 2 เครื่องที่อยู่ใกล้กันมาเขย่าคล้ายการจับมือให้รู้จักกัน 4. การเสิร์ชหาจาก IDคล้ายการใส่รหัสของ BlackBerry ต่อมา LINE ถูกพัฒนาไปไกลกว่าการเป็นแค่แอปพลิเคชัน เพราะ LINE ได้เพิ่มฟีเจอร์ Home และ Timeline เข้ามาจนกลายเป็น Social Media อย่างหนึ่ง โพสต์ข้อความบ่งบอกสเตตัส, รูปภาพ, คลิปวิดีโอ และพิกัด โดยมีจุดเด่นที่การแสดงอารมณ์ด้วยสติกเกอร์ซึ่งเป็นจุดแข็งของ LINE ซึ่งจุดนี้น่าจะเป็นไม้เด็ดที่ทาให้ LINE ถูกต่อยอดไปอีกมากและเบียด Social Media หลักอย่างเฟซบุ๊กเลยทีเดียว ระบบหลังบ้านอีกอย่างที่มีขึ้นมาแล้วบ่งบอกทิศทางอนาคตของ LINE นั่นคือ LINE Coin Twitter เป็นบริการส่งข้อความเป็นประโยคสั้นๆที่คุณส่งไปนั้นจะเป็นการบอกว่า คุณกาลังทาอะไรอยู่? ในตอนนั้น เพื่อเป็นบันทึก ณ. ช่วงเวลานั้นว่าคุณทาอะไรอยู่ ลงไปในเว็บไซต์ของ Twitter เช่น "กาลังจะกินข้าว" "กาลังจะออกจากบ้าน" เป็นต้น และเมื่อคุณส่งประโยคสั้นๆ ไปเรื่อยๆ ในช่วงเวลาที่คุณมีเวลา และสามารถทาได้ เมื่อกลับมาอ่านมัน ข้อความทั้งหมด มันจะก็จะสามารถประติดประต่อ บอกเรื่องราวว่าคุณทาอะไรไปบ้างช่วงวันหนึ่งๆ ซึ่งจะสะดวกกว่าการ
  • 6.
    มานั่งหลังคดหลังแข็งมานั่งเขียนบล็อก ทั้งวัน นี้แหละที่Twitter เลยเข้ามาทดแทนและช่วยให้คนไม่ชอบเขียน บล็อก หันมาใช้บริการพวกนี้เยอะมากขึ้น แต่สิ่งหนึ่งที่มาช่วยให้ Twitter มีประโยชน์ และสนุกมากขึ้น ก็คือ คุณสามารถติดตาม (Follow) คนอื่นๆ ที่เค้าเขียนข้อความลงไปใน Twitter ของเค้าได้ ว่าเค้าคนนั้นกาลังทาอะไรอยู่ โดยเมื่อคุณ ติดตาม (Follow) เค้าแล้ว เมื่อคนนั้นเค้าทาอะไรและพิมพ์อะไรลงไปใน Twitter คุณก็ได้รับข้อความเหล่านั้นด้วยไปพร้อมๆ กัน และก็สามารถติดตามได้ทีละหลายๆ คน ซึ่งก็จะทาให้คุณทราบว่าเค้าเหล่านั้นกาลังทาอะไรอยู่ในขณะนั้นทันที จะเห็นว่า Twitter ก็เริ่มกลายเป็นเครื่องมือในการกระจายข้อมูล (Broadcast) ของคนๆ หนึ่ง ไปยังคนหลายๆ คนได้ง่ายๆ ผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต และที่สาคัญคือ คุณสามารถส่งข้อความเข้า Twitter ผ่านโทรศัพท์มือถือได้ง่ายๆ ผ่าน SMS หรือ WAP โดยเข้าไปที่ http://m.twitter.com ดังนั้นไม่ว่าคุณอยู่ไหนก็ตาม ที่คุณมีโทรศัพท์มือถือ คุณก็สามารถส่งข้อความเข้า Twitter ได้ง่ายๆ Instagram (อินสตาแกรม) คือ แอพพลิเคชั่นถ่ายภาพและแต่งภาพบนสมาร์ทโฟน ที่มาพร้อมกับลูกเล่นการแต่งเติมสีสันให้กับรูปภาพด้วย Filters (ฟิลเตอร์) ต่าง ๆ ที่ให้เราสามารถเลือกปรับภาพได้หลากหลายและสวยงาม แนวอาร์ต ๆได้ตามใจชอบทั้งในเรื่องของ สี แสง เรียกได้ว่าสามารถปรับอารมณ์ของรูปภาพได้ตามต้องการ และสามารถแชร์รูปภาพสวย ๆอวดเพื่อน ๆ ที่อยู่ในสังคมออนไลน์อื่น ๆ เช่นTwitter, Facebook, Tumblr และ Foursquare เป็นต้น และในตัว Instagram เองก็เป็นสังคมออนไลน์การแบ่งปันภาพถ่าย (Social Photo Sharing) เพราะ Instagram มีระบบ Followers และ Following ให้ผู้ใช้งานสามารถเลือกติดตามชมรูปภาพ ความเคลื่อนไหวการใช้งานของเพื่อน ๆ ที่ใช้งานแอพพลิเคชั่นหากถูกใจ ชอบรูปภาพไหน สามารถกด Like รวมไปถึง Comment รูปภาพนั้นได้ E-mail คือ จดหมาย ที่ใช้รับส่งกันโดยผ่านเครือข่ายคอมพิวเตอร์ บางแห่งใช้เฉพาะภายใน บางแห่งใช้เฉพาะภายนอกองค์กร (สาหรับเครือข่ายคอมพิวเตอร์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกคือ internet) การใช้งานก็เหมือนกับเราพิมพ์ข้อความในโปรแกรม word จากนั้นก็คลิกคาสั่ง เพื่อส่งออกไป โดยจะมีชื่อของผู้รับ ซึ่งเราเรียกว่า Email Address เป็นหลักในการรับส่ง รูปแบบชื่อ EmailAddress จะเป็น yourname@sanook.com 1. yourname คือ ชื่อที่เราสามารถตั้งเป็นชื่ออะไรก็ได้ (แต่ต้องไม่ซ้ากับของคนอื่น) 2. เครื่องหมาย @ สาหรับกั้นระหว่าง ชื่อกับ ชื่อเว็บไซต์ หรือ domain name 3. sanook.com คือ ชื่อเว็บไซต์ หรือ domain name
  • 7.
    Gmail คือ บริการฟรีอีเมลที่ทางานบนระบบSearch Engine ซึ่งมีหน้าตาไม่แตกต่างจากรูปแบบของ Google เท่าไหร่คือไม่มีลูกเล่น ดูเรียบง่ายแต่เน้นที่ความรวดเร็วในการเข้าถึงเป็นหลัก Gmail มีระบบการจัดเก็บที่ดี มีระบบค้นหาตามหัวเรื่องจดหมาย ส่งเมล POP 3 ได้ มีระบบการป้องกันไวรัสที่ดีมาก มีระบบป้องกันspam ไว ใช้ง่ายส่งไฟล์ประกอบง่าย อุปกรณ์เครื่องมือทางสื่อสังคมออนไลน์ คอมพิวเตอร์ คือ เครื่องคานวณ อิเล็กทรอนิกส์ที่สามารถทางานคานวณผลและเปรียบเทียบค่าตามชุดคาสั่งด้วยความเร็วสูงอย่างต่อเนื่องและ อัตโนมัติ พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2525 ได้ให้คาจากัดความของคอมพิวเตอร์ไว้ค่อนข้างกะทัดรัดว่า เครื่องอิเล็กทรอนิกส์แบบอัตโนมัติ ทาหน้าที่เสมือนสมองกล ใช้สาหรับแก้ปัญหาต่างๆ ทั้งที่ง่ายและซับซ้อน โดยวิธีทางคณิตศาสตร์ หรืออาจกล่าวได้ว่า เครื่องคอมพิวเตอร์หมายถึงเครื่องมือที่ช่วยในการคานวณและการประมวลผลข้อมูล สมาร์ทโฟน(SmartPhone) คือโทรศัพท์มือถือที่นอกเหนือจากใช้โทรออก- รับสายแล้วยังมีแอพพลิเคชั่นให้ใช้งานมากมาย สามารถรองรับการใช้งานอินเทอร์เน็ตผ่าน3G, Wi- Fiและสามารถใช้งานโซเชียลเน็ตเวิร์คและแอพพลิเคชั่นสนทนาชั้นนา เช่นLINE, Youtube, Facebook, Twitterฯลฯ โดยที่ผู้ใช้สามารถปรับแต่งลูกเล่นการใช้งานสมาร์ทโฟนให้ตรงกับความต้องการได้มากกว่ามือถือธรรมดา ผู้ผลิตสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ๆนิยมผลิตสมาร์ทโฟนที่มีหน้าจอระบบสัมผัส,ใส่กล้องถ่ายรูปที่มีความละเอียดสู ง,ออกแบบดีไซน์ให้สวยงามทันสมัย,มีแอพพลิเคชั่นและลูกเล่นที่น่าสนใจ แท็บเล็ต (Tablet) คือ อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ที่มีหน้าจอระบบสัมผัสขนาดใหญ่ มีขนาดหน้าจอตั้งแต่7นิ้วขึ้นไปพกพาได้สะดวกสามารถใช้งานหน้าจอผ่านการสัมผัสผ่านปลายนิ้วได้โดย ตรง มีแอพพลิเคชั่นมากมายให้เลือกใช้ ไม่ว่าจะรับ- ส่งอีเมล์,เล่นอินเทอร์เน็ต,ดูหนัง,ฟังเพลง,เล่นเกมหรือแม้กระทั่งใช้ทางานเอกสารออฟฟิต ข้อดีของแท็บเล็ตคือมีหน้าจอที่กว้าง ทาให้มีพื้นที่การใช้งานเยอะ มีน้าหนักเบาพกพาได้สะดวกกว่าโน๊ตบุ๊คหรือคอมพิวเตอร์สามารถจดบันทึกหรือใช้เป็นอุปกรณ์เพื่อการศึก ษาได้เป็นอย่างดี
  • 8.
    อุปกรณ์เครือข่าย เซิร์ฟเวอร์ (Server)หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า เครื่องแม่ข่ายเป็นเครื่องคอมพิวเตอร์หลักในเครือข่าย ที่ทาหน้าที่จัดเก็บและให้บริการไฟล์ข้อมูลและทรัพยากรอื่นๆกับคอมพิวเตอร์เครื่องอื่นๆในเครือข่ายโดยป กติคอมพิวเตอร์ที่นามาใช้เป็นเซิร์ฟเวอร์มักจะเป็นเครื่องที่มีสมรรถนะสูงและมีฮาร์ดดิสก์ความจาสูงกว่าคอ มพิวเตอร์เครื่องอื่นๆในเครือข่าย ไคลเอนต์(Client)หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า เครื่องลูกข่าย เป็นคอมพิวเตอร์ในเครือข่ายที่ร้องขอ บริการและเข้าถึงไฟล์ข้อมูลที่จัดเก็บในเซิร์ฟเวอร์ หรือพูดง่าย ๆ ก็คือ ไคลเอนต์ เป็นคอมพิวเตอร์ ของผู้ใช้แต่ละคนในระบบเครือข่าย ฮับ(HUB)หรือ เรียกรีพีตเตอร์(Repeater)คืออุปกรณ์ที่ใช้เชื่อมต่อกลุ่มคอมพิวเตอร์ ฮับ มีหน้าที่รับส่งเฟรมข้อมูลทุกเฟรมที่ได้รับจากพอร์ตใดพอร์ตหนึ่ง ไปยังพอร์ตที่เหลือ คอมพิวเตอร์ที่เชื่อมต่อเข้ากับฮับจะแชร์แบนด์วิธหรืออัตราข้อมูลของเครือข่ายเพราะฉะนั้นถ้ามีคอมพิวเตอร์ เชื่อมต่อมากจะทาให้อัตราการส่งข้อมูลลดลง เนทเวิร์ค สวิตช์ (Switch)คืออุปกรณ์เครือข่ายที่ทาหน้าที่ในเลเยอร์ที่ 2 และทาหน้าที่ส่งข้อมูลที่ได้รับมาจากพอร์ตหนึ่งไปยังพอร์ตเฉพาะที่เป็นปลายทางเท่านั้น และทาให้คอมพิวเตอร์ที่เชื่อมต่อกับพอร์ตที่เหลือส่งข้อมูลถึงกันในเวลาเดียวกัน ดังนั้น อัตราการรับส่งข้อมูลหรือแบนด์วิธจึงไม่ขึ้นอยู่กับคอมพิวเตอร์ ปัจจุบันนิยมเชื่อมต่อแบบนี้มากกว่าฮับเพราะลดปัญหาการชนกันของข้อมูล เราต์เตอร์(Router)เป็นอุปรณ์ที่ทาหน้าที่ในเลเยอร์ที่ 3 เราท์เตอร์จะอ่านที่อยู่ (Address)ของสถานีปลายทางที่ส่วนหัว (Header)ข้อแพ็กเก็ตข้อมูล เพื่อที่จะกาหนดและส่งแพ็กเก็ตต่อไป เราท์เตอร์จะมีตัวจัดเส้นทางในแพ็กเก็ต เรียกว่า เราติ้งเทเบิ้ล (Routing Table)หรือตารางจัดเส้นทางนอกจากนี้ยังส่งข้อมูลไปยังเครือข่ายที่ให้ โพรโทคอลต่างกันได้ เช่นIP (Internet Protocol) IPX (Internet Package Exchange)และAppleTalkนอกจากนี้ยังเชื่อมต่อกับเครือข่ายอื่นได้ เช่น เครือข่ายอินเทอร์เน็ต บริดจ์(Bridge)เป็นอุปกรณ์ที่มักจะใช้ในการเชื่อมต่อวงแลน (LAN Segments)เข้าด้วยกัน ทาให้สามารถขยายขอบเขตของLANออกไปได้เรื่อยๆโดยที่ประสิทธิภาพรวมของระบบไม่ลดลงมากนัก เนื่องจากการติดต่อของเครื่องที่อยู่ในเซกเมนต์เดียวกันจะไม่ถูกส่งผ่านไปรบกวนการจราจรของเซกเมนต์อื่ น และเนื่องจากบริดจ์เป็นอุปกรณ์ที่ทางานอยู่ในระดับData Link Layerจึงทาให้สามารถใช้ในการเชื่อมต่อเครือข่ายที่แตกต่างกันในระดับPhysicalและData Linkได้ เช่น ระหว่างEternetกับToken Ringเป็นต้น บริดจ์ มักจะถูกใช้ในการเชื่อมเครือข่ายย่อยๆ ในองค์กรเข้าด้วยกันเป็นเครือข่ายใหญ่
  • 9.
    เพียงเครือข่ายเดียวเพื่อให้เครือข่ายย่อยๆเหล่านั้นสามารถติดต่อกับเครือข่ายย่อยอื่นๆได้ เกตเวย์(Gateway)เป็นอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ที่เชื่อมต่อเครือข่ายต่างประเภทเข้าด้วยกัน เช่น การใช้เกตเวย์ในการเชื่อมต่อเครือข่าย ที่เป็นคอมพิวเตอร์ประเภทพีซี (PC)เข้ากับคอมพิวเตอร์ประเภทแมคอินทอช(MAC) เป็นต้น ภาษา หมายถึง กริยาอาการที่แสดงออกมาแล้วสามารถทาความเข้าใจกันได้ ไม่ว่าจะเป็นระหว่างมนุษย์กับมนุษย์ มนุษย์กับสัตว์ หรือสัตว์กับสัตว์ ส่วนภาษาในความหมายอย่างแคบนั้น หมายถึง เสียงพูดที่มนุษย์ใช้สื่อสารกันเท่านั้น การใช้ภาษา หมายถึง การติดต่อสื่อความหมายในสังคมให้เป็นที่เข้าใจกันด้วยการฟังผู้อื่นพูดบ้างผู้อื่นฟังบ้างอ่านสิ่งที่ผู้เขียนและเ ขียนบางสิ่งบางอย่างให้ผู้อื่นอ่านบ้าง วัยรุ่น หมายถึง วัยที่มีการเปลี่ยนแปลงเข้าสู่วุฒิภาวะทั้งร่างกาย จิตใจ อารมณ์ และสังคม ภาษาของวัยรุ่นในปัจจุบัน หมายถึง คาสแลงหรือคาคะนองที่ใช้ในปัจจุบัน คาสแลง หมายถึง “คาคะนอง” และกล่าวว่า คาสแลงเป็นภาษาปาก เป็นภาษาไม่เป็น แบบแผน แต่ไม่ใช่คาต่า หรือ คาหยาบ เป็นคาพิเศษเฉพาะกลุ่มที่สร้างขึ้นเพื่อให้มีคาแปลกๆ สร้างความสนุกสนาน ระดับคามีการเปลี่ยนแปลงตามกาลสมัย คาและคาสแลง คา อาจเปรียบได้กับสิ่งมีชีวิตทั้งหลาย คือมีเกิด ดารงอยู่แล้วก็ตายไป คาจานวนไม่น้อยที่เคยใช้กันมาแต่โบราณ ปัจจุบันได้สูญไปจากภาษา มีคาใหม่เกิดขึ้น คาใหม่ที่เกิดขึ้นนี้บางคา เพียงแต่ใช้พูดกันเฉพาะกลุ่ม เฉพาะโอกาส และอาจเสื่อมความนิยมไป มีผู้เรียกคา เช่นนี้ว่า คาคะนอง บางคาใช้เรียกสิ่งใหม่ที่เกิดขึ้นในสังคม สิ่งใหม่เหล่านี้อาจเป็นวัตถุสิ่งของ ความคิด กิจกรรมหรือเหตุการณ์ต่างๆ คา เช่นนี้เกิดขึ้นด้วยความจาเป็น และติดอยู่ในภาษามักไม่เสื่อมความนิยม (กระทรวงศึกษาธิการ,๒๕๕๐) บุญ ยงค์เกศเทศ กล่าวว่า คาสแลงเกิดขึ้น ชั่วครั้งชั่วคราว เป็นภาษาพูด ที่นิยมกันใน บางหมู่คณะ บางกรณีก็ต้องพูด เพื่อให้ออกรส จึงพยายามสร้างรูปภาษาให้แปลกออกไป คาสแลง มักไม่ติดอยู่ในภาษานานนัก เมื่อคาหนึ่งหาย ตายไปก็มักนิยมคาใหม่ขึ้นแทน คาสแลงนั้น มีใช้กัน มาทุก ยุค ทุก สมัย เช่นมันส์เติ้ลหย่อย สะเหล่อ ยากส์ซ่าส์ฟฟู่ สมโรจน์สวัสดิกุล ณ อยธุยา เรียกคาสแลงว่า “คาคะนอง” และกล่าวว่า คาสแลงเป็น ภาษาปาก เป็นภาษาไม่เป็นแบบแผน แต่ไม่ใช่คาต่า หรือ คาหยาม เป็นคาพิเศษเฉพาะกลุ่มที่ สร้างขึ้นเพื่อให้มีคาแปลกๆสร้างความสนุกสนาน ระดับคามีการเปลี่ยนแปลงตามกาลสมัย
  • 10.
    ความสาคัญของภาษา 1.ภาษาแสดงให้เห็นถึงอารยธรรมที่เจริญรุ่งเรืองของประเทศ ประเทศไทยมีภาษาเป็นของตัวเองมานานกว่า 700ปี นับตั้งแต่พ่อขุนรามคาแหงมหาราชทรงประดิษฐ์อักษรไทยขึ้นเมื่อปีพุทธศักราช 1826 ในภูมิภาคนี้เหลืออยู่เพียงประเทศเดียวคือประเทศไทยมีทั้งภาษาสาเนียง และอักขระเป็นของตนเอง นอกนั้นถูกกลืนหมด น่าจะภูมิใจ และพยายามรักษาภาษาไทยกันให้มาก 2.ภาษาทั้งหลายเป็นเครื่องหมายของมนุษย์ชนิดหนึ่ง คือ เป็นทางสาหรับแสดงความคิดเห็นอย่างหนึ่งเป็นสิ่งที่สวยงามอย่างหนึ่ง เช่น ในทางวรรณคดี เป็นต้น ฉะนั้นจึงต้องรักษาให้ดี ประเทศไทยมีภาษาของเราเอง ซึ่งต้องหวงแหน 3.ภาษาเป็นวัฒนธรรมที่สาคัญที่สุดของชาติ เพราะภาษาเป็นสื่อให้ติดต่อกัน อีกทั้งยังเป็นศูนย์กลางยึดคนทั้งชาติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 พระองค์ทรงดารัสว่าภาษาเป็นเครื่องผูกพันมนุษย์ต่อมนุษย์แน่นแฟ้นยิ่งกว่าสิ่งอื่น และไม่มีสิ่งใดที่จะทาให้คนรู้สึกเป็นพวกเดียวกันหรือแน่นอนยิ่งไปกว่าพูดภาษาเดียวกัน 4. ภาษานอกจากจะเป็นเครื่องมือในการสื่อสารแล้ว ยังเป็นสิ่งบ่งบอกถึง “ความเป็นชาติเดียวกัน” ของคนในสังคม เช่นเดียวกับคนไทยเราแม้จะต่างเผ่าพันธุ์ ต่างชาติ ต่างภาษาถิ่น หรือต่างศาสนา แต่เมื่อใดก็ตามที่เราต่างพูด “ภาษาไทย” เราย่อมรู้สึกได้ทันทีถึงความเป็นพวกเดียวกัน ความเป็นชาติเดียวกัน 5. สาเนียงบอกภาษา กริยาส่อสกุล ภาษายังใช้แสดงรากเหง้าสติปัญญาและความคิดของบุคคลได้ ดังที่มีการเปรียบเทียบการพูดของแต่ละกลุ่มอาชีพไว้ว่า แม่ค้าปากตลาด ทนายจอมหลักการ ครูชอบอธิบายยาว หมอพูดเทคนิคห้วน ๆ ทหารใช้คาสั้น คนมีเสน่ห์จะปากหวาน เซลแมนจะพูดหว่านล้อม และผู้ประกาศหรือโฆษกต้องพูดและอ่านได้ถูกต้องอักขระควบกล้าชัด สภาพการใช้ภาษาไทยในการสื่อสารในปัจจุบัน
  • 11.
    ศาสตราจารย์คุณหญิงกุหลาบ มัลลิกะมาสกล่าวถึงสภาพการใช้ภาษาไทยในการสื่อสารในปัจจุบัน ดังนี้ 1.มีคาบัญญัติเพื่อมีใช้ให้เพียงพอกับความเป็นจริงของชีวิตและวัฒนธรรมด้านการศึกษาต่างๆ คาทั้งหลายที่เกิดขึ้นเป็นภาษาทางวิชาการศึกษา วิชาการแพทย์วิชาคหกรรม วิชาวิศวกรรม เป็นต้น วิชาการเหล่านี้มีความจาเป็นจะต้องสร้างคาขึ้น แม้แต่ภาษาพูดของชาวบ้าน ที่มีเครื่องใช้ มีสิ่งของมีวัตถุเป็นเครื่องมือเครื่องใช้มากขึ้น ก็จาเป็นจะต้องมีคามากขึ้น เพราะฉะนั้นจึงมีการเร่งสร้างคาใหม่ในภาษาไทยเป็นอันมาก และมีวิธีการสื่อสาร เรียบเรียงถ้อยคาที่แตกต่างกันออกไปมากขึ้น 2. คาที่เกิดใหม่ในภาษาที่มากที่สุดในภาษาไทย เป็นภาษาต่างชาติ ในอดีตมีการรับภาษาเขมร มอญ จีน และอื่น ๆมาใช้ในภาษาไทย ต่อมาประเภทไทยติดต่อกับยุโรปและอเมริกา คาเหล่านี้จึงเข้ามามีอิทธิพลต่อภาษาไทย โดยเฉพาะคาในภาษาอังกฤษ เช่นรถเมล์ คอนโดมิเนียม เป็นต้น 3. การใช้คาซึ่งมีความหมายเดิมอย่างหนึ่งให้มีความหมายใหม่อีกอย่างหนึ่ง ในปัจจุบันการใช้คาทาให้ความหมายเปลี่ยนไป เช่น คาว่า “อุ้ม” หมายถึง อุ้มเด็ก อุ้มทารก ปัจจุบันยังหมายถึง “อุ้มไปฆ่า” คาว่า “คลื่นใต้น้า”ต่อท่อน้าเลี้ยง “ “เกียร์ว่าง” คาเหล่านี้มีความหมายเปลี่ยนไปจากความหมายเดิม 4. ภาษาเฉพาะกลุ่ม เช่น ภาษาของวัยรุ่น เช่นคาว่า “แอ๊บแบ๊ว” “ว้าว” เป็นต้น หรือ ภาษากีฬา เช่น “มีการดวลแข้งกันในระหว่างผีกับปีศาจแดง” เป็นต้น สาเหตุของปัญหาการใช้ภาษาไทยในการสื่อสารในปัจจุบัน พระธรรมกิตติวงศ์ กล่าวสรุปสาเหตุของปัญหาการใช้ภาษาไทยในการสื่อสารในปัจจุบัน มีสาเหตุมาจาก 3 ประเด็นใหญ่ๆ ดังนี้ ประเด็นที่ 1เกิดจากความไม่ระมัดระวังในการใช้ภาษา เป็นการใช้ภาษาที่ไม่รอบคอบไม่ถ้วนถี่ คือใช้ตามความรู้สึกนึกคิดของตนเอง โดยไม่คานึงถึงความถูกต้อง ถูกความหมายและหลักไวยากรณ์
  • 12.
    ประเด็นที่ 2ไม่พิถีพิถันในการใช้ภาษา กล่าวคือใช้อย่างไรก็ได้ ขาดตกบกพร่องอย่างไรก็ได้ ไม่ถูกไวยากรณ์ก็ยอมรับกันได้ขอให้ฟังรู้เรื่อง จึงทาให้ไม่มีการแก้ไขให้ถูกต้อง ประเด็นที่ 3เคร่งครัดในการใช้ภาษามากเกินไป จึงมีกฎเกณฑ์ มีหลัก มีโครงสร้างมาก ทาให้การพูดมักจะผิดไปจากข้อกาหนดจากหลักไวยากรณ์ จึงก่อให้เกิดการใช้ภาษาที่ผิดหลักเป็นต้น ศาสตราจารย์ ดร. กาญจนา นาคสกุล กล่าวถึงสภาพปัญหาการใช้ภาษาไทยในปัจจุบันดังนี้ 1. การใช้ภาษาไทยไม่ถูกต้อง ภาษาไทยเป็นภาษาที่มีระดับ มีทาเนียบต่าง ๆมีภาษาวิชาการ ภาษาทางการ ภาษาราชาศัพท์ ภาษาวรรณคดี ภาษาสื่อสารมวลชน ภาษาปาก ภาษาตลกคะนอง เป็นต้น ปัจจุบันมีการใช้ภาษาเหล่านี้ไม่ถูกต้อง ซึ่งเกิดจากการที่ผู้ใช้ภาษาไทยไม่สนใจที่จะใช้ภาษาให้ถูกต้อง อยากจะพูดอะไรก็พูด อยากจะเขียนอะไรก็เขียน โดยไม่คิดสิ่งที่ตนเองพูดหรือเขียนนั้นถูกต้อง ถูกความหมาย ถูกหลักไวยากรณ์หรือไม่ 2. การใช้ภาษาไม่ตรงกับภาษามาตรฐาน กล่าวคือ ภาษาที่ถือว่าเป็นภาษามาตรฐาน คือ ภาษาถิ่นภาคกลาง โดยมีราชบัณฑิตยสถาน ได้กาหนดวิธีการออกเสียง วิธีการเขียนและการสะกดคาเพื่อให้ภาษาไทยมีเอกภาพ แต่ก็มีการใช้คาหลายคาในปัจจุบันที่ใช้คาเหล่านี้ไม่ตรงกับภาษามาตรฐาน เช่น “อุดสาหกรรม” อ่านว่า อุด- สา-หะ-กา แต่อ่านเป็น อุด-ตะ-สา-หะ-กา “ปริยัติธรรม” อ่านว่า ป-ริ-ยัด-ติ-ทา แต่อ่านเป็น ปะ-ริ-ยัด-ทา เป็นต้น 3.ไม่ออกเสียงควบกล้า พบว่าปัจจุบันคนไทยไม่นิยมออกเสียงควบกล้า เช่น คาว่า “ขาดแคลน” อ่านเป็น “ขาดแคน” “กลั่นแกล้ง” อ่านเป็นกั่นแก้ง” “เอาข้าวคลุก” อ่านเป็น “เอาเข้าคุก” ซึ่งทาให้การสื่อสารไม่สัมฤทธิ์ผล 4. การใช้ภาษาตามสื่อสารมวลชน นักสื่อสารมวลชนบางคนมักจะออกเสียงไม่ถูกต้อง จึงเป็นตัวอย่างในการใช้ภาษาที่ผิด เช่นคาว่า “บรม” อ่านว่า”บอ-รม” แต่อ่านเป็น “บฺรม” “ปลัด”อ่านว่า “ปะ-หรัด” แต่อ่านเป็น”ปฺลัด” “ผลิต” อ่านว่า”ผะ-หลิด” แต่อ่านเป็น “ผฺลิต” “สุนทรี”อ่านว่า”สุน-ทะ- รี”แต่อ่านเป็นสุน-ทรี” เป็นต้น 5. การพูดตัดคา ปัจจุบันมีการพูดตัดคากันมากขึ้น เช่น คาว่า “รัฐธรรมนูญ” อ่านเป็น”รัด-ทา-นูน” “ผู้พิพากษา” อ่านเป็น “พาก-สา” “มหาวิทยาลัย” อ่านเป็น “มะ-หา-ลัย” เป็นต้น
  • 13.
    6. การใช้ภาษาที่ไม่คานึงถึงความถูกต้องตามวัฒนธรรม เป็นการใช้คาที่ไม่ถูกต้องตามกาลเทศะ ตามระดับหรือฐานะของบุคคลเช่น พูดสิ่งที่ควรปกปิดในที่สาธารณะ ใช้คาพูดไม่ถูกต้องตามระดับหรือฐานะของบุคคล ใช้คาสูงกับผู้มีฐานะต่า เช่น พูดถึงสัตว์ เช่น แมว สุนัข ว่า”รับประทานอาหาร” “คลอดลูก” ซึ่งเป็นกิริยาที่ใช้กับคน แต่ใช้คาว่า” เลียแผล” “คาราม” “ลิ้นห้อย” ฯลฯ ซึ่งเป็นกิริยาของสัตว์มาใช้กับคน เป็นต้น การใช้ภาษาไทยในการสื่อสารในอนาคต พระธรรมกิตติวงศ์กล่าวว่า ภาษาไทยเป็นภาษาประจาชาติ เพราะภาษาคือชาติเป็นส่วนหนึ่งของชาติ เพราะฉะนั้นควรจะดาเนินการดังนี้ 1.การอนุรักษ์ ป้องกันการใช้ภาษาไทย 2.ต้องมีการพัฒนาภาษา เพราะว่า ภาษามีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ภาษาเป็นสิ่งมีชีวิต กล่าวคือต้องเจริญเติบโตและพัฒนาไปตลอด แต่ต้องอยู่ในกรอบของวัฒนธรรม กล่าวโดยสรุปว่า ภาษาไทยเป็นเอกลักษณ์ที่สาคัญอย่างหนึ่งของชาติ ซึ่งควรจะได้รับการทานุบารุงส่งเสริม และอนุรักษ์ไว้ให้ยั่งยืนตลอดไป อย่างไรก็ตาม ใน ยุคปัจจุบันวิชาการและเทคโนโลยีต่าง ๆ ได้ก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็วมาก ทาให้เกิดเทคนิคใหม่ๆ ในการติดต่อสื่อสาร ซึ่งเน้นความสะดวกสบายและความรวดเร็วเพิ่มขึ้น เป็นพิเศษ ภาษาไทยซึ่งเป็นสื่อกลางสาคัญในการติดต่อและผูกพันต่อการดารงชีวิตประจาวันของคนไทยก็ได้รับผลกร ะทบจากอิทธิพลของความเจริญก้าวหน้าดังกล่าว ทาให้ภาษาไทยที่ใช้ปัจจุบันทั้งภาษาพูดและภาษาเขียน เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมอย่างน่าวิตกเป็นอย่างยิ่ง การใช้ภาษาไทยในการสื่อสารในปัจจุบันส่วนหนึ่งมีการเป ลี่ยนแปลงไปตามสภาพชีวิตที่เจริญขึ้น ก่อให้เกิดการใช้ภาษามากขึ้น มีการใช้ภาษาสื่อสารกันเฉพาะกลุ่มมากขึ้นและสื่อสารมวลชนได้เข้ามามีบทบาทต่อสังคมมากขึ้น ก่อให้เกิดอิทธิพลด้านภาษามากขึ้น สภาพการณ์เช่นนี้หากไม่เร่งรีบหาทางแก้ไขและป้องกันเสียแต่เนิ่น ๆ นับวันภาษาไทยก็จะยิ่งเสื่อมลง เป็นผลเสียต่อเอกลักษณ์ และคุณค่าของภาษาไทยอย่างไม่ต้องสงสัย ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อการใช้ภาษาไทยของวัยรุ่น ปัญหาการใช้ภาษาไทยได้เกิดขึ้นมาเป็นระยะเวลาอันยาวนานหลายสิบปี แต่ในยุคปัจจุบันนี้ปัญหายิ่งวิกฤติความรุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งมีปัจจัยหนุนนาที่สาคัญนั่นคือความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่ก้าวล้าไปอย่างรวดเร็ว
  • 14.
    เราจึงพบการใช้ภาษาไทยแบบผิด ๆ มากมายจนเกือบจะกลายเป็นความคุ้นชิน โดยเฉพาะในกลุ่มวัยรุ่นยิ่งน่าเป็นห่วงมากที่สุด เป็นกลุ่มที่นิยมใช้ภาษาที่มีวิวัฒนาการทางภาษาที่เฉพาะกลุ่มซึ่งเป็นภาษาที่เกือบจะไม่มีไวยากรณ์ ไม่ว่าจะจากการรับส่งข้อความสั้น (SMS) การส่งจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ (E- mail) การสนทนาออนไลน์ (MSN) หรือแม้แต่การแสดงความคิดเห็นในโลกอินเทอร์เน็ต การใช้ภาษาไทยที่เกิดจากอินเทอร์เน็ตนั้นเริ่มลุกลามมาจากโปรแกรมแช็ทรูมและเกมออนไลน์ ซึ่งดูคล้ายเป็นการสนทนากันธรรมดา แต่เมื่อได้เข้าไปสัมผัสแล้ว มิใช่เลย การสนทนาอันไม่มีขีดจากัดของภาษาทาให้เกิดปัญหาขึ้นมากมาย ดังเช่นที่พบตามหน้าหนังสือพิมพ์ในปัจจุบัน และในขณะเดียวกันก็สร้างปัญหาให้แก่วงการภาษาไทยด้วย นั่นคือการกร่อนคา และการสร้างคาใหม่ให้มีความหมายแปลกไปจากเดิม หรืออย่างที่เรียกว่าภาษาเด็กแนวนั่นเองวัยรุ่น เป็นช่วงวัยที่มีการสื่อสารกันมากและมีรูปแบบการสื่อสารด้วยคาที่ทันสมัย มีความหมายเฉพาะสาหรับกลุ่มและช่วงวัย วัยรุ่นจึงขาดความคานึงถึงความถูกต้องเหมาะสมของภาษาที่ใช้ให้เหมาะสม มีหลายสาเหตุที่ทาให้วัยรุ่นใช้ภาษาที่ผิดๆ โดยเฉพาะเทคโนโลยีเข้ามาเกี่ยวข้องอย่างมาก ทาให้มีความสะดวกในการใช้ชีวิตประจาวัน รวมทั้งการสื่อสาร วัยรุ่นในประเทศไทยยุคใหม่บางกลุ่มได้สร้างค่านิยมที่ผิดๆ มาใช้คือ การใช้ภาษาไทยที่ผิดจากคาเดิม จึงทาให้ภาษาไทยของเราเปลี่ยนแปลงไป เยาวชนยุคหลัง ๆ จึงใช้ภาษาไทยไม่ถูกต้องสื่อมวลชน ก็เป็นปัจจัยหนึ่งที่ทาให้เกิดการใช้ภาษาไทยแบบผิดๆของประชาชนเพราะ สื่อมวลชนเป็นผู้ที่ให้ข้อมูล ข่าวสารกับประชาชนทุกวัน สื่อมวลชนต้องเป็นผู้นาที่ดีที่สุดของการใช้ภาษาและต้องให้ข้อคิดอยู่เสมอว่า ภาษานั้นสะท้อนความเป็นตัวของเราเอง ถ้าใช้ภาษาดี ภาษาที่ถูกต้อง ภาษาที่นาสังคมไปในทางสร้างสรรค์ สร้างความสามัคคี สร้างความรัก สร้างความภูมิใจในชาติจะทาให้ทุกคนเห็นคล้อยตาม แต่ถ้าหากว่าสื่อมวลชนนาภาษาที่ประหลาด ภาษาที่ไม่ถูกต้องเอามาเผยแพร่บ่อยๆ คนจะคิดว่าสิ่งที่สื่อมวลขนมาเผยแพร่นั้นถูกต้อง เป็นสิ่งที่ดี มันจะทาลายภาษาไทย โดยเฉพาะการใช้ภาษาในข่าวพาดหัวหนังสือพิมพ์หรือโทรทัศน์ต่างๆ เป็นต้น ปัจจัยอีกอย่างหนึ่งในการใช้ภาษาไทย ก็คือ ปัญหาการใช้ภาษาไทยของครูและนักเรียน เกิดจาก ครู เนื่องจากครู คือ ผู้ประสาทวิชา เป็นผู้ให้ความรู้แก่ศิษย์ ดังนั้นความรู้ในด้านต่างๆ เด็กๆจึงมักจะได้รับมาจากครูเป็นส่วนใหญ่ ในขณะที่ครูบางคนนั้นมีความรู้แต่ไม่แตกฉาน โดยเฉพาะวิชาภาษาไทยเป็นวิชาที่มีความ ละเอียดอ่อน และมีส่วนประกอบแยกย่อยอย่างละเอียดลออ เมื่อครูไม่เข้าใจภาษาไทยอย่างกระจ่าง จึงทาให้ นักเรียนไม่เข้าใจตามไปด้วย จนพานเกลียดภาษาไทยไปในที่สุด ซึ่งเป็นปัญหาที่ปรากฏให้เห็นอยู่มากมายในปัจจุบัน
  • 15.
    รูปแบบการใช้ภาษาไทยของวัยรุ่น การใช้ภาษาเป็นเรื่องของการสื่อสาร ซึ่งผู้ส่งสารจะต้องทาให้ผู้รับสารเข้าใจความหมายของตน ให้มากที่สุด แต่การสื่อสารที่มีรูปแบบแตกต่างกันจะทาให้การใช้ภาษามีความแตกต่างกันไปด้วย เช่น การสื่อสารแบบเผชิญหน้าย่อมแตกต่างจากการสื่อสารแบบผ่านเครื่องมือการสื่อสาร หรือการสื่อสารด้วย สื่อสิ่งพิมพ์ ย่อมมีความแตกต่างการสื่อสารด้วยสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งมีทั้งภาพและเสียง ในปัจจุบันปัญหาที่พบเป็นอย่างมากเกี่ยวกับการใช้ภาษาไทย คือการใช้ภาษาในทางวิบัติ และมีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการใช้ภาษาอยู่หลายประเภท เช่น 1 รูปแบบการพูด เป็นประเภทของภาษาวิบัติที่ใช้เวลาพูดกัน ซึ่งบางครั้งก็ปรากฏขึ้นในการเขียนด้วย แต่น้อยกว่ากลุ่มที่ใช้ในเวลาเขียน โดยการพูดมักจะพูดให้มีเสียงสั้นลง หรือยาวขึ้น หรือไม่ออกเสียงควบกล้าเลย ประเภทนี้เรียกได้อีกอย่างว่ากลุ่มเพี้ยนเสียง 2 รูปแบบการเขียน รูปแบบของภาษาวิบัติประเภทนี้ โดยทั้งหมดจะเป็นคาพ้องเสียงที่นามาใช้ผิด หลักของภาษา คนที่ใช้ภาษาวิบัติเวลาเขียนนั้นจะเขียนตามเสียงอ่าน เพราะไม่ต้องการอยู่ในกรอบหรือ ต้องการทาอะไรที่คิดว่าใหม่ ไม่เลียนแบบของเก่า ได้แก่ - การเขียนตามเสียงพูด - การสร้างรูปการเขียนใหม่ - รูปแบบของการเปลี่ยนแปลงเสียงอ่าน - กลุ่มที่เปลี่ยนแปลงความหมาย ข้อจากัดของSocial networksเครือข่ายสังคมออนไลน์ 1. เว็บไซต์ให้บริการบางแห่งอาจจะเปิดเผยข้อมูลส่วนตัวมากเกินไป หากผู้ใช้บริการไม่ระมัดระวังในการกรอกข้อมูล อาจถูกผู้ไม่หวังดีนามาใช้ในทางเสียหาย หรือละเมิดสิทธิส่วนบุคคลได้ 2.Social Network เป็นสังคมออนไลน์ที่กว้าง หากผู้ใช้รู้เท่าไม่ถึงการณ์หรือขาดวิจารณญาณ อาจโดนหลอกลวงผ่านอินเทอร์เน็ต หรือการนัดเจอกันเพื่อจุดประสงค์ร้าย ตามที่เป็นข่าวตามหน้าหนังสือพิมพ์ 3. เป็นช่องทางในการถูกละเมิดลิขสิทธิ์ ขโมยผลงาน หรือถูกแอบอ้าง เพราะSocial Network Service เป็นสื่อในการเผยแพร่ผลงาน รูปภาพต่างๆ ของเราให้บุคคลอื่นได้ดูและแสดงความคิดเห็น 4. ข้อมูลที่ต้องกรอกเพื่อสมัครสมาชิกและแสดงบนเว็บไซต์ในรูปแบบ Social Network ยากแก่การตรวจสอบว่าจริงหรือไม่ ดังนั้นอาจเกิดปัญหาเกี่ยวกับเว็บไซต์ที่กาหนดอายุการสมัครสมาชิก หรือการถูกหลอกโดยบุคคลที่ไม่มีตัวตนได้
  • 16.
    5. ผู้ใช้ที่เล่นsocialnetwork และอยู่กับหน้าจอคอมพิวเตอร์เป็นเวลานานอาจสายตาเสียได้หรือบางคนอาจต าบอดได้ 6. ถ้าผู้ใช้หมกหมุ่นอยู่กับsocialnetwork มากเกินไปอาจทาให้เสียการเรียนหรือ ผลการเรียนตกต่าลงได้ 7. จะทาให้เสียเวลาถ้าผู้ใช้ใช้อย่างไร้ประโยชน์ ประโยชน์ของ Social networksเครือข่ายสังคมออนไลน์ 1.สามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลความรู้ในสิ่งที่สนใจร่วมกันได้ 2.เป็นคลังข้อมูลความรู้ขนาดย่อมเพราะเราสามารถเสนอและแสดงความคิดเห็น แลกเปลี่ยนความรู้ หรือตั้งคาถามในเรื่องต่างๆ เพื่อให้บุคคลอื่นที่สนใจหรือมีคาตอบได้ช่วยกันตอบ 3.ประหยัดค่าใช้จ่ายในการติดต่อสื่อสารกับคนอื่น สะดวกและรวดเร็ว 4.เป็นสื่อในการนาเสนอผลงานของตัวเอง เช่น งานเขียน รูปภาพ วีดิโอต่างๆ เพื่อให้ผู้อื่นได้เข้ามารับชมและแสดงความคิดเห็น 5.ใช้เป็นสื่อในการโฆษณา ประชาสัมพันธ์ หรือบริการลูกค้าสาหรับบริษัทและองค์กรต่างๆ ช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้ลูกค้า 6.ช่วยสร้างผลงานและรายได้ให้แก่ผู้ใช้งาน เกิดการจ้างงานแบบใหม่ๆ ขึ้น 7.คลายเครียดได้สาหรับผู้ใช้ที่ต้องการหาเพื่อนคุยเล่นสนุกๆ 8.สร้างความสัมพันธ์ที่ดีจากเพื่อนสู่เพื่อนได้
  • 17.
    แบบประเมินความคิดเห็น เรื่อง การสารวจความคิดเห็นการใช้ภาษาไทยไม่ถูกต้องบนโลกออนไลน์ คาชี้แจง โปรดกรอกข้อความและใส่เครื่องหมาย/ หน้าข้อที่ตรงกับข้อมูลของท่าน ส่วนที่ 1 ข้อมูลส่วนตัว 1. เพศ( ) ชาย ( ) หญิง 2. อายุ …………. ปี 3. ระดับชั้นการศึกษา ( ) ม.6 ส่วนที่ 2 โปรดใส่เครื่องหมาย / ลงในช่องที่ตรงกับความคิดเห็นของท่าน ลาดับที่ รายการประเมิน ระดับความคิดเห็น 5 4 3 2 1 1 การใช้ภาษาไทยไม่ถูกต้องบนโลกออนไลน์มีผลต่ อการใช้ชีวิตประจาวัน 2 ความสะดวกเป็นปัจจัยสาคัญที่ทาให้เกิดการใช้ภา ษาไทยไม่ถูกต้อง 3 วัยรุ่นส่วนใหญ่ใช้ภาษาไทยไม่ถูกต้อง 4 การใช้ภาษาถูกต้องบนโลกออนไลน์มีความสาคัญ ต่อประเทศชาติ 5 การใช้ภาษาไทยไม่ถูกต้องมีผลกระทบต่อประเทศ 6 การใช้คาแสลงทาให้ภาษาไทยเกิดการเปลี่ยนแปล งในแง่ลบ 7 ความเร่งรีบทาให้เกิดการใช้ภาษาไทยไม่ถูกต้อง 8 ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีเป็นปัจจัยหนุนที่ทาใ ห้เกิดการใช้ภาษาไทยไม่ถูกต้อง ระดับความคิดเห็น 5= เห็นด้วยมากที่สุด4=เห็นด้วยมาก 3= เห็นด้วย 2= ไม่ค่อยเห็นด้วย 1= ไม่เห็นด้วย
  • 18.
    ส่วนที่3ข้อเสนอแนะ ................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................... สรุปเรียงความการเก็บข้อมูลจากแบบสอบถาม และข้อเสนอแนะ ขนาดของกลุ่มตัวอย่างนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6ปีการศึกษา 2558 จานวน 100 คน โรงเรียนบ้านดุงวิทยา อาเภอบ้านดุง จังหวัดอุดรธานี ตอนที่1 ข้อมูลทั่วไปของผู้ตรวจแบบสอบถาม 1. เพศ เพศชาย:32 คน คิดเป็นร้อยละ 32 เพศหญิง:68 คน คิดเป็นร้อยละ 68 2. อายุ 18 ปี :100 คน คิดเป็นร้อยละ 100 ตอนที่2 ตารางแบบสอบถามความคิดเห็น จากการให้นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6ปีการศึกษา 2558 จานวน 100 คน โรงเรียนบ้านดุงวิทยา อาเภอบ้านดุง จังหวัดอุดรธานี ทาแบบสอบถามความคิดเห็น พบว่า ความเร่งรีบทาให้เกิดการใช้ภาษาไทยไม่ถูกต้องมีผู้เห็นด้วยมากที่สุด 96คน คิดเป็นร้อยละ 96 เห็นด้วยมาก 4คน คิดเป็นร้อยละ 4เห็นด้วย 0คิดเป็นร้อยละ 0 ไม่ค่อยเห็นด้วย 0 คิดเป็นร้อยละ 0 ไม่เห็นด้วย 0คิดเป็นร้อยละ 0 ความสะดวกเป็นปัจจัยสาคัญที่ทาให้เกิดการใช้ภาษาไทยไม่ถูกต้องมีผู้เห็นด้วยมากที่สุด 92 คน คิดเป็นร้อยละ 92เห็นด้วยมาก 7 คน คิดเป็นร้อยละ 7 เห็นด้วย 1 คน คิดเป็นร้อยละ 1 ไม่ค่อยเห็นด้วย 0 คิดเป็นร้อยละ 0ไม่เห็นด้วย 0คิดเป็นร้อยละ 0 9 ควรปลูกฝังการรักภาษาไทยให้เด็กๆ 10 ควรจัดให้มีการรณรงค์การใช้ภาษาไทยให้ถูกต้อง
  • 19.
    วัยรุ่นส่วนใหญ่ใช้ภาษาไทยไม่ถูกต้องมากกว่าวัยอื่นมีผู้เห็นด้วยมากที่สุด 49 คนคิดเป็นร้อยละ 49 เห็นด้วยมาก 41คน คิดเป็นร้อยละ 41 เห็นด้วย 10คน คิดเป็นร้อยละ 10 ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีเป็นปัจจัยหนุนที่ทาให้เกิดการใช้ภาษาไทยไม่ถูกต้องมีผู้เห็นด้วยมากที่สุด 82 คน คิดเป็นร้อยละ 82 เห็นด้วยมาก 16 คน คิดเป็นร้อยละ 16 เห็นด้วย 0 คน คิดเป็นร้อยละ 0 ไม่ค่อยเห็นด้วย 2 คน คิดเป็นร้อยละ 2 ไม่เห็นด้วย 0 คน คิดเป็นร้อยละ 0 การใช้ภาษาไทยไม่ถูกต้องมีผลกระทบต่อประเทศมีผู้เห็นด้วยมากที่สุด 72คน คิดเป็นร้อยละ 72 เห็นด้วยมาก 25คน คิดเป็นร้อยละ 25 เห็นด้วย 3คน คิดเป็นร้อยละ 3ไม่ค่อยเห็นด้วย 0 คน คิดเป็นร้อยละ 0 ไม่เห็นด้วย 0 คน คิดเป็นร้อยละ 0 การใช้ภาษาไทยถูกต้องบนโลกออนไลน์มีความสาคัญต่อประเทศชาติมีผู้เห็นด้วยมากที่สุด 76 คน คิดเป็นร้อยละ 76เห็นด้วยมาก 15 คน คิดเป็นร้อยละ 15 เห็นด้วย 8 คน คิดเป็นร้อยละ 8 ไม่ค่อยเห็นด้วย 1 คิดเป็นร้อยละ 1ไม่เห็นด้วย 0คิดเป็นร้อยละ 0 การใช้คาแสลงทาให้ภาษาไทยเกิดการเปลี่ยนแปลงในแง่ลบมีผู้เห็นด้วยมากที่สุด 59คน คิดเป็นร้อยละ 59 เห็นด้วยมาก 30คน คิดเป็นร้อยละ 30 เห็นด้วย 10คน คิดเป็นร้อยละ 10 ไม่ค่อยเห็นด้วย 1 คน คิดเป็นร้อยละ 1ไม่เห็นด้วย 0คน คิดเป็นร้อยละ 0 การใช้ภาษาไทยไม่ถูกต้องบนโลกออนไลน์มีผลต่อการใช้ชีวิตประจาวันมีผู้เห็นด้วยมากที่สุด 66 คน คิดเป็นร้อยละ 66คน เห็นด้วยมาก 31 คน คิดเป็นร้อยละ 31 เห็นด้วยมาก 2 คน คิดเป็นร้อยละ 2 ไม่ค่อยเห็นด้วย 1คน คิดเป็นร้อยละ 1ไม่เห็นด้วย 0 คน คิดเป็นร้อยละ 0 ควรปลูกฝังการรักภาษาไทยตั้งแต่วัยเด็กมีผู้เห็นด้วยมากที่สุด 34 คน คิดเป็นร้อยละ 34 เห็นด้วยมาก 53คน คิดเป็นร้อยละ 53เห็นด้วย 13คน คิดเป็นร้อยละ 13ไม่ค่อยเห็นด้วย 0 คน คิดเป็นร้อยละ 0 ไม่เห็นด้วย 0 คน คิดเป็นร้อยละ 0 ควรจัดให้มีการรณรงค์การใช้ภาษาไทยให้ถูกต้องมีผู้เห็นด้วยมากที่ 60คน คิดเป็นร้อยละ60 คน เห็นด้วยมาก 27 คน คิดเป็นร้อยละ 27 เห็นด้วย 11 คน คิดเป็นร้อยละ 11 ไม่ค่อยเห็นด้วย 2คน คิดเป็นร้อยละ 2ไม่เห็นด้วย 0 คน คิดเป็นร้อยละ 0 ตอนที่3 ข้อเสนอแนะ จากการให้นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6ปีการศึกษา 2558 จานวน 100 คน โรงเรียนบ้านดุงวิทยา อาเภอบ้านดุง จังหวัดอุดรธานี พบว่าข้อเสนอแนะส่วนมากต้องการวัยรุ่นไทยตระหนักถึงการใช้ภาษาไทยให้ถูกต้อง ลดการใช้คาแสลงหรือภาษาวิบัติที่กาลังระบาดมากในโลกออนไลน์
  • 20.
    เพื่อไม่ให้ภาษาไทยเกิดการเปลี่ยนแปลงไปในทางลบ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อชีวิตประจาวัน หรือประเทศชาติ แนวทางการแก้ไขปัญหาการใช้ภาษาไทยไม่ถูกต้องบนโลกออนไลน์นักเรียนมีความคิดเห็นตรงกันว่าเ ราควรปลูกฝังการรักภาษาไทยให้เด็กตั้งแต่วัยเด็ก และควรจัดให้มีการรณรงค์ลดการใช้ภาษาไทยไม่ถูกต้อง เพื่อให้เราเห็นความสาคัญของภาษาไทยที่เป็นภาษาประจาชาติและเกิดการใช้ภาษาไทยที่ถูกต้อง บรรณานุกรม นางสาวจุไรวรรณ กระจ่างจิตต์.(2557).การสารวจการใช้ภาษาวัยรุ่นในสื่อออนไลน์.(ออนไลน์).สื บค้นเมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2559. จาก http://churaizaza.blogspot.com. กระทรวงศึกษาธิการ.ภาษาเพื่อพัฒนาการเรียนรู้.พิมพ์ครั้งที่ 2.กรุงเทพมหานคร:โรงพิมพ์สกสค.ลาดพร้าว ,2550. กาญจนา นาคสกุล.บรรทัดฐานภาษาไทย เล่ม 1.กรุงเทพมหานคร:สถาบันภาษาไทย. กรมวิชาการ กระทรวงศึกษาธิการ,2545. ภาสกร เกิดอ่อน และคณะ.หลักภาษาและการใช้ภาษา ม.4 พิมพ์ครั้งที่ 3. กรุงเทพมหานคร:อักษรเจริญทัศน์,2552 niceglass.(2554). คาที่คนไทยมักเขียนผิด และวิบัติที่นิยมใช้กัน.(ออนไลน์).สืบค้นเมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2559. จาก http://www.thaigaming.com/general-discussion/66211.htm ราชบัณฑิตยสถาน. พจนานุกรมค ำาใหม่เล่ม 2 (2557).(ออนไลน์). สืบค้นเมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2559. จากhttp://www.royin.go.th/upload/246/FileUpload/1823_9431.pdf.
  • 21.
    Ryo Hiroshi. ภาษาการใช้อินเทอร์เน็ตของวัยรุ่น(2554).(ออนไลน์)สืบค้นเมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2559. จาก http://ishiroshi.blogspot.com ภาคผนวก
  • 22.
    โครงร่าง ชื่อการศึกษา การสารวจการใช้ภาษาไทยไม่ถูกต้องบนโลกออนไลน์ ในชั้นมัธยมศึกษาปีที่6 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา2558 ผู้ศึกษา นางสาวบุษยมาศ สมลาภ เลขที่ 28 นางสาวศุภิญญาเวฬุวณารักษ์ เลขที่ 43 นางสาวอรวรรณ มีคุณ เลขที่ 48 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6/1 โปรแกรมวิชา วิทย์-คณิต โรงเรียนบ้านดุงวิทยา ปีการศึกษา 2558
  • 23.
    ความสาคัญของการสารวจ ปัจจุบันโลกได้รับผลกระทบจากกระแสโลกาภิวัตน์ ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาทั้งด้านสังคม วัฒนธรรม เทคโนโลยีรวมไปถึงด้านการใช้ภาษา ซึ่งมีปัจจัยหนุนนาที่สาคัญนั่น คือความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่ก้าวล้าไปอย่างรวดเร็ว เราจึงพบการใช้ภาษาไทยแบบผิด ๆ มากมายจนเกือบจะกลายเป็นความคุ้นชิน โดยเฉพาะในกลุ่มวัยรุ่น ยิ่งน่าเป็นห่วงมากที่สุด เป็นกลุ่มที่นิยมใช้ภาษาที่มีวิวัฒนาการทางภาษาที่เฉพาะกลุ่ม ซึ่งเป็นภาษาที่เกือบจะไม่มีไวยากรณ์ ซึ่งปัญหาเหล่านี้มีผลกระทบมากมายต่อประเทศของเรา ดังนั้นเราควรเร่งหาทางแก้ไขการใช้ภาษาไทยที่ไม่ถูกต้องเหล่านี้ วัตถุประสงค์ของการศึกษาสารวจ 1. เพื่อศึกษาปัจจัยที่ทาให้มีการใช้ภาษาไทยไม่ถูกต้องในโลกออนไลน์ 2. เพื่อศึกษาผลกระทบของการใช้ภาษาไทยที่ไม่ถูกต้องในโลกออนไลน์ 3. เพื่อหาแนวทางการแก้ไขปัญหาการใช้ภาษาไทยที่ไม่ถูกต้องบนโลกออนไลน์ ประโยชน์ที่ได้รับจากการสารวจ 1. ได้นามาแก้ไขปัญหาการใช้ภาษาที่ไม่ถูกต้องบนโลกออนไลน์ 2. ได้นามาเป็นแนวทางการในการใช้ภาษาให้ถูกต้อง สรุปข้อมูลที่ได้จากการรวบรวม ปัจจุบันนี้ปัญหาการใช้ภาษาไทยไม่ถูกต้องรุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งมีปัจจัยหนุนนาที่สาคัญนั่นคือความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่ก้าวล้าไปอย่างรวดเร็ว เราจึงพบการใช้ภาษาไทยแบบผิด ๆ มากมายจนเกือบจะกลายเป็นความคุ้นชิน โดยเฉพาะในกลุ่มวัยรุ่น ยิ่งน่าเป็นห่วงมากที่สุด เป็นกลุ่มที่นิยมใช้ภาษาที่มีวิวัฒนาการทางภาษาที่เฉพาะกลุ่ม ซึ่งเป็นภาษาที่เกือบจะไม่มีไวยากรณ์ ไม่ว่าจะจากการรับส่งข้อความสั้น (SMS)
  • 24.
    การส่งจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ (E-mail) การสนทนาออนไลน์(MSN) หรือแม้แต่การแสดงความคิดเห็นในโลกอินเทอร์เน็ต มีรูปแบบการสื่อสารด้วยคาที่ทันสมัย มีความหมายเฉพาะสาหรับกลุ่มและช่วงวัย วัยรุ่นจึงขาดความคานึงถึงความถูกต้องเหมาะสมของภาษาที่ใช้ให้เหมาะสม มีหลายสาเหตุที่ทาให้วัยรุ่นใช้ภาษาที่ผิดๆ โดยเฉพาะเทคโนโลยีเข้ามาเกี่ยวข้องอย่างมาก ทาให้มีความสะดวกในการใช้ชีวิตประจาวัน รวมทั้งการสื่อสาร วัยรุ่นในประเทศไทยยุคใหม่บางกลุ่มได้สร้างค่านิยมที่ผิดๆ มาใช้คือ การใช้ภาษาไทยที่ผิดจากคาเดิม จึงทาให้ภาษาไทยของเราเปลี่ยนแปลงไป เยาวชนยุคหลังๆ จึงใช้ภาษาไทยไม่ถูกต้อง ปฏิทินการปฏิบัติกิจกรรม ชื่อการศึกษา การศึกษาการใช้ภาษาไทยไม่ถูกต้องในโลกออนไลน์ ภาคการเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2558 สัปดาห์ที่ เดือน รายละเอียดกิจกรรม ผู้รับผิดชอบ 1 พ.ย.58 เขียนโครงร่างรายงาน คณะผู้จัดทา 2 ธ.ค.58 สรุปความรู้ที่ได้จากการศึกษาของภาคเรียนที่ 1 คณะผู้จัดทา 3 ม.ค.59 จัดทาแบบสอบถาม คณะผู้จัดทา 4 ม.ค.59 กาหนดกลุ่มตัวอย่างที่จะเก็บข้อมูล (นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6จานวน 100คน โรงเรียนบ้านดุงวิทยา อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี) คณะผู้จัดทา 5 ม.ค.59 กาหนดสถิติต่างๆ เกณฑ์คะแนน ช่วงคะแนน และการแปลผลคะแนน คณะผู้จัดทา 6 ก.พ.59 สรุปวิเคราะห์ สังเคราะห์ข้อมูลที่ได้ คณะผู้จัดทา
  • 25.
    สรุปผลที่ได้เขียนรายงาน 7 ก.พ.59 นาเสนอผลงานรูปแบบต่างๆ (เช่นโปรแกรมนาเสนอวิดีโอ สื่ออิเล็กทรอนิคส์ อินเทอร์เน็ต เป็นต้น ) คณะผู้จัดทา สรุปค่าร้อยละจากข้อมูลแบบสอบถาม ตอนที่1 ข้อมูลทั่วไปของผู้ตอบแบบสอบถาม 1.เพศ ชาย :คิดเป็นร้อยละ 32 หญิง : คิดเป็นร้อยละ 68 2.อายุ 18 ปี คิดเป็นร้อยละ 100 3.ระดับชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 6 คิดเป็นร้อยละ 100
  • 26.
    ลาดับ ที่ รายการประเมิน ระดับความคิดเห็น สรุปผลการตอบแบบสอบ ถาม54 3 2 1 1 การใช้ภาษาไทยไม่ถูกต้องบนโลกออนไลน์มี ผลต่อการใช้ชีวิตประจาวัน 96% 4% 0% 0% 0% 4.96 ส่วนมากเห็นด้วยมากที่สุด 2 ความสะดวกเป็นปัจจัยสาคัญที่ทาให้เกิดการใ ช้ภาษาไทยไม่ถูกต้อง 92% 7% 1% 0% 0% 4.91 ส่วนมากเห็นด้วยมากที่สุด 3 วัยรุ่นส่วนใหญ่ใช้ภาษาไทยไม่ถูกต้อง 49% 41% 10% 0% 0% 4.39 ส่วนมากเห็นด้วยมากที่สุด 4 การใช้ภาษาถูกต้องบนโลกออนไลน์มีความ สาคัญต่อประเทศชาติ 82% 16% 0% 2% 0% 4.78 ส่วนมากเห็นด้วยมากที่สุด 5 การใช้ภาษาไทยไม่ถูกต้องมีผลกระทบต่อปร ะเทศ 72% 25% 3% 0% 0% 4.69 ส่วนมากเห็นด้วยมากที่สุด 6 การใช้คาแสลงทาให้ภาษาไทยเกิดการเปลี่ยน แปลงในแง่ลบ 76% 15% 8% 1% 0% 4.66 ส่วนมากเห็นด้วยมากที่สุด
  • 27.
    ตอนที่2 ตารางแบบสอบถามความคิดเห็น 7 ความเร่งรีบทาให้เกิดการใช้ภาษาไทยไม่ถูกต้ อง 59%30% 10% 1% 0% 4.47 ส่วนมากเห็นด้วยมากที่สุด 8 ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีเป็นปัจจัยหนุน ที่ทาให้เกิดการใช้ภาษาไทยไม่ถูกต้อง 66% 31% 2% 1% 0% 4.62 ส่วนมากเห็นด้วยมากที่สุด 9 ควรปลูกฝังการรักภาษาไทยให้เด็กๆ 34% 53% 13% 0% 0% 4.21 ส่วนมากเห็นด้วยมาก 10 ควรจัดให้มีการรณรงค์การใช้ภาษาไทยให้ถูก ต้อง 60% 27% 11% 2% 0% 4.45 ส่วนมากเห็นด้วยมากที่สุด