ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ ที่ตุรกี
ประวัติของประเทศตุรกี
ก่อนสมัยเติร์ก คาบสมุทรอานาโตเลีย  ( หรือที่เรียกว่า เอเชียไมเนอร์ )  ซึ่งเป็นที่ตั้งของพื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศตุรกี เป็นดินแดนที่มีการตั้งถิ่นฐานอย่างต่อเนื่องมายาวนานเพราะอยู่ในตำแหน่งที่เชื่อมต่อระหว่างทวีปเอเชียและยุโรป ร่องรอยการตั้งถิ่นฐานในตอนต้นของ ยุคหินใหม่  เช่น ชาตัลเฮอยืค  ( Çatalhöyük),  ชาเยอนู  ( Çayönü),  เนวาลี โจลี  ( Nevali Cori),  ฮาจิลาร์  ( Hacilar),  เกอเบกลี เทเป  ( Göbekli Tepe)  และ เมร์ซิน  ( Mersin)  นับได้ว่าเป็นการตั้งถิ่นฐานที่เก่าแก่ที่สุดในโลก [2]   การตั้งถิ่นฐานในเมืองทรอยเริ่มต้นในยุคหินใหม่และต่อเนื่องไปถึง ยุคเหล็ก  ในประวัติศาสตร์ที่มีการบันทึกไว้ ชาวอานาโตเลียใช้ ภาษาอินโดยูโรเปียน ,  ภาษาเซมิติก  และ ภาษาคาร์ตเวเลียน  และยังมีภาษาอื่น ๆ อีกหลายภาษา นักวิชาการบางคนเสนอว่าอานาโตเลียเป็นศูนย์กลางที่ภาษากลุ่มอินโดยูโรเปียนนั้นกระจากออกไป
ประมาณ  1200  ปีก่อนคริสตกาล ชายฝั่งตะวันตกของอานาโตเลียถูกครอบครองโดยชาวกรีกไอโอเลียนและอีโอเนียน ชาวเปอร์เซียแห่ง จักรวรรดิอาเคเมนิด สามารถพิชิตพื้นที่ทั้งหมดได้ในศตวรรษที่  6  ถึง  5  ก่อนคริสตกาล แต่หลังจากนั้นดินแดนแห่งนี้ก็ตกเป็นของ อเล็กซานเดอร์มหาราช  ในปี  334  ก่อนคริสตกาล [5]   อานาโตเลียจึงถูกแบ่งออกเป็นดินแดนเฮลเลนิสติกขนาดเล็กหลายแห่ง  ( รวมทั้ง  บิทูเนีย   คัปปาโดเกีย   แพร์กามอน  และ พอนตุส )  ซึ่งดินแดนเหล่านี้ตกเป็นของ จักรวรรดิโรมัน ในกลางศตวรรษที่  1  ก่อนคริสตกาล [6]   ในปี ค . ศ . 324  จักรพรรดิคอนสแตนตินที่ 1  เลือกเมืองไบแซนเทียมให้เป็นเมืองหลวงแห่งใหม่ของจักรวรรดิโรมัน และตั้งชื่อให้ว่า โรมใหม่  ( ภายหลังกลายเป็นคอนสแตนติโนเปิล และ อิสตันบูล )  หลังจากที่ จักรวรรดิโรมันตะวันตก เสื่อมลง เมืองนี้ก็กลายเป็นเมืองหลวงของ จักรวรรดิไบแซนไทน์
สมัยเติร์กและจักรวรรดิออตโตมัน ตระกูลเซลจุกเป็นสาขาหนึ่งของ โอกุสเติร์ก  ซึ่งในคริสต์ศตวรรษที่  9  อาศัยอยู่บริเวณตอนเหนือของ ทะเลแคสเปียน และ ทะเลอารัล [8]   ในคริสต์วรรษที่  10  พวกเซลจุกเริ่มอพยพออกจากบ้านเกิดมาทางตะวันออกของอานาโตเลีย ซึ่งในที่สุดกลายเป็นดินแดนแห่งใหม่ของเผ่าโอกุสเติร์ก หลังจากสงครามแมนซิเกิร์ตในปี  1071  ชัยชนะของเซลจุกในครั้งนี้ทำให้เกิดสุลต่านเซลจุกในอานาโตเลีย ซึ่งเป็นเสมือนอาณาจักรย่อยของ อาณาจักรเซลจุก ซึ่งปกครองบางส่วนของเอเชียกลาง อิหร่าน อานาโตเลีย และตะวันออกกลาง
สถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์
เขา  Ararat
เขา  Ararat (16940  ฟุต , 5165  เมตร )  เป็นภูเขาไฟที่ใหญ่ที่สุดในตุรกี แม้ว่าจะไม่ได้ใช้งานขณะนี้ ,  การปะทุครั้งล่าสุดที่ได้รับอาจจะภายในระยะเวลา  10,000  ปี มันจะอยู่ในตุรกีภาคตะวันออกเฉียงเหนือมากที่อยู่ใกล้พรมแดนกับอิหร่านและอาร์เมเนีย ตะวันตกเฉียงใต้ของยอดเขาหลักที่อยู่ใน  Little Ararat (12877  ฟุต , 3896 m) Gorge Ahora  เป็นเหวตะวันออกเฉียงเหนือมีแนวโน้มลดลง  - 6000  ฟุตจากด้านบนของภูเขาและเป็นจุดเน้นของการเกิดแผ่นดินไหวใหญ่ที่ใน  1840  จำนวนของการเรียกร้องโดยนักสำรวจที่แตกต่างกันจะได้พบเศษของ  Noah's Ark  บนภูเขา  Ararat  ได้นำไปดำเนินการต่อไป  expeditions  ภูเขาหลายแห่งซึ่งได้มุ่งเน้นการค้นหาของพวกเขาในพื้นที่หุบ รูปภาพ  STS102 - 344 - 23  ได้มาจากกระสวยอวกาศเมื่อวันที่  18  มีนาคม  2001  ใช้กล้องฟิล์ม  35  มม .  มารยาทของวิทยาศาสตร์โลกและการวิเคราะห์ภาพห้องปฏิบัติการ  Johnson Space Center  ภาพเพิ่มเติมที่ถ่ายโดยนักบินอวกาศและ  cosmonauts  สามารถดูได้ที่ประตูนาซา  - JSC  กับการถ่ายภาพนักบินอวกาศของโลก
กรุงอีสตัลบูล
เป็นมหานครของสองทวีปเอเซียและยุโรป เป็นเมืองที่มีความงดงามในประวัติศาสตร์โลกมานานหลายศตวรรษ นับแต่ยุคสมัยของกรีกและโรมัน  ในสมัยของพวก กรีก ก็คือเมืองไบแซนติอุม มีอายุอยู่ในระหว่าง  675  ปีก่อนคริสตกาล จนถึงปี ค . ศ .330  จึงเสียอาณาจักรโรมัน  และเคยเป็นเมืองหลวงของโรมันทางด้านตะวันออก ในนามของกรุงคอนสแตนติโนเปิล จนกระทั่งถึงปี ค . ศ .1453  จึงได้ถูกพวกออตโตมาน ทำลายลงและเปลี่ยนชื่อมาเป็น อิสตันบูล
เมือง ทรอย
ที่มีชื่อเสียงมาแต่ในอดีตที่ถูกสร้าง ขึ้นมาประมาณ  4,000  ปีมาแล้ว ซึ่งในอดีตผู้คนส่วนมากคิดว่าเป็นนิยายที่แต่งขึ้นมาและนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์ แต่ในศตวรรษที่ 19  ได้มีการขุดค้นและพบซากเมืองโบราณที่เป็นเมืองทรอยในอดีต ชมความสวยงามของม้าไม้ ที่ได้จำลองจากต้นแบบ ซึ่งถูกนำมาใช้ในการทำสงครามเมื่อปี  1,000-700  ก่อนคริสตกาล ชมโรงละครโรมันที่ถูกสร้างขึ้นภายในบริเวณเมืองทรอย
อะโครโปลิส
ซากโบราณสถานที่ยังคงความสวยงามของอะโครโปลิส  ( Acropolis)  ที่ถูกสร้างขึ้นในสมัยที่พวกกรีกเข้ามาปกครองที่บริเวณนั้นและมีความเจริญรุ่งเรือง ที่เมืองเพอร์กามัม
เมืองเอฟฟิซุส  ( City of Ephesus)
เมืองโบราณที่มีการบำรุงรักษาไว้เป็นอย่างดีที่สุดเมืองหนึ่ง เคยเป็นที่อยู่ของชาวโยนก  ( Ionian)  จากกรีก ซึ่งอพยพเข้ามาปักหลักสร้างเมืองขึ้นที่นี่เมื่อประมาณ  1,000  ปีก่อนคริสตกาล ต่อมาถูกรุกรานเข้ายึดครองโดยพวกเปอร์เซียและกษัตริย์อเล็กซานเดอร์มหาราชภายหลังเมื่อโรมันเข้าครอบครองก็ได้สถาปนาเอฟฟิซุส ขึ้นเป็นเมืองหลวงต่างจังหวัดของโรมัน 
เมืองคัปปาโดเจีย  ( Cappadocia )
เมืองคัปปาโดเจีย  ( Cappadocia
น้ำตกเกลือแร่แห่งนี้ ชื่อว่า ปามุคคาเล่  ( Pamukkale)
กำแพงเมืองทรอย
ทัวร์  2  วัน  3 คืน ราคา  49,900  บาท กำหนดการเดินทาง วันที่หนึ่ง  : 7  ก . ค  54 20.30  น .   พร้อมกันที่ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออกชั้น  4  เคาน์เตอร์  ชั้น  4  ประตู  9  แถว  U  สายการ บินเตอร์กิชแอร์ไลน์ โดยมีเจ้าหน้าที่บริษัทฯ คอยให้การต้อนรับและอำนวยความสะดวกด้านเอกสารสัมภาระ ก่อนการเดินทาง 23.35  น .   นำท่านออกเดินทาง เที่ยวบินที่  TK69 BKKIST 2335 0600  โดยบินตรงสู่นครอิตันบูล หรือกรุงคอนสแตน ติโนเปิ้ล สมัยจักรวรรด์ไบเซนไทม์ โดยสายการบินเตอร์กิชแอร์ไลน์ พร้อมสัมผัสกับสิ่งอำนวยความสะดวกบน เครื่อง  Personal TV  ทุกที่นั่ง อบอุ่นจากการต้อนรับของพนักงานต้อนรับสายการบินเตอร์กิช แอร์ไลน์
วันที่สอง  : 8  ก . ค  54 06.00  น .  คณะเดินทางถึง สนามบินนานาชาติ  Ataturk Istanbul  ประเทศตุรกี หลังผ่านพิธีตรวจคนเข้าเมืองและรับ สัมภาระเรียบร้อยแล้ว  ( เวลาท้องถิ่นช้ากว่าประเทศไทย  4  ชม ) 07.00  น .   รับประทานอาหารเช้า ณ ภัตตาคาร  ( ถ้าห้องว่างสามารถเช็คอินเข้าได้เลย )  ถ้าห้องไม่ว่างออกทำทัวร์ก่อน 09.00  น .  นำท่านเข้าชม  สุเหร่าสีนํ้าเงิน  Blue Mosque  สร้างขึ้นในสมัยสุลต่านอะห์เมตที่  1  ซึ่งมีพระประสงค์ที่จะสร้าง มัสยิดของจักรวรรดิออตโตมันที่มีความงดงามและยิ่งใหญ่กว่าโบสถ์เซ็นต์โซเฟียของจักรวรรดิออตโตมันที่มี ความงดงามและยิ่งใหญ่กว่าโบสถ์เซ็นต์โซเฟียของจักรวรรดิไบแซนไทน์ให้ได้ โดยสุเหร่าแห่งนี้สร้าง ประจันหน้ากับโบสถ์เซ็นต์โซเฟีย ซึ่งโบสถ์เซ็นต์โซเฟียมีขนาดใหญ่ที่สุดในตุรกี จากนั้นนำท่านเข้าชม  โบสถ์ เซนต์โซเฟีย  St. Sophia  ซึ่งเป็นศิลปะแบบไบเซนไทม์ ได้รับการขนานนามว่าเป็นหนึ่งในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของ
12.00  น .   รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร CHENCHENG นำท่านเข้าชม  พระราชวังทอปกาปึ  Topkapi Palace  ซึ่งในอดีตเคยเป็นที่ประทับของสุลต่านแห่งราชวงศ์ออต โตมัน ปัจจุบันพระราชวังทอปกาปึกลายเป็นพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติที่ใช้เก็บมหาสมบัติอันล้ำค่า อาทิเช่น เพชร  96  กะรัต กริชองประดับมรกต เครื่องลายครามจากจีน หยก มรกต ทับทิม และเครื่องทรงของสุลต่าน ฯลฯ นำท่าน เข้าชมฮาเร็ม เขตหวงห้าม ซึ่งในอดีตกาลใช้เป็นที่อยู่ของนางใน 19.00  น .   รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร  GREAT HONG KONG
วันที่สาม  : 9  ก . ค . 54 08.00  น .   รับประทานอาหารเช้า ณ ภัตตาคารโรงแรม 07.00  น .  ท่านเดินทางสู่ท่าเรือซึ่งตั้งอยู่บริเวณเมืองเล็กๆ ของเมือง ยาโลว่า  ( Yalova)  เพื่อนำท่านข้ามเรือเฟอร์รี่ข้าม ทะเล มาร์มาร่า เดินทางสู่เมืองเบอร์ซ่า  ( Bursa)  เมืองเล็กแห่งหนึ่งซึ่งตั้งอยู่ทางตอนใต้ของเมืองอิสตันบูล ซึ่ง เป็นเมืองหลวงแห่งแรกของอาณาจักรออตโตมานบนอนาโตเลีย ก่อนที่จะย้ายไปอยู่ที่ฝั่งยุโรปและย้ายไปอยู่ที่ อิสตันบูล ในที่สุด นอกจากนี้เมืองเบอร์ซ่าเป็นเมืองที่ได้รับการยอมรับจากชาวตุรกีโดยทั่วไปว่าเป็นเมืองแห่ง “ กาบัป”  ( เนื้อย่าง แกะย่าง รับประทานพร้อมโรตีแป้ง )  ที่อร่อยที่สุดของตุรกี ใครมาถึงที่นี่ก็จะต้องหาโอกาสไป ชิมดูสักครั้ง  ( ใช้เวลาเดินทางประมาณ  3  ชั่วโมง )  เราไปหาซื้อขนม  Turkish Delight  กันก่อน
12.00  น .  รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร SELALE (Barbeque Menu) บ่าย นำท่านชมเมืองอาคารและสถาปัตยกรรมต่าง ๆ แบบออตโตมัน ซึ่งเป็นแบบผสมระหว่างเปอร์เซียนและไบเซน ไทน์ และยังถือเป็นศูนย์กลางสำคัญของเส้นทางการค้าผ้าไหมอีกด้วยชมบ้านเรือนและสุเหร่าประจำเมือง  สุเหร่า ใหญ่  Ulu Mosque  และ  Green Mosque  ของชาวมุสลิมและมีเสาคานอันงดงาม เนื่องจากสุเหร่านี้ยังใช้ประกอบ พิธีอยู่ เพราะฉะนั้นผู้หญิงที่จะเข้าไปต้องมีผ้าคลุมศีรษะด้วย จากนั้นทำนำท่านสู่  ตลาดผ้าไหม  ( Silk Market) ซึ่งที่มีเยอะมากก็จะเป็นผ้าคลุมศีรษะลวดลายพื้นเมือง  ( เนื่องจากที่นี่นับถือศาสนาอิสลาม )  นอกนั้นก็จะเป็น เสื้อผ้าบ้าง ที่นี่เป็นตลาดที่สวยแห่งหนึ่งเลย และสมเด็จพระนางเจ้าควีนอลิซาเบท เคยเสด็จเยือนมาแล้ว และถ้า ท่านเสด็จเข้าไปร้านไหนที่ตู้กระจกหน้าร้านก็จะมีรูปท่านวางอยู่ด้วย จากนั้นนำท่านกลับสู่เมืองอิสตันบูล 19.00  น .   รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร  ( ขึ้นอยู่กับเวลาถ้าไม่ค่ำเกินเราจะทานที่เมืองอิสตันบูล )
เอกสารประกอบการขอวีซ่า ประเทศตุรกี 1.  หนังสือเดินทาง  :  ต้องมีอายุเหลือมากกว่า  6  เดือน นับจากวันเดินทาง และมีหน้าว่างเหลืออย่างน้อย  2  หน้า  ( ขอเล่มเก่าด้วยถ้ามี ) 2.  รูปถ่ายสี ขนาด  2  นิ้ว จำนวน  1  ใบ  ( ถ่ายไม่เกิน  6  เดือน ) 3.  สำเนาทะเบียนบ้าน 4.  สำเนาบัตรประชาชน หรือ สำเนาสูติบัตร และสำเนาเปลี่ยนชื่อ  ( ถ้ามี ) 5.  ทะเบียนสมรส สำหรับผู้ที่แต่งงานแล้ว
อัตรานี้รวม   ค่าตัว๋เครื่องบินไปกลับ โดยสารการบินเตอร์กิชแอร์ไลน์ ชัน้ ประหยัด   ค่าภาษีสนามบิน ทัง้ในกรุงเทพ และภาษีสนามบินที่อิสตันบูล   โรงแรมที่พัก  4  คืน ตามที่ระบุรายการหรือเทียบเท่า   ค่าเข้าชมสถานที่ต่างๆ ตามรายการที่ระบุ   รถสำหรับนำเที่ยวตามรายการ   บริการไกด์จากประเทศตุรกี ภาษาอังกฤษ  /  สำหรับกลุ่ม คณะ  15  ท่านขึ้นไปจะมีหัวหน้าทัวร์คนไทย   ค่าประกันอุบัติเหตุ  1,000,000  บาท   ค่าอาหารตามที่ระบุในรายการ และค่าน้ำระหว่างมื้ออาหารทุกมื้อ และระหว่างวัน   ค่าวีซ่าท่องเที่ยวประเทศตุรกี อัต
จัดทำโดย นาย แคลวิน ล็อก ม .6/7  เลขที่  5 เสนอ อ . อินทิรา รัตนนานันท์

11111 110830225437-phpapp02-110906232326-phpapp02

  • 1.
  • 2.
  • 3.
    ก่อนสมัยเติร์ก คาบสมุทรอานาโตเลีย ( หรือที่เรียกว่า เอเชียไมเนอร์ ) ซึ่งเป็นที่ตั้งของพื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศตุรกี เป็นดินแดนที่มีการตั้งถิ่นฐานอย่างต่อเนื่องมายาวนานเพราะอยู่ในตำแหน่งที่เชื่อมต่อระหว่างทวีปเอเชียและยุโรป ร่องรอยการตั้งถิ่นฐานในตอนต้นของ ยุคหินใหม่ เช่น ชาตัลเฮอยืค ( Çatalhöyük), ชาเยอนู ( Çayönü), เนวาลี โจลี ( Nevali Cori), ฮาจิลาร์ ( Hacilar), เกอเบกลี เทเป ( Göbekli Tepe) และ เมร์ซิน ( Mersin) นับได้ว่าเป็นการตั้งถิ่นฐานที่เก่าแก่ที่สุดในโลก [2] การตั้งถิ่นฐานในเมืองทรอยเริ่มต้นในยุคหินใหม่และต่อเนื่องไปถึง ยุคเหล็ก ในประวัติศาสตร์ที่มีการบันทึกไว้ ชาวอานาโตเลียใช้ ภาษาอินโดยูโรเปียน , ภาษาเซมิติก และ ภาษาคาร์ตเวเลียน และยังมีภาษาอื่น ๆ อีกหลายภาษา นักวิชาการบางคนเสนอว่าอานาโตเลียเป็นศูนย์กลางที่ภาษากลุ่มอินโดยูโรเปียนนั้นกระจากออกไป
  • 4.
    ประมาณ 1200 ปีก่อนคริสตกาล ชายฝั่งตะวันตกของอานาโตเลียถูกครอบครองโดยชาวกรีกไอโอเลียนและอีโอเนียน ชาวเปอร์เซียแห่ง จักรวรรดิอาเคเมนิด สามารถพิชิตพื้นที่ทั้งหมดได้ในศตวรรษที่ 6 ถึง 5 ก่อนคริสตกาล แต่หลังจากนั้นดินแดนแห่งนี้ก็ตกเป็นของ อเล็กซานเดอร์มหาราช ในปี 334 ก่อนคริสตกาล [5] อานาโตเลียจึงถูกแบ่งออกเป็นดินแดนเฮลเลนิสติกขนาดเล็กหลายแห่ง ( รวมทั้ง บิทูเนีย คัปปาโดเกีย แพร์กามอน และ พอนตุส ) ซึ่งดินแดนเหล่านี้ตกเป็นของ จักรวรรดิโรมัน ในกลางศตวรรษที่ 1 ก่อนคริสตกาล [6] ในปี ค . ศ . 324 จักรพรรดิคอนสแตนตินที่ 1 เลือกเมืองไบแซนเทียมให้เป็นเมืองหลวงแห่งใหม่ของจักรวรรดิโรมัน และตั้งชื่อให้ว่า โรมใหม่ ( ภายหลังกลายเป็นคอนสแตนติโนเปิล และ อิสตันบูล ) หลังจากที่ จักรวรรดิโรมันตะวันตก เสื่อมลง เมืองนี้ก็กลายเป็นเมืองหลวงของ จักรวรรดิไบแซนไทน์
  • 5.
    สมัยเติร์กและจักรวรรดิออตโตมัน ตระกูลเซลจุกเป็นสาขาหนึ่งของ โอกุสเติร์ก ซึ่งในคริสต์ศตวรรษที่ 9 อาศัยอยู่บริเวณตอนเหนือของ ทะเลแคสเปียน และ ทะเลอารัล [8] ในคริสต์วรรษที่ 10 พวกเซลจุกเริ่มอพยพออกจากบ้านเกิดมาทางตะวันออกของอานาโตเลีย ซึ่งในที่สุดกลายเป็นดินแดนแห่งใหม่ของเผ่าโอกุสเติร์ก หลังจากสงครามแมนซิเกิร์ตในปี 1071 ชัยชนะของเซลจุกในครั้งนี้ทำให้เกิดสุลต่านเซลจุกในอานาโตเลีย ซึ่งเป็นเสมือนอาณาจักรย่อยของ อาณาจักรเซลจุก ซึ่งปกครองบางส่วนของเอเชียกลาง อิหร่าน อานาโตเลีย และตะวันออกกลาง
  • 6.
  • 7.
  • 8.
    เขา Ararat(16940 ฟุต , 5165 เมตร ) เป็นภูเขาไฟที่ใหญ่ที่สุดในตุรกี แม้ว่าจะไม่ได้ใช้งานขณะนี้ , การปะทุครั้งล่าสุดที่ได้รับอาจจะภายในระยะเวลา 10,000 ปี มันจะอยู่ในตุรกีภาคตะวันออกเฉียงเหนือมากที่อยู่ใกล้พรมแดนกับอิหร่านและอาร์เมเนีย ตะวันตกเฉียงใต้ของยอดเขาหลักที่อยู่ใน Little Ararat (12877 ฟุต , 3896 m) Gorge Ahora เป็นเหวตะวันออกเฉียงเหนือมีแนวโน้มลดลง - 6000 ฟุตจากด้านบนของภูเขาและเป็นจุดเน้นของการเกิดแผ่นดินไหวใหญ่ที่ใน 1840 จำนวนของการเรียกร้องโดยนักสำรวจที่แตกต่างกันจะได้พบเศษของ Noah's Ark บนภูเขา Ararat ได้นำไปดำเนินการต่อไป expeditions ภูเขาหลายแห่งซึ่งได้มุ่งเน้นการค้นหาของพวกเขาในพื้นที่หุบ รูปภาพ STS102 - 344 - 23 ได้มาจากกระสวยอวกาศเมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2001 ใช้กล้องฟิล์ม 35 มม . มารยาทของวิทยาศาสตร์โลกและการวิเคราะห์ภาพห้องปฏิบัติการ Johnson Space Center ภาพเพิ่มเติมที่ถ่ายโดยนักบินอวกาศและ cosmonauts สามารถดูได้ที่ประตูนาซา - JSC กับการถ่ายภาพนักบินอวกาศของโลก
  • 9.
  • 10.
    เป็นมหานครของสองทวีปเอเซียและยุโรป เป็นเมืองที่มีความงดงามในประวัติศาสตร์โลกมานานหลายศตวรรษ นับแต่ยุคสมัยของกรีกและโรมัน ในสมัยของพวก กรีก ก็คือเมืองไบแซนติอุม มีอายุอยู่ในระหว่าง 675 ปีก่อนคริสตกาล จนถึงปี ค . ศ .330 จึงเสียอาณาจักรโรมัน  และเคยเป็นเมืองหลวงของโรมันทางด้านตะวันออก ในนามของกรุงคอนสแตนติโนเปิล จนกระทั่งถึงปี ค . ศ .1453 จึงได้ถูกพวกออตโตมาน ทำลายลงและเปลี่ยนชื่อมาเป็น อิสตันบูล
  • 11.
  • 12.
    ที่มีชื่อเสียงมาแต่ในอดีตที่ถูกสร้าง ขึ้นมาประมาณ 4,000 ปีมาแล้ว ซึ่งในอดีตผู้คนส่วนมากคิดว่าเป็นนิยายที่แต่งขึ้นมาและนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์ แต่ในศตวรรษที่ 19 ได้มีการขุดค้นและพบซากเมืองโบราณที่เป็นเมืองทรอยในอดีต ชมความสวยงามของม้าไม้ ที่ได้จำลองจากต้นแบบ ซึ่งถูกนำมาใช้ในการทำสงครามเมื่อปี 1,000-700 ก่อนคริสตกาล ชมโรงละครโรมันที่ถูกสร้างขึ้นภายในบริเวณเมืองทรอย
  • 13.
  • 14.
    ซากโบราณสถานที่ยังคงความสวยงามของอะโครโปลิส (Acropolis) ที่ถูกสร้างขึ้นในสมัยที่พวกกรีกเข้ามาปกครองที่บริเวณนั้นและมีความเจริญรุ่งเรือง ที่เมืองเพอร์กามัม
  • 15.
  • 16.
    เมืองโบราณที่มีการบำรุงรักษาไว้เป็นอย่างดีที่สุดเมืองหนึ่ง เคยเป็นที่อยู่ของชาวโยนก ( Ionian) จากกรีก ซึ่งอพยพเข้ามาปักหลักสร้างเมืองขึ้นที่นี่เมื่อประมาณ 1,000 ปีก่อนคริสตกาล ต่อมาถูกรุกรานเข้ายึดครองโดยพวกเปอร์เซียและกษัตริย์อเล็กซานเดอร์มหาราชภายหลังเมื่อโรมันเข้าครอบครองก็ได้สถาปนาเอฟฟิซุส ขึ้นเป็นเมืองหลวงต่างจังหวัดของโรมัน 
  • 17.
  • 18.
  • 19.
  • 20.
  • 21.
    ทัวร์ 2 วัน 3 คืน ราคา 49,900 บาท กำหนดการเดินทาง วันที่หนึ่ง : 7 ก . ค 54 20.30 น .  พร้อมกันที่ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออกชั้น 4 เคาน์เตอร์ ชั้น 4 ประตู 9 แถว U สายการ บินเตอร์กิชแอร์ไลน์ โดยมีเจ้าหน้าที่บริษัทฯ คอยให้การต้อนรับและอำนวยความสะดวกด้านเอกสารสัมภาระ ก่อนการเดินทาง 23.35 น .  นำท่านออกเดินทาง เที่ยวบินที่ TK69 BKKIST 2335 0600 โดยบินตรงสู่นครอิตันบูล หรือกรุงคอนสแตน ติโนเปิ้ล สมัยจักรวรรด์ไบเซนไทม์ โดยสายการบินเตอร์กิชแอร์ไลน์ พร้อมสัมผัสกับสิ่งอำนวยความสะดวกบน เครื่อง Personal TV ทุกที่นั่ง อบอุ่นจากการต้อนรับของพนักงานต้อนรับสายการบินเตอร์กิช แอร์ไลน์
  • 22.
    วันที่สอง :8 ก . ค 54 06.00 น . คณะเดินทางถึง สนามบินนานาชาติ Ataturk Istanbul ประเทศตุรกี หลังผ่านพิธีตรวจคนเข้าเมืองและรับ สัมภาระเรียบร้อยแล้ว ( เวลาท้องถิ่นช้ากว่าประเทศไทย 4 ชม ) 07.00 น .  รับประทานอาหารเช้า ณ ภัตตาคาร ( ถ้าห้องว่างสามารถเช็คอินเข้าได้เลย ) ถ้าห้องไม่ว่างออกทำทัวร์ก่อน 09.00 น . นำท่านเข้าชม สุเหร่าสีนํ้าเงิน Blue Mosque สร้างขึ้นในสมัยสุลต่านอะห์เมตที่ 1 ซึ่งมีพระประสงค์ที่จะสร้าง มัสยิดของจักรวรรดิออตโตมันที่มีความงดงามและยิ่งใหญ่กว่าโบสถ์เซ็นต์โซเฟียของจักรวรรดิออตโตมันที่มี ความงดงามและยิ่งใหญ่กว่าโบสถ์เซ็นต์โซเฟียของจักรวรรดิไบแซนไทน์ให้ได้ โดยสุเหร่าแห่งนี้สร้าง ประจันหน้ากับโบสถ์เซ็นต์โซเฟีย ซึ่งโบสถ์เซ็นต์โซเฟียมีขนาดใหญ่ที่สุดในตุรกี จากนั้นนำท่านเข้าชม โบสถ์ เซนต์โซเฟีย St. Sophia ซึ่งเป็นศิลปะแบบไบเซนไทม์ ได้รับการขนานนามว่าเป็นหนึ่งในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของ
  • 23.
    12.00 น.  รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร CHENCHENG นำท่านเข้าชม พระราชวังทอปกาปึ Topkapi Palace ซึ่งในอดีตเคยเป็นที่ประทับของสุลต่านแห่งราชวงศ์ออต โตมัน ปัจจุบันพระราชวังทอปกาปึกลายเป็นพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติที่ใช้เก็บมหาสมบัติอันล้ำค่า อาทิเช่น เพชร 96 กะรัต กริชองประดับมรกต เครื่องลายครามจากจีน หยก มรกต ทับทิม และเครื่องทรงของสุลต่าน ฯลฯ นำท่าน เข้าชมฮาเร็ม เขตหวงห้าม ซึ่งในอดีตกาลใช้เป็นที่อยู่ของนางใน 19.00 น .  รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร GREAT HONG KONG
  • 24.
    วันที่สาม :9 ก . ค . 54 08.00 น .  รับประทานอาหารเช้า ณ ภัตตาคารโรงแรม 07.00 น . ท่านเดินทางสู่ท่าเรือซึ่งตั้งอยู่บริเวณเมืองเล็กๆ ของเมือง ยาโลว่า ( Yalova) เพื่อนำท่านข้ามเรือเฟอร์รี่ข้าม ทะเล มาร์มาร่า เดินทางสู่เมืองเบอร์ซ่า ( Bursa) เมืองเล็กแห่งหนึ่งซึ่งตั้งอยู่ทางตอนใต้ของเมืองอิสตันบูล ซึ่ง เป็นเมืองหลวงแห่งแรกของอาณาจักรออตโตมานบนอนาโตเลีย ก่อนที่จะย้ายไปอยู่ที่ฝั่งยุโรปและย้ายไปอยู่ที่ อิสตันบูล ในที่สุด นอกจากนี้เมืองเบอร์ซ่าเป็นเมืองที่ได้รับการยอมรับจากชาวตุรกีโดยทั่วไปว่าเป็นเมืองแห่ง “ กาบัป” ( เนื้อย่าง แกะย่าง รับประทานพร้อมโรตีแป้ง ) ที่อร่อยที่สุดของตุรกี ใครมาถึงที่นี่ก็จะต้องหาโอกาสไป ชิมดูสักครั้ง ( ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมง ) เราไปหาซื้อขนม Turkish Delight กันก่อน
  • 25.
    12.00 น. รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร SELALE (Barbeque Menu) บ่าย นำท่านชมเมืองอาคารและสถาปัตยกรรมต่าง ๆ แบบออตโตมัน ซึ่งเป็นแบบผสมระหว่างเปอร์เซียนและไบเซน ไทน์ และยังถือเป็นศูนย์กลางสำคัญของเส้นทางการค้าผ้าไหมอีกด้วยชมบ้านเรือนและสุเหร่าประจำเมือง สุเหร่า ใหญ่ Ulu Mosque และ Green Mosque ของชาวมุสลิมและมีเสาคานอันงดงาม เนื่องจากสุเหร่านี้ยังใช้ประกอบ พิธีอยู่ เพราะฉะนั้นผู้หญิงที่จะเข้าไปต้องมีผ้าคลุมศีรษะด้วย จากนั้นทำนำท่านสู่ ตลาดผ้าไหม ( Silk Market) ซึ่งที่มีเยอะมากก็จะเป็นผ้าคลุมศีรษะลวดลายพื้นเมือง ( เนื่องจากที่นี่นับถือศาสนาอิสลาม ) นอกนั้นก็จะเป็น เสื้อผ้าบ้าง ที่นี่เป็นตลาดที่สวยแห่งหนึ่งเลย และสมเด็จพระนางเจ้าควีนอลิซาเบท เคยเสด็จเยือนมาแล้ว และถ้า ท่านเสด็จเข้าไปร้านไหนที่ตู้กระจกหน้าร้านก็จะมีรูปท่านวางอยู่ด้วย จากนั้นนำท่านกลับสู่เมืองอิสตันบูล 19.00 น .  รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร ( ขึ้นอยู่กับเวลาถ้าไม่ค่ำเกินเราจะทานที่เมืองอิสตันบูล )
  • 26.
    เอกสารประกอบการขอวีซ่า ประเทศตุรกี 1. หนังสือเดินทาง : ต้องมีอายุเหลือมากกว่า 6 เดือน นับจากวันเดินทาง และมีหน้าว่างเหลืออย่างน้อย 2 หน้า ( ขอเล่มเก่าด้วยถ้ามี ) 2. รูปถ่ายสี ขนาด 2 นิ้ว จำนวน 1 ใบ ( ถ่ายไม่เกิน 6 เดือน ) 3. สำเนาทะเบียนบ้าน 4. สำเนาบัตรประชาชน หรือ สำเนาสูติบัตร และสำเนาเปลี่ยนชื่อ ( ถ้ามี ) 5. ทะเบียนสมรส สำหรับผู้ที่แต่งงานแล้ว
  • 27.
    อัตรานี้รวม  ค่าตัว๋เครื่องบินไปกลับ โดยสารการบินเตอร์กิชแอร์ไลน์ ชัน้ ประหยัด  ค่าภาษีสนามบิน ทัง้ในกรุงเทพ และภาษีสนามบินที่อิสตันบูล  โรงแรมที่พัก 4 คืน ตามที่ระบุรายการหรือเทียบเท่า  ค่าเข้าชมสถานที่ต่างๆ ตามรายการที่ระบุ  รถสำหรับนำเที่ยวตามรายการ  บริการไกด์จากประเทศตุรกี ภาษาอังกฤษ / สำหรับกลุ่ม คณะ 15 ท่านขึ้นไปจะมีหัวหน้าทัวร์คนไทย  ค่าประกันอุบัติเหตุ 1,000,000 บาท  ค่าอาหารตามที่ระบุในรายการ และค่าน้ำระหว่างมื้ออาหารทุกมื้อ และระหว่างวัน  ค่าวีซ่าท่องเที่ยวประเทศตุรกี อัต
  • 28.
    จัดทำโดย นาย แคลวินล็อก ม .6/7 เลขที่ 5 เสนอ อ . อินทิรา รัตนนานันท์