NSTDA KM - Knowledge Management
Upcoming SlideShare
Loading in...5
×
 

NSTDA KM - Knowledge Management

on

  • 94 views

วันจันทร์ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557 สัมภาษณ์ คุณบุญเลิศ อรุณพิบูลย์ ...

วันจันทร์ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557 สัมภาษณ์ คุณบุญเลิศ อรุณพิบูลย์ หัวหน้างานงานพัฒนาและบริการสื่อสาระดิจิทัล ฝ่ายบริการความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ในเรื่อง "การจัดการความรู้ของ สวทช." จากนิสิตปริญญาโท หลักสูตรนิเทศศาสตร์และสารสนเทศ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

Statistics

Views

Total Views
94
Views on SlideShare
94
Embed Views
0

Actions

Likes
0
Downloads
1
Comments
0

0 Embeds 0

No embeds

Accessibility

Categories

Upload Details

Uploaded via as Adobe PDF

Usage Rights

CC Attribution-NonCommercial LicenseCC Attribution-NonCommercial License

Report content

Flagged as inappropriate Flag as inappropriate
Flag as inappropriate

Select your reason for flagging this presentation as inappropriate.

Cancel
  • Full Name Full Name Comment goes here.
    Are you sure you want to
    Your message goes here
    Processing…
Post Comment
Edit your comment

NSTDA KM - Knowledge Management NSTDA KM - Knowledge Management Document Transcript

  • นโยบายขององคกรดานการจัดการความรู นโยบายดานการจัดการความรูของ สวทช. มีการมุงเนน การสั่งสม และบริหารจัดการความรูและ ทรัพยสินทางปญญาดานวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี มีเปาหมายยื่นจดและไดรับสิทธิบัตรของนักวิจัยภายใน องคกร และมีหนวยงานที่นําผลงานวิจัยของ สวทช. ไปใชประโยชน โดยการใชบริการขอมูลดานวิทยาศาสตรและ เทคโนโลยีจากระบบบริการความรูของ สวทช. การพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการจัดการความรูใหเปนโครงสรางพื้นฐานที่สําคัญ มี เปาหมายการพัฒนาดานระบบเทคโนโลยีสารสนเทศดานโครงสรางพื้นฐานทางกายภาพ ไดแก ดานเครือขาย คอมพิวเตอร เครือขายไรสาย ระบบสํารอง/แผนฉุกเฉิน เครือขายเสมือน และระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการ บริหาร ไดแก มีระบบวางแผนทรัพยากรองคกร ระบบบริหารบุคคล ระบบ Enterprise Content Management และระบบฐานขอมูลและระบบจัดการความรู ที่เชื่อมโยงกัน จากการวิเคราะห SWOT ในชวงระยะเวลาแรก พบวา แมจะมีผที่มีความรูความสามารถเปนจํานวนมาก ู แตก็กระจัดกระจายอยูในหลายหนวยงาน สงผลใหความรูกระจุกตัวอยูแตเฉพาะในหนวยงานของตัวเอง การ บริหารจัดการงานวิจัยและพัฒนายังไมเปนระบบ รวมทั้งยังขาดการพัฒนาบุคลากรในหนวยงานอยางเปนระบบ ดังนั้นในชวงแรกของการพัฒนาการจัดการความรูของ สวทช. จึงมีการสรางระบบฐานขอมูลและระบบ จัดการความรู (Knowledge management) เพื่อพัฒนาระบบจัดเก็บ จัดการ และบริหารองคความรูภายใน องคกร ใหบุคลากรของ สวทช. และในวงการวิจัย สามารถเขาถึงองคความรูและตอยอดองคความรู เพื่อพัฒนา งานวิจัยหรือนําไปประยุกตไดอยางมีประสิทธิภาพ โดยมีการนําระบบงานทั้งหมดมาเชื่อมโยงและจัดทําแผนกล ยุทธ แผนงานของ สวทช. และมีการติดตามและประเมินผลอยางสม่ําเสมอ เปาหมายของการจัดการความรูของ สวทช. คืออะไร การจัดการความรูของ สํานักงานพัฒนาวิทยาศาสตรและเทคโนโลยีแหงชาติ (สวทช.) มีเปาหมายอยู 5 ขอ คือ 1. การพัฒนาระบบลงทะเบียนองคความรูจากการปฏิบัติงาน สํานักงานพัฒนาวิทยาศาสตรและ เทคโนโลยีแหงชาติ (สวทช.) ประกอบดวย ศูนยพันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแหงชาติ (BIOTEC) ศูนย เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแหงชาติ (MTEC) ศูนยนาโนเทคโนโลยีแหงชาติ (NANOTEC) และศูนยบริหารจัดการ เทคโนโลยี (TMC) โดยแตละหนวยงานจะมีนักวิจัย ปญหาคือ ความรูที่อยูกับนักวิจัยจะอยูแตในหนวยงานและ หองปฏิบัติการของตัวเอง ดังนั้นจึงมีเปาหมายที่จะเก็บความรูจากการปฏิบัติงาน เปนความรูทางดานการวิจัย นํามาเก็บรวบรวมในระบบฐานขอมูลศูนยกลาง ซึ่งจะทําใหสามารถคนหาขอมูลไดมากขึ้น และสะดวกรวดเร็ว รวมทั้งสามารถหาขอมูลความถนัดในดานตางๆ ของบุคลากรในหนวยงาน เพื่อการพัฒนาการทํางานใหดียิ่งขึ้น ซึ่ง หมายถึงการรวบรวมความรูออกมาเปนคลังเก็บผลงานวิจัย ผลงานวิชาการของ สวทช. นั่นเอง 2. สรางแนวปฏิบัติใหเปนตนแบบของนักวิจัยทั้งหมด สํานักงานพัฒนาวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี
  • แหงชาติ (สวทช.) ไมไดคาดหวังวานักวิจัยทั้งหมดตองเขาสูการจัดการความรู เพราะเปนเรื่องยาก จึงมีการสราง กลุมตนแบบชุมชนนักปฏิบัติ หรือกลุมนํารองขึ้นมา 1 กลุม เพื่อเปนตนแบบในการจัดการความรูใหกับคนอื่นๆใน หนวยงาน เชน นักวิจัยนําผลงานวิจัยมาใส เมื่อมีคนคนเจอ นักวิจัยคนอื่นก็จะรูสึกวาแลวผลงานตัวเองหายไป ไหน และสุดทายก็จะนําเอางานวิจัยของตนเองไปใส เปนตน และในสวนนี้ก็จะเปนหลักฐานในการเลื่อนตําแหนง ขึ้นเงินเดือน หรือเงินพิเศษ สํานักงานพัฒนาวิทยาศาสตรและเทคโนโลยีแหงชาติ (สวทช.) มีการขับเคลื่อนดวย ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ ระบบจะทําการวิเคราะหวานักวิจัยในแตป มีผลงานกี่เรื่องและสามารถนําขอมูลใน สวนนี้มาใชในการขอเลื่อนตําแหนงได ซึ่งระบบนี้จะเรื่องวา Paperless promotion service หรือ การเลื่อน ตําแหนงโดยไรกระดาษ ซึ่งขอดี คือ การปองกันการทําวิจัยซ้ําซอน ปองกันการละเมิดลิขสิทธิ์ผลงาน ตอยอด ผลงานวิจัยและเปนตนแบบที่ดี 3. ใชในการเพิ่มผลิตภาพและความสามารถของบุคลากร การทําวิจัยของ สวทช. จะเปนการวิจัยใน หลากหลายสาขา จึงมักจะมีการทําการวิจัยรวมกับหนวยงานตางๆ เชน หากมีคนตองการทํางานวิจัยเรื่องของ การวิจัยดานระบบเทคโนโลยีสารสนเทศทางการเกษตรแตมีความสามารถดานคอมพิวเตอร จึงจําเปนตองมีการหา ผูเชี่ยวชาญทางดานการเกษตรเขามารวมทําการวิจัยดวย เปนตน การจัดการความรูดวยเทคโนโลยีสารสนเทศจะ ทําใหทราบวาใครมีความสามารถและความถนัดทางดานใด ทําใหงายตอการหาผูเชี่ยวชาญในสาขาใดสาขาหนึ่ง 4. ใชเทคโนโลยีสารสนเทศในการวิเคราะหเพื่อประเมินผลบุคคล โดยเรียกวา parent management เชน ศูนยนาโนเทคโนโลยีแหงชาติ จะทํางานวิจัยที่เกี่ยวกับแกลบ ทาง สวทช. มีความเชื่อวา คนที่ทํางานอยูแลวจะ มีความสามารถและความเชี่ยวชาญมากกวาคนใหม ทางฝายบุคคลจะตรวจสอบขอมูลภายในฐานวามีใครมีความ เชี่ยวชาญในด านของแกลบ และทํ าการติ ดต อไป และสามารถมี ก ารสั่ งบุ ค ลากรข ามสายงานได นอกจากนี้ ผลกระทบจากการแลกเปลี่ยนชุมชนนักปฏิบัติ คือ การเพิ่มขึ้นของจํานวนสมาชิก หนวยงาน และสวทช. (Performance) และเพิ่มจํานวนของการผลิตภาพ (Productivity) ใหมากขึ้น 5. Talent management ผลของการวิเคราะหจากระบบ (Analytics) สามารถสงผลในลักษณะ สนับสนุนในการวางแผนดําเนินงานดานบุคลากรของสวทช.ได ซึ่ง KM ของสวทช. ไมไดเริ่มมาจาก สวทช. แตเริ่ม จากศูนย (จากหนวยงานภายในของสวทช.) ที่ทํา KM อยูแลว สวทช. เห็นวาดี จึงนํามาประยุกตใชและกระดับมา เปน KMของสวทช. โดยเริ่มตั้งแต พ.ศ.2551 ซึ่งมีระบบ myPerformance กับ Patent Reward Policy จากเปาหมายจะไปทํา Road map
  • สวทช. มีการทําการจัดการความรูมากอน ป 2551 แตเปนการจัดการความรูระดับศูนย มีการเลือกการ จัดการความรูของศูนยหนึ่งมาเปนตนแบบในการจัดการความรูของ สํานักงานพัฒนาวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี แหงชาติ (สวทช.) ซึ่งมีตนแบบมาจาก ศูนยเทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกสและคอมพิวเตอรแหงชาติ (NECTEC) และ ศูนยพันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแหงชาติ (BIOTEC) แตถาพูดถึงการจัดการความรูของสํานักงานพัฒนา วิทยาศาสตรและเทคโนโลยีแหงชาติ (สวทช.) จะกลาวไดวามีการดําเนินการมาตั้งแตป 2551 แตแทจริงแลวมีการ เริ่มดําเนินการมากอนหนานั้น ป 2551 ทําระบบลงทะเบียนองคความรู ซึ่งเรียกวา my per formant เปนเรื่องของความสามารถของ แตละบุคคล หากตองการไดรับการสนับสนุนทั้งการเลื่อนตําแหนงและการขึ้นเงินเดือน ก็ตองมีการนําองคความรู เพิ่มลงไปในฐานขอมูล อีกอยางคือ patent reward policy เปนการใหรางวัลจากการจดสิทธิบัตร เพราะวา นักวิจัยจุดใหญสุดคือผลงานไดจดสิทธิบัตรหรือไม ถาใครสามารถทําการวิจัยจนถึงขึ้นการจดสิทธิบัตรและลง ฐานขอมูล ก็จะไดรับรางวัลเล็กๆนอยๆ ในขั้นตอนแรกจะเขาสูกระบวนการในการใหความรู Cops กับทุกคน สรางแรงจูงใจ และใหทุกคนนําผลงานของตัวเองลงในฐานขอมูล (แถบสีสม) View slide
  • 2551-2552 เขาสูกระบวนการทํา paperless promotion service 100% ไมตองใชกระดาษ 2553-2554 จากนั้นเปนการวิเคราะหมูลคาของงานที่นําลงฐานขอมูล วามีคุณคาแคไหน เปนการนํา ความรูมาใชในการเพิ่มมูลคาใหตนเอง 2555- ปจจุบัน เปน best practice ใหกับคนอื่น ตอนนี้อยูในจุดนี้ คือเปนแนวปฏิบัติใหกับคนอื่นๆ การเชื่อมโยงการจัดการความรูเขากับนโยบาย หรือ แผนกลยุทธขององคกร เปนอยางไร การจัดการความรูเกิดขึ้นมาจาก ศึกษาแนวทางการทําการจัดการความรูที่คนอื่นทํามากอนแลว แลวจึง นํามาประยุกตปรับปรุงใหเขากับลักษณะขององคกร จากการศึกษามาพบวา การจัดการความรูของประเทศไทยไม เหมาะกับ สํานักงานพัฒนาวิทยาศาสตรและเทคโนโลยีแหงชาติ (สวทช.) จึงมีการนําแนวคิดของเมืองนอกเขามาใช ดังนั้นการจัดการความรูของ สํานักงานพัฒนาวิทยาศาสตรและเทคโนโลยีแหงชาติ (สวทช.) จึงจะแตกตางจากการ จัดการความรูของประเทศไทยโดยสิ้นเชิง จากนั้นก็เอาสิ่งที่ไดมา มาทําประชาพิจารณ ใหทุกคนใน สํานักงาน พัฒนาวิทยาศาสตรและเทคโนโลยีแหงชาติ (สวทช.) มีสวนรวม ดังนี้ 1. การวิเคราะหสถานการณ (swot analysis) เริ่มจากการศึกษาแนวทางจากองคกรหรือหนวยงานอื่นๆที่ เกี่ยวของเพื่อดําเนินงาน (SWOT Matrix หรือ ประชามติ) โดยสํานักงานพัฒนาวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี แหงชาติ (สวทช.) พบวาจุดเดนขององคกรคือทางดานไอที จึงมีการนําไอทีมาใชในการขับเคลื่อนการจัดการ ความรู และมีการนํามาพิจารณาวาความรูที่อยูในองคคือ ความรูที่ไดมาจากผลงานวิจัย ฉะนั้น สวทช. จึงใช เทคโนโลยีเปนเครื่องมือในการบริหารจัดการและผลักดันไปสูศักยภาพของนักวิจัย View slide
  • 2. Knowledge Assets (KA) ความรูของนักวิจัยของ สวทช. พบวาหากมีการแบงความรูเปน 100% มี 80% ที่เปน Tacit และมี 20% ที่เปน Expliit สวทช. เล็งเห็นวาการดึงความรูที่ฝงลึกที่อยูในตัวคนออกมาเปนสิ่งที่ มีความเปนไปไดยากกวาการนําความรูที่ชัดแจงโดยมีการใชเทคโนโลยีเขาไปเปนเครื่องมีในการจัดการความรูใน องคกรใหงายยิ่งขึ้น ดังนั้นจึงเริ่มตนจากการใหความสําคัญกับ 20% กอนเพื่อเปนการกระตุน สรางแรงจูงใจให นักวิจัยเพื่อสรางการเรงพัฒนาองคความรู โดยการดึงความรูที่ฝงลึกในตัวของนักวิจัยแตละคนออกมาโดยการเขียน งานวิจัยแลวจึงพัฒนาไปสู 80% เปนTacit ในที่สุด อยางไรก็ตามตองมีการเรงเก็บความรูของสํานักงานพัฒนาวิทยาศาสตรและเทคโนโลยีแหงชาติ (สวทช.) ซึ่งก็คือความรูของนักวิจัย ที่นี่บุคลากร 70-80% คือนักวิจัย ความรูก็คือความรูในการทําวิจัย ทํายังไงก็ไดใหเขา เอาความรูที่มีอยูมาเขาสูกระบวนการจัดการความรู ถัดไป เมื่อเอาไอทีมาบริหารจัดการความรูของนักวิจัย ผลกระทบคือ ชวยใหทําวิจัยไดงายขึ้น เชน การหานักวิจัยรวมที่เชี่ยวชาญในดานที่ตองการ ดวยไอที เปนตน ซึ่ง จะเปนการยนระยะเวลา และยังชวยพัฒนาศักยภาพของนักวิจัยใหดีขึ้น
  • ทีนี่พอไดวา swot analysis คืออะไร ความรูเริ่มตนจากประเด็นไหน ก็มาเริ่มทําแผนปฏิบัติการ ผูบริหารสูงสุดตองเปนผูนํา (ผทว. ดร.ทวีศักดิ์ กออนันกูล) หากผูบริหารไมอนุมัติก็จะไมสามารถทําการจัดการ ความรูได มีการมอบหมายวาหนวยงานใดทําการจัดการความรู โดยมีการจัดตั้งทีมงานในการทํางาน(STKS) จากนั้นนํามาทําแนวปฏิบัติเรียกวา “วัฒนธรรมความรูของสวทช.” เพื่อนําไปสูการจัดการความรูตอไป ทีมงานจะ ไปคัดเลือกคนมาทํางาน และทํางานภายใตกรอบวัฒนธรรมความรู หามคิดนอกเหนือจากนี้เพราะมาจากประชา พิจารณ ซึ่งระบุวา 1. ระบบตองขับเคลื่อนดวยไอที และตองขับเคลื่อนไดงาย คือไมวาคุณอยูที่ใดก็สามารถเชื่อมตอเขา ฐานขอมูลได 2.สามารถคนความรูได 3. เปนระบบ 4.ตองมีมาตรฐาน ขอมูลตอง reuse ได 5.มีการไหลเวียนได ผานกระบวนการในการสรางคุณคา เนนเอาเทคโนโลยีมาเปนเครื่องมือ สําคัญที่สุด ระบบทั้งหมดอยูบนพื้นฐานของความไวเนื้อเชื่อใจ เชน ลูกนองทําผลงานเสร็จแลวสามารถอัพโหลดไดเลย โดยไม ตองผานผูบังคับบัญชา ถือวาทุกคนมีสิทธิ์เทากันในการสรางผลงาน สุดทายกรรมการจะเปนคนตัดสินเอง ความรูหลักของ สวทช. คืออะไร และความรูที่นํามาจัดการเปนความรูประเภทใด ความรูหลัก ของ สํานักงานพัฒนาวิทยาศาสตรและเทคโนโลยีแหงชาติ (สวทช.) คือ ผลงานและ นวัตกรรมที่เกิดจากนักวิจัยและการพัฒนา ความรูที่นํามาจัดการ คือ ทุกอยางที่เกี่ยวของกับการวิจัยและพัฒนา สํานักงานพัฒนาวิทยาศาสตรและเทคโนโลยีแหงชาติ (สวทช.) จะใหความสําคัญกับความรูที่ชัดแจง มากกวาความรูที่ซอนเรน เนื่องจากตระหนักวาการที่จะดึงเอาความรูที่ซอนเรนออกมาจากตัวบุคคลแทบไมมีทาง ที่จะเปนไปได และพบวามีความรูที่ชัดแจงอยูแลว เพียงแตกระจัดกระจาย ไมเปนระบบ ดังนั้นจึงเริ่มจากการ จัดเก็บความรูที่ชัดแจงของในหนวยงานมาจัดเก็บรวบรวมใหเปนระบบ ซึ่งจะทําใหการคนหาขอมูลสะดวกและ รวดเร็วขึ้น เมื่อมีการนําความรูที่ชัดแจงมารวบรวมและเผยแพรในฐานขอมูล โดยบุคลากรสามารถใชผลงานใน ฐานขอมูลเพื่อเปนผลงานในการเลื่อนตําแหนง สงผลใหความรูที่ซอนเรนเริ่มออกมา คนจะเริ่มดึงความรูออกมา เขียนและใสในฐานขอมูล ทําใหความรูเพิ่มขึ้น เขาสูคลังเก็บขอมูลที่เรียกวา KR ซึ่งจะชวยกระตุนใหความรูที่ซอน เรนออกมา
  • มีกระบวนการจัดการความรูอยางไร มีขั้นตอนอะไรบาง หลักๆ ตั้งชื่อระบบวา myPreferment กระบวนการจัดการความรูมาจากประชาพิจารณ เนื่องดวยใช IT ในการขับเคลื่อนการจัดการความรู มีการถอดความรูของคนออกมา ระบบ คือ 1. แหลงเก็บสะสมความรู 2. เนนสนับสนุนกระบวนการเลื่อนตําแหนงทางวิชาการ 3. ทํารายงานเชิงวิเคราะหเพื่อแผนเชิงกลยุทธของ สวทช. มีโมเดลหลักๆ คือ 1. ทําวิจัยไดผลงานอะไรมา นําไปกรอกขอมูล 2. KM auditor จะเปนคนตรวจสอบขอมูล จะคอยตรวจสอบวาขอมูลที่ใสเขาไปถูกตองหรือไม 3. พิจารณาการใหคะแนน โดยมีเกณฑการใหคะแนนที่เปนมาตรฐานของหนวยงาน 4. ลงทะเบียน KM id 5. สืบคน กระบวนการคอนขางจะแตกตางกับที่อื่น คือเนนเทคโนโลยีแตไมไดเนนการพบหนา ใชรูปแบบ(Model) ใดในการจัดการความรูบาง อยางไร สวทช.ไมมีรูปแบบโมเดลที่แทจริงโดยเพราะสวนใหญมีการศึกษาละเทียบเทียบจากตางประเทศเปนสวน ใหญ ซึ่งมีการใชการศึกษาจาก S&p research แลวมาประยุกตใชใหเหมาะสมและเขากับองคกรโดยมีการนําเอา best practice จากองคกรดานวิทยาศาสตรและเทคโนโลยีของเมืองนอกมาใช ซึ่งองคกรมักจะเนนการดูระบบ มากกวาไมไดเนนการดูที่โมเดล หรืออาจกลาวไดวาเปนการเนนการปฏิบัติไมไดเนนทฤษฎี
  • เครื่องมือที่ใชในการจัดการความรู คืออะไร ทั้งประเภทกระบวนการและเทคโนโลยีมีอะไรบาง เครื่องมือเปนเทคโนโลยี(IT) ซึ่งโดยสวนใหญจะเนนเครื่องมือที่เปนเทคโนโลยี เนื่องจากเปนองคกรที่ ขับเคลื่อนดวยระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ โดยเครื่องมือที่เปนกระบวนการของ สํานักงานพัฒนาวิทยาศาสตร และเทคโนโลยีแหงชาติ (สวทช.) มีดังนี้ - Social Network เว็บไซต blog - Social Media facebook twitter YouTube - คลังความรู - ฐานขอมูลงานวิจัยไทย - ฐานขอมูลวิทยานิพนธไทย - Online Resources & Open Access - ระบบผูเชี่ยวชาญ - ระบบ my preferment ปจจัยใดบางที่สนับสนุนการจัดการความรูของ สวทช. 1. นโยบายองคกรสูงสุดของสวทช. ตองมีการจัดการความรู การจัดการความรูของ สวทช. แปลวา “การ ใชความรูเพื่อการจัดการที่ดี(กวา)” หรือ “Knowledge Better Management” องคกรมีความรูอยูแลวดังนั้น จึงไมตองมีการสรางความรู แตความรูที่มีอยูแลวมีระบบจัดการที่ไมดี KM ของสวทช. เปนคํายอที่มาจากคําที่ แตกตางจากที่อื่น 2. มีระบบเทคโนโลยีสารสนเทศที่พรอมสําหรับการขับเคลื่อนระบบ ปญหาอุปสรรคของการจัดการความรู ของ สวทช. คืออะไร ชวงแรกคือเรื่องของการยอมรับซึ่งนักวิจัยสวนใหญมักยังไมคอยใหวามรวมมือที่ดี จึงตองมีการสรางกลุม นํารอง เพื่อเปนตัวกระตุนในการสรางผลงานของคนอื่น ๆ ในองคกร จะเกิดการเปรียบเทียบ ดังนั้นจึงเปนการ เปรียบเทียบดวยผลงาน ระบบจะวิเคราะหวาในแตละป ใครควรที่จะไดเลื่อนตําแหนง นอกจากนี้ยังพบวาปญหาที่ใหญที่สุด คือ ดิจิทัลมีเดีย ดิจิตอลไฟล ระบบตัวนี้จะใหอัพโหลดเอกสาร ไม มีการตกลงกันวามาตรฐานของเอกสารตองเปนแบบไหน จึงทําใหเกิดปญหาการเปดเอกสารไมได ซึ่งปญหาใน สวนนี้จะเกิดขึ้นจากคนสราง ไมไดเกิดจากระบบ คนสรางเปนคนนําเอาผลงานขึ้นไปสูระบบเอง แตก็มีการแกโดย การรณรงคเพื่อสรางมาตรฐานและทําคูมือเผยแพรใหแกบุคลากรในองคกร อีกทั้งอาจพบปญหาที่ดานตัวเนื้อหา
  • ผลหรือประโยชนที่ไดรับจากการจัดการความรูคืออะไร 1. มีระบบคลังความรูกลาง ที่เก็บขอมูลของทุกศูนย จึงสามารถใชคลังความรูคนขอมูลไดอยางทั่วถึง 2. มีคลังความรูขนาดใหญ ที่เกิดจากการสรางของนักวิจัยเอง นักวิจัยจะสามารถเอาสวนนี้มาใชในการ เลื่อนตําแหนงได และยังสามารถคนหาความรูเพื่อนําไปตอยอดได 3. ใชขอมูลประกอบเพื่อในการขอทุนอนุมัติโครงการอื่นๆ และเปนแหลงรายงานวิจัยผลงานของ สวทช.