Rice

2,314 views

Published on

0 Comments
2 Likes
Statistics
Notes
  • Be the first to comment

No Downloads
Views
Total views
2,314
On SlideShare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
7
Actions
Shares
0
Downloads
64
Comments
0
Likes
2
Embeds 0
No embeds

No notes for slide

Rice

  1. 1. ข้า ว (RICE)
  2. 2. ที่ป ลูก เป็น อาหารมนุษ ย์za sativaza glaberima มากในแถบแอฟริก าตะวัน ตก
  3. 3. Oryza sativa - Indica เมล็ดยาวเรียว ปลูกมากในเขตร้อนของเอเชีย ไทย ฟิลิปปินส์ อินเดียเวียดนาม - Japonica เมล็ดป้อมสัน ปลูกมากใน ้เขตกึ่งร้อน ญี่ปน เกาหลี จีนตอนเหนือ ุ่ - Javanica เมล็ดค่อนข้างป้อม อ้วนปลูกมากในอินโดเชีย พม่า ให้ผลผลิตตำ่า Japonica Javanica
  4. 4. ความแตกต่างระหว่าง subspecies indica, japonica และ javanica ลัก ษณะ indica japonica javanica 1. ใบ ใบกว้า ง สีเ ขีย ว ใบแคบ สีเ ขีย ว ใบกว้า ง , อ่อ น เข้ม แข็ง สีเ ขีย วอ่อ น 2. เมล็ด เรีย ว , แบน สั้น และป้อ ม กว้า งและ หนา 3. การแตกกอ แตกกอมาก แตกกอปาน แตกกอน้อ ย กลาง 4. ทรงต้น สูง เตี้ย สูง 5. หนวดข้า ว มัก ไม่ม ีห นวด ไม่ม ีห นวดข้า ว ไม่ม ีห นวด จนถึง มีห นวด ข้า ว จนถึง ยาว มีห นวดยาว 6. ขนบนเปลือ ก ขนสั้น มีเ พีย ง ขนยาวและดก ขนยาว เมล็ด บางเบา 7. การร่ว งของ ร่ว งง่า ย ร่ว งยาก ร่ว งยาก เมล็ด
  5. 5. ลัก ษณะทางพฤกษศาสตร์รากระบบรากเป็น แบบรากฝอย (fibrous rootsystem) มีก ารเจริญ ของราก 2 ส่ว น คือ 1. รากทีเ จริญ มาจากส่ว นของคัพ ภะ ่(embryo) เป็น รากที่พ ฒ นามาจากส่ว นแรดิเ คิล ั(radicle) เรีย กว่า primary root หรือ firstseeding root ซึง เป็น รากทีย าวมีส ีน ำ้า ตาล ที่ ่ ่primary root มีร ากที่แ ตกแขนงออกมาเรีย กว่าsecondary root หรือ lateral root นอกจากนีย ง ้ ัมีร ากทีเ กิด ขึ้น ที่ scutellar node เรีย กว่า ่seminal root รากทัง หมดนีม ก ารเจริญ ในระยะ ้ ้ ีเวลาสัน ๆ และตายไปในระยะทีต ้น ข้า วยัง ้ ่
  6. 6. 2. รากที่เ จริญ มาจากส่ว นข้อ ของลำา ต้น เป็นรากที่เ จริญ มาจากปุม กำา เนิด ราก (root ่primordia) ที่ข ้อ ส่ว นล่า ง ของลำา ต้น เรีย กว่าadventitious root ข้อ แรกที่เ กิดadventitious root คือ coleoptilar node รากพวกนี้เ ริ่ม เกิด เมือ ต้น ข้า วมีอ ายุป ระมาณ 15 ่วัน ระยะแรกจะมีข นาดสัน สีข าวและอวบ ้เมือ ต้น ข้า วอายุไ ด้ 6 สัป ดาห์ รากชนิด นี้จ ะมี ่ขนาดยาวขึน มีส น ำ้า ตาลอ่อ น และมีร ากแขนง ้ ีแตกออกมาจำา นวนมาก ต้น ข้า วมีก ารสร้า งรากชนิด นีเ พิ่ม ขึ้น เรื่อ ยๆ จำา นวนรากจะมีม าก ้ที่ส ด ในระยะออกรวง จากนัน จำา นวนรากจะ ุ ้
  7. 7. - ลัก ษณะพิเ ศษประการหนึ่ง ของรากข้า วคือ การที่ม ช อ งอากาศขนาดใหญ่ใ นราก ี ่ที่เ ติบ โตเต็ม ที่แ ล้ว เรีย กว่า lysigenousintercellular space ซึ่ง ช่อ งอากาศนีจ ะ ้เชือ มต่อ กับ ช่อ งอากาศในลำา ต้น และใบ ่ทำา ให้อ ากาศส่ง ผ่า นจากส่ว นยอดมาสู่ส่ว นรากได้
  8. 8. ลำา ต้นมีล ัก ษณะกลม ภายในลำา ต้น ของข้า วมีลัก ษณะกลวง จะตัน เฉพาะในส่ว นของข้อเท่า นัน ที่บ ริเ วณข้อ มีล ก ษณะพองโต เรีย ก ้ ัว่า pulvinus ซึ่ง อาจมีส ม ่ว งจนถึง สีม ว งแก่ ี ่บางกรณีจ ะเป็น สีเ ดีย วกัน กับ สีข องกาบใบ สีที่พ บที่ป ล้อ งของข้า วมีห ลายสี ได้แ ก่ สีเ ขีย วสีเ หลือ ง และสีม ว ง แตกต่า งกัน ขึ้น อยูก ับ ่ ่พัน ธุ์
  9. 9. ใบ ประกอบด้วย 2 ส่วนหลัก ได้แก่ กาบใบ (leaf sheath) และแผ่นใบ (leaf blade) โดยกาบ ใบจะหุ้มลำาต้นไว้ ความยาวของกาบใบข้าว แตกต่างกันขึ้นอยู่กับตำาแหน่งของข้อบน ลำาต้น โดยประมาณข้อที่ 10 ความยาวของ ปล้องจะเริ่มมากกว่าความยาวของกาบใบ แผ่นใบมีความกว้างแตกต่างกันขึ้นอยู่กับพันธุ์ มักมีขน มีเส้นกลางใบ (midrib) เห็นได้ ชัดเจน และมีเส้นใบขนานไปกับเส้นกลางใบ            
  10. 10. ในบริเ วณระหว่า งกาบใบและแผ่น ใบ พบส่ว นต่า งๆ 3 ส่ว น ได้แ ก่ เยื่อ กัน นำ้า หรือ ลิ้นใบ (ligule) หูใ บหรือ เขี้ย วใบ (auricle) และรอยต่อ ระหว่า งกาบใบและแผ่น ใบ (leafcollar) ลัก ษณะของเยื่อ กัน นำ้า เป็น เหยื่อบางๆ อาจมีส ห รือ ไม่ม ก ็ไ ด้ ถ้า มีส ไ ด้แ ก่ ี ี ีสีช มพูห รือ สีม ่ว งเหมือ นสีข องกาบใบ เยื่อ กันนำ้า ในใบที่แ ก่อ าจหลุด ร่ว งไปทำา ให้ไ ม่สามารถสัง เกตเห็น ได้ ในส่ว นของเขี้ย วใบมีล ัก ษณะเป็น เส้น หรือ ฟัน เลื่อ ยยาวๆ เกิดจากส่ว นฐานของแผ่น ใบ ถ้า มีส ม ก เป็น สี ี ัเดีย วกับ pulvinus และส่ว นรอยต่อ ระหว่า งกาบใบและแผ่น ใบจะเห็น ได้ช ด จากด้า นั
  11. 11. ดอก (Spikelet)ช่อ ดอกเป็น แบบ panicle ดอกแรกจะบานหลัง ช่อ ดอกโผล่พ น ้ใบธง 24-48 ชม. ดอกข้า วเริ่มบานจากส่ว นปลายช่อ ลงมาดอกในช่อ หนึง ๆ จะบานหมด ่ภายใน 5-7 วัน แต่ล ะดอกจะบานนานตั้ง แต่ป ระมาณ 6 นาทีจนถึง มากกว่า 1 ชั่ว โมง ขึ้น อยู่กับ ความชื้น ของอากาศอุณ หภูม ิ และแสงแดด เวลาที่ดอกบานอาจเกิด ในเวลาใดก็ไ ด้ข ึ้น อยูก ับ พัน ธุ์ ในพัน ธุ์ ่ปลูก ส่ว นมากจะบานระหว่า งเวลาเช้า ไปจนถึง ก่อ นเทีย ง ่
  12. 12. เมือ แกะส่ว นของเปลือ กหุม ่ ้เมล็ดออก เห็น เมล็ด ข้า วกล้อ ง(brown rice grain)มีเ ยื่อ หุม ผล (pericarp layer) ้สีน ำ้า ตาล หลัง จากขัด เอาส่ว นของเยือ หุม สีน ำ้า ตาลนี้ ่ ้ออกไปจะเป็น เมล็ดข้า วสาร (kernel)ส่ว นหัว ของเมล็ด ข้า วสารมีส ข าวขุ่น ซึง เป็น ส่ว นที่ ี ่เป็น คัพ ภะ (embryo) เรีย กว่า จมูก ข้า ว ส่ว นทีเ หลือ ่เป็นเอนโดสเปิร ์ม(endosperm)ซึ่ง ใช้เ ป็นอาหารของต้น อ่อ นในการ
  13. 13. การจำา แนก
  14. 14. 1 การจำา แนกตามคุณ สมบัต ท างเคมีภ ายในเมล็ด ิ - ข้า วเจ้า (non-glutinous rice) คือ ข้า วทีม ี amylose 10-30% ่ amylopectin 60-90% - ข้า วเหนีย ว (glutinous rice) amylose 0-2% amylopectin 95%จำา แนกข้า วตามคุณ ภาพของข้า วสุก และปริม าณ amylose ชนิด ข้า ว คุณ ภาพของ ปริม าณ ข้า วสุก amylose (%) ข้า วเหนีย ว เหนีย วมาก 0-3 ข้า วเจ้า     ข้า วนุม ่ นุม เหนีย ว หุง ่ 12-19 เหนีย ว แฉะง่า ย 20-25     ข้า วอ่อ น ค่อ นข้า งนุม ่ 26-34
  15. 15. . จำา แนกตามสภาพพืน ที่ป ลูก ้ ข้าวนาสวน (lowland rice) ข้าวที่ปลูกในที่ลุ่ม ระดับ ข้าวขึ้นนำ้าหรือข้าวนาเมือง (floating rice) ข้าว นำ้าไม่เกิน 1 เมตร ที่ปลูกในนาที่มีนำ้าท่วมขัง มีระดับนำ้าลึกตั้งแต่ 1-5 เมตร เป็นเวลาไม่น้อยกว่า 1 เดือน ลักษณะพิเศษ ของข้าวขึ้นนำ้าคือ มีความสามารถในการยืด ปล้อง (Internode Elongation Ability) การแตก แขนงและรากที่ข้อเหนือผิวดิน (Upper Nodal Tillering and Rooting Ability) และการชูรวง (Kneeing Ability) ข้าวไร่ (upland rice) ข้าวที่ปลูกได้ทั้งบนที่ราบและ ลาดชัน ไม่ต้องทำาคันนาเก็บนำ้า
  16. 16. ข้า วไร่ ข้า วนาสวน ข้า วนำ้า ลึก ข้า ว ขึ้น นำ้า
  17. 17. 3. จำา แนกตามลัก ษณะเมล็ด ข้า วเมล็ด สัน (short grain) ความยาวไม่ ้เกิน 5.5 มม ข้า วเมล็ด ยาวปานกลาง (medium-longgrain) 5.51- 6.6 มม ข้า วเมล็ด ยาว(long grain) 6.61-7.5 มม ข้า วเมล็ด ยาวมาก(extra long grain) >7.5 มม
  18. 18. 4. จำา แนกตามการตอบสนองต่อ ช่ว งแสง ข้า วไวต่อ ช่ว งแสง (photoperiodsensitive variety) มีว ัน ออกดอกและวัน เก็บเกี่ย วตามปฏิท ิน การออกดอกถูก ควบคุมด้ว ยความยาวของช่ว งแสงใน 1 วัน ข้า วไม่ไ วต่อ ช่ว งแสง (non-photoperiod sensitive variety) เป็น ข้า วที่ปลูก โดยนับ อายุจ ากวัน ออกดอกถึง วัน เก็บเกี่ย วคงที่ก ารออกดอกไม่เ กี่ย วข้อ งกับ ความ
  19. 19. 5. จำา แนกตามอายุเ ก็บ เกี่ย ว ข้า วเบา (early variety) ข้า วที่ม ีอ ายุเ ก็บ เกี่ย ว90-100 วัน สำา หรับ ข้า วไม่ไ วแสง และวัน เก็บ เกี่ย วก่อ นกลางเดือ น พฤศจิก ายน สำา หรับ ข้า วไวแสง ข้า วกลาง (medium variety) หมายถึง ข้า วที่มีอ ายุก ารเจริญ เติบ โตนับ จากวัน งอกจนถึง วัน เก็บเกี่ย วไม่ส ั้น หรือ ยาวเกิน ไป ประมาณ 100-120 วันสำา หรับ ข้า วไม่ไ วแสง และวัน เก็บ เกี่ย วตัง แต่ก ลาง ้เดือ น พฤศจิก ายนถึง กลางเดือ น ธัน วาคม สำา หรับข้า วไวแสง ข้า วหนัก (late variety) หมายถึง ข้า วที่มีอ ายุก ารเจริญ เติบ โตนับ จากวัน งอก จนถึง วันเก็บ เกี่ย วยาวมากกว่า 120 วัน สำา หรับ ข้า วไม่ไ ว
  20. 20. 6 จำา แนกตามฤดูป ลูก ข้า วนาปี (rainfed rice) ข้า วนาปรัง (off-season rice)
  21. 21. การเจริญ เติบ โตของข้า ว (Rice growth) Growth stages 1 Germination 2 Seedling 3 Tillering 4 Stem elongation 5 Booting 6 Heading 7 Milk stage 8 Dough stage 9 Mature grain
  22. 22. Vegetative phasesStage 0 - Germination to emergenceStage 1 - SeedlingStage 2 - TilleringStage 3 - Stem elongation
  23. 23. Reproductive phasesStage 4 - Panicle initiation to bootingStage 5 - HeadingStage 6 - Flowering
  24. 24. Ripening phaseStage 7 - Milk grain stageStage 8 - Dough grain stageStage 9 - Mature grain stage
  25. 25. การปลูก และการดูแ ลรัก ษาวิธ ก ารปลูก ี การปลูก ข้า วของเกษตรกรไทยมีห ลายวิธ ข ึ้น อยู่ก ับ ปัจ จัย การผลิต และสภาพ ีแวดล้อ ม การทำา นาหยอด การทำา นาในสภาพไร่(upland rice)เป็น วิธ ก ารปลูก ข้า วที่อ าศัย ีนำ้า ฝน หยอดเมล็ด ข้า วแห้ง ลงไปในดิน เป็นหลุม ๆ หรือ โรยเป็น แถวแล้ว กลบฝัง เมล็ด ข้า วเมือ ฝนตกลงมาดิน มีค วามชืน พอเหมาะ เมล็ด ่ ้ก็จ ะงอกเป็น ต้น นิย มทำา ในพื้น ที่ข ้า วไร่ หรือ
  26. 26. นาหยอดในสภาพข้า วไร่ พืน ที่ ้ ส่ว นใหญ่ม ก เป็น ทีล าดชัน เช่น ั ่ ทีเ ชิง เขาเป็น ต้น ปริม าณนำ้า ฝน ่ ไม่แ น่น อน สภาพพืน ทีส ่ว น ้ ่ ใหญ่ไ ม่ส ามารถเตรีย มดิน ได้ จึง จำา เป็น ต้อ งหยอดข้า วเป็น หลุมนาหยอดในสภาพทีร าบสูง เช่น ภาคตะวัน ่ออกเฉีย งเหนือ และภาคเหนือ ส่ว นใหญ่เ ป็น ทีร าบ ่เชิง เขาหรือ หุบ เขา การหยอดอาจหยอดเป็น หลุมหรือ ใช้เ ครื่อ งมือ หยอดหรือ โรยเป็น แถวแล้วคราดกลบ นาหยอดใน
  27. 27. การทำา นาหว่า น (Direct sowing)เป็น การปลูก ข้า วโดยการหว่า นเมล็ด ลงไปในนาที่เตรีย มพื้น ที่ไ ว้แ ล้ว โดยตรง เป็น วิธ ก ารที่ ีนิย มมากขึ้น ในปัจ จุบ น เนื่อ งจากประหยัด ัแรงงานและเวลาการทำา นาดำา (Transplanting rice)
  28. 28. ขั้น ตอนการทำา นา ยมดินแยกได้เป็น 2 ขั้นตอนคือรไถดะ และไถแปร คือ การพลิกหน้าดิน ตากดินให้แห้งนการคลุกเคล้าฟาง วัชพืช ฯลฯ ลงไปในดิน อที่ใช้ อาจเป็น รถไถเดินตามจนถึง รถแทรกเตอร์ คราดหรือ ใช้ล ูก ทุบ คือการกำาจัดวัชพืช ตลอดจนการทำาให้ดินแนเทือกพร้อมที่จะปักดำาได้ ในบางพื้นทีอาจมีการใช้ โรตารี ่
  29. 29. การตกกล้า        ต้นกล้าแข็งแรง เมือนำาไปปักดำาก็จะได้ข้าวที่ ่เจริญเติบโตได้รวดเร็ว และมีโอกาสให้ผลผลิตสูงต้นกล้าทีแข็งแรงดีต้องมีการเจริญเติบโตและความ ่สูงสมำ่าเสมอกันทังแปลง มีกาบใบสั้น มีรากมากและ ้รากขนาดใหญ่ ไม่มโรคและแมลงทำาลาย ีการเตรียมเมล็ดพันธุ์ ทีใช้ตก ่กล้าต้องเป็นเมล็ดพันธุ์ทบริสุทธ์ ี่ปราศจากสิ่งเจือปน มีเปอร์เซ็นต์ความงอกสูงปราศจากการทำาลายของโรคและแมลง
  30. 30. นำาเมล็ดข้าวที่ได้เตรียมไว้บรรจุในภาชนะ นำาไปแช่ในนำ้าสะอาด นานประมาณ 12-24 ชั่วโมง จากนัน ้นำาเมล็ดพันธุ์ขึ้นมาวางบนพื้นที่นำ้าไม่ขัง และมีการถ่ายเทของอากาศดี นำากระสอบป่านชุบนำ้าจนชุม ่หุ้มเมล็ดพันธุ์โดยรอบ รดนำ้าทุกเช้าและเย็น หุ้มเมล็ดพันธุ์ไว้นานประมาณ 30-48 ชัวโมง เมล็ดข้าว ่จะงอก “ ตุ่มตา” (มียอดและรากเล็กน้อยโดยรากจะยาวกว่ายอด) พร้อมที่จะนำาไปหว่านได้ า มีห ลายวิธ ี การตกกล้ การ ขึ้น อยู่ก บ สภาพ ั แวดล้อ มและ วัต ถุป ระสงค์ เช่น การ ตกกล้า บนดิน เปีย ก (ทำา เทือ ก) การตกกล้า บน ดิน แห้ง และการตกกล้า
  31. 31. การตกกล้า ในสภาพเปีย ก หรือการตกกล้าเทือ ก เป็นวิธีทใช้กันทัวไป การตกกล้าแบบนีจะต้อง ี่ ่ ้มีนำ้าหล่อเลี้ยงอยู่เสมอ การดูแลรักษาไม่ยุ่งยากและความสูญเสียจากการทำาลายของศัตรูข้าวมีนอย ้ขั้นตอนการเตรียมดิน ปฏิบติเช่นเดียวกับแปลงปักดำา แต่ ัเพิ่มความพิถีพิถันมากขั้น ในการเก็บกำาจัดวัชพืชและปรับระดับเทือกให้ราบเรียบสมำ่าเสมอใช้อัตราเมล็ดพันธุ์ 50-60 กรัมต่อตารางเมตรหรือประมาณ 80-90 กิโลกรัมต่อไร่ จะได้กล้าสำาหรับปักดำาได้ประมาณ 15-20 ไร่
  32. 32. การปักดำาควรทำาเป็นแถวเป็นแนวซึ่งจะทำาให้ง่ายต่อการกำาจัดวัชพืช การใส่ปุ๋ย การพ่นยากำาจัดโรคแมลง และยังทำาให้ข้าวแต่ละกอมีโอกาสไดรับธาตุอาหารและแสงแดดอย่างสมำ่าเสมอ สำาหรับระยะปักดำานันขึ้นกับชนิดและพันธุ์ ้ข้าวปักดำาจับละ 3-5 ต้น ปักดำาลึกประมาณ 3-5 เซนติเมตร จะทำาให้ข้าวแตกกอใหม่ได้เต็มที่ การปักดำาลึกจะทำาให้ข้าวตั้งตัวได้ช้าและแตกกอได้นอย ้        ไม่ควรตัดใบกล้าเพราะการตัดใบกล้าจะทำาให้เกิดแผลทีใบ จะทำาให้โรคเข้าทำาลายได้ง่าย ควรตัดใบกรณีทจำาเป็น ่ ี่จริงๆ เช่น ใช้กล้าอายุมาก มีใบยาว ต้นสูง หรือมีลมแรง เมือ ่ปักดำาแล้วจะทำาให้ต้นข้าวล้ม
  33. 33. อายุกล้าที่เหมาะสม จะทำาให้ข้าวตั้งตัวเร็ว แตกกอได้มาก และให้ผลผลิตสูง อายุกล้าที่เหมาะสมสำาหรับปักดำา ขึ้นอยู่กับชนิดและพันธุ์ข้าว- พันธุ์ข้าวไม่ไวต่อช่วงแสงหรือข้าวนาปรัง เช่นพันธุ์สุพรรณบุรี1 ชัยนาท1 พิษณุโลก2 ควรใช้กล้าที่มีอายุประมาณ 20-25 วัน- พันธุ์ข้าวไวต่อช่วงแสงหรือข้าวนาปี เช่น เหลืองประทิว123 ขาวดอกมะลิ105 กข15 กข6ปทุมธานี60 ควรใช้กล้าที่มีอายุประมาณ 25-30 วัน
  34. 34. นาหว่า น การทำา นาหว่า น แบ่ง เป็น 2 วิธ ีี คือ 1. นาหว่า นข้า วแห้ง เป็นการหว่านเมล็ดข้าวเพื่อ คอยฝน และมีชอเรียกปลีกย่อยไปตามวิธีปฏิบัติ คือ ื่ - การหว่านสำารวย เป็นการหว่านในสภาพดินแห้ง เนื่องจากฝนยังไม่ตก โดยหลังจากการไถแปรครั้ง สุดท้ายแล้วหว่านเมล็ดข้าวลงไปโดยไม่ต้องคราด กลบ เมล็ดจะตกลงไปอยู่ในระหว่างก้อนดิน เมื่อฝน ตกลงมาเมล็ดข้าวจะงอกขึ้นมาเป็นต้น - การหว่านหลังขี้ไถ เป็นการหว่านในสภาพที่มีฝน ตกลงมา และนำ้าเริ่มจะขังในกระทงนา เมื่อไถแปร แล้วก็หว่านเมล็ดพันธุ์ข้าวตามหลัง แล้วคราดกลบ
  35. 35. การนำาเอาเมล็ดพันธุ์ข้าวทีถูกเพาะให้งอก มีขนาดตุ่มตา (มี ่รากงอกประมาณ 1-2 มิลลิเมตร) แล้วจึงหว่านลงในกระทงนา ซึ่งมีการเตรียมดินจนเป็นเทือก แบ่งเป็น        - การหว่านหนีนำ้า ทำาในนานำ้าฝน เนื่องจากการหว่านข้าวแห้งหรือทำาการตกกล้าไม่ทน เมือฝนมามาก หลังจาก ั ่เตรียมดินเป็นเทือกดีแล้ว หว่านข้าวทีเพาะจนงอก ลงไปใน ่กระทงนาทีมนำ้าขังอยู่มากจึงเรียกว่า นาหว่านนำ้าตม ่ ี        - นาชลประทาน หรือนาในเขตทีมแหล่งนำ้าอุดมสมบูรณ์ ่ ีการทำานาในสภาพนีมกจะให้ผลผลิตสูง หลังจากเตรียมดิน ้ ัเป็นเทือกดีแล้วระบายนำ้าออกหรือให้เหลือนำ้าขังบนผืนนาน้อยทีสด หว่านข้าวทีเพาะจนงอก แล้วคอยดูแลควบคุม ่ ุ ่การให้นำ้า มักจะเรียกการทำานาแบบนีว่า “ การทำา นานำ้า ตม ้แผนใหมี่”
  36. 36. การให้ป ย ุ๋ ความต้องการธาตุอาหารของข้าว -หลังปักดำา 30-35 วัน ข้าวต้องการธาตุอาหารมากโดยเฉพาะ ไนโตรเจนเพื่อสร้างหน่อ เพิมความสูง ขนาดใบ ่ -หลังแตกกอสูงสุดจนถึงสร้างรวงอ่อน(30-35 วัน) ต้องการธาตุ อาหารน้อยลง -ระยะสร้างดอก-ออกดอก ต้องการธาตุอาหารสูง ~ 60 วันหลัง ปักดำา เพื่อเพิ่มจำานวนเมล็ด -ระยะหลังออกดอก-เก็บเกี่ยวแต่งวามต้องการธาตุอาหารมาก าค รองพื้น มีค หน้าครั้งที่1 แต่งหน้ว อาจใส่ปุ๋ยเพิมเติมได้ ่ 20-25 กก/ไร่ ยูเรีย 5 กก/ไร่ ยูเรีย 5 กก 22-22-0 20-25 กก/ไร่ ยูเรีย 5 กก/ไร่ ยูเรีย 5 กก
  37. 37. พัน ธุ์ข ้า ว การใส่ป ุ๋ย เคมีค รั้ง ที่ 1 การใส่ป ุ๋ย เคมีค รั้งชนิ2 ของดิน ที่ ดาวไวต่อ ช่ว งแสงสูต รปุ๋ย อัต รา สูต รปุ๋ย อัต รา (กก/ไร่) (กก/ไร่) - กข6 16-16-8 46-0-0 10 16-8-8 25 ดิน ทรายหรือขาวดอกมะลิ 105- กข15 15-15-15 21-0-0 20 ดิน ร่ว นทราย 16-20-0 18-22-0 25 46-0-0 10 ดิน เหนีย วหร 18-46-0 ดิน ร่ว นเหนีย 20-20-0 21-0-0 20
  38. 38. การใส่ป ุ๋ย เคมีค รั้ง ที่ 1 ป ุ๋ย เคมีค รั้งชนิด ของดิน การใส่ ที่ 2วไม่ไ วต่อ ช่ว งแสง รปุ๋ย อัต รา สูต รปุ๋ย อัต รา สูต (กก/ไร่) (กก/ไร่) - กข10 16-16-8 46-0-0 20 ดิน ทรายหร - สกลนคร 15-15-15 30 16-8-8 21-0-0 ดิน ร่ว นทรา 40 16-20-0 18-22-0 46-0-0 20 ดิน เหนีย วหร 30 18-46-0 21-0-0 ดิน ร่ว นเหนีย 40 20-20-0
  39. 39. การเก็บ เกี่ย ว ระยะเวลาเก็บ เกี่ย ว ระยะเก็บเกี่ยวทีเหมาะสม ่ 28-30 วันหลังออกดอก ก่อนการเก็บเกี่ยว 7-10 วันควรระบายนำ้าออกจากแปลงนา การเก็บเกี่ยวเร็วเกินไป การเก็บเกียวช้าเกินไป ่ 1. เมล็ดข้าวนำ้าหนักเบา การ ข้าวร่วงหล่นในนา เพราะข้าวแห้งก 1. สะสมแป้งไม่เต็มที่ 2. นก หนู และแมลง เข้าทำาลาย 2. คุณภาพสีตำ่า เมล็ดยังเขียว คุณภาพการสีไม่ดี เพราะเมล็ดแตก 3. อ่อน หักป่น 4. เมล็ดงอกในนา วิธ ีก ารเก็บ เกีย ว ่ -เก็บเกี่ยวโดยแรงงานคนก็บเกี่ยวโดยเครื่องเกียวนวด : รวดเร็วแต่ข้าวมีความชื้นสูง ่
  40. 40. ขั้นตอนการเก็บเกี่ยว
  41. 41. โรคโรคไหม้ (Rice Blast) กิดจากเชื้อรา เข้า เป็นโรคที่สำาคัญทีสุดที่เ ่ ทำาลายทุกระยะการเจริญเติบโต พบมากในนานำ้าฝน ข้าวพันธุ์พื้นเมืองไวต่อ ช่วงแสง พบส่วนใหญ่ใน ภาคเหนือ ภาค ตะวันออกเฉียงเหนือภาคตะวันตก และ ภาค ใต้เกิดจากเชื้อรา Pyricularia grisea Sacc. พบในแปลงที่ปักดำาถี่เกินไปหรือใช้อัตรา เมล็ดพันธุ์สูงเกินไป หรือใช้ปุ๋ยไนโตรเจน มากเกินไป
  42. 42. การแพร่ร ะบาด โดยสปอร์ของเชื้อตกลงบนต้นข้าวในสภาพทีเหมาะสมโดยเฉพาะในช่วงทีมหมอกและนำ้าค้างลงจัดมีสภาพ ่ ่ ีแห้งในตอนกลางวันและชื้นจัดในตอนกลางคืน นำ้าค้างยาวนานถึงตอนสายราว 9 โมง ถ้าอากาศค่อนข้างเย็นอุณหภูมประมาณ 22-25 oC ลมแรงจะช่วยให้โรคแพร่ ิกระจายได้ดี
  43. 43. ระยะกล้า ใบมีแผล จุดสีนำ้าตาลคล้ายรูปตา มีสีเทาอยู่ตรงกลางแผล ความกว้างของแผลประมาณ 2-5 มิลลิเมตร และความยาวประมาณ 10-15 มิลลิเมตร แผลสามารถขยายลุกลามและกระจายทัวบริเวณใบ ถ้าโรครุนแรงกล้าข้าวจะ ่แห้งฟุบตาย อาการคล้ายถูกไฟไหม้ระยะแตกกอ อาการพบได้ที่ใบ ข้อต่อของใบ และข้อต่อของลำาต้น ขนาดแผลจะใหญ่กว่าทีพบในระยะกล้า แผล ่ลุกลามติดต่อกันได้ที่บริเวณข้อต่อ ใบจะมีลักษณะแผลชำ้าสีนำ้าตาลดำา และมักหลุดจากกาบใบเสมอระยะคอรวง (ระยะออกรวง) ถ้าข้าวเพิ่งจะเริ่มให้รวง เมือ ่ถูกเชื้อราเข้าทำาลาย เมล็ดจะลีบหมด แต่ถ้าเป็นโรคตอนรวงข้าวแก่ใกล้เก็บเกี่ยว จะปรากฏรอยแผลชำ้าสีนำ้าตาลที่บริเวณคอรวง ทำาให้เปราะหักง่าย รวงข้าวร่วงหล่นเสียหายมาก
  44. 44. ใช้พนธุ์ต้านทานโรค เช่น ัสุพรรณบุรี 1 สุพรรณบุรี 2 สุพรรณบุรี 60 สุพรรณบุรี 90ชัยนาท 1 ปราจีนบุรี 1พลายงาม คลองหลวง 1 พิษณุโลก 1 สุรินทร์ 1 เหนียวอุบล 2เหนียวแพร่สันปาตอง 1 หางยี 71 กู้เมืองหลวง ขาวโปร่งไคร้ นำ้ารู ดอกพะยอมหว่านเมล็ดพันธุ์ในอัตราทีเหมาะสม คือ 15-20 กิโลกรัม / ไร่ ่ควรแบ่งแปลงให้มการระบายถ่ายเทอากาศดี และไม่ควรใส่ปุ๋ย ีไนโตรเจนสูงเกินไป ถ้าถึง 50 กิโลกรัม / ไร่โรคไหม้จะพัฒนาอย่างรวดเร็วคลุกเมล็ดพันธุ์ด้วยสารป้องกันกำาจัดเชื้อราในแหล่งทีเคยมีโรคระบาดและพบแผลโรคไหม้ทวไป 5 ่ ั่เปอร์เซ็นต์ของพื้นทีใบ ควรฉีดพ่นสารป้องกันกำาจัดเชื้อรา ่
  45. 45. แมลงกระโดดสีน ำ้า ตาล เพลี้ย Nilaparvata lugens Stal ตัวเต็มวัยมีลำาตัวสีนำ้าตาลถึงสีนำ้าตาลปนดำา มีรูปร่าง 2 ลักษณะ คือ ชนิดปีกยาว (macropterous form) และชนิด ปีกสั้น (bracrypterous form) ชนิดมีปีกยาวสามารถเคลื่อน ย้ายและอพยพโดยอาศัยกระแสลมช่วย ตัวเต็มวัยเพศเมียจะวางไข่เป็นกลุ่ม ส่วนใหญ่วางไข่ทกาบ ี่ ใบข้าว หรือเส้นกลางใบ โดยวางไข่เป็นกลุ่ม เรียงแถวตาม แนวตั้งฉากกับกาบใบข้าว บริเวณทีวางไข่จะมีรอยชำ้าเป็นสี ่ นำ้าตาล ไข่มลักษณะรูปกระสวยโค้งคล้ายกล้วยหอม มีสีขาว ี ขุ่น ตัวอ่อนมี 5 ระยะ ระยะตัวอ่อน 16-17 วัน ตัวเต็มวัยเพศ เมียชนิดปีกยาวมีขนาด 4-4.5 มิลลิเมตร วางไข่ประมาณ 100 ฟอง เพศผู้มขนาด 3.5-4 มิลลิเมตร เพศเมียชนิดปีกสั้น ี วางไข่ประมาณ 300 ฟอง ตัวเต็มวัยมีชีวิตประมาณ 2 สัปดาห์ ในหนึ่งฤดูปลูกข้าวเพลี้ยกระโดดสีนำ้าตาลสามารถ เพิมปริมาณได้ 2-3 อายุขัย ่
  46. 46.         เพลี้ยกระโดดสีนำ้าตาลทังตัวอ่อนและ ้ตัวเต็มวัยทำาลายข้าวโดยการดูดกินนำ้าเลี้ยงจากเซลส์ทอนำ้าท่ออาหารบริเวณโคนต้นข้าว ่ระดับเหนือผิวนำ้า ทำาให้ตนข้าวมีอาการใบ ้เหลืองแห้งลักษณะคล้ายถูกนำ้าร้อนลวก แห้งตายเป็นหย่อมๆเรียก “อาการไหม้(hopperburn)” โดยทัวไปพบอาการไหม้ใน ่ระยะข้าวแตกกอถึงระยะออกรวง ซึ่งตรงกับช่วงอายุขัยที่ 2-3 (generation) ของเพลี้ยกระโดดสีนำ้าตาลในนาข้าว นาข้าวทีขาดนำ้า ่ตัวอ่อนจะลงมาอยูทบริเวณโคนกอข้าวหรือ ่ ี่บนพืนดินทีแฉะมีความชื้น นอกจากนี้เพลี้ย ้ ่กระโดดสีนำ้าตาล ยังเป็นพาหะนำาเชื้อไวรัสโรคใบหงิก (rice ragged stunt) มาสูต้น ่ข้าวทำาให้ต้นข้าวมีอาการแคระแกร็น ต้นเตีย ้
  47. 47. Hopper burn
  48. 48.         วิธีการปลูกข้าว การปลูกข้าวแบบนาหว่านนำ้าตมมีปัญหาการระบาดมากกว่านาดำา        การใช้ปุ๋ย การใช้ปุ๋ยอัตราสูง โดยเฉพาะปุ๋ยไนโตรเจน ทำาให้การเพิมจำานวนเพลี้ยกระโดดสีนำ้าตาลในนา ่ข้าวมีแนวโน้มมากขึ้น        การควบคุมนำ้าในนาข้าว สภาพนาข้าวที่มีนำ้าขังในนาตลอดเวลา ทำาให้เพลี้ยกระโดดสีนำ้าตาลสามารถเพิมจำานวน ่ได้มากเพราะมีความชื้นเหมาะแก่การเจริญเติบโตของเพลี้ยกระโดดสีนำ้าตาล        การใช้สารฆ่าแมลง การใช้สารฆ่าแมลงในระยะที่เพลี้ยกระโดดสีนำ้าตาลเป็นตัวเต็มวัยชนิดปีกยาวหรือช่วงที่อพยพเข้าในนาข้าวใหม่ๆ (ข้าวระยะ 30 วันหลังหว่าน) ศัตรูธรรมชาติจะถูกทำาลายและสารฆ่าแมลงก็ไม่สามารถทำาลายไข่
  49. 49.
  50. 50. ตัวเมียวางไข่ใต้ใบ ข้าวเป็นส่วนใหญ่ ในตอนกลางคืน โดยวางเป็นฟอง เดี่ยวๆ หรือเป็นก ลุ่ม ไข่มลักษณะ ี คล้ายกล้วยหอม สีชมพูอ่อนยาว ประมาณ 0.45 มิลลิเมตร กว้างแมลงบั่ว (rice gall midge, RGM) 0.09มิลลิเมตร ตัวเต็มวัยของแมลงบั่ว มี ลักษณะคล้ายยุงแต่ลำาตัวมีสี ระยะไข่ประมาณ ส้มยาวประมาณ 3-4 3-4 วัน ตัวหนอนที่ มิลลิเมตร ฟักจากไข่จะคลาน ตามบริเวณกาบใบ
  51. 51. กล้า หรือช่วงระยะเวลา 25-30 วัน เพื่อวางไข่หลังจากฟักออกตัวหนอนจะคลานลงสูซอกของใบยอดและกาบใบเพื่อเข้าทำาลาย ่ยอดที่กำาลังเจริญทำาให้เกิดเป็นหลอดลักษณะคล้ายหลอดหอม ต้นข้าวและกอข้าวที่ถูกทำาลายจะมีอาการแคระแกร็น เตี้ยลำาต้นกลม มีสเขียวเข้ม ยอดที่ถูกทำาลายไม่ ีสามารถออกรวงได้ ทำาให้ผลผลิตข้าวลดลงมาก ระยะข้าวแตกกอจะเป็นระยะที่บวเข้า ั่ทำาลายมาก เมื่อข้าวเกิดช่อดอกแล้วจะไม่ถูกหนอนบั่วทำาลาย
  52. 52.         1) ขจัดวัชพืชรอบแปลงนา เช่น ข้าวป่า หญ้าข้าวนก หญ้าไซ หญ้าแดง หญ้าชันกาด และหญ้านกสีชมพู ก่อนตกกล้าหรือหว่านข้าวเพือทำาลายพืชอาศัยของ ่แมลงบั่ว        2) ภาคเหนือ ควรปลูกข้าวหรือปักดำาช่วงวันที่ 15กรกฎาคม - สิงหาคม หรือปรับวิธีปลูกโดยการปักดำา 2ครั้ง เพื่อลดความรุนแรงทีเกิดจากการทำาลายของแมลงบั่ว ่หลังปักดำาจนถึงข้าวอายุ 45 วัน ส่วน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ควรปลูกหรือปักดำาระหว่างเดือนมิถุนายน – 15กรกฎาคม        3) ไม่ควรปลูกข้าวโดยวิธีหว่านหรือปักดำาถี่ (ระยะปักดำา 10x15 และ 15x15 เซนติเมตร) ในพืนทีภาคเหนือ ้ ่และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่มการระบาดของแมลงบั่ว ี
  53. 53. หนอนกอลัก ษณะการทำา ลายและการระบาด stem borers, SB rice       หนอนกอข้าวทั้ง 4 ชนิด ทำาลายข้าวลักษณะเดียวกันโดยหลังหนอนฟักจากไข่จะเจาะเข้าทำาลายกาบใบก่อน ทำาให้กาบใบมีสเหลืองหรือนำ้าตาล ซึ่งจะ ีเห็นเป็นอาการชำ้าๆ เมื่อฉีกกาบใบดูจะพบตัวหนอนเมื่อหนอนโตขึ้นจะเข้ากัดกินส่วนของลำาต้น ทำาให้เกิดอาการใบเหี่ยวในระยะแรก ใบและยอดที่ถูกทำาลายจะเหลืองในระยะต่อมา ซึ่งการทำาลายในระยะข้าวแตกกอนี้ทำาให้เกิดอาการ “ยอดเหี่ยว”(deadheart) ถ้าหนอนเข้าทำาลายในระยะข้าวตั้งท้องหรือหลังจากข้าวออกรวงจะทำาให้เมล็ดข้าวลีบทั้งรวง
  54. 54. การป้อ งกัน กำา จัด1) เผาตอซังหลังการเก็บเกี่ยว ไขนำ้าท่วมและไถดินเพื่อทำาลายหนอนและดักแด้ของหนอนกอข้าวที่อยู่ตามตอซัง2) ปลูกพืชอื่นเพื่อตัดวงจรชีวิตของหนอนกอข้าว ปลูกพืชหมุนเวียน3). ไม่ควรใส่ปยไนโตรเจนมากเกินไป ุ๋ทำาให้ใบข้าวงามหนอนกอชอบวางไข่4). ใช้แสงไฟล่อตัวเต็มวัยและทำาลาย5) ใช้สารเคมี
  55. 55. หอยเชอรี่ (golden apple snail) Pomacea canaliculata Lamarckกัดทำาลายต้นข้าวระยะกล้าจนถึงแตกกอ การป้อ งกัน และกำา จัด ควรใช้ หลายวิธ ีร ่ว มกัน 1). ใช้วัสดุกั้น ทุกทางทีนำ้าเข้าได้ ่ ด้วยเฝือกและตาข่าย 2). เก็บตัวหอยและไข่ดวย ้ กระชอนทีมด้ามยาวและทีแซะไข่ ่ ี ่ แล้วนำาไปทำาลายทุกสัปดาห์ ตลอด 6 อาทิตย์แรก 3). ใช้สารกำาจัดหอย ทันทีหลังปัก ดำาเสร็จ หรือหลังไขนำ้าเข้านาแล้ว 1 – 2 ชั่วโมง และต้องมีนำ้าสูง 5
  56. 56. มาตรฐานข้า วไทยข้า วที่ส ง ออกจำา หน่า ยต่า ง ่ประเทศ มี 4 ประเภท คือ1.  ข้า วขาว (White Rice)2.  ข้า วกล้อ ง (Cargo Rice)3.  ข้า วเหนีย วขาว (WhiteGlutinous Rice)4.  ข้า วนึง (Parboiled Rice) ่
  57. 57. ข้าวหอมมะลิ ข้าวกล้อง ข้าวขาวข้าวเหนียวขาว ข้าวนึง ่
  58. 58. คำา จำา กัด ความทีใ ช้ใ นการกำา หนดมาตรฐานข้า ว ่ 1. มาตรฐานสิน ค้า (Rice Standards) หมายถึง ข้อกำาหนดขั้นตำ่าสำาหรับข้าวแต่ละประเภทและชนิด สำาหรับการค้าภายในประเทศและการค้าระหว่างประเทศ 2. ข้า ว (Rice) หมายถึง ข้าวเจ้า และข้าวเหนียว (Oryza sativa L.) ไม่ว่าจะอยูในรูปใด ่ 3. ข้า วเปลือ ก (Paddy) หมายถึง ข้าวทียังไม่ผ่านการกะเทาะเอาเปลือกออก ่ 4. ข้า วกล้อ ง (Cargo rice, Loonzain rice, Brownrice, Husked rice) หมายถึงข้าวทีผ่านการกะเทาะเอาเปลือกออกเท่านั้น ่ 5. ข้า วขาว (White rice) หมายถึง ข้าวทีได้จากการนำาข้าวกล้องเจ้าไปขัดเอารำา ่
  59. 59. 6. ข้า วเหนีย วขาว (White glutinous rice) หมายถึง ข้าวทีได้จากการนำาข้าวกล้องเหนียว ่ไปขัดเอารำาออกแล้ว7. ข้า วนึ่ง (Parboiled rice) หมายถึง ข้าวเจ้าทีได้ผ่านกระบวนการทำาข้าว ่นึ่งและขัดเอารำาออกแล้ว8. พืน ข้า ว (Rice Classification) ้ หมายถึง เมล็ดข้าวทีมขนาดความยาวระดับต่าง ่ ีๆ ตามที่กำาหนด ซึ่งเป็นส่วนผสมของข้าวแต่ละชั้นตามอัตราส่วนทีกำาหนด ่9. ชั้น ของเมล็ด ข้า ว (Classes of rice Kernels) หมายถึง ชั้นของเมล็ดข้าวทีแบ่งตามระดับความ ่ยาวของข้าวเต็มเมล็ด10. ส่ว นของเมล็ด (Parts of rice kernels)
  60. 60. 11. ข้า วเต็ม เมล็ด (Whole kernels) หมายถึง เมล็ดข้าวทีอยู่ในสภาพเต็มเมล็ดไม่มส่วนใด ่ ีหักและให้รวมถึงเมล็ดข้าวทีมความยาวตั้งแต่ 9 ส่วนขึ้นไป ่ ี12. ต้น ข้า ว (Head rice) หมายถึง เมล็ดข้าวหักทีมความยาวมากกว่าข้าวหัก แต่ ่ ีไม่ถึงความยาวของข้าวเต็มเมล็ดและให้รวมถึงเมล็ดข้าวแตกเป็นซีกที่มเนือทีเหลืออยู่ตั้งแต่ร้อยละ 80 ของเมล็ด ี ้ ่13. ข้า วหัก (Brokens) หมายถึง เมล็ดข้าวหักทีมความยาวตั้งแต่ 2.5 ส่วนขึ้น ่ ีไปแต่ไม่ถึงความยาวของต้นข้าว และให้รวมถึงเมล็ดข้าวแตกเป็นซีกที่มเนือทีเหลืออยู่ไม่ถงร้อยละ 80 ของเมล็ด ี ้ ่ ึ14. ปลายข้า วซีว ัน (Small Brokens C1) หมายถึง เมล็ดข้าวหักขนาดเล็กทีร่อนผ่านตะแกรง ่โลหะรูกลมเบอร์ 715. ข้า วเมล็ด สีต ำ่า กว่า มาตรฐาน (Undermilled
  61. 61. 16. ข้า วเมล็ด แดง (Red Kernels) หมายถึง เมล็ดข้าวที่มรำาสีแดงหุมอยู่ทงเมล็ดหรือติด ี ้ ั้อยู่เป็นบางส่วนของเมล็ด17. ข้า วเมล็ด เหลือ ง (Yellow Kernels) หมายถึง เมล็ดข้าวที่มบางส่วนของเมล็ดกลายเป็นสี ีเหลืองอย่างชัดแจ้งรวมทั้งเมล็ดข้าวนึ่งทีเป็นสีนำ้าตาลอ่อน ่บางส่วนหรือทังเมล็ด ้18. ข้า วเมล็ด ดำา (Black Kernels) หมายถึง เมล็ดข้าวนึ่งทีเป็นสีดำาทังเมล็ดรวมทังทีเป็น ่ ้ ้ ่สีนำ้าตาลแก่ทงเมล็ด ั้19. ข้า วเมล็ด ดำา บางส่ว น (Partly black Kernels) หมายถึง เมล็ดข้าวนึ่งทีเป็นสีดำา รวมทังที่เป็นสี ่ ้
  62. 62. 20. ข้า วเมล็ด จุด สีด ำา (Peck Kernels) หมายถึง เมล็ดข้าวนึ่งที่เป็นสีดำาอย่างชัดเจนรวมทัง ้เป็นสีนำ้าตาลแก่อย่างชัดแจ้ง ไม่ถึง 2.5 ส่วน21. ข้า วเมล็ด ท้อ งไข่ (Chalky Kernels) หมายถึง เมล็ดข้าวเจ้าที่เป็นสีขาวขุ่นเหมือนชอล์คมีเนื้อที่ตั้งแต่ร้อยละ 50 ขึ้นไปของเนือที่เมล็ดข้าว ้22. ข้า วเมล็ด เสีย (damage kernels) หมายถึง เมล็ดข้าวทีเสียอย่างเห็นได้ชัดเจนด้วยตา ่เปล่าซึ่งเกิดจากความชื้น ความร้อน เชื้อรา แมลง หรืออื่นๆ23. ข้า วเมล็ด ลีบ (Undeveloped kernels) หมายถึง เมล็ดข้าวทีไม่เจริญเติบโตตามธรรมดาทีควร ่ ่จะเป็น มีลักษณะแฟบแบน
  63. 63. 24. ข้า วเมล็ด อ่อ น (Immature kernels) หมายถึง เมล็ดข้าวทีมสีเขียวอ่อนได้จากข้าวเปลือกที่ยง ่ ี ัไม่แก่25. เมล็ด พืช อื่น (Other seeds) หมายถึง เมล็ดพืชอื่นๆ ทีมใช่เมล็ดข้าว ่ ิ26. วัต ถุอ ื่น (Foreign matter) หมายถึง สิ่งอื่นๆ ทีมใช่ข้าว รวมทังแกลบและรำาที่หลุด ่ ิ ้จากเมล็ดข้าว27. ระดับ การสีข ้า ว (Milling degree) หมายถึงระดับของการสีข้าว28. ตะแกรง ( Sieve) หมายถึงตะแกรงโลหะรูกลมเบอร์ 7 เส้นผ่าศูนย์กลางรู1.75 มิลลิเมตร หนา 0.79 มิลลิเมตร
  64. 64. 30. ชั้น ของเมล็ด ข้า ว        ให้แบ่งชั้นของเมล็ดข้าวออกเป็น 4 ชั้น ดังนี้        30.1 ข้าวเมล็ดยาว ชั้น 1 (Long grain class 1) คือข้าวเต็มเมล็ดทีมขนาดความยาวเกิน 7.0 มิลลิเมตร ่ ี        30.2 ข้าวเมล็ดยาว ชั้น 2 (Long grain class 2) คือข้าวเต็มเมล็ดทีมขนาดความยาวเกิน 6.6 - 7.0 มิลลิเมตร ่ ี        30.3 ข้าวเมล็ดยาว ชั้น 3 (Long grain class 3) คือข้าวเต็มเมล็ดทีมขนาดความยาวเกิน 6.2 - 6.6 มิลลิเมตร ่ ี        30.4 ข้าวเมล็ดสั้น (Short grain) คือ ข้าวเต็มเมล็ดทีมี ่ความยาวไม่เกิน 6.2 มิลลิเมตร
  65. 65. 31. ระดับ การสี        ให้แบ่งระดับการสีออกเป็น 4 ระดับดังนี้        31.1 สีดีพเศษ (Extra well milled) ิคือ การสีขัดเอารำาออกทังหมดจนเมล็ดข้าวมี ้ลักษณะสวยงามเป็นพิเศษ        31.2 สีดี (Well milled) คือการขัดเอารำาออกทังหมดจนเมล็ดข้าวมีลักษณะสวยงามดี ้        31.3 สีปานกลาง (reasonably wellmilled) คือ การสีขัดเอารำาออกเป็นส่วนมากจนเมล็ดข้าวมีลักษณะสวยงามพอสมควร        31.4 สีธรรมดา (Ordinarily milled)คือ การสีขัดเอารำาออกแต่เพียงบางส่วน
  66. 66. IRRI sought new parents, or sources of germplasm, to build a plant with an entirelydifferent architecture. It has fewer but stronger stems or tillers and there are many moreseeds on each rice flower or inflorescence. In the old IR8 plant, half of the plants weight isgrain and half is straw, whereas the new Super Rice plant is 60% grain and 40% straw. Somore energy goes into grain production, increasing yield potential by about 20%. TheSuper Rice also has a vigorous root system, and IRRI scientists are working on improvingits resistance to disease and insects.
  67. 67. ข้า ว ผลผลิต = จำา นวนต้น (กอ) / พืน ที่ x จำา นวน ้รวง / กอ x จำา นวนเมล็ด (ดี)/รวง x นำ้า หนัก เมล็ด(100)การเพิม ผลผลิต ข้า วให้ไ ด้ ่6 ตัน /ha ต้อ งสร้า งองค์ประกอบผลผลิต ให้ไ ด้25 กอ/ตร.ม.16 รวง/กอ80 เมล็ด /รวง0.022 ก./เมล็ด

×