มานุษยวิทยา - สังคมศาสตร์ กับการศึกษาปัญหาวัฒนธรรมของคนชายขอบ
มานุษยวิทยา ???? <ul><li>มานุษยวิทยาเรียนอะไร </li></ul><ul><li>เรียนมานุษยวิทยาไปทำไม </li></ul><ul><li>มานุษยวิทยาสังคม ...
ใครคือคนคนอื่น ?
คนอื่น - other  “ ความเป็นอื่น” -otherness <ul><li>เขาเป็นใคร </li></ul><ul><li>น่าสนใจ/เป็นปัญหา </li></ul><ul><li>ทำไมเร...
มานุษยวิทยากับการศึกษา “วัฒนธรรม” <ul><li>“ วัฒนธรรม”   ของบรอนิสลาฟ มาลินอฟสกี  (1884-1942)   </li></ul><ul><ul><li>มนุษย...
พลวัตรของคนกับวัฒนธรรม <ul><li>“ วัฒนธรรม” ไม่เพียงตอบสนองความต้องการ แต่ยังทำให้มนุษย์เกิดความต้องการใหม่ๆ  </li></ul><ul...
ETHNOGRAPHY <ul><li>กระบวนการวิจัย  (ethnographic method) </li></ul><ul><ul><li>1.  วิธีการเก็บข้อมูล เรียกว่า การ สังเกตอ...
คนชายขอบ   (the marginal man)   <ul><li>Georg Simmel   (1858-1918)   นักสังคมวิทยาชาวเยอรมัน  </li></ul><ul><li>“ The Stra...
ความแตกต่างทางวัฒนธรรมนั้นสำคัญไฉน ? <ul><li>วัฒนธรรม หมายรวมถึงความคิด การปฏิบัติ สิ่งประดิษฐ์ทางวัตถุ ต่างๆ  พิธีกรรม ภา...
ปัญหาทางวัฒนธรรมของคนชายขอบ หรือของใคร ? <ul><li>คนชายขอบ – ใกล้ในเชิงพื้นที่ แต่ไกลในทางวัฒนธรรม </li></ul><ul><li>ปัญหาท...
คนชายขอบมาจากไหน <ul><li>ความแตกต่างทางกายภาพ ศาสนา / ความเชื่อ วัฒนธรรม </li></ul><ul><ul><li>ชาวยิว ยิปซี  </li></ul></u...
มานุษยวิทยา-สังคมศาสตร์-การศึกษาคนชายขอบ Paul Farmer  ผู้ก่อตั้ง  Partners in Health
มานุษยวิทยาว่าด้วยความรุนแรงเชิงโครงสร้าง Farmer, Paul. Anthropology of Structural Violence.  Current Anthropology,  Vol. ...
เรื่องของ  Anite   พลเมืองของสาธารณรัฐไฮติ <ul><li>ป่วยเป็นมะเร็งเต้านม พบหมอใน  14  คลินิก แต่ไม่ได้รับการรักษา </li></ul...
ปัญหาของ   Anite  “ ปัญหาภายในประเทศ ?” <ul><li>ประเทศที่ด้อยพัฒนาที่สุดประเทศหนึ่งในโลก   </li></ul><ul><li>อันดับที่  14...
“ปัญหาภายใน” มองจากภายนอก <ul><li>Bernier, Olivier. 1981. Pleasure and Privilege: Life in France, Naples, and America, 177...
ชะตากรรมของ  Anite   กับอาหารการกินของชาวฝรั่งเศส   <ul><li>อาหารการกินของผู้ดีฝรั่งเศส  La Cuisini ère bourgeoise  (1779)...
กินแบบผู้ดีฝรั่งเศส (ต่อ) <ul><li>THIRD SERVICE </li></ul><ul><li>Replace the roast beef by a large brioche </li></ul><ul>...
แต่งตัวและกินอย่างผู้ดีฝรั่งเศสได้อย่างไร <ul><li>ประมาณการณ์ว่า  2/3  ของผลิตภัณฑ์ที่มาจากเขตร้อน และความมั่งคั่งส่วนใหญ่...
ไฮติในปัจจุบัน ชะตากรรมของคนชายขอบ <ul><li>1791 Haitian revolution </li></ul><ul><li>1803 Battle of Verti ères   กองทัพของ...
ยังมีภาพลวงตาเกี่ยวกับเอดส์และร่างกายที่หายไป <ul><li>เมื่อเอดส์ปรากฏตัวขึ้นในราวทศวรรษ  1980  แพทย์และนักวิทยาศาสตร์ชาวอเ...
มานุษยวิทยากับการศึกษาคนชายขอบ <ul><li>การสังเกตอย่างมีส่วนร่วม  สิ่งที่เห็น  ได้ยิน สัมผัส จับต้อง </li></ul><ul><li>สิ่ง...
Upcoming SlideShare
Loading in …5
×

Marginal Jan17

1,315 views

Published on

สไลด์ประกอบวิชา TU120 เรื่องมานุษยวิทยา-สังคมศาสตร์กับการศึกษาปัญหาวัฒนธรรมของคนชายขอบ โดยสายพิณ ศุพุทธมงคล คณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

Published in: Education
0 Comments
2 Likes
Statistics
Notes
  • Be the first to comment

No Downloads
Views
Total views
1,315
On SlideShare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
15
Actions
Shares
0
Downloads
16
Comments
0
Likes
2
Embeds 0
No embeds

No notes for slide
  • Marginal Jan17

    1. 1. มานุษยวิทยา - สังคมศาสตร์ กับการศึกษาปัญหาวัฒนธรรมของคนชายขอบ
    2. 2. มานุษยวิทยา ???? <ul><li>มานุษยวิทยาเรียนอะไร </li></ul><ul><li>เรียนมานุษยวิทยาไปทำไม </li></ul><ul><li>มานุษยวิทยาสังคม มานุษยวิทยาวัฒนธรรม (social, cultural anthropology) </li></ul><ul><li>โบราณคดี </li></ul><ul><li>มานุษยวิทยากายภาพ (physical, biological anthropology) </li></ul>
    3. 3. ใครคือคนคนอื่น ?
    4. 4. คนอื่น - other “ ความเป็นอื่น” -otherness <ul><li>เขาเป็นใคร </li></ul><ul><li>น่าสนใจ/เป็นปัญหา </li></ul><ul><li>ทำไมเราไม่เป็นอย่างเขา </li></ul><ul><li>ศึกษาคนอื่นเพราะคนอื่นสำคัญกับเราในแง่ใดแง่หนึ่ง </li></ul><ul><li>คำถามทางมานุษยวิทยาเป็นคำถามที่ มีนัยเชิงคุณค่า แฝงอยู่ เช่นเดียวกับคำถามของศาสตร์แขนงอื่นๆ </li></ul>
    5. 5. มานุษยวิทยากับการศึกษา “วัฒนธรรม” <ul><li>“ วัฒนธรรม” ของบรอนิสลาฟ มาลินอฟสกี (1884-1942) </li></ul><ul><ul><li>มนุษย์คือสิ่งมีชีวิตที่มีความต้องการหลากหลาย ( อาหาร ที่อยู่ เครื่องนุ่งห่ม ความปลอดภัย ความรัก / การมีความสัมพันธ์กับผู้อื่น การเคลื่อนไหว การพักผ่อนหย่อนใจ ) </li></ul></ul><ul><ul><li>มนุษย์ไม่สามารถตอบสนองความต้องการเหล่านี้ได้โดยลำพัง </li></ul></ul><ul><ul><li>แต่ด้วยการอยู่ร่วมกัน มีความสัมพันธ์แบบ “ ต่างตอบแทนกัน” (reciprocity) </li></ul></ul><ul><li>“ วัฒนธรรม” คือสิ่งประดิษฐ์ ความคิด ธรรมเนีย มปฏิบัติ กฎเกณฑ์ สถาบันทางสังคม ที่มนุษย์สร้างขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการ ของตน </li></ul>
    6. 6. พลวัตรของคนกับวัฒนธรรม <ul><li>“ วัฒนธรรม” ไม่เพียงตอบสนองความต้องการ แต่ยังทำให้มนุษย์เกิดความต้องการใหม่ๆ </li></ul><ul><ul><li>ความต้องการความรักและการสืบทอดเผ่าพันธุ์ นำไปสู่การสร้างวิธีการเกี้ยวพาราสี การสู่ขอ หมั้นหมาย แต่งงาน “สถาบันครอบครัว” ครอบครัวเดี่ยว ครอบครัวขยาย ค่านิยมเกี่ยวกับความสวย / หล่อ ฯลฯ </li></ul></ul><ul><ul><li>ร่างกาย ความคิด อารมณ์ความรู้สึกของมนุษย์ ถูกกำหนดโดยวัฒนธรรม </li></ul></ul><ul><li>มนุษย์จึงทั้งเป็นผู้สร้างวัฒนธรรม และเป็นผลผลิตของวัฒนธรรม หรือถูกกำหนดโดยวัฒนธรรม ( cultural determinism) </li></ul>
    7. 7. ETHNOGRAPHY <ul><li>กระบวนการวิจัย (ethnographic method) </li></ul><ul><ul><li>1. วิธีการเก็บข้อมูล เรียกว่า การ สังเกตอย่างมีส่วนร่วม” (participant observation) </li></ul></ul><ul><ul><ul><li>เรียนภาษาจนสามารถใช้งานในชีวิตประจำวันได้ </li></ul></ul></ul><ul><ul><ul><li>อยู่ในชุมชนของ คนที่เราศึกษา เป็นระยะเวลานานพอสมควร ( หนึ่งปี ) </li></ul></ul></ul><ul><ul><ul><li>สังเกต การนับญาติ ความสัมพันธ์ อาหารการกิน การแต่งกาย ประเพณี </li></ul></ul></ul><ul><ul><ul><li>และเข้าไปมีส่วนร่วมในกิจกรรม พิธีกรรม ต่างๆ ( หากเป็นไปได้ ) </li></ul></ul></ul><ul><ul><ul><li>เรื่องอะไรบ้างที่คนที่เราศึกษาเห็นว่ามีความสำคัญ </li></ul></ul></ul><ul><ul><li>2. วิธีการวิเคราะห์ – ทฤษฎีทางสังคม </li></ul></ul><ul><ul><ul><li>โครงสร้างหน้าที่นิยม (structural-functionalism) เป็นการพื้นฐานการวิเคราะห์ </li></ul></ul></ul><ul><li>รายงานการวิจัย – ชาติพันธุ์วรรณนา (ethnography) </li></ul>
    8. 8. คนชายขอบ (the marginal man) <ul><li>Georg Simmel (1858-1918) นักสังคมวิทยาชาวเยอรมัน </li></ul><ul><li>“ The Stranger”* </li></ul><ul><ul><li>คนชายขอบ คือ คนแปลกหน้า </li></ul></ul><ul><ul><li>คนแปลกหน้า คือ “นักเดินทาง” “คนเร่ร่อน” (the wanderer) ซึ่งมาวันนี้ แต่ยังอยู่ต่อไปในวันพรุ่ง </li></ul></ul><ul><ul><li>แม้เขาจะอยู่ในชุมชน เมือง ประเทศ คือในสังคมหนึ่ง แต่สถานภาพของเขากลับถูกกำหนดจากการที่เขา ไม่ได้ เป็นสมาชิกของสังคมนี้มาตั้งแต่ต้น </li></ul></ul><ul><ul><li>เพราะเขามาจาก “ที่อื่น” เขา มี “วัฒนธรรม” ที่ต่างออกไป </li></ul></ul><ul><ul><li>* From Kurt Wolff (Trans.) The Sociology of Georg Simmel . New York: Free Press, 1950, pp. 402 - 408. </li></ul></ul>
    9. 9. ความแตกต่างทางวัฒนธรรมนั้นสำคัญไฉน ? <ul><li>วัฒนธรรม หมายรวมถึงความคิด การปฏิบัติ สิ่งประดิษฐ์ทางวัตถุ ต่างๆ พิธีกรรม ภาษาที่เราสื่อสารกับคนอื่น ระบบคุณค่า </li></ul><ul><li>วัฒนธรรม กับ การมีสามัญสำนึก ร่วมกัน (common sense) ของคนในสังคม </li></ul><ul><ul><li>การปฏิบัติในชีวิตประจำวัน ที่อุดมไปด้วยการให้คุณค่า ( ดี / ไม่ดี สวยงาม / อัปลักษณ์ ถูก / ผิด สุภาพ / หยาบคาย สะอาด / สกปรก ) </li></ul></ul><ul><li>เมื่อคนเรา เผชิญหน้าวัฒนธรรมที่แตกต่าง – เสียศูนย์ เพราะ สามัญสำนึก ที่เคยใช้ได้ผลทำงานไม่ได้ </li></ul>
    10. 10. ปัญหาทางวัฒนธรรมของคนชายขอบ หรือของใคร ? <ul><li>คนชายขอบ – ใกล้ในเชิงพื้นที่ แต่ไกลในทางวัฒนธรรม </li></ul><ul><li>ปัญหาทางวัฒนธรรมของคนชายขอบ จึงไม่ใช่เพียงปัญหาของคนชายขอบ แต่เป็นปัญหาของทุก ฝ่าย </li></ul>
    11. 11. คนชายขอบมาจากไหน <ul><li>ความแตกต่างทางกายภาพ ศาสนา / ความเชื่อ วัฒนธรรม </li></ul><ul><ul><li>ชาวยิว ยิปซี </li></ul></ul><ul><li>วัฒนธรรมกับกระบวนการทำให้เป็นคนชายขอบ (marginalization) </li></ul><ul><li>วัฒนธรรมทุนนิยม ( ความก้าวหน้า ความทันสมัย ความเป็นเหตุเป็นผล ...) </li></ul><ul><ul><li>การสร้างเขื่อนเพื่อการชลประทาน ผลิตไฟฟ้า </li></ul></ul><ul><ul><li>การพัฒนาอุตสาหกรรม </li></ul></ul><ul><ul><li>การเกิดขึ้นของย่านการค้า ธุรกิจ การท่องเที่ยว </li></ul></ul><ul><ul><li>สงคราม </li></ul></ul><ul><ul><li>ฯลฯ </li></ul></ul>
    12. 12. มานุษยวิทยา-สังคมศาสตร์-การศึกษาคนชายขอบ Paul Farmer ผู้ก่อตั้ง Partners in Health
    13. 13. มานุษยวิทยาว่าด้วยความรุนแรงเชิงโครงสร้าง Farmer, Paul. Anthropology of Structural Violence. Current Anthropology, Vol. 45, No. 3. Pp. 305-325.
    14. 14. เรื่องของ Anite พลเมืองของสาธารณรัฐไฮติ <ul><li>ป่วยเป็นมะเร็งเต้านม พบหมอใน 14 คลินิก แต่ไม่ได้รับการรักษา </li></ul><ul><li>คำอธิบายของคนพื้นเมือง </li></ul><ul><li>การทำคุณไสย </li></ul><ul><li>โรคที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ </li></ul>Hospital in Cange, Haiti
    15. 15. ปัญหาของ Anite “ ปัญหาภายในประเทศ ?” <ul><li>ประเทศที่ด้อยพัฒนาที่สุดประเทศหนึ่งในโลก </li></ul><ul><li>อันดับที่ 146 จากทั้งหมด 177 ประเทศ (United Nations Human Development Index ( 2006 ) </li></ul><ul><li>ประมาณ 80% ของประชากรยากจน แทบไม่เคยมีตัวเลขการพัฒนาเป็นบวก </li></ul><ul><li>ประชากรราว 66% ทำงานภาคเกษตร ปลูกพืชเลี้ยงสัตว์เพื่อยังชีพ </li></ul><ul><li>สินค้าส่งออก คือมะม่วงกับกาแฟ </li></ul><ul><li>เป็นประเทศที่มีอัตราการฉ้อราษฎร์บังหลวงสูงที่สุดประเทศหนึ่งของโลก </li></ul>
    16. 16. “ปัญหาภายใน” มองจากภายนอก <ul><li>Bernier, Olivier. 1981. Pleasure and Privilege: Life in France, Naples, and America, 1770-1790. </li></ul><ul><li>การใช้น้ำมันแต่งผมและน้ำหอม เป็นเรื่องปกติ </li></ul><ul><li>แต่ไม่ทันสมัยถ้าไม่เกล้าผมสูงขึ้นไปราว 3 ฟุต </li></ul><ul><li>ตกแต่งด้วยหมวก ขนนกกระจอกเทศ อัญมณีมีค่า ที่สำคัญการออกแบบผมต้องเข้ากับยุคสมัย </li></ul><ul><li>เมื่อกองทัพเรือฝรั่งเศสรบชนะอังกฤษ สุภาพสตรีจะแต่งผมทรงเรือรบ มีดอกไม้ ซึ่งมีกลไกนำน้ำไปหล่อเลี้ยงให้สดอยู่เสมอ มีนกซึ่งมีกลไก สามารถขับร้องได้ ... </li></ul>
    17. 17. ชะตากรรมของ Anite กับอาหารการกินของชาวฝรั่งเศส <ul><li>อาหารการกินของผู้ดีฝรั่งเศส La Cuisini ère bourgeoise (1779) </li></ul><ul><li>One large roast beef in the center of the table </li></ul><ul><li>FIRST SERVICE </li></ul><ul><ul><ul><li>Two soups: Cucumber soup; Green pea soup with croutons </li></ul></ul></ul><ul><li>SECOND SERVICE </li></ul><ul><li>Boiled leg of Mutton; Roast veal marinated in cream; Duckling with peas; Squab with herbs; Two chickens with little white onions; Rabbit steaks with cucumber </li></ul>
    18. 18. กินแบบผู้ดีฝรั่งเศส (ต่อ) <ul><li>THIRD SERVICE </li></ul><ul><li>Replace the roast beef by a large brioche </li></ul><ul><li>Four roasts: One small turkey; One Capon; </li></ul><ul><li>Four partridges; Six squabs roasted like quails </li></ul><ul><li>Two green salads </li></ul><ul><li>FOURTH SERVICE </li></ul><ul><li>Apricot tarlets; Scrambled eggs; vine-leaf fritters; </li></ul><ul><li>Cookies; Small white beans in cream; Artichokes with butter sauce </li></ul><ul><li>FIFTH SERVICE </li></ul><ul><li>A large bowl of fresh fruit </li></ul><ul><li>Four compotes: Peaches; Prunes; Pears; green Grapes </li></ul><ul><li>Four plates of ice cream </li></ul><ul><li>One plate of cream cheese </li></ul><ul><li>one plate of pastries </li></ul>
    19. 19. แต่งตัวและกินอย่างผู้ดีฝรั่งเศสได้อย่างไร <ul><li>ประมาณการณ์ว่า 2/3 ของผลิตภัณฑ์ที่มาจากเขตร้อน และความมั่งคั่งส่วนใหญ่ของฝรั่งเศสมาจากไฮติเพียงประเทศเดียว </li></ul><ul><li>ผลผลิตสำคัญ – ทาสผิวดำ เป็นทั้งแรงงานและสินค้า </li></ul><ul><li>ภาวะของทาส </li></ul><ul><li>ถูกทำโทษด้วยการแขวนเอาขาขึ้น ใส่กระสอบถ่วงน้ำ ตรึงกางเขน </li></ul><ul><li>ถูกบังคับให้กินอุจจาระ เฆี่ยน ปล่อยให้เป็นอาหารของมดและแมลง </li></ul><ul><li>โยนลงหม้อต้มน้ำตาล ใส่ถังที่มีหนามข้างในแล้วกลิ้งลงจากภูเขา </li></ul><ul><li>ให้สุนัขที่กินคน จากนั้นก็ทิ้งให้หมาป่าและสัตว์ล่าเนื้อชนิดอื่นกิน ... </li></ul>
    20. 20. ไฮติในปัจจุบัน ชะตากรรมของคนชายขอบ <ul><li>1791 Haitian revolution </li></ul><ul><li>1803 Battle of Verti ères กองทัพของนโปเลียนแพ้ </li></ul><ul><li>ไฮติประกาศตนเป็นเอกราช แต่ต้องจ่ายค่าเสียหายแก่ฝรั่งเศส 150 ล้านฟรังก์ เริ่มจ่าย 1825 </li></ul><ul><li>ผู้นำไฮติยึดนโยบายเศรษฐกิจแบบอาณานิคม ทำไร่อ้อยกับกาแฟ </li></ul><ul><li>สหรัฐอเมริกาไม่รับรองความเป็นเอกราช เพราะจะเป็นตัวอย่างไม่ดีและใช้นโยบายกีดกันการค้า ในขณะเดียวกันก็ให้การสนับสนุนรัฐบาลทหาร </li></ul><ul><li>ค . ศ . 2000 รัฐบาลพลเรือนที่มาจากการเลือกตั้ง ที่มหาอำนาจไม่เห็นด้วย </li></ul><ul><li>การไม่ปล่อยเงินกู้ โดยเรียกร้องให้จ่ายดอกเบี้ยล่วงหน้า หรือให้ผ่อนชำระหนี้เดิมเสียก่อนเป็นต้นเงินช่วยเหลือจากต่างประเทศ คิดเป็นราว 30%-40% ของงบประมาณของรัฐ ผู้ให้เงินช่วยเหลือรายใหญ่ที่สุดคือสหรัฐอเมริกา ตามด้วยแคนาดา และประเทศในสหภาพยุโรป </li></ul><ul><li>สหรัฐฯ ตัดเงินช่วยเหลือทั้งหมดใน ค . ศ . 2001-2004 หลังการเลือกตั้ง เมื่อ ค . ศ . 2000 โดยกล่าวหาว่าประธานาธิบดีที่มาจากการเลือกตั้งมีพฤติกรรมไม่เหมาะสม </li></ul>
    21. 21. ยังมีภาพลวงตาเกี่ยวกับเอดส์และร่างกายที่หายไป <ul><li>เมื่อเอดส์ปรากฏตัวขึ้นในราวทศวรรษ 1980 แพทย์และนักวิทยาศาสตร์ชาวอเมริกันกล่าวว่าที่มาของเชื้อคือไฮติ </li></ul><ul><li>การแพร่ขยายของโรคเป็นผลมาจากลัทธิวูดู </li></ul><ul><li>การพังทลายของธุรกิจท่องเที่ยว </li></ul><ul><li>ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเอดส์ </li></ul><ul><ul><li>1984 พบว่า 17% ของผู้ป่วยเคยมีเพศสัมพันธ์กับนักท่องเที่ยวจากทวีปอเมริกาเหนือ </li></ul></ul><ul><ul><ul><li>Sex tourism </li></ul></ul></ul><ul><ul><ul><li>Wives and girlfriends </li></ul></ul></ul><ul><ul><ul><li>From urban slums to smaller cities </li></ul></ul></ul>
    22. 22. มานุษยวิทยากับการศึกษาคนชายขอบ <ul><li>การสังเกตอย่างมีส่วนร่วม สิ่งที่เห็น ได้ยิน สัมผัส จับต้อง </li></ul><ul><li>สิ่งที่มองไม่เห็น -- ประวัติศาสตร์ </li></ul><ul><li>เชื่อมโยง ผ่านทฤษฎีทางสังคมศาสตร์ </li></ul><ul><ul><li>กระบวนการทำให้เป็นคนชายขอบ ผ่านนโยบายการพัฒนาประเทศให้ทันสมัย นโยบายความมั่นคง ลัทธิชาตินิยม </li></ul></ul><ul><ul><li>World-systems theory (Wallenstein) </li></ul></ul><ul><li>เรียนมานุษยวิทยาไปทำไม </li></ul><ul><ul><li>รู้จักคนอื่น ภาวะที่เขาดำรงอยู่ และเงื่อนไขทางประวัติศาสตร์ การเมือง เศรษฐกิจ ที่ทำให้เขาเป็นเช่นนี้ </li></ul></ul><ul><ul><li>ไม่ด่วนกล่าวโทษ ( จน โง่ เจ็บ ) </li></ul></ul><ul><ul><li>แก้ปัญหา </li></ul></ul><ul><ul><li>ตัวเราเป็นส่วนหนึ่งของปัญหา ? </li></ul></ul>

    ×