ดาวฤกษ์คือะไร อุณหภูมิและสีของดาวฤกษ์

2,270 views

Published on

0 Comments
0 Likes
Statistics
Notes
  • Be the first to comment

  • Be the first to like this

No Downloads
Views
Total views
2,270
On SlideShare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
1,207
Actions
Shares
0
Downloads
12
Comments
0
Likes
0
Embeds 0
No embeds

No notes for slide

ดาวฤกษ์คือะไร อุณหภูมิและสีของดาวฤกษ์

  1. 1. ดาวฤกษ์ดาวฤกษ์ (Stars หรือ Fixed stars) เป็นดาวที่มีแสงสว่าง และพลังงานในตัวเอง เช่นดวงอาทิตย์ จุดกาเนิดดาวฤกษ์ จากการศึกษาของนักดาราศาสตร์พบว่าการเกิดดาวฤกษ์อุบัติขึ้นในบริเวณที่ลึกเข้าไปในกลุ่มเมฆ ฝุ่นและก๊าซ ซึ่งเรียกว่า เนบิวล่า (Nebular) โดยจะเกิดจากอะตอมของก๊าซที่รวมตัวกันเข้าเป็นเมฆมืดขนาดยักษ์ มีขนาดกว้างใหญ่หลายร้อยปีแสง แรงโน้มถ่วงจะดึงก๊าซและฝุ่นเข้ารวมกันเป็นก้อนก๊าซที่อัดแน่นหมุนรอบตัวเองจนใจกลางมีอุณหภูมิสูงมากพอ จนเกิดปฏิกิริยาเทอร์โมนิวเคลียร์การศึกษาดาวฤกษ์จะเป็นการศึกษาความสว่าง, สีความสว่างและโชติมาตรของดาวโดยทั่วไปดาวจะปรากฏสว่างมากหรือน้อย ไม่ได้ขึ้นอยู่กับความสว่างจริงเพียงอย่างเดียวแต่ขึ้นอยู่กับระยะทางของดาว จึงนิยามความสว่างจริงของดาวเป็นโชติมาตรสัมบูรณ์สีของดาวฤกษ์ขึ้นอยู่กับอุณหภูมิของดาวแต่ละดวงดาวฤกษ์เป็นก้อนก๊าซสว่างที่มีอุณหภูมิสูง ดังนั้นพลังงานที่เกิดขึ้นภายในดวงจะส่งผ่านออกทางบรรยากาศที่เรามองเห็นได้ เรียกบรรยากาศชั้นนี้ว่า ชั้นโฟโตสเฟียร์พร้อมทั้ง
  2. 2. การแผ่รังสีอินฟราเรด, รังสีอุลตราไวโอเลต, เอกซเรย์รวมทั้งคลื่นวิทยุ และคลื่นแสงที่ตามองเห็น การพิจารณาอุณหภูมิของดาวฤกษ์กับสี พบว่าอุณหภูมิต่าจะปรากฏเป็นสีแดง และถ้าอุณหภูมิสูงจะปรากฏเป็นสีน้าเงินและกลายเป็นสีขาว โดยมีการกาหนด ดาวสีน้าเงิน ที่มีอุณหภูมิสูงเป็นพวกดาว O ส่วนดาวสีแดงเป็นพวก M และเมื่อเรียงลาดับอุณหภูมิสูงลงไปหาต่า สเปคตรัมของดาว ได้แก่ O - B - A - F - G - K - M ดวงอาทิตย์จัดเป็นพวก G ซึ่งมีอุณหภูมิปานกลาง 4.3อุณหภูมิและสีของดาวฤกษ์นักวิทยาศาสตร์พบว่าสีของดาวฤกษ์มีความสัมพันธ์กับอุณหภูมิพื้นผิวของดาวฤกษ์นั้นๆ โดยดาวฤกษ์ที่มีอุณหภูมิพื้นผิวต่าจะมีสีแดง ส่วนดาวฤกษ์ที่มีอุณภูมิพื้นผิวสูงจะมีสีน้าเงิน นอกจากนี้ในกรณีที่ดาวฤกษ์นั้นไม่ใช่ดาวยักษ์ ขนาดของดาวฤกษ์ก็จะเกี่ยวข้องกับสีของดาวเช่นกัน โดยดาวฤกษ์มวลมากจะมีสีน้าเงิน ส่วนดาวฤกษ์มวลน้อยจะมีสีแดงการแบ่งสีของดาวฤกษ์สีของดาวฤกษ์แบ่งได้เป็น 7 ระดับ ตามระดับอุณหภูมิความร้อน จากมากไปน้อยตามลาดับ ดังนี้O-B-A-F-G-K-M ซึ่งมีวิธีการจาง่ายๆ คือ "Oh Be A Fine Girl(Guy)Kiss Me"
  3. 3. O = สีน้าเงินB = สีน้าเงินแกมขาวA = สีขาวF = สีขาวแกมเหลืองG = สีเหลืองK = สีส้มM = สีแดง(สาหรับดวงอาทิตย์ของเรา ถูกจัดอยู่ในกลุ่มดาวฤกษ์สีเหลือง)จากข้อมูลและภาพถ่ายและบันทึกคลื่นแสงของดวงดาว จานวนมากมายเหล่านี้ ก็ถูกนามาจาแนกแยกดวงดาวเป็นกลุ่มเป็นพวก เมื่อเอามาเปรียบเทียบกับความเข้าใจทางฟิสิกส์เกี่ยวกับธรรมชาติของอะตอมแล้วก็พบว่าดวงดาวนั้นหาใช่สิ่งที่ไม่มีการเปลี่ยนแปลงไม่ แต่กลับมีวิถีชีวิตที่คาดคะเนได้ ปัจจัยที่ทาให้วิถีชีวิตของดวงดาวต่างกันไป ก็อยู่ที่จานวนมวลของมันเท่านั้น หากดาวมีมวลน้อยก็จะดาเนินชีวิตไปแบบหนึ่ง หากมีมวลมากก็จะดาเนินชีวิตแตกต่างกันออกไป เราสามารถนาข้อมูลเหล่านี้มาคาดการณ์อนาคตและหาอายุของดวงดาวที่เราสังเกตการณ์ได้ เราจึงได้ศึกษาความเปลี่ยนแปลงของดวงดาวจนได้เข้าใจว่าดวงดาวมิใช่สิ่งที่มีชีวิตอยู่ชั่วนิรันดร์ หากแต่มีการเกิด แก่ เจ็บ ตาย เฉกเช่นเดียวกับสิ่งมีชีวิตทั้งหลายทั้งปวงช่วงชีวิตของดวงดาว ที่จะกล่าวโดยละเอียดต่อไปนั้น จะผ่านขั้นตอนดังนี้1. มวลสารต่างๆในจักรวาลเกิดขึ้นมาเป็นดวงดาวในภายหลัง2. ดาวก่อนเกิด หรือ ช่วงวัยที่เรียกว่า Protostar และดาวเพิ่งคลอดที่เรียกว่า T-Tauriเพราะดาวชนิดนี้ที่ได้พบเป็นครั้งแรกในกลุ่มดาววัว (Taurus)
  4. 4. 3. ดาวที่เป็นดาวอย่างสมบูรณ์แล้ว ซึ่งนักดาราศาสตร์เรียกว่า Main Sequence Star4. ดาวสลาย คือดาวที่เผาจนหมดเชื้อเพลิงในแกนกลางแล้ว ก็จะเริ่มเข้า ช่วงแห่งการแตกสลายสิ้นอายุขัยของดวงดาวแหล่งที่มา http://physicsworld.nanacity.com/physicsworld/lesson/astro4.htm************************************

×