Mitochondria

3,698 views

Published on

Mitochondria at work

Published in: Health & Medicine
0 Comments
0 Likes
Statistics
Notes
  • Be the first to comment

  • Be the first to like this

No Downloads
Views
Total views
3,698
On SlideShare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
330
Actions
Shares
0
Downloads
101
Comments
0
Likes
0
Embeds 0
No embeds

No notes for slide

Mitochondria

  1. 1. By Porntip Wutthiyan
  2. 2. Mitochondriaเป็นออแกเนลล์ชนิดหนึ่งที่อยู่ในไซโตพลาสซึม ส่วนใหญ่มี รูปร่างกลมท่อนสั้น มีเยื่อหุ้มสองชั้น ชั้นนอกเรียบ ส่วนเยื่อ ชั้นในพับเข้าไปเป็นรอยหยักเรียก คริสตี (cristae) ภายใน บรรจุของเหลว ประกอบไปด้วยสารหลายชนิดเรียก แม ทริกซ์ (matrix) ในมนุษย์มีไมโตคอนเดรียมากที่สุดที่เซลล์ กล้ามเนื้อหัวใจ ทำาหน้าที่เป็นแหล่งพลังงานของเซลล์
  3. 3. Cytoplasmเป็นส่วนหนึ่งของเซลล์ทรวมกันอยูในเยื่อหุ้มเซลล์ ใน ี่ ่เซลล์พวกยูคาริโอต ไซโตพลาสซึมจะเป็นของเหลวที่บรรจุออร์แกเนลล์ซึ่งกระจายอยูทวเซลล์ได้แก่ ่ ั่ไมโตคอนเดรีย คลอโรพลาสต์ ไลโซโซมเพอรอกซิโซม ไรโบโซม แวคิวโอล ไซโตสเกลเลตันโดยไซโตพลาสซึมจะล้อมรอบนิวเคลียสไว้ ทำาหน้าที่สำาคัญหลายอย่าง เช่น สังเคราะห์สารทีจำาเป็นสำาหรับ ่เซลล์ เป็นทีเก็บสะสมวัตถุดิบสำาหรับเซลล์ เกียวข้องกับ ่ ่กระบวนการขับถ่ายของเสียของเซลล์ เป็นต้น
  4. 4.  Mitochondrian ไมโตคอนเดรีย เป็น เหมือ นโรงกำา เนิด พลัง งานของเซลล์ อาหารที่ เรารับ เข้า สู่ร ่า งกายจะถูก เปลีย นไปเป็น พลัง งานให้ร ่า งกายนำา ไป ่ ใช้ไ ด้ท ี่น ี่ พลัง งานที่ร ่า งกายนำา ไปใช้เ รีย กว่า ATP หรือ Adenosine Triphosphate ATP คือโมเลกุลสารพลังงานสูงที่ให้พลังงานกับร่างกายเรา ไมโตคอนเดรีย อยูใ นเซลล์ย ค าริโ อต (Eukaryotic Cell) เกือ บทุก ่ ู ชนิด และแบ่ง ออกเป็น สองส่ว นหลัก ๆคือ เยื่อ เมมเบรนด้า นนอก (Outer Membrane) ซึ่งมีลักษณะเป็นผิวเรียบ และเยื่อ เมมเบรนด้า นใน (Inner Membrane) ซึ่งพับทบกันอยู่ ที่เราเรียกว่าคริสตี (Crystae) นอกจากจะเป็นแหล่งกำาเนิดพลังงานของเซลล์แล้ว ไมโตคอนเดรีย ยัง ทำา หน้า ที่ช ่ว ยในกระบวนการการเจริญ เติบ โตของเซลล์ (Cell Growth) วัฏ จัก รเซลล์ (Cell Cycle) การตายของเซลล์ (Cellular Death) ด้ว ย ค่ะ ที่จริงแล้ว ไมโตคอนเดรียพิเศษมากขนาดที่มันมี DNA เป็นของตัวเองเลยที เดียวค่ะ และ DNA ที่ต่างจาก DNA ของเซลล์นี่เองที่เป็นหลักฐานทาง วิวัฒนาการที่ว่า ไมโตคอนเดรียและคลอโรพลาสต์ครั้งหนึ่งเมื่อนานมาแล้ว เคยเป็นสิ่งมีชีวิต Prokaryote
  5. 5. เซลล์แบ่งตัวเพื่อความอยูรอด ่
  6. 6. These HeLa cells were stained with special dyes thathighlight specific parts of each cell. The DNA in thenucleus is yellow, the actin filaments are light blue andthe mitochondria—the cells power generators—are pink.© Omar Quintero
  7. 7. Natural Killer Cell
  8. 8. Dendritic Cell
  9. 9. Dendritic Cell
  10. 10. ในช่วงกลางศตวรรษที่ 19 นักวิทยาศาสตร์ใช้กล้องจุลทรรศน์แบบใหม่ทมประสิทธิภาพสูง ค้นพบสิง ี่ ี ่ทีไม่เคยเห็นมาก่อน นันคือ โครงสร้างเล็กๆ ทีแอบแฝง ่ ่ ่ภายในเซลล์เกือบทุกชนิด มันมีเยื่อหุ้มสองชั้น และมีความยืดหยุ่นในการปรับเปลี่ยนรูปร่าง .... นับร้อยปีหลังจากนัน นักวิทยาศาสตร์หลายคนได้เชื่อมโยง ้ความคิดเข้าด้วยกัน และพวกเขาเรียกโครงสร้างเหล่านีว่า ไมโตคอนเดรีย (mitochondria) ้
  11. 11. หนึงในนักวิทยาศาสตร์ผู้มส่วนร่วมในคลื่นลูกแรกแห่งการ ่ ีค้นพบไมโตคอนเดรีย คือ บริต ตัน แชนจ์ (BrittonChance) (ค.ศ.1913 - ปัจจุบัน) ผลงานของเขาได้แก่ การประดิษฐ์เครื่อง Dual Wavelength Spectrophotometerเครื่องมือทีช่วยนักวิทยาศาสตร์เห็นภาพทีชัดเจนขึ้นว่าไม ่ ่โตคอนเดรียทำางานอย่างไร
  12. 12. ปัจจุบันเขาเป็นอาจารย์ ไบโอฟิสิกส์ ที่มหาวิทยาลัยเพนซิ วาเนีย (University of Pennsylvania) เขาสร้างเครื่องมือ ชิ้นหนึ่ง เครื่องมือเหล่านี้สามารถมองผ่านความซับซ้อนของ เซลล์ได้ เพราะเซลล์มี เยื่อหุ้มเซลล์ ผนังเซลล์ และสิ่งที่ ทำาให้เกิดการกระจายแสง ถ้าเรานำามันมาส่องกับแสง จะ เห็นเป็นฝอยมัวๆ การสร้างเครื่องมือที่ขจัดความพร่ามัว และ พบองค์ประกอบสองอย่างก็เพื่อเชื่อมโยงไมโตคอนเดรียกับ วงจรเครบ (Krebs cycle) ของ ฮานส์ เครบส์ (Hans Krebs) นั่นเอง !! และนี่จึงเป็นการเชื่อมทุกอย่างเข้าด้วยกัน ทำาให้เกิดการเชื่อมโยงระหว่างบทบาทของเอนไซม์ (enzyme) กับห่วงโซ่พลังงานทั้งหมด !!ไมโตคอนเดรียจะต้องมีประสิทธิภาพสูงในการจัดการกับ อาหารที่เซลล์รวบรวมเอาไว้ และสิ่งนี้เรียกว่า "การ ควบคุม กระบวนการหายใจในระดับ เซลล์" หรือพูด ง่ายๆ ก็คือ คนเราจะออกแรงเป็นบ้าเป็นหลังเมื่อไหร่กได้ ็ จากนั้น พอเราหยุด พลังงานก็จะค่อยๆ คืนกลับมา คือ ไม่

×