Successfully reported this slideshow.
We use your LinkedIn profile and activity data to personalize ads and to show you more relevant ads. You can change your ad preferences anytime.
การพยาบาลผู้ป่ วยที่ใส่สายระบายทรวงอก
วีระวรรณ อึ้งอร่าม
ระบบของการต่อสายระบายจากช่องเยื่อหุ้มปอด (chest drain, intercosta...
2
2. ระบบ 2 ขวด (two bottle system) ประกอบด้วย ขวดเก็บสารเหลว (collection) และขวด
ผนึกกั้นอากาศ (under water seal) เพื่อใช...
3
3. ระบบ 3 ขวด (three bottle system) ประกอบด้วย ขวดเก็บสารเหลว (collection) ขวด
ผนึกกั้นอากาศ (under water seal) และขวดคว...
4
4. ระบบ 4 ขวด (four bottle system) ประกอบด้วย ระบบสามขวด เพิ่มขวดผนึกกั้นอากาศ
(under water seal) อีก 1 ขวดโดยต่อจากขวดเ...
5
5. ระบบควบคุมความสมดุล (Balance system) ประกอบด้วย ขวดเก็บสารเหลว
(collection) ขวดผนึกกั้นอากาศ (under water seal) และขว...
Upcoming SlideShare
Loading in …5
×

Chest drain systems

29,990 views

Published on

Published in: Health & Medicine
  • Login to see the comments

Chest drain systems

  1. 1. การพยาบาลผู้ป่ วยที่ใส่สายระบายทรวงอก วีระวรรณ อึ้งอร่าม ระบบของการต่อสายระบายจากช่องเยื่อหุ้มปอด (chest drain, intercostal drainage; ICD) การต่อสายระบายจากช่องเยื่อหุ้มปอดต้องเป็นระบบปิด (close drainage) มีการต่อหลาย ระบบ การเลือกใช้ระบบใดขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ ว่าต้องการระบายลมและหรือสารเหลวจากช่อง เยื่อหุ้มปอด ความพร้อมของอุปกรณ์ และความสะดวกปลอดภัย ซึ่งมีทั้งหมด 5 ระบบ ดังนี้ 1. ระบบ 1 ขวด (one bottle system) หรือขวดเก็บสารเหลว (collection with under water seal) ระบบนี้สายระบายจากช่องเยื่อหุ้มปอดที่ออกจากผู้ป่วยจะต้องต่อกับปลายหลอดแก้วยาวที่จุ่ม ใต้น้าในขวดประมาณ 2 - 3 เซนติเมตรน้า การต่อระบบ 1 ขวดเหมาะสาหรับระบายลม เลือด สาร เหลวอื่นๆ ที่ปริมาณออกไม่มาก (ภาพที่ 1) ข้อดี: ในกรณีเร่งด่วน ระบายลมได้ดีและสะดวกในการเคลื่อนย้าย เหมาะกับการระบายลม ข้อเสีย: ความดันในช่องเยื่อหุ้มปอด = ความดันที่ปลายหลอดแก้ว [ความดันที่ปลายหลอดแก้ว = ความสูงของน้า (เซนติเมตร) x ความหนาแน่นของน้า (g/cm3 ) + ความดันที่ผิวน้า = 2 x 1 + 0 = 2] ดังนั้นเมื่อของเหลวในขวดเพิ่ม ความดันในช่องเยื่อหุ้มปอดจะเพิ่มขึ้น หลอดแก้วสั้นที่ฝาจุกขวด จะเป็นหลอดระบายอากาศ ภาพที่ 1 การต่อสายระบายสายระบายจากช่องเยื่อหุ้มปอด ระบบ 1 ขวด
  2. 2. 2 2. ระบบ 2 ขวด (two bottle system) ประกอบด้วย ขวดเก็บสารเหลว (collection) และขวด ผนึกกั้นอากาศ (under water seal) เพื่อใช้ระบายอากาศและสารเหลว โดยมีขวดเก็บสารเหลวเฉพาะ และขวดผนึกกั้นอากาศ ปลายหลอดแก้วยาวจุ่มใต้น้าในขวด 2 - 3 เซนติเมตรน้า (ภาพที่ 2) ข้อดี ระดับน้าในขวดผนึกกั้นอากาศ (under water seal) ไม่เปลี่ยนแปลง เหมาะกับการระบาย สารเหลว ใช้กับผู้ป่วยที่มีสารเหลวระบายออกมากหรือมีลมออกมาก สามารถสังเกตลักษณะของ สารเหลวที่ระบายออกได้ชัดเจน ข้อเสีย หากช่องเยื่อหุ้มปอด เกิดความดันลบ (negative pressure) มากกว่าความดันที่ปลาย หลอดแก้วขวดที่สอง น้าจากขวดที่สองจะถูกดูดมาขวดที่หนึ่ง จนบางครั้งปลายหลอดแก้วในขวดที่ สองลอยพ้นน้า เกิดภาวะลมรั่วในช่องเยื่อหุ้มปอดชนิด open pneumothorax ตามมา ต้องเฝ้าระวัง และป้องกัน ภาพที่ 2 การต่อสายระบายจากช่องเยื่อหุ้มปอด ระบบ 2 ขวด ส่วนหลอดแก้วสั้นที่ฝาจุกขวด จะเป็นหลอดระบายอากาศ ปลายนี้สามารถต่อเข้ากับเครื่อง ดูดสูญญากาศ (suction) ที่ สามารถควบคุมความดันได้
  3. 3. 3 3. ระบบ 3 ขวด (three bottle system) ประกอบด้วย ขวดเก็บสารเหลว (collection) ขวด ผนึกกั้นอากาศ (under water seal) และขวดควบคุมความดัน (pressure regulator) เหมือนกับระบบ สองขวดเพียงเพิ่มแรงดูดจากภายนอก โดยอาศัยเครื่องดูดสุญญากาศ ควบคุมความดันโดยระดับน้า ในขวดควบคุมความดันขวดที่ 3 ระบบนี้ใช้ในกรณีที่มีเครื่องดูดสูญญากาศ (suction) ที่ไม่สามารถ ควบคุมความดันได้ปลายหลอดแก้วยาวจุ่มใต้น้าในขวดประมาณ 10 เซนติเมตรน้า (สามารถ กาหนดความดันได้ตามต้องการ โดยจะตั้งความดันเท่าใดให้ใส่น้าท่วมแท่งแก้วยาวในขวดที่ 3 ซึ่งมี 3 ท่อเท่านั้น) (ภาพที่ 3) ข้อดี ความดันในช่องเยื่อหุ้มปอด = ความดันในขวดที่สอง + ความดันในขวดที่สาม การควบคุมความดันได้ดี เป็นระบบที่ปลอดภัยที่สุด เหมาะกับการระบายลมและสารเหลว ข้อเสีย ถ้าเครื่องดูดสูญญากาศเสียจะระบายลมได้ไม่ดี และยังคงพบว่าหากช่องเยื่อหุ้มปอดเกิด ความดันลบ (negative pressure) มากกว่าความดันที่ปลายหลอดแก้วทั้ง 2 ขวด น้าจากขวดที่3 จะถูก ดูดมาขวดที่ 2 และน้าจากขวดที่ 2 จะถูกดูดมาขวดที่หนึ่ง ต้องเฝ้าระวังและป้องกัน ภาพที่ 3 การต่อสายระบายจากช่องเยื่อหุ้มปอด ระบบ 3 ขวด
  4. 4. 4 4. ระบบ 4 ขวด (four bottle system) ประกอบด้วย ระบบสามขวด เพิ่มขวดผนึกกั้นอากาศ (under water seal) อีก 1 ขวดโดยต่อจากขวดเก็บสารเหลว (collection) ของระบบสามขวด เพื่อให้มี การระบายอากาศได้ถ้าเครื่องดูดสูญญากาศไม่ทางานหรือมีอากาศออกมามาก ขวดผนึกกั้นอากาศใช้ ป้ องกันไม่ให้อากาศไหลย้อนกลับเข้าตัวผู้ป่วย โดยจัดให้ปลายท่อจุ่มใต้ระดับน้าประมาณ 2-3 เซนติเมตรน้า (ภาพที่ 4) ข้อดี ขวดที่ 4 ทาหน้าที่เสมือนเป็นระบบนิรภัยในการป้ องกันความดันบวก (positive pressure) ในกรณีที่เครื่องควบคุมความดันอาจทางานมีประสิทธิภาพลดลง สายดูดสูญญากาศ หักพับงอ หรือ อุดตัน ช่วยให้มีการระบายอากาศได้อย่างเพียงพอ นอกจากนี้ ยังเป็นเครื่องวัดความดันลบภายใน ช่องปอดและในระบบระบายด้วย ข้อเสีย มีจานวนขวดมาก ไม่นิยมใช้ ภาพที่ 4 การต่อสายระบายจากช่องเยื่อหุ้มปอด ระบบ 4 ขวด
  5. 5. 5 5. ระบบควบคุมความสมดุล (Balance system) ประกอบด้วย ขวดเก็บสารเหลว (collection) ขวดผนึกกั้นอากาศ (under water seal) และขวดควบคุมความดัน (pressure regulator) เหมือนระบบ 3 ขวด แต่ขวดที่ 3 ใช้จุก 2 ตายาว มี Y- piece เชื่อมระหว่างทั้ง 3 ขวด ปลายหลอดแก้ว ยาวจุ่มใต้น้าในขวดประมาณ 10 เซนติเมตรน้า เพื่อให้มีความดันภายในทรวงอกคงที่ทั้งหายใจเข้า และออก ป้ องกันไม่ให้มีการเคลื่อนของ mediastinum (mediastinum swing; mediastinal shift) จน เกิดปริมาณเลือดที่ออกจากหัวใจลดลง ในผู้ป่วยที่ทาการผ่าตัดปอดออก 1 ข้าง (pneumonectomy) (ภาพที่ 5) เอกสารอ้างอิง วีระวรรณ อึ้งอร่าม. (2557). การพยาบาลผู้ป่วยที่ใส่สายระบายทรวงอก. ใน: สุจิตรา ลิ้มอานวยลาภ และคณะ, บรรณาธิการ. การปฏิบัติการพยาบาลผู้ป่ วยผู้ใหญ่ใน ภาวะวิกฤต. พิมพ์ครั้งที่ 8. ขอนแก่น: คลังนานาวิทยา. ภาพที่ 5 การต่อสายระบายจากช่องเยื่อหุ้มปอด ระบบควบคุมความสมดุล (balance system)

×