Successfully reported this slideshow.
We use your LinkedIn profile and activity data to personalize ads and to show you more relevant ads. You can change your ad preferences anytime.

What buddhist should now3

20 views

Published on

เรื่องควรรู้ของชาวพุทธ3

Published in: Self Improvement
  • Be the first to comment

  • Be the first to like this

What buddhist should now3

  1. 1. กรรมเก่า (ในอดีต) เป็นอันผ่านไปแล้ว เราทาไม่ได้ แต่เราควรรู้ เพื่อเอาความรู้จักมันนั้น มาใช้ประโยชน์ในการแก้ไข ปรับปรุงกรรมใหม่ให้ดียิ่งขึ้น กรรมใหม่ (ในปัจจุบัน) คือกรรมที่เราทาได้ และจะต้องตั้งใจทาให้ดีที่สุด ตรงนี้เป็นจุดสาคัญ กรรมข้างหน้า (ในอนาคต) เรายังทาไม่ได้ แต่เราสามารถเตรียม หรือวางแผนเพื่อจะไปทากรรมที่ดี ที่สุด ด้วยการทากรรมปัจจุบัน ที่จะพัฒนาเราให้ดีงามและงอกงามยิ่งขึ้น จนกระทั่ง เมื่อถึงเวลานั้น เราก็จะสามารถทากรรมที่ดี สูงขึ้นไปตามลาดับ จนถึงขั้นเป็นกุศลอย่างเยี่ยมยอด นี่แหล่ะคือ คาอธิบายที่จะทาให้มองเห็นได้ว่า "ทาไมจึงว่า คนที่วางใจว่าจะเป็นอย่างไรก็แล้วแต่กรรม (เก่า) นั้นแล กาลังทากรรมใหม่ (ปัจจุบัน) ที่ผิด เป็นบาป คือ..ความประมาท.. ได้แก่การปล่อยปละละเลย อันเกิดจากโมหะ.และมองเห็นเหตุผลด้วยว่า ทาไมพุทธศาสนาจึงสอนให้หวังผลจากการกระทา" 1/2 สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ประยุทธ์ ปยุตฺโต)
  2. 2. 2/2 “ขอย้าอีกครั้งว่า กรรมใหม่สาหรับ "ทา" กรรมเก่าสาหรับ "รู้" อย่ามัวรอกรรมเก่าที่เราทาอะไรมันไม่ได้แล้ว แต่หาความรู้จากกรรมเก่านั้น เพื่อเอามาปรับปรุงการทากรรมปัจจุบัน จะได้พัฒนาตัวเราให้สามารถทากรรมอย่างเลิศประเสริฐได้ในอนาคต” สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ประยุทธ์ ปยุตฺโต)
  3. 3. ชาวสวีเดนคนหนึ่งถามหลวงพ่อชาว่า "ปฏิบัติทาไม... ปฏิบัติอย่างไร... และปฏิบัติแล้วได้อะไร?" หลวงพ่อชาจึงถามขึ้นมาว่า “ใครมีดินสอกับกระดาษบ้าง?" เมื่อหาปากกากับกระดาษมาได้ พระอาจารย์ปสันโนก็แปลคาถามอย่างช้าๆ เพื่อให้หลวงพ่อชาเขียนได้ทัน "เอานะ..ทีนี้ทาไมเราต้องปฏิบัติ" (หลวงพ่อชาพูดพร้อมกับเขียนลงไป) "แล้วคาถามที่สองล่ะ...ว่าอีกครั้งซิ?" "เรามีวิธีปฏิบัติกันอย่างไร" "อืม...ได้แล้ว" (แล้วท่านก็เขียนคาถามที่สองลงไปเหมือนกัน) "แล้วคาถามที่สามล่ะ...ถามว่ายังไง?" หลวงพ่อชาค่อยๆ จดคาถามลงไป "ปฏิบัติแล้วจะได้อะไร" 1/3 หลวงพ่อชา สุภัทโท
  4. 4. จากนั้นท่านก็มองไปที่ชาวสวีเดนคนนั้นแล้วยิงคาถามไปอย่างฉะฉานว่า "ทาไมโยมต้องรับประทาน?" คาถามของหลวงพ่อชาเล่นเอาชาวสวีเดนคนนั้นถึงกับอึ้งไปเลยทีเดียว แต่เขาก็ยังตอบท่านมาว่า "เอ่อ... ผมตอบไม่ถูกเหมือนกันครับท่าน" ไม่เอา... ทาไมโยมจึงต้องรับประทาน?" หลวงพ่อชาถามย้าอีกครั้งว่า "อาตมาอยากได้คาตอบว่า...ทาไมโยมจึงต้องรับประทาน?" ชาวสวีเดนคนนั้นตอบท่านว่า "ที่ผมรับประทานก็เพราะว่าผมรู้สึกหิวครับ" 2/3 หลวงพ่อชา สุภัทโท
  5. 5. หลวงพ่อชาจึงตอบสวนกลับไปว่า "ถูกต้อง! นั่นแหละเป็นคาตอบว่า...ทาไมพวกเราต้องปฏิบัติธรรม พวกเราหิวต่อความสงบ หิวต่อความจริง พวกเรารู้สึกเป็นทุกข์ ดังนั้น พวกเราจึงหิวความหลุดพ้นจากความทุกข์" จากนั้น หลวงพ่อชาก็ได้สนทนาในเรื่องนั้นต่อโดยขยายความต่อไปว่า "หากใครตระหนักได้อย่างแท้จริงว่าตนกาลังหิว เขาก็จะขวนขวายหาวิธีปฏิบัติ ที่ถูกจริตกับตัวเอง แล้วผลก็จะเป็นเหมือนอย่างที่ว่ามาก็คือ เมื่อเราหิวก็หาอะไรที่จะรับประทานได้ และเรียนรู้วิธีปรุงอาหาร เพื่อเอามาบารุงเลี้ยงตัวเอง เราก็จะหายหิว อิ่มหนาสาราญ ... นั่นแหละเป็นจุดมุ่งหมายของการปฏิบัติธรรม" 3/3 หลวงพ่อชา สุภัทโท
  6. 6. ใครในโลกนี้ อยากเอาทุกข์ใส่ตัว..มีไหม ไม่มีใครทั้งนั้นแหล่ะ ไม่อยากได้ทุกข์ แต่ว่าสร้างเหตุให้ทุกข์เกิดขึ้นมา ก็เท่ากับแสวงหาทุกข์นั่นเอง หลวงพ่อชา สุภัทโท
  7. 7. บุญวาสนา เป็นสิ่งที่สร้างขึ้นเองได้ หากไม่มี ก็ทาให้มีได้ ที่มีอยู่แล้ว ก็ทาให้มียิ่งขึ้นได้
  8. 8. การจะทาใจให้เป็นสุขปราศจากทุกข์ แม้พอสมควรขณะใกล้จะดับจิต คือการเลือกชีวิตในภพชาติใหม่ให้มีความสุข ปราศจากความทุกข์ได้พอสมควร แต่การจะสามารถทาใจให้เป็นเช่นไรในเวลาใกล้จะดับจิตนั้น ก็มิใช่จะทาได้ทันทีโดยมิได้มีความคุ้นเคยกับความรู้สึกเช่นนั้นมาก่อน ความคุ้นเคยกับความรู้สึกอย่างใด คือมีความรู้สึกอย่างใดอย่างหนึ่งเสมอๆ เช่นการท่องพุทโธไว้ในใจเสมอ นั่นคือความคุ้นเคยกับพุทโธ สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช
  9. 9. การทาดีต้องไม่มีพอ ต้องทาให้ยิ่งขึ้นอยู่เสมอเพราะไม่มีใครอาจประมาณได้ว่า เมื่อใดจะตกไปในที่มืดมิดขนาดไหน ต้องการแสงสว่างจัดเพียงใด ถ้าไม่ตกเข้าไปในที่มืดมิดมากมายนัก มีแสงสว่างมากไว้ก่อน ก็ไม่ขาดทุนไม่เสียหาย สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช
  10. 10. ทาความดีอย่างสบายๆ อย่างมีอุเบกขา คือทาใจเป็นกลางวางเฉย ไม่หวังผลอะไรทั้งสิ้น การตั้งความหวังในผลของการทาดีเป็นธรรมดา ของสามัญชนทั่วไป ซึ่งก็ไม่ผิด แต่ก็จะถูกต้องกว่าหากจะไม่ตั้งความหวังเลย เมื่อรู้ว่าเป็นความดีก็ทาเต็มความสามารถของสติปัญญา ไม่เดือดร้อนให้เกินความสามารถ ไม่มุ่งหวังให้ฟุ้งซ่าน ไม่ผิดหวังให้เศร้าเสียใจ การทาใจเช่นนี้ไม่ง่ายแต่ก็เป็นสิ่งทาได้ ถ้าทาไม่ได้พระพุทธเจ้าก็จะไม่ทรงสั่งสอนไว้

×