Successfully reported this slideshow.
We use your LinkedIn profile and activity data to personalize ads and to show you more relevant ads. You can change your ad preferences anytime.

What buddhist should know 4

45 views

Published on

เรื่องควรรู้ของชาวพุทธ 4

Published in: Self Improvement
  • Be the first to comment

  • Be the first to like this

What buddhist should know 4

  1. 1. ไม่มีบุญใดจะยิ่งใหญ่เท่าบุญที่เทิดทูนรักษาพระพุทธศาสนา จนกระทั่งเป็น ที่เชื่อในหมู่ผู้ได้ประสบพบเห็นด้วยตนเองว่า แม้เมื่อถึงเวลาที่กรรมไม่ดีที่ทาไว้ส่งผล จะหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่อานุภาพแห่งบุญที่ทาไว้ในพระพุทธศาสนา แม้มากเพียงพอในปัจจุบัน ย่อมพิทักษ์รักษาให้ได้พ้น จากความเจ็บปวดทรมาน อย่างเป็นที่น่าประหลาดมาก
  2. 2. คาถาม : หลวงปู่ครับ เป็นเพราะกรรมอันใดหรือ ทาให้หูผมจึงหนวก ผมเคยได้ทากรรมอะไรไว้บ้างครับ หลวงปู่: แต่ก่อนพระกาลังเทศน์ มีญาติโยมนั่งฟังอยู่หลาย ที่ศาลาโรงธรรม แล้วบ่สนใจฟัง ซายังเป่าแคน ตีฉิ่ง ตีกลอง มารอบศาลาที่พระเทศน์ให้โยมฟังอยู่ แล้วเว้าหยอกผู้สาว เวลาผู้สาวเหลียวมากะพากันเฮ จนพระที่กาลังเทศน์อยู่เสีย สมาธิ ทาให้ลืมคาเทศน์ ต้องตังนะโมฯขึนใหม่ ตังเทื่อสองเทื่อ (ครังสองครัง) กรรมอันนีจึงทาให้หูหนวก หลวงปู่ชอบ ฐานสโม
  3. 3. หลวงปู่ท่านเปรย ๆ ขึนในวันหนึ่งถึงพวกญาติโยม ที่ไปเผาศพพระอริยสงฆ์ทังหลาย ก็ชอบที่จะขอพระธาตุกันมาเก็บเอาไว้ มากน้อยแล้วแต่ที่จะหาได้ หลวงปู่ท่านพูดว่า “ธรรมะมันไม่เอา มันจะเอาแต่กระดูก จะรบราฆ่าฟันกัน ก็เพราะกระดูก น่าสังเวช !” หลวงปู่บุดดา ถาวโร
  4. 4. “เทวดาเขาบ่ได้มักมนุษย์ที่กาย เทวดาเขามักมนุษย์ที่ศีลธรรมของผู้นั่น "ผู้มีศีลธรรมในใจ“เทวดาเขาสิเห็น รัศมีในจิตของผู้นั่น จิตผู้มีธรรมนี่ ใจมันสิงามในใสกว่ากายนอก เทวดาผู้เขามีใจทิพย์ใจธรรม เห็นมนุษย์ผู้นั่นแล้ว เขากะฮักกะหอมอยากเข้าใกล้”หลวงปู่ชอบ ฐานสโม
  5. 5. “ป่วยหนักต้องวางใจอย่างไร” พระอาจารย์ : ก็วางใจไว้ตรงใจ อย่าไปวางไว้ที่อาการเจ็บป่วย อาการเจ็บป่วยก็ปล่อยมันเจ็บป่วยไป เราทาอะไรไม่ได้ เราทาใจเราอยู่ที่ผู้รู้ สักแต่ว่ารู้ไป รู้เฉยๆ รู้ว่ามันไม่ได้เป็นเรา เราไม่ได้เป็นมัน มันจะเป็นจะตาย เราไม่ได้จะเป็นจะตายไปกับมัน เพราะเราเป็นผู้รู้ไม่มีวันตาย มีแต่รู้หรือหลงเท่านันเอง ดังนัน ให้เรารู้เราอย่าไปหลงกับความเจ็บ อย่าไปหลงคิดว่าเราเจ็บ พอไปคิดว่าเราเจ็บ เราหลงแล้ว เพราะฉะนัน เวลาเจ็บต้องรู้ว่าเป็นร่างกายที่เจ็บ ไม่ใช่เรา ร่างกายไม่ใช่เรา เราเป็นผู้รู้เราเป็นเจ้านายของร่างกาย ร่างกายเป็นเหมือนคนรับใช้เรา คนรับใช้เราเจ็บ ก็หาหมอให้มันไป รักษามันไป หายก็หาย ไม่หายก็ให้มันเป็นไปตามเรื่องของมัน แต่เราไม่ต้องไปทุกข์กับมัน ไม่ต้องไปอยากให้มันหาย. พระอาจารย์สุชาติ อภิขาโต
  6. 6. ความอยากจะหลอกเราเสมอ ต่อให้มีมากน้อยเพียงใดก็จะรู้สึกว่าไม่พอ ยังต้องการเพิ่มขึนไปอีก เวลามีความอยาก ใจจะมีแต่ความดินรน ทะเยอทะยาน ทุรนทุราย ทาให้อยู่ไม่สุข ไม่มีความสุขใจ มัวแต่คอยไปหาสิ่งต่างๆมา หามาได้มากน้อยเท่าไร ก็ไม่เกิดความรู้สึกอิ่ม รู้สึกพอ เพราะไม่ได้สร้างความพอให้กับใจ ใจจะเกิดความพอได้ ก็ต่อเมื่อได้ปฏิบัติตามแนวทางที่พระพุทธเจ้าทรงสั่งสอน นั่นก็คือการลดละความโลภ ความอยากทังหลาย ให้เบาบางลงไป ให้มีความมักน้อยสันโดษ คือพอใจกับสิ่งที่มีอยู่ ยินดีกับสิ่งที่ได้รับ ได้มากก็พอใจ ได้น้อยก็พอใจ ถ้าทาใจได้อย่างนีแล้ว ใจก็จะมีความสุข พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต วัดญาณสังวราราม พัทยา
  7. 7. "งานหลักของพระคืองานภายใน งานปราบกิเลส งานกาจัดกิเลส แต่พระก็มีงานภายนอก งานภายนอกก็เพียงแต่งานที่จาเป็น คือการเลียงดูร่างกาย เช่นไปบิณฑบาตนี ก็เป็นงานภายนอก กวาดถูศาลา ซักผ้าจีวร พักผ่อนหลับนอนก็ถือว่าเป็นงานภายนอก งานทางร่างกายที่ยังต้องมีอยู่ เพราะยังต้องใช้ร่างกายในการที่จะมาปฏิบัติธรรม แต่งานจริงๆ ก็คืองานภายใน งานสร้างสติ สร้างสมาธิ สร้างปัญญาขึนมา เพื่อทาใจให้สงบ เพื่อตัดความอยากต่างๆ ให้ได้ อันนีเป็นงานของพระโดยตรง งาน แบบนีฆราวาสมักไม่ทากัน CREDITเวบ : sookjai.com พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต 1/2
  8. 8. ฆราวาสจะทาแต่งานภายนอกอย่างเดียว งานหาเงินหาทองหาปัจจัย ๔ แล้วก็หาความสุขทาง ตา หู จมูก ลิน กาย อันนีเป็นงานภายนอกที่หาเท่าไหร่ก็ไม่มีวันอิ่มวันพอ เพราะมันไม่ได้เข้าไปสู่ใจ มันไม่ได้ไปเลียงใจ มันไม่ได้ไปทาให้ใจเกิดความอิ่มความพอ แต่มันกลับไปกระตุ้นความอยากความหิวให้มีมากขึนไปเรื่อยๆ CREDITเวบ : sookjai.com พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต2/2
  9. 9. "เวลากรวดนา อย่าไปจับก้นกัน หรือจิมกันต่อกันเป็นแถว พนมมือ ตังใจอุทิศไปให้ก็ได้ ยถา...เปตานัง ให้แก่เปรต สัพพีติโย หมายความว่าให้พรแก่คน ยถาให้ผี สัพพีให้คน ต้องพนมมือรับพร ขอฝากไว้ด้วย" หลวงพ่อจรัญ ฐิตธัมโม
  10. 10. ตังแต่เราอ่านหนังสือธรรมะมานี เราจับประเด็นได้เลยว่า ตัวปัญหาก็คือความอยาก ต้องสู้กับไอ้ตัวนีให้ได้ตัวเดียว ธรรมะของพระพุทธเจ้าทุกขันตอนนี มีไว้เพื่อสกัดความอยากเท่านัน ทานก็สกัดความอยาก ศีลก็สกัดความอยาก ภาวนาก็สกัดความอยาก พอไม่มีความอยากแล้วสบาย

×