Successfully reported this slideshow.
We use your LinkedIn profile and activity data to personalize ads and to show you more relevant ads. You can change your ad preferences anytime.

คำสอนหลวงปู่เจี๊ยะ จุนฺโท

926 views

Published on

คำสอนหลวงปู่เจี๊ยะ จุนฺโท

Published in: Self Improvement
  • Be the first to comment

คำสอนหลวงปู่เจี๊ยะ จุนฺโท

  1. 1. คำสอนหลวงปู่เจี๊ยะ จุนฺโท
  2. 2. “นักปฏิบัติสำคัญที่สุดต้องเด็ดเดี่ยว กล้ำหำญ พยำยำมรักษำจิตให้เสมอ อย่ำให้ขึ้นลงตำมกิเลสที่มำก่อกวน กำรรักษำจิตให้เป็นปกติได้จะมีควำมสุขในกำรปฏิบัติ จิตนี้เมื่อเรำปฏิบัติถึงจุดแห่งผล อำนิสงส์จะหำประมำณมิได้ กำรปฏิบัติทำงจิตจึงจำเป็นแก่ผู้มีปัญญำ”
  3. 3. “ไม่ว่ำเรำจะอยู่ที่ใด ธรรมข้อหนึ่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ลึกลับที่สุด เป็นที่พึ่งถำวรแก่เรำได้ก็คือ ..อตฺตำหิ อตฺตโนนำโถ พึ่งตน รู้ตน แล้วก็จะรู้ในสิ่งทั่วไป เพรำะตนนั้นแหล่ะเป็นเหตุ เป็นต้นเหตุของทุกสิ่ง”
  4. 4. “เรำบวชมำเพื่ออะไร เพื่อหวังลำภหรือ? เพื่อล่อลวงคนหรือ? ที่แท้เรำนั้นบวชเพื่อกำรขูดเกลำ จิตใจ ลดทิฏฐิมำนะ เพื่อควำมสิ้นไปของกิเลส ดังนั้น จึงต้องปฏิบัติ”
  5. 5. “กำรปฏิบัติ หัวใจก็ต้องมีควำมเข้มแข็งควำมอุตสำหะ ควำมพยำยำม ควำมพำกเพียรอย่ำงนี้ เหมือนไฟที่มันไหม้ติดอยู่กับศีรษะ ของเรำอย่ำงนี้ เพรำะหัวใจอันนั้นไม่เห็นภัยไม่เห็นสิ่งที่เป็นทุกข์เดือดร้อน เหมือนอย่ำงที่ไฟที่ติดอยู่ในหัวเรำอย่ำงนั้นเหมือนกัน บำงคนก็ทนอยู่อย่ำงนั้น ไม่รู้จักวิธีแก้ไขดับไฟปล่อยให้มันไหม้อยู่ในหัวเรำ ก็มีแต่วันที่จะตำยจมลงไปอยู่ตลอดเวลำอย่ำงนี้”
  6. 6. “ถ้ำเรำมำเห็นว่ำกำรใส่ใจในกำรปฏิบัติเป็นสิ่งสำคัญ เรำไม่หักไม่ฟำดมันลงไปแล้ว มีแต่มันจะหมักหมม เผำหัวตัวเองอยู่ตลอดกำลจนกระทั่งตำยเปล่ำ แบบนี้ใครทนได้ก็ทนไป เรำไม่ทน เรำจะเผำกิเลส ไม่ให้กิเลสมันมำเผำเรำ”
  7. 7. "ศีลเป็นเหตุ สมำธิเป็นผล... สมำธิเป็นเหตุ ปัญญำเป็นผล... ปัญญำเห็นเหตุ วิมุตติเป็นผล"
  8. 8. "ชีวิตนี้เป็นประดุจผ้ำขี้ริ้ว เป็นเหมือนถังขยะที่คอยเก็บ อำนิสงส์ของกรรมดีชั่ว แล้วก็ให้ผลแก่เรำเป็นผู้เสวย... ถ้ำเรำนำชีวิตที่เรำพิจำรณำเห็น ด้วยปัญญำอันยิ่งเองแล้ว น้อมพิจำรณำให้เกิดธรรมะขึ้นภำยในใจ ธรรมที่เกิดขึ้นภำยในใจนั่นแหละ จะเป็นเหมือนผ้ำขี้ริ้วห่อทองขึ้นมำทันที… เพรำะร่ำงกำยของคนนี้ไม่มีค่ำ มันมีค่ำอยู่ที่หัวใจที่มีธรรม รูปธรรมทุกๆ อย่ำงจึงเป็นผ้ำขี้ริ้ว... นำมธรรม คือหัวใจ ที่ฝึกปฏิบัติ จนได้เห็นธรรมตำมควำมสำมำรถ นั่นแหละเป็นทอง คือธรรมสมบัติอันล้นค่ำ ปรำกฏเด่นขึ้นมำเป็นสักขีพยำน..."
  9. 9. "เมื่อภำวนำจิตลงได้อย่ำงนั้นแล้ว สมบัติใดๆ ในโลกที่เขำนิยมว่ำมีค่ำมำก จะเอำมำกองให้เท่ำภูเขำเลำกำ ไม่ได้มีควำมหมำยเลย... ธรรม สมบัติที่ปรำกฏเมื่อคืนนี้ เป็นธรรมสมบัติเหนือรัตนะ เงินทองโดยประกำรทั้งปวง อัศจรรย์ในธรรมของพระพุทธเจ้ำเป็นที่ยิ่ง จิตไม่เกี่ยวเกำะด้วยกำมคุณเลย"
  10. 10. "พระพุทธเจ้ำ ท่ำนตรัสสอนไว้ถูกที่สุดว่ำ ผู้ใดขยี้กำมรำคะ ตัณหำ อันเป็นเหมือนเปือกตมได้ ขยี้หนำมคือกำมรำคะ ตัณหำไปเสียได้ ผู้นั้นนับได้ว่ำเป็นผู้หมดโมหะ ไม่สะทกสะท้ำนในนินทำ สรรเสริญ ทุกข์หรือสุข ถ้ำใครปฏิบัติได้ มันก็เป็นอย่ำงนั้น”
  11. 11. “...ธรรมะ คำสอนของพระพุทธเจ้ำเป็นของประเสริฐเมื่อบุคคลผู้นั้นได้ประสบอย่ำงนั้นแล้ว ใครจะมำบอกว่ำสมำธิไม่มี เรำจะ เชื่อไหมเรำก็ไม่เชื่อซิเพรำะมันเกิดขึ้นกับตัวเรำเอง มันประจักษ์ ขำเรำให้หลุดมันก็หลุดออกไปกำหนดให้มันเปื่อย มันก็ เปื่อยออกไปให้มันเป็นกระดูกมันก็เป็นกระดูกอยู่อย่ำงนั้นเอำกลับเข้ำมำตัวเรำก็เข้ำมำได้แล้วทีนี้เอำหัวออกไปบ้ำงหัวก็หลุด ออกไปอย่ำงนั้นนี่นี่ลักษณะอย่ำงนี้จึงเรียกว่ำเป็นสมำธิ นี่ยังอยู่ในขั้นลักษณะของสมถะอยู่ยังไม่ใช่วิปัสสนำ
  12. 12. “เมื่อเล่นอย่ำงนี้จนชำนำญ คล่องแคล่ว ลักษณะสมำธิอย่ำงนี้ เป็นสมำธิที่มีกำลังแข็งแรง กำลังที่มีควำมเด็ดเดี่ยวอย่ำงนี้ เมื่อถ้ำเป็นอย่ำงนั้น เรำก็จำเป็น จะต้องใช้กำรค้นคว้ำพินิจพิจำรณำ กำรค้นคว้ำพิจำรณำ ก็ต้องพิจำรณำกำยนี่ หรือจะเอำอะไรอันหนึ่งมำพิจำรณำ”
  13. 13. เมื่อเรำจะพิจำรณำกำย ก็ตัดส่วนออกไปเป็นชิ้นๆส่วนๆอย่ำงนั้น แต่บำงทีถ้ำสมำธิมันยังกล้ำแข็งอยู่มำกอย่ำงนั้น ในลักษณะที่ตัดอย่ำงนั้น บำงทีก็ยังมีส่วนที่ปรำกฏเป็นปฏิภำคอยู่ แต่เรำอย่ำไปเสวยในขณะที่เป็นปฏิภำคอยู่ ให้เริ่มพิจำรณำไปให้จิตมันเดินอยู่อย่ำงนั้น แล้วมันเดินอยู่อย่ำงนั้น แล้วปฏิภำคตัวนั้นจะดับ
  14. 14. เมื่อดับอย่ำงนั้น เรำอย่ำเข้ำใจว่ำสมำธิเสื่อม ลักษณะไม่ใช่สมำธิเสื่อม ลักษณะนั้นมันจะลักษณะของกำรเดินปัญญำ ถ้ำเดินปัญญำแล้ว ลักษณะของปฏิภำคจะไม่ปรำกฏขึ้น เมื่อเดินมำกเท่ำไร จิตยิ่งไม่ไปไหน เรำจะนึกสิ่งใดก็ได้สมควำมปรำรถนำอย่ำงนั้น ตลอดเวลำ เป็นเวลำตั้งชั่วโมงสองชั่วโมง ก็พิจำรณำได้อย่ำงนั้น
  15. 15. จิตเดินเฉพำะกำยอยู่อย่ำงนั้น เดินขึ้นเดินลงเดินไปเบื้องซ้ำย เดิน - เบื้องขวำ ขึ้นจำกเบื้องปลำยเท้ำมำถึง ศีรษะเดินได้ตลอดตับไตไส้พุงทั่วไปหมดอย่ำงนั้น นี่ลักษณะนี้สติมันควบคุมอยู่ท่ำนเรียกว่ำปัญญำเข้ำไป พิจำรณำเป็นอย่ำงนั้น
  16. 16. เมื่อถ้ำพิจำรณำอย่ำงนี้แล้วมันก็แจ้งชัด ถ้ำเมื่อเรำพิจำรณำอย่ำงนั้นชั่วโมงหนึ่ง วำงจิตลงไปให้มันเข้ำไปสงบอย่ำง นั้น เป็นเวลำได้ชั่วโมงหนึ่งเต็มที่ไม่มีกำรปรุงไปไหนเลย นั่นใจอย่ำงนั้นแล้ว ถีนมิทธะก็ไม่มีเข้ำมำครอบงำ จิตผ่อง ใสสว่ำงสะอำดหมดจดแจ่มใสชื่นเบำหมดอย่ำงนั้น
  17. 17. นี่สมำธิอย่ำงนี้ เรียกว่ำสมำธิสมควรแก่กำรงำน ที่เรำจะต้องพิจำรณำอย่ำงนั้น นี่สมำธิต้องเป็นอย่ำงนั้น พักตั้งสองชั่วโมงก็ได้เมื่อเรำรู้พัก กำรพักอย่ำงนั้นเข้ำไปเสวยควำมสุข มันไม่ใช่ทำงำน...”

×