Successfully reported this slideshow.
We use your LinkedIn profile and activity data to personalize ads and to show you more relevant ads. You can change your ad preferences anytime.

Luangpoo thon

29 views

Published on

คำสอนหลวงปู่ท่อน ญาณธโร

Published in: Spiritual
  • Be the first to comment

  • Be the first to like this

Luangpoo thon

  1. 1. "ผู้เจริญย่อมไม่เบียดเบียนใคร ไม่อาฆาตใคร ไม่พยาบาทใคร ให้อภัยแก่คนทุกจาพวก ไม่เอาเรื่องเอาราวอะไรกับใครเลย ต้องพร้อมที่จะให้อภัยอยู่เสมอ อย่างนี้ใจเราสบาย" หลวงปู่ ท่อน ญาณธโร
  2. 2. ถ้า “ดู” อยู่เฉยๆ มันวาง ไม่ยึด ไม่ถือ เมื่อวางได้แล้ว มันก็ว่าง จิตมันว่างแล้ว อะไรๆ มันก็ไม่เป็นของเราทั้งนั้น อย่าไปสาคัญมั่นหมายว่าเรารู้แล้ว เฉยๆ ไว้ ถ้าใจเป็นอย่างนี้ มันสุขหรือมันทุกข์ ใจวาง ใจว่าง มันจะเกิดสุขพิเศษขึ้นมา มันอยู่ที่นี่เอง ตามหามันมาพอแรงแล้ว ในที่สุดก็เจอคาว่า “รู้” มันเป็นใจเป็นจิตแท้..
  3. 3. ให้รู้ทันมัน เมื่อมันเกิดให้รู้ให้ทัน เมื่อเขาด่าเรา ทาเราโกรธ จริงๆ มันก็ตัวเขา ไม่ใช่เรา จิตเรายังเป็นหนึ่ง ยังนิ่งเป็นหนึ่ง ดังกับเขาตบมือข้างเดียว เราไม่เอามือไปรับ มันก็ไม่ดัง มันก็ไม่ถึงเรา กิเลสมันไม่ใช่เรา มันไม่ใช่ของเรา มันเกิดขึ้นไม่นาน มันก็ดับ
  4. 4. ใจมันหยุดนึกหยุดคิด มันสบายจริงๆ ไม่มีเรื่องร้อนมาปรุงตัวเอง นั่งสบาย นอนสบาย เป็นเสรีเต็มตัว กิเลสมันปรุงออกไป มันร้อน พอเห็นหน้ามันมาก็รู้ทันที พอแล้วๆตัวเองสอนตัวเอง รู้เท่าเอาทัน อย่าให้มันปรุง
  5. 5. เมื่อเราเพียรเพ่งดูจิต ดูความคิด ความนึกของตัวตลอด ไม่ยอมให้หลุดจากจิต แล้วเราจะเข้าใจสังขาร อ๋อ มันเป็นอย่างนี้นี่เอง ... มันปรุงเราให้ดีใจ เสียใจ ร้องไห้ หัวเราะ โศกเศร้า มันปรุงเราได้ๆ
  6. 6. เวลาภาวนา ต้องไม่มีตัวไม่มีตน ไม่มีอะไร เป็นอาการว่างไปหมด แต่ความรู้ไม่ว่างให้ย้อนเข้ามาพิจารณาธรรมะว่า เราตกอยู่ในกองทุกขัง อนิจจัง อนัตตา เราเป็นผู้รู้ผู้เดียว แม้ที่สุดก็ไม่มีเราในรู้นั้น ไม่ยึดมั่นยึดถืออะไรอีก วางหมด มันเบา ไม่หนักแล้ว
  7. 7. หายใจเข้า รู้ หายใจออก รู้ แค่นั้นพอ สติจะแก่กล้าขึ้นมาเอง
  8. 8. ให้ดูอยู่ทุกขณะ ให้รู้อยู่ทุกเมื่อ อย่าหลง.. ถ้าสติสัมปชัญญะไม่เผลอหนักๆ เข้า มันได้กาลัง เอาจนไม่เผลอ ไม่หลงไปตามสัญญาอารมณ์ มันจะมายั่วยุแนวนั้นแนวนี้ก็เฉย รู้ทันมันอยู่ ดูเป็นเพียงที่ยั่วยุเฉยๆ ยุให้รา ตาให้รั่ว ยั่วให้แตก เราไม่ไปตามมันแล้ว เราอยู่อย่างนี้ เขาเรียกว่าชนะกิเลสตัวเอง..
  9. 9. เป็นนักภาวนา ให้ภาวนาเอาให้รู้อย่างเดียว ใจเรามันชั่ว ปัญญาตัวรู้นี่แหละทาให้เราฉลาด อย่าเอาหลายอย่าง เอาตัวรู้อย่างเดียว จับปลาหลายมือ มันก็คว้าน้าเหลว จับรู้อย่างเดียว หายใจเข้าก็รู้ หายใจออกก็รู้..
  10. 10. ความสันโดษ มักน้อย เป็นทรัพย์อันประเสริฐ ของผู้ต้องการความพ้นทุกข์
  11. 11. สังขารความคิดปรุงแต่ง มันไม่ใช่เรา แต่มันลากเราให้ติด ให้ทุกข์ ไม่รู้จักจบจักสิ้น เพราะฉะนั้น จงอย่าเชื่อสังขาร
  12. 12. เราได้แต่อาศัยร่างกายที่มีแต่ของเน่าๆเปื่อยๆ มาทาประโยชน์ไปวันๆเท่านั้นเอง ถ้ายังเป็นข้าทาสของสังขารอยู่ มันก็ทุกข์อยู่ร่าไปนั่นแหละ
  13. 13. ไม่มีห่วง ไม่มีดีใจ ไม่มีเสียใจ ไม่มีพอใจ ไม่มีหัวเราะ ไม่มีร้องไห้ ไม่มีบุญ ไม่มีบาป ไม่มีดี ไม่มีเลว จึงใกล้นิพพาน ถ้ายังห่วงแสดงว่ายังไกลอยู่ ยังเก็บ ยังกอบ ยังกา ยังโกยอยู่ แสดงว่ายังห่างอยู่มาก
  14. 14. ถ้าตั้งใจที่จะภาวนา อย่าส่งจิตไปทางอื่น ให้ “รู้” อยู่ในกาย ในใจของเรานี่แหละ ถ้ายังตามความคิดอยู่ไม่ใช่ภาวนา
  15. 15. ไม่ต้องรู้อะไรมาก รู้ภายในน้อยๆ รู้ตามคาสอนน้อยๆ มันก็กว้างออกมาได้ รู้ทุกขัง รู้อนิจจัง รู้อนัตตา รู้แค่นี้ก็ใช้ได้แล้ว
  16. 16. พระคุณต้องทดแทน ถ้าเคียดแค้นต้องอโหสิ อเวรัง อะสะปัตตัง พระพุทธเจ้าทรงสอนให้เราเป็นผู้ไม่มีเวร ไม่จองเวร... เป็นผู้อโหสิ
  17. 17. .มัวแต่ห่วงโลกอยู่ เลยไม่ได้ไปพระนิพพาน ผู้จะไปพระนิพพานได้ ท่านไม่ห่วง ไม่มีห่วงโลก ห่วงใดๆ ทั้งนั้น เรื่องรูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ ท่านตัดขาดพรวดไปเลย ไม่มีอีกแล้ว เรียกว่าตัดกิเลสตาย คลายกิเลสหลุด ถึงวิมุตติ มรรคผลนิพพาน สว่างโร่ ไม่มืดอีกแล้ว..
  18. 18. การปฏิบัติธรรมนั้น นอกจากการตั้งสติแล้ว ไม่มีอย่างอื่น ยิ่งไปกว่า ไม่ว่ายืน เดิน นั่ง นอน ก็มีสติระลึกได้ ถ้าเดินนึก เดินคิด นั่งนึก นั่งคิด นอนนึก นอนคิด ไม่ชื่อว่าปฏิบัติธรรม ถ้ามีสติระลึกได้ทุกเมื่อ มีสัมปชัญญะประกอบด้วย ยิ่งดีใหญ่
  19. 19. การฟังธรรมให้ตั้งใจฟังจึงเข้าใจ จึงได้รับประโยชน์ ภาชนะคือใจเป็นผู้รองรับเอาธรรมะ ถ้าใจยังวอกแวกอยู่ ใจยังแตกยังร้าวอยู่ ถึงจะเทน้าใส่ภาชนะที่แตกที่ร้าว ที่รั่ว มันจะอยู่ได้นานขนาดไหน มันไหลหนีหมด ไม่ได้กักขังน้าไว้ได้เลย
  20. 20. โลกใบนี้ ไม่เคยให้ความสมหวังกับใคร มีผู้หญิงคนไหนบ้าง ไม่ร้องไห้ ... เผ็ดร้อน แสบสัน เจ็บปวด รวดร้าว แค่ไหนก็เจอมา ผ่านมาหมดแล้ว ... อย่าไปเสียเวลาอีกเลย ... อุทิศตัวให้เป็นประโยชน์สูงสุดของการเกิดดีกว่า
  21. 21. อริยทรัพย์ เป็นทรัพย์อันประเสริฐอยู่ภายในจิตใจ ดีกว่าทรัพย์ภายนอก เพราะไม่มีผู้ใดแย่งชิงได้ ไม่สูญหายไปด้วยภัยอันตรายใดๆ ทาใจให้ไม่อ้างว้างยากจน เป็นทุนสร้างทรัพย์ภายนอกได้ด้วย

×