Successfully reported this slideshow.
We use your LinkedIn profile and activity data to personalize ads and to show you more relevant ads. You can change your ad preferences anytime.

Luangpoo sim

22 views

Published on

คำสอนหลวงปู่สิม พุทธาจาโร

Published in: Spiritual
  • Be the first to comment

  • Be the first to like this

Luangpoo sim

  1. 1. อุปสรรคมีมาเพื่อให้เราสร้างบารมี ถ้าแก้อุปสรรคได้บารมีก็แก่กล้า หลวงปู่สิม พุทธาจาโร
  2. 2. เกิดมาเป็นทุกข์...เน้อ บุญจึงเป็นที่พึ่งของสัตว์ทั้งหลาย ให้อยู่เย็นเป็นสุข" หลวงปู่สิม พุทธาจาโร วัดถ้้าผาปล่อง จ.เชียงใหม่
  3. 3. ท้าอย่างไรใจข้าพเจ้าจะสงบระงับ มีอุบายอะไร...ก็อุบายไม่ขี้เกียจนั่นแหละ อุบายมันอยู่ที่ไหน อุบายมันอยู่ที่ความเพียร ท้าอย่างไรข้าพเจ้าจะสู้กับกิเลสราคะ โทสะ โมหะ ในใจได้...ไปสู้ที่ไหน ก็สู้ด้วยความเพียร สู้ด้วยความตั้งใจมั่น เราตั้งใจลงไปแล้วให้มันมั่นคง อย่าไปถอย หลวงปู่สิม พุทธาจาโร
  4. 4. เราได้ตั้งใจสักวันสักคืนไหม นั่งสมาธิให้มันตายสักชาติหนึ่ง มีแต่นั่งพอเป็นพิธีแล้วก็นอนคือ มันบ่ตั้งใจ ตั้งใจนั่งภาวนาให้มันได้ อย่างขนาดหลวงปู่มั่น ท่านนั่งภาวนาเดินจงกรม ท่านแบ่งเวลาอย่างว่า คืนหนึ่งตั้งแต่พลบค่้ามาแล้วก็เดินจงกรม เดิน 2 ชั่วโมง ประมาณ 2 ทุ่ม ขึ้นไหว้พระ สวดมนต์ นั่งสมาธิภาวนา อีก 2 ชั่วโมง ก็พอดี 4 ทุ่ม ท่านก็ จ้าวัด จ้าวัด 4 ชั่วโมงอย่างช้า ตี 2 ท่านก็ตื่น ตื่นตอนเช้าท่านก็เดินจงกรม 2 ชั่วโมง ขึ้นไหว้พระ สวดมนต์ นั่งภาวนาอีก 2 ชั่วโมงก็ พอดีแจ้งสว่าง ไปบิณฑบาต อันนี้คือว่าใจท่านมั่นคง ไม่หวั่นไหว
  5. 5. “ คนเราโดยมากมักถืออุปสรรค เป็นเครื่องบั่นทอนก้าลังใจ เลยท้อแท้ที่จะแก้ไขปรับปรุง หรือด้าเนินกิจการให้รุดหน้าต่อไป ส่วนผู้ที่มีความเข้มแข็ง หรือจะท้าจิตใจของตนให้เข้มแข็งต่อไป จะต้องถืออุปสรรคอันตรายต่างๆ เป็นสิ่งที่จะช่วยสร้างเสริมบารมี ของตนให้เพิ่มขึ้น”
  6. 6. การเจ็บปวด อย่าไปยึดถือก็แล้วกัน ให้ถือเสียว่าทุกขเวทนาที่เกิดขึ้นมันไม่คงทน ถ้าใจของเราเข้มแข็งไม่มายึดถือทุกขเวทนา ที่เราว่าเจ็บปวดนั้นมันหายไปได้ คือจิตไม่มาส้าคัญผิดคิดว่าเราเจ็บ ธาตุทั้ง 4 ขันธ์ทั้ง 5 มันเจ็บ เจ็บไปถึงไหนก็เป็นเรื่องของสังขาร เจ็บมากที่สุดก็ไม่ถึงตาย บอกจิตใจไว้เพื่อมิให้จิตใจกระวนกระวาย ให้วางเฉยได้ ภาวนาอุเบกขาจิต "จิตวางเฉย“ เมื่อจิตวางเฉยได้ จะภาวนา บทใด ข้อใด จิตใจก็รวมได้ คือไม่มายึดหน้าถือตา ไม่มายึดตัวถือตน ยึดตระกูล
  7. 7. “ภัยต่างๆที่เห็นๆกันนั้น อย่างมากก็เพียง ชั่วระยะเวลาหนึ่งแล้วก็ผ่านไป แต่ภัยของกิเลสนั้น ตายแล้วยังไม่หมดภัย มันยังเป็นภัยข้ามภพข้ามชาติ ไปอีกไม่รู้สิ้นสุด ถ้าเราไม่หาอุบายวิธีก้าจัดมัน ให้หมดสิ้นหรือเบาบางไป เราก็ต้องประสบภัยจากมันเรื่อยไป” หลวงปู่ สิม พุทธาจาโร
  8. 8. ท้าอย่างไรใจข้าพเจ้าจะสงบระงับ มีอุบายอะไร...ก็อุบายไม่ขี้เกียจนั่นแหละ อุบายมันอยู่ที่ไหน อุบายมันอยู่ที่ความเพียร ท้าอย่างไรข้าพเจ้าจะสู้กับกิเลสราคะ โทสะ โมหะ ในใจได้...ไปสู้ที่ไหน ก็สู้ด้วยความเพียร สู้ด้วยความตั้งใจมั่น เราตั้งใจลงไปแล้วให้มันมั่นคง อย่าไปถอย หลวงปู่สิม พุทธาจาโร
  9. 9. จิตใจเดี๋ยวนี้ขณะนี้มันคิดอะไร คิดในสิ่งที่เป็นบุญ หรือคิดในสิ่งที่เป็นบาป สิ่งใดที่เป็นบาปเป็นอกุศล เมื่อมองเห็นได้ก็รีบละ อย่าไปตามมันไป ตามมันไปไม่มีที่สิ้นสุด ทวนกระแสเข้ามา ทวนเข้ามาภายใน
  10. 10. จงรู้เฉพาะหน้าเฉพาะใจอยู่เสมอๆ รู้ให้ได้ทุกอิริยาบถ ทั้งนั่งทั้งนอน ตั้งมั่นอยู่ในจิตดวงที่รู้อยู่นี้ นอกจากจิตที่รู้อยู่นี้ทั้งหมด เป็นสิ่งที่ไม่เที่ยงแท้แน่นอน นอกจากจิตที่รู้อยู่นี้เป็นทุกข์ทั้งโลก นอกจากจิตที่รู้อยู่นี้ เป็นของที่ไม่ใช่ตัวตนของเรา ไม่ควรลุ่มหลงไปกับสิ่งใดๆ ทั้งหมด ควรรู้อยู่เห็นอยู่ ในเวลาปัจจุบันนี้อย่างเดียว ถ้าผู้ปฏิบัติมาท้าความเพียรเพื่อละกิเลส รวมก้าลังจิตลงไปสู่ดวงจิตที่รู้อยู่นี้ให้เต็มที่แล้ว ก็จะเกิดความรู้แจ้ง ได้แสงสว่างในธรรมปฏิบัติทุกๆ คนไป
  11. 11. เมื่อติดอยู่ในสุข ไม่พ้นทุกข์ ไปยึดเอาสุขเวทนา ทุกขเวทนาก็ตามติด.. แยกกันไม่ออกเพราะเหตุเนื่องมาจากของไม่เที่ยง เป็นอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา.. ทุกข์ๆ สุขๆ เหล่านี้มันเป็นของคู่กัน มาด้วยกัน หากวางสุขไม่ได้ ทุกข์ก็วางไม่ได้ หากเราติดสุข ก็คือติดทุกข์นั้นเอง หากเราหลงสุข ก็คือหลงทุกข์นั้นเอง
  12. 12. การท้าความเพียรละกิเลสนั้น อยู่ที่เพียรท้าจิตให้เป็นสมาธิ ไม่ว่าเวลาใด ให้จดจ่ออยู่ในการรักษาจิต ไม่ปล่อยให้อ้านาจกิเลสใดๆ มาสิงสู่ในจิตได้ ตั้งจิตให้มั่นคงที่สุด เมื่ออารมณ์ใดมากระทบ ไม่ให้จิตนี้หลงไปตาม รู้อยู่เฉพาะจิตดวงที่รู้อยู่นั้น ถ้าจิตดวงนี้ยังหลงใหลไปได้ ก็แสดงว่าความเพียรยังอ่อน ให้เพียรพยายามมากขึ้นไปอีก ให้ความประพฤติปฏิบัติทุกส่วนก้าวไปข้างหน้าอย่าถอยหลัง จงคอยระวังตัวสังขารมารจะมากั้นกลาง ไม่ให้ท้าความเพียรอันเยี่ยมยอดนี้ มารสังขารตัวนี้ มันจะยึดให้อยู่กับที่ นั่นหนึ่ง และมันจะดึงถอยหลังคืนไปหากิเลส โทสะ โมหะอีกหนึ่ง ผู้ท้าความเพียรเพื่อละกิเลสทั้งหลาย อย่าหลงใหลไปตามกิเลสทั้งหลาย อย่าหลงใหลไปตามกิเลสนั้นๆ
  13. 13. ปฏิบัติบูชาในทางพุทธศาสนาขาดสติไม่ได้ แม้แต่วินาทีก็ไม่ได้ ค้าว่าไม่ได้นั้นก็คือเมื่อขาดสติมันก็ขาดสมาธิ จิตตั้งมั่นไม่เต็มที่ เมื่อจิตตั้งมั่นไม่เต็มที่มันก็ขาดปัญญา ... ความรอบรู้ในกองสังขาร ในอะไรต่อมิอะไรที่มันเกิดมันดับมันเป็น มันมีอยู่ในเรื่องกายวาจาจิตของเรานั้นแหละ เมื่อมันขาดปัญญามันก็ไม่เต็มที่ เมื่อขาดสติขาดสมาธิขาดศีล ขาดศีลสมาธิปัญญา ก็พาให้จิตใจนี้แหละย่อหย่อนท้อถอย มักง่ายไม่สงบระงับ

×