Successfully reported this slideshow.
We use your LinkedIn profile and activity data to personalize ads and to show you more relevant ads. You can change your ad preferences anytime.

Luangpoo liam

14 views

Published on

คำสอนหลวงปู่เลี่ยม ฐิตธัมโม

Published in: Self Improvement
  • Be the first to comment

  • Be the first to like this

Luangpoo liam

  1. 1. ถ้าเรามีความรู้สึกเห็นว่า กายเป็นของว่าง อุปาทานก็ครอบงาเราไม่ได้ เราก็ไม่มีความรู้สึกว่า..... มีอะไรเป็นเครื่องอวดอ้างกับใคร เราก็อยู่แบบธรรมชาติ อยู่แบบสภาวการณ์ที่ มันเป็นไปตามธรรมชาติของมัน ไม่เห็นอะไรเป็นเรา เป็นของของเรา หลวงพ่อเลี่ยม ฐิตธมฺโม
  2. 2. สุข-ทุกข์นี้เป็นเพียงอาการ อาการของสภาวธรรมที่เกิดขึ้น ไม่ใช่ของจริง ที่มันให้ความหนัก-เบาแก่เรา เพราะเราเข้าไปจับไปแบก ไปถือเอาความยินดี-ยินร้ายเป็นของเรา ถ้าเราพิจารณาในแง่ไตรลักษณ์ คือลักษณะที่ต้องมีการเปลี่ยนแปลง สุข-ทุกข์ ยินดี-ยินร้าย ...มันเป็นเพียงสภาวะที่มีอยู่ในโลก หลวงพ่อเลี่ยม ฐิตธมฺโม
  3. 3. สติ” ให้นามาใช้ในขณะตาเห็นรูป หูได้ยินเสียง จมูกได้ดมกลิ่น ลิ้นได้ลิ้มรส กายได้สัมผัส ใจต้องโผฏฐัพพะ ไม่ปล่อยให้ความรู้สึกยินดี ยินร้ายครอบงา ส่วนความยินดียินร้ายก็คงมีอยู่ แต่ว่าไม่ให้มันครอบงาเราได้ หลวงพ่อเลี่ยม ฐิตธมฺโม
  4. 4. สติแบบทวนกระแสอารมณ์ เหมือนปลาที่มีความรู้สึกชานาญต่อกระแสน้า มันก็ไม่เคยย่อท้อต่อกระแสน้า มันนอน ก็นอนในกระแสน้า ดารงชีวิตในกระแสน้า แต่มันทนกระแสน้าได้ หลวงพ่อเลี่ยม ฐิตธมฺโม
  5. 5. พระอรหันต์ครั้งกระโน้นหรือครั้งไหนๆ ก็ตาม มิได้มีชีวิตอย่างเกียจคร้านโดยผู้อื่นมิรู้เท่าทัน หรือเอาเปรียบมหาชนด้วยการหลีกออกหาความสุขแต่ผู้เดียว ที่แท้ท่านเป็นตัวอย่างแห่งบุคลลที่มีใจสุขให้มหาชนดู เป็นตัวอย่างแห่งความอดทนหนักแน่น และพากเพียร อาจยืนยิ้มได้ระหว่างกองเพลิง ซึ่งกาลังลามเข้ามาเผาตัวอยู่แล้ว หลวงพ่อเลี่ยม ฐิตธมฺโม
  6. 6. จงควบคุมจิตในรูปต่างๆ ของท่านด้วยความระมัดระวัง การปล่อยจิตปล่อยใจไปตามอารมณ์นั่นแหละ เป็นสิ่งที่ควรกลัวยิ่งกว่างูพิษ ควรกลัวยิ่งกว่าสัตว์ป่า ควรกลัวยิ่งกว่าโจรใจทมิฬ หรือควรกลัวยิ่งกว่ามหาอัคคีภัย หลวงพ่อเลี่ยม ฐิตธมฺโม
  7. 7. ความมีสติ คือยึดในจุดยืนของลมหายใจที่ตนตั้งขึ้นไว้เป็นหลัก คือไม่มีความสนใจติดใจ ไหลตามความสุขและความทุกข์ เห็นความสุขและความทุกข์เป็นเสมือนแขก ที่จรมาเยี่ยมกรายสู่ถิ่นฐานของเราเท่านั้น หลวงพ่อเลี่ยม ฐิตธมฺโม
  8. 8. อย่าไปมองว่าคนนั้นดี คนนั้นเลว คนนั้นเกลียดเรา คนนั้นรักเรา ถ้าเรามองในแง่อย่างนี้ เราจะหลงไปในทิศทางมืด ถ้าเราวางความรู้สึกของเราในสภาพว่า เป็นสภาวะธาตุ สภาวะขันธ์ มันเป็นกฎธรรมชาติแล้ว จะทาให้เรามีอารมณ์เป็นปกติ... หลวงพ่อเลี่ยม ฐิตธมฺโม
  9. 9. จะไม่ให้มีอุปสรรคเลยนั้น เป็นอันไม่มี โลกนี้จะให้มีแต่ความราบรื่น เป็นอันไม่มี ก็ถือว่าต้องอดทน ...แต่ถ้ามีอะไรเกิดขึ้น เหนือบ่ากว่าแรง ทนไม่ไหวจริงๆ ก็ว่า อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ...หลักอันนี้แหละจะเป็นจุดยืน... หลวงพ่อเลี่ยม ฐิตธมฺโม
  10. 10. มนุษย์ส่วนใหญ่มัววุ่นวายอยู่กับเรื่องกาม เรื่องกินและเรื่องเกียรติ จนลืมนึกถึงสิ่งหนึ่ง ซึ่งสามารถให้ความสุขแก่ตนได้ทุกเวลา สิ่งนั้นคือ ดวงจิตที่ผ่องแผ้ว หลวงพ่อเลี่ยม ฐิตธมฺโม
  11. 11. การกระทาของเราอย่างต่อเนื่อง เป็นสัมมาปฏิปทา ถ้าเราทาในลักษณะอย่างนี้นะวันหนึ่ง กาลหนึ่ง เวลาหนึ่ง จุดแห่งความเป็นอิสระมันต้องมาให้เราจนได้ “เดินทางไม่ถึงจุดหมาย มันไม่มีหรอก” หลวงพ่อเลี่ยม ฐิตธมฺโม
  12. 12. ถ้ามีความถึงพร้อมด้วยสติ รู้จักอารมณ์ เห็นจิตกับอารมณ์ เห็นอารมณ์กับจิต แยกกันออกได้ แล้วพยายามดูตัวของตัว ให้เห็นว่าอารมณ์ก็สักแต่ว่าอารมณ์ ในที่สุดก็วางอารมณ์ได้ มันเป็นเรื่องที่มีประโยชน์อย่างยิ่ง หลวงพ่อเลี่ยม ฐิตธมฺโม
  13. 13. ถ้าเราไม่มีประสบการณ์เกี่ยวกับความทุกข์ มันก็ทาให้เราลืมตัว.. เพราะความทุกข์ เป็นบ่อเกิดของปัญญา แต่ความสบาย มันทาให้ปัญญาอ่อน หลวงพ่อเลี่ยม ฐิตธมฺโม
  14. 14. คนที่ไม่เคยอ่านตาราเลย แต่เคยพิจารณาอย่างละเอียดลออ ทุกครั้งที่ความทุกข์เกิดขึ้นแผดเผาจิตใจของตน นี้แหละเรียกว่า เขากาลังเรียนตาราพระไตรปิฏกโดยตรง และอย่างถูกต้อง หลวงพ่อเลี่ยม ฐิตธมฺโม
  15. 15. หากท่านพากเพียรบากบั่นแล้ว ไม่มีสิ่งใดจะเป็นความยากสาหรับท่าน ท่านจึงต้องพากเพียรอย่างสุดกาลัง และจงทาตนให้เสมือนกับหยดน้าเล็กๆ ที่หยดอยู่เสมอไม่ขาดระยะ ย่อมสามารถเจาะหินให้ทะลุเป็นทางไปได้ฉันนั้น หลวงพ่อเลี่ยม ฐิตธมฺโม

×