Successfully reported this slideshow.
We use your LinkedIn profile and activity data to personalize ads and to show you more relevant ads. You can change your ad preferences anytime.

Luangpoo lee

19 views

Published on

คำสอนของท่านพ่อลี ธัมมธโร

Published in: Self Improvement
  • Be the first to comment

  • Be the first to like this

Luangpoo lee

  1. 1. ดีก็ “รู้” ดีไม่ใช่ “รู้” “รู้” ไม่ใช่ดี ชั่วก็“รู้” “รู้”ไม่ใช่ชั่ว ชั่วไม่ใช่ “รู้” คือรู้ไม่ติดความรู้ รู้ไม่ติดสิ่งที่รู้ นั่นแหละคือธรรมชาติธาตุแท้อันบริสุทธิ์ผุดผ่อง เหมือนน้าที่อยู่บนใบบัว ท่านพ่อลี ธัมมธโร ที่มา : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน
  2. 2. เมื่อเรามีสติประจ้าใจของตนอยู่ ไม่ปล่อยใจของตนไปเกี่ยวข้องในสัญญาอารมณ์ต่างๆ ภายนอก สตินันจะเปล่งก้าลังแสงสว่างให้เกิดขึน คือ วิชชา เมื่อวิชาเกิดขึนแล้วในตนของตนเอง จิตของผู้นันก็จะสว่างไสว ใจของบุคคลนัน ก็จะตื่นจากความหลับคือ อวิชชา บุคคลใดท้าได้เช่นนี ก็ชื่อว่าถึงสรณะอันเกษมในใจของตนเอง คือ ถึงคุณธรรมในใจ รู้เอง เห็นเอง เป็นเหตุให้ถึงอริยธรรมคือโลกุตระ ท่านพ่อลี ธัมมธโร ที่มา : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน
  3. 3. "จิต" เมื่อมันสุมคลุกเคล้ากับโลก ก็จะต้องมีการกระทบ เมื่อกระทบแล้วก็จะหวั่นกลอกกลิ้งไปกลิ้งมา เหมือนก้อนหินกลมๆ ที่มันอยู่รวมกันมากๆ ก็จะกลิ้งไปกลิ้งมาอย่างเดียวกัน ดังนั้นใครจะดีจะชั่ว เราไม่เก็บมาคิดให้เกิดความชอบความชัง ปล่อยไปให้หมด เป็นเรื่องของเขา ท่านพ่อลี ธัมมธโร
  4. 4. ..ไม่ติดในสิ่งที่เรารู้ ไม่ติดอยู่ในความรู้ ไม่ติดอยู่ในรู้ แยกสภาพธรรมไว้เป็นส่วนๆ ได้ เช่นนี้ชื่อว่าเป็นผู้มีวิชชา วิมุตติ คือ รู้จักเบื้องต้น เบื้องปลายและท่ามกลาง วางไปตามสภาพแห่งความเป็นเอง... ที่เรียกว่า สัพเพ ธัมมา อนัตตา ..” ท่านพ่อลี ธัมมธโร ที่มา : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน
  5. 5. ควรทาจิตให้ตั้งมั่นในกาย ให้รู้สภาพของกาย ตั้งมั่นในจิต จนรู้จิตของตนเท่านั้น ถ้าไม่รวมลงเช่นนี้ ผู้ปฏิบัติธรรมย่อมไม่รู้รสของสมาธิและปัญญา อุปมาเหมือนอาหาร ถ้าใครๆ ไม่รวมลงถึงปากและท้องแล้ว ย่อมไม่รู้จักรสชาติอะไร และไม่เป็นประโยชน์ด้วย ท่านพ่อลี ธัมมธโร ที่มา : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา
  6. 6. ร่างกายเรานี ถ้าไม่มีจิตเข้าไปยึดถือแล้วมันก็เหมือนกับก้อนถ่านที่ด้าๆ นี่แหละ ถ้าจิตเข้าไปยืดถือ มีตัณหาอุปาทานเกิดขึนแล้วมันก็จะกลายเป็นถ่านไฟก้อนแดง ๆ ฉะนัน เมื่อเราพรากจิตออกเสียจากกายมีแต่สติรู้อย่างเดียว กายนีก็จะต้องดับเหมือนก้อนถ่านไฟที่ดับแล้ว ฉะนัน ท่านพ่อลี ธัมมธโร
  7. 7. เมื่อลมไม่พัด แสงไฟก็ย่อมสว่างไสว ถ้าลมพัด ไฟนั้นก็จะสว่างเป็นที่ๆ ไป เปรียบได้กับจิตที่ตั้งเที่ยง ไม่เอียงไปตามสัญญาอดีต อนาคต ตั้งมั่นอยู่แต่ในปัจจุบัน ก็ย่อมจะเกิดแสงสว่าง เกิดปัญญาพิเศษขึ้น ปัญญาพิเศษนี้ไม่มีครูบาอาจารย์มาสอนให้เกิดขึ้นได้ จะต้องปฏิบัติเอง ให้เกิดการรู้แจ้งเห็นจริงด้วยตนเอง ท่านพ่อลี ธัมมธโร ที่มา : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา
  8. 8. ให้ทำควำมรู้สึกตัวอยู่เสมอ เมื่อคนมีสติควำมระลึกได้ สัมปชัญญะควำมรู้สึกตัวอยู่เป็นนิตย์แล้ว ก็จะรู้สึกได้ทันทีว่ำ วิญญำณควำมรู้สึกนี้ก็เป็นอนิจจัง ทุกขัง อนัตตำไปตำมกันทั้งหมด ให้กำหนดแต่ควำมรู้ไว้อันเดียว ไม่ให้เกี่ยวข้องในอำรมณ์อื่น ทำควำมรู้ไม่ให้หวั่นไหว ใจนั้นย่อมได้รับควำมสงบนั้นแลชื่อสมถะ ท่ำนพ่อลี ธัมมธโร
  9. 9. เรื่องที่เรำรู้จริง ก็อย่ำไปยึดถือ เรื่องไม่จริง เรำก็ไม่ยึด ไม่ถือเอำ ยึดในควำมเห็นก็มีโทษ ยึดในควำมรู้ที่ไม่จริง ก็มีโทษ ยึดในควำมรู้ที่จริง ก็มีโทษ... รู้...ตัวนี้เป็น ทิฏฐิโอฆะ ถ้ำเข้ำไปยึดก็ผิด รู้ก็ต้องสักแต่ว่ำรู้ เห็นก็สักแต่ว่ำเห็นเท่ำนั้น ไม่ต้องไปตื่นเต้น ชื่นชม ยินดี หรือโอ้อวดใคร ท่ำนพ่อลี ธัมมธโร ที่มำ : เพจบ้ำนจตุรทวีปประทำน เพื่องำนพระศำสนำ

×