Successfully reported this slideshow.
We use your LinkedIn profile and activity data to personalize ads and to show you more relevant ads. You can change your ad preferences anytime.

Luangpoo doo

34 views

Published on

คำสอนหลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ

Published in: Self Improvement
  • Be the first to comment

  • Be the first to like this

Luangpoo doo

  1. 1. การปรามาสพระก็ดี การพูดจาจาบจ้วงใน พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ หรือท่านที่มีศีล มีธรรมก็ดี จะเป็นกรรมติดตัวเรา และขัดขวางการปฏิบัติธรรมในภายหน้า ดังนั้น หากเห็นใครทาความดีก็ควรอนุโมทนายินดีด้วย แม้ต่างวัด ต่างสานักหรือแบบปฏิบัติต่างกันก็ตาม
  2. 2. ปฏิบัติธรรมตั้งแต่ยังเป็นเด็ก เป็นหนุ่ม เป็นสาวนี่แหละดี เพราะเมื่อแก่เฒ่าไปแล้ว จะนั่งก็โอย จะลุกก็โอย หากจะรอไว้ให้แก่เสียก่อน แล้วจึงค่อยปฏิบัติ ก็เหมือนคนที่คิดจะหัดว่ายน้าเอา ตอนที่แพใกล้จะแตก มันจะไม่ทันการณ์
  3. 3. จงปฏิบัติอย่างคนโง่ อย่าปฏิบัติอย่างคนรู้มาก
  4. 4. คนรู้ธรรมะชอบเอาชนะผู้อื่น แต่คนมีธรรมะชอบเอาชนะตนเอง
  5. 5. มีผู้กล่าวว่าการทาสมาธิแล้วบังเกิดความสว่าง หรือเห็นแสงสว่างนั้นไม่ดีเพราะเป็นกิเลส มืดๆจึงจะดี หลวงพ่อท่านกล่าวว่า "ที่ว่าเป็นกิเลสก็ถูก แต่เบื้องแรกต้องอาศัยกิเลสไปละกิเลส (อาศัยกิเลสส่วนละเอียดไปละกิเลสส่วนหยาบ) แต่ไม่ได้ให้ติดในแสงสว่าง หรือหลงแสงสว่าง แต่ให้ใช้แสงสว่างให้ถูก ให้เป็นประโยชน์ เหมือนอย่างกับเราเดินผ่าน ไปในที่มืดต้องใช้แสงไฟ หรือจะข้ามแม่น้ามหาสมุทรก็ต้องอาศัยเรือ อาศัยแพ แต่เมื่อถึง ฝั่งแล้วก็ไม่ได้แบกเรือแบกแพขึ้นฝั่งไป"
  6. 6. จงมองดูทุกสิ่งทุกอย่างในโลกนี้ไม่ว่า คน สัตว์ สิ่ง ของ เงิน ทอง ลาภ ยศ นินทา สรรเสริญ เป็นของโกหก ของสมมุติ ภาพมายาทั้งนั้น ทุกอย่างไม่ใช่ของจริง เป็นของหลอกลวงที่คนไม่ฉลาดต่างพากันหลงใหลกับสิ่งของสมมุติ ของโกหก ไม่ว่าอารมณ์ดี อารมณ์ร้าย ก็ไม่ใช่ของเราจริง ผ่านมาแล้วก็ผ่านไป
  7. 7. สร้างพระ 1 องค์ ได้อานิสงส์ 5 กัป ไม่ว่าเล็กหรือใหญ่ สร้างด้วยอะไรก็ตาม (หมายความว่าบุญกุศลจะตามหนุน ส่งท่านไปทุกภพทุกชาตินานถึง 5 กัป.) คนที่สร้างหลวงพ่อโสธร หลวงพ่อบ้านแหลม หลวงพ่อไร่ขิง ตอนนี้เขาเหล่านั้นยังเป็นเทพบุตรเทพธิดา และพรหมในชั้นต่าง ๆ เสวยความสุขอย่างไม่มีจบสิ้น เพราะผลบุญที่ได้นี้มันต่อเนื่อง เมื่อมีคนไปกราบไปไหว้หลวงพ่อที่หนึ่ง สายบุญเหล่านั้นก็จะไหลไปยัง เทพบุตรเทพธิดาอย่างต่อเนื่องเหมือนสายน้้าตก แกก็ลองนึกดูเถิดว่า วัน ๆ หนึ่งมีคนไปกราบหลวงพ่อเหล่านั้นมากเพียงไร
  8. 8. จะเป็นชายหรือหญิงก็ตาม ถ้าตั้งใจประพฤติปฏิบัติ มีศีล รักในการปฏิบัติ จิตมุ่งหวังเอาการพ้นทุกข์เป็นที่สุด ย่อมมีโอกาส เป็นพระกันได้ทุกๆคน มีโอกาสที่จะบรรลุมรรค ผล นิพพาน ได้เท่าเทียมกันทุกคน ไม่เลือกเพศ เลือกวัย หรือฐานะ แต่อย่างใด ไม่มีอะไรจะมาเป็นอุปสรรค ในความสาเร็จได้ นอกจากใจ ของผู้ปฏิบัติเอง..
  9. 9. อีกครั้งหนึ่งมีชาวบ้านหาปลามานมัสการท่าน และก่อนกลับท่านก็ให้เขาสมาทานศีล ๕ เขาเกิดตะขิดตะขวงใจกราบ เรียนท่านว่า “ผมไม่กล้าสมาทานศีล ๕ เพราะรู้ว่าประเดี๋ยวก็ต้องไปจับปลาจับกุ้ง มันเป็นอาชีพของผมครับ” หลวง พ่อตอบเขาด้วยความเมตตาว่า "แกจะรู้หรือว่าแกจะตายเมื่อไหร่ ไม่แน่ว่าแกเดินออกไปจากกุฏิข้าแล้ว อาจถูกงูกัด ตายเสียกลางทางก่อนไปจับปลาจับกุ้งก็ได้ เพราะฉะนั้นเมื่อตอนนี้แกยังไม่ได้ทาบาปกรรมอะไร อย่างไรก็ให้มีศีลไว้ ก่อน ถึงจะมีศีลขาดก็ยังดีกว่าไม่มีศีล"
  10. 10. คนเราในยามที่รักกันมาก ก็มักพากันไปทาบุญอธิษฐาน ขอให้ได้อยู่ร่วมคู่กันไปทุกภพทุกชาติ ซึ่งแท้ที่จริงแล้ว เป็นการอธิษฐานที่มิได้อยู่บนสัมมาทิฏฐิ เป็นการไม่ยอมรับความจริงของความไม่เที่ยง และไม่เป็นไปเพื่อการจางคลายจากความยึดมั่นถือมั่น
  11. 11. หลวงพ่อดู่ไม่เคยวิพากษ์วิจารณ์การปฏิบัติธรรมของสานักไหนๆ ในเชิงลบหลู่หรือเปรียบเทียบดูถูกดูหมิ่น ท่านว่า "คนดีน่ะ เขาไม่ตีใคร"
  12. 12. "อุปัชฌาย์ข้า (หลวงพ่อกลั่น) สอนว่า ภาวนาได้เห็นแสงสว่างเท่าปลายหัวไม้ขีดชั่วประเดี๋ยวเดียว เท่าช้างกระดิกหู งูแลบลิ้น ยังมีอานิสงส์มากกว่าตักบาตรจนขันลงหินทะลุ"
  13. 13. หลวงพ่อเคยเตือนพวกเราไว้ว่า "การไปอยู่กับพระอรหันต์ อย่าอยู่กับท่านนาน เพราะเมื่อเกิดความมักคุ้นแล้ว มักทาให้ลืมตัวเห็นท่านเป็นเพื่อนเล่น คุยเล่นหัวท่านบ้าง ให้ท่านเหาะให้ดูบ้าง ถึงกับออกปากใช้ท่านเลยก็มี การกระทาเช่นนี้ถือเป็นการปรามาสพระ ลบหลู่ครูอาจารย์และเป็นบาปมาก ปิดกั้นทางมรรคผลนิพพานได้ จึงขอให้พวกเราสารวมระวังให้ดี"
  14. 14. มีศิษย์อีกท่านหนึ่งเดินเรียกชื่อท่านผู้กาลังนั่งภาวนาอยู่ด้วยเสียงอันดัง และเมื่อเดินมาเห็นศิษย์ผู้นั้นกาลัง ภาวนาอยู่ ก็จับแขนดึงขึ้นมาทั้งที่กาลังนั่งภาวนา เมื่อผู้นั้นห่างไปแล้ว หลวงพ่อท่านจึงเปรยขึ้นมาว่า "ในพุทธกาลครั้งก่อน มีพระอรหันต์องค์หนึ่งกาลังเข้านิโรธสมาบัติ ได้มีนกแสกตัวหนึ่งบินโฉบผ่านหน้า ท่านพร้อมกับร้อง “แซก” ท่านว่านกแสกตัวนั้นเมื่อตายแล้วได้ไปอยู่ในนรก แม้กัปนี้พระพุทธเจ้าผ่านไปได้ พระองค์ที่สี่แล้ว นกแสกตัวนั้นยังไม่ได้ขึ้นมาจากนรกเลย"
  15. 15. "การปฏิบัติ ถ้าอยากให้เป็นเร็ว ๆ มันก็ไม่เป็น หรือไม่อยากให้เป็นมันก็ประมาทเสีย ไม่เป็นอีกเหมือนกัน อยากเป็นก็ไม่ว่า ไม่อยากเป็นก็ไม่ว่า ทาใจให้เป็นกลาง ๆ ตั้งใจให้แน่วแน่ในกัมมัฏฐานที่เรายึดมั่นอยู่นั้น แล้วภาวนาเรื่อยไป เหมือนกับเรากินข้าว ไม่ต้องอยากให้มันอิ่ม ค่อยๆกินไปมันก็อิ่มเอง ภาวนาก็เช่นกัน ไม่ต้องไปคาดหวังให้มันสงบ หน้าที่ของเราคือภาวนาไป ก็จะถึงของดีของวิเศษในตัวเรา แล้วจะรู้ชัดขึ้นมาว่าอะไรเป็นอะไร ให้หมั่นทาเรื่อยไป"
  16. 16. หลวงพ่อเคยเล่าเรื่องการปลุกเสกพระให้ฟังว่า "เรื่องคงกระพันชาตรีนั้นทาง่าย แค่ขนลุกก็เหนียวแล้ว แคล้วคลาดยังดีกว่าเพราะไม่เจ็บตัว แต่ที่ดีที่สุดคือเมตตา เพราะแคล้วคลาดยังมีศัตรูแต่รอดพ้นได้ ส่วนเมตตานั้นมีแต่คนรักไม่มีศัตรู การเสกพระให้มีพุทธคุณทางเมตตาจึงทาได้ยากที่สุด"

×