Successfully reported this slideshow.
We use your LinkedIn profile and activity data to personalize ads and to show you more relevant ads. You can change your ad preferences anytime.

Luangpoo chob1

44 views

Published on

คำสอนหลวงปู่ชอบ ฐานสโม

Published in: Spiritual
  • Be the first to comment

Luangpoo chob1

  1. 1. เมื่อเราเชื่อว่าจิตของเรา เป็นธรรมชาติที่ไม่ตาย รูปร่างกายเราต่างหากที่แตกดับ เมื่อเราเชื่อว่า โอวาทคาสอนของครูบาอาจารย์ เราก็ขวนขวายสร้างคุณงามความดี สร้างบุญกุศล เป็นอริยทรัพย์อริยบารมีฝังไว้ สาหรับติดตัวเราไปทุกชาติทุกภพ จนกว่าจะถึงพระนิพพาน ถ้าเราไม่เชื่อโอวาท ไม่เชื่อกรรมดี กรรมชั่ว จิตใจก็หวั่นไหว เป็นลูกคลื่นมากระทบจิตใจ สู้คลื่นแรงที่ซัดโถมมาไม่ไหว ก็อาจจะจมนาตาย หลวงปู่ชอบ ฐานสโม วัดป่าสัมมานุสรณ์ บ้านโคกมน ตาบลผา น้อย อาเภอวังสะพุง จังหวัดเลย
  2. 2. อวิชชามันพาให้เกิด ... เมื่อถึงคราวจะต้องตาย... ก็ขอปลดอวิชชาไว้ข้างหลัง ให้เข้าป่า เข้าดงไป เราไม่ต้องการอีกต่อไป ขอให้เชื่อจิต เชื่อธรรมนั้นเถิด เป็นเอกในโลกทั้งสามนี้แน่นอน หลวงปู่ชอบ ฐานสโม
  3. 3. “อย่าคิดว่าตัวเองบุญน้อยวาสนาน้อยแล้ว มาพูดให้ตัวเองท้อแท้ คิดแบบนันมันไม่ถูก ถ้าคิดว่าตัวเองบุญน้อยวาสนาน้อย ก็รีบสร้างเสริมบารมีให้กับตัวเองให้มากยิ่งๆขึนไป ทาให้เต็มที่ๆ ตัวเองทาได้ คนที่เขามีปัญญาเขาจะมุ่งหน้าทาเอา คนไม่มีปัญญาก็รอเอาแต่ลมแต่แล้ง สูญเสียเวลาไปโดยเปล่าประโยชน์ ”
  4. 4. การพนันทุกชนิดนันเป็นอบายมุข ...เมื่อติดอบายมุขก็จะตกอยู่ใน อบายภูมิอย่างไม่ต้องสงสัย หลวงปู่ชอบ ฐานสโม
  5. 5. คาถาเมตตาหลวง .. สุขัง สุปะติ สุขัง ปฏิพุฌติ, นะปาปะกัง สุปินัง ปัสสติ ,มนุสสานัง ปิโย โหติ, อมนุสสานัง ปิโย โหติ, เทวะตา รักขันติ, นาสสะ อัคคีวา วิสังวา สัต ถังวา กะมะติ ฯ หลวงปู่ชอบ ฐานสโม
  6. 6. “ให้พิจารณาความตาย (มรณานุสติ) “นั่งก็ตาย นอนก็ตาย ยืนก็ตาย เดินก็ตาย” ทุกคนมีความตายเป็นที่สุด ตายทุกเพศทุกวัย ตายได้ทุกกาลเวลา เพราะฉะนัน จึงไม่ควรประมาทในชีวิต ให้เว้นจากความชั่ว สร้างสมคุณงามความดี สร้างบุญ สร้างกุศล ไว้เป็นที่พึ่งของตน เมื่อล่วงลับจากโลกนีไปแล้ว ”
  7. 7. “อยากพ้นทุกข์ก็ให้ทาเอา พระพุทธเจ้าพระองค์ใดก็ประทานให้เราไม่ได้ ถ้าอยากได้ก็ให้ลงมือทาด้วยตนเอง ความเกียจคร้านบ่เคยทาให้ใครเป็นอริยะมีแต่จะทาให้คนนันเป็นอะริแย่ คือแย่ลงไปเรื่อยๆหาความดีให้ตนเองไม่ได้”
  8. 8. “เทวดาเขาบ่ได้มักมนุษย์ที่กาย เทวดาเขามักมนุษย์ ที่ศีลธรรมของผู้นั่น"ผู้มีศีลธรรมในใจ" เทวดาเขาสิเห็น รัศมีในจิตของผู้นั่น จิตผู้มีธรรมนี่ ใจมันสิงามในใสกว่ากายนอก เทวดาผู้เขามีใจทิพย์ใจธรรม เห็นมนุษย์ผู้นั่นแล้ว เขากะฮักกะหอมอยากเข้าใกล้”
  9. 9. “ ให้เป็นคนมีวิหารธรรมในใจ เฮือนชานบ้านช่องในจิตในใจให้เป็นไปในพุทธ ธรรม สงฆ์ ใจดวงนีเอาอันใดใส่เป็นอันนั่น เอาบุญใส่ ใจเป็นบุญ เอาบาปใส่ ใจเป็นบาป ”
  10. 10. “ ธรรมชาติกิเลสมันบ่เคยส่งเสริมผู้ใดไปในทางดี มันมีแต่สิพาเฮาคิดไปในเรื่องบ่ดีไห่ใจเจ้าของเศร้าหมอง อดีตผ่านไปแล้วเอามาคิดใจเจ้าของกะเป็นทุกข์ เหตุปัจจุบันเป็นทุกข์ อนาคตมันกะผลเป็นทุกข์ ไห่ปฏิบัติดี เอาในปัจจุบันที่ตนเองมีอยู่ ปฏิบัติตนในศีลธรรมแล้วใจเจ้าของกะเป็นสุข ”
  11. 11. เวลาสวดมนต์ไหว้พระ อย่าพากันทาเป็นเล่น เห็นเป็นของสนุก คะนองปาก ธรรมของพระพุทธเจ้าเป็นของสูงควรค่าต่อการเคารพ หากพากันเห็นเป็นของเล่นแล้ว ก็จะเป็นบาปเป็นกรรมกับตัวเอง นักปราชญ์ได้ยินท่านก็ตาหนิ เทวดาเขาก็พากันตาหนิ เวลาไหว้พระสวดมนต์ให้พากันตังใจสวดจริงๆ เวลาสวดก็ให้มีสมาธิจดจ่อลงไปในบทสวดนัน มันถึงจะมีอานิสงค์เกิดขึนกับตัวเจ้าของ

×