Successfully reported this slideshow.
We use your LinkedIn profile and activity data to personalize ads and to show you more relevant ads. You can change your ad preferences anytime.

Luangpoo buddah

22 views

Published on

คำสอนหลวงปู่บุดดา ถาวโร

Published in: Spiritual
  • Be the first to comment

  • Be the first to like this

Luangpoo buddah

  1. 1. ที่มาhttp://owatdhamma.blogspot.com
  2. 2. • จุดมุ่งหมายของพระองค์มุ่งสอนคนให้พ้นทุกข์ เพื่อไปพระนิพพาน จึงสอนเพื่อละ ไม่สอนเพื่อยึด สอนให้เหมาะกับจริตในหมู่ชนที่พระองค์ทราบดีว่า สอนแล้วมีผล เขารับฟัง แล้วสามารถไปถึงนิพพานได้ แต่ในหมู่ชนที่พระองค์เห็นว่าเขาไปไม่ได้ ยังมีกาลังบารมีไม่พอ พระองค์ก็สอนให้เขาละความชั่ว ทาแต่ความดี แล้วพยายามทาจิตให้ผ่องใสไว้เสมอเพื่อกันนรก สาหรับผู้ที่ไปได้ก็สอนด้วยหลักเดียวกันคือ ให้ละชั่ว-ทาดี-ทาจิตให้ผ่องใส แต่สอนให้ละเอียดขึ้นว่า แม้แต่ความดีก็จงอย่ายึดถือ (จงทาดีแต่อย่าติดในความดี) เพราะผู้ที่ทาบุญ (ทาดี) แล้วติดบุญ ก็ไปได้แค่สวรรค์ ผู้ทาจิตให้สงบแล้วติดในความสงบ ก็ไปได้แค่พรหม หากจะไปนิพพานนั้นต้องละทุกอย่าง จึงจะไปได้ถึง
  3. 3. ถ้าเองหมั่นชาระจิตให้หายเหม็น วาจาก็หายเหม็นได้ ส่วนกายนั้นแก้ไม่ได้ มีแต่ขี้ทั้งนั้น จิตนั้นแก้ได้ต้องแก้ที่จิต ทุกข์สุขเกิดดับ ต้องแก้ที่ตรงจิตนี้ สิ้นทุกข์สุข รู้เกิดดับเมื่อไหร่ จิตก็หายเหม็นเมื่อนั้น
  4. 4. เกิดมาทาไมให้ต้องวนเวียน เกิดแล้วตายไม่สิ้นสุด จะเอาอีกหรือ? เราชาวพุทธให้เร่งเจริญอริยมรรค ๔ อริยผล ๔ ศาสนาอยู่ที่ขันธ์ ๕ มิใช่อยู่ที่อื่นเลย
  5. 5. จิตของผู้ฝึกดีแล้ว จะรายงานบอกตัวเองเสร็จสรรพ ว่าสิ่งไหนควรรู้ สิ่งไหนไม่ควรรู้ อาการเก็บสิ่งสัมผัสส่งเดช ไม่มีในจิตของท่านผู้รู้ อย่าไปคิดนะว่า จิตของท่านไม่มีความรู้สึก ยิ่งฝึกจิตดีเท่าไหร่ อะไรมากระทบสัมผัส ยิ่งรู้สึกได้ดีและแม่นยาปานนั้น หากแต่จิตของท่านละเอียด สามารถแยกธรรมที่เป็นสาระ ออกจากธรรมที่ไม่เป็นสาระได้
  6. 6. เอ็งจงดูและศึกษาปฏิปทาของท่านผู้รู้ ว่าเป็นอย่างไร จิตจึงจักเป็นผู้รู้ได้ การสารวมอายตนะ ๖ จุดสาคัญคือสารวมที่จิต ทาจิตให้สงบด้วยอานาปานัสสติ ระงับนิวรณ์ ๕ ประการ ก็คือระงับความปรุงแต่งของจิต ไม่ให้ไหวไปตามอายตนะสัมผัสทั้งปวง
  7. 7. เพราะฉะนั้น ไม่ว่าจะอยู่ในอิริยาบถใด ขอให้จิตอยู่ในความสงบ อยู่ในอารมณ์พระกรรมฐานก็แล้วกัน แยกกายสังขารให้เป็น แยกจิตสังขารให้เป็น วางเฉย ให้อยู่ในอารมณ์สังขารุเบกขาญาณ คือทุกข์กายต้องระงับ แต่จิตไม่เกาะติดอยู่กับมัน ยอมรับสภาวะทุกข์ของกายโดยดุษฏี บอกมันไว้เสมอๆ ว่า มึงตายเมื่อไหร่ กูสบายเมื่อนั้น
  8. 8. ..สุข เพราะไม่เบียดเบียน สุข เพราะปราศจากราคะก้าวก่าย ข้ามกามเสียได้ สุขอย่างยอดคือ การนาความถือตัวออกเสีย
  9. 9. ..ผู้ปฏิบัติจะพ้นได้ ต้องสารวมตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจของตน อย่าได้ยินดียินร้ายและมั่นคงในศีล ๕ และกรรมบถ ๑๐ เมื่อเจตนาละเว้นกายกรรม วจีกรรม มโนกรรม บริสุทธิ์ทั้ง ๓ ไม่ทาบาปในที่ลับและที่แจ้งเจตนาทาบาปไม่มี จึงพ้นอบายภูมิ เราพาตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ เข้าสู่บารมีทศบารมี ทศอุปปารมี ทศปรมัตถปารมี ให้เต็มรอบเพียงใด เราก็จะพ้นภัยเกิดตายนั่นเอง
  10. 10. กาย วาจา ใจ เป็นสมาธิ คือไม่หวั่นไหวไปตามรูปที่ดีและที่ชั่ว ที่มากระทบในตา เสียงดีเสียงชั่ว กลิ่นเหม็นกลิ่นหอมไม่เป็นไปตามอารมณ์ ให้เป็นสมาธิอยู่ที่ใจ ...ทุกลมหายใจเข้าออกและเป็นอารมณ์อยู่ในปัจจุบัน
  11. 11. จงอย่ากลัวความสกปรก เพราะทุกสิ่งทุกอย่างในขันธ์ ๕ เกิดมาจากความสกปรกทั้งหมด.. ยอมรับความสกปรก อันเป็นพื้นฐานแห่งชีวิตของมนุษย์โลกนี้ แห่งธาตุขันธ์ในโลกนี้ เราล้วนอยู่ในความสกปรกเหล่านี้ทั้งสิ้น มันเป็นธรรมดาของโลก พวกเอ็งต้องหาความธรรมดา แห่งความสกปรกนี้ให้พบ เมื่อนั้นจิตของพวกเอ็งจักคลาย จากราคะและปฏิฆะลงได้อย่างสิ้นเชิง
  12. 12. การกราบพระ ทาให้จิตใจเกิดความอ่อนน้อม หมดความมานะถือตัว สภาพจิตใจเช่นนี้ความโกรธเกิดขึ้นไม่ได้ ดังนั้นหากท่านใช้วิธีระงับโกรธ หลายวิธีแล้วยังไม่ได้ผล ขอแนะนาให้ใช้วิธีกราบพระ ท่านว่าได้ผลชงัดนัก วิธีง่ายๆ เมื่อใดที่โกรธ ให้ก้มลงกราบพระทันที และในขณะที่ท่านกราบพระ ให้นึกถึงใบหน้าของคนที่ท่านโกรธ ท่านจะพบด้วยตนเองว่า ตราบใดที่ท่านยัง กราบพระอยู่ ความโกรธจะไม่สามารถจะเกิดขึ้นได้เลย
  13. 13. ..ไม่มีใครเกิด ไม่มีใครแก่ ไม่มีใครเจ็บ ไม่มีใครตาย นั่นแหละเป็นแก่นศาสนา เป็นแก่นไม้สัก ไม้ยาง เป็นแก่นไม้ประดู่ลาย เราจะไปเอากระพี้หรือเปลือก ใบ เป็นศาสนา เอาใบลานเป็นศาสนา เอากระดาษเป็นศาสนา ถูกเหมือนกัน แต่มันถูกแต่ชื่อ ถ้าถูกโดยว่าหมดอาสวะได้ ต้องถึงจิตถึงใจนั่นเอง จิตเป็นผู้ถึงธรรม ถึงมนุสสธรรม ถึงเทวธรรม ถึงพรหมธรรม ถึงโลกุตตรธรรม ถึงอริยมรรค ๔ ถึงอริยผล ๔ ถึงด้วยจิต ...
  14. 14. อยู่บ้านอย่าติดบ้าน อยู่วัดอย่าติดวัด อยู่ถ้าอย่าติดถ้า ติดที่ไหนเป็ นกิเลสที่นั่น นอนหลับก็มีกิเลส ตื่นขึ้นมาก็มีกิเลสคล้องคออยู่

×