Successfully reported this slideshow.
We use your LinkedIn profile and activity data to personalize ads and to show you more relevant ads. You can change your ad preferences anytime.

Luangpoo boonyarid

29 views

Published on

คำสอนหลวงปู่บุุญฤทธิื ปัณฑิโต

Published in: Self Improvement
  • Be the first to comment

  • Be the first to like this

Luangpoo boonyarid

  1. 1. พระพุทธเจ้าท่านตรัสรู้โลกุตรธรรม เห็นก็ได้แต่เห็น วางไปไม่ยึดถือ ดับความยึดจึงจะไปรอด ด้วยสติ ตัวสติแท้ๆ เป็นโลกุตรธรรม เป็นธรรมพ้นโลก ตัวโลกุตรธรรมเหมือนไฟฟ้าแลบ แปล็บเดียวมันก็เห็นหมดแล้ว แลบหนเดียว ไม่แลบมาก เจริญสติ หนทางเดียวไปรอด เห็นได้ยิน ก็สักแต่รู้ ไม่ไปถามไปตอบอะไร ไม่ได้สมมุติเป็นเราเป็นเขา
  2. 2. ถ้าไม่มีทุกข์ ก็ไม่ต้องปฏิบัติออกจากทุกข์ มันมีทุกข์ จึงปฏิบัติออกจากทุกข์ เราหนีทุกข์ หรือให้ทุกข์หนีจากเรา เรารู้เท่าทุกข์ ทุกข์ก็หนีเอง ถ้าเราไม่รู้เท่าทุกข์ ทุกข์ก็ไม่หนี
  3. 3. มีสติ ฝึกภาวนา เป็นอริยทรัพย์ ติดตัวไปได้หลายหมื่นชาติ ส่วนทรัพย์สมบัติทางโลก ชาติเดียวยังเอาไปไม่ได้
  4. 4. รู้สักแต่รู้ตลอด ปฏิบัติเช่นนี้ตลอดไป เรียกว่าทาความเพียร เราจะพ้นทุกข์ได้ก็เพราะความเพียร
  5. 5. เอา "สติ" อยู่กับตัว รู้ ก็สักแต่รู้ เห็น ก็สักแต่เห็น ทาเพียงเท่านี้ ก็ไปนิพพานได้
  6. 6. ความทุกข์ที่จริงเป็นสิ่งดี ทุกข์นี้ดี จะได้เบื่อ เบื่อว่า กูไม่อยากเกิดแล้วโว้ย จะได้ปรารถนาออกจากกาม เพราะถ้ามันสุข มันก็จะลืมตัว
  7. 7. ดี ชั่วกลางๆมันต้องวางให้หมด สุขทุกข์ กลางๆมันต้องวางให้หมด มันต้องดับหลงทั้งหมดให้ได้เสียก่อน ถึงจะไปรอด คือผู้ถึงฝั่ง ถ้ายังไปยึดโน่นยึดนี่ เสร็จ ไปไม่รอด สติเป็นตัววางขันธ์ ๕ ทั้งหมด นี่เป็นทางรอด มันจะต้องวางกังวลให้หมด ถ้าวางกังวลได้หมด รูป-นามมันถึงจะดับ
  8. 8. ถ้าเห็นแจ้งแทงตลอดธรรมทั้งหมด อะไรก็เป็นธรรมะ ธรรมดา รู้ธรรมชาติ แจ้งในธรรมชาติหรือธรรมะ มันก็สบาย ความเห็นอย่างอื่นมันก็ดับไปพร้อมกันนั้น ความเห็นผิดมันดับ ทุกข์ก็ดับพร้อม ก็สบายขึ้นตามธรรมดา ไม่ต้องมหัศจรรย์อะไรหรอก มันเป็นธรรมชาติ
  9. 9. กังวลอะไรของเธอในอดีต ..วาง กังวลอะไรของเธอในอนาคต ..วาง กังวลอะไรของเธอในปัจจุบัน ..วาง ลองทาดูซิ คงได้ผล ไม่มากก็น้อย โดยปริยัติ ก็คือว่า วางกังวล ลองเจริญสติอันนี้ดูเถอะ นี่คือ สติปัฏฐานด้านปฏิบัติ วางได้ ก็เรียบร้อยเท่านั้น
  10. 10. รู้ก็สักแต่รู้ เห็นก็สักแต่เห็น ถ้าเห็นธรรมก็หายทุกข์ ถ้าแสงสว่างเกิดขึ้นเมื่อใด ความมืดก็ดับ เหมือนไฟฟ้า เมื่อไฟสว่างมืดก็ดับเป็นธรรมดา แสงสว่างที่ดับมืด คือพ้นโลก เป็นพุทธปัญญา
  11. 11. เอาสติอยู่กับตัว รู้ก็สักแต่รู้ เห็นก็สักแต่เห็น ทาเพียงเท่านี้ก็ไปนิพพานได้
  12. 12. ชีวิตมีค่าทุกวัน ทาน้อยได้น้อย ทามากก็ได้มาก สตินี่ทาได้ทุกระยะ รู้นี่ สติพร้อม ไม่มีทุกข์ เป็นบุญพร้อม เป็นปัญญาพร้อม จิตผ่องใส จิตก้าวหน้าพร้อม จะไปมีปัญหาในชีวิตได้อย่างไร
  13. 13. ธรรมทั้งหลายไม่พึงถือมั่น เป็นยอดพุทธสติ นั่นก็คือ รู้ สักแต่รู้
  14. 14. .จิตสติ จิตนิพพาน ตั้งจิตไว้ที่สติเรื่อยไป ได้ยิน สักแต่ได้ยิน...นิพพาน รู้ สักแต่รู้...นิพพาน
  15. 15. มีสติ ไม่ยึดถือ ไม่เพลิดเพลิน ความเพลิดเพลินเป็นมูลเหตุแห่งทุกข์ทั้งหลาย เป็นตัววัฏสงสาร เวียนว่ายตายเกิด รู้ธรรมแต่ปัจจุบันเท่านั้นพอแล้ว สติ-นิพพาน เห็นสักแต่เห็น ได้ยินสักแต่ได้ยิน นิพพานัง ปรมัง สุขขัง
  16. 16. นิพพานัง ปรมัง สุขัง เป็นสุขยอดเยี่ยม รู้สังขารไม่เที่ยง วางกังวลทั้งหมด นิพพานเท่านั้น “จริง” อย่างอื่น “ไม่” ตัวเราแท้ๆ นั้น ไม่มีอะไรเลย

×