Successfully reported this slideshow.
We use your LinkedIn profile and activity data to personalize ads and to show you more relevant ads. You can change your ad preferences anytime.

Luangpoo boonpeng

21 views

Published on

คำสอนหลวงปู่บุญเพ็ง กัปปโก

Published in: Spiritual
  • Be the first to comment

  • Be the first to like this

Luangpoo boonpeng

  1. 1. หลวงปู่บุญเพ็ง กัปปโก
  2. 2. ถ้าใจของเราทุกคนมีความสงบตั้งมั่น คุณสมบัติของธรรมนั้นก็มีกันทุกหัวใจ แต่ข้อสาคัญคือใจเราที่ยังไม่สงบตั้งมั่นเป็นสมาธิ ที่ทาให้เรายังไม่เห็นอะไรในตัวเอง ยังไม่เห็นพระพุทธเจ้า คือพุทโธอยู่ในตัวเอง ... ต่อเมื่อเราทาใจของเราให้สงบตั้งมั่นเป็นสมาธิแล้ว เราจะอ๋อ!! คุณของพระพุทธเจ้าอยู่ตรงนี้ พระธรรมเจ้าก็อยู่ตรงนี้ พระอริยสงฆ์ก็อยู่ตรงนี้ เราจะอ๋อเลย เราจะได้ไม่ไปหาที่อื่นไกล
  3. 3. ความสงบอยู่ตรงที่ความเป็นกลางนี้แหละ ที่เราทาให้เป็นกลางไม่ได้จึงลาบากอยู่ เดี๋ยวก็ยินดีทางนี้ เดี๋ยวก็ไปยินร้ายทางนั้น ยินดีทั้งที่อดีตผ่านมาแล้ว ยินร้ายทั้งที่อดีตผ่านมาแล้ว สองประเด็นนี้แหละ กระโดดข้ามกันไปข้ามกันมา ไม่ยอมอยู่ในระหว่างกลาง เพราะฉะนั้นเอาความเป็นกลาง เป็นมัชฌิมาในตัวเองจึงยาก ไม่ว่าใครทั้งนั้น จะบรรลุเป้าหมายนี้ยาก
  4. 4. การปฏิบัติศาสนธรรม คือ การเสกสรรจิตของตัวเองเท่านั้น จาเป็นหรือที่เราจะส่งจิตหนีจากตัวเองจาเป็นหรือ เราจะส่งจิตของเราออกไปข้างนอก สมควรอย่างยิ่ง ที่จะเสกสรรจิตของเราให้อยู่กับที่ คือให้อยู่กับตัวเอง อย่าให้มันไป จะไปที่ไหนก็ตาม เราจะต้องรักษาคือ สกัดเอาไว้ด้วยสติ
  5. 5. .สมณานัญจะทัสนัง คือจะได้เห็นความสงบ สมณะแปลว่าผู้สงบ จิตเราเมื่อเกิดความสงบ ก็เท่ากับเกิดสมณะภายใน เรากาลังบวชจิตใจของตัวเองด้วยศีล สมาธิ ปัญญา เราขานนาคภายในด้วยคาบริกรรมพุทโธ หรือสัมมาอะระหัง หรือยุบหนอพองหนอ ก็ตาม เมื่อใจของเรามีความสงบในตัวเอง เท่ากับเกิดสมณะ คือบวชภายใน
  6. 6. เราปฏิบัติธรรม แต่เราก็ไม่รู้ว่าธรรมะหน้าตาเป็นอย่างไร เราไม่ได้นึกว่าธรรมะ... อยู่ที่กายกับจิตของเราเองนี้ ... เราจึงไม่ควรส่งจิต ส่งความคิดออกนอกตัวเอง ตัวเองที่มีตัวตน แขนสองขาสองหัวหนึ่งก็อยู่ตรงนี้ แต่ทาไมจึงไม่เห็นธรรมะ ทาไมไม่เห็นขันธ์ 5 ของตัวเอง ...รู้จักแต่ความดีของคนอื่น พากันวิ่งตามความดีของคนอื่นไปที่โน่นที่นี่ แต่ไม่เคยหาดีในตัวเอง
  7. 7. คุณของพระพุทธเจ้านั้นอยู่ที่ไหน คุณของพระพุทธเจ้าก็อยู่ที่ใจเรา พระพุทธเจ้าท่านคอยเราอยู่เสมอ คอยเราอยู่ที่หัวใจเรา แต่พวกเรานั้นโดยมากมักจะไม่เข้าไปหาท่าน ยังคิดว่าพระพุทธเจ้าอยู่ที่ประเทศอินเดีย หรือว่าพระพุทธเจ้านั้นอยู่ที่ปรินิพพาน แต่แท้จริงพุทธะคือผู้รู้องค์นี้ที่อยู่กับเรา... แต่เรานั้นไม่ค่อยเสกสรรจิตของตัวเองให้เป็นพุทธะขึ้นมา เราไม่ได้เข้าไปหาท่าน มีแต่ออกไปหาข้างนอก.. .แต่แท้จริงนั้นพุทธะคือพระพุทธเจ้าองค์นี้ประจากับพวกเราทุกท่าน
  8. 8. พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์นั้น ท่านไม่เลือกใคร ไม่เลือกเด็ก เลือกหนุ่มเลือกสาว เลือกเฒ่าเลือกแก่ เลือกหญิง เลือกชาย ท่านยอมรับเป็นที่พึ่งของหัวใจแห่งสัตว์โลกทั้งหลายได้ทั้งนั้น ขอให้หัวใจนั้นมีความสงบเท่านั้น ... วิสัยของพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์มีแต่ความสงบ ถ้าจิตเรามีความสงบ ไม่ต้องเรียกร้องและไม่ต้องไปขอพรว่าให้ท่านมาเป็นที่พึ่ง เมื่อท่านอยู่แล้ว และเราก็อยู่กับท่านแล้ว จะไปขอร้องอะไรที่ไหน เมื่อท่านมาอยู่กับเรา เราก็มีความสุข ใจเราอยู่ตรงไหน ความสุขก็อยู่ตรงนั้น ใจเราอยู่ที่ไหน พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ก็อยู่ที่นั้น
  9. 9. ธรรมะอยู่ตรงนี้ ตรงที่ท่ามกลาง เรียกว่า มัชฌิมา คือกลางของความเป็นโลก ที่เรียกว่าโลกธรรม คือธรรมประจาโลก ก็ให้อยู่ในความเป็นกลาง คือกลางรัก กลางชัง กลางความยินดียินร้าย คืออย่ายินดีและอย่ายินร้ายในอารมณ์ต่างๆ ให้อยู่ระหว่างกลางทั้งสองนั้น .. .กลางอิฏฐารมณ์และอนิฏฐารมณ์ ...ให้ตั้งอยู่ในท่ามกลางนั้นแหละ เรียกว่ามัชฌิมาคือความเป็นกลาง
  10. 10. ใจเป็นเพียงตัวรู้ มันไม่มีตัวตน ไม่มีเพศ ไม่มีเชื้อชาติ ไม่มีสมมุติบัญญัติ... คนเราติดสมมุติมันจึงไปยาก เวลามันสงบจริงๆ มันไม่มีสมมุติอะไร มันมีแต่รู้ หามันให้เห็น ดูให้มันชัด รักษาให้ดี รักษาใจอันเดียว ก็คือรักษาศีลทั้งหมด ทาให้มันเป็นสัณทิฏฐิโก....

×