Successfully reported this slideshow.
We use your LinkedIn profile and activity data to personalize ads and to show you more relevant ads. You can change your ad preferences anytime.

Chaokun nor

20 views

Published on

คำสอนท่านเจ้าคุณนรรัตน ราชมานิต

Published in: Self Improvement
  • Be the first to comment

  • Be the first to like this

Chaokun nor

  1. 1. ถ้าจะมาขอโอวาท ก็จะเตือนให้ระวังระเบิด ๓ ลูกมีชื่อ ราคะ โทสะ และโมหะ ระเบิด ๓ ลูกนี้ร้ายกาจมาก เป็นรากเหง้าของความชั่วร้าย เรื่องโทสะเห็นจะไม่มีใครชอบ เพราะเป็นของร้อน และเห็นได้ง่ายว่าเป็นทุกข์... แต่ราคะและโมหะให้ระวังให้มาก เพราะมาในรูปของไฟเย็น ให้ความสุขได้ มองไม่ค่อยเห็นความทุกข์ และราคะนั้นเมื่อมีโมหะเข้าช่วยจะไปกันใหญ่เพราะจะพากันหลงรักหลงชัง ท่านเจ้าคุณนรรัตน์ราชมานิต
  2. 2. .สงบใจได้แม้เมื่อตนอยู่ในอันตราย หรือประสบทุกข์ อย่าให้เสียใจ หมดสติ สะดุ้งดิ้นรนจนสิ้นปัญญาแก้ไข เกิดความท้อถอยไม่ทาอะไรต่อไป ความสงบไม่ตื่นเต้น เป็นเหตุให้เกิดปัญญา ประกอบกิจให้สาเร็จได้สมหวัง เราจะแก้ไขเหตุร้ายที่เกิดขึ้นแก่เราได้นั้นก็มีทางจะทาอยู่ ๒ ขั้น ๑.ต้องสงบใจมิให้ตื่นเต้น ๒.ต้องมีความมานะพยายาม วิธีสงบใจที่ดีที่สุด “หายใจยาวและลึก”
  3. 3. "ตนของตนย่อมเป็นที่พึ่งแก่ตนเอง" เหตุนี้จึงต้องหัดบังคับตนเอง ผู้อื่นถึงจะเป็นศัตรู ก็ไม่เท่าตนเป็นศัตรูต่อตนของตนเอง ถ้ายังไม่สามารถ บังคับตนของตนเองให้ดีได้แล้ว ก็อย่าหวังเลยว่าจะบังคับผู้อื่นให้ดีได้”
  4. 4. ความโกรธเป็นเหตุให้กาลังออกไปจากตัวมาก เหตุนี้คนกาลังโกรธจึงมีกาลังเรี่ยวแรงมาก แต่เมื่อหายโกรธแล้ว มักอ่อนเปียก ถึงกับเป็นลมก็มี เพราะกาลังได้ออกไปจากตัวมากในขณะที่โกรธ การข่มความโกรธไว้ได้ จึงเป็นการเก็บสงวนกาลังจิตตานุภาพไว้ในตัวเรา
  5. 5. ไม่มีอะไรต่างกันระหว่างสิ่งมีชีวิตกับสิ่งไม่มีชีวิต เพราะตามหลักธรรมแล้วสิ่งที่เกิดขึ้นเพราะเหตุทั้งหลาย ล้วนอยู่ในสภาพเดียวกัน คือเกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป และไม่เที่ยง ทนอยู่ไม่ได้ ไม่ใช่ตัวตนทั้งสิ้น ใครยึดถือมากก็ยุ่งมาก ใครยึดถือน้อยก็ยุ่งน้อย ใครไม่ยึดถือเลยก็ไม่ยุ่งเลย สาคัญอยู่ที่ตั้งแนวความคิดและการพิจารณา ให้เห็น ให้เข้าใจโดยถูกต้อง
  6. 6. กิเลสที่เกิดขึ้นกับจิตนั้น อยู่ที่เจ้าตัวผู้นั้นจะเต็มใจรับมันเอาไว้หรือไม่ ถ้าไม่รับ มันก็เกิดไม่ได้ คือ ทาใจให้เหมือนกับใบบัว เมื่อมีน้ามากระทบ ก็จะกระเด็นร่วงไปโดยที่ใบบัวไม่มีรอยเปียกเลย
  7. 7. ที่จะทาอะไรไม่ผิดนั้น ข้อสาคัญอยู่ที่ "สติ" ถ้ามี สติ คุ้มครองกาย วาจา ใจ อยู่ทุกขณะ จะทาอะไร ไม่ผิดพลาดเลย ที่ผิดพลาด เพราะขาดสติ ชีวิตของพระพุทธเจ้าและพระอรหันต์ ท่านมี"สติไพบูลย์" อยู่ทุกขณะจิต ท่านจึงทาอะไรไม่ผิด และถึงซึ่งอมตธรรม คือธรรมที่ไม่ตาย เรียกว่า "พระนิพพาน"
  8. 8. เนื้อหนังหุ้มโครงกระดูก ก็นิยมกันว่าสวย รักกันอยู่ด้วยความหลงแท้ๆ หลงว่าจะเป็นอย่างที่เห็นอยู่ตลอดไป ไม่ได้มองลึกลงไป ไม่ได้เห็นแก่นแท้ว่ามีแต่กระดูก ไม่น่าอภิรมย์แต่อย่างใด ทาไมจึงยังหลงใหลมัวเมากันอยู่ได้
  9. 9. ไม่มีความสุขใดๆ ที่จะไม่มีความทุกข์แทรกซ้อนอยู่
  10. 10. จงระลึกถึงคติพจน์ ว่า “Do no wrong is do nothing!” “ทาอะไรไม่ผิดเลย ก็คือไม่ทาอะไรเลย” ความผิดนี้แหละ เป็นครูอย่างดี ควรจะรู้สึกบุญคุณของตัวเอง ที่ทาอะไรผิดพลาด และควรสบายใจที่ได้พบกับอาจารย์ผู้วิเศษ คือความผิด
  11. 11. จงจาไว้ว่า ถ้าปรารถนาความเมตตาและความเห็นอกเห็นใจจากผู้อื่น ก็ควรส่งกระแสใจที่ประกอบด้วยความเมตตาและความเห็นอกเห็นใจไปยังท่านเหล่านั้น แล้วก็จะได้รับความเมตตาและความเห็นอกเห็นใจจากท่านเหล่านั้นเช่นเดียวกัน นี่เป็นกฎของจิตตานุภาพ
  12. 12. เมื่ออารมณ์ร้ายเหล่านี้เกิดขึ้นในใจ จงหายใจเข้าให้ลึกๆ สร้างมโนภาพ สูดเอากาลังงานของชีวิต ที่มีอยู่ในสากลโลก อานาจ ความแข็งแรง และกาลังเข้าไป เมื่อหายใจออก จงนึกขับอารมณ์ร้ายเหล่านี้ออกมา และเพ่งกล่าวในใจว่า ออกไป ออกไป ออกไป พร้อมกับทาความรู้สึกว่าอารมณ์ร้ายเหล่านี้ออกไปจากใจแล้ว ปฏิบัติอย่างนี้จนกว่าอารมณ์นั้นจะจางหายไป ถ้าไม่หายอย่าเพิ่งเลิก
  13. 13. คาว่า “ไม่สบายใจ” อย่าใช้ และอย่าให้มีขึ้นในใจต่อไป “Let it go , and get it go!” ปล่อยให้มันผ่านไป อย่ารับเอาความไม่สบายใจไว้ ถ้าเผลอไปมันแอบเข้ามาอยู่ในใจได้ พอมีสติรู้สึกตัวว่าความไม่สบายใจเข้ามาแอบอยู่ในใจ ต้อง Get it out! ขับมันออกไปทันที อย่าเลี้ยงความไม่สบายใจไว้ในใจ มันจะเคยตัว
  14. 14. ให้รู้สึกว่าเคราะห์นั้นทาให้เราดีขึ้น เป็นครูของเรา เป็นผู้เตือนเรา ... อย่าเห็นว่าเคราะห์กรรมเป็นของเลว ไม่น่าปรารถนา ควรคิดว่าเป็นของดี ที่ทาให้เราเข้มแข็งมั่นคงขึ้น ให้รู้สึกเสมอว่าเราเกิดมาเรียน ทั้งเคราะห์ร้ายและเคราะห์ดีเคราะห์เป็นบทเรียนของเรา ที่จะทาให้เราแจ้งโลกแล้วจะได้พ้นโลก ดังนี้ เราจะไม่รู้จักเคราะห์ร้ายเลยในชีวิต อย่างไรก็ดีอย่าปล่อยชีวิตให้เป็นไปตามยถากรรมโดยมิทาการต่อสู้เลยเป็นอันขาด
  15. 15. เมื่อถึงความสงบแล้วยังไม่จบนะ ภพยังไม่สิ้น ชาติยังมีอยู่ พรหมจรรย์ไม่จ[ ที่มันไม่จบก็เพราะยังมีทุกข์อยู่ ให้เอาตัวสมถะ ตัวสงบนี่พิจารณาต่อไปค้นหาเหตุผล จนกระทั่งจิตไม่ติดในความสงบ เพราะความสงบก็เป็นสังขารอันหนึ่ง ก็เป็นสมมุติ ก็เป็นบัญญัติอีก ที่ติดอยู่นี้ก็ติดสมมุติติดบัญญัติ เมื่อติดสมมุติติดบัญญัติ ก็ติดภพติดชาติ ภพชาติก็คือความดีใจในความสงบนั่นแหละ เมื่อหายความฟุ้งซ่าน ก็ติดความสงบ ก็เป็นภพอีก เกิดอยู่อย่างนี้ ภพชาติเกิดขึ้นมา ทาไมพระพุทธเจ้าจะไม่รู้
  16. 16. คนที่ทาอะไรไม่เหมือนที่โลกนิยม ก็จะมีคนว่าบ้า โดยคนที่พูด ไม่ได้เข้าใจโดยถ่องแท้ว่าอย่างไรจึงบ้า อย่างไรจึงดี ท่านบอกว่าคนเราที่เกิดมานี้ มีหน้าที่สาคัญอย่างยิ่งที่พึงกระทาคือการทาตนให้พ้นทุกข์ ถ้าไม่ทาก็เท่ากับว่า ไร้ประโยชน์ในการเกิดมา เพราะจะต้องเกิดซ้าแล้วซ้าเล่าอยู่นั่นเอง

×