Successfully reported this slideshow.
We use your LinkedIn profile and activity data to personalize ads and to show you more relevant ads. You can change your ad preferences anytime.

แบบเสนอโครงร่างโครงงานคอมพิวเตอร์

661 views

Published on

นางสาว จิรภรณ์ อ่อนลออ เลขที่ 1
นางสาว วริษฐา นกมีรอด เลขที่ 3
ชั้น ม.6 ห้อง 9

Published in: Education
  • Login to see the comments

  • Be the first to like this

แบบเสนอโครงร่างโครงงานคอมพิวเตอร์

  1. 1. แบบเสนอโครงร่างโครงงานคอมพิวเตอร์ รหัสวิชา ง33202 ชื่อวิชา เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร 6 ปีการศึกษา 2558 ชื่อโครงงาน คุณรู้จักอาหารฟิวชันหรือไม่? ชื่อผู้ทาโครงงาน นางสาว จิรภรณ์ อ่อนลออ เลขที่ 1 นางสาว วริษฐา นกมีรอด เลขที่ 3 ชั้น ม.6 ห้อง 9 ชื่ออาจารย์ที่ปรึกษาโครงงาน ครูเขื่อนทอง มูลวรรณ์ ระยะเวลาดาเนินงาน ภาคเรียนที่ 1-2 ปีการศึกษา 2558 โรงเรียนยุพราชวิทยาลัย จังหวัดเชียงใหม่ สานักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต 34
  2. 2. ใบงาน การจัดทาข้อเสนอโครงงานคอมพิวเตอร์ รายชื่อสมาชิก 1. นางสาว จิรภรณ์ อ่อนลออ เลขที่ 1 2. นางสาว วริษฐา นกมีรอด เลขที่ 3 ชั้น ม.6 ห้อง 9 คาชี้แจง ให้ผู้เรียนแต่ละกลุ่มเขียนข้อเสนอโครงงานตามหัวข้อต่อไปนี้ ชื่อโครงงาน(ภาษาไทย) คุณรู้จักอาหารฟิวชันหรือไม่? ชื่อโครงงาน (ภาษาอังกฤษ) Do you have fusion today? ประเภทโครงงาน โครงงานพัฒนาสื่อเพื่อการศึกษา ชื่อผู้ทาโครงงาน นางสาว จิรภรณ์ อ่อนลออ นางสาว วริษฐา นกมีรอด ชื่อที่ปรึกษา คุณครู เขื่อนทอง มูลวรรณ์ คุณครู ธนาอร โหระสุต ระยะเวลาดาเนินงาน ภาคเรียนที่ 1 และ ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2558 ที่มาและความสาคัญของโครงงาน เนื่องจากในปัจจุบันวัฒนธรรมอาหารการกินของประเทศเพื่อนบ้านทั้งในเอเชีย และทางตะวันตกได้ เผยแพร่เข้ามาในประเทศไทยของเราอย่างมากมายและต่อเนื่อง เห็นได้จากสื่อโฆษณาทั้งทางโทรทัศน์ ป้าย โฆษณาข้างถนน หรือในโซเชียลเน็ตเวิร์ค ว่าคนไทยนั้นนิยมรับประทานอาหารต่างชาติมากขึ้น ทาให้เกิดการผสม วัฒนธรรมการกินของหลายๆประเทศเข้าด้วยกัน ทาให้เป็นอาหารที่แปลกใหม่ และดึงดูดให้ผู้บริโภคอย่างเราๆ สนใจที่จะรับประทานมากขึ้น และหลงใหลในรสชาติที่ได้ลิ้มลอง จึงเกิดคาว่า”อาหารฟิวชัน” แต่ก็ยังไม่เป็นที่รู้จัก อย่างแพร่หลายมากนัก เพราะราคาสูงเกินต่อหนึ่งหน่วยผู้บริโภค พวกเราจึงต้องการที่จะเผยแพร่วัฒนธรรมอาหารฟิวชันให้เป็นที่แพร่หลาย และรู้จักกันในวงกว้างมาก ขึ้น โดยจะเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับที่มาของอาหารฟิวชัน วิธีการทาอาหารฟิวชัน และสารวจความนิยมของผู้บริโภค หลังจากที่ได้ลิ้มลองอาหารฟิวชันแล้ว
  3. 3. วัตถุประสงค์ 1. เพื่อเผยแพร่ให้ผู้บริโภคได้รู้จักอาหารฟิวชันอย่างกว้างขวางมากขึ้น 2. เพื่อเรียนรู้ทักษะการทาอาหารฟิวชันเบื้องต้น 3. เพื่อเสริมสร้างประสบการณ์การสืบค้นข้อมูล หรือความนิยมของผู้บริโภค ในโซเชียลเน็ตเวิร์ต 4.เพื่อฝึกการทางานเป็นหมู่คณะ ขอบเขตโครงงาน(คุณลักษณะ ขอบเขต เงื่อนไขและข้อจากัดของการทาโครงงาน) 1. ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง นักเรียนชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนยุพราชวิทยาลัย ทั้งที่เป็นบุคคลและกลุ่มของนักเรียน มัธยมศึกษาปีที่ 6 ในกลุ่มเฟสบุ๊ค “พราว” จานวน 100 คน 2. เพียงเพื่อต้องการเผยแพร่เรื่องราว ประวัติที่มา ต้นกาเนิด ค่านิยมของอาหารฟิวชันที่เข้ามาในประเทศ ไทยเราเท่านั้น ไม่ได้ต้องการจะละเมิดสิทธิหรือลิขสิทธิ์ของผู้ใดทั้งนั้น หลักการและทฤษฎี(ความรู้ หลักการ หรือทฤษฎีที่สนับสนุนการทาโครงงาน) - Fusion Food - อะไรคือฟิวชั่นฟู๊ด = คืออาหารที่ผสมผสานกันระหว่าง วัตถุดิบและสไตล์อาหารตั้งแต่ 2 สัญชาติขึ้นไป โดยยังคานึงถึง ความลงตัวของรสชาติ และ การจัดแต่งหน้าตาของอาหารนั้นๆ หรืออาจจะกล่าวได้ว่า อาหารฟิวชั่นคือ "อาหารลูกครึ่ง" นั้นเอง ทาไมต้อง "Fusion Food" = เพราะรูปแบบการใช้ชีวิตของคนรุ่นใหม่ที่เปลี่ยนไป หนุ่มสาวยุคใหม่ชอบการผสมผสานของ วัฒนธรรม ความโมเดริน ความแปลกใหม่ การตกแต่งอย่างมีสไตล์ เก๋ไก๋ ให้เข้ากับอาหาร ด้วยความต้องการเหล่านี้ เราในฐานะ ผู้ประกอบการร้านอาหารจึงควรจะให้ความสนใจที่จะคิดหาอะไรใหม่ๆ มารองรับกับตลาดของคนรุ่นใหม่กันครับ "สิ่งสาคัญในการทาอาหารแนว Fusion Food" = ก่อนอื่น เราต้องมีความเข้าใจในรสชาติของอาหารแต่ละชนิด และสไตล์การ ตกแต่งของอาหาร แต่ละชาติที่เราอยากจะทามาฟิวชั่นกัน และสิ่งสาคัญที่จะขาดเสียมิได้คือ "จินตนาการ" ซึ่งจะทาให้เราสามารถ นามาสร้างสรรค์อาหารใหม่ๆ ออกมาได้หลากหลาย เพื่อตอบสนองความสุขให้ทั้งคนปรุง และคนทาน อย่างไม่รู้จบเลยทีเดียว ครับ ที่มา: Thai Restaurant Association of Australia (https://www.facebook.com/TRAASydney/posts/500261963429077) ‘อาหารฟิวชัน’ (Fusion Food) เป็นการการปะทะกันทางอารยธรรมของอาหารนานาชาติ โดยใช้ความสร้างสรรค์ของ มนุษย์เพื่อเรียงร้อยวัฒนธรรมความอร่อยจากต่างที่ต่างถิ่นให้เชื่อมเข้าหากัน ในความหมายคือ การนาวัตถุดิบที่แตกต่างไม่ว่าจะ ด้านรสชาติ ถิ่นกาเนิด หรือประเภทอาหารคาว-หวาน มาผสานคลุกเคล้าให้เข้ากันอย่างดิบดี มีทั้งอาหารตะวันตกที่นามาปรุง กับเครื่องเทศหรือวัตถุดิบจากโลกตะวันออก เช่น ขิง ข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด และการนาอาหารตะวันออกรสจัดจ้านมาผสมผสาน กันอาหารนานาชาติ โดยมี ชีส อะริกาโน่ โรสแมรี่ หรือซอสครีมขาว เป็นสื่อกลาง ซึ่งถือเป็นการสะท้อนถึงรสชาติของอาหารตามแบบคนเอเชีย รวมทั้งความงามของสีสันอาหาร ในขณะเดียวกันก็ได้แสดงทักษะ การประดิษฐ์ตกแต่งอาหารอย่างสวยงามแบบเลิศๆ ให้เหมาะสมกับลูกค้าที่แตกต่างกัน และหลากหลายในด้านวัฒนธรรมการ ทานอาหาร พร้อมทั้งการปรุงอาหาร ร้านอาหารแนวฟิวชันฟูดเป็นเทรนด์ซึ่งเกิดขึ้นในอเมริกา ยุโรป และแพร่หลายเข้ามาในเอเชียด้วยระยะเวลาอันรวดเร็ว ถือเป็น ร้านอาหารที่ไม่ใช่แค่การมานั่งรับประทานอาหาร แต่เป็นที่พบปะสังสรรค์ รีแลกซ์ โดยจะใช้รูปแบบของการดีไซน์และบรรยากาศใน
  4. 4. ร้านมาเป็นตัวดึงดูด ถือเป็นแนวคิดใหม่ในการทาร้านอาหารที่ต้องการสร้างแรงดึงดูดจากอาหารที่เกิดจากความแตกต่างด้าน วัฒนธรรม การมารับประทานอาการที่ร้านอาหารแนวนี้ไม่ได้เพียงมาชิมรสชาติของอาหารเท่านั้น แต่อาจเรียกได้ว่าเป็นมาชิลกับ บรรยากาศป็อปๆ ตามประสาพวกที่เรียกตัวเองว่า คนมีรสนิยม การเกิดขึ้นของร้านในรูปแบบนี้ มาจากพฤติกรรมของคนทางานทั่วโลก โดยเฉพาะผู้หญิงที่เวลาทางานจะทาอย่างหนักเพื่อหา เงินและเมื่อถึงเวลาผ่อนคลายหรือพักผ่อนก็จะพักผ่อนแบบเต็มที่ เป็นการเน้นเรื่องไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคที่จะดีไซน์ร้านให้เข้า กับไลฟ์สไตล์ของคนในพื้นที่เป็นหลัก อาหารยุคโมเดิร์น การพัฒนาของอาหารในแต่ละยุคสมัยนั้นสามารถแบ่งได้เป็น 3 ส่วนใหญ่ๆ ด้วยกันโดยเริ่มต้นจากอาหารที่เป็น Authentic (ดั้งเดิม) หมายถึง อาหารที่มีมาแต่ดั้งเดิมเป็นต้นตารับมาตรฐาน ซึ่งเวลาทาอาหารแล้วมีการเผยแพร่ไปเนื่องจาก โลกเรามันก็แคบลง อาหารหลายชนิดก็ถูกนาไปบริโภคในต่างประเทศ ในส่วนของที่ระบุไว้ว่าจะต้องใช้ วัตถุดิบแต่ละชนิดตาม รสชาติแบบที่เป็นแบบฉบับบางทีก็มีข้อจากัดอย่างเช่น ไม่มี ราคาสูง นาเข้าไม่ได้ จึงต้องเกิดจากการปรับปรุงสูตรขึ้น มาถึงด่านที่ 2 เรื่องของการ Customized (ปรับปรุง) เกิดขั้นจากที่วัตถุดิบไม่มีขาย ก็จาเป็นต้องมีการปรับปรุงให้มาใช้แทนตารับ เดิมให้ได้ สุดท้ายก็คือ Fusion (รวมเข้าด้วยกัน) ในทางอาหารอาจเรียกได้ว่าเป็นการผสมผสาน อาจไม่ใช่เรื่องของการปรับปรุง แต่เป็นการนาเอาอาหารมาประยุกต์รวมกันให้เกิดอาหารชนิดใหม่ขึ้นมา โดยเกิดจากจินตนาการ หรือความคิดจากเชฟผู้ปรุงรส ปัจจุบันเราไม่สามารถปฏิเสธความเป็นอาหารฟิวชันได้ เพราะการผสมผสานจาเป็นต้องเกิดขึ้น อาหารหลายๆ อย่างต้องมี เทคนิคที่ซับซ้อนมากยิ่งขึ้น เนื่องจากเราติดต่อสื่อสารกันอย่างไร้พรมแดน การรับวัฒนธรรมจากซีกโลกหนึ่งมาสู่อีกซีกโลกหนึ่ง จึงไม่ใช่สิ่งที่ยากอีกต่อไปด้วยสื่อต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นอินเทอร์เน็ต ภาพยนตร์ ทีวี ฯลฯ หรือแม้กระทั่งการเข้ามาเผยแพร่วัฒนธรรม ของชนชาติตะวันตก อาทิ อเมริกา อังกฤษ ฝรั่งเศส ทาให้อาหารแต่ละชาติได้เกิดการผสมผสานวัฒนธรรมในการปรุงแต่งอาหาร และต่อมาได้มีการประยุกต์ดัดแปลงผสมผสานอาหารของชาติต่างๆ เกิดเป็นอาหารจานใหม่ขึ้น ผลผลิตจากการฟิวชัน ผลผลิตจากการฟิวชันทางอาหารทาให้เกิดเมนูซึ่งมีชื่อแปลกหู รูปลักษณ์แปลกตา อาทิ แกะย่างกระเทียมจิ้มแจ่ว, สปาเก็ตตี้ปลา อินทรีเค็ม, พิซซ่าหน้าเขียวหวาน, แฮมเบอร์เกอร์ลาบไก่, ข้าวปั้นปลาทู, แซนด์วิชหมูย่าง, หอยแมลงภู่นิวซีแลนด์จี๊ดจ๊าด, โรตีไส้ พะแนงหมู, ปลาแซลมอนผัดพริกขิง, ก๋วยเตี๋ยวต้มโคล้ง, เกี๊ยวปูครีมชีส, ยาแอ้ปเปิ้ลเขียว, ไอศครีมทอด ฯลฯ ถูกปากแบบอินเทรนด์ เวลานี้อาหารแนวฟิวชั่นนั้นกลับกลายเป็นเพียงแค่อาหารที่วัยรุ่นกินเอาเท่ กินเอาเก๋ กินเอาบรรยากาศ กินเอาดีไซน์ จนทาให้ร้านอาหารฟิวชันฟูดผุดขึ้นมาเต็มเมือง จนทาให้ฟูดสไตลิสท์เวลานี้กลายเป็นอาชีพสุดฮิป เวลานี้คนส่วนมากที่กระเป๋าไม่ได้หนักอะไรมาก ถ้าจะสั่งอาหารแนวฟิวชันฟูดแต่ละทีจะกินก็เกรงใจ กลัวว่าตักไปทานคาหนึ่ง แล้วอาหารที่จัดวางในจานมาอย่างดีจะเสียองค์ประกอบทางศิลปะ เรื่องรสชาติกับปริมาณก็มักไม่สอดคล้อง ต้องคิดเสียว่าเป็น อาหารตาเพื่อปลอบใจตัวเอง ซึ่งการรับประทานที่ถูกและดีนั้นต้องคานึงถึงทั้งเรื่องวัตถุดิบ รสชาติ สถานที่ ความสะอาด คุณภาพอาหาร คุณค่าทางโภชนาการ ความเหมาะสมของราคาและปริมาณ และอีกหลายๆอย่าง ตามหลักเศรษฐศาสตร์ของทุกอย่างเมื่อถึงเวลาที่มีคนนิยมมากๆ ราคาก็จะถูกลง จากที่เคยอยู่ตลาดระดับบนก็จะลงมาสู่ระดับ ล่าง ซึ่งอาหารแนวฟิวชันที่เคยอยู่ระดับบนก็เช่นกัน ถึงเวลาที่ป๊อปมากๆ จนกลายเป็นเรื่องธรรมดาที่ใครๆ ก็ทาได้ไป ถึงตอนนั้น ตาสี ยายสา คนธรรมดาๆ ก็จะได้รับประทานฟิวชันฟูดกันอย่างเพลิดเพลินแน่นอน ที่มา: https://th.answers.yahoo.com/question/index?qid=20110115184739AAQvCnl และอื่นๆอีกมากมาย จะนาเสนอเต็มรูปแบบในรูปเล่มโครงงานตัวจริงนะค่ะ
  5. 5. วิธีดาเนินงาน แนวทางการดาเนินงาน 1. คิดหัวข้อโครงงานของแต่ละคน 2. เลือกหัวข้อโครงงานของสมาชิกในกลุ่มที่คิดว่าดีที่สุด 3. เริ่มส่งโครงร่างโครงงานเบื้องต้นให้ครูที่ปรึกษาโครงงาน 4. หาข้อมูลเกี่ยวกับโครงงานให้กว้างที่สุดและมากที่สุด 5. รวบรวมข้อมูลที่สาคัญและข้อมูลที่เป็นสาระสาคัญของเรื่องที่สนใจ 6. จัดทาโพลสอบถามนักเรียน ม.6 ในกลุ่มเฟสบุ๊คพราว 7. รวบรวมข้อมูลที่ได้สอบถามไป แล้วนามาประเมินผลเบื้องต้นโดยการคิดเป็นร้อยละ 8. จัดทารูปเล่มโครงงาน 9. จัดทาการนาเสนอในรูปแบบของ PowerPoint 10. นาเสนอโครงงานต่อคุณครูประจาวิชาและเพื่อนๆในห้อง 11. ประเมินผลงานและปรับปรุงโครงงาน 12. ส่งผลงานทุกอย่างทั้ง รูปเล่ม CD ซึ่งมีไฟล์รูปเล่มโครงงานและPowerPoint นาเสนอ เครื่องมือและอุปกรณ์ที่ใช้ 1. Facebook group (พราว) 2. Microsoft Word 3. Microsoft PowerPoint 4. Paint 5. Computer หรือ Laptop 6. กระดาษ A4 7. เครื่องเขียนเบื้องต้น 8. Printer 9. สันรูดและปกใส 1 ชุด 10. แผ่น CD งบประมาณ เรียกเก็บจากสมาชิกคนละประมาณ 100 บาท
  6. 6. ขั้นตอนและแผนดาเนินงาน ลาดับ ที่ ขั้นตอน สัปดาห์ที่ ผู้รับผิดชอบ 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 1 คิดหัวข้อโครงงาน จิรภรณ์ 2 ศึกษาและค้นคว้าข้อมูล วริษฐา 3 จัดทาโครงร่างงาน ทุกคน 4 ปฏิบัติการสร้างโครงงาน ทุกคน 5 ปรับปรุงทดสอบ จิรภรณ์ 6 การทาเอกสารรายงาน ทุกคน 7 ประเมินผลงาน คุณครูและเพื่อนๆ 8 นาเสนอโครงงาน ทุกคน ผลที่คาดว่าจะได้รับ (ผลลัพธ์ที่ต้องการให้เกิดขึ้นเมื่อสิ้นสุดการทาโครงงาน) 1. ผู้บริโภคได้รู้จักอาหารฟิวชันอย่างกว้างขวาง 2. มีทักษะในการทาอาหารฟิวชันเบื้องต้น 3. มีประสบการณ์การสืบค้นข้อมูล ในโซเชียลเน็ตเวิร์ต 4. สามารถทางานเป็นหมู่คณะได้ดี 5. โครงงานชิ้นนี้จะเป็นประโยชน์กับคนรุ่นหลังๆ สถานที่ดาเนินการ บ้านของแต่ละคน, ห้องคอม ตึก 10 โรงเรียนยุพราชวิทยาลัยและศูนย์การเรียนรู้สะเต็มศึกษา เชียงใหม่ กลุ่มสาระการเรียนรู้ที่เกี่ยวข้อง -การงานอาชีพและเทคโนโลยี -ภาษาต่างประเทศ (English) -คณิตศาสตร์ แหล่งอ้างอิง (เอกสาร หรือแหล่งข้อมูลต่าง ๆ ที่นามาใช้การทาโครงงาน) -Facebook group “พราว” - https://th.answers.yahoo.com/question/index?qid=20110115184739AAQvCnl - Thai Restaurant Association of Australia

×