Successfully reported this slideshow.
We use your LinkedIn profile and activity data to personalize ads and to show you more relevant ads. You can change your ad preferences anytime.
กิจกรรมที่ 5 พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฉบับล่าสุด พ.ศ. 2558
จัดทาโดย
นางสาว วริษฐา นกมีรอด เลขที่ 3 ชั้น ม.6/9
ไอซีที จัดประชุมรับฟ...
ประเด็นที่ 2 คัดลอกไฟล์ จาคุกสูงสุด 3 ปี
สิ่งใหม่ในกฎหมายนี้ คือมีมาตรา 16 ที่ เพิ่มมาว่า “ผู้ใดสาเนา ข้อมูลคอมพิวเตอร์ของ...
ประเด็นที่ 4 ยังเอาผิดกับเนื้อหา
มาตรา 24 (1) นาเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลที่ไม่ตรงต่อความเป็นจริง โดยประการที่น่าจะ...
เกลียดชัง หรือได้รับความอับอาย หรือเพื่อให้ผู้หนึ่งผู้ใดหลงเชื่อว่าเป็นข้อมูลที่แท้จริง ต้องระวางโทษจาคุกไม่เกิน 3 ปี
หรือ...
ประเด็นที่ 7 เก็บโปรแกรมทะลุทะลวงไว้ คุกหนึ่งปี
มาตรา 23 ผู้ใดผลิต จาหน่าย จ่ายแจก ทาซ้า มีไว้ หรือทาให้แพร่หลายโดยประการใ...
หน่วยงานนี้เพิ่งตั้งขึ้นเป็นทางการประกาศผ่าน “พระราชกฤษฎีกาจัดตั้งสานักงานพัฒนาธุรกรรมทาง
อิเล็คทรอนิสก์ พ.ศ. 2554″ เมื่อว...
8%B2%E0%B8%99%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%92%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%98%E0%B8%B
8%E0%B8%A3%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1...
Upcoming SlideShare
Loading in …5
×

กิจกรรมที่ 5 พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฉบับล่าสุด พ.ศ. 2558

484 views

Published on

กิจกรรมที่ 5 พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฉบับล่าสุด พ.ศ. 2558

จัดทำโดย

นางสาว วริษฐา นกมีรอด เลขที่ 3 ชั้น ม.6/9

Published in: Education
  • Login to see the comments

  • Be the first to like this

กิจกรรมที่ 5 พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฉบับล่าสุด พ.ศ. 2558

  1. 1. กิจกรรมที่ 5 พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฉบับล่าสุด พ.ศ. 2558 จัดทาโดย นางสาว วริษฐา นกมีรอด เลขที่ 3 ชั้น ม.6/9 ไอซีที จัดประชุมรับฟังและให้ความคิดเห็นเกี่ยวกับการปรับปรุงแก้ไขพระราชบัญญัติ ว่า ด้วยการกระทา ความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ โดยเชิญตัวแทนผู้ประกอบการด้านต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม โดยในการประชุม ดังกล่าว มีการแจกเอกสารร่าง พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฉบับใหม่ที่กระทรวงไอซีทีจัดทาขึ้นด้วย ร่างกฎหมายนี้ เขียนขึ้นเพื่อให้ยกเลิก พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 ทั้งฉบับ และให้ใช้ร่างฉบับใหม่นี้ แทน อย่างไรก็ดี โครงสร้างของเนื้อหากฎหมายมีลักษณะคล้ายคลึงฉบับเดิม โดยมีสาระสาคัญที่ต่างไป ดังนี้ ประเด็นที่ 1 เพิ่มนิยาม “ผู้ดูแลระบบ” มาตรา 4 เพิ่มนิยามคาว่า “ผู้ดูแลระบบ” หมายความว่า “ผู้มีสิทธิเข้าถึงระบบคอมพิวเตอร์ที่ให้บริการแก่ผู้อื่น ในการเข้าสู่อิน เทอร์เน็ต หรือให้สามารถติดต่อถึงกันโดยประการอื่น โดยผ่านทางระบบคอมพิวเตอร์ ทั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็น การดูแลเพื่อประโยชน์ของตนเองหรือเพื่อประโยชน์ของบุคคลอื่น” ในกฎหมายเดิมมีการกาหนดโทษของ “ผู้ให้บริการ” ซึ่งหมายถึงผู้ที่ให้บริการแก่บุคคลอื่นในการเข้าสู่ อินเทอร์เน็ต หรือให้บริการเก็บรักษาข้อมูลคอมพิวเตอร์ ซึ่งมีการวิพากษ์วิจารณ์กันมากว่า การพยายามเอาผิดผู้ ให้บริการซึ่งถือเป็น “ตัวกลาง”ในการสื่อสาร จะส่งผลต่อความหวาดกลัวและทาให้เกิดการเซ็นเซอร์ตัวเอง อีกทั้งในแง่ ของกฎหมายคาว่าผู้ให้บริการก็ตีความได้อย่างกว้างขวาง คือแทบจะทุกขั้นตอนที่มีความเกี่ยวข้องในการเข้าถึงข้อมูล ข่าวสารก็ล้วนเป็น ผู้ให้บริการทั้งสิ้น สาหรับร่างฉบับใหม่ที่เพิ่มนิยามคาว่า “ผู้ดูแลระบบ” ขึ้นมานี้ อาจหมายความถึงเจ้าของเว็บไซต์เว็บมาสเตอร์ แอดมินระบบเครือข่าย แอดมินฐานข้อมูล ผู้ดูแลเว็บบอร์ด บรรณาธิการเนื้อหาเว็บ เจ้าของบล็อก ขณะที่ “ผู้ ให้บริการ” อาจหมายความถึงผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต ตามร่างกฎหมายนี้ ตัวกลางต้องรับโทษเท่ากับผู้ที่กระทาความผิด เช่น หากมีการเขียนข้อมูลที่ไม่ตรงกับความ จริง กระทบกระเทือนต่อความมั่นคง ผู้ดูแลระบบและผู้ให้บริการที่จงใจหรือยินยอมมีความผิดทางอาญาเท่ากับผู้ที่ กระทาความผิด และสาหรับความผิดต่อระบบคอมพิวเตอร์ เช่น การเจาะระบบ การดักข้อมูล หากผู้กระทานั้นเป็น ผู้ดูแลระบบเสียเอง จะมีโทษ 1.5 เท่า ของอัตราโทษที่กาหนดกับคน ทั่วไป
  2. 2. ประเด็นที่ 2 คัดลอกไฟล์ จาคุกสูงสุด 3 ปี สิ่งใหม่ในกฎหมายนี้ คือมีมาตรา 16 ที่ เพิ่มมาว่า “ผู้ใดสาเนา ข้อมูลคอมพิวเตอร์ของผู้อื่นโดยมิชอบ โดย ประการที่น่าจะเกิดความเสียหายต่อผู้อื่น ต้องระวางโทษจาคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 50,000 บาท หรือทั้งจาทั้ง ปรับ” การทาสาเนาคอมพิวเตอร์ อาจหมายถึงการคัดลอกไฟล์ การดาว์นโหลดไฟล์จากเว็บไซต์ต่าง ๆ มาตรานี้อาจ มีไว้ใช้เอาผิดกรณีการละเมิดลิขสิทธิ์ภาพยนตร์หรือเพลง แต่แนวทางการเขียนเช่นนี้อาจกระทบไปถึงการแบ็กอัป ข้อมูล การเข้าเว็บแล้วเบราว์เซอร์ดาว์นโหลดมาพักไว้ในเครื่ องโดยอัตโนมัติหรือที่ เรียกว่า“แคช” (cache เป็น เทคนิคที่ ช่วยให้เรียกดูข้อมูลได้รวดเร็วขึ้น โดยเก็บข้อมูลที่เคยเรียกดูแล้วไว้ในเครื่ อง เพื่อให้การดูครั้งต่อไป ไม่ต้องโหลดซ้า) ซึ่ง ผู้ใช้อาจมิได้มีเจตนาหรือกระทั่งรับรู้ว่ามีกระทาการดังกล่าว ประเด็นที่ 3 มีไฟล์ลามกเกี่ยวกับเด็ก ในมาตรา 25 “ผู้ใดครอบครองข้อมูลคอมพิวเตอร์ ซึ่งมีลักษณะอันลามกที่เกี่ยวข้องกับเด็กหรือเยาวชน ต้อง ระวางโทษจาคุกไม่เกิน 6 ปี หรือปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือทั้งจาทั้งปรับ” เป็นครั้งแรกที่มีการระบุขอบเขตเรื่ องลามกเด็กหรือเยาวชนโดยเฉพาะขึ้น แต่อย่างไรก็ดี ยังมีความคลุมเครือ ว่า ลักษณะอันลามกที่เกี่ยวข้องกับเด็กและเยาวชนนั้นหมายความอย่างไร นอกจากนี้ มาตราดังกล่าวยังเป็นการเอาผิด ที่ผู้บริโภค ซึ่งมีความน่ากังวลว่า การชี้วัดที่ “การครอบครอง” อาจทาให้เกิดการเอาผิดที่ไม่เป็นธรรม เพราะธรรมชาติ การเข้าเว็บทั่วไป ผู้ใช้ย่อมไม่อาจรู้ได้ว่าการเข้าชมแต่ละครั้งดาว์นโหลดไฟล์ใดมาโดย อัตโนมัติบ้าง และหากแม้ คอมพิวเตอร์ถูกตรวจแล้วพบว่ามีไฟล์โป๊เด็ก ก็ไม่อาจหมายความได้ว่าผู้นั้นเป็นเจ้าของ หรือเป็นผู้ดูผู้ชม
  3. 3. ประเด็นที่ 4 ยังเอาผิดกับเนื้อหา มาตรา 24 (1) นาเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลที่ไม่ตรงต่อความเป็นจริง โดยประการที่น่าจะเกิดความ เสียหายต่อความมั่นคงของประเทศหรือก่อให้เกิดความ ตื่นตระหนกแก่ประชาชน เนื้อความข้างต้น เป็นการรวมเอาข้อความในมาตรา14 (1) และ (2) ของ กฎหมายปัจจุบันมารวมกัน ทั้งนี้ หากย้อนไปถึงเจตนารมณ์ดั้งเดิมก่อนจะเป็นข้อความดังที่เห็น มาจากความพยายามเอาผิดกรณีการทาหน้าเว็บ เลียนแบบให้เข้าใจว่าเป็นหน้าเว็บ จริงเพื่อหลอกเอาข้อมูลส่วนบุคคล (phishing) จึง เขียนกฎหมายออกมาว่า การทา ข้อมูลคอมพิวเตอร์ปลอมถือเป็นความผิด แต่เมื่อแนวคิดนี้มาอยู่ในมือนักกฎหมายและเจ้าหน้าที่ ได้ตีความคา ว่า “ข้อมูลคอมพิวเตอร์ปลอม” เสียใหม่ กลายเป็นเรื่ องการเขียนเนื้อหาอันเป็นเท็จ และนาไปใช้เอาผิดฟ้องร้อง กันในเรื่ องการหมิ่นประมาท ความเข้าใจผิดนี้ยังดารงอยู่และต่อเนื่ องมาถึงร่างนี้ซึ่งได้ปรับถ้อยคาใหม่ และกากับด้วย ความน่าจะเสียหายต่อความมั่นคงของประเทศหรือก่อให้เกิดความตื่น ตระหนกแก่ประชาชน มีโทษจาคุกสูงสุด 5 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจาทั้งปรับ หากพิจารณาจากประสบการณ์ของเจ้าหน้าที่รัฐในการดาเนินคดีคอมพิวเตอร์ที่ ผ่านมา ปัญหานี้ก่อให้เกิด การเอาผิดประชาชนอย่างกว้างขวาง เพราะหลายกรณี รัฐไทยเป็นฝ่ายครอบครองการนิยามความจริง ปกปิดความจริง ซึ่งย่อมส่งผลให้คนหันไปแสดงความคิดเห็นในอินเทอร์เน็ตแทน อันอาจถูกตีความได้ว่ากระทบต่อความไม่มั่นคง ของ “รัฐบาล” ข้อความกฎหมายลักษณะนี้ ยังขัดต่อสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานในการแสดงความคิดเห็นโดยไม่จาเป็น ประเด็นที่ 5 ดูหมิ่น ผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 26 ผู้ใดนาเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ที่ประชาชนทั่วไปอาจเข้าถึงได้ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่ปรากฏเป็น ภาพ ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้อื่น หรือข้อมูลอื่นใด โดยประการที่น่าจะทาให้บุคคลอื่นเสียหาย เสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น ถูก
  4. 4. เกลียดชัง หรือได้รับความอับอาย หรือเพื่อให้ผู้หนึ่งผู้ใดหลงเชื่อว่าเป็นข้อมูลที่แท้จริง ต้องระวางโทษจาคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจาทั้งปรับ ที่ผ่านมามีความพยายามฟ้องคดีหมิ่นประมาทซึ่งกันและกันโดยใช้ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ จานวนมาก แต่การ กาหนดข้อหายังไม่มีมาตราใดใน พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 ที่จะใช้ได้อย่างตรงประเด็น มีเพียงมาตรา 14 (1) ที่ ระบุเรื่ องข้อมูลอันเป็นเท็จดังที่กล่าวมาแล้ว และมาตรา 16 ว่าด้วยภาพตัดต่อในร่าง พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฉบับใหม่ได้ สร้างความสะดวกให้เจ้าหน้าที่ใช้ตั้งข้อหาการ ดูหมิ่นต่อกันได้ง่ายขึ้น ข้อสังเกตคือ ความผิดตามร่างฉบับใหม่นี้กาหนดให้การดูหมิ่น หรือหมิ่นประมาทมีโทษจาคุก 3 ปี หรือปรับไม่ เกิน 100,000 บาท ทั้งที่การหมิ่นประมาทในกรณีปกติ ตามประมวลกฎหมายอาญามีโทษจาคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่ เกิน 20,000 บาท ประเด็นที่ 6 ส่งสแปม ต้องเปิ ดช่องให้เลิกรับบริการ มาตรา 21 ผู้ใดส่งข้อมูลคอมพิวเตอร์หรือจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ เป็นจานวนตามหลักเกณฑ์ที่รัฐมนตรี ประกาศกาหนด เพื่อประโยชน์ทางการค้าจนเป็นเหตุให้บุคคลอื่นเดือดร้อนราคาญ และโดยไม่เปิดโอกาสให้ผู้รับ ข้อมูลคอมพิวเตอร์หรือจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ สามารถบอกเลิกหรือแจ้งความประสงค์เพื่อปฏิเสธการตอบรับได้ ต้อง ระวางโทษจาคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจาทั้งปรับ จากที่กฎหมายเดิมกาหนดเพียงว่าการส่งจดหมายรบกวน หากเป็นการส่งโดยปกปิดหรือปลอมแปลง แหล่งที่มา ถือว่าผิดกฎหมาย ในร่างฉบับใหม่แก้ไขว่า หากการส่งข้อมูลเพื่อประโยชน์ทางการค้า โดยไม่เปิดโอกาสให้ ผู้รับสามารถบอกเลิกหรือแจ้งความประสงค์เพื่อปฏิเสธการ บอกรับได้ ทั้งนี้อัตราโทษลดลงจากเดิมที่กาหนดโทษปรับ ไม่เกิน 100,000 บาท มาเป็นจาคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 หรือทั้งจาทั้งปรับ ทั้งนี้ ยังต้องตั้งข้อสังเกตด้วยว่า หากการส่งข้อมูลดังกล่าว แม้จะเป็นเหตุให้บุคคลอื่นเดือดร้อนราคาญ แต่ ไม่ได้ทาไปเพื่อประโยชน์ทางการค้า ก็จะไม่ผิดตามร่างฉบับใหม่นี้
  5. 5. ประเด็นที่ 7 เก็บโปรแกรมทะลุทะลวงไว้ คุกหนึ่งปี มาตรา 23 ผู้ใดผลิต จาหน่าย จ่ายแจก ทาซ้า มีไว้ หรือทาให้แพร่หลายโดยประการใด ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ ชุดคาสั่ง หรืออุปกรณ์ที่จัดทาขึ้นโดยเฉพาะ เพื่อนาไปใช้เป็นเครื่ องมือในการกระทาความผิดตาม มาตรา 15 มาตรา 16 มาตรา 17 มาตรา 18 มาตรา 19 และมาตรา 20 ต้องระวางโทษจาคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับ ไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจาทั้งปรับ น่าสังเกตว่า เพียงแค่ทาซ้าหรือมีไว้ซึ่งโปรแกรมที่ใช้เจาะระบบ การก๊อปปี้ดาวน์โหลดไฟล์อย่างทอร์เรนท์ การ ดักข้อมูล การก่อกวนระบบ ก็มีความผิดจาคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 20,000 บาท เรื่ องนี้น่าจะกระทบต่อการศึกษา ด้านวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์โดยตรง ประเด็นที่ 8 เพิ่มโทษผู้เจาะระบบ สาหรับกรณีการเข้าถึงระบบคอมพิวเตอร์ หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์ของผู้อื่นโดยมิชอบ เดิมกาหนดโทษจาคุกไว้ ไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท ร่างกฎหมายใหม่เพิ่มเพดานโทษเป็นจาคุกไม่เกิน 2ปี หรือปรับไม่ เกิน 40,000 บาท (เพิ่มขึ้น 4 เท่า) ประเด็นที่ 9 ให้หน้าที่หน่วยใหม่ สานักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) ร่างกฎหมายนี้กาหนดหน้าที่ให้หน่วยงานซึ่งมีชื่อว่า “สานักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การ มหาชน)” เรียกโดยย่อว่า “สพธอ.” และให้ใช้ชื่อเป็นภาษาอังกฤษว่า “Electronic Transactions Development Agency (Public Organization)” เรียกโดยย่อว่า “ETDA” เป็นองค์การมหาชนภายใต้การกากับดูแลของกระทรวง ไอซีที
  6. 6. หน่วยงานนี้เพิ่งตั้งขึ้นเป็นทางการประกาศผ่าน “พระราชกฤษฎีกาจัดตั้งสานักงานพัฒนาธุรกรรมทาง อิเล็คทรอนิสก์ พ.ศ. 2554″ เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2554 โดยเริ่มมีการโอนอานาจหน้าที่และจัดทาระเบียบ สรรหา ประธานและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2554 ในร่าง พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฉบับใหม่นี้ กาหนดให้สานักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การ มหาชน) มีบทบาทเป็นฝ่ายเลขานุการของ “คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการกระทาความผิดทาง คอมพิวเตอร์” ภายใต้ร่าง พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ฉบับที่กาลังร่างนี้ นอกจากนี้ หากคดีใดที่ต้องการสอบสวนหาตัวผู้กระทาความผิดซึ่งอยู่ในต่างประเทศ จะเป็นอานาจหน้าที่ของ สานักงานอัยการสูงสุด ในร่างกฎหมายนี้กาหนดว่า พนักงานสอบสวนอาจร้องขอให้สานักงานพัฒนาธุรกรรมทาง อิเล็กทรอนิกส์(องค์การ มหาชน) เป็นผู้ประสานงานกลางให้ได้ข้อมูลมา ประเด็นที่ 10 ตั้งคณะกรรมการ สั.ดส่วน 8 – 3 – 0 : รัฐตารวจ-ผู้ทรงคุณวุฒิ-ประชาชน ร่างกฎหมายนี้เพิ่มกลไก “คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการกระทาความผิดทาง คอมพิวเตอร์” ประกอบด้วย – นายกรัฐมนตรี เป็นประธานกรรมการ – รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เป็นรองประธานกรรมการ – รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ผู้บัญชาการ ตารวจแห่งชาติ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ผู้อานวยการสานักข่าวกรองแห่งชาติ และกรรมการ ผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งโดยระบุตัวบุคคลจากผู้มีความรู้ ความเชี่ยวชาญและประสบการณ์เป็นที่ประจักษ์ ในด้านกฎหมาย วิทยาศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ การเงินการธนาคาร หรือสังคมศาสตร์จานวนสามคน โดยให้กรรมการ ผู้ทรงคุณวุฒิอยู่ในตาแหน่งคราวละ 4 ปี คณะกรรมการชุดนี้ ให้ผู้แทนจากสานักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์(องค์กรมหาชน),สานักงาน กากับการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ (สังกัดกระทรวงไอซีที), สานักคดีเทคโนโลยี (สังกัดกรมสอบสวนคดีพิเศษ กระทรวง ยุติธรรม), และ กลุ่มงานตรวจสอบและวิเคราะห์การกระทาความผิดทางเทคโนโลยี กองบังคับการสนับสนุนทาง เทคโนโลยี (บก.สสท.) (สังกัดสานักงานตารวจแห่งชาติ) เป็นเลขานุการร่วมกัน คณะกรรมการชุดนี้มีอานาจหน้าที่แต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่ตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ออกระเบียบ ประกาศ ตามที่กาหนดใน พ.ร.บ.นี้ และมีอานาจเรียกบุคคลมาให้ถ้อยคาหรือส่งเอกสารหลักฐาน รวมถึง“ปฏิบัติการอื่น ใด” เพื่อให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติ โดยให้ถือว่าคณะกรรมการและอนุกรรมการเป็นเจ้าพนักงานตามประมวล กฎหมายอาญา ขอบคุณ ข้อมูล และรูปภาพจาก  https://www.google.co.th/search?hl=en&biw=1280&bih=631&noj=1&tbm=isch&sa=1&q=%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B8% 99%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%92 %E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%98%E0%B8%B8%E0%B8%A3%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E 0%B8%A1%E0%B8%97%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%AD%E0%B8%B4%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0% B9%87%E0%B8%81%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8 %AA%E0%B9%8C+&oq=%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%87%E0%B
  7. 7. 8%B2%E0%B8%99%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%92%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%98%E0%B8%B 8%E0%B8%A3%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%97%E0%B8%B2%E0%B8%87% E0%B8%AD%E0%B8%B4%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B9%87%E0%B8%81%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0 %B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%AA%E0%B9%8C+&gs_l=img.12...132697.133097.0.1 34669.1.1.0.0.0.0.145.145.0j1.1.0....0...1c.1.64.img..1.0.0.dEdEHts6D20#imgrc=fRqLiqk2LLhyHM%3A

×