Successfully reported this slideshow.
We use your LinkedIn profile and activity data to personalize ads and to show you more relevant ads. You can change your ad preferences anytime.

3การแลกเปลี่ยนแก๊ส

82,558 views

Published on

Published in: Education
  • อยากจะถามอยู่สองคำถามค้ะ
    1.กระบวนการหายจ เกิดขึ้นกัยทุกเซลล์หรือไม่ อย่างไร
    2.การลำเลียงออกซิเจนจากปอดไปยังหัวใจ มีสารใดเป็นตัวช่วยลำเลียง
    #ตอบหน่อยนะค้ะไม่รู้จริงๆค่ะTT
       Reply 
    Are you sure you want to  Yes  No
    Your message goes here
  • ขอบคุณนะค่ะ
       Reply 
    Are you sure you want to  Yes  No
    Your message goes here

3การแลกเปลี่ยนแก๊ส

  1. 1. การแลกเปลี่ยนแก๊ส ครูฉวีวรรณ นาคบุตร โรงเรียนบ้านสวน(จั่นอนุสรณ์)
  2. 2. การลาเลียงแก๊ส O2 ในเลือด มี 2 วิธี
  3. 3. การลาเลียงก๊าซ O2 ด้วยฮีโมโกลบิน Deoxyhemoglobin (เลือดดา) (เลือดแดง) Oxyhemoglobin
  4. 4. การลาเลียงก๊าซ O2 - ก๊าซ O2 จะถูกลาเลียงด้วย การจับกับโมเลกุลฮีโมโกลบิน ในเซลล์เม็ดเลือดแดงด้วย อัตราส่วน 4 : 1
  5. 5. การแลกเปลี่ยนแก๊สกับการลาเลียงแก๊ส
  6. 6. การลาเลียงแก๊ส CO2 จากเซลล์และเนื้อเยื่อไปยังปอด แบ่งเป็น 4 ทาง คือ 1. การขนส่งแก๊ส CO2ในน้าเลือด วิธีนี้เกิดขึ้นประมาณ 5%ของ CO2ทั้งหมด 2. การขนส่งแก๊ส CO2 ในรูปกรดคาร์บอนิก (H2CO3) วิธีนี้เกิดน้อยมาก เพราะ H2CO3 จะแตกตัวเป็น H+ และ HCO3 - ตลอดเวลา 3. การขนส่งแก๊ส CO2 ในรูปของไฮโดรเจนคาร์บอเนตไอออน (HCO3 -) วิธีนี้เกิดขึ้นประมาณ 60% ของ CO2ทั้งหมด 4. การขนส่งแก๊ส CO2 ในรูปคาร์บามิโนฮีโมโกลบิน(HbCO2) วิธีนี้เกิดขึ้นประมาณ 10% ของ CO2ทั้งหมด
  7. 7. การลาเลียงก๊าซ CO2 1. ก๊าซ CO2 จากเซลล์ต่างๆ ของร่างกายจะถูกลาเลียงเข้าไป ในเซลล์เม็ดเลือดแดงโดยทา ปฏิกิริยากับน้ากลายเป็นกรด คาร์บอนิก (H2CO3 ) โดยมี เอนไซม์ในเม็ดเลือดแดงคือ carbonic anhydrase ช่วย เร่งปฏิกิริยา
  8. 8. 2. กรดคาร์บอนิกก็จะสลาย กลายเป็น H+ และไฮโดรเจน คาร์บอเนตไอออน(HCO3 -) เข้า สู่พลาสมา H+ ถูกกาจัดโดยระบบบัฟเฟอร์ ของฮีโมโกลบิน HCO3 - จะทาให้ พลาสมามีประจุลบเพิ่มขึ้น จึง ต้องมีการปรับประจุไฟฟ้า โดย Cl-จากน้าเลือดเคลื่อนผ่านเยื่อ หุ้มเซลล์เม็ดเลือดแดงเข้าสู่ภายใน จนประจุสมดุล และ HCO3 - ก็ จะถูกขนส่งไปยังปอดต่อไป การลาเลียงก๊าซ CO2
  9. 9. การลาเลียงก๊าซ CO2 3. เมื่อเลือดถูกสูบฉีดมาถึง หลอดเลือดฝอยรอบถุงลม H+ และ HCO3 - จะรวมตัว กลายเป็นกรดคาร์บอนิกอีกครั้ง 4. กรดคาร์บอนิกสลายตัวเป็น น้าและก๊าซ CO2 โดยก๊าซนี้จะ แพร่เข้าไปยังถุงลมภายในปอด
  10. 10. เป็นการแลกเปลี่ยนก๊าซ O2 จากถุงลมเข้าสู่โลหิต และก๊าซ CO2 จากโลหิตเข้าสู่ถุงลม
  11. 11. การแพร่แบบฟาซิลิเทต (facilitated diffusion) คือ การเคลื่อนที่ของโมเลกุลของสารผ่านเยื่อเลือกผ่านจาก บริเวณที่มีความเข้มข้นของสารสูงไปยังบริเวณที่มีความเข้มข้นของ สารต่า โดยอาศัยโมเลกุลของโปรตีนที่เป็นองค์ประกอบของเยื่อ หุ้มเซลล์เป็นตัวพา (carrier protein) ตัวพาจะจับกับสารที่ถูกลาเลียงแล้วพาผ่านเยื่อหุ้มเซลล์ เมื่อ ผ่านไปแล้วจึงสลายตัวปล่อยสารที่ลาเลียงไว้ แล้วตัวพาก็กลับมา ทาหน้าที่ลาเลียงสารใหม่ การลาเลียงวิธีนี้ไม่ต้องใช้พลังงาน
  12. 12. การแพร่แบบฟาซิลิเทต (facilitated diffusion)
  13. 13. คาถาม การแลกเปลี่ยนแก๊สเกิดขึ้นที่ส่วนใดบ้าง เกิดขึ้น 2 แห่ง แห่งแรกเกิดที่ถุงลมกับหลอดเลือดฝอย อีกแห่งหนึ่ง เกิดขึ้นที่หลอดเลือดฝอยกับเซลล์ทั่วไปของร่างกาย ตอบ
  14. 14. คาถาม เซลล์ของเนื้อเยื่อปอดต้องการออกซิเจนหรือไม่ เพราะเหตุใด ตอบ ต้องการ เพราะเนื้อเยื่อของปอดต้องใช้พลังงานในการทากิจกรรมใน เซลล์ เช่นเดียวกับเซลล์อื่นๆ ของร่างกาย
  15. 15. คาถาม เนื้อเยื่อของปอดได้รับออกซิเจนโดยวิธีใด ตอบ แพร่จากหลอดเลือดฝอยที่มาหล่อเลี้ยงเนื้อเยื่อของปอด
  16. 16. คาถาม ฮีโมโกลบินรวมตัวกับแก๊สคาร์บอนมอนอกไซด์ได้ดีกว่าออกซิเจน และ ไม่ยอมปล่อยแก๊สคาร์บอนมอนอกไซด์ออกมาง่ายๆ นักเรียนคิดว่าจะ เกิดผลอย่างไร ถ้าร่างกายได้รับแก๊สคาร์บอนมอนอกไซด์เป็นปริมาณ มาก ตอบ แก๊สนี้จะไปรวมตัวกับฮีโมโกลบินของเซลล์เม็ดเลือดแดงได้ดีกว่าแก๊สออกซิเจน ทาให้หลอดเลือดลาเลียงออกซิเจนได้น้อยลง หัวใจจึงต้องบีบตัวเร็วขึ้น เพื่อให้มีการลาเลียงออกซิเจนได้มากขึ้น หัวใจจึงต้องบีบตัวเร็วขึ้น เพื่อให้มี การลาเลียงออกซิเจนไปยังส่วนต่างๆ ของร่างกายได้เพียงพอ
  17. 17. คาถาม แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์จากเซลล์ต่างๆ ที่เข้าสู่หลอดเลือดฝอยจะมีการ เปลี่ยนแปลงอย่างไรบ้าง ตอบ แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ส่วนใหญ่จะทาปฏิกิริยากับน้าในเซลล์เม็ดเลือดแดง ได้เป็นกรดคาร์บอนิก ซึ่งจะแตกตัวเป็นไฮโดรเจนคาร์บอเนตไอออนและ ไฮโดรเจนไอออนและแพร่ออกสู่พลาสมา
  18. 18. คาถาม สารใดมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงค่า pH ของพลาสมา ตอบ แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ คาถาม นักเรียนทราบหรือไม่ว่า บริเวณใดในร่างกายมีโมเลกุลของออกซิเจน หนาแน่นมากที่สุดและน้อยที่สุด ตอบ มากที่สุดคือที่ปอดหรือในถุงลม และน้อยที่สุดคือที่เนื้อเยื่อ ต่างๆ ของร่างกาย
  19. 19. คาถาม บริเวณใดมีโมเลกุลของคาร์บอนไดออกไซด์หนาแน่นมากที่สุด และน้อย ที่สุด เพราะเหตุใดจึงเป็นเช่นนั้น ตอบ หนาแน่นมากที่สุดคือที่เนื้อเยื่อต่างๆ ของร่างกาย เพราะเซลล์ต่างๆ ของ เนื้อเยื่อมีการสลายสารอาหารโดยใช้แก๊สออกซิเจน และปล่อยแก๊ส คาร์บอนไดออกไซด์ ส่วนบริเวณน้อยที่สุดคือที่ปอดหรือในถุงลม เพราะ เป็นอากาศที่หายใจเข้ามามีแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์เป็นส่วนประกอบประมาณ ร้อยละ 0.03
  20. 20. คาถาม แก๊สออกซิเจนที่ผ่านเข้าไปในปอดจะแพร่เข้าสู่เลือดได้ทั้งหมดหรือไม่ เพราะเหตุใด ตอบ แก๊สออกซิเจนที่ผ่านเข้าไปในปอดจะแพร่เข้าสู่เลือดได้ไม่ทั้งหมด เพราะในลม หายใจออกยังมีปริมาณออกซิเจนจานวนหนึ่งออกมา
  21. 21. The End

×