CloudComputing

1,930 views

Published on

การศึกษาระบบ cloudcomputing@iCloud

Published in: Technology
0 Comments
0 Likes
Statistics
Notes
  • Be the first to comment

  • Be the first to like this

No Downloads
Views
Total views
1,930
On SlideShare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
4
Actions
Shares
0
Downloads
47
Comments
0
Likes
0
Embeds 0
No embeds

No notes for slide

CloudComputing

  1. 1. Cloud Computing By Apple จัดทำโดย นิสิตปริญญาโท สาขาเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยนเรศวร
  2. 2. ผู้จัดทำ <ul><ul><li>นายทศพล จันทร์พวง    54074182  </li></ul></ul><ul><li>นายปริญญา กองทอง    54074229  </li></ul><ul><li>นายกัลยกร กฤชพงศ์วรา    54074304 </li></ul><ul><li>นาวสาวสุรีย์พร สุวรรณอ่อน   54074335 </li></ul><ul><li>นายภาณุราช นิตยชาติ    54078067 </li></ul><ul><li>จ่าสิบเอกพิพัฒน์ ลาโภ 52076874 </li></ul>
  3. 3. ทำไมต้องเป็น Cloud สาเหตุที่มีชื่อว่า Cloud Computing ก็มาจากสัญลักษณ์รูปเมฆ ( Cloud) ที่เราใช้แทนเครือข่ายอินเตอร์เน็ต ลองดูตัวอย่างได้จากโปรแกรม Microsoft Visio อย่างเวลาเราจะวาดแผนผังเครือข่าย สัญลักษณ์ของเครือข่ายอินเตอร์เน็ตก็คือรูปเมฆ
  4. 4. นิยามของคลาวด์คอมพิวติ้ง คลาวด์คอมพิวติ้ง เป็นลักษณะของระบบคอมพิวเตอร์ที่อยู่ในรูปแบบของการระจายตามพื้นที่ต่างๆ มีการเชื่อมต่อกันเป็นระบบคลัสเตอร์ ( Cluster Network) ผ่านการจัดสรรทรัพยากรด้วยเทคโนโลยีเวอร์ชวลไลเซชั่น ( Virtualization) เพื่อให้ตอบสนองงานบริการต่างๆ ให้รองรับกับจำนวนผู้ใช้งาน
  5. 5. อีกนิยามหนึ่งของคำว่า คลาวด์คอมพิวติ้ง ( Cloud Computing) <ul><li>นิยามที่สามารถเข้าใจได้ง่ายๆของคำว่า การประมวลผลบนก้อนเมฆ หรือ Cloud computing ที่น่าจะทำให้เข้าใจได้เร็วที่สุดคือ “ เป็นการเอาระบบสารสนเทศของบริษัทไปติดตั้ง หรือโฮสต์บนอินเทอร์เน็ตโดยมีองค์กรภายนอก ( Third Party) เป็นผู้จัด เตรียมทรัพยากรคอมพิวเตอร์และดูแลระบบสารสนเทศของลูกค้าที่ได้นำมาติดตั้ง ” </li></ul>
  6. 6. แนวโน้มการใช้งาน Cloud Computing <ul><li>1) แนวโน้มการใช้งานเว็บ 2.0 </li></ul><ul><li>2) ความต้องการประสิทธิภาพทางด้านการประหยัดพลังงาน </li></ul><ul><li>3) แนวโน้มความต้องการนวัตกรรมต่างๆในทางธุรกิจปัจจุบันบริษัทต่างๆ </li></ul><ul><li>4) ปริมาณข้อมูลที่เพิ่มขึ้นตลอดเวลา </li></ul>
  7. 7. ลักษณะเด่นของระบบคลาวด์ <ul><li>Capital expenditure: ประหยัดงบประมาณในการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านไอที </li></ul><ul><li>Device and location independence: ไม่จำกัดสถานที่ในการใช้งานและอุปกรณ์ แค่สามารถออนไลน์เข้าอินเทอร์เน็ตได้ก็สามารถใช้งานคลาวด์คอมพิวติ้งได้เลย </li></ul><ul><li>Multi-tenancy: กลุ่มผู้ใช้งานมีความต้องการการใช้งานไม่เท่ากัน ทำให้ประหยัดในการลงทุนเพื่อจัดซื้ออุปกรณ์ในการใช้งานในคลาวด์คอมพิวติ้ง </li></ul><ul><li>สามารถจัดการหรือปรับเปลี่ยนระบบได้ง่าย (Sustainability) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้งาน ( Performance) หรือประหยัดการใช้งานทรัพยกรต่างๆ โดยไม่ต้องใช้วิศวกรที่มีความสามารถสูง ลดภาระด้านการจ้างบุคคล </li></ul>
  8. 8. ลักษณะเด่นของระบบคลาวด์ <ul><li>ระบบคลาวด์คอมพิวติ้งจะทำให้ตัวเองกลายเป็นระบบการทำงานต่อเนื่องได้ตลอดเวลา แม้เครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่ายจะล่มไปบ้าง </li></ul><ul><li>Scalability: ระบบคลาวด์ออกแบบให้รองรับการขยายตัวของระบบได้ง่าย เพื่อรองรับปริมาณและความต้องการของผู้รับบริการ </li></ul><ul><li>Security: มีระบบการรักษาความปลอดภัย เพื่อให้ผู้ใช้บริการสามารถมั่นใจในการใช้งาน </li></ul><ul><li>Maintainability: สามารถปรับปรุงระบบหรือซ่อมแซมได้ง่าย เพราะใช้จัดการจากส่วนกลางทั้งหมด </li></ul>
  9. 9. ส่วนประกอบของคลาวด์คอมพิวติ้ง <ul><li>Client: อุปกรณ์สำหรับเข้าใช้งานคลาวด์คอมพิวติ้ง เช่น Mobile, Thin Client </li></ul><ul><li>Services: บริการต่างๆที่เปิดให้บริการบนคลาวด์คอมพิวติ้ง เช่น Web service </li></ul><ul><li>Application: บริการ Software ต่างๆ ที่เปิดให้ใช้งานบนคลาวด์ โดยที่ผู้ใช้บริการไม่จำเป็นต้องลง Software ไว้บนเครื่องของตัวเอง อาจมีการใช้งานรวมกับ Services ด้วย </li></ul><ul><li>Infrastructure: โครงสร้างพื้นฐานที่รองรับกับระบบคลาวด์ โดยใช้ร่วมกับเทคโนโลยีเวอร์ชวลไลเซชั่น (Virtualization) </li></ul><ul><li>Platform: เลือกเทคโนโลยีที่จะนำมาใช้งาน โดยอาจจะเลือกจาก Open Source หรือ Open System ที่มีหลากหลายในท้องตลาด </li></ul><ul><li>Storage: เป็นปัจจัยหลักในการให้บริการ โดยอาจจะให้บริการพื้นที่จัดเก็บข้อมูล หรือรวมไปถึงการให้บริการด้านระบบฐานข้อมูลด้วย </li></ul><ul><li>Standard: ระบบคลาวด์เป็นระบบที่สร้างจาก Open Source หรือ Open System เป็นหลัก ควรเลือก standard ต่างๆที่สามารถปรับเปลี่ยน หรือโยกย้ายได้ง่าย </li></ul>
  10. 10. ผู้ที่เกี่ยวข้องกับระบบคลาวด์คอมพิวติ้ง <ul><li>Provider ( ผู้ให้บริการ ): ผู้ดูแลและจัดการระบบคลาวด์คอมพิวติ้ง </li></ul><ul><li>User ( ผู้ที่เข้ามาใช้การบริการ ): เป็นผู้เช่าใช้ระบบอย่างเดียว </li></ul><ul><li>Vendor ( เจ้าของผลิตภัณฑ์ ): ผู้ที่จำหน่ายระบบโครงสร้างต่างๆ ที่ออกแบบมาเพื่อใช้งานกับคลาวด์คอมพิวติ้งโดยเฉพาะ </li></ul>
  11. 11. Cloud Computing กับความปลอดภัย (Security) <ul><li>ในประเด็นเรื่องความปลอดภัยนั้น อันที่จริงในเชิงเทคนิคลูกค้าหรือผู้ใช้บริการสามารถทำได้ในระดับหนึ่ง เช่น การทำ Virtualization โดยลูกค้ามีสิทธิ์เต็มที่ในลักษณะของผู้ดูแลระบบเพื่อการกำหนดความปลอดภัยให้กับเครื่อง หรือ Virtual Machine ของตน , การใช้ระบบแจ้งเตือนเมื่อมีผู้ดูแลระบบพยายามดูข้อมูลของลูกค้า และการ Monitoring ทั้งห้อง data center จนถึงขั้น capture หน้าจอ admin </li></ul>
  12. 12. ประเภทของระบบการประมวลผลแบบกลุ่มเมฆ <ul><li>ระบบการประมวลผลแบบกลุ่มเมฆแบบส่วนตัว ( Private Cloud) ระบบที่มีการใช้งานเฉพาะภายในองค์กรหรือหน่วยงานใด หน่วยงานหนึ่งเท่านั้น </li></ul><ul><li>ระบบการประมวลผลแบบกลุ่มเมฆแบบสาธารณะ ( Public Cloud) ระบบที่มีการใช้งานแบบสาธารณะ ที่ซึ่งบุคคลโดยทั่วไปสามารถเข้าถึงบริการเหล่านั้นผ่านอินเตอร์เน็ตได้ทันที อาทิ Google Doc, Windows Office Live, Amazon Web Service เป็นต้น </li></ul><ul><li>ระบบการประมวลผลแบบกลุ่มเมฆแบบผสม ( Hybrid Cloud) ระบบที่ทำหน้าที่เชื่อมโยงการใช้งานระหว่างระบบการประมวลผลแบบกลุ่มเมฆแบบส่วนตัวและแบบสาธารณะ เข้าด้วยกันเพื่อให้สามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ </li></ul>
  13. 13. สถาปัตยกรรมการให้บริการของระบบการประมวลผลแบบกลุ่มเมฆ <ul><li>ซอฟต์แวร์ในรูปแบบของบริการ ( Software as a Service (SaaS) </li></ul><ul><li>แพลตฟอร์มในรูปแบบของบริการ (Platform as a Service (PaaS) </li></ul><ul><li>โครงสร้างพื้นฐานในรูปแบบของบริการ ( Infrastructure as a Service (IaaS) </li></ul>
  14. 14. เปรียบเทียบข้อดี ข้อเสีย ของ Cloud Computing   ข้อดี ข้อเสีย 1. ลด ต้นทุนค่าดูแลบำรุงรักษาเนื่องจากค่าบริการได้รวมค่าใช้จ่ายตามที่ใช้งาน จริง เช่น ค่าจ้างพนักงาน ค่าซ่อมแซม ค่าลิขสิทธิ์ ค่าไฟฟ้า ค่าน้ำ ค่าน้ำมันเชื้อเพลิง ค่าอัพเกรด และค่าเช่าคู่สาย เป็นต้น 2. ลดความเสี่ยงจากการเริ่มต้นหรือทดลองโครงการ 3. มีความยืดหยุ่นในการเพิ่มหรือลดระบบตามความต้องการ 4. ได้เครื่องแม่ข่ายที่มีประสิทธิภาพ มีระบบสำรองข้อมูลที่ดี มีเครือข่ายความเร็วสูง 5. มีผู้เชี่ยวชาญดูแลระบบและพร้อมให้บริการช่วยเหลือ 24 ชั่วโมง 1. เนื่อง จากเป็นการใช้ทรัพยากรที่มาจากหลายที่หลายแห่งทำให้อาจมีปัญหาในเรื่องของ ความต่อเนื่องและความเร็วในการเข้าทรัพยากรมากกว่าการใช้บริการ Host ที่ Local หรืออยู่ภายในองค์การของเราเอง 2. ยังไม่มีการรับประกันในการทำงานอย่างต่อเนื่องของระบบและความปลอดภัยของข้อมูล 3. ความไม่มีมาตรฐานของแพลทฟอร์ม ทำให้ลูกค้ามีข้อจำกัดสำหรับตัวเลือกในการพัฒนาหรือติดตั้งระบบ
  15. 15. Cloud Computing VS Apple
  16. 16. สถาปัตยกรรมการให้บริการของระบบการประมวลผลแบบกลุ่มเมฆ <ul><li>ซอฟต์แวร์ในรูปแบบของบริการ ( Software as a Service (SaaS) </li></ul><ul><li>Mail ( จดหมาย ) </li></ul><ul><li>Contact ( เบอร์โทรศัพท์ ) </li></ul><ul><li>Calendar ( ปฏิทิน ) </li></ul><ul><li>Reminders ( กำหนดการต่างๆ ) </li></ul><ul><li>Bookmarks ( บันทึก website สำคัญ ) </li></ul><ul><li>Notes ( เอกสารที่จดไว้ ) </li></ul><ul><li>Photo Stream ( รูปภาพ ) </li></ul><ul><li>Document & Data ( เอกสารการทำงาน และ ข้อมูล ) </li></ul><ul><li>Find My iPhone ( พิกัดต่างๆ ) *** ในกรณีเครื่องหาย </li></ul>
  17. 17. สถาปัตยกรรมการให้บริการของระบบการประมวลผลแบบกลุ่มเมฆ <ul><li>แพลตฟอร์มในรูปแบบของบริการ </li></ul><ul><li>(Platform as a Service (PaaS) </li></ul><ul><li>- iOS 5 </li></ul><ul><li>โครงสร้างพื้นฐานในรูปแบบของบริการ </li></ul><ul><li>( Infrastructure as a Service (IaaS) </li></ul>
  18. 18. An Illustrated History of Apple
  19. 19. History of the Apple Logo โลโก้นิวตัน : ปี 1976-1976 โลโก้ Apple อันแรกออกแบบในปี  1976 โดยโรนัลด์ เวนน์ ( หนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้ง Apple) โลโก้เป็นภาพของเซอร์ ไอแซค นิวตันที่นั่งอยู่ใต้ต้นไม้ และมีผลแอ๊ปเปิ้ลห้อยอยู่เหนือหัวของเขา ในกรอบเล็กๆของรูป เขียนไว้ว่า &quot; นิวตัน ... จิตที่ท่องไปในกระแสแห่งความคิดอันประหลาดตลอดกาล ... ตามลำพัง &quot;
  20. 20. History of the Apple Logo โลโก้สายรุ้ง : ปี 1976-1998 โลโก้นิวตันอยู่ได้ไม่นานนัก เมื่อร็อบ จานอฟ ออกแบบโลโก้ให้ทันสมัยขึ้น ส่วนเรื่องรอยกัดที่อยู่บนโลโก้นั้น มีเอาไว้เพื่อให้คนไม่เข้าใจผิดว่าโลโก้นี้เป็นรูปมะเขือเทศ นอกจากนี้ คำว่ากัด ( bite) นั้นยังเป็นการเล่นคำให้พ้องกับคำว่า byte ซึ่งเป็นคำแสลง แปลว่า บริษัทที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับเทคโนโลยี  
  21. 21. History of the Apple Logo โลโก้โมโนโครม : ปี 1998 - ปัจจุบัน เมื่อสตีฟ จอบส์ กลับเข้ามาทำงานที่ Apple ในปี 1997 เป็นช่วงที่บริษัทไปได้ดี มีเงินไหลมาเทมา จอบส์และคณะเล็งเห็นว่า โลโก้ Apple นี้สามารถสร้างข้อได้เปรียบให้บริษัทได้ พวกเขาจึงลองเปลี่ยนโลโก้ให้มีขนาดใหญ่ขึ้นเพื่อให้มันดูสะดุดตา
  22. 22. ทำไมต้องเป็น iCloud <ul><li>iCloud จะเป็นตราสินค้าหรือคำเรียกบริการของ Apple ที่มีการ จดทะเบียนเครื่องหมายการค้า แล้ว </li></ul><ul><li>และเป็นผู้ถือสิทธิ์ห้ามบุคคลอื่นนำไปใช้ซ้ำอีกตามระยะเวลาที่ระบุไว้ </li></ul>
  23. 23. :: รู้จักกับ   iCloud และ iCloud API :: <ul><li>ข้อควรรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับบริการ iCloud ของแอปเปิลมีดังนี้ เป็นบริการสำหรับจัดเก็บข้อมูล ให้บริการโดยแอปเปิล </li></ul><ul><li>ข้อมูลนั้นจะต้องเป็นข้อมูลของผู้ใช้ หรือ User Data </li></ul><ul><li>ต่างจากบริการ Cloud ของบริษัทอื่นๆ ตรงที่ iCloud API จะต้องเรียกใช้งานจากโปรแกรมที่ลงบน อุปกรณ์ iOS  เราไม่สามารถเขียนโปรแกรมจากที่อื่นเข้ามาเรียกใช้งานได้ </li></ul><ul><li>เป็นบริการฟรี ผู้ใช้แต่ละคนจะมีพื้นที่จัดเก็บข้อมูล 5 GB ( คาดว่าจะสามารถจ่ายเงินเพื่อเพิ่มเนื้อที่ได้ในอนาคต ) </li></ul><ul><li>พื้นที่ 5 GB นี้แชร์ร่วมกันหมดสำหรับทุกโปรแกรม </li></ul><ul><li>ตามเอกสารของแอปเปิล ผู้ใช้สามารถเข้ามาลบไฟล์ต่างๆ ใน iCloud ได้เอง คาดว่าน่าจะมีหน้าเว็บสำหรับจัดการข้อมูลเองได้ </li></ul><ul><li>iCloud Service จะทำงานเป็น Background Process บนอุปกรณ์ iOS สามารถเปิด / ปิดได้ </li></ul>
  24. 24. บริการ iCloud จะแบ่งการเก็บข้อมูลของเราเป็น 2 ประเภท <ul><li>ไฟล์เอกสารต่างๆ ( Document Storage) ไม่ว่าจะเป็นรูป วิดีโอ ไฟล์พรีเซ็นเทชั่น ไฟล์ PDF ทั้งหมดถือว่าเป็นไฟล์เอกสาร ขนาดของไฟล์ไม่จำกัด </li></ul><ul><li>สถานะของโปรแกรม ( Key-Value Data Storage) เช่น ตอนนี้เราเล่นเกมส์ Angry Bird ไปถึงด่านที่ 5 มีนกเหลืออยู่ 2 ตัว และหมูที่ยังไม่ตายอีก 1 ตัว เป็นต้น ขนาดของข้อมูลต้องไม่เกิน  10 กิโลไบต์ </li></ul>
  25. 25. รู้จักกับ iCloud สุดยอด Cloud App ที่เกิดมาเพื่อปวงชนชาว Apple!
  26. 26. iCloud นั้นอย่างที่รู้ๆกันก็คือ มันมีมาพร้อมกับ iOS 5 อยู่แล้ว
  27. 27. การใช้งาน iCloud ผ่าน Browser
  28. 28. การใช้งาน iCloud ผ่าน iOS device
  29. 29. การใช้งาน iCloud ผ่าน Mac OS X Lion 10.7.2
  30. 30. iReview : วิธีใช้งาน iCloud Feature ใหม่สำหรับ iOS 5!
  31. 31. หน้าจอ Login on www.icloud.com
  32. 32. หน้าจอหลักเมื่อเราเข้าไปที่เว็บไซต์ iCloud.com ก็จะให้เรา Sign In เข้าระบบก่อน เมื่อเข้ามาแล้วก็จะเจอกับ iCon ของ Mail, Contacts, Calendar, Find My iPhone, iWork ครับ
  33. 33. ในส่วนของ Mail จะเปิดให้ใช้สำหรับ E-mail ของ @ Me.com เท่านั้นนะครับ
  34. 34. การจัดการข้อมูลของอีเมลล์ก็สามารถทำได้เหมือน E-mail ปกติครับ
  35. 35. สามารถเขียนข้อความพร้อมส่งไปยัง E-mail ที่เราต้องการได้
  36. 36. ต่อไปเป็นส่วนของ Contacts เมื่อเข้าไปก็จะเจอ รายชื่อผู้ติดต่อของเราทั้งหมดที่อยู่ในเครื่องเรา
  37. 37. สามารถเพิ่มและแก้ไข Contact ได้เลย โดยจะปรับปรุงข้อมูลในตัวเครื่องทันที
  38. 38. ในส่วนของ Calendar ก็สามารถเพิ่ม Event ใน iCloud ได้โดยจะเชื่อมกับเครื่องเหมือนกัน
  39. 39. และ Find My iPhone ตัวนี้เป็นตัวที่เราจะสามารถค้นหาเครื่องของเราว่าอยู่ที่ไหนได้ครับ
  40. 40. สามารถส่งข้อความพร้อมเสียง และสั่ง Lock หน้าจอได้อีกด้วย
  41. 41. สุดท้าย iWork ซึ่งต้องเสียเงินในทุกๆ Feature ตัวละ 9.99$ ครับ
  42. 42. สำหรับอุปกรณ์ Mobie สามารถเข้าไปตั้งค่าใน iDevice ได้ว่าจะ Sync ข้อมูลกับ iCloud ตัวไหนบ้าง
  43. 43. “ Innovation distinguishes between a leader and a follower.” นวัตกรรมแยกผู้นำกับผู้ตามออกจากกัน Steve Jobs
  44. 44. ที่มา : http://www.apple.com/support/icloud/getstarted/

×