Military power

1,925 views

Published on

Slide ที่ใช้บรรยาย วันนี้ 22 ก.พ.55 เรื่อง กำลังอำนาจของชาติด้านการทหาร ที่ รร.สธ.ทอ. ครับ

1 Comment
2 Likes
Statistics
Notes
No Downloads
Views
Total views
1,925
On SlideShare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
4
Actions
Shares
0
Downloads
115
Comments
1
Likes
2
Embeds 0
No embeds

No notes for slide

Military power

  1. 1. พันเอก ดร. ธีรนันท์ นันทขว้ าง ดร. รองผู้ อานวยการกองการเมืืองและการทหาร ํ วิทยาลัยปองกันราชอาณาจักร ้ สถาบันวิชาการปองกันประเทศ กองบญชาการกองทพไทย สถาบนวชาการปองกนประเทศ กองบัญชาการกองทัพไทย ้ Mobile: 089‐893‐3126, Web Site: http://tortaharn.net  Mobile: 089‐893‐3126, Web Site: http://tortaharn.net teeranan@rtarf.mi.th, teeranan@nandhakwang.info Twitter : @tortaharn @tortaharn Facebook : http://facebook.com/tortaharn http://facebook.com/dr.trrtanan 1
  2. 2. กรอบการนําเสนอ• แนวคิดใ ในการกํําหนดกํําลังของชาติด้ าน การทหาร• บทบาททหารตามวัตถุประสงค์ของชาติ• ความเข้ มแข็งทางทหาร• ความท้้ าทายกองทัพไทยในทศวรรษหน้้ า ั ไ ใ 2
  3. 3. กรอบการนําเสนอ• แนวคิดใ ในการกํําหนดกํําลังอํํานาจของชาติ• บทบาทและหน้ าที่ของทหาร บทบาทและหนาทของทหาร• ดัชนีชี ้วัดกําลังอํานาจของชาติด้าน การทหาร• ความท้้ าทายของกองทัพไทยในทศวรรษ ั ไ ใ หน้ า 3
  4. 4. ภมรัฐศาสตร์ ู ิ ขอบเขตการบรรยาย• แนวคิดของภูมิรัฐศาสตร์• สภาพทางภูมิศาสตร์ กบผลกระทบต่อสถานะของรัฐ ั• ภูมิรัฐศาสตร์ ในยุคหลังสงครามเย็น 4
  5. 5. ภมรัฐศาสตร์ ู ิ The world is actively spatialized, divided up, labeled, sorted  The world is actively spatialized divided up labeled sorted out into a hierarchy of places of greater or lesser  ‘importance’ by political geographers, other academics and  importance by political geographers other academics and political leaders. This process provides the geographical  framing within which political elites and mass publics act in  framing within which political elites and mass publics act in the world in pursuit of their own identities and interests (John Agnew, Geopolitics 2003, p. 3). 5
  6. 6. Political Geography & Geopolitics• ภูมิศาสตร์ การเมืือง (Political Geography): เป็็ นเรืื่ องการศึกษาที่ีเน้้ น ึ เรื่ องของการเมืองที่ปรากฏตามภูมิศาสตร์ ฏ ู• ภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitics): เป็ นศาสตร์ ที่เน้ นการศึกษาถึงภูมิศาสตร์ ที่เกี่ยวข้ องในปรากฏการณ์ทางการเมือง• สรป ภมิศาสตร์ การเมืองศึกษาภมิศาสตร์ เป็ นหลักรัฐศาสตร์ เป็ นรอง สรุป ภูมศาสตรการเมองศกษาภูมศาสตรเปนหลกรฐศาสตรเปนรอง ส่วนวิชาภูมิรัฐศาสตร์ จะศึกษารัฐศาสตร์ เป็ นหลักภูมิศาสตร์ เป็ นรองทีี่มา: หนังสืือ ภูมิรัฐศาสตร์์ ของ - รศ. ดร.โกวิท วงศ์์สรวัฒน์์ : ั โ ิ ุ ั 6
  7. 7. แนวคิดในการแผ่ อานาจของรัฐ ํเฟรดริิก รััทเซล (Friedrich Ratzel) ฟ• นกภูมรัฐศาสตร์ ชาวเยอรมัน นักภมิรฐศาสตรชาวเยอรมน• รัฐมี 2 องค์ประกอบ ประชากรและแผ่นดิน• รััฐเปรีี ยบเสมืือนสิงมีีชีวิต (Organic State) ป ่ิ• พรมแดนสามารถเปลี่ยนแปลงได้ ตลอดเวลาขึ ้นกับความเข้ มแข็ง และการใช้ กําลังทหาร• เป็ นแนวคิดที่ถกนาไปใชโดยเยอรมน และเป็ นชนวนก่อให้ เกิด เปนแนวคดทถูกนําไปใช้ โดยเยอรมัน และเปนชนวนกอใหเกด สงครามโลกครังที่ 2 ้ 7
  8. 8. แนวคิดในการแผ่ อานาจของรัฐ ํรูดอล์์ฟ เจลเลน (Rudolf Kjellén) (1)• อาจารยสอนวชาประวตศาสตรและการปกครอง ์ ส ช ป ั ิศ ส ์ ิ ป ชาวสวีเดน• เชื่อใน รัฐเปรี ยบเสมือนสิงมีชีวต (Organic ่ ิ State)• เริ่ มใ ้ คําว่า Geopolitics ใช้ 8
  9. 9. แนวคิดในการแผ่ อานาจของรัฐ ํรูดอลฟรดอล์ ฟ เจลเลน (2)• รัฐสามารถเป็ นมหาอํานาจได้ ต้องมี – มีเนื ้้อที่กว้ าง – สามารถติดต่อโลกภายนอกได้ สะดวก สามารถตดตอโลกภายนอกไดสะดวก – มีดนแดนติดต่อกันเป็ นผืนเดียว ิ• ประเทศเป็ นมหาอํานาจได้ โดยไม่จําเป็ นต้ องขยายอาณา เขตเพียงอย่างเดียว• ความลํ ้าหน้ าทางวัฒนธรรมและเทคโนโลยีที่ลํ ้าหน้ าของรัฐ ยงแสดงถงความมอานาจของรฐ ยังแสดงถึงความมีอํานาจของรัฐ 9
  10. 10. แนวคิดในการแผ่ อานาจของรัฐ ํอัลเฟรด เทเยอร์ มาฮาน(Alfred Th(Alf d Thayer Mahan) (1) Mh )• นายพลเรื อ และอาจารย์สอนประวัตศาสตร์ ิ และยุทธศาสตร์ วทร. ชาวสหรัฐ ฯ• ผลงานสร้ างชื่อ “ยทธศาสตร์ กําลังอํานาจทางทะเล” (Sea ผลงานสรางชอ ยุทธศาสตรกาลงอานาจทางทะเล Power Strategy) หลายประเทศนําไปใช้ เป็ นแนวทางไปสู่ มหาอานาจทางเรอ มหาอํานาจทางเรื อ (Naval Power)• “สงครามไม่ใช่การสู้รบ แต่เป็ นธุรกิจ” (War is not fighting but business) 10
  11. 11. แนวคิดในการแผ่ อานาจของรัฐ ํอลเฟรด เทเยอร์ มาฮาน (2) ั ฟ ฮ• องค์ประกอบของกําลังอํานาจทางทะเล – ที่ตงทางภูมิศาสตร์ ั้ – รปร่างทางกายภาพ รูปรางทางกายภาพ – การขยายดินแดน – จํานวนพลเมือง –คณลักษณะประชากร คุณลกษณะประชากร 11
  12. 12. แนวคิดในการแผ่ อานาจของรัฐ ํอลเฟรด ท ยอร์อัล ฟรด เทเยอร มาฮาน (3)• ต่อมามีการนําแนวคิดของ มาฮาน ไปพัฒนาต่อเป็ น “กําลังอํานาจทางเรื อ” (Marine Time Power) ทีี่ประกอบไปด้้ วย ไป “กําลังอํานาจทางทะเล” (Sea Power) หรื อ “สมุทธานุภาพ” และ “อํานาจกําลังรบทางเรื อ” (Sea Force = Navy) หรื อ นาวกานุภาพ หรอ นาวิกานภาพ 12
  13. 13. แนวคิดในการแผ่ อานาจของรัฐ ํเซอร์์ วอลเตอร์์ ราเลย์์• ได้ กล่าวไว้ ในปี พ ศ 2153 (ค ศ 1610) ก่อนที่จะเกิดศาสตร์ ไดกลาวไวในป พ.ศ.2153 (ค.ศ.1610) กอนทจะเกดศาสตร ทางด้ านภูมิรัฐศาสตร์ ว่า• "Wh "Whoever commands the sea commands the trade; d th d th t d whomever commands the trade of the world commands the riches off the world, and consequently the world itself."• “ใครก็ตามทีครองอํานาจทางทะเลจะครองอํานาจทาง ่ การค้า ใครก็ตามครองอํานาจทางการค้าของโลกจะครอง ความมังคังของโลกและครองโลกในทีสด” ่ ่ ่ ุ 13
  14. 14. Heartland Theory (1)• นําเสนอโดย เซอร์ เฮาฟอร์ ด แมคคินเดอร์ (Halford J. Mackinder)ในปี พ.ศ. 2447 (ค.ศ.1904) ผานบทความชอ The (ค ศ 1904) ผ่านบทความชื่อ “The Geographical Pivot of History” ต่อสมาคมภูมิศาสตร์ แห่งชาติที่ กรุงลอนดอน• มีแนวความคิดที่วาพื ้นที่ทวีปยโรปและอัฟริ กามี มแนวความคดทวาพนททวปยุโรปและอฟรกาม ่ ความต่อเนื่องเป็ นผืนเดียวกัน และให้ ชื่อว่า “เกาะ โลก” (World Island) 14
  15. 15. Heartland Theory (2)• เกาะโลกนี ้มีจดสาคญทางยุทธศาสตรทสาคญยง คือบริ เวณ เกาะโลกนมจุดสําคัญทางยทธศาสตร์ ที่สําคัญยิ่ง คอบรเวณ ดินแดนในแถบยูเรเซีย (Eurasia) (ทวีปเอเชียและยุโรปรวมกัน) 15
  16. 16. Heartland (3)• กําหนดบริ เวณสําคัญที่เรี ยกว่า “ดินแดนหัวใจ” (Heartland) เริ่ มจากทะเลบอลติกและ ทะเลดาในทางตะวนตกไปจนกระทงถง ไซบเรยในทาง ทะเลดําในทางตะวันตกไปจนกระทังถึง ไซบีเรี ยในทาง ่ ตะวันออก และทางเหนือเริ่ มจากมหาสมุทรอาร์ กติกลง จนถึงเทือกเขาหิมาลัยทางใต้ และรวมส่วนใหญ่ของที่ ราบสูงอหรานทางตะวนตกเฉยงใตและทราบสูง ราบสงอิหร่ านทางตะวันตกเฉียงใต้ และที่ราบสง มองโกเลียทางตะวันออกเฉียงใต้ บริ เวณ ดินแดนหัวใจ 16
  17. 17. Heartland (4)• บริ เวณ ดินแดนหัวใจ นี ้กําลังทางเรื อ จะเข้ าได้ ยากมาก และลักษณะภูมิประเทศเป็ นภูเขาล้ อมรอบ ทาถอเปนชยภูมทด นอกจากนี ้ยังสามารถเคลื่อนกําลังเข้ าไป ทําถือเป็ นชัยภมิที่ดี นอกจากนยงสามารถเคลอนกาลงเขาไป ยึดครองยุโรปตะวันออกและตะวันตก สําหรับดินแดนหัวใจ นันจะถูกล้้ อมด้้ วยทวีีปยุโรปและเอเซีีย มีีประเทศ จีีน อังกฤษ ้ ฝรั่งเศส เยอรมัน ฯลฯ ล้ อมรอบ• แมคคินเดอร์ เรี ยกดินแดนบริ เวณนี ้ว่า “ดินแดนรู ปวงเดือน ริมใน” (Inner Marginal Crescent) และดินแดนถัดมา คอ รมใน และดนแดนถดมา คือ ทวีปอัฟริ กา ออสเตรเลีย อเมริ กาเหนือ และทวีปอเมริ กาใต้ โ ี ยกบริิ เณนีีวา “ดินแดนรู ปวงเดือนริิมนอก” (Outer, โดยเรี ้่ ิ ื Insular Crescent) 17
  18. 18. Heartland (5)• แมคคินเดอร์ ได้ กล่าวไว้ วา ่• “Who rules East Europe commands the Heartland, Who rules the Heartland commands the World-Island, Who rules the World-Island commands the World.” World Island World.• “ใครครองยุโรปตะวันออกผูนนควบคุมใจโลก ผูใด ้ ั้ ้ ควบคุมใจโลกได้ผูนนควบคุมเกาะโลก และ ผูใด ้ ั้ ้ สามารถคุมเกาะโลกไดผู้ นจะควบคมโลก” สามารถคมเกาะโลกได้ผนนจะควบคุมโลก ั้ 18
  19. 19. Heartland (6)• 19
  20. 20. Rimland Theory (1)• นิิโคลัส เจ สปี กแมน ศาสตราจารย์์ผ้ สอนวิิชาความสัมพันธ์์ระหว่าง ั ปี ู ั ั ่ ประเทศ แห่งมหาวิทยาลัยเยล ได้ นําเสนอแนวคิดที่ มีมมมองที่ ุ แตกต่างออกไปจาก แมคคินเดอร์ ในเรื่ องการมองภูมิประเทศทาง ยุทธศาสตรทสาคญ ศ ส ์ ี่สํ ั• สปี กแมน มองว่าดินแดนที่อย่ถด ดินแดนรปวงเดือนริ มใน ออกมา ู ั ู ทังนี ้ไม่รวมตะวันออกกลาง ตะวันออกใกล้ ตะวันออกไกล และ เอเซีย ้ อาคเนย์์ เป็ นภูมิประเทศทางยุทธศาสตร์์ ท่ีสําคัญ เพราะเป็ นบริิ เวณกัน ป็ ั ป็ ั ชน (Buffer Zone) เรี ยกว่า “ขอบดินแดน” (Rimland) 20
  21. 21. Rimland Theory (2)• สปี กแมน ไ ้ กล่าวไว้้ วา ปี ได้ ่ ไ ่• “Wh controls the rimland rules E i Wh rules “Who l h i l d l Eurasia; Who l Eurasia controls the destinies off the world.”• “ผูใดสามารถควบคุมขอบดิ นแดนได้จะได้ครองยูเรเซี ย ้ ผูใดควบคุมยูเรเซี ยได้ผูนนจะครองโลกในทีสด” ้ ้ ้ั ่ ุ 21
  22. 22. Rimland Theory (3)• แนวความคิดของ สปี กแมน ถกนําเสนอเพื่อหักล้ างกับแนวคิดของ แนวความคดของ สปกแมน ถูกนาเสนอเพอหกลางกบแนวคดของ แมคคินเดอร์ เพราะ ดินแดนที่เป็ น “ดินแดนหัวใจ” นันจะถูกครอบครอง ้ โดยสหภาพโซเวยตในขณะนนเปนสวนใหญ โดยสหภาพโซเวียตในขณะนันเป็ นส่วนใหญ่ ้• ทฤษฏีขอบดินแดนจึงมีอิทธิพลมากในการกําหนดยุทธศาสตร์ ปิดล้ อม (Containment Strategy) ของสหรัฐ ฯ ที่พยายามจะนํากําลังของตนไปไว้ ยังประเทศที่อยูบริ เวณขอบดินแดนตามแนวคิดของ สปี กแมน เช่น ู่ บริ เวณคาบสมุทรเกาหลี ฟิ ลิปปิ นส์ ไทย กลุมประเทศที่อยูในสนธิสญญา ่ ่ ั นาโต นาโต้ ฯลฯ 22
  23. 23. Rimland Theory (3) 23
  24. 24. ภมยุทธศาสตร์ ู ิ• ภูมิยทธศาสตร์ เป็็ นสาขาหนึงของภูมิรัฐศาสตร์ ทีี่ศกษา ุ ่ึ ึ เกยวกบนโยบายตางประเทศทอาศยปจจยทางภูมศาสตร์ เป็ น เกี่ยวกับนโยบายต่างประเทศที่อาศัยปั จจัยทางภมิศาสตรเปน แนวทางในการกําหนดนโยบาย ข้ อจํากัด ประเด็นทาง การเมืองระหว่างประเทศ และ การวางแผนทางทหาร• ภูมิยทธศาสตร์์ จะเป็็ นสิงทีี่เชืื่อมระหว่างเปาประสงค์์กบ ุ ่ ้ ั เครองมอทม (กาลงอานาจของชาต) เครื่ องมือที่มี (กําลังอํานาจของชาติ) - ภูมิยทธศาสตร์ = ทํายังไงถึงจะครองโลก - ุ 24
  25. 25. ภมมยธศาสตร ภู ู ยุิทธศาสตร์ ภมิยท ุทธศาสตร์• ซิปบิกนิว เบรงเซงกีี ้ (Zbigniew Brezinski) ไ ้ กล่าวไว้้ ใน ได้ ไ หนงสอ หนังสือ The Grand Chessboard ว่า วา – ปั จจบันการเมองระหวางประเทศมเพยงขวเดยว โดยมสหรฐฯ ปจจุบนการเมืองระหว่างประเทศมีเพียงขัวเดียว โดยมีสหรัฐฯ ้ ก้ าวขึ ้นมาเป็ นประเทศมหาอํานาจเพียงประเทศเดียว – สหรัฐฯ ไม่สามารถเป็ นมหาอํานาจชาติเดียวได้ ตลอดกาล Zbigniew Brzezinski while serving as National Security Advisor 25
  26. 26. ภมมยธศาสตร ภู ู ยุิทธศาสตร์ ภมิยท ุทธศาสตร์ยุคของโลก รูปแบบมหาอํานาจก่ อนสงครามโลก ระบบหลายขัว ้ ครงท ครั งที่ 2 ้ สงครามเย็น ระบบสองขัว ้หลังสงครามเย็น ระบบขัวเดียว ้ 26
  27. 27. 27
  28. 28. Dramatic Growth in Global Demand (1)Dramatic Growth in Global Demand (1) 2005 2030 28
  29. 29. Dramatic Growth in Global Demand  (2)Dramatic Growth in Global Demand (2) 2005 2030 030 29
  30. 30. Global Oil Flow TrendsGlobal Oil Flow Trends 30
  31. 31. Global Oil Flow TrendsGlobal Oil Flow Trends 31
  32. 32. ระเบียงเศรษฐกิจอนุุภมภาคลุุ่มแม่ นําโขง ฐ ู ิ ้ เส้ นทางคมนาคมใน GMS Economic Corridors แบ่งออกเป็ น 3 สวนใหญๆ ส่ ใ ่ ตามภูมิภาค ไ ้ ่ ไดแก • North-South Economic Corridor • East-West Economic Corridor • Southern Economic Corridor แต่ละส่วนจะมีเส้ นทางย่อยๆ ของตัวเอง ๆ เกือบทุกเส้ นผ่านประเทศไทย
  33. 33. การเชื่อมโยงทางทะเลเส้ นทางคมนาคมทางทะเล
  34. 34. รถไฟความเร็วสูง คุุนหมิง - สิงค์ โปร์ • เป็ นส่วนหนึงของเครื อข่ายทางรถไฟฟั่ น ่ หย่าสูเ่ อเซียตะวันออกเฉียงใต้ •ผ่านชายแดนจีีน-ลาว ผ่านกรุงเทพฯ ของ ไทย กรงกัวลาลัมเปอร์ ของมาเลเซีย ุ • ระยะยาวทังหมด 3,900 กิโลเมตร ้ • เดินทางจากคุนหมิงไปยังสิงคโปร์ เพียงใช้ เวลา 10 ชัวโมง ชวโมง ่
  35. 35. รถไฟความเร็วสูง คุุนหมิง - สิงค์ โปร์ • นอกจากนี ้ยังมีเครื อข่ายทางรถไฟความเร็วสูง ู จีน-เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมทังเส้ นทาง ้ ตะวนตกกบเสนทางกลาง คือ เสนทางคุนหมน ตะวันตกกับเส้ นทางกลาง คอ เส้ นทางคนหมิน- กรุงย่างกุ้ง กับเส้ นทางเมืองคุนหมิง-กรุง เวยงจนทน-กรุงเทพฯ-กวลาลมเปอร-สงโคปร เวียงจันทน์ กรงเทพฯ กัวลาลัมเปอร์ สิงโคปร์ • ส่วนเส้ นทางตะวันออก จีน-ฮานอย-โฮจิมินห์- พนมเปญ-กรุงเทพฯ ยังอยูในช่วงการพิจารณา ่ หลังจากทางรถไฟความเร็ วสงฟั่ นหยา ล รถไ ว มเรวสู
  36. 36. กําลังอํานาจของชาติ• คําว่ากําลังอํานาจของชาตินน (National Power) เริ่ มมีการใช้ คาวากาลงอานาจของชาตนน ั้ เรมมการใช ในทางยุทธศาสตร์ ตังแต่ ตอนปลายศตวรรษที่ 15 โดย นัก ้ ปรัชญา และ นักการทหาร ชาวอิตาลี Niccolo Machiavelli (1469-1527) ไดเสนอแนวความคดเกยวกาลงอานาจของรฐ (1469 1527) ได้ เสนอแนวความคิดเกี่ยวกําลังอํานาจของรัฐ ซึงต่อมาพัฒนามาเป็ น องค์ประกอบของกําลังอํานาจของชาติ ่ 36
  37. 37. กําลังอํานาจของชาติ• ตามแนวคิดของ Machiavelli องค์ประกอบหลัก 3 ประการ คือ – การเมือง – สังคม – การทหาร• ต่อมาแนวความคิดในเรื่ องของพลังอํานาจของชาติ ได้ ถก ตอมาแนวความคดในเรองของพลงอานาจของชาต ไดถู พัฒนาเพิ่มเติม คือ เศรษฐกิจ โดย นักการทหาร ชาวปรัสเซีย ชื่อ Carl von Clausewitz (1780 - 1831) ผู้ซงได้ รับสมญานาม ่ึ วาเปนซุนวูแหงตะวนตก ว่าเป็ นซนวแห่งตะวันตก 37
  38. 38. กําลังอํานาจของชาติ• แนวความคิดของ Clausewitz ได้ รับอิทธิพลอย่าง แนวความคดของ ไดรบอทธพลอยาง มากจากจาก Napoleon Bonaparte• Clausewitz ได้ สงเกตุการระดมทรัพยากรของชาติ ั ุ เข้ าทําสงครามอย่างมีประสิทธิภาพของ Napoleon ที่สงผลให้ Napoleon ประสบความสําเร็ จอย่าง ่ งดงามในศตวรรษที่ี 19 ใ 38
  39. 39. กําลังอํานาจของชาติในปั จจุุบน ั 39
  40. 40. 40
  41. 41. หน้ าที่ตามรั ฐธรรมนูญ รั ฐธรรมนูญแห่ งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550 มาตรา 77 “รัฐต้ องพิทกษ์ รักษาไว้ ซงสถาบันพระมหากษัตริ ย์ เอกราช อธิปไตย และบูรณภาพแห่ง ั ึ่เขตอํานาจรัฐ และ ต้ องจัดให้ มีกําลังทหาร อาวธยทโธปกรณ์ และเทคโนโลยีท่ี ุ ุ นทันสมัย จําเป็ น และเพียงพอ เพื่อพิทักษ์ เอกราช อธิปไตย ความมั่นคงของรั ฐสถาบนพระมหากษตรย ผลประโยชน์ แห่ ง ชาติสถาบั น พระมหากษั ต ริ ย์ ผลประโยชนแหงชาต และ การปกครองระบอบประชาธิ ป ไตยอั น มี พ ระมหากษั ต ริ ย์ ทรงเป็ นประมุ ข และเพื่ อ การพั ฒ นาประเทศ” 41
  42. 42. ผลประโยชน์ ของชาติเวบวิกพเดีย ได้ ให้ ความหมายไว้ ว่า ิ ี• “The national interest is a countrys goals and ambitions whether economic, military, or cultural.” economic military culturalพจนานุุกรม MSN Encarta ได้ ให้ ความหมายไว้ ว่า• “things of benefit to nation: actions, circumstances, and decisions regarded as benefiting a particular nation” 42
  43. 43. ผลประโยชน์ ของชาติ คู่มือเรื่ องการพัฒนายุทธศาสตร์์ ชาติ ของ วิทยาลัยปองกัน ้ ราชอาณาจักรได้ ให้ ความหมายไว้ ว่า• “ผลประโยชน์แห่งชาติ หมายถึง ความต้ องการหรื อความ ปรารถนาอนสาคญยงของประชาชนสวนรวม ความตองการ ปรารถนาอันสําคัญยิ่งของประชาชนส่วนรวม ความต้ องการ นันจึงมีลกษณะกว้ างและค่อนข้ างถาวรและเมื่อได้ พิจารณา ้ ั กํําหนดขึนแล้้ ว ก็็จะต้้ องมุงกระทํําโ อเนืื่องเพืื่อใ ้ บรรลุผล ึ้ ่ โดยต่ ให้• คําว่า "ความต้ องการ" มีความหมายรวมทังความต้ องการ (Want) โดยทัวไป ้ ( ) ่ และความจําเป็ น (Need) ที่ขาดเสียไม่ได้• คําว่า "ประชาชนส่วนรวม" มีความหมายว่าชาติ คือ ประชาชนส่วนรวมไม่ใช่ บุคคลใดหรื อกลุมบุคคลใดโดยเฉพาะ” ่ 43
  44. 44. ปั จจัยกําหนดผลประโยชน์ ของชาติ ความอยู่รอด ความมั่งคั่งทาง ปลอดภยของ ปลอดภัยของ เศรษฐกิจ ประเทศ ผลประโยชน์ ของชาติ ของชาต การขยายอานาจ การขยายอํานาจ เกยรตภูมิของ เกียรติภมของ ของประเทศ ประเทศ 44
  45. 45. สิ่งที่ใช้ กาหนดผลประโยชน์ ของชาติ ํ กลุ่ม สถานที่ตัง ้ อิทธิพล ทรั พยากร ผู อานาจ ผ้ มีอานาจ ํ ธรรมชาติ ความประวตประวัติ ผลประโยชน ผลประโยชน์ สามารถศาสตร์ ของชาติ ของคน 45
  46. 46. สิ่งที่ใช้ กาหนดผลประโยชน์ ของชาติ ํ ขนาด สถานที่ตัง ้ ของชาติ สถาน รู ปร่ าง ที่ตง ั้ 46
  47. 47. ลักษณะของผลประโยชน์ ของชาติ ความสําคัญ ความยืนยง ความเจาะจงDegree of PrimacyD fP i Degree of Permanent  D fP t Degree of Generality  D fG lit สําคัญสูงสุด ถาวร ทวไป ทั่วไป Permanent  General Vital Interests Vital Interests Interests  Interests  ระดับรอง ั ไม่ ไ ถาวร เฉพาะ Secondary y Variable  Variable Specific  Specific Interests Interests Interests 47
  48. 48. การกําหนดผลประโยชน์ ของชาติสภาความมนคงแหงชาต (สมช.) กาหนดไวในสภาความมั่นคงแห่ งชาติ (สมช ) กําหนดไว้ ใน นโยบายความมั่นคงแห่ งชาติ1. การมีเอกราช อธิปไตย และบูรณภาพแห่งอาณาเขต2. การดารงอยู ยางมนคงของชาตและประชาชนจากการคุกคามทุก2 การดํารงอย่อย่างมันคงของชาติและประชาชนจากการคกคามทก ่รูปแบบ3. ความปลอดภัย ความอยูดีมีสข ความเป็ นธรรม และการมีเกียรติ ่ ุ ์และศกดศรของความเปนมนุษยและศักดิศรี ของความเป็ นมนษย์4. การอยูร่วมกันอย่างสันติสขกับประเทศเพื่อนบ้ าน ่ ุ5. การมีเกียรติและศักด์ิศรี ในประชาคมระหว่างประเทศ 48
  49. 49. การกําหนดผลประโยชน์ ของชาติใน นโยบายความมั่นคงแห่ งชาติ พ ศ 2550 – 2554 กําหนด นโยบายความมนคงแหงชาต พ.ศ.2550 กาหนดผลประโยชน์ แห่ งชาติใหม่ ครอบคลุมทังภัยคุกคามในรูป ้แบบเดิม และ ภัยคุกคามรูปแบบใหม่ จํานวน 7 ประการคือ1.1 การมเอกราช อธปไตย และบูรณภาพแหงเขตอานาจรฐการดารงอยู่ ี ช ิปไ ่ ํ ัฐ ํ อย่างมันคง ยังยืน ของสถาบันหลักของชาติ ่ ่2. ความปรองดอง ความสามัคคีของคนในชาติ3. การดํารงอยูอย่างมันคงของชาติและประชาชนจากการคุกคามทุก ่ ่ รูปแบบ รปแบบ 49
  50. 50. การกําหนดผลประโยชน์ ของชาติ4. ความปลอดภย ความเปนธรรม และความอยู มสุขของ4 ความปลอดภัย ความเป็ นธรรม และความอย่ดีมีสขของ ์ ประชาชน การมีเกียรติและศักดิศรี ของความเป็ นมนุษย์ ุ5. การดํารงอยูอย่างมันคงของฐานทรัพยากรธรรมชาติและสิทธิ ่ ่ เหนือทรัพยากรชีวภาพของชาติ6. การอยูร่วมกันอย่างสันติสขกับประเทศเพื่ือนบ้้ าน ่ ั ่ ั ิ ุ ั ป ์7. การมเกยรตและศกดศรในประชาคมระหวางประเทศ7 การมีเกียรติและศักดิศรี ในประชาคมระหว่างประเทศ 50
  51. 51. 51
  52. 52. 52
  53. 53. 53
  54. 54. การประเมินพลังอํานาจของชาติ (1) • แนวทางในการประเมินทางคณิตศาสตร์ ของ Ray S. Cline ใ P p = C + E + M × S + W ( ) ( ) P p = P e r c e iv e d P o w e r C = C riti c a l M a s s P o p u l a ti o n + T e r rit o r y (a b ilit y E = E c o n o m ic C a p ) M = M ilit a r y C a p a b ilit y S = S tr a t e g ic P u r p o s e W = W ill t o P u r s u e N a ti o n a l S t r a t e g yที่มา: world Power Trends and U.S. Foreign for the 1980s, p.13 54
  55. 55. การประเมินพลังอํานาจของชาติ (2) ตัวอย่างเกณฑ์การกําหนดคะแนนของ Critical Mass พลเมือง ดินแดนจํานวน คะแนน ขนาด คะแนน(106) (106 x km2) 1,000 Up 50 500 Up 50 900 45 450 45 800 40 400 40 700 35 350 35 600 30 300 30 500 25 250 25 400 20 200 20 300 15 150 15 200 10 100 10 100 Down 5 50 Down 55 5
  56. 56. การประเมินพลังอํานาจของชาติ (3)ตัวอย่างวิธีการให้้ คะแนนในมิตของ Critical Mass ใ ใ ิ ลาดบ ํ ั ประเทศ ป พลเมอง ื ดนแดน ิ จํานวน คะแนน ขนาด คะแนน (106) (106 x km2) 1 A 1,000 1 000 50 500 50 2 B 800 40 500 50 3 C 600 30 480 48 4 D 500 25 440 44 56
  57. 57. การประเมินพลังอํานาจของชาติ (4) ตัวอย่างการให้คะแนนในมิติของ Economic Capabilityลาดบ ป ํ ั ประเทศ GNP พลงงาน สนแร่ ั ิ ผลตผล ิ อาหาร การคา ้ รวม สํ าคัญ อุตสาหกรรม ระหว่ าง (100) (20) (20) ประเทศ ปร เทศ (20) (20) (20) 1 A 100 -4 4 -6 6 16 20 20 146 2 B 49 9 7 16 -2 -2 77 3 C 24 -1 -8 5 -2 -2 16 4 D 19 -2 2 6 4 2 2 31 57
  58. 58. การประเมินพลังอํานาจของชาติ (5) ตัวอย่างการคํานวณ ขีดความสามารถกําลังรบเปรี ยบเทียบลําดับ ประเทศ กําลังพล คุุณภาพ ประสิ ทธิ โครงสร้ าง คุุณภาพ สั มประสิ ทธิ์ ขีดความ (x1000) กําลังพล ภาพอาวุธ พืนฐาน การจัด ้ เฉลีย ่ สามารถ และการ หน่ วย เปรียบเทียบ กบ. 1 A 4,335 0.7 0.9 0.7 0.5 0.7 3,035 2 B 2,038 1.0 1.0 0.9 0.8 0.9 1,861 3 C 4,325 , 0.4 0.2 0.3 0.3 0.3 1,298 , 4 D 400 0.9 0.8 0.9 1.0 0.9 360 58
  59. 59. การประเมินพลังอํานาจของชาติ (6) ตวอยางการใหคะแนนในมตของ ตัวอย่างการให้คะแนนในมิติของ Military Capabilityลําดับ ประเทศ กําลังรบ ความ รวม ยุทธ โบนัส รวม เปรีียบเทียบ ป ี สามารถ ศาสตร์์ พิเิ ศษ ตาม ทหาร ยุทธศาสตร์์ 1 A 3,035 3 035 0.03 0 03 91 100 5 197 2 B 1,861 0.05 93 95 - 188 3 C 1,298 0.02 26 10 5 41 4 D 360 0.02 7 5 10 22 59
  60. 60. การประเมินพลังอํานาจของชาติ (7) ตัวอย่างการให้คะแนนในภาพรวมลาดบลําดับ ประเทศ สมประสทธ สั มประสิ ทธิ์ C+E+M S W S+W รวม 1 A 443 0.7 0.5 1.2 531.6 2 B 355 0.3 0.4 0.7 248.5 3 C 135 0.6 06 0.8 08 1.4 14 189 4 D 122 0.7 0.8 1.5 183 60
  61. 61. การวิเคราะห์ และเปรี ยบเทียบกําลังอํานาจทางทหารกาลงรบทมอยูกําลังรบที่มีอย่ (Force in being) จะพิจารณาถึง จะพจารณาถง• กําลังประจําการและกําลังสํารอง กาลงประจาการและกาลงสารอง• อาวุธยุทโธปกรณ์• การจัด การฝึ กและการบังคับบัญชา• การส่งกําลังบํารุงและ• ผู้นําทางทหาร 61
  62. 62. การวิเคราะห์ และเปรี ยบเทียบกําลังอํานาจทางทหารศกยสงครามศักย์ สงคราม (War Potential) จะพิจารณาถึง จะพจารณาถง• ขนาด ที่ตงและลักษณะของประเทศ ั้• จํํานวน อายุ และขวัญของประชากร• อาหารและวัสดสงคราม อาหารและวสดุสงคราม• การอุตสาหกรรม• การขนส่ง่• วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี• คุณภาพของผู้นําและผู้บริ หารประเทศ• การช่วยเหลือของพันธมิตร ่ ื ั ิ 62
  63. 63. ขีดความสามารถทางทหารประเทศไทย ได้ รับการจัดอันดับขีดความสามารถทางทหารลําดับที่ 19 ของทังโลก ้ลําดับที่ 2 ในอาเซียน 63
  64. 64. ขีดความสามารถทางทหาร 64
  65. 65. ความพร้ อมรบ วิธีการ ปัจจัยผลักดัน จุดแข็ง จุดอ่ อนจากบนลงล่าง ผลประโยชน์/จุดประสงค์/ - เน้ นเปาหมาย ้ - ละเลยข้ อจํากัดนานเกินไป(Top – Down) ยุทธศาสตร์ - มองภาพรวม - ไม่กล้ าท้ าทายหน่วยเหนือ -รวมการใช้ เครื่ องมือของกําลังอํานาจ - การให้ ประชาชนยอมรับยุทธศาสตร์ ุจากล่างขึ้นบน ขีดความสามารถทางทหาร - เน้ นสภาพที่เป็ นจริ ง - ละเลยอนาคต(Bottom – up ) ในปั จจุบน ั -ช่วยปรับปรุงแผนการรบในปั จจุบนให้ ดี - ไม่เห็นภาพรวม ั ขึน ึ้ภาพของสถานการณ์ สถานการณ์/เหตุการณ์ -เน้ นสถานการณ์อนเฉพาะเจาะจง ั - โลกมีความไม่แน่นอน(Scenario) -เหตุการณ์มกเดินไปตามครรลอง ั - มักเป็ นการมองอดีตภัยคุกคาม ฝ่ ายตรงข้าม - เน้ นอนาคต - ง่ายเกินไป(Threat ) -มองการถวงดุลอานาจทงในภาพรวม -มองการถ่วงดลอํานาจทังในภาพรวม ้ - ปรับแผนให้ เข้ ากับการเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลัน ปรบแผนใหเขากบการเปลยนแปลงอยางฉบพลน และภาพย่อย ได้ ไม่ดี -เน้ นขีดความสามารถทางทหาร - มีลกษณะเป็ นการมองอดีต ั -โอนเอีียงไปในทางด้้ านการใช้้ ข้อมูลด้้ วยตัวเลข โ ไ ใ ใ 65ที่ มา: พล.ร.ท.วีรพล วรานนท์ , “ยุทธศาสตร์ ทหารและการกําหนดกําลังรบ,” ศูนย์ หนังสื อ ศีศิริ สรส., 2547, หน้ าที่ 140-141
  66. 66. ความพร้ อมรบ วิธีการ ปัจจัยผลักดัน จุดแข็ง จุดอ่ อนภารกิจ หน้าที่ -ประเมินขีดความสามารถตามความเป็ น -มักทําได้ ไม่ถงขันดีท่ีสดอาจละเลยเปาหมายของ ึ ้ ุ ้(Mission ) จริ ง หน่วยเหนือ -กําหนดลําดับความเร่งด่วนป้ องกันรอบตัว การลดความเสี่ ยง - เผชิญความไม่แน่นอน -มองขีดความสามารถฝ่ ายเราตํ่า(Hedging ) - มีความสมดุลและอ่อนตัว - มองขีดความสามารถข้ าศึกสูง -สถานการณอนเลวรายทสุด/คาใชจายสูง -สถานการณ์อนเลวร้ ายที่สด/ค่าใช้ จ่ายสง ัเทคโนโลยี ระบบที่เหนือกว่าข้าศึก -เน้ นความรู้และความคิดสร้ างสรรค์ -มักพัฒนาได้ ไม่มากแต้ องเสียค่าใช้ จ่ายสูงมาก(Technology) -ลดความสูญเสียชีวตและจํานวน ิ - ความเสี่ยงสูง ผู้บาดเจ็บ -เหมาะสําหรับใช้ รบกับกองทัพที่สมดุล - ตัวคูณ/เพิ่มกําลังงบประมาณ งบประมาณทไดรบจดสรร งบประมาณที่ได้รับจัดสรร -สงเสรมระบอบประชาธป ส่งเสริ มระบอบประชาธิป -อาจไมสอดคลองกบสภาวะแวดลอมดานความมนคง อาจไม่สอดคล้ องกับสภาวะแวดล้ อมด้ านความมันคง ่(Fiscal) ไตย -การทบทวนภัยคุกคามมักทําให้ งบประมาณปองกัน ้ -จําเป็ นต้ องกําหนดลําดับความเร่งด่วน ประเทศลดลง -มักนําไปสูการแบ่งงบประมาณเป็ นสัดส่วน ่ 66 ที่ มา: พล.ร.ท.วีรพล วรานนท์ , “ยุทธศาสตร์ ทหารและการกําหนดกําลังรบ,” ศูนย์ หนังสื อ ศีศิริ สรส., 2547, หน้ าที่ 140-141
  67. 67. 67
  68. 68. สภาวะแวดล้ อมที่เปลี่ยนแปลง • โลกเปลี่ยนแปลง โลกเปลยนแปลง • สังคมเปลี่ยนแปลง • ภัยคุกคามเปลี่ยนแปลง • หลักการสงครามเปลี่ยนแปลง หลกการสงครามเปลยนแปลง • สงครามเปลี่ยนแปลง • สนามรบเปลีี่ยนแปลง • กําลังพลเปลี่ยนแปลง • กระบวนการตัดสินใจที่เปลี่ยนแปลง • นวัตกรรมทีี่ก่อใ ้ เกิิดการเปลี่ยนแปลง ั ให้ ป ี ป 69
  69. 69. โลกเปลี่ยนแปลง การเกิดของกระแสโลกาภิวัตน์การยุตลงของสงครามเย็น ิ 70
  70. 70. สังคมเปลี่ยนแปลง 71
  71. 71. ภัยคุุกคามเปลี่ยนแปลง ภัยคุุกคามของประเทศไทยในปัจจุุบัน คามของประเทศไทยในปั• ประเทศเพื่อนบ้ าน: ปั ญหาเรื่ องเขตแดน และ การซ้ อนทับของ เขต เศรษฐกิจจําเพาะ (Exclusive Economic Zone: EEZ) 200 ไมล์ทะเล ฐ ( )• ประเทศมหาอํานาจ: การกําหนดมาตรการกีดกันทางการค้ า การ ใ ้ มาตรการทางการทูต การใช้้ ยทธศาสตร์์ แบบ Preemptive ใช้ ใ ุ• ความมั่นคงภายใน: การก่อการร้ าย/การก่อความไม่สงบ ความ ขัดแย้ งทางการเมือง/การปกครองในประเทศ ความยากจน ยาเสพ ตด คอรรปชน องคกรอสระ ติด คอร์ รัปชัน องค์กรอิสระ ่• ภัยคุกคามข้ ามชาติ: อาชญากรรมข้ ามชาติ การฟอกเงิน การก่อ การร้้ ายสากล อาชญากรรมอิเลคทรอนิคส์์ สถาบันระหว่างประเทศ องค์กรอิสระนานาชาติ การเคลื่อนย้ ายทุน 72
  72. 72. หลักการเปลี่ยนแปลงPrinciples of War Principles of Principles of Modernized Principles of Operations Other Operations War than WarObjectiveObj i Objective Obj i Objective Obj i Informed I i h I f d InsightOffensive Perseverance Offensive Strategic AnchoringMass Legitimacy Massed Effects DurabilityEconomy of Force Restraint Economy of Force Unity of EffectManeuver - Maneuver Engagement Dominance g gUnity of Command Unity of Effort Unity of Effort Perceived WorthinessSecurity Security Security AdaptabilitySurprise - Surprise Culminating PowerSimplicity - Simplicity -- - Morale -- - Exploitation - 73
  73. 73. สงครามเปลี่ยนแปลง 74
  74. 74. สนามรบเปลี่ยนแปลง มิตของสนามรบ ิ• สนามรบใน 2 มิติ (กว้ าง x ยาว)• สนามรบใน 3 มิติ (กว้ าง x ยาว x สง) มต (กวาง สูง)• สนามรบใน 4 มิติ (กว้ าง x ยาว x สูง x เวลา)• สนามรบใน 5 มิติ (กว้ าง x ยาว x สูง x เวลา x จิตใจ) 75
  75. 75. กําลังพลเปลี่ยนแปลง 76
  76. 76. การตัดสินใจเปลี่ยนแปลงปจจยทกอใหเกดการเปลยนแปลงปั ั ี่ ่ ใ ้ ิ ป ี่ ป• ระบบสารสนเทศ (Information Systems)• ระบบอัตโนมัติ (Autonomous Systems) ( y )• ความเร็ว (Speed)• ขนาด (Size) 77
  77. 77. นวัตกรรมที่นําไปส่ ูการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยกบสงครามเทคโนโลยีกับสงคราม• เทคโนโลยีสารสนเทศ (Information Technology)• เทคโนโลยีทางด้ านวัสดุ (Material Technology)• เทคโนโลยีทางด้ านพลังงานและการขับเคลื่อน (Energy and เทคโนโลยทางดานพลงงานและการขบเคลอน Propulsion Technology)• เทคโนโลยีีทางด้้ านขีีดความสามารถของมนุษย์์ (Human โ โ Performance Technology)• เทคโนโลยีชีวภาพ (Biotechnology)• เทคโนโลยีระบบดัดแปลง (D i ti S t T h l ) เทคโนโลยระบบดดแปลง (Derivative System Technology) 78
  78. 78. การเปลี่ยนแปลงในมิตภมรัฐศาสตร์ ิ ู ิ ยุคสงครามเยน ยคสงครามเย็น
  79. 79. การเปลี่ยนแปลงในมิตภมรัฐศาสตร์ ิ ู ิ ยุคหลงสงครามเยน ยคหลังสงครามเย็น
  80. 80. การเปลี่ยนแปลงในมิตภมรัฐศาสตร์ ิ ู ิ ทศวรรษหนา ทศวรรษหน้ า
  81. 81. Source : Dr. Suvit  Maesincee ‐ Thailand in the New Global Landscape
  82. 82. ปั ญหาการซ้ อนทับของสถาปั ตยกรรมในภูมิภาค Source : http://csis.org/publication/new‐paradigm‐apec
  83. 83. สงครามอสมมาตร 84
  84. 84. ปั ญหาการซ้ อนทับของสถาปั ตยกรรมในภูมภาค ิ• มีการรวมกลุมประเทศเข้ าด้ วยกันเป็ นจํานวนมาหลายกลุม ่ ่• วัตถุประสงค์์เพื่ือรัักษาผลประโยชน์์ของชาติจนเองโดยการเพิิ่ม ั ป โ ิ โ อานาจการตอรองดวยการเขารวมกบประเทศอนๆ อํานาจการต่อรองด้ วยการเข้ าร่วมกับประเทศอื่นๆ• กลุมที่เข้ มแข็งมักจะถูกแทรกแซงโดยประเทศมหาอํานาจหรื อ ุ่ ู กลุมประเทศอื่นๆ ่
  85. 85. ความหมายของสงครามอสมมาตร“สงครามอสมมาตรคืือความขัดแย้้ งระหว่างคูปรปั กษ์ ที่ ่พยายามหาจดอ่ อนของอีกฝ่ ายหนึ่ง แล้ วใช้ ยทธศาสตร์พยายามหาจุดออนของอกฝายหนง แลวใชยุทธศาสตรและยุทธวิธีของสงครามนอกแบบเข้ าดําเนินการเพื่อชดเชยจุดอ่อนของตน ก่อให้ เกิดประโยชน์กบฝ่ ายของตน ให้ ัฝ่ ายตนเป็ นฝ่ ายดํํารงความริิ เริ่ิ ม และมีีเสรีี ในการปฏิิบติ โ ป็ ป ั โดยแสวงประโยชนจากจุดออนของฝายตรงขาม อันนําไปส่แสวงประโยชน์จากจดอ่อนของฝ่ ายตรงข้ าม อนนาไปสูความเท่ าเทียมกันในการทําสงคราม” 86
  86. 86. ความไม่ เท่ าเทียมกันในการต่ อส้ ู 87
  87. 87. สงครามแบบสมมาตรสงครามแบบสมมาตร 88
  88. 88. แนวความคิดของสงครามอสมมาตรสงครามแบบอสมมาตร 89
  89. 89. มูลเหตุุแห่ งการก่ อการร้ าย
  90. 90. กงล้ อแห่ งความหวาดกลัว
  91. 91. ลักษณะของเปาหมาย ้
  92. 92. สงครามนอกแบบในหลังสงครามเย็น
  93. 93. องค์ ประกอบของการสื่อสาร
  94. 94. เขียน BLOG การใช้ เวลา 9 ชม.ใน 1 วัน 0.75 ชม. http://www.wired.com เล่ มเกม 1 ชม. Social Networking 1.25 ชม. ขาว 2.5 ชม. ข่ าว 2 5 ชม ความบันเทิง 3.5 ชม.
  95. 95. การรั บร้ ู ข้อมูลข่ าวสาร
  96. 96. การก่ อความไม่ สงบในปั จจุุบน ั สถานะของ การก่ อความไม่ สงบ
  97. 97. การก่ อความไม่ สงบในปั จจุุบน ั
  98. 98. การก่ อความไม่ สงบในปั จจุุบน ั
  99. 99. การก่ อความไม่ สงบในปั จจุุบน ั
  100. 100. Global Responses to Global ThreatsSource : C. Abbott, P. Rogers, and John Sloboda, “Global Responses to Global Threats: Sustainable Security for the 21st Century”, Oxford Research Group, 2006
  101. 101. ปั ญหาของความไม่ สมดุุลย์ ในมิตต่างๆ ิ ๆ
  102. 102. ปั ญหาของความไม่ สมดุุลย์ ในมิตต่างๆ ิ ๆ
  103. 103. ปั ญหาของความไม่ สมดุุลย์ ในมิตต่างๆ ิ ๆ
  104. 104. ปั ญหาของการรั บร้ ู ข้อมูลข่ าวสาร
  105. 105. ความเสี่ยงและผลกระทบของภัยคุุกคามพ.ศ.2553
  106. 106. ความเสี่ยงและผลกระทบของภัยคุุกคามพ.ศ.2553 ภัยคุกคามที่ สําคัญยิ่ง
  107. 107. ความเสี่ยงและผลกระทบของภัยคุุกคามพ.ศ.2554
  108. 108. ความเสี่ยงและผลกระทบของภัยคุุกคามพ.ศ.2554 ภัยคุกคามที่ สําคัญยิ่ง
  109. 109. ปั ญหามุุมมองด้ านความมั่นคง 116
  110. 110. มุุมมองด้ านความมั่นคงในยุุคปั จจุุบน ั 117
  111. 111. 118
  112. 112. พัฒนาการของการดําเนินการในกิจการความมั่นคง 119
  113. 113. สภาวะกับความสัมพันธ์ ของกลุ่มอํานาจในสังคมไทย 120
  114. 114. ภาคประชาสังคมกับสื่อสารมวลชน กบบทบาทในการตรวจสอบ กับบทบาทในการตรวจสอบ 121
  115. 115. กองทัพกับความร่ วมมือด้ านความมั่นคงอาเซียนการประชุุมรั ฐมนตรี กลาโหมอาเซียน(ASEAN Defence Ministers’ Meeting : ADMM)• การประชุม ADMM นน ไ ้ ํ ป ช ั ้ ไดกาหนดใหมการประชุมอก 2 เวที เพอ ใ้ ี ป ช ี ื่ เป็ นการรอบรับการประชุม ADMM คือ – “การประชุมเจ้ าหน้ าที่อาวุโสกลาโหมอาเซียน” (ASEAN Defence Senior Officials’ Meeting: ADSOM) เป็ นการประชุมในระดับเจ้ าหน้ าที่อาวุโส ุ ุ (ปลัดกระทรวงกลาโหม หรื อเทียบเท่า) มีหน้ าที่หลักคือเพื่อเตรี ยมการสําหรับการ ประชุม ADMM โดยทัวไปจะพิจารณาความเหมาะสมของหัวข้ อการหารื อ และ ่ พิจารณาแก้ ไขร่างเอกสารต่าง ๆ ที่จะให้ รัฐมนตรี กลาโหมของประเทศสมาชิกอาเซียน รับรองในระหว่างการประชุม ADMM
  116. 116. กองทัพกับความร่ วมมือด้ านความมั่นคงอาเซียนการประชุุมรั ฐมนตรี กลาโหมอาเซียน(ASEAN Defence Ministers’ Meeting : ADMM) – ก่อนการประชม ADSOM กําหนดให้ มี ”การประชมคณะทํางานเจ้ าหน้ าที่อาวโส กอนการประชุม กาหนดใหม ”การประชุมคณะทางานเจาหนาทอาวุโส กลาโหมอาเซียน” (ADSOM Working Group: ADSOM WG) ซึงเป็ นการประชุม ่ คณะทางาน(ระดบผู านวยการสานกนโยบายและแผนกลาโหม หรอผู คณะทํางาน(ระดับผ้ อํานวยการสํานักนโยบายและแผนกลาโหม หรื อผ้ แทน) เพื่อ เพอ เตรี ยมการด้ านสารัตถะและธุรการสําหรับการประชุม ADSOM และการประชุม ADMM ซึงที่ประชม Working Group จะร่วมกันกําหนดหัวข้ อหรื อการหารื อ ซงทประชุม ่ จะรวมกนกาหนดหวขอหรอการหารอ เตรี ยมการด้ านเอกสารที่เกี่ยวกับการประชุม รวมทังด้ านธุรการอื่นๆ ้
  117. 117. กองทัพกับความร่ วมมือด้ านความมั่นคงอาเซียนการประชุุมรั ฐมนตรี กลาโหมอาเซียน(ASEAN Defence Ministers’ Meeting : ADMM)•ใ ้ ในหวงระหวางการประชุม ADMM แตละปนน หากประเทศสมาชก ่ ป ช ่ ปี ั ้ ป ศส ชิ อาเซียนพิจารณาแล้ วเห็นว่ามีความจําเป็ นเพื่อให้ รัฐมนตรี กลาโหม ประเทศสมาชิกอาเซียน หารื อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในประเด็น เฉพาะเรองใดเรองหนงเปนพเศษนน อาจจดใหมการประชุมรฐมนตร เฉพาะเรื่ องใดเรื่ องหนึงเป็ นพิเศษนัน อาจจัดให้ มีการประชมรัฐมนตรี ่ ้ กลาโหมอาเซียนอย่างไม่เป็ นทางการ (ADMM Retreat) ขึ ้นได้
  118. 118. ความร่ วมมือด้ านการทหารในอาเซียน• การให้ ความช่วยเหลือด้ านมนุษยธรรมและการบรรเทาภัยพิบติ ุ ั (Humanitarian Assistance and Disaster Relief : HADR) ่• ความมันคงทางทะเล (Maritime Security)• การต่อต้ านการก่อการร้ าย (Counter - Terrorism) การตอตานการกอการราย• การปฏิบตการรักษาสันติภาพ (Peace Keeping) ฏ ัิ• ความร่วมมือทางการแพทย์ทหาร (Military Medicine)
  119. 119. การลาดตระเวนร่ วมในช่ องแคบมะละกา • Malacca Strait Sea Patrol (MSSP): เป็ น การร่วมมือกันระหว่างสิงคโปร์ มาเลเซียและ อนโดนเซยในการสงเรอรบเขาลาดตระเวน อินโดนิเซียในการส่งเรื อรบเข้ าลาดตระเวน และทําการฝึ กในช่องแคบมะละกา • Eyes-in-the Sky (EiS): เป็็ นการร่วมมืือกัน ระหว่างสิงคโปร์ มาเลเซียและอินโดนิเซียใน การส่งเครื่ องบินเข้ าลาดตระเวนในช่องแคบ มล มะละกา • MSP Intelligence Exchange Group: เป็ นการแลกเปลี่ยนข้้ อมูลการข่าวให้้ กบการ ป็ ป ี ่ ใ ั ปฏิบติการในช่องแคบ ั
  120. 120. การลาดตระเวนร่ วมในช่ องแคบมะละกา ภูเก็ตไทยรับผิดชอบตอนบน 5 (SECTOR 5) 4 3 2 1
  121. 121. 130
  122. 122. การเผชิญภัยคุุกคามแบบดังเดิม ้ • มีขีดความสามารถตามโครงสร้ างกําลังรบที่ได้ กาหนดไว้ ํขออธิบายสันๆ ภายในเวลา 3.08 นาที ด้ วย Clip ของเด็กหนุมไทยที่ภมิใจในกองทัพไทยและเห็นเรามีขีด ้ๆ ุ่ ูความสามารถอย่างไร ใน Youtube : http://www.youtube.com/watch?v=0gbwQ9zeuck&list=UUzo-SUsWJAuiDzfcX31hKdQ&index=1&feature=plcp
  123. 123. การเผชิญภัยคุุกคามรู ปแบบใหม่ • มีขีดความสามารถพร้ อมเผชิญภัยคุุกคามรูู ปแบบใหม่ ทุกด้ านขออธิบายด้ วยการ ใช้ โฆษณาของกองทัพบก มาอธิบายบางส่วนของขีดความสามารถที่ต้องมีเพื่อเผชิญภัยคุกคามรูปแบบใหม่ท่ีจะเกิดขึ ้นในทศวรรษหน้ า
  124. 124. บทส่ งท้ าย“Accept the challenges so  that you can feel the  exhilaration of victory”. hl f ” ‐ General George Patton Jr. 133
  125. 125. 134

×