Successfully reported this slideshow.
Your SlideShare is downloading. ×

กลอน

Ad
Ad
Ad
Ad
Ad
Ad
Ad
Ad
Ad
Ad
Ad
หนานอก            บอกความสดใส
                 หนาใน             บอกความดี
                 หนาที่บอก         ความสา...
สวนความรักของผูชาย ความใครมากอน ตามดวยความเห็นใจ
                
               และความสงสาร        อันเปนความรักที...
* วัยหนึ่งไมเรียนรูวิชา วัยสองไมหาทรัพย วัยสามไมรักษาศีล
  วัยสี่จะทําอะไรได
* คนที่พูดปดยอมไมมีใครเชื่อถือ       ...
Advertisement
Advertisement
Advertisement
Loading in …3
×

Check these out next

1 of 19 Ad
Advertisement

More Related Content

Slideshows for you (17)

Viewers also liked (20)

Advertisement

Similar to กลอน (20)

More from Tongsamut vorasan (20)

Advertisement

กลอน

  1. 1. หนานอก  บอกความสดใส หนาใน  บอกความดี หนาที่บอก  ความสามารถ อายุสั้น อายุยืน มีสาเหตุมาจากกรรมที่ทํามากอนและสภาพแวดลอมในปจจุบัน อาหาร ๓ มื้อที่พระพุทธเจาตรัสไว มื้อเชาบํารุงรางกาย มื้อกลางวันบํารุงสมอง มื้อค่ําบํารุงกาม  คําวา “ดา” กับ “ชี้ขุมทรัพย” เปนคําๆ เดียวกัน แตใชไมเหมือนกัน ถามีความปรารถนาดี เปนการชี้ขุมทรัพย ถามีความปรารถนาราย เปนการดา  ไดเงาอยาลืมรม ไดพรมอยาลืมเสือ ไดเสื้ออยาลืมใส ่ ไดกําไรจากการคาขาย ก็อยาลืมทําบุญ  จะทําบุญทุกครั้งใหอธิษฐานจิต จะทําบุญทุกชนิดใหตั้งจิตอธิษฐาน  ทําดีเอาไวใหลูก ทําถูกเอาไวใหหลาน ไมทําชั่วสามานยใหลูกหลานเห็น  ขอใหโชคดีมีชัยทั้งไปและกลับ โชคดีมีทรัพยทั้งกลับและไป  ใจจริงเขาถึงพระพุทธ ใจบริสุทธิ์เขาถึงพระธรรม ใจงามเขาถึงพระสงฆ ใจไมหลงเขาถึงนิพพาน  เราทําดีความดีไมหนีหาง ลิขิตทางเดินเองอยาเกรงกริง ่ ชีวิตนีมีคาหากทําจริง หากหยุดนิงก็คลายตายทั้งเปน ้ ่  วันไหนไหน ไมสําคัญ เทาวันนี้ เปนวันที่ ที่สําคัญ กวาวันไหน วันพรุงนี้ มะรืนนี้ ดีอยางไร ก็ยังไม สําคัญ เทาวันนี้  อยูอยางต่ํา ทําอยางสูง เปนลักษณะอยางหนึ่งของบัณฑิต ของดีจะมีอยูกับผูมบุญเทานัน เพราะของดียอมควรแกคนดี ี ้ หาควรแกคนชั่วไม  ความรักของผูหญิง ความสงสารมากอน ตามดวยความเห็นอก เห็นใจ และความรักเปนที่สุด
  2. 2. สวนความรักของผูชาย ความใครมากอน ตามดวยความเห็นใจ  และความสงสาร อันเปนความรักที่สมบูรณ ชีวิตคูเสมือนหนึ่ง หนึ่งชีวิต แตสองหัวใจ หัวใจเดียวเรื่อง มากพอแลว ถาสองหัวใจมารวมกัน เทากับเพิ่มปญหาชีวิตขึ้นเปนสอง เทา จึงตองมีน้ํายามาประสานใจ นั่นคือ ทั้งสองฝายตองยึดหลัก ๔ อ. ในการครองเรือน คือ ๑. อดทน ๒. อภัย ๓. เอาใจ ๔.อดออม (๓ อ, แรกเปนเรื่องของคนคูที่จะตองปฏิบัติตอกัน สวน อ, ที่สี่ เปนเรื่องของการบริหารเศรษฐกิจภายใจครอบครัว)  คอยนึกถึงความผิด จะไดคิดแกไข คอยนึกถึงความดี จะไดมีกําลังใจ  ถาอยากรวย อยูอยางรวย ไมมีวันรวย ถากลัวจน อยูอยางจน ไมมีวันจน  * การทําความดี ใหความอิ่มใจในเบื้องหลัง ใหความสมหวังในเบื้องหนา * รักลูกใหถูกวิธี คือการทําดีใหลูกดู * การใหคือการไดมา เหมือนการออกกําลัง คือการไดกําลัง * ชายอกหัก เพราะรักสาวสวย หญิงอกหักเพราะรักหนุมรวย * วัน เวลา ทุกคนมีเทากัน แตคนขยันตื่นเชา ยอมไดเวลายาว กวา * การไมเอานั่นแหละ คือการใหอยูในตัว * ตราบใดยังมีลมหายใจ ตราบนั้นก็ยังมี ความหวัง * คนอัจฉริยะเรียนไดจากธรรมชาติ สวนคนฉลาดเรียนไดจากหนังสือ * จงเก็บเล็กผสมนอย ไมวาความรูหรือทรัพย * ที่ที่สงบ ยอมไมมีแกบุคคลผูมีจิตฟุงซาน มีจิตสงไปแลวในอารมณตาง ๆ  * บานไมมีบุตรสืบสกุล บอไมมีน้ํา ตนไมไมมียอด ปากไมมีสัจจะ ยอมเสื่อม
  3. 3. * วัยหนึ่งไมเรียนรูวิชา วัยสองไมหาทรัพย วัยสามไมรักษาศีล วัยสี่จะทําอะไรได * คนที่พูดปดยอมไมมีใครเชื่อถือ เมื่อเขาพูดจริง * จงเปดใจใหกวาง ในการที่จะรับฟงคนอื่น ยอมไมเปน เปนใหญยาก * เงินเปนของมีคาสําหรับคนที่ใชเปน แต..จักไมมีคาสําหรับคนไมรูจักใช * จะดูหญิง ใหดูทความละอาย ี่ จะดูชาย ใหดูทความกลา ี่ หาญ  อยานอนตื่นสาย อยาอายทํากิน อยาหมิ่นเงินนอย อยาคอยวาสนา อยาเสวนาคนชั่ว อยามั่วอบายมุข อยาสุกกอนหาม อยาพลามกอนทํา อยารํากอนเพลง อยาขมเหงผูนอย อยาคอยแตประจบ อยาคบแตเศรษฐี อยาดีแตตัว อยาชั่วแตคนอืน ่ อยาฝาฝนกฎระเบียบ อยาเอาเปรียบสังคม
  4. 4. อยาชืนชมคนผิด อยาคิดเอาแตได ่ อยาใสรายคนดี อยากลาววจีมุสา อยานินทาพระเจา อยาขลาดเขลาเมื่อทุกข อยาสุขจนลืมตัว อยาเกรงกลัวงานหนัก อยาพิทักษพาลชน อยาลืมตนเมือมั่งมี ฯ ่ มงคลธรรม ถาทานทําตัวแขงกับสังคม ทางแหงความลมจมกําลังจะตามมา ถาทานทํางานเห็นแกหนา ทานจะพบกับปญหาเรือยไป ่ ถาทานทําตัวเห็นแกได ทานอยาหวังน้ําใจจากเพือนฝูง ่ ถาทานกลัวจนเกินไป ทานจะทําอะไรไมไดความ ถาทานกลาจนเกินงาม ทานจะพบกับความเดือดรอน
  5. 5. ถาทานขาดความพอดี ทานจะเปนหนี้เขาตลอดกาล ถาทานหวังแตความสนุก ทานจะทุกขมหาศาล ถาทานขาดความยั้งคิด ชีวิตทั้งชีวิตจะหมดความหมาย ถาทานทําใจใหสงบ ทานจะพบกับความสุขที่เยือกเย็น ฯ คนจะดีนี้ตองฝกและศึกษา กายวาจาตองอบรมบมนิสัย ตองฝกกันใหแนนหนักเปนหลักชัย ชนะภัยสาระพัดสวัสดี ฯ คนจะดีบางทีตองมีเพือน  ่ ชวยตักเตือนเงื่อนงําตามวิสัย แตบางทีเพื่อนนี้ก็เปนภัย เปนปจจัยใหเราตองเผาเรือน ฯ มีศีลธรรมนําเราใหเรืองรุง มีศีลธรรมสิ่งที่มุงยอมไดสม มีศีลธรรมนําใหสลายอารมณ มีศีลธรรมคนนิยมทั่วแผนดิน ฯ คนจะดี ก็เพราะมี ดีอยูดวย 
  6. 6. ดีไมชวย คนจะดี ไดที่ไหน ดีในคน จําตองปน กับคนไป ดีแตตน คนไมใช ก็ชวดดี ฯ ชีวิตเรา เราลิขิต มิตรชายหญิง ทุกๆ สิ่ง เราทํากรรม กรรมสนอง จะชั่วดี มีหรือจน ตนครอบครอง ทุกคนตอง รับผลกรรม ที่ทําเอง ฯ *ลูกลืมพอแม กระแตลืมปา หมาลืมเจาของ อยาเขาใกล* บทสวดมนตไหวพระกอนนอน คําบูชาพระรัตนตรัย (กราบ ๓ ครั้ง แลวกลาววา)
  7. 7. ๑. อิมินา สักกาเรนะ ตัง พุทธัง อภิปูชยามิ อิมินา สักกาเรนะ ตัง ธัมมัง อภิปูชยามิ อิมินา สักกาเรนะ ตัง สังฆัง อภิปูชยามิ อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ ภะคะวา, พุทธัง ภะคะวันตัง อภิวาเทมิ, (กราบ) สวากขาโต ภะคะวะโต ธัมโม ธัมมัง นมัสสามิ, (กราบ) สุปฏิปนโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ สังฆัง นะมามิ (กราบ) มัยหัง มาตาปตูนังวะ ปาเท วันทามิ สาทะรัง (กราบ) ปญญาวุฑฒิกะเร เต เต ทินโนวาเท นะมามิหัง (กราบ) ๒. นะโม ตัสสะ……….(๓ จบ) ๓. พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ…...ตะติยัมป สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ ๔. อิติป โส ภะคะวา……....สวากขาโต……....สุปฏิปนโน ๕. กรวดน้ํา อิมินา………. ๖. นั่งสมาธิ ๑๐ นาที หรือมากกวานั้น ตามสมควร ๗. แผสวนกุศล แผเมตตา ๘. กราบ ๓ ครั้ง ตั้งใจนอนหลับดวยความมีสติ ประโยชนของการสวดมนต ๑. ทําใหอานหนังสือคลอง ออกเสียงไดถูกตอง สมองไดรับการพัฒนา ๒. ขับไลความเกียจคราน จิตใจแชมชื่นเบิกบาน ๓. ตัดความเห็นแกตัวได เพราะโลภะ โทสะ โมหะ ไมเกิด ขณะสวดมนต ๔. จิตเยือกเย็นเปนสมาธิ ไมฟุงซาน ๕. ไดปญญารูหลักคําสอนของพระพุทธเจา ๖. ถึงพรอมดวยศีล สมาธิ ปญญา และไดเขาเฝาพระพุทธเจา ตนไมใหความชุมชื่นแกชีวต ิ นกตัวนิดใหเสียงเพลงแกโลกหลา
  8. 8. ดอกไมหอมใหความงามผานสายตา แมตนหญาก็ยงใหออกซิเจน ั แลวตัวเราเกิดมาในโลกนี้ ทําสิ่งดีอะไรใหโลกเห็น กินนอนเลนเทานั้นหรือทีจําเปน ่ ไมดีเดนกวาบรรดาตนหญาเอย… ใหรูไว เวลาวาง สรางประโยชน รูคุณโทษ รูสังเกต รูเหตุผล รูสังคม รูชีวิต รูคิดคน รูจักตน ใหรรัก สามัคคีฯ ู เปนอนาคต ของชาติ ที่อาจหาญ เปนแรงตาน อธรรม ความกดขี่ เปนผูทรง คุณคา ประเพณี ไมเปนที่ หนักใจ คนใกลชด ฯ ิ หมูนกจอง มองเทาไร ไมเห็นฟา ถึงฝูงปลา ก็ไมเห็น น้ําเย็นใส ไสเดือนมอง ไมเห็นดิน ที่กินไป หนอนก็ไม มองเห็นคูถ ที่ดูดกิน คนทั่วไป ก็ไม มองเห็นโลก ตองทุกขโศก เศราจิต เปนนิจสิน สวนชาวพุทธ ประพฤติธรรม ตามระบิล เห็นหมดสิ้น ทุกสิ่ง ตามจริงเอย… พุทธภาษิต
  9. 9.                             พึงผู้อืน พึงได้ แต่ ภายนอน ท่ านเพียงบอก ชี บอก หรื อพรําสอน ต้ องเพียรเอง ทําเอง ทุกขันตอน นีจึ งถอน ตัวได้ ไม่ อับจน ฯ งามผิวพรรณนอกนั้น ผานวัย งามอยูไมไมเทาไร เปลี่ยนได งามในเพราะ มีใจ ยึดสัตย ศีลแฮ
  10. 10. งามอยูดวยธรรมไซร แกแลว ยังงาม…    อันทรัพยสินถิ่นฐานทั้งบานชอง อีกเงินทองไรนามหาศาล เปนสมบัติของตัวไดชั่วกาล จะตองผานจากกันเมื่อวันตาย สวนความดีมีความสัตยสมบัติแท ถึงตัวแกกายดับไมลับหาย จะสถิตติดแนนแทนรางกาย ชนทังหลายสรรเสริญเจริญพร.. ้ เงินกับงานการศึกษาตองมากอน อยารีบรอนหารักมักจะเสีย กมั ถาขาดเงินขาดงานพาลขาดเมีย งานไมเสียเมียก็มาเงินก็มี * วิชาเปนอํานาจ มารยาทเปนเสนห * โลกพินาศก็เพราะขาดเมตตา โลกโศกาก็เพราะมีเมตตาค้ําจุน * นกไมมีขน คนไมมีความรู จะขึ้นสูที่สูงไมได * อยากเปนคนดังในอนาคต ตองเปนคนทรหดในปจจุบัน * อดีตไมขยัน ปจจุบันไมขวนขวาย ไมตองถามถึงอนาคต  ผีที่หนึ่ง ชอบสุราเปนอาจินต ไมชอบกินขาวปลาเปนอาหาร ผีที่สอง ชอบเที่ยวยามวิกาล ไมรักบานรักลูกรักเมียตน
  11. 11. ผีที่สาม ชอบดูการละเลน ไมละเวนบารคลับละครโขน ผีที่สี่ คบคนชั่วมั่วกับโจร หนีไมพนอาญาตราแผนดิน ผีที่หา ชอบเลนมากีฬาบัตร สารพัดถั่วโปไฮโลสิ้น ผีที่หก ชอบเกียจครานการทํากิน มีทั้งสิ้น ๖ ผีอัปรียเอย                      
  12. 12.       คนที่ไมเรียน คือคนพาล คนไมทํางาน คือคนรกโลก คนถือแตโชค คือคนประมาท อคนประมาท คนที่ฉลาด คือคนรูจักสรางตนเอง อยากเห็นตองดู อยากรูตองถาม อยากงามตองแตง อยากแข็งแรงตองออกกําลังกาย อยากดังตองสงบ อยากพบของจริงอยาทิ้งพระ คนดีชอบแกไข คนจัญไรชอบแกตัว คนชั่วชอบทําลาย คนมักงายชอบทิ้ง คนจริงชอบทํา คนระยําชอบติ การจากไป เปนนิยาม ของความรัก การอกหัก เปนนิยาม ของความหลง การภักดี เปนนิยาม ของความมั่นคง การซื่อตรง เปนนิยาม ของความศรัทธา การรองไห เปนนิยาม ของความพายแพ
  13. 13. การปรวนแปร เปนนิยาม ของความใฝหา การปราชัย เปนนิยาม ของน้ําตา การจากลา เปนนิยาม ของความจริง… 
  14. 14.                                             
  15. 15.                ชี วิตอนิจจัง               
  16. 16.                 เปลี่ยนความราย เปน ความดี เปลี่ยนความตระหนี่ เปน เสียสละ เปลี่ยนโลภะ เปน รูจักพอ เปลี่ยนความหลง เปน ความรู (แจง) เปลี่ยนความเห็นแกตัว เปน เห็นแกสวนรวม เปลี่ยนความโกรธ เปน เมตตา เปลี่ยนความริษยา เปน ยินดี
  17. 17. เปลี่ยนรังเกียจ เปน ใหเกียรติ เปลี่ยนพยาบาท เปน อภัย เปลี่ยนเหลวไหล เปน จริงจัง เปลี่ยนอยากดัง เปน อยากดี เปลี่ยนลําเอียง เปน เที่ยงธรรม เปลี่ยนพูดมากกวาทํา เปน ทํามากกวาพูด เปลี่ยนแกแคน เปน แกไข เปลี่ยนระเบียบวินัยไมมี เปน มีระเบียบวินัย เปลี่ยนทําลาย เปน สรางสรรค เปลี่ยนกระดาง เปน ออนโยน เปลี่ยนแตกแยก เปน รูรัก-สามัคคี เปลี่ยนฟุงเฟอ เปน ประหยัด เปลี่ยนประมาท เปน ระวัง เปลี่ยนหวาดระแวง เปน ไววางใจ เปลี่ยนมักงาย เปน รอบคอบ เปลี่ยนออนแอ เปน เขมแข็ง เปลี่ยนขัดคอ เปน ขัดสี เปลี่ยนขัดใจ เปน เขาใจ เปลี่ยนเปราะบาง เปน หนักแนน เปลี่ยนเกียจคราน าน เปน หนักเอาเบาสู เปลี่ยนศัตรู เปน มิตร เปลี่ยนนินทา เปน สรรเสริญ เปลี่ยนนิ่งดูดาย เปน ขวนขวายชวยกัน เปลี่ยนมองโลกแงราย เปน มองโลกแงดี ฯลฯ

×