บทที่ 1                                                                                                                   ...
2 เทคนิคการจัดตารางการดําเนินงาน         ในขณะที่ “งาน (Job)” อาจจะประกอบดวยภารกิจพื้นฐานจํานวนหนึ่ง ที่มีความสัมพันธกัน...
บทนํา 3          ดังนั้น ตารางที่เปนไปไดจริง (Feasible Schedule) ซึ่งเปนผลลัพธของการแกปญหาการจัดตารางจะตองปฏิบัติตา...
4 เทคนิคการจัดตารางการดําเนินงานเปนตน การเลือกใชเทคนิคที่เหมาะสมนั้นจะขึ้นอยูกับความซับซอนของปญหา ธรรมชาติของแบบจําล...
บทนํา 5           ตัวอยางที่ 1.2.2 : โรงงานผลิตอุปกรณเซมิคอนดักเตอร (อุตสาหกรรมการผลิต)           หนวยความจําและไมโครโ...
6 เทคนิคการจัดตารางการดําเนินงานชัดเจน เมื่ อมีลูกคาเขามาจองรถเพื่อเชา ไปใชงานในชวงเวลาที่กําหนดใหชวงเวลาหนึ่ง เอเย...
บทนํา 7ตรงกันขาม ปญหาบางประเภทจะเกิดขึ้นมากในอุตสาหกรรมการบริการ เชน ระบบการจองทรัพยากร แตก็ยังมีปญหาการจัดตารางอีกเป...
8 เทคนิคการจัดตารางการดําเนินงาน           ตัวอยางเชน แผนกปมขึ้นรูปโลหะของโรงงานผลิตผลิตภัณฑจากโลหะแผนแหงหนึ่งมีการ...
บทนํา 9หนึ่งแตละงานไดรับการจัดสรรอยูบนทรัพยากรใด เชน ที่เวลา 10 หนวย การดําเนินงานลําดับที่ 2 ของงาน 1กําลังทําอยูบน...
10 เทคนิคการจัดตารางการดําเนินงานโอนงานปจจุบันที่ตองใชเครื่องจักรที่เสียอยูไปใหกับเครื่องจักรอื่นที่สามารถทํางานดังกล...
Upcoming SlideShare
Loading in …5
×

9789740329992

725 views

Published on

Published in: Automotive
0 Comments
0 Likes
Statistics
Notes
  • Be the first to comment

  • Be the first to like this

No Downloads
Views
Total views
725
On SlideShare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
2
Actions
Shares
0
Downloads
3
Comments
0
Likes
0
Embeds 0
No embeds

No notes for slide

9789740329992

  1. 1. บทที่ 1 บทนํา1.1 บทนํา การจัดตาราง (Scheduling) เปนกระบวนการตัดสินใจอยางหนึ่งที่มีความสําคัญอยางมากตอทั้งอุตสาหกรรมการผลิตและอุตสาหกรรมการบริการ [104, 148] โดยที่ผลลัพธของกระบวนการตัดสินใจในที่นี้ก็คื อ ตารางหรื อ กํ า หนดการ (Schedule) สํ า หรั บ กิ จ กรรมที่ ห ลากหลาย ในป จ จุ บั น พบว า องค ก รทั้ ง ในภาคอุตสาหกรรมและภาคการบริการไดนําเอาทฤษฎีการจัดตารางมาประยุกตใชกับกิจกรรมตางๆ ขององคกรอยางแพรหลาย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทํางานใหสูงขึ้น เชน การผลิต การบริการ การจัดซื้อ การขนสงการกระจายสินคา การประมวลผลในระบบปฏิบัติการของเครื่องคอมพิวเตอร และการสื่อสาร เปนตน “การจัดตาราง” หมายถึง การจัดสรรทรัพยากร (Resource) ที่มีอยูอยางจํากัด ใหกับภารกิจ(Task) ที่กําหนดใหจํานวนหนึ่ง ภายใตระยะเวลาที่กําหนดให เพื่อที่จะทําใหองคกรสามารถบรรลุถึงเปาหมาย(Goal) หรือวัตถุประสงค (Objective) สูงสุดที่องคกรกําหนดเอาไวที่เวลานั้นได [6] การจัดตารางจะทําใหทราบวา เราจะตองการใชแตละทรัพยากรเมื่อใด เพื่อที่จะผลิตชิ้นงานหรือใหบริการตามที่ตองการ และการจัดตารางจะเกิดขึ้นในขั้นตอนสุดทายของการวางแผนกอนที่การผลิตจริงจะเริ่มตนขึ้น คําวา “ทรัพยากร” หมายถึง คนงาน พนักงาน เครื่องจักร เครื่องมือ อุปกรณ สถานที่ หรือสิ่งของตางๆ ที่ มีอ ยูเป นจํ านวนจํ ากัด ซึ่ง สามารถนํ าไปใช ในการทํ าใหเกิ ดผลผลิ ต หรือการบริก ารที่ ตอ งการไดเนื่ อ งจากความจํ า กั ด ของทรั พ ยากรที่ ต อ งใช ร ว มกั น นี้ เ อง จึ ง ทํ า ให เ กิ ด การแย ง ชิ ง ทรั พ ยากรขึ้ น ดั ง นั้ นทรัพยากรจึงตองถูกจัดสรรอยางเหมาะสมตามลําดับความสําคัญใหกับกิจกรรมตางๆ ที่ตองการใชทรัพยากรดังกลาวที่เวลาเดียวกัน ตัวอยางเชน เครื่องจักรที่ใชในการผลิตชิ้นงาน โตะและเกาอี้สําหรับใหลูกคานั่งรั บ ประทานอาหารในภั ต ตาคาร แพทย ห รื อ พยาบาลในโรงพยาบาล ห อ งเรี ย นในอาคารเรี ย นรวมของมหาวิทยาลัย ลานบินของสนามบิน คนงานในสถานที่กอสราง หรือหนวยประมวลผลของเครื่องคอมพิวเตอรเปนตน นอกจากนี้แลวจํานวนของทรัพยากรที่มีอยูอาจจะใชระบุถึงความสามารถในการสรางผลผลิตไดอีกดวย เชน เครื่องจักร 1 เครื่องสามารถผลิตชิ้นงานได 100 ชิ้น/ชั่วโมง ถาโรงงานแหงหนึ่งซื้อเครื่องจักรชนิดเดียวกันนี้มา 5 เครื่อง โรงงานแหงนี้ก็จะมีความสามารถในการผลิตเทากับ 500 ชิ้น/ชั่วโมง เปนตน
  2. 2. 2 เทคนิคการจัดตารางการดําเนินงาน ในขณะที่ “งาน (Job)” อาจจะประกอบดวยภารกิจพื้นฐานจํานวนหนึ่ง ที่มีความสัมพันธกันในดานของลําดับกอนหลัง (Precedence Relationship) ซึ่งในบางครั้งเราจะเรียกภารกิจพื้นฐานเหลานี้วา “การดําเนินงาน (Operation)” โดยที่ตัวอยางของการดําเนินงานอาจจะหมายถึง ขั้นตอนการปฏิบัติงานในโรงงานขั้นตอนการบํารุงรักษาเครื่องจักร ขั้นตอนการจัดซื้อวัตถุดิบ ขั้นตอนการนําเครื่องบินขึ้นหรือลงจอดบนลานบิน ขั้นตอนของกิจกรรมในโครงการกอสราง หรือการทํางานตามขั้นตอนของโปรแกรมคอมพิวเตอร เปนตน ทฤษฎีการจัดตารางเกี่ยวของกับการสรางและพัฒนาแบบจําลองทางคณิตศาสตร และการหาเทคนิคที่เหมาะสมในการแกปญหาการจัดตาราง ซึ่งจะตองอาศัยความรูทั้งในภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ รวมกันกับการวิเคราะหเชิงปริมาณที่จะเปนเครื่องมือ สําหรับชวยในการหาคําตอบ โดยแนวทางดั งกลาวนี้จะแปลงโครงสรางของปญหาการจัดตารางไปสูรูปแบบของสมการทางคณิตศาสตรที่เหมาะสม ซึ่งกระบวนการนี้จะเกี่ยวของกับการแปลงเปาหมายและความมีอยูอยางจํากัดของทรัพยากรในดานตางๆ ที่เกี่ยวของกับการตัดสินใจ ไปสูฟงกชันวัตถุประสงค (Objective Function) และขอจํากัด (Constraint) ตางๆ ซึ่งจะเขียนขึ้นมาอยางชัดเจนในรูปแบบของสมการทางคณิตศาสตร ในทางทฤษฎีฟงกชันวัตถุประสงคของการจัดตารางควรจะประกอบดวยคาใชจาย (Cost) ทั้งหมดที่เกิดขึ้นในระบบ ซึ่งคาใชจายเหลานี้จะไดรับผลกระทบโดยตรงจากการตัดสินใจจัดตารางในครั้งนี้ อยางไรก็ตาม ในทางปฏิบัติแล วคาใช จายดั งกลาวอาจจะวัดออกมาเปน ตัวเลขไดยากมาก ดังนั้น แทนที่จ ะแสดงฟงกชันวัตถุประสงคในรูปของคาใชจาย เราจะใชเปาหมาย 3 รูปแบบหลักในการตัดสินใจที่เกี่ยวของกับการจัดตารางแทน นั่นคือ ประสิทธิภาพในการใชสอยทรัพยากร (Resource Utilization) ความรวดเร็วในการสนองตอบตออุปสงค และการสงมอบที่ตรงเวลา นอกจากนั้นแลวเรายังอาจจะใชตัววัดสมรรถนะของระบบตัวอื่นๆ แทนตัววัดที่เกิดจากคาใชจายของระบบไดดวยเชนกัน ตัวอยางเชน เวลาเดินเปลา (Idle Time) ของเครื่องจักร เวลารอคอยของงาน หรือเวลาสาย (Lateness) ของงาน ซึ่งรายละเอียดจะกลาวถึงในบทถัดไป ในการจัดตารางนั้น ขอจํากัดพื้นฐาน 2 ประเภทที่พบเสมอก็คือ 1. ขอจํากัดดานทรัพยากร (Resource Constraint) : เกี่ยวของกับการที่ทรัพยากรมีความสามารถใน การทํางานอยางจํากัดที่ขณะใดขณะหนึ่ง เชน เครื่องจักรเครื่องหนึ่งสามารถทํางานไดกับชิ้นงาน เพียงชิ้นงานเดียวเทานั้นที่เวลาใดเวลาหนึ่ง ทันตแพทยสามารถทําฟนใหกับคนไขเพียงหนึ่งราย เทานั้นที่เวลาใดเวลาหนึ่ง 2. ขอจํากัดดานเทคโนโลยี (Technological Constraint) : เกี่ยวของกับความจํากัดในดานลําดับ กอนหลังของการทํางาน (Precedence Constraint) เชน เราจะตองทํางานขั้นตอนแรกบนชิ้นงานชิ้น หนึ่งใหแลวเสร็จกอนที่จะเริ่มตนทํางานขั้นตอนที่ 2 บนชิ้นงานชิ้นเดียวกันนั้นได หรือพนักงานคนที่ หนึ่งตองทํางานขั้นตอนแรกใหเสร็จกอน แลวจึงสงชิ้นงานที่ทําเสร็จแลวไปใหกับพนักงานคนถัดไป เพื่อทํางานขั้นตอนที่สองตอไป
  3. 3. บทนํา 3 ดังนั้น ตารางที่เปนไปไดจริง (Feasible Schedule) ซึ่งเปนผลลัพธของการแกปญหาการจัดตารางจะตองปฏิบัติตามเงื่อนไขของขอจํากัดทั้งสองที่กลาวมา เพื่อทําใหสามารถตอบ 2 คําถามหลักที่เกี่ยวของกับการจัดตารางได กลาวคือ (1) เราจะใชทรัพยากรตัวไหนจากทรัพยากรหลายตัวที่มีอยูและมีความพรอมใชงานเพื่อทํางานที่กําหนดให ซึ่งหมายถึงการตัดสินใจเกี่ยวกับการจัดสรรทรัพยากร (Allocation) หรือการโหลดงาน(Loading) (รูปที่ 1.1a) และ (2) เราจะลงมือทํางานแตละงานเมื่อใด ซึ่งหมายถึงการตัดสินใจเกี่ยวกับการจัดลําดับงาน (Sequencing) และการจัดตาราง (Scheduling) (รูปที่ 1.1b) M1 งาน งาน M2 M1 แถวคอย แถวคอย เครื่องจักร M3 เครื่องจักร (a) การจัดสรรทรัพยากร (เลือกเครื่องจักรที่จะทํางาน) (b) การจัดลําดับและจัดตารางใหกบงานบนแถวคอย ั รูปที่ 1.1 ประเภทของปญหาการจัดตาราง ในทางปฏิบัติ พบวาปญหาการจัดตารางบางครั้งอาจจะเกี่ยวของกับการตัดสินใจเพียงประเภทเดียวก็ได ทั้งนี้ขึ้น อยูกับคุณลักษณะของระบบและปญหาที่ กําลังพิจารณาอยู เชน ในการทํางานอยางหนึ่งในโรงงาน พบวามีเครื่องจักรที่สามารถทํางานนี้ไดเพียงเครื่องจักรเดียวเทานั้น ดังนั้น การตัดสินใจเกี่ยวกับการจัดสรรทรัพยากรจึงไมเกิดขึ้น เนื่องจากไมสามารถเลือกทํางานนี้ บนเครื่องจักรอื่นได จะมีก็แตการตัดสินใจเกี่ยวกับการจัดลําดับงานที่เหมาะสมเพื่อปอนใหเครื่องจักรเครื่องนี้เทานั้น หรือในทางตรงกันขาม การทํางานอีก ประเภทหนึ่ ง สามารถที่ จ ะทํ า ไดบ นหลายเครื่ อ งจัก ร แต เ มื่ อ ได จั ดสรรงานและป อ นงานเหล า นี้ ใ ห กั บเครื่องจักรเครื่องใดเครื่องหนึ่งแลว จะไมมีการเปลี่ยนแปลงลําดับของงานที่ อยูบนแถวคอยหนาเครื่องจักรอีกโดยถื อ เอาลํ า ดั บ ของการจั ด สรรงานให กั บ เครื่ อ งจั ก รเป น ลํ า ดั บ ของงานบนแถวคอยเลย เนื่ อ งจากการเปลี่ยนแปลงดังกลาวอาจจะกอใหเกิดความยุงยากและสับสนในการทํางานของคนงานเปนอันมาก ดังนั้น การตัดสินใจในกรณีเชนนี้ก็จะจํากัดอยูเฉพาะที่เกี่ยวของกับการจัดสรรทรัพยากรเทานั้น ทฤษฎีการจัดตารางจะเสนอแนะเทคนิคเปนจํานวนมาก ที่เปน ประโยชนตอการแกปญหาการจัดตาราง เชน เทคนิคการหาคาที่เหมาะสมที่สุดเชิงการจัด (Combinatorial Optimization) ฮิวริสติก (Heuristic)คอมพิวเตอรซิมูเลชัน (Simulation) การวิเคราะหโครงขาย (Network) หรือเมตาฮิวริสติก (Meta-Heuristic)
  4. 4. 4 เทคนิคการจัดตารางการดําเนินงานเปนตน การเลือกใชเทคนิคที่เหมาะสมนั้นจะขึ้นอยูกับความซับซอนของปญหา ธรรมชาติของแบบจําลอง และฟงกชันวัตถุประสงค รวมทั้งปจจัยอื่นๆ ที่เกี่ยวของ เชน เวลา คาใชจาย ในบางกรณีผูจัดตารางอาจพบวา มีเทคนิคหลายอยางที่สามารถนํามาใชในการแกปญหาที่กําลังสนใจอยูได ซึ่ง ในกรณีนี้ผูจัดตารางจะตองอาศัยทั้งความรูและประสบการณในการเลือกเทคนิคที่เหมาะสมมาใช เพื่อใหไดมาซึ่งตารางที่มีฟงกชันวัตถุประสงคดีที่สุด และใชเวลาในการหาคําตอบนอยที่สุด ดังนั้น ทฤษฎีการจัดตารางนอกจากจะเกี่ยวของกับการสรางแบบจําลองที่เหมาะสมแลว ยังเกี่ยวของกับการเลือกเทคนิคที่เหมาะสมในการแกปญหาอีกดวย1.2 ตัวอยางการประยุกตทฤษฎีการจัดตารางในทางธุรกิจ ตัวอย างต อไปนี้ แสดงใหเ ห็นถึ งบทบาทของการจั ดตารางที่มีต อธุร กิจ ทั้งในดา นอุต สาหกรรมการผลิตและอุตสาหกรรมการบริการ ซึ่งจะแสดงใหเห็นถึงความสําคัญของการนําเอาทฤษฎีการจัดตารางมาประยุกตใชเพื่อทําใหเกิดประโยชนสูงสุดตอการดําเนินงานขององคกร [103, 104] ตัวอยางที่ 1.2.1 : โรงงานผลิตถุงกระดาษ (อุตสาหกรรมการผลิต) โรงงานผลิ ต ถุ ง กระดาษแห ง หนึ่ ง ผลิ ต ถุ ง กระดาษสํ า หรั บ ใส ปู น ซี เ มนต ถ า น อาหารสั ต ว และผลิตภัณฑอื่นๆ ที่เกี่ยวกับถุงกระดาษอีกหลายประเภท วัตถุดิบที่ใชสําหรับโรงงานแหงนี้ก็คือ กระดาษที่ซื้อมาเปนมวน ขั้นตอนการผลิตมีดังนี้ หลังจากมวนกระดาษถูกนํามาตัดเปนแผนจนไดตามขนาดที่ตองการแลวประกอบดวย 3 ขั้นตอนหลัก คือ พิมพตราบริษัท ทากาวที่ดานขางของถุง และเย็บปดที่ปลายดานหนึ่งหรือทั้งสองดานของถุง ในแตละขั้นตอนการผลิตโรงงานแหงนี้มีเครื่องจักรเปนจํานวนมากที่สามารถนํา มาใชในการผลิตได และเครื่องจักรเหลานี้อาจจะมีคุณสมบัติที่ไมเหมือนกันก็ได กลาวคือ เครื่องจักรแตละเครื่องอาจจะมีความแตกตางกันบางเล็กนอยในดานของความเร็วในการผลิต จํานวนของสีที่สามารถพิมพได หรือขนาดของถุงที่สามารถผลิตได เปนตน คําสั่งผลิตจะระบุถึงจํานวนของถุงที่จะผลิตในแตละประเภทและเวลาสงมอบที่สัญญาไวกับลูกคา เวลาที่ใชในการผลิตในแตละขั้นตอนจะเปนสัดสวนโดยตรงกับขนาดของคําสั่งซื้อ(จํานวนของถุงกระดาษ) การสงมอบงานลาชาจะทําใหโรงงานตองเสียคาปรับ และเสียชื่อเสียง ซึ่งคาปรับนี้ขึ้นอยูกับความสําคัญของลูกคาและความลาชาในการสงมอบ ดังนั้น วัตถุประสงคของระบบจัดตารางสําหรับโรงงานแหงนี้คือ การหาตารางการผลิตที่ทําใหผลรวมของคาปรับทั้งหมดมีคานอยที่สุด นอกจากนั้นแลวเมื่อเครื่องจักรเปลี่ยนการผลิตจากถุงชนิดหนึ่งไปเปนอีกชนิดหนึ่ง จะตองมีการปรับตั้งเครื่องเกิดขึ้น ซึ่งเวลาในการปรับตั้งนี้จะขึ้นกับความคลายคลึงกันของคําสั่งผลิตที่ตามมา เชน จํานวนของสีที่ใชรวมกัน ความแตกตางของขนาดถุง ดังนั้น วัตถุประสงคอีกประการหนึ่งก็คือ การจัดลําดับของงานเพื่อทําใหเวลาสูญเสียที่เกิดจากการปรับตั้งเครื่องจักรมีคานอยที่สุด
  5. 5. บทนํา 5 ตัวอยางที่ 1.2.2 : โรงงานผลิตอุปกรณเซมิคอนดักเตอร (อุตสาหกรรมการผลิต) หนวยความจําและไมโครโพรเซสเซอร เปนอุ ปกรณเซมิคอนดักเตอรอยางหนึ่ง ที่ตองผลิตโดยโรงงานที่มีความชํานาญพิเศษ กระบวนผลิตหลักประกอบดวย 4 ขั้นตอน คือ ปลูกแผนเวเฟอร ทดสอบแผนเวเฟอร การประกอบ และการทดสอบ จากขั้นตอนทั้ง 4 ดังกลาวนี้ พบวาขั้นตอนการปลูกแผนเวเฟอรเปนขั้นตอนที่สําคัญและซับซอนที่สุด แผนเวเฟอรที่ปลูกเรียบรอยแลวจะถูกสงไปยังขั้นตอนถัดไปเปนรุน (Lot)เครื่องจักรบางเครื่องอาจจะตองถูกปรับตั้งกอนที่จะทํางานกับแผนเวเฟอรที่ปอนเขามาได เวลาที่ใชในการปรับตั้งขึ้นอยูกับความแตกตางของลักษณะ หรือรูปทรงของรุนที่เพิ่งทําเสร็จ กับ รุนใหมที่กําลังจะเริ่มทําการผลิต จํานวนคําสั่งผลิต ทั้งหมดในระบบจะมีคา อยูประมาณหลักรอย แตละคําสั่งผลิตจะมีเวลาปลอยงาน(Release Date) และเวลาสงมอบเปนของตัวเอง วัตถุประสงคในการจัดตารางสําหรับโรงงานประเภทนี้คือการสงมอบผลิตภัณฑที่ตรงตามกําหนดเวลาใหไดมากที่สุด นอกจากนั้นยังตองทําใหเกิดผลผลิตมากที่สุดอีกดวย สํ าหรับเปาหมายประการหลั ง นี้ สามารถทํา ใหเกิ ดขึ้นได โดยสร างระบบการทํ างานใหมีการใชสอยเครื่องจักรและอุปกรณใหมากที่สุด โดยเฉพาะกับเครื่องจักรที่เปนคอขวด (Bottleneck) ในระบบผลิต ดังนั้นการลดเวลาเดินเปลาของเครื่องจักรและการลดเวลาปรับตั้งเครื่องจักรประเภทนี้ จึงเปนสิ่งที่จําเปนตอการเพิ่มผลผลิตของโรงงานเปนอยางมาก ตัวอยางที่ 1.2.3 : โรงงานประกอบรถยนต (อุตสาหกรรมการผลิต) ในสายการประกอบรถยนตสายหนึ่ง โดยมากจะมีการผลิตรถยนตหลายโมเดลที่แตกตางกัน ซึ่งโมเดลทั้งหมดนี้จะถูกจัดอยูในตระกูล (Family) ของรถยนต ซึ่งมีอยูเปนจํานวนไมมากนัก ตัวอยางเชน โมเดลที่อยูในตระกูลหนึ่ง อาจจะประกอบดวยรุนที่มี 2 ประตู รุนที่เปนรถเกงสองตอนที่มี 4 ประตู ซึ่งในแตละรุนอาจจะมีสีและทางเลือกที่แตกตางกันได เชน เกียรมือหรือเกียรอัตโนมัติ หลังคาแบบธรรมดาหรือหลังคาแบบเปดรับแสงอาทิตยได สําหรับโรงงานประเภทนี้คอขวดของสายการผลิตอาจจะเกิดขึ้นไดหลายแหง ซึ่งคอขวดในที่นี้อาจหมายถึงเครื่องจักรหรือกระบวนการที่มีการทํางานชาที่สุดเมื่อเทียบกับเครื่องจักรหรือกระบวนการอื่น และคอขวดนี้เองจะเปนตัวกําหนดอัตราการผลิตของสายการผลิตทั้งหมด ยกตัวอยางเชน โรงพนสีซึ่งทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนสีรถยนตจากสีหนึ่งไปเปนอีกสีหนึ่ง จะตองมีการลางทําความสะอาดปนพนสีทุกครั้ง ซึ่งกระบวนการนี้ในบางครั้งใชเวลานานมาก ดังนั้น วัตถุประสงคในการจัดตารางสําหรับโรงงานประเภทนี้ก็คือการประกอบรถยนต ใ ห ไ ด ม ากที่ สุ ด ซึ่ ง ทํ า ได โ ดยการเรี ย งลํ า ดั บ ของรถยนต ที่ จ ะผลิ ต ให เ กิ ด ภาระงาน(Workload) ในแตละสถานีงานใหมีความสมดุลกันไดมากที่สุด ตัวอยางที่ 1.2.4 : ระบบการจองรถยนต (อุตสาหกรรมการบริการ) เอเยนตรถเชาสวนมากจะพยายามรักษาความหลากหลายของรถยนตที่เปดใหเชาใหมากที่ สุดเทาที่จะทําได ดังนั้น เขาจะเตรียมรถไวหลายขนาดเพื่อใหลูกคามีโอกาสไดเลือกตามวัตถุประสงคในการใชงานเชน รถขนาดใหญ รถขนาดกลาง และรถขนาดเล็ก ลูกคาบางรายอาจจะมีความยืดหยุนไดบางในเรื่องของชนิดหรือยี่หอของรถยนตที่จะเชา แตในขณะที่บางรายอาจจะระบุช นิดหรือยี่หอของรถที่ตองการเชา อยาง
  6. 6. 6 เทคนิคการจัดตารางการดําเนินงานชัดเจน เมื่ อมีลูกคาเขามาจองรถเพื่อเชา ไปใชงานในชวงเวลาที่กําหนดใหชวงเวลาหนึ่ง เอเยนตจะตอ งตัดสินใจวา เขาจะจองรถใหกับลูกคารายนี้ดีหรือไม เนื่องจากวาเขาอาจไดรับผลประโยชนมากกวาก็ไดถาเขาปฏิเสธลูกคารายนี้ ทั้งนี้เพราะลูกคารายนี้จะขอเชารถเพียงชวงสั้นๆ เทานั้น เชน วันเดียว และเขาคอนขางจะมั่นใจวา เขามีโอกาสที่จะใหลูกคารายอื่นเชารถคันเดียวกันนี้เปนระยะเวลาที่นานกวาได ดังนั้น วัตถุประสงคของเอเยนตรถเชาก็คือ การหาจํานวนของวันที่มากที่สุดที่รถยนตที่มีอยูจะถูกเชาออกไปใชงาน ตัวอยางที่ 1.2.5 : โครงการติดตั้งระบบคอมพิวเตอร (อุตสาหกรรมการบริการ) พิจารณาโครงการติดตั้งระบบคอมพิวเตอรขนาดใหญแหงหนึ่ง ซึ่งจะตองมีการจัดซื้อ ติดตั้ง และทดสอบระบบคอมพิวเตอรจนกระทั่งระบบสามารถดําเนินการไดอยางมีประสิทธิ ภาพ โครงการเชนนี้จะมีงานที่เกี่ยวของเปนจํานวนมาก เชน การประเมินและคัดเลือกฮารดแวร การพัฒนาซอฟตแวร การจัดหาและฝกอบรมพนักงาน การทดสอบระบบ และการแกไขขอบกพรองในระบบ ซึ่งในแตละงานจะมีความสัมพันธในดานของลําดับกอนหลังของงานอยู กลาวคือ งานบางอยางอาจจะทําไปพรอมๆ กันได แตในขณะที่งานบางงานไมสามารถเริ่มตนไดถางานกอนหนานี้บางอยางยังทําไมเสร็จ วัตถุประสงคในการจัดตารางสําหรับปญหาประเภทนี้ก็คือ การทําใหโครงการเสร็จภายในเวลาที่นอยที่สุด ในที่นี้การจัดตารางไมเพียงแตจะเปนการแสดงใหเห็นถึงแนวทางในการบริหารโครงการเทานั้น ยังชวยใหเราสามารถประมาณเวลาเสร็จสิ้นของโครงการไดอีกดวย นอกจากนั้นแลวยังทําใหทราบถึงสายงานวิกฤติ (Critical Path) และกิจกรรมวิกฤติ (Critical Activity)ของโครงการ ซึ่งสามารถนํามาใชในการติดตามและควบคุมความกาวหนาของกิจกรรมตางๆ ในโครงการไดอยางมีประสิทธิภาพอีกดวย ตัวอยางที่ 1.2.6 : การจัดตารางเวรของพยาบาล (อุตสาหกรรมการบริการ) โรงพยาบาลทุกแหงจะมีความตองการพยาบาลที่แตกตางกันไปในแตละวัน ตัวอยางเชน จํานวนความตองการของพยาบาลในวันธรรมดาจะมากกวาในชวงสุดสัปดาห และในชวงของเวรเชาและเวรบายจะใชพยาบาลจํานวนมากกวาในชวงของเวรดึก นอกจากนั้นแลวยังมีขอจํากัดในดานอื่นๆ เพิ่มขึ้นมาอีก เชนกฎหมายแรงงาน ขอตกลงที่ใหไวกับสหภาพ หรือแมแตขอจํากัดสวนบุคคลของพยาบาล ดังนั้น รูปแบบของการจัดเวรการทํางานใหกับพยาบาลอาจจะมีไดหลายรูปแบบดวยกัน ซึ่งแตละรูปแบบอาจจะมีคาใชจายที่แตกตางกันได วัตถุประสงคในการจัดตารางเวรของพยาบาลก็คือ การจัดสรรเวรใหกับ พยาบาลแตละคน โดยมีคาใชจายที่ต่ําที่สุด ซึ่งทําใหในแตละเวรมีจํานวนพยาบาลเปนไปตามความตองการ ไมขัดกับกฎหมายและขอตกลงที่กําหนดเอาไว นอกจากนั้นแลวยังเปนไปตามขอจํากัด สวนบุคคลตางๆ ที่ถูกรองขออีกดวย เชนพยาบาลบางคนไมขอขึ้นเวรในวันหยุด บางคนไมขอขึ้นเวรเชาเนื่องจากจะตองไปเรียนเพิ่มเติม จากตัวอยางที่กลาวมาแลวขางตนจะเห็นวา การจัดตารางเปนกระบวนการตัดสินใจที่มีความสําคัญอยางมากตอทั้งอุตสาหกรรมการผลิตและอุตสาหกรรมการบริการ นอกจากนั้นยังพบวา ปญหาการจัดตารางบางประเภทจะเกิดขึ้นในอุตสาหกรรมการผลิตเปนสวนมาก เชน การจัดตารางสายการประกอบ แต ในทาง
  7. 7. บทนํา 7ตรงกันขาม ปญหาบางประเภทจะเกิดขึ้นมากในอุตสาหกรรมการบริการ เชน ระบบการจองทรัพยากร แตก็ยังมีปญหาการจัดตารางอีกเปนจํานวนมากที่อาจจะเกิดขึ้นไดทั้งในอุตสาหกรรมการผลิตและอุตสาหกรรมการบริการ เชน การจัดตารางแบบงานตามงาน (Job Shop Scheduling) ซึ่งสามารถนําไปประยุกตใชไดกับทั้งในโรงงานและในโรงพยาบาล1.3 แผนภูมิแกนต พจนานุกรม American Heritage [127] ไดอธิบาย “แผนภูมิแกนต (Gantt Chart)” วาหมายถึงแผนภูมิที่ใชอธิบายกระบวนการทํางานตางๆ ที่มีความสัมพันธกับเวลา ซึ่ง นิยมใชในการวางแผนและติดตามความกาวหนาของโครงการ แผนภูมิแกนตไดถูกพัฒนาขึ้นประมาณ ค.ศ. 1917 โดย Henry L.Gantt วิศวกรและนักประดิษฐชาวอเมริกัน ผูซึ่งริเริ่มในดานการจัดการโครงการ และเปนหนึ่งในผูบุกเบิกทางด า นวิ ท ยาการจั ด การ Gantt มี ค วามสนใจอย า งมากในด า นการเพิ่ ม ผลิ ต ภาพของคนงานและประสิทธิภาพของอุตสาหกรรม เขาไดคิดคนระบบการประเมินโบนัสของพนักงานขึ้น โดยผูจัดการจะเพิ่มเงินคาจางใหกับพนักงาน เพื่อจูงใจใหพวกเขาทํางานอยางมีประสิทธิภาพสูงขึ้น ซึ่งการประเมินผลการทํางานจะพิจารณาจากแผนภูมิที่เราเรียกวา แผนภูมิแกนต นั่นเอง Gantt ไดใชความรูความสามารถของเขาชวยบริษัท Bethlehem Steel จนกลายเปนผูนําในธุรกิจด า นการผลิ ต เหล็ ก ต อ มาเขาได เ ข า ทํ า งานให กั บ รั ฐ บาลสหรั ฐ ฯ โดยช ว ยปรั บ ปรุ ง โรงงานผลิ ต เรื อ ในสงครามโลกครั้งที่ 1 ใหมีประสิทธิภาพสูงขึ้น รัฐบาลสหรัฐฯ ก็ไดนําเอาแผนภูมิแกนต ไปใชในโครงการกอสรางภายในประเทศเปนจํานวนมาก ตัวอยางเชน เขื่อนฮูเวอร (Hoover) และระบบทางหลวงระหวางรัฐจนถึงปจจุบันนี้รัฐบาลสหรัฐฯ ก็ยังคงนําเอาแผนภูมิแกนตมาใชเปนหนึ่งในเครื่องมือการจัดการที่สําคัญในกระทรวงตางๆ แผนภูมิแกนตเปนหนึ่งในเครื่องมือชวยทางกราฟกที่เกาแกที่สุด ใชงานงายที่สุด แพรหลายที่สุดและมีประโยชนที่สุด ในการที่จะทําใหผูตัดสินใจเกิดความเขาใจเกี่ยวกับลําดับของงาน และสถานะของการดําเนินงาน นอกจากนั้นยังแสดงใหเห็นถึงความสัมพันธของกิจกรรมตางๆ ที่เกิดขึ้นในตารางอีกดวย รูปแบบพื้นฐานของแผนภูมิแกนตอาจจะแสดงในลักษณะของกราฟที่จะแสดงใหเห็นถึงการจัดสรรทรัพยากรใหกบงาน ัตางๆ ภายใตเวลาที่กําหนดให โดยที่แผนภูมิแกนตจะแสดงทรัพยากรอยูในแนวแกนตั้ง (แกน Y) ซึ่งถาจํานวนของทรัพยากรมีมากกวา 1 ตัว ก็ใหวางทรัพยากรเรียงซอนกันขึ้นไปในแนวตั้ง สวนเวลาจะแสดงอยูในแนวแกนนอน (แกน X) สเกลของเวลาที่ใชอาจจะอยูในหนวยของวินาที นาที ชั่วโมง วัน เดือน หรือป ก็ไดแลวแตความเหมาะสม โดยใหพิจารณาจากหนวยเวลาที่นอยที่สุดของงานทั้งหมดที่กําลังพิจารณาอยู เชน ถางานที่ใชเวลานอยที่สุดมีหนวยเปนนาที สเกลของเวลาที่ใชในแผนภูมิแกนตก็ควรจะมีหนวยเปนนาทีเชนกัน
  8. 8. 8 เทคนิคการจัดตารางการดําเนินงาน ตัวอยางเชน แผนกปมขึ้นรูปโลหะของโรงงานผลิตผลิตภัณฑจากโลหะแผนแหงหนึ่งมีการผลิตตามคําสั่งซื้อของลูกคาไดรับคําสั่งผลิตจากแผนกวางแผนการผลิตมา 3 งาน หลังจากที่หัว หนาแผนกปมขึ้นรูปโลหะไดตรวจสอบขั้นตอนการผลิตในรายละเอียดจากมาตรฐานคูมือปฏิบัติงานของโรงงานแลว พบวางานทั้ง3 มีเสนทางการไหลของงาน และเวลาดําเนินงานบนแตละเครื่องจักรดังแสดงในตารางที่ 1.1 นอกจากนั้นยังปรากฏดวยวา เวลาสงมอบของงาน 1 กระชั้นกวางาน 2 และของงาน 2 กระชั้นกวางาน 3 ดังนั้น เขาจึงตัดสินใจสั่งผลิตชิ้นงานตามลําดับความกระชั้นของเวลาสงมอบงาน ซึ่งทําใหไดลําดับการผลิตคือ งาน 1, 2และ 3 ตามลําดับ จากการตัดสินใจครั้งนี้ทําใหไดหนึ่งในแผนภูมิแกนตจากทั้งหมดที่เปนไปไดดังแสดงในรูปที่1.2 ขอดีของแผนภูมิแกนตรูปแบบพื้นฐานนี้ คือ ทําใหเราทราบวาที่เวลาใดเวลาหนึ่งทรัพยากรไดถูกจัดสรรใหกับงานใดอยู เชน ที่เวลา 5 หนวย เครื่องจักร 1 กําลังทํางาน 1 อยู นอกจากนั้นยังทําใหทราบถึงภาระงาน(Workload) และอัตราการใชสอยทรัพยากร (Utilization) อีกดวย ตารางที่ 1.1 เวลาดําเนินงานเสนทางการไหลของงาน งาน ลําดับของงานการดําเนินงาน ลําดับที่ 1 ลําดับที่ 2 1 เครื่องจักร 1, 7 หนวยเวลา เครื่องจักร 2, 8 หนวยเวลา 2 เครื่องจักร 2, 4 หนวยเวลา เครื่องจักร 1, 5 หนวยเวลา 3 เครื่องจักร 1, 6 หนวยเวลา เครื่องจักร 2, 4 หนวยเวลา เครื่องจักร 2 2 1 3 ตัวเลขแสดงงาน เครื่องจักร 1 1 2 3 (ในที่นี้คืองาน 3) 5 10 15 20 เวลา รูปที่ 1.2 แผนภูมิแกนตแสดงตารางสําหรับ 2 เครื่องจักร 3 งาน โดยที่เครื่องจักรอยูในแกนตั้ง แผนภูมิแกนตอาจจะสรางขึ้นในลักษณะของกราฟที่ แสดงใหเห็นถึงแตละงานที่ไดรับการจัดสรรใหกับทรัพยากรตางๆ ภายใตเวลาที่กําหนดใหก็ได แผนภูมิแกนตในลักษณะนี้จะแสดงงานเรียงซอนกันอยูในแกนตั้ง (แกน Y) ดังแสดงในรูปที่ 1.3 ขอดีของแผนภูมิแกนตรูปแบบนี้คือ ทําใหเราทราบวา ที่เวลาใดเวลา
  9. 9. บทนํา 9หนึ่งแตละงานไดรับการจัดสรรอยูบนทรัพยากรใด เชน ที่เวลา 10 หนวย การดําเนินงานลําดับที่ 2 ของงาน 1กําลังทําอยูบนเครื่องจักร 2 นอกจากนั้นยังทําใหเราทราบถึงเวลารอคอยของแตละงาน รวมถึงเวลาเริ่มตนและเวลาสิ้นสุดของแตละการดําเนินงานในแตละงานอีกดวย ซึ่งจะมีประโยชนอยางมากในการติดตามและควบคุมงาน [118] งาน 3 1 2 งาน 2 2 1 ตัวเลขแสดงทรัพยากร งาน 1 1 2 (ในที่นี้คือเครื่องจักร 2) 5 10 15 20 เวลา รูปที่ 1.3 แผนภูมิแกนตแสดงตารางสําหรับ 2 เครื่องจักร 3 งาน โดยที่งานอยูในแกนตั้ง แผนภู มิ แ กนต สามารถแสดงถึ ง ความสัม พั น ธ ข องการดํ าเนิ น งานต า งๆ ของงานจํ า นวนหนึ่ ง ที่กํา หนดให บ นทรั พ ยากรที่ มี อ ยู ซึ่ ง การดํ า เนิ น งานเหล า นี้จ ะถู ก แสดงออกมาในรู ป แบบทางกราฟ ก การพิจารณาแผนภูมิแกนตจะทําใหเราสามารถหาขอสรุปเกี่ยวกับพฤติกรรมของตารางที่กําลังพิจารณาอยูไดในขณะที่การสลับตําแหนงขององคประกอบดานกราฟก (ในที่นี้หมายถึงการดําเนินงานตางๆ ของงานแตละงาน เชน การสลับลําดับของการดําเนินงานของงานหนึ่งไปไวกอนหนาการดําเนินงานของอีกงานหนึ่ง) จะทําใหเราทราบถึงขอมูลเชิงเปรียบเทียบระหวางตารางเดิมกับตารางทางเลือกอื่นๆ ที่อาจจะเปนไปได แตทวาวิธีการสลับลําดับของการดําเนินงานดวยมือแบบนี้จะเปนไปไดเฉพาะกับกรณีที่จํานวนของงานและทรัพยากรมีไมมากเทานั้น ในทางปฏิบัติเราจะใชคอมพิวเตอรเขามาชวยเพื่อความรวดเร็วในหาคําตอบ และเรียกการจัดตารางลักษณะเชนนี้วา “การจัดตารางแบบโตตอบ (Interactive Scheduling)” [35, 36] ซึ่งหลังจากผูจัดตารางปอนขอมูลที่จําเปนเขาไปในเครื่องคอมพิวเตอรแลว คอมพิวเตอรก็จะสรางตารางเริ่มตนใหตามขั้นตอนวิธี(Algorithm) ที่กําหนดไว เชน เรียงลําดับงานตามกําหนดสงมอบ จากนั้นผูจัดตารางก็จะสลับตําแหนงของงานหรือการดําเนินงานบนแผนภูมิแกนต แลวคอมพิวเตอรก็จะสรางตารางใหม พรอมกับคํานวณคําตอบใหมที่ไดจากตารางดังกลาวให ผูจัดตารางจะทําซ้ําขั้นตอนดังกลาวจนกวาจะไดคําตอบที่พอใจ นอกจากนั้นการจัดตารางแบบโตตอบยังสามารถชวยในการจัดการกับความไมแนนอนที่อาจจะเกิดขึ้นในพื้นที่ การผลิตไดอยางมีประสิทธิภาพอีกดวย [143] เชน เมื่อเกิดเครื่องจักรเสียขึ้น ผูจัดตารางสามารถที่จะปรับตารางการผลิตไดโดย
  10. 10. 10 เทคนิคการจัดตารางการดําเนินงานโอนงานปจจุบันที่ตองใชเครื่องจักรที่เสียอยูไปใหกับเครื่องจักรอื่นที่สามารถทํางานดังกลาวได นอกจากนั้น ผูจัดตารางยังสามารถเปรียบเทียบประสิทธิภาพของทางเลือกตางๆ ที่เปนไปไดกอนที่จะตัดสินใจปรับตารางซึงการผนวกความรูและประสบการณของผูจัดตารางเขาไปในขณะจัดตารางแบบโตตอบนี้ จะชวยเพิ่มโอกาส ่ในการสรางตารางผลลัพธที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้นกวาตารางเริ่มตนและสามารถนําไปใชจริงในทางปฏิบัติไดแผนภู มิ แ กนต ยั ง อาจจะใช ใ นการแสดงให เ ห็ น ถึ ง ความแตกต า งระหว า งตารางที่ ว างแผนเอาไว กั บความกาวหนาจริงของงานที่เกิดขึ้นได และเราอาจจะเพิ่มสัญลักษณแบบตางๆ เขาไปในแผนภูมิแกนตเพื่อแสดงใหเห็นถึงกิจกรรมที่สําคัญตางๆ ที่เกิดขึ้นอยางชัดเจน ดังแสดงในรูปที่ 1.4 เวลาปจจุบัน แผนการดําเนินงาน ทรัพยากร 2 2 1 3 M 2 1 ทรัพยากร 1 1 2 3 T 1 2 การดําเนินงานจริง 5 10 15 20 เวลา รูปที่ 1.4 แผนภูมิแกนตที่เพิ่มสัญลักษณตางๆ เขาไปเพื่อระบุถงกิจกรรมที่สําคัญที่เกิดขึ้น [91] ึ ตัวอยางของสัญลักษณที่อาจจะนํามาใชแสดงสถานะตางๆ ของเหตุการณที่เกิดขึ้นได เชน แสดงการเริ่มตนและสิ้นสุดของการดําเนินงาน แสดงความกาวหนาของการดําเนินงานจริง แสดงเวลาปจจุบัน M แสดงความลาชาที่เกิดขึ้นเนื่องจากการขาดวัตถุดบ ิ R แสดงความลาชาที่เกิดขึ้นเนื่องจากการซอมเครื่องจักร T แสดงความลาชาที่เกิดขึ้นเนื่องจากการซอมเครื่องมือ A แสดงการขาดงานของคนงาน P แสดงการบํารุงรักษาที่ไดวางแผนไว จากแผนภูมิแกนตในรูปที่ 1.4 การดําเนินงานที่ 1 ของงาน 2 ตามแผนควรจะเริ่มตนตั้งแตเวลา 0หนวย แตในความเปนจริงตองถูกเลื่อนออกไป 2 หนวยเวลาเนื่องจากขาดวัตถุดิบ นอกจากสัญลักษณตางๆ

×