เด็กปัญญาอ่อนที่เรียนหนังสือได้<br />
คำจำกัดความ<br />เด็กที่มีความบกพร่องทางสติปัญญาไม่มากนัก  มีพัฒนาการที่ล่าช้า  ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการเรียนรู้<br />
หลักการสอนเด็กปัญญาอ่อนที่เรียนหนังสือได้<br /><ul><li>ด้านพัฒนาการทางการเคลื่อนที่และการรับรู้
ด้านภาษา
ด้านความคิดความจำ
ด้านสังคมและการช่วยเหลือตัวเอง
ด้านทักษะทางสังคม
ด้านความคิดสร้างสรรค์</li></li></ul><li>เด็กปัญญาอ่อนที่ฝึกได้ และ เด็กปัญญาอ่อนที่ระดับสติปัญญาต่ำมาก<br />
คำจำกัดความ<br /><ul><li>เด็กปัญญาอ่อนที่ฝึกได้ หมายถึง เด็กที่มีความบกพร่องปานกลางไปจนถึงความบกพร่องรุนแรง ในด้านสติปัญญา...
เด็กปัญญาอ่อนที่ระดับสติปัญญาต่ำมาก  หมายถึง มีปัญหาในการเคลื่อนไหว พูดไม่ค่อยได้หรือพูดไม่ได้เลย ช่วยตัวเองไม่ได้ เรียนหน...
เด็กที่มีความบกพร่อง<br />ทางสายตา<br />
หมายถึง<br />1.เด็กตาบอด คือ เด็กที่มีสายตาเหลืออยู่น้อยมาก หรือไม่มีเลย แม้จะได้รับการแก้ไขแล้ว<br />2.เด็กตาบอดบางส่วน ค...
ยุทธศาสตร์การจัดการเรียนรู้สำหรับเด็กที่มีความบกพร่องทางสายตา<br /><ul><li>กิจกรรมกระตุ้นการรับรู้
กิจกรรมกระตุ้นการสัมผัส
การช่วยเหลือตนเองเบื้องต้น
ทักษะที่จำเป็นต่อการประกอบอาชีพ
การรู้จักพึ่งพาตนเอง
การอยู่ร่วมกับคนอื่นในสังคม
เน้นการฝึกด้านการฟัง
การใช้อักษร braille
การเคลื่อนไหว ทำความคุ้นเคยกับสภาพแวดล้อม</li></li></ul><li>เด็กที่มีความบกพร่องทางร่างกาย<br />
ลักษณะเด็กที่มีความบกพร่องทางด้านร่างกายและเข้ารับบริการการศึกษาพิเศษได้<br />มีกล้ามเนื้อ แขน ขา พิการ ไม่สามารถใช้งานได้...
หลักสูตรและยุทธศาสตร์การจัดการเรียนรู้<br />
<ul><li>การเคลื่อนไหว
การสื่อสาร
พัฒนากล้ามเนื้อมัดใหญ่ มัดเล็ก
ทักษะที่จำเป็นต่อการประกอบอาชีพ
การรู้จักพึ่งพาตนเอง
การอยู่ร่วมกับคนอื่นในสังคม
ทักษะทางสังคม</li></li></ul><li>เด็กที่มีปัญหาทางพฤติกรรม<br />หมายถึง<br /><ul><li> เด็กที่ไม่สามารถเรียนหนังสือได้เหมือน...
  มีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมเหมือนเด็กทั่วไป
  มีความเก็บกด คับข้องใจ
  มีความหวาดกลัวเมื่อมีปัญหาส่วนตัว</li></li></ul><li>ลักษณะของเด็กที่มีปัญหาทางพฤติกรรม<br />จำแนกได้ 2 ประเภท คือ<br />พ...
หลักสูตรและการสอน<br />มีแผนการสอนเฉพาะบุคคล<br />จัดให้เรียนในห้องพิเศษทั้งในโรงเรียนปกติและโรงเรียนพิเศษ<br />ฝึกให้เด็ก...
เด็กที่มีปัญหาในการเรียนรู้<br />มีความบกพร่องเกี่ยวกับกระบวนการทางจิตวิทยา<br />ความบกพร่องเกี่ยวกับการใช้ภาษาพูดและเขียน...
Upcoming SlideShare
Loading in …5
×

ยุทธศาสตร์การจัดการเรียนรู้สำหรับเด็กพิเศษ

3,567 views

Published on

0 Comments
0 Likes
Statistics
Notes
  • Be the first to comment

  • Be the first to like this

No Downloads
Views
Total views
3,567
On SlideShare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
3
Actions
Shares
0
Downloads
26
Comments
0
Likes
0
Embeds 0
No embeds

No notes for slide

ยุทธศาสตร์การจัดการเรียนรู้สำหรับเด็กพิเศษ

  1. 1. เด็กปัญญาอ่อนที่เรียนหนังสือได้<br />
  2. 2. คำจำกัดความ<br />เด็กที่มีความบกพร่องทางสติปัญญาไม่มากนัก มีพัฒนาการที่ล่าช้า ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการเรียนรู้<br />
  3. 3. หลักการสอนเด็กปัญญาอ่อนที่เรียนหนังสือได้<br /><ul><li>ด้านพัฒนาการทางการเคลื่อนที่และการรับรู้
  4. 4. ด้านภาษา
  5. 5. ด้านความคิดความจำ
  6. 6. ด้านสังคมและการช่วยเหลือตัวเอง
  7. 7. ด้านทักษะทางสังคม
  8. 8. ด้านความคิดสร้างสรรค์</li></li></ul><li>เด็กปัญญาอ่อนที่ฝึกได้ และ เด็กปัญญาอ่อนที่ระดับสติปัญญาต่ำมาก<br />
  9. 9. คำจำกัดความ<br /><ul><li>เด็กปัญญาอ่อนที่ฝึกได้ หมายถึง เด็กที่มีความบกพร่องปานกลางไปจนถึงความบกพร่องรุนแรง ในด้านสติปัญญาและพฤติกรรม ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการเรียนรู้ของเด็ก
  10. 10. เด็กปัญญาอ่อนที่ระดับสติปัญญาต่ำมาก หมายถึง มีปัญหาในการเคลื่อนไหว พูดไม่ค่อยได้หรือพูดไม่ได้เลย ช่วยตัวเองไม่ได้ เรียนหนังสือไม่ได้ สอนพูดได้บ้าง ฝึกเกี่ยวกับสุขภาพ อนามัยได้บ้าง ต้องการการดูแลเอาใจใส่จากผู้ใกล้ชิด ช่วยตัวเองได้บ้างแต่น้อย </li></li></ul><li>หลักการสอนของเด็กปัญญาอ่อนที่ฝึกได้และเด็กปัญญาอ่อนที่ระดับสติปัญญาต่ำมาก<br />ทักษะในการช่วยเหลือตนเอง<br />ทักษะในการสื่อสาร<br />ทักษะในการดำรงชีวิตประจำวัน<br />ทักษะการอ่าน เขียน และเลขคณิตที่จำเป็นในการดำรงชีวิต<br />ทักษะด้านนันทนาการ<br />
  11. 11. เด็กที่มีความบกพร่อง<br />ทางสายตา<br />
  12. 12. หมายถึง<br />1.เด็กตาบอด คือ เด็กที่มีสายตาเหลืออยู่น้อยมาก หรือไม่มีเลย แม้จะได้รับการแก้ไขแล้ว<br />2.เด็กตาบอดบางส่วน คือ เด็กที่มีสายตาบกพร่อง แต่ภายหลังจากการแก้ไขแล้ว สามารถมองเห็นได้บ้าง<br />เด็กที่มีความบกพร่องทางสายตา<br />
  13. 13. ยุทธศาสตร์การจัดการเรียนรู้สำหรับเด็กที่มีความบกพร่องทางสายตา<br /><ul><li>กิจกรรมกระตุ้นการรับรู้
  14. 14. กิจกรรมกระตุ้นการสัมผัส
  15. 15. การช่วยเหลือตนเองเบื้องต้น
  16. 16. ทักษะที่จำเป็นต่อการประกอบอาชีพ
  17. 17. การรู้จักพึ่งพาตนเอง
  18. 18. การอยู่ร่วมกับคนอื่นในสังคม
  19. 19. เน้นการฝึกด้านการฟัง
  20. 20. การใช้อักษร braille
  21. 21. การเคลื่อนไหว ทำความคุ้นเคยกับสภาพแวดล้อม</li></li></ul><li>เด็กที่มีความบกพร่องทางร่างกาย<br />
  22. 22. ลักษณะเด็กที่มีความบกพร่องทางด้านร่างกายและเข้ารับบริการการศึกษาพิเศษได้<br />มีกล้ามเนื้อ แขน ขา พิการ ไม่สามารถใช้งานได้ <br />กระโหลกศีรษะมีลักษณะบิดเบี้ยวไปจากเดิม<br />มีการเจ็บป่วยเรื้อรังติดต่อกันเป็นเวลานาน<br />มีความบกพร่องในระดับรุนแรง จนไม่สามารถเรียนในรูปแบบเด็กปกติได้<br />
  23. 23. หลักสูตรและยุทธศาสตร์การจัดการเรียนรู้<br />
  24. 24. <ul><li>การเคลื่อนไหว
  25. 25. การสื่อสาร
  26. 26. พัฒนากล้ามเนื้อมัดใหญ่ มัดเล็ก
  27. 27. ทักษะที่จำเป็นต่อการประกอบอาชีพ
  28. 28. การรู้จักพึ่งพาตนเอง
  29. 29. การอยู่ร่วมกับคนอื่นในสังคม
  30. 30. ทักษะทางสังคม</li></li></ul><li>เด็กที่มีปัญหาทางพฤติกรรม<br />หมายถึง<br /><ul><li> เด็กที่ไม่สามารถเรียนหนังสือได้เหมือนคนปกติทั่วไป
  31. 31. มีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมเหมือนเด็กทั่วไป
  32. 32. มีความเก็บกด คับข้องใจ
  33. 33. มีความหวาดกลัวเมื่อมีปัญหาส่วนตัว</li></li></ul><li>ลักษณะของเด็กที่มีปัญหาทางพฤติกรรม<br />จำแนกได้ 2 ประเภท คือ<br />พฤติกรรมที่เกิดจากความขัดแย้งภายในตัวเด็ก<br />เช่น ความวิตกกังวล การมีปมด้อย และการหนีสังคมเป็นต้น<br />ความขัดแย้งระหว่างเด็กกับสิ่งแวดล้อมที่อยู่ใกล้ตัวเด็ก<br />เช่น การก้าวร้าวและก่อกวน การปรับตัวที่ไม่ถูกต้อง เป็นต้น<br />
  34. 34. หลักสูตรและการสอน<br />มีแผนการสอนเฉพาะบุคคล<br />จัดให้เรียนในห้องพิเศษทั้งในโรงเรียนปกติและโรงเรียนพิเศษ<br />ฝึกให้เด็กมีทักษะในการปรับตัวและทักษะเบื้องต้นต่างๆ<br />การปรับพฤติกรรมของเด็ก<br />
  35. 35. เด็กที่มีปัญหาในการเรียนรู้<br />มีความบกพร่องเกี่ยวกับกระบวนการทางจิตวิทยา<br />ความบกพร่องเกี่ยวกับการใช้ภาษาพูดและเขียน<br />มีปัญหาในการฟัง คิด คุยกับผู้อื่นและการกระทำต่างๆ<br />ความบกพร่องเกี่ยวกับการรับรู้<br />
  36. 36. ลักษณะของเด็กที่มีปัญหาในการเรียนรู้<br /><ul><li>ปัญหาในการเรียนรู้
  37. 37. ปัญหาทางภาษา
  38. 38. ความบกพร่องทางการรับรู้
  39. 39. ความผิดปกติในการเคลื่อนไหว
  40. 40. ปัญหาทางด้านอารมณ์และสังคม
  41. 41. ปัญหาในการจำ
  42. 42. ปัญหาในด้านความสนใจ</li></li></ul><li>หลักสูตรและการสอน<br />มุ่งขจัดความบกพร่องของเด็ก<br />ให้เด็กมีโอกาศเรียนร่วมกับเด็กปกติมากที่สุด<br />จัดแผนการสอนเฉพาะบุคคล<br />ครอบคลุมในเนื้อหา การพัฒนาการับรู้และการเคลื่อนไหว ภาษา วิชาพื้นฐาน การงานอาชีพและเทคโนโลยีและทักษะทางสังคม<br />
  43. 43. เด็กเจ็บป่วยเรื้อรัง<br />เด็กที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล อันมีสาเหตุมาจากการเจ็บป่วย<br />ต้องเข้ารับการรักษาเป็นระยะเวลานานในสถานพยาบาลโดยอยู่ในความดูแลของแพทย์<br />เด็กเจ็บป่วยที่พักรักษาตัวอยู่บ้าน<br />
  44. 44. เหตุผล<br />เนื่องจากเด็กเจ็บป่วยเรื้อรัง ต้องพักรักษาตัวเป็นเวลานานจึงทำให้เด็กไม่สามารถมาโรงเรียนได้<br />หากเด็กไม่เรียนหนังสือระหว่างการเจ็บป่วยจะทำให้การเรียนของเด็กไม่ต่อเนื่อง<br />อาจทำให้เด็กเรียนในระดับชั้นที่ต่ำกว่าเพื่อนในวัยเดียวกันหรืออาจทำให้เด็กเป็นคนไม่รู้หนังสือได้<br />
  45. 45. หลักสูตรและการสอน<br />เน้นในส่วนที่เด็กเรียนไม่ทันหรือขาดไประหว่างที่เด็กเข้ารับการรักษาพยาบาล<br />เน้นการสอนเป็นรายบุคคลหรือรายกลุ่ม<br />ควรเน้นถึงความต่อเนื่องของการเรียน<br />
  46. 46. เด็กออทิซติก (AutisticChildren)<br />
  47. 47. คำจำกัดความ<br />“ เด็กออทิซติก (Autistic Children) ” มีลักษณะเด่น 5 ประการ<br /> มีพัฒนาการล่าช้าหรือมีพัฒนาการไปในทางถดถอย<br /> แสดงปฏิกิริยาตอบสนองต่อสิ่งแวดล้อมในลักษณะแปลกๆ<br />สมาคมเด็กออทิซติคของสหรัฐอเมริกา<br />
  48. 48. แสดงอาการสนใจต่อตนเองโดยไม่สนใจสิ่งรอบตัว<br />มีปัญหาทางการพูดและภาษา<br />ไม่สามารถแสดงปฏิกิริยาโต้ตอบต่อผู้คน สิ่งของและเหตุการณ์ต่างๆ<br />
  49. 49. หลักสูตรและการเรียนการสอน<br />การปรับหลักสูตร<br />การจัดการเรียนการสอน<br /> เด็กออทิซติค<br />การตอบสนองความต้องการของเด็ก<br />การดำรงชีพในสังคม<br />การทำงานเป็นทีม<br />การช่วยเหลือเบื้องต้น<br />
  50. 50. เด็กที่มีความบกพร่องซ้ำซ้อน(Multiple Handicapped Children)<br />
  51. 51. คำจำกัดความ<br />เด็กพิการซ้ำซ้อน หมายถึง เด็กที่มีสภาพความบกพร่องทางอวัยวะส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกายมากกว่า 1อย่างในบุคคลเดียวกัน<br />
  52. 52. หลักสูตรและการเรียนการสอน<br /> การช่วยตัวเอง<br />การจัดการเรียนการสอนเด็กที่มีความบกพร่องซ้ำซ้อน<br />พัฒนาการทางสังคม<br /> การสื่อสาร<br /> การเคลื่อนไหว<br /> การปรับพฤติกรรม<br />
  53. 53. เด็กปัญญาเลิศ(Gifted)<br />
  54. 54. คำจำกัดความ<br />เด็กปัญญาเลิศ หมายถึง เด็กที่มีความสามารถทางสมองสูงกว่าเด็กทั่วไป เป็นเด็กที่มีระดับสติปัญญาที่วัดได้จากการทดสอบมาตรฐาน มีค่าความเบี่ยงเบนมาตรฐานสูงกว่าค่าเฉลี่ยตั้งแต่ 2 ขึ้นไป <br />
  55. 55. หลักสูตรและการเรียนการสอน<br /> พัฒนาศักยภาพและความสามารถ<br />การจัดการเรียนการสอน เด็กปัญญาเลิศ<br />ทักษะในการแก้ปัญหา<br /> เปิดโอกาสการเรียนรู้<br /> บรรยากาศการเรียนรู้<br />
  56. 56. RELAXATION<br /> RECEIVE<br /> ROUTINE<br /> REPEAT<br /> REGENERETION<br /> REPAIR<br />Model ในความคิดของกลุ่มคือ 6 R ได้แก่<br />REPAIR REPEAT ROUTINE<br />RELAXATION RECRIVE REGENERETION<br />
  57. 57. REPAIR = ซ่อมแซม: มองหาปัญหาในการเรียนรู้ของเด็กเพื่อซ่อมแซมความร็ให้เกิดขึ้น<br />REPEAT=ทำซ้ำ : จัดการความรู้ด้วยการสอนซ้ำ เพราะเด็กพิเศษจะมีการเรียนรู้กว่าเด็กปกติ<br />ROUTINE = ทำเป็นประจำ : มีการสอนอย่างต่อเนื่องและติดต่อกันเป็นประจำ<br />RELAXATION = ผ่อนคลาย : มีการสอนที่ป่อนคลายเพื่อให้เด็กเกิดการเรียนรู้ และ เพิ่มความสนุกในการเรียน ลดภาวะเครียดจากอาการผิดปกติ<br />RECRIVE = ได้รับ : เด็กได้รับความรู้และเกิดการเรียนรู้<br />REGENERETION = พัฒนา ปับปรุง : เกิดการพัฒนาและความรู้ใหม่สำหรับเด็ก<br />6 R<br />
  58. 58. ผู้จัดทำ<br />นาย ธีรวิทย์ อินทะชาติ 51102010701<br />นางสาวนัฏฐาภรณ์ ขาวเขียว 51102010702<br />นายโยธิน อสุริยิน 51102010714<br />นายวุฒิชัย ใหญ่ยอด 51102010719<br />นางสาวศิริรัตน์ หวังสะแล่ะฮ์ 51102010721<br />กลุ่มผู้เรียน SC4ED2<br /> เสนอ<br />อ. สมชาย เทพแสง<br />

×