การค้นหาข้อมูลจากอินเทอร์เน็ต

885 views

Published on

0 Comments
0 Likes
Statistics
Notes
  • Be the first to comment

  • Be the first to like this

No Downloads
Views
Total views
885
On SlideShare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
2
Actions
Shares
0
Downloads
2
Comments
0
Likes
0
Embeds 0
No embeds

No notes for slide

การค้นหาข้อมูลจากอินเทอร์เน็ต

  1. 1. การค้นหาข้อมูลจากอินเทอร์เน็ต
  2. 2. ที่มาของอินเทอร์เน็ต อินเทอร์เน็ตเกิดขึ้นในปี ค.ศ.1969 (พ.ศ.2512)จากการเกิดเครือข่าย ARPANET (AdvancedResearch Projects Agency Network) ซึ่งเป็นเครือข่ายสานักงานโครงการวิจัยขั้นสูงของกระทรวงกลาโหมประเทศสหรัฐอเมริกา โดยมีวัตถุประสงค์หลักของการสร้างเครือข่าย เพื่อให้คอมพิวเตอร์นั้นสามารถเชื่อมต่อและมีปฏิสัมพันธ์กันได้ เครือข่าย ARPANET ถือเป็นเครือข่ายเริ่มแรก ซึ่งต่อมาได้ถูกพัฒนาให้เป็นเครือข่ายอินเทอร์เน็ตในปัจจุบัน
  3. 3. หน่วยงานที่มีหน้าที่รับผิดชอบเกี่ยวกับ อินเทอร์เน็ต 1.สมาคมอินเทอร์เน็ตหรือไอซ็อก (ISOC : InternetSociety) เป็นองค์กรระหว่างประเทศไม่มุ่งเน้นผลกาไรและมีนโยบายสนับสนุนการใช้อินเทอร์เน็ตให้แพร่หลาย 2.ไอเอบี (IAB : Internet ArchitectureBoard) มีหน้าที่ผลักดันและดูแลพัฒนาการด้านเทคนิคของอินเทอร์เน็ตให้กับไอซ็อก 3.ICANN(Internet Cooperation forAssigned Names and Number) อ่านว่า ไอแคน เป็นองค์กรที่มีหน้าที่บริหารทรัพยากรโดเมนและจัดสรรค่าไอพี
  4. 4. ผู้ดูแลการจัดสรรแอดเดรสและบริหารโดเมนในที่ต่างๆ -ARIN ทาหน้าที่ให้บริการสาหรับในทวีปอเมริกาและแคนาดา -RIPE ทาหน้าที่ให้บริการสาหรับในทวีปยุโรป -APNIC ทาหน้าที่ดูแลแถบเอเชีย-แปซิฟิก รวมถึงในประเทศไทยด้วย -AfriNIC ทาหน้าที่ให้บริการสาหรับในทวีปแอฟริกา -LACNIC ทาหน้าที่ให้บริการสาหรับกลุ่มลาตินเมริกาและแถบทะเลแคริบเบียน
  5. 5. IP Address IP Address คือหมายเลขที่ใช้ในระบบเครือข่ายที่ใช้โพรโทคอลอินเทอร์เน็ตคล้ายกับหมายเลขโทรศัพท์ แต่มีเลขจานวน 32 บิต โดยแบ่งเป็น 4 ชุด แต่ละชุดมีจานวนไม่เกิน 8 บิตIP Address ในปัจจุบันมี 2 ประเภท ได้แก่ 1.IP Version 4 เป็นเลข 32 บิต ระบุเลขไอพีได้ดังนี้ 0.0.0.0 ถึง255.255.255.255 บางตัวเป็นไอพีสงวนไว้สาหรับหน้าที่เฉพาะ- Private IP มีไว้สาหรับใช้งานภายในองค์กรเท่านั้น- Public IP มีไว้สาหรับให้แต่ละองค์กรหรือบุคคลสามารถเชื่อมต่อเข้าหากันได้ 2. IP Version 6 ถูกสร้างขึ้นมาด้วยจุดประสงค์หลักในการแก้ปัญหาการขาดแคลนจานวนหมายเลขไอพีใน IPv4 ในIPv6 นั้นจะใช้เลข 128 บิต
  6. 6. โดเมนเนม (Domain Name)โดเมนเนมหมายถึงชื่อที่ใช้ระบุลงในคอมพิวเตอร์เพื่อไปค้นหาในระบบ Domain NameSysterm เพื่อระบุถึงไอพีแอดเดรสของชื่อนั้นๆ สาหรับการจดทะเบียนชื่อโดเมน ในที่นี้ขอจาแนกเป็น 2 ประเภทคือ1.การจดทะเบียนโดเมนต่างประเทศ -.com ใช้ทาเว็บไซต์ของบริษัท ห้างร้าน รวมทั้งเว็บส่วนตัว -.net ใช้สาหรับทาเว็บไซต์เกี่ยวกับระบบเน็ตเวิร์ดของคอมพิวเตอร์ -.org ใช้ทาเว็บไซต์ของส่วนราชการ2.การจดทะเบียนโดเมนภายในประเทศ -.co.th ใช้ทาเว็บไซต์ของบริษัท -.or.th ใช้ทาเว็บไซต์ส่วนราชการ -.ac.th ใช้ทาเว็บไซต์ของสถานศึกษาต่างๆ -.go.th ใช้ทาเว็บไซต์ของส่วนราชการของประเทศไทย -.in.th ใช้ทาเว็บไซต์ของบุคคลธรรมดาทั่วไป
  7. 7. หลักการตั้งชื่อโดเมนหลักการตั้งชื่อโดเมน1. ความยาวไม่เกิน 63 ตัว2.สามารถใช้อักษรภาษาอังกฤษ ตัวเลข หรือเครื่องหมายขีดได้ (-)ได้3.ตัวอักษรภาษาอังกฤษใช้ตัวเล็กและตัวใหญ่ได้4.ห้ามใช้เครื่องหมายขีด (-) นาหน้าชื่อ domain5.ห้ามวันวรรคในชื่อโดเมน
  8. 8. ระบบค้นหาข้อมูล (Search engine) คือโปรแกรมที่ช่วยในการสืบค้นข้อมูล โดยเฉพาะข้อมูลอินเทอร์เน็ตครอบคุลมทั้งข้อความ รูปภาพ ภาพเคลื่อนไหว เพลงซอฟแวร์ แผนที่ ข้อมูลบุคคล กลุ่มข่าว และอื่นๆ เทคโนโลยีของระบบค้นหาข้อมูลประกอบด้วย 3 ส่วนดังนี้ 1.Keyword Index การค้นหาข้อมูลจากข้อความของเว็บเพจนั้นมาอย่างน้อยๆ ประมาณ 200-300 ตัวอักษรแรกของเว็บเพจนั้น การค้นหาประเภทนี้มักให้ความสาคัญกับการเรียงลาดับข้อมูลก่อน-หลัง และความถี่ในการนาเสนอข้อมูลนั้น การค้นหาโดยวิธีจะมีความรวดเร็วมาก แต่มีความละเอียดในการจัดแยกหมวดหมู่ของข้อมูลค่อนข้างน้อย
  9. 9. 2.Subject Directories การจาแนกหมู่ข้อมูลประเภทนี้ จะจัดแบ่งโดยการวิเคราะห์เนื้อหา รายละเอียดของแต่ละเว็บเพจว่ามีเนื้อหาเกี่ยวกับอะไร โดยการจัดแบ่งนี้จะใช้แรงงานคนในการพิจารณาเว็บเพจ 3.Metasearch Engines จุดเด่นของการค้นหาแบบนี้ คือ สามารถเชื่อมโยงไปยังSearch engine ประเภทอื่นๆและยังมีความหลากหลายของข้อมูล แต่มีจุดด้อยคือไม่ให้ความสาคัญกับขนาดของตัวอักษรและมักจะไม่รองรับประเภท NaturalLanguage(ภาษาพูด)
  10. 10. ชนิดของเว็บไซต์ค้นหาทางอินเทอร์เน็ต1. Google2. Yahoo3. MSN4. AOL5. Ask6. Baidu7. Cuil8. Yandex
  11. 11. คาอธิบายการค้นหาบางส่วนที่เป็นประโยชน์ต่อการค้นหาข้อมูล1. การค้นหาข้อมูลในเว็บไซต์เป้าหมาย วิธีค้นหาเฉพาะเจาะจงเว็บไซต์เป้าหมายโดยการกาหนด site: ชื่อ URLเช่น ถ้าผู้ใช้ต้องการหาเว็บเกี่ยวกับการสอบ admission ของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ให้พิมพ์ admission site:www.tu.ac.th 2. การค้นหา Link ต่างๆในเว็บไซต์เป้าหมาย เมื่อเราต้องการค้นหาว่าเว็บไซต์ที่เราสนใจนั้นมีความเกี่ยวข้องสัมพันธ์กับเว็บอื่นๆ หรือไม่ ก็สามารถทาได้โดยการค้นหาดังนี้ ให้พิมพ์ link: ชื่อ URL เช่นlink:www.tu.ac.th 3.การค้นหาชนิดของนามสกุลไฟล์ เราใช้คาค้นหาได้ดังนี้ filetype:ชื่อ นามสกุลไฟล์ เช่น หากต้องการค้นหา filetype ชนิดของ Micosoft Powerpoint 2007 ให้พิมพ์filetype:pptx
  12. 12. 4.การค้นหาอดีตที่เคยปรากฏของเว็บไซต์หรือข้อมูลบนเว็บไซต์เป้าหมายใน Google สามารถเก็บ Cached ของเว็บที่จะเข้าชมไว้ได้ ประโยชน์ของgoogle cache คือช่วยให้เราสามารถเข้าเว็บไซต์ที่อาจโดนลบไปแล้ว โดยข้อมูลที่ได้จะเป็นข้อมูลก่อนถูกลบ 5.การค้นหา E-mail ของหน่วยงานหรือเว็บไซต์เป้าหมาย การค้นหาประเภทนี้จะทาให้เราได้รายชื่อของ E-mail หน่วยงานนั้นๆ ซึ่งอาจเป็นชื่อพนังงานคนหนึ่ง หรือชื่อกลุ่ม E-mail ของหน่วยงานหรือชื่อผู้ติดต่อเว็บไซต์นั้นๆ โดยใช้การค้นหาว่า @ ตามด้วยชื่อเว็บไซต์หน่วยงาน ยกตัวอย่างเช่น@mict.go.th 6. การค้นหาอื่นๆ ที่เป็นประโยชน์ การใช้เครื่องมือคาพูดได้ระหว่างคาที่เราต้องการค้นหาเฉพาะก็จะทาให้การค้นหานั้นเจาะจงมากขึ้น เช่น ค้นหาคาว่า“Social Media” ก็จะค้นหาเฉพาะคาที่เขียนแบบนี้โดยเฉพาะ
  13. 13. เทคนิคการค้นหาข้อมูลจาก Google ในเชิงลึก 1.ค้นหาดูเฉพาะ Title ของเว็บไซต์ เทคนิคการค้นหาดูเฉพาะ Title จะใช้คาว่า intitle:ตามด้วยชื่อข้อความที่ต้องการดู title วิธีนี้จะนิยมใช้กับการค้นหาข้อมูลเชิงลึกโดยเรียกว่า google hack 2. การค้นหา Password นั้นจะใช้คาว่าfiletype:lopinurl:“password.log” จะพบpassword.log ที่เกิดขึ้นใน wed server
  14. 14. การค้นหารายชื่อบุคคล 1. การค้นหาชื่อบุคคล สามารถทาได้โดยค้นหาจาก - ใส่ชื่อหรือนามสกุล โดยใส่เครื่องหมาย “ ” คลุมไว้ แล้วสืบค้นใน google - ค้นหาชื่อและประวัติการทางานจากเว็บไซต์สมัครงานหรือเว็บ www.linkedin.com -ค้นหารายชื่อในเว็บไซต์สมุดหน้าเหลืองwww.yellowpages.co.th
  15. 15. 2.การค้นหาที่อยู่ประกอบด้วย - ที่อยู่ของบุคคลหากทราบเบอร์โทรศัพท์บ้านสามารถค้นหาได้ 2 วิธีคือ จากเว็บไซต์สมุดหน้าเหลืองและเว็บไซต์ Phonebook ของ TOTphonebook.co.th - ที่อยู่ของ IP Address ซึ่งส่วนนี้ต้องเป็น Public IP Addressสาหรับตรวจสอบ IP ของตนเองสามารถตรวจสอบได้ที่www.whatismyipaddress.com 3.การค้นหาประวัติข้อมูล การค้นหาประวัติข้อมูลย้อนหลังสามารถทาได้ 2 วิธีได้แก่ - ค้นหาจาก google caching - การค้นหาประวัติข้อมูลโดยการใช้ way back หรืออินเทอร์เน็ตอาร์ไคฟ์

×