ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ 4 mat เรื่องสารละลาย ชั้นม.1 เผยแพร่ขึ้นเว็บไซต์

237,919 views

Published on

21 Comments
60 Likes
Statistics
Notes
No Downloads
Views
Total views
237,919
On SlideShare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
151,107
Actions
Shares
0
Downloads
4,788
Comments
21
Likes
60
Embeds 0
No embeds

No notes for slide

ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ 4 mat เรื่องสารละลาย ชั้นม.1 เผยแพร่ขึ้นเว็บไซต์

  1. 1. ของ ชือ ……………………………………………………………………. ่ ชัน ม.1/………. เลขที่ …………………………………….. ้
  2. 2. คานา ชุดกิจกรรม ส่งเสริ มศักยภาพ การเรี ยนรู้วิทยาศาสตร์ บูรณาการคุณธรรมนาความคิด หน่วยการ เรี ยนรู้ เรื่ องสารละลาย ชั้นมัธยมศึกษาปี ที่ 1 จัดทาขึ้น เพื่อพัฒนาศักยภาพของผูเ้ รี ยน โดยใช้รูปแบบการ พัฒนาสมรรถนะทางวิทยาศาสตร์ที่กาหนดขั้นตอนของการจัดกระบวนการเรี ยนรู้ มี 3 ขั้นตอน คือ 1. ขั้นการส่งเสริ มความรอบรู้ 2. ขั้นการปฏิบติการดี มีประโยชน์ต่อสังคม และ 3. ขั้นการพัฒ นาและ ั เผยแพร่ ผลงาน ทั้งนี้ได้ประยุกต์ทฤษฎีการพัฒนาสติปัญญาของเพียเจย์ ทฤษฎีพหุปัญญา ความรู้เรื่ อง ศักยภาพสมองกับการเรี ยนรู้ และรู ปแบบการจัดการเรี ยนรู้แบบ 4 MAT ตลอดจนคุณลักษณะพึงประสงค์ และสมรรถนะสาคัญของผูเ้ รี ยนตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ .ศ.2551 มาเป็ นหลักเพื่อ ส่งเสริ มให้ผเู้ รี ยนได้พฒนาคุณธรรม ควบคู่กบสมรรถนะทางวิทยาศาสตร์ ที่เน้นกระบวนการคิดอย่างสมดุล ั ั โดยได้พิจารณาเลือกเนื้อหาในการพัฒนาหลักสูตร ในสาระที่ 3 สารและสมบัติของสาร ระดับชั้น มัธยมศึกษาปี ที่ 1 ในการสร้างและพัฒนาชุดกิจกรรมการจัดกระบวนการเรี ยนรู้ที่เน้นผูเ้ รี ยนเป็ นสาคัญด้วย กิจกรรมที่หลายหลาย ตามมาตรฐานการเรี ยนรู้และตัวชี้วดตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน ั พ.ศ.2551 เอกสารฉบับนี้จดทาขึ้นเพื่อใช้ในการเรี ยนการสอน รายวิชา 21101 วิชา วิทยาศาสตร์ 1 ระดับชั้น ั มัธยมศึกษาปี ที่ 1 ตามหลักสูตรสถานศึกษาโรงเรี ยนนนทรี วิทยา พุทธศักราช 2552 โดยหวังเป็ นอย่างยิงว่า ่ นอกจากจะเป็ นประโยชน์ต่อผูเ้ รี ยนในการเรี ยนการสอนแล้ว จะเป็ นประโยชน์ต่อผูที่สนใจ ้ โดยเฉพาะ อย่างยิงต่อครู อาจารย์ ที่สามารถนาไปเป็ นแนวทางในการพัฒนาการจัดการเรี ยนการสอนต่อไป ่ หากมีขอผิดพลาดประการใด ต้องกราบขออภัยไว้ ณที่น้ ี ้ กอบวิทย์ พิริยะวัฒน์
  3. 3. ร่ วมกันระดมพลังความคิด พี่โมลาร์ ก็อยากรู ้เหมือนกันว่า พี่โมลาร์ คะ! อยากรู ้จงเลยว่า ั ทาไมสารบางอย่างละลายน้ าได้ จะมีสารใดบ้างนะที่ละลายน้ าได้ แต่สารบางอย่างไม่ละลายน้ า ถ้าอย่างนั้น ! เรามาทาการทดลองสนุกๆ กันดีกว่า ว่าสารใดบ้างที่ละลายน้ าได้ ? ว่าแต่...เราจะใช้สารอะไรทดลองดีล่ะ น้องโมแลลจ๊ะ พี่ว่า เราลองไปสารวจ สิ่ งของในบ้านของเรากันดีกว่า ว่าพอจะ มีอะไรมาทาการทดลองได้บาง ้ แล้วเราจะรออะไรอยูล่ะ ! ่ เราไปสารวจสิ่ งของในบ้านของเรา แล้วมาลองละลายในน้ าดูกนดีกว่า ั ว่าจะมีสารใดที่ละลายน้ าได้บาง ? ้ ไปกันเลย............
  4. 4. น้องโมแลล พี่โมลาร์ มาแล้วจ้า ! พี่เจอสิ่ งของที่น่าสนใจ 4 อย่าง ไหน... มีอะไรบ้างเหรอคะ ! น้องโมแลล อยากเห็นจังเลย... น้ าตาล ผงกาแฟ ทราย แป้ งมัน โอ๊ย ! แล้วเราจะใช้เกณฑ์อะไร ในการจาแนกสารเหล่านี้ดีนะ แล้วจะมีสารใดบ้างล่ะเนี่ยที่จะละลายน้ าได้ เพื่อนๆคิดว่าอย่างไร ช่วยโมแลลคิดหน่อยสิ คะ.... นักเรียนจะจาแนกสารเหล่านีโดยใช้ อะไรเป็ นเกณฑ์ ........................................................ ้ แล้วนักเรียนจาแนกสารเหล่านีได้ เป็ นกีประเภท แต่ละประเภทมีสิ่งของใดบ้ าง ้ ่ ใช้การละลายของสาร เป็ นเกณฑ์หรื อเปล่านะ .............................................................................................................................. ? .............................................................................................................................. ................ นักเรียนควรใช้ สติ ในการพิจารณาไตร่ ตรองอย่างรอบคอบ เพื่อการคิดอย่างมีวิจารณญาณ
  5. 5. แล้วทีน้ ี ! เราจะทาการทดลอง กันอย่างไรดีนะ... น้องโมแลล หาอะไรมาได้บางจ๊ะ ? ้ นี่ ! น้องโมแลล ได้สิ่งเหล่านี้มาจ้า... ขวดพลาสติก 500 มล. กรวยกรอง น้ าสะอาด ช้อนชา พร้อมฝาปิ ด 4 ใบ พลาสติก จากวัสดุอุปกรณ์ที่เรามี เราจะทาการทดลอง อย่างไรดีล่ะ ! เพื่อนๆช่วยพี่โมลาร์กบน้องโมแลล ั ออกแบบการทดลอง ให้หน่อยนะจ๊ะ... คาชี้แจง ให้นกเรี ยนกาหนดจุดประสงค์และวัสดุอุปกรณ์ โดยออกแบบวิธีการทดลอง ทาการทดลองแล้ว ั สรุ ปผล วัสดุอุปกรณ์ ก่อนอืนเรามากาหนดจุดประสงค์ ่ ………………………………… ในการทากิจกรรมครั้งนีกนก่อนดีกว่า ! ้ั ………………………………… จุดประสงค์ ………………………………… ............................................................................. ………………………………… ............................................................................. ………………………………… ................………………………………………. ……............................................. . แล้วเราจะทาการทดลองอย่างไรกันดีนะ ? เพื่อนๆช่วยน้องโมแลล เขียนวิธีทดลองหน่อยสิ คะ!
  6. 6. ความพอเพียง ความมุ่งมันในการทางาน ความรับผิดชอบ ่ ความสามัคคีและการรับฟังความคิดเห็นของผูอื่นในงานทางาน ้ ร่ วมกัน จะช่วยให้การทางานใดๆประสบความสาเร็ จ วิธีทดลอง ………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………… ผลการทดลอง ………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………… สรุปผลการทากิจกรรม ………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………… คุณธรรม สิ่งดีดี และความประทับใจที่นกเรี ยนได้รับจากกิจกรรมนี้ คือ ั ……………………………………………………………………………………………... ……………………………………………………………………………………………... ……………………………………………………………………………………………...
  7. 7. แนวคาตอบ จุดประสงค์ เพื่อศึกษาการละลายของสาร วัสดุอุปกรณ์ น้้าตาลทราย , ผงกาแฟ ,แป้ง , ทราย , ขวดพลาสติก 500 มล. พร้อมฝาปิด 4 ใบ , กรวยกรองพลาสติก , น้้าสะอาด , ช้อนชา วิธีทดลอง ผลการทดลอง สารตัวอย่าง การเปลี่ยนแปลงเมื่อเทสารลงในน้าและเขย่า น้้าตาลทราย ละลายน้้า ผงกาแฟ ละลายน้้า แป้งมัน ไม่ละลายน้้า ทราย ไม่ละลายน้้า สรุปผลจากการท้ากิจกรรม จากการทดลองนี้สรุ ปได้ว่า เกลือ และผงกาแฟ จะละลายในน้ า กลายเป็ น สารละลาย ครั้นเมื่อเราผสมน้ ากับสารบางชนิด สารนั้นละลายช้าหรื ออาจไม่ละลายเลย เช่น ทรายและแป้ งมัน เราเรี ยกสารนี้ว่า สารไม่ละลายน้ า เมื่อเขย่าสารไม่ละลายน้ าก็จะกระจายแทรกตัวอยูในน้ า เราเรี ยก ่ พฤติกรรมเช่นนี้ว่า สารแขวนลอย น้ าตาลและผงกาแฟ ละลายได้ในน้ า เกิดเป็ นสารละลาย สารละลายทุกชนิดจะใสและเรามอง ไม่เห็นสารนั้นลอยอยูในน้ า สารละลายน้ าตาลจะไม่มีสี แต่สารละลายของผงกาแฟจะเห็นเป็ นสีน้ าตาล ่ ทรายและแป้ งมัน จะไม่ละลายในน้ าถึงแม้ว่าจะเขย่าขวด อนุภาคของทรายและแป้ ง ก็จะเพียง ภาพแสดงการเท กระจายอยูในน้ า เมื่อหยุดเขย่า อนุภาคส่วนใหญ่ก็ตกเป็ นตะกอน เรี ยสารแขวนลอยสารแขวนลอย น้ าตาลลงในน้ า ่ กว่า จะทาให้น้ าที่ผสมอยูดวยไม่ใส และเราก็มองผ่านน้ าได้ ไม่กระจ่างตา ่ ้
  8. 8. ร่ วมกันระดมพลังความคิด  เมื่อนาสารชนิดหนึ่ง ผสมกับสารอีกชนิดหนึ่ง แล้วไม่ละลายเข้าด้วยกันเกิดการตกตะกอน เราเรี ยก ของผสมที่เกิดขึ้นนี้ว่า .................................................  เมื่อนาสารชนิดหนึ่ง ผสมกับสารอีกชนิดหนึ่ง แล้ว ละลายเข้าด้วยกันเป็ นเนื้อเดียวไม่เกิดการตกตะกอน เรา เรี ยกของผสมที่เกิดขึ้นนี้ว่า ................................................. มาช่วยกันเขียนแผนผังมโนทัศน์สรุ ปสมบัติ ของสารละลายกันดีกว่า ! สรุปสมบัติ ของสารละลาย จากแผนผังมโนทัศน์สรุ ปสมบัติของสารละลายนี้ ทาให้นกเรี ยนได้มีความรู้ความเข้าใจว่า ั ..................................................................................................................................................... .....................................................................................................................................................
  9. 9. แนวคาตอบ  เมื่อนาสารชนิดหนึ่ง ผสมกับสารอีกชนิดหนึ่ง แล้วไม่ละลายเข้าด้วยกันเกิดการตกตะกอน เราเรี ยกของ ผสมที่เกิดขึ้นนี้ว่า สารแขวนลอย  เมื่อนาสารชนิดหนึ่ง ผสมกับสารอีกชนิดหนึ่ง แล้วละลายเข้าด้วยกันเป็ นเนื้อเดียวไม่เกิดการตกตะกอน เราเรี ยกของผสมที่เกิดขึ้นนี้ว่า สารละลาย เกิดจากการรวมตัวของสารตั้งแต่ 2 ชนิดขึนไป ้ มีอัตราส่ วนขององค์ ประกอบไม่คงที่ เกิดจากการผสมกันโดยไม่มี สรุปสมบัติ สมบัติของสารละลายคล้าย ปฏิกิริยาเคมีเกิดขึน ้ ของสารละลาย สารองค์ ประกอบเดิม แยกออกเป็ นองค์ ประกอบเดิมได้ ง่าย จากแผนผังมโนทัศน์สรุ ปสมบัติของสารละลายนี้ ทาให้นกเรี ยนได้มีความรู้ความเข้าใจว่า ั สารละลาย คือ สารเนือเดียวที่เกิดจากสารบริ สุทธิ์ ตั้งแต่ 2 ชนิดขึนไปมาผสมกันโดยไม่มีปฏิกิริยา ้ ้ เคมีเกิดขึน แล้วกลมกลืนเป็ น เนือเดียวกันโดยตลอดทั่วทุกส่ วน แต่ มีอัตราส่ วนผสมไม่คงที่ สมบัติของ ้ ้ สารละลายคล้ายสารองค์ ประกอบเดิม
  10. 10. ร่ วมกันระดมพลังความคิด เมื่อสารเกิดการละลาย จะมีการเปลี่ยนแปลง อะไรเกิดขึ้นบ้างนะ ? เคยลองสังเกตไหมคะว่า เวลาเราซักผ้า เมื่อผงซักฟอก ละลายน้ า แล้วเราจะรู้สึกร้อนมือ น้ าก็มีอุณหภูมิเพิ่มขึ้นด้วย จริ งสินะ ! แสดงว่าเมื่อสารเกิดการละลาย นอกจากการเปลี่ยนสถานะแล้ว ยังมีการ เปลี่ยนแปลงอุณหภูมิดวย ้ เอาอย่างนี้ดีไหมคะ ! น้องโมแลล มีสารอยูสองชนิดคือ ่ น้ าตาล กับผงซักฟอก เรามาออกแบบการทดลองกันดีม้ยคะว่าั เมื่อสารทั้งสองอย่างนี้ละลายน้ า จะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างไร คาชี้แจง ให้นกเรี ยนกาหนดจุดประสงค์และวัสดุอุปกรณ์ โดยออกแบบวิธีการทดลอง ทาการทดลองแล้ว ั สรุ ปผล ก่อนอืนเรามากาหนดจุดประสงค์ ่ วัสดุอปกรณ์ ุ ในการทากิจกรรมครั้งนีกนก่อนดีกว่า ! ้ั ………………………………… จุดประสงค์ ………………………………… ............................................................................. ………………………………… ............................................................................. ………………………………… ................………………………………………. ………………………………… . ……............................................. แล้วเราจะทาการทดลองอย่างไรกันดีนะ ? เพื่อนๆช่วยน้องโมแลล เขียนวิธีทดลองหน่อยสิ คะ!
  11. 11. ขอเพียงเรามีความมุ่งมันและอดทนในการทางาน ่ และมีสติในการคิด พิจารณาไตร่ ตรอง อย่างสร้างสรรค์ จะช่วยให้การทางานใดๆประสบความสาเร็ จอย่างแน่นอน วิธีทดลอง ………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………… ผลการทดลอง ………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………… สรุปผลการทากิจกรรม ………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………… ทาการทดลองเสร็ จแล้ว คุณธรรม สิ่งดีดี และความประทับใจที่นกเรี ยนได้รับจากกิจกรรมนี้ คือ ั อย่าลืมเก็บให้เรี ยบร้อยนะจ๊ะ! …………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………
  12. 12. แนวคาตอบ จุดประสงค์ เพื่อศึกษาการเปลี่ยนแปลงพลังงานของสารเมื่อเกิดการละลาย วัสดุอุปกรณ์ ผงซักฟอก , น้้าตาล , บีกเกอร์ 2 ใบ , เทอร์โมมิเตอร์ , น้้าสะอาด , ที่คนสาร , เครื่องชั่ง วิธีทดลอง 1. น้าบีกเกอร์ขนาด 100 ลบ.ซม. มา 3 ใบ ใส่น้าบีกเกอร์ละ 60 ลบ.ซม. 2. บีกเกอร์ใบที่ 1 ใส่น้าเพียงอย่างเดียว แล้วใช้เทอร์โมมิเตอร์วัดอุณหภูมิ แล้วบันทึกผล บีกเกอร์ใบที่ 2 เติมน้้าตาลทรายลงไป 10 กรัม ใช้แท่งแก้วคนให้น้าตาลละลาย แล้วใช้เทอร์โมมิเตอร์ วัดอุณหภูมิขณะน้้าตาลละลาย แล้วบันทึกผล บีกเกอร์ใบที่ 3 เติมผงซักฟอกลงไป 10 กรัม ใช้แท่งแก้วคนให้ผงซักฟอกละลาย แล้วใช้เทอร์โมมิเตอร์ วัดอุณหภูมิขณะผงซักฟอกละลาย แล้วบันทึกผล 3. เปรียบเทียบอุณหภูมิที่วัดได้จากบีกเกอร์ทั้ง 3 ใบ ผลการทดลอง บีกเกอร์ใบที่ สาร อุณหภูมิที่วัดได้ขณะสารก้าลังละลาย (oC) 1 น้้า 2 น้้า + น้้าตาลทราย นักเรียนบันทึกอุณหภูมิตามค่าที่วัดได้ 3 น้้า + ผงซักฟอก จริง สรุปผลจากการท้ากิจกรรม จากการทดลองนี้สรุ ปได้ว่า ในการละลายจะมีพลังงานเข้าไปเกี่ยวข้องด้วย โดยเมื่อละลายสารในตัว ทาละลายแล้วอุณหภูมิของสารละลายจะเปลี่ยนไปจากเดิมซึ่งอาจร้อนขึ้นหรื อเย็นลงก็ได้ เช่น 1. นา + นาตาล จะได้สารละลายที่มีอุณหภูมิลดต่าลง แสดงว่าการละลายนี้ดูดพลังงาน เรี ยกว่า การ ้ ้ ละลายประเภทดูดความร้ อน 2. นา + ผงซักฟอก จะได้สารละลายที่มีอุณหภูมิสูงขึ้น แสดงว่าการละลายนี้คายพลังงาน เรี ยกว่า ้ การละลายประเภทคายความร้ อน
  13. 13. นักเรียนอ่ านแล้ วระบายสี สร้ างจุดเน้ นให้ ชัดเจน การละลายของสารต้องมีพลังงานเข้ามาเกี่ยวข้องโดยมี 2 แบบ 1. การละลายประเภทดูดความร้ อน นการละลายที่สารในระบบดูดความร้อนเข้าไปใช้ใน เป็ การทาลายแรงยึดเหนี่ยวของสารเติมมากกว่าพลังงานที่คายออกมาจากการที่สารนั้นสร้างแรงยึดเหนี่ยว ใหม่กบน้ าเพือให้เกิดการละลาย ทาให้สิ่งแวดล้อมรอบ ๆ สารสูญเสียพลังงานความร้อนไปสิ่งแอม ั ่ วดล้ จึงเย็นลง อุณหภูมิจะลดลง หากเอามือจับจะรู้สึกเย็นเช่น การละลายโพแทสเซียมในเตรดในนเป็ นต้น ้า 2. การละลายประเภทคายความร้ อนเป็ นการละลายที่สารในระบบคายความร้อนออกมาให้ กับสิ่งแวดล้อม ทาให้สิ่งแวดล้อมได้รับพลังงานความร้อน สิ่งแวดล้อมจึงมีอุณหภูมิสูงขึหากเอามือ ้น จับจะรู้สึกร้อน เช่น การละลายของโซเดียมไฮดรอกไซด์นต้นเป็ การละลายจะเป็ นประเภทใดขึ้นอยูกชนิดของสารและตัวทาละลายที่เกียวข้ในขณะที่สารเกิดการ ่บั ่ อง ละลายตัวละลายที่เป็ นของแข็งจะแยกตัวเป็ นอนุภาคเล็และยึดเหนี่ยวกับโมเลกุลของตัวละลาย กระบวนการนี้ กๆ เกี่ยวข้องกับพลังงาน  ถ้าพลังงานที่ใช้แยกอนุภาคของของแข็งมีปริ มาณน้อยกว่าพลังงานที่เกิดจากการยึดเหนี่ยว ระหว่างอนุภาคของตัวละลายกับตัวทาละลาย การละลายของสารนี้จะปล่อยพลังงานออกมา สารละลายจะมี อุณหภูมิสูงขึ้น การละลายประเภทนี้เรี ยกว่า การละลายประเภทคายความร้ อน  ถ้าพลังงานที่ใช้ในการแยกอนุภาคของตัวละลายที่เป็ นของแข็งมีปริ มาณมากกว่าพลังงานที่เกิด จากการยึดเหนี่ยวระหว่างอนุภาคของตัวละลายกับตัวทาละลาย การละลายของสารนี้จะดูดพลังงาน สารละลายจะมีอุณหภูมิต่าลง การละลายประเภทนี้เรี ยกว่า การละลายประเภทดูดความร้ อน การละลายของของเหลวหรื อแก๊สในตัวทาละลายชนิดต่างๆ ดขึ้นได้ในทานองเดียวกันการละลาย เกิ ของสารแต่ละชนิดจะเป็ นการละลายของสารประเภทดูดหรื อคายความร้อนเป็ นสมบัติเฉพาะตัวของสาร ตารางแสดงตัวอย่างการเปลียนแปลงพลังงานความร้ อนในการละลายของสารบางชนิด ่ สาร อุณหภูมนา (ํC) อุณหภูมสารละลาย (ํ ิ ้ ิ ประเภทของการละลาย C) แอมโมเนียมไนเตรต 28 19 ดูดความร้อน โซเดียมไฮดรอกไซด์ 28 53 คายความร้อน โซเดียมไนเตรต 28 22 ดูดความร้อน โซเดียมคลอไรด์ 28 26 ดูดความร้อน
  14. 14. ร่ วมกันระดมพลังความคิด  เมื่อสารเกิดการละลาย จะมีสิ่งใดที่เกิดการเปลี่ยนแปลงบ้าง .................................................................................................... .. การละลายของสาร ที่มีการปล่อยพลังงานออกมา อุณหภูมิของสารละลายจะ.................................... เนื่องจาก พลังงานที่ใช้แยกอนุภาคของของแข็งมีปริ มาณ ................................. พลังงานที่เกิดจากการ ยึดเหนี่ยวระหว่างอนุภาคของตัวละลายกับตัวทาละลาย เรี ยกว่า ...................................................... การละลายของสาร ที่มีการดูดพลังงาน อุณหภูมิของสารละลายจะ.................................... เนื่องจาก พลังงานที่ใช้แยกอนุภาคของของแข็งมีปริ มาณ ..................... พลังงานที่เกิดจากการ ยึดเหนี่ยวระหว่างอนุภาคของตัวละลายกับตัวทาละลาย เรี ยกว่า ...................................................... ดังนั้นการละลายจะเป็ นประเภทใดขึ้นอยูก!บ ่ ั ........................................................................... จากการเรี ยน เรื่ องพลังงานกับการละลายของสาร ทาให้นกเรี ยนได้มีความรู้ความเข้าใจ ั โดยสามารถสรุ ปได้ดงนี้ ั ..................................................................................................................................................... .....................................................................................................................................................
  15. 15. แนวคาตอบ  เมื่อสารเกิดการละลาย จะมีสิ่งใดที่เกิดการเปลี่ยนแปลงบ้าง สถานะ , มวล , พลังงาน  การละลายของสาร ที่มีการปล่อยพลังงานออกมา อุณหภูมิของสารละลายจะ สูงขึน ้ เนื่องจาก พลังงานที่ใช้แยกอนุภาคของของแข็งมีปริ มาณ น้ อยกว่ า พลังงานที่เกิดจากการยึดเหนี่ยวระหว่าง อนุภาคของตัวละลายกับตัวทาละลาย เรี ยกว่า การละลายประเภทคายความร้ อน  การละลายของสาร ที่มีการดูดพลังงาน อุณหภูมิของสารละลายจะ ตาลง ่ เนื่องจาก พลังงานที่ใช้แยกอนุภาคของของแข็งมีปริ มาณ มากกว่ า พลังงานที่เกิดจากการยึดเหนี่ยวระหว่าง อนุภาคของตัวละลายกับตัวทาละลาย เรี ยกว่า การละลายประเภทดูดความร้ อน  การละลายจะเป็ นประเภทใดขึ้นอยูกชนิดของสารและตัวทาละลายที่เกี่ยวข้ อง ่บั  จากการเรี ยน เรื่ องพลังงานกับการละลายของสาร ทาให้นกเรี ยนได้มีความรู้ความเข้าใจ โดยสามารถ ั สรุ ปได้ดงนี้ ั เมื่อสารมีการมีการละลายจะมีการเปลี่ยนแปลงพลังงานความร้ อน 2 แบบ คือ การละลายประเภท คายความร้ อน และการละลายประเภทดูดความร้ อน
  16. 16. นักเรียนอ่ านแล้ วระบายสี สร้ างจุดเน้ นให้ ชัดเจน สารละลาย มีองค์ประกอบอะไรบ้ างนะ ? องค์ประกอบของสารละลายที่สาคัญ 2 ส่วน คือ  ตัวทาละลาย (solvent) คือ สารที่มีอนุภาคของตัวละลายมาแทรกอยูในเนื้อสารอย่าง ่ สม่าเสมอ ส่วนใหญ่จะมีสถานะเดียวกับสารละลาย -  ตัวละลาย (solute) คือสารที่ไปแทรกอยูระหว่างตัวทาละลายอย่างสม่าเสมอ ่ แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรหรื อคะ ! พี่โมลาร์ ว่าสารใด เป็ นตัวทาละลายและสารใดเป็ นตัวละลาย ? การพิจารณาว่าสารใดเป็ นตัวทาละลาย สารใดเป็ นตัวละลาย มีหลักดังนี้นะจ๊ะ !  สารที่สถานะเดียวกัน  สารที่มสถานะต่างกัน ี เมื่อนาสารที่มีสถานะเดียวกันมาผสมกัน เมื่อนาสารที่มีสถานะต่างกันมาผสมกัน เกิดเป็ นสารละลาย เกิดเป็ นสารละลาย สารที่มีปริ มาณมากกว่ าเป็ นตัวทาละลาย สารที่มีสถานะเดียวกับสารละลายจัดเป็ น สารที่มีปริ มาณน้ อยกว่ าเป็ นตัวถูกละลาย ตัวทาละลาย และสารที่มีสถานะต่ างไปจาก สารละลายจัดเป็ นตัวละลาย
  17. 17. ให้นกเรี ยนเขียนแผนภาพเวนน์ แสดงความสัมพันธ์ ั ระหว่างตัวทาละลาย ตัวละลาย และสารละลาย โดยเขียน ข้อความลงในแผนภาพเวนน์ให้ถกต้องและระบายสีให้สวยงาม ู น้องโมแลล กาลังจะเตรี ยมแอลกอฮอล์เช็ดแผล เลยเตรี ยมเอทานอลกับน้ าตามปริ มาณดังภาพ ให้นกเรี ยนระบายสีปริมาณสารละลายในบีกเกอร์ แต่ละใบ วช่วยเติมคาตอบว่าสารใดเป็ น ั แล้ ตัวทาละลาย สารใดเป็ นตัวละลายและเมื่อผสมกันแล้วแอลกอฮอล์เช็ดแผลที่ได้จมีปริ มาณเท่ าใด ะ ในการผสมสารทั้งสองในครั้งนี้ อัตราส่วนอย่างต่าระหว่าง เอทานอล : น้ า = ……… : ………... พีโมลาร์ กาลังจะทาน้ าเชื่อม เลยเตรี ยมน้ าตาลกับน้ า ่ ตามปริ มาณดังภาพ ให้นกเรี ยนระบายสี ั นาตาลในจานและ ริมาณของนาในบีกเกอร์ แล้วช่วยเติมคาตอบว่าสารใดเป็ นตัวทาละลาย ้ ป ้ สารใดเป็ นตัวละลายและเมื่อผสมกันแล้ว ้ าเชื่อมที่ได้ มีปริ มาณเท่ าใด น ในการผสมสารทั้งสองในครั้งนี้ อัตราส่วนอย่างต่าระหว่าง น้ าตาล : น้ า = ……… : ………...
  18. 18. แนวคาตอบ ให้นกเรี ยนเขียนแผนภาพเวนน์ แสดงความสัมพันธ์ ั ตัวทาละลาย สารละลาย ตัวละลาย ระหว่างตัวทาละลาย ตัวละลาย และสารละลาย โดยเขียน ข้อความลงในแผนภาพเวนน์ให้ถกต้องและระบายสีให้สวยงาม ู ตัวทาละลาย 70 CC ตัวละลาย 30 CC สารละลายแอลกอฮอล์ 100 CC ในการผสมสารทั้งสองในครั้งนี้ อัตราส่วนอย่างต่าระหว่าง เอทานอล : น้ า = …7… : ……3…... ตัวละลาย 50 g ตัวทาละลาย 150 ml สารละลายน้ าเชื่อม 200 ml ในการผสมสารทั้งสองในครั้งนี้ อัตราส่วนอย่างต่าระหว่าง น้ าตาล : น้ า = …1… : ……3…...
  19. 19. เอ๊ะ! พีโมลาร์ แล้วจากปริ มาณของตัวทาละลาย ่ และตัวละลายเนี่ย เราจะบอกความเข้มข้นของ สารละลายได้อย่างไรคะ ? ความเข้ มข้ นของสารละลาย เป็ นค่าที่แสดงให้ทราบถึง ปริ มาณของตัวละลายที่มีอยูในปริ มาณของสารละลาย ่ เราสามารถบอกความเข้ มข้ นของสารละลายได้ ดังนีครับ ้ 1. หน่ วยร้ อยละ หรือเปอร์ เซ็นต์ 2. ส่ วนในล้านส่ วน(part per million หรือ ppm) การบอกความเข้ มข้ น ของสารละลาย เรามารู ้จกกับแต่ละ ั แบบกันดีกว่า ! 1. 3. ส่ วนในพันส่ วน(part per thousand หรือ ppt) 1. หน่ วยร้ อยละ หรือเปอร์ เซ็นต์ แบ่งออกเป็ น3 หน่วย 1.1 เปอร์ เซ็นต์ (ร้ อยละ) โดยมวลต่อมวล หรือร้ อยละโดยมวล เป็ นหน่วยที่บอกให้ทราบว่า มีตวละลายกี่หน่วยมวลในสารละลาย 100 หน่วยมวลเดียวกัน ั หน่วยมวลที่นิยมใช้ คือ กรัม เช่น ทองเหลือง ร้อยละ 10 โดยมวล/มวล หมายความว่า มีสงกะสี ั 10 กรัม ในทองเหลืองทั้งหมด 100 กรัม หน่วยที่นิยมใช้กบสารละลายที่มีของแข็งละลายในของแข็ง ั นั่นคือ มวลตัวทาละลาย = มวลสารละลาย – มวลตัวละลาย ทองแดง = ทองเหลือง - สังกะสี = 100 - 10 = 90 กรัม
  20. 20. 1.2 เปอร์ เซ็นต์ (ร้ อยละ) โดยปริมาณต่อปริมาตร หรือร้ อยละโดยปริมาตร เป็ นหน่วยที่บอกให้ทราบว่า มีตวละลายกี่หน่วยปริ มาตรในสารละลาย หน่วยปริ มาตรเดียวกัน ั 100 หน่วยปริ มาตรที่นิยมใช้ คือ ลูกบาศก์เซนติเมตร เช่น น้ าส้มสายชู ร้อยละ 5 โดยปริ มาตรต่อปริ มาตร นิยมใช้กบสารละลายที่มีของเหลว (หรื อแก๊ส) ละลายในของเหลว (หรื อแก๊ส) ั นั่นคือ ปริ มาตรตัวทาละลาย = ปริ มาตรสารละลาย – ปริ มาตรตัวละลาย น้ า = น้ าส้มสายชู - กรดน้ าส้มสายชู = 100 - 5 = 95 ลูกบาศก์เซนติเมตร 1.3 เปอร์ เซ็นต์ (ร้ อยละ) โดยมวลต่อปริมาตร เป็ นหน่วยที่บอกให้ทราบว่า มีตวละลายกี่หน่วยมวล ในสารละลาย หน่วยปริ มาตร ั 100 เช่น สารละลายเกลือแกง(น้ าเกลือ) เข้มข้น 8% (ร้อยละ 8) โดยมวลต่อปริ มาตร หมายความว่า มีเกลือแกง 8 กรัม ในน้ าเกลือ100 ลูกบาศก์เซนติเมตร นิยมใช้กบสารละลายที่มีของแข็ง ละลายในของ ั เหลว นั่นคือ ปริ มาตรตัวทาละลาย = ปริ มาตรสารละลาย – มวลตัวละลาย น้ า = 100 - 8 = 92 ลูกบาศก์เซนติเมตร 2. 2. ส่ วนในล้านส่ วน(part per million หรือ ppm) เป็ นการบอกให้ทราบว่า มีตวละลายอยูกี่ส่วนในสารละลาย 1 ล้านส่วน เช่น น้ า มีปรอท 1 ppm ั ่ หมายความ ว่า ในน้ า 1 ล้านส่วน มีปรอทผสมอยู่ 1 ส่วน หน่วยนี้นิยมใช้กบสารละลายที่มีตวละลายอยูนอยมากๆ ั ั ่ ้ ถ้าพร้อมแล้วเรามาทากิจกรรม เตรี ยมสารละลายกันเถอะ ! 3. 3. ส่ วนในพันส่ วน(part per thousand หรือ ppt) เป็ นการบอกให้ทราบว่า มีตวละลายอยูกี่ส่วนในสารละลาย 1 พันส่วน ั ่
  21. 21. ร่ วมกันระดมพลังความคิด พีโมลาร์ คะ น้องโมแลล อยากดื่ม ่ โกโก้ร้อนๆ จังเลย ขอแบบใส่ ผงโกโก้เยอะๆนะคะ อร่ อยดี ? ภาพแสดงการ ชงโกโก้ ร้อน เอ ... ที่ให้ใส่เยอะๆเนี่ย แล้วจะให้พี่โมลาร์ใส่โกโก้ สักเท่าไหร่ ดีล่ะ? เอาอย่างนี้ไหม ! เรานาความรู้เรื่ องความเข้มข้น ของสารละลาย มาลองเตรี ยมสารละลายโกโก้ร้อน กันดีกว่า น่าสนุกจังเลยค่ะ ถ้าอย่างนั้นเรามาลงมือเลยดีกว่า น้องโมแลลอยากดื่มโกโก้ร้อนจะแย่อยูแล้ว ! ่ คาชี้แจง ให้นกเรี ยนกาหนดจุดประสงค์และวัสดุอุปกรณ์ของการทดลองต่อไปนี้ ทาการทดลองแล้วสรุ ปผล ั วัสดุอุปกรณ์ ก่อนอืนเรามากาหนดจุดประสงค์ ่ ………………………………… ในการทากิจกรรมครั้งนีกนก่อนดีกว่า ! ้ั ………………………………… จุดประสงค์ ………………………………… ............................................................................. ………………………………… ............................................................................. ………………………………… ................………………………………………. ……............................................. .
  22. 22. แล้วเราจะทาอย่างไรกันดีนะ ? 1. ใส่ผงโกโก้ 20 กรัม ลงในแก้วหรื อบีกเกอร์ ขนาด 100 ลบ.ซม. 2. เติมน้ าร้อน 30 ลบ.ซม. คนให้ผงโกโก้ ละลายหมด 3. เทสารละลายในข้อ 2 ลงในกระบอกตวง ขนาด 100 ลบ.ซม. เติมน้ าร้อน อีกเล็กน้อยลงในบีกเกอร์เพื่อล้างผงโกโก้ที่ติดอยูในบีกเกอร์ แล้วนาไปเทลง ่ ในกระบอกตวงทาซ้ า 2 – 3 ครั้ง ให้แน่ใจว่าไม่มีผงโกโก้ เหลืออยู่ 4. เติมน้ าร้อนลงไปในกระบอกตวงจนสารละลายมีปริ มาตร 100 ลบ.ซม. 5. ทาการทดลองซ้ า แต่เพิ่มปริ มาณผงโกโก้ที่ใช้เป็ น 40 กรัม สังเกตสีของ สารละลาย เปรี ยบเทียบกับสีของสารละลายที่เตรี ยมไว้ครั้งแรก บันทึกผล เสร็ จแล้ว เรามาบันทึกผลการทดลองกันดีกว่า ! ครั้งที่ ปริมาณผงโกโก้ สีของสารละลาย 1 20 กรัม 2 40 กรัม 1. ในการเตรี ยมสารละลายนี้ สารใดเป็ นตัวทาละลาย สารใดเป็ นตัวละลาย ตอบ.................................................................................................................................................................. 2. สารละลายที่เตรี ยมไว้ มีลกษณะเป็ นอย่างไร เมื่อเปรี ยบเทียบกับตัวทาละลายและตัวละลาย ั ตอบ ................................................................................................................................................................. .......................................................................................................................................................................... 3. สารละลายที่ได้จากการผสมผงโกโก้ ปริ มาณ 20 กรัม กับ 40 กรัม มีสีลกษณะของสารละลายต่างกัน ั อย่างไร ตอบ .................................................................................................................................................................. .......................................................................................................................................................................... จากกิจกรรมนี้ ทาให้นกเรี ยนได้มีความรู้ความเข้าใจ และสรุ ปได้ว่า ั ....................................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................... .
  23. 23. แนวคาตอบ จุดประสงค์ เพื่อศึกษาผลของปริมาณตัวละลายต่อความเข้มข้นของสารละลาย วัสดุอุปกรณ์ ผงโกโก้ , น้้าร้อน , บีกเกอร์หรือแก้ว , กระบอกตวง , เครื่องชั่ง , ที่คนสาร ผลการทดลอง ครั้งที่ ปริมาณผงโกโก้ สีของสารละลาย 1 20 กรัม สีน้ าตาลอ่อน 2 40 กรัม สีน้ าตาลเข้มขึ้นกว่าเดิม ตอบคาถาม 1. ในการเตรี ยมสารละลายนี้ สารใดเป็ นตัวทาละลาย สารใดเป็ นตัวละลาย ตอบ ตัวทาละลายคือ น้ า ตัวละลาย คือ ผงโกโก้ 2. สารละลายที่เตรี ยมไว้ มีลกษณะเป็ นอย่างไร เมื่อเปรี ยบเทียบกับตัวทาละลายและตัวละลาย ั ตอบ ถ้าใส่ตวละลาย คือ ผงโกโก้ปริ มาณ 20 กรัม ลงในตัวทาละลายคือ น้ า พบว่า สารละลายโกโก้ที่ได้ม ั สีน้ าตาลอ่อน แต่เมื่อเพิ่มปริ มาณผลโกโก้เป็ น 40 กรัม สารละลายโกโก้ที่ได้มีสีน้ าตาลเข้มขึ้นกว่าเดิม 3. สารละลายที่ได้จากการผสมผงโกโก้ ปริ มาณ 20 กรัม กับ 40 กรัม มีสีลกษณะของสารละลายต่างกัน ั อย่างไร ตอบ สารละลายที่มีผงโกโก้ 20 กรัม มีสีน้ าตาลอ่อน มีความเจือจาง สารละลายที่มีผงโกโก้ 40 กรัม มีสีน้ าตาลเข้ม มีความเข้มข้น จากกิจกรรมนี้ ทาให้นกเรี ยนได้มีความรู้ความเข้าใจ และสรุ ปได้ว่า ั ปริมาณของตัวละลายมีผลต่อความเข้มข้นของสารละลาย กล่าวคือ ถ้าในสารละลายมีตัวละลาย มาก สารละลายก็จะเข้มข้น ซึ่งสามารถบอกค่าความเข้มข้นของสารละลายได้เป็นร้อยละโดยมวล ร้อยละโดยปริมาตร หรือร้อยละโดยมวลต่อปริมาตร
  24. 24. แล้วทีน้ ี ! น้องโมแลลอยากดื่มน้ าแดงจังเลย ถ้าต้องการ เตรี ยมสารละลายน้ าแดง ตามที่นองโมแลลกาหนด ้ นักเรี ยนจะช่วยทาการทดลองได้ไหมนะ ? ถ้าต้องการเตรี ยมสารละลายน้ าแดงเข้มข้นร้อยละ 40 โดยปริ มาตรต่อปริ มาตรจานวน 250 ลบ.ซม. จะมีข้นตอนในการเตรี ยมอย่างไรครับ ั ในการเตรียมอย่ างไร คาชี้แจง ให้นกเรี ยนกาหนดจุดประสงค์และวัสดุอุปกรณ์ของการทดลองต่อไปนี้ ทาการทดลองแล้วสรุ ปผล ั ก่อนอืนเรามากาหนดจุดประสงค์ ่ วัสดุอุปกรณ์ ในการทากิจกรรมครั้งนีกนก่อนดีกว่า ! ้ั ………………………………… จุดประสงค์ ………………………………… ............................................................................. ………………………………… ............................................................................. ………………………………… ................………………………………………. ………………………………… . ……............................................. แล้วเราต้องทาอย่างไรบ้ าง ? 1) คานวณหาปริ มาตรของตัวละลายและตัวทาละลาย 2) ทาให้เป็ นสารละลายและบันทึกข้อมูลลงในตาราง คาถามก่อนทากิจกรรม ตัวละลาย คือ ………………………………….. ตัวทาละลาย คือ ………………………………… ร้อยละของความเข้มข้นโดยปริ มาตรของสารละลายที่ตองการ เท่ากับ …………………………… ้ ปริ มาตรของสารละลายที่ตองการ เท่ากับ ………………………………………………………… ้ การคานวณ ……………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………
  25. 25. ดังนั้น ปริ มาตรของตัวละลายที่ใช้ในการเตรี ยม เท่ากับ…………………..………………….…………… ปริ มาตรของตัวทาละลายที่ใช้ในการเตรี ยม เท่ากับ …………………..……………….…………… ……………………………………………………………………………………………………… ขั้นตอนในการเตรียมสารละลาย มีดังนี้ ……………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………… จากกิจกรรมนี้ ทาให้นกเรี ยนได้มีความรู้ความเข้าใจ และสรุ ปได้ว่า ั เสร็ จแล้วเรามาดื่ม ............................................................................................................................................ น้ าแดงกันเถอะ ! ............................................................................................................................................ ....................................................... แนวคาตอบ จุดประสงค์ เพื่อศึกษาการเตรียมตัวท้าละลายและตัวละลาย ให้ได้สารละลายที่มีความเข้มข้น ตามที่ต้องการ วัสดุอุปกรณ์ น้้าหวาน (น้้าแดง) , น้้าสะอาด , บีกเกอร์หรือแก้ว , กระบอกตวง , ที่คนสาร คาถามก่อนทากิจกรรม ตัวละลาย คือ น้ าหวาน (น้ าแดง) ตัวทาละลาย คือ น้ า ร้อยละของความเข้มข้นโดยปริ มาตรของสารละลายที่ตองการ เท่ากับ ร้อยละ 40 โดยปริ มาตร ้ ปริ มาตรของสารละลายที่ตองการ เท่ากับ 250 ลบ.ซม. ้ การคานวณ สารละลาย 100 ลบ.ซม. มีน้ าหวาน (น้ าแดง) อยู่ 40 ลบ.ซม. สารละลาย 250 ลบ.ซม. มีน้ าหวาน (น้ าแดง) อยู่ 40 x 250 = 100 ลบ.ซม. 100 ดังนั้น ปริ มาตรของตัวละลายที่ใช้ในการเตรี ยม เท่ากับ 100 ลบ.ซม. ปริ มาตรของตัวทาละลายที่ใช้ในการเตรี ยม เท่ากับ ปริ มาตรตัวทาละลาย = ปริ มาตรสารละลาย – ตัวละลาย = 250 - 100 = 150 ลบ.ซม. ขั้นตอนในการเตรียมสารละลาย มีดังนี้ 1. ใส่น้ าหวาน (น้ าแดง) 100 ลบ.ซม. ลงในแก้วหรื อบีกเกอร์ ขนาด 250 ลบ.ซม. 2. เติมน้ าลงไปอีก 150 ลบ.ซม. คนให้เข้ากัน จะได้สารละลาย้ าหวาน(น้ าแดง) ที่มีปริ มาตร 250 ลบ.ซม. น
  26. 26. นักเรียนอ่ านแล้ วระบายสี สร้ างจุดเน้ นให้ ชัดเจน เพือให้ ง่ายขึน เราสามารถสรุปสู ตรในการ ่ ้ คานวณหาความเข้ มข้ นของสารละลายได้ ดังนีจ้า ! ้  เปอร์ เซ็นต์โดยมวลต่อปริมาตร มวลของตัวละลาย สูตร ร้อยละโดยมวลต่อปริ มาตร  100 ปริ มาตรของสารละลาย  เปอร์ เซ็นต์โดยปริมาตรต่อปริมาตร ปริ มาตรของตัวละลาย สูตร ร้อยละโดยปริ มาตรต่อปริ มาตร  100 ปริ มาตรของสารละลาย  เปอร์ เซ็นต์โดยมวลต่อมวล มวลของตัวละลาย สูตร ร้อยละโดยมวลต่อมวล   100 มวลของสารละลาย
  27. 27. โจทย์ปัญหาการคานวณหาค่าตัว ละลาย ตัวทาละลายของสารละลาย คาชี้แจง ให้ นักเรียนเติมตัวเลขลงในช่ องตารางตามตัวอย่างให้ ถูกต้อง ความเข้ มข้ นของสารละลายที่ต้องการ มวลของสารที่ต้องใช้ ในการเตรียมสารละลาย โจทย์ปัญหาสถานการณ์ ความเข้ มข้ นของ มวลของสารละลาย ตัวละลาย (กรัม) ตัวทาละลาย สารละลายที่กาหนด ( กรัม) (กรัม) ตัวอย่าง สารละลาย 100 g.มีเกลือ 10 g. มวลตัวทาละลาย = เตรี ยมสารละลาย สารละลาย 200 g.มีเกลือ 10 x 200 มวลสารละลาย – 10% 200 100 มวลตัวละลาย = เกลือแกง 10 % โดย = 20 g. 200 – 20 = 180 g. มวล จานวน 200 กรัม 1. เตรี ยมสารละลาย เกลือแกง 10 % โดย มวล จานวน 250 กรัม 2. เตรี ยมสารละลาย เกลือแกง 5 % โดยมวล จานวน 40 กรัม 3. เตรี ยมสารละลาย เกลือแกง 15 % โดย มวล จานวน 200 กรัม 4. เตรี ยมสารละลาย เกลือแกง 25 % โดย มวล จานวน 80 กรัม 5. เตรี ยมสารละลาย เกลือแกง 8 % โดย มวล จานวน 150 กรัม
  28. 28. แนวคาตอบ ความเข้ มข้ นของสารละลายที่ต้องการ มวลของสารที่ต้องใช้ ในการเตรียมสารละลาย โจทย์ปัญหาสถานการณ์ ความเข้ มข้ นของ มวลของสารละลาย ตัวละลาย (กรัม) ตัวทาละลาย สารละลายที่กาหนด ( กรัม) (กรัม) 1. เตรี ยมสารละลาย สารละลาย 100 g.มีเกลือ 10 g. มวลตัวทาละลาย = เกลือแกง 10 % โดย สารละลาย 250 g.มีเกลือ 10 x 250 มวลสารละลาย – 10% 250 100 มวลตัวละลาย = มวล จานวน 250 กรัม = 25 g. 250 – 25 = 225 g. 2. เตรี ยมสารละลาย สารละลาย 100 g.มีเกลือ 5 g. มวลตัวทาละลาย = เกลือแกง 5 % โดยมวล สารละลาย 40 g.มีเกลือ 5 x 40 มวลสารละลาย – 5% 40 100 มวลตัวละลาย = จานวน 40 กรัม = 2 g. 40 – 2 = 38 g. 3. เตรี ยมสารละลาย สารละลาย 100 g.มีเกลือ 15 g. มวลตัวทาละลาย = เกลือแกง 15 % โดย สารละลาย 200 g.มีเกลือ 15 x 200 มวลสารละลาย – 15% 200 100 มวลตัวละลาย = มวล จานวน 200 กรัม = 30 g. 200 – 30 = 170 g. 4. เตรี ยมสารละลาย สารละลาย 100 g.มีเกลือ 25 g. มวลตัวทาละลาย = เกลือแกง 25 % โดย สารละลาย 80 g.มีเกลือ 25 x 80 มวลสารละลาย – 25% 80 100 มวลตัวละลาย = มวล จานวน 80 กรัม = 20 g. 80 – 20 = 60 g. 5. เตรี ยมสารละลาย สารละลาย 100 g.มีเกลือ 8 g. มวลตัวทาละลาย = เกลือแกง 8 % โดย สารละลาย 150 g.มีเกลือ 8 x 150 มวลสารละลาย – 8% 150 100 มวลตัวละลาย = มวล จานวน 150 กรัม = 12 g. 150 – 12 = 138 g.
  29. 29. ให้ นักเรียนแสดงวิธีทาการคานวณความเข้ มข้ นของสารละลาย ดังต่อไปนี้ 1. สารละลายทองเหลือง ประกอบด้วยสังกะสี 120 กรัม ละลายอยูในทองแดง ่ 180 กรัม สารละลายทองเหลืองนี้ มีความเข้มข้นร้อยละเท่าไร วิธีทา ……………………………………………………………………………... ……………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………. ลองทบทวน 2. ต้องการเตรี ยมสารละลายเอทานอลเข้มข้น 20% โดยปริ มาตรต่อปริ มาตร ดูนะคะ! จานวน 500 ลูกบาศก์เซนติเมตร จะต้องใช้เอทานอลจานวนเท่าใด และทาอย่างไร วิธีทา ……………………………………………………………………………... ……………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………. ไม่ยากเลย 3. สารละลายเกลือแกงเข้มข้น 15% โดยมวลต่อปริ มาตรจานวน 300 ลูกบาศก์ ใช่ไหมครับ ! เซนติเมตร เมื่อเติมน้ าอีก 600 ลูกบาศก์เซนติเมตร สารละลายที่ได้จะเข้มข้นเท่าใด วิธีทา ……………………………………………………………………………... ……………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………….

×