Successfully reported this slideshow.
We use your LinkedIn profile and activity data to personalize ads and to show you more relevant ads. You can change your ad preferences anytime.

30 รูปแบบ การจัดกิจกรรมโดยยึดผู้เรียนเป็นสำคัญ

30 รูปแบบ การจัดกิจกรรมโดยยึดผู้เรียนเป็นสำคัญ

  1. 1. 30 รูปแบบ การจัดกิจกรรมโดยยึดผููเรียนเป็ นสำาคัญ การระดมพลังสมอง (Brainstorming) การระดมพลังสมอง เป็ นการนำ าความรูท่ีมีอยู้แลูวออกมาใชู ผู้ ้ เรียนมีอิสระในทางความคิด ไมูตูองไปกังวลวูาส่ิงท่ีคิดออกมาสัมพันธ์ กับประเด็นท่ีตังหรือไมู จะถ้กหรือผิด การระดมพลังสมองใชูไดูทังงาน ้ ้ เด่ียวและงานกลู่ม การระดมพลังสมอง มี ٢ ร้ปแบบ รูปแบบท่ี ١ ระดมหามากท่ีส่ด การระดมพลังสมองเพ่ ือหามากท่ีส่ด จะใชูเป็ นงานกลู่มหรืองาน เด่ียวก็ไดู ขันตอนการจัดกิจกรรมการเรียนรูู ้ ١. คร้กำาหนดประเด็นหรือใหูนักเรียนเป็ นผู้กำาหนด ประเด็นขึ้นมา เชูน ผูาขาวมูา ٢. ใหูนักเรียนแตูละคนเขียนอะไรก็ไดูเก่ียวกับประเด็นท่ี กำาหนดใหูมากท่ีส่ดในเวลาท่ีกำาหนด เชูน เขียนประโยชน์ของผูาขาวมูา ٣. นั กเรียนนำ าเสนอความคิดของส่ิงท่ีไดูเขียนขึ้น ٤. เปิ ดโอกาสใหูมีการพิจารณาความถ้กตูองหรือความเป็ น ไปไดูของความคิดแตูละอยูางท่ีแตูละคน หรือกลู่มไดูนำาเสนอ ٥. นั กเรียนสร่ปผลท่ีไดูจากการระดมความคิด รูปแบบท่ี ٢ ระดมหาท่ีส่ด การระดมหาท่ีส่ด เป็ นการระดมเพ่ ือหาแนวทางหรือวิธีการท่ีดี ท่ีส่ด เพ่ ือการแกูปัญหา หรือเพ่ ือการตัดสินใจกระทำาอยูางใดอยูางหน่ ึง การระดมสมองเพ่ ือหาท่ีส่ดจะมี ٣ ขันตอน คือ ้ ١. ระดมความคิด ٢. กลันกรองความคิด ่ ٣. สร่ปความคิดท่ีเหมาะสมท่ีส่ด ถูาจะเขียนในร้ปตาราง จะไดูดังนี้ ระดมความคิด กลันกรองความ ่ สร่ปความคิด คิด ١. ١. ١. ٢. ٢. ٢. ٣. ٣. ٤. ٤. ٥. ٦.
  2. 2. ขันตอนการจัดกิจกรรมการเรียนรูู ้ 1. คร้กำาหนดประเด็นปั ญหา หรือเหต่การณ์ท่ีทูาทาย หรือเป็ น เหต่การณ์ท่ีเป็ นความจำาเป็ นเรูงดูวน “เราจะแกูปัญหานำ ้ าทูวม กร่งเทพมหานครไดูอยูางไร” 2. แบูงกลู่มนั กเรียน กลู่มละ ٨ – ٦ คน ٣. นั กเรียนรูวมกันระดมความคิด หาวิธีการในการแกูปัญหา หรือวิธการท่ีจะนำ ามาใชูในการตัดสินใจ ี ٤. นั กเรียนแตูละกลู่มรูวมกันพิจารณากลันกรองประเด็นขูอ ่ เสนอของสมาชิก และคัดเลือกประเด็นท่ีเป็ นไปไดู และมีความเหมาะ สม ٥. นั กเรียนแตูละกลู่มรูวมกันอภิปรายในประเด็นท่ีไดูคัดเลือก ไวู โดยพิจารณาถึงความเหมาะสมกับสภาพ ٦. นั กเรียนแตูละกลู่มรูวมกันสร่ปประเด็น หรือวิธีการท่ีกลู่มจะ นำ าไปดำาเนิ นการ ٢ – ١ ประเด็น ٧. กลู่มนำ าวิธีการท่ีไดูจากขูอสร่ปไปวางแผน กำาหนดขันตอน้ การดำาเนิ นการตูอไป ภาพความคิด
  3. 3. เป็ นย่ทธศาสตร์การสอนท่ีสูงเสริมความคิดของนั กเรียนอีกร้ป แบบหน่ ึง เพียงแตูผู้สอนนำ าภาพเหต่การณ์ใดเหต่การณ์หน่ ึงมาใหู นั กเรียนด้ แลูวใหูปฏิบัติกิจกรรมตูอไปนี้ ١. การตังคำาถาม ้ ٢. การเดาสาเหต่ ٣. การเดาผลท่ีเกิดตามมา ٤. การสมมติอยูางมีเหต่ผล ٥. การเปล่ียนแปลง ขันตอนการจัดกิจกรรมการเรียนรูู ้ ١. ใหูนักเรียนด้ภาพเหต่การณ์ใดเหต่การณ์หน่ ึงเป็ นภาพท่ี เก่ียวขูองกับเน้ือหาท่ีจะทำาการสอนนั กเรียน ٢. ใหูนักเรียนตังคำาถาม ใหูนักเรียนตังคำาถามจากภาพท่ีกำาหนด ้ ้ ใหู ใหูมากท่ีส่ด คำาถามท่ีตังขึ้นไมูใชูเห็นภาพแลูวตอบไดู แตูตูองเป็ น ้ คำาถามท่ีตอบจากความคิด ٣. ใหูนักเรียนเดาสาเหต่ ใหูนักเรียนเขียนสาเหต่ท่ีเก่ียวกับ เหต่การณ์ท่ีปรากฏในร้ปภาพมาใหูมากท่ีส่ด ٤. ใหูนักเรียนเดาผลท่ีเกิดตามมา ใหูนักเรียนเขียนผลท่ีอาจจะ เกิดขึ้นอันเน่ ืองมาจากเหต่การณ์ในภาพท่ีกำาหนดใหู ٥. ใหูนักเรียนสมมติอยูางมีเหต่ผล ใหูนักเรียนคิดหรือเดาวูา อะไรจะเกิดขึ้น พรูอมทังระบ่เหต่ผลในการเดา ้ ٦. ใหูนักเรียนเปล่ียนแปลงภาพ ใหูนักเรียนเปล่ียนแปลงภาพ จากสถานการณ์เดิม จะใหูเป็ นภาพอะไร อยูางไร ก็ไดู ชิงรูอย ชิงลูาน ชิงรูอย ชิงลูาน เป็ นรายการเกมโชว์ทางโทรทัศน์จัดรายการโดย ค่ณปั ญญา และ ค่ณมย่รา ลักษณะคำาถามเป็ นคำาถามเร่ ืองสูวนตัว เชูน
  4. 4. ถามวูา จริงหรือไมูท่ีค่ณลินดา ชอบสะสมกระดาษหูอทอฟฟ่ี เม่ ือนำ าเอา รายการชิงรูอย ชิงลูาน มาจัดเป็ นกิจกรรมการเรียนรู้กับนั กเรียน ลักษณะคำาถามจะถามเก่ียวกับเน้ือหาความรู้ในเร่ ืองท่ีเรียน ลักษณะ การจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบชิงรูอย ชิงลูาน สามารถจัดไดู ٢ ร้ปแบบ รูปแบบท่ี ١ จัดเป็ นกิจกรรมการเรียนรู้เน้ือหาใหมู ขันตอนการจัดกิจกรรมการเรียนรูู ้ ١. แบูงกลู่มนั กเรียน กลู่มละ ٨ – ٥ คน ٢. ใหูแตูละกลู่มศึกษาใบความรู้ หรือศึกษาจากหนั งสือ เรียน โดยใหูเวลานู อยๆเพ่ ือใหูนักเรียนแบูงความรับผิดชอบกันศึกษา ภายในกลู่ม ٣. ใหูแตูละกลู่มตังคำาถามจากเน้ือหาท่ีอูาน กลู่มละ ١٠ ้ คำาถาม เป็ นลักษณะคำาถาม “จริงหรือไม่” 4. ใหูนักเรียนรูวมกันคัดเลือกนั กเรียนชาย ١ คน นั กเรียนหญิง ١ คน เป็ นพิธีกร ٥. พิธีกรคัดเลือกขูอคำาถามจากกลู่มตูางๆประมาณ – ١٠ ١٥ คำาถาม ٦. พิธีกรเร่ิมรายการ ชิงรูอย ชิงลูาน ดูวยคำาถาม “จริง หรือไม่” แตูละกลู่มชูวยกันคิดคำาตอบ ٧. ในกรณี กลู่มท่ีตอบผิด พิธีกรจะไมูเฉลยคำาตอบ แตูจะ ใหูกลู่มท่ีตอบถ้กเฉลย กลู่มท่ีตอบผิดจะไดูเรียนรู้ไปดูวย ٨. แตูละกลู่มบันทึกคะแนนท่ีไดู เป็ นคะแนนสะสมของ กลู่ม รูปแบบท่ี ٢ จัดเป็ นกิจกรรมประเมินผลการเรียนรู้ ขันตอนการจัดกิจกรรมการเรียนรูู ้ ١. แบูงกลู่มนั กเรียน กลู่มละ ٨ – ٥ คน ٢. แตูละกลู่มตังคำาถามในเน้ือหาท่ีเรียนผูานมาแลูวกลู่ม ้ ละ ١٠ คำาถาม ٣. ใหูนักเรียนรูวมกันคัดเลือกพิธีกร ٢ คน หญิง ١ คน ชาย ١ คน ٤. พิธีกรคัดเลือกขูอคำาถามจากกลู่มตูางๆตามขูอจำากัด ของเวลาท่ีจะจัดรายการ ٥. พิธีกรเร่ิมรายการ ชิงรูอย ชิงลูาน ดูวยคำาถาม “จริง หรือไม่” ใหูแตูละกลู่มชูวยกันคิดหาคำาตอบ ٦. ในกรณี ท่ีมีกลู่มตอบผิด ใหูกลู่มตอบถ้กเป็ นผู้เฉลย ٧. แตูละกลู่มบันทึกคะแนนท่ีไดู เป็ นคะแนน
  5. 5. แผนท่ีความคิด (Mind Mapping) แผนท่ีความคิด เป็ นย่ทธศาสตร์การสอนท่ีพัฒนาความคิด สรูางสรรค์ของนั กเรียน ชูวยใหูประหยัดเวลาในการเรียนรู้ เหมาะกับ การท่ีนักเรียนจะไดูสังเคราะห์ความคิดในการวิเคราะห์งาน วางแผน การทำางาน ทบทวนความจำา ขันตอนการจัดกิจกรรมการเรียนรูู ้ ١. คร้กำาหนดคำาถามใหูนักเรียนคิด เชูน เม่ ือพ้ดถึง “ยะลา” นั กเรียนคิดถึงอะไรบูาง ٢. ใหูนักเรียนระดมความคิดประเด็นหลักของเร่ ืองท่ีคร้กำาหนด หรือเร่ ืองท่ีนักเรียนอยากจะเรียน ٣. ใหูนักเรียนระดมความคิดประเด็นยูอยของประเด็นหลัก แตูละประเด็น ٤. ใหูนักเรียนสรูางแผนท่ีความคิด (Mind Mapping) ตามร้ป แบบท่ีตูองการ ٥. ใหูนักเรียนนำ าเสนอแผนท่ีความคิด และอธิบายประกอบภาพ การสอนใหูคิดยืดหย่่น
  6. 6. การสอนใหูคดยืดหยู่น เป็ นลักษณะการสอนโดยการใชูคำาถาม ิ เพ่ ือใหูเด็กเกิดความคิดสรูางสรรค์เชิงสังเคราะห์ โดยใชูวิธีการเปรียบ เทียบหลายร้ปแบบ การจัดกลู่ม ประเภท และการจัดลำาดับความคิด จะ ใชูเป็ นกิจกรรมการเรียนรู้ราย-บ่คคล หรือรายกลู่มก็ไดู ขันตอนการจัดกิจกรรมการเรียนรูู ้ ١. คร้กำาหนดสถานการณ์ท่ีเป็ นของ ٢ ส่ิงขึ้น หรืออาจจะใหู นั กเรียนเป็ นผูกำาหนดเอง เชูน แมวกับส่นัข ้ ٢. ใหูนักเรียนแตูละคนหรือแตูละกลู่มคิดถึงความแตกตูางของ ٢ ส่ิง เชูน แมวเหูาไมูไดู ส่นัขปี นตูนไมูไมูไดู ٣. ใหูนักเรียนคิดถึงความคลูายคลึงของ ٢ ส่ิง เชูน แมวและ ส่นัขเป็ นสัตว์ ٤ ขา กินเน้ือสัตว์ เป็ นสัตว์เลียงออกล้กเป็ นตัว ้ ٤. ใหูนักเรียนคิดถึงประเภทของ ٢ ส่ิง โดยด้จากความคลูายคลึง เป็ นหลัก เชูน ประเภทสัตว์เลียง สัตว์กินเน้ือสัตว์ สัตว์เลียงล้กดูวยนม ้ ้ ส่ิงมีชีวิต ٥. ใหูนักเรียนคิดจัดอันดับของ ٢ ส่ิง โดยกำาหนดประเด็นในการ จัดอันดับ เชูน - ความสามารถในการปี นตูนไมู - ความสามารถในการกระโดด - ความสามารถทางสติปัญญา ลูกเสือจำาแลง
  7. 7. กิจกรรมการเรียนรู้แบบล้กเสือจำาแลง เป็ นกิจกรรมท่ีบรณาการ ้ หลายย่ทธศาสตร์ เชูน กิจกรรมบ่กเบิกของล้กเสือ ศ้นย์การเรียน Walk Rally ในการจัดกิจกรรมจะใชูสถานท่ีนอกหูองเรียนท่ีมีความ รูมร่ ืน มีบริเวณกวูางพอท่ีจะใหูนักเรียนไดูเดินทางไปหาแหลูงเรียนรู้ การเตรียมการ ١. กำาหนดจ่ดประสงค์และเน้ือหาท่ีจะจัดกิจกรรมล้กเสือจำาแลง ควรเป็ นเน้ือหาเป็ นหนู วย หรือเป็ นเร่ ือง ไมูควรจะเป็ นเน้ือหายูอยๆ ٢. แบูงเน้ือหาเป็ นตอนๆ แตูละตอนควรเป็ นเอกภาพ คือ จบใน ตัวของมันเอง และเวลาท่ีใชูในการปฏิบัติกจกรรมเพ่ ือการเรียนรู้ควร ิ จะใกลูเคียงกัน ٣. จัดทำาเน้ือหาแตูละตอน ٤. จัดเตรียมเกมสันทนาการประจำาฐานตูางๆท่กฐาน ٥. จัดทำาบัตรคำาสังท่ีจะใหูนักเรียนปฏิบัติแตูละฐาน ่ ٦. คัดเลือกนั กเรียน ٧ – ٥ คน เป็ นคณะกรรมการรูวมกับผู้ ดำาเนิ นการ ٧. คร้และคณะกรรมการรูวมกันสำารวจสถานท่ี ٨. คร้และคณะกรรมการรูวมกันจัดทำาแผนท่ี และกำาหนดจ่ด ตูางๆท่ีจะเป็ นฐาน หรือจ่ดปฏิบัติกิจกรรม ٩. คร้และคณะกรรมการรูวมกันกำาหนดกิจกรรมเชิงเน้ือหา และ กิจกรรมนั นทนาการในแตูละฐาน ขันตอนการจัดกิจกรรมการเรียนรูู ้ 1. แบูงกลู่มนั กเรียน กลู่มละ ٨ – ٥ คน ٢. ประช่มชีแจงนั กเรียนทังหมด เพ่ ือใหูเขูาใจขันตอนการดำาเนิ น ้ ้ ้ กิจกรรมอยูางละเอียด (ควรพิมพ์แจกนั กเรียนท่กคน) ٣. แจกซองอ่ปกรณ์และส่ ือตูางๆท่ีจะใหูแตูละกลู่ม ٤. แตูละกลู่มเดินทางไปตามลายแทงในแผนท่ีเพ่ ือปฏิบัติ กิจกรรมในฐานตูางๆ ٥. เม่ ือกลู่มเดินทางไปพบฐานใดฐานหน่ ึงตามลายแทง จะตูอง ปฏิบัติตามคำาสังในฐานนั ้น โดยมีเจูาหนู าท่ีประจำาฐานคอยใหูคำา ่ ปรึกษา ٦. เม่ ือแตูละกลู่มเขูาสู้ฐานตูางๆครบท่กฐานแลูว จะไปพรูอมกัน ท่ีจ่ดนั ดพบเดิม ٧. จัดประช่มใหญู ใหูแตูละกลู่มรายงานผลการปฏิบัติงานของ กลู่ม ซ่ ึงควรจะกำาหนดประเด็น - ความรู้ความเขูาใจในเน้ือหา
  8. 8. - กระบวนการทำางานของกลู่ม - ความสน่กเพลิดเพลินจากการทำากิจกรรม ٨. คณะกรรมการซ่ ึงเป็ นนั กเรียนประจำาฐาน แสดงความคิดเห็น ในเร่ ืองตูางๆจากการสังเกตการปฏิบัติกิจกรรมของแตูละกลู่ม ٩. จัดกิจกรรม ชิงรูอย ชิงลูาน เพ่ ือเป็ นการตรวจสอบความรู้ ความเขูาใจของนั กเรียน ถามใหูคิดสรูางสรรค์
  9. 9. อาจารย์สมศักดิ ส ์ ิ นธ่รเวทกลูาววูา การสอนท่ี “ย่ทธศาสตร์ พัฒนาความคิดสรูางสรรค์ของผููเรียนไดูดีท่ีส่ด คือ ย่ทธศาสตร์การตัง ้ คำาถาม” ตูอไปนี้เป็ นตัวอยูางคำาถามเพ่ ือพัฒนาทักษะการคิด สรูางสรรค์ของผู้เรียน - ใหูบอกประโยชน์ของส่ิงท่ีกำาหนดใหูมาใหูมากท่ีส่ด - ใหูบอกความเหมือนของส่ิงท่ีกำาหนดใหูมาใหูมากท่ีส่ด - ใหูบอกความแตกตูางของส่ิงท่ีกำาหนดใหูมาใหูมากท่ีส่ด - ใหูตกแตูงร้ปใหูตูางไปจากท่ีรูางไวูใหูไดูมากท่ีส่ด และ อธิบายส่ิงท่ีแตกตูางไปดูวย - เม่ ือกำาหนดเสูน / สัญลักษณ์ใหู ใหูด้วูาเป็ นเสูน / สัญลักษณ์อะไรไดูบาง ใหูบอกมาใหูมากท่ีส่ด ู - ใหูตูอเติมภาพจากเสูนคู้ขนาน / ร้ปทรงเรขาคณิ ตใหูไดู ภาพแปลก นู าสนใจ ต่ ืนเตูนใหูมากท่ีส่ด พรูอมตังช่ ือภาพ ้ - ใหูตังคำาถามแปลกๆ เก่ียวกับส่ิงท่ีกำาหนดใหูมาใหูมาก ้ ท่ีส่ด - กำาหนดเร่ ืองใหู หรือมีภาพใหูด้ แลูวใหูตังช่ ือเร่ ืองมาใหู ้ มากท่ีส่ด - มีภาพเหต่การณ์ คน ٢ คน กำาลังสนทนากัน ใหูเขียนคำา สนทนาในแงูม่มตูางๆมาใหูมากท่ีส่ด - ใหูแตูงเร่ ืองสัน จากภาพเดียว หรือภาพเหต่การณ์ตูอ ้ เน่ ืองมาใหูไดูหลายๆเร่ ือง - มีภาพเสูนใหู ใหูบอกความรู้สึกของการมองภาพเสูนมา ใหูมากท่ีส่ด - กำาหนดพยัญชนะใหู ใหูเขียนคำาท่ีมีพยัญชนะท่ีกำาหนด ในลักษณะตูางๆ ตูนคำา กลางคำา ทูายคำา อยูางใดอยูางหน่ ึงมาใหูมาก ท่ีส่ด - ใหูเขียนคำาคลูองจองกับคำาท่ีกำาหนดใหูมาใหูมากท่ีส่ด - กำาหนดกลู่มคำาใหู ใหูผู้เรียนนำ าคำาเหลูานั ้นมาแตูงเร่ ือง สันใหูไดูหลายๆเร่ ือง ้ - จงบอกผลท่ีตามมาจากเหต่การณ์ท่ีกำาหนดใหูมาใหูมาก ท่ีส่ด - จงวาดภาพ จากเสียงเพลง / ฟั งนิ ทาน / การแสดง บทบาทสมมติ - กำาหนดภาพการสนทนาใหูอีกคนหน่ ึงพ้ดถึงปั ญหา แลูว ใหูเขียนแนวทางแกูปัญหาของคนท่ีพ้ดใหูมากท่ีส่ด
  10. 10. - สรูางโจทย์คณิ ตศาสตร์ท่ีคำานวณแลูวไดูผลลัพธ์เทูากับ จำานวนท่ีกำาหนดใหู ใหูมากท่ีส่ด - ใหูตังคำาถามจากสถานการณ์ท่ีเก่ียวกับคณิ ตศาสตร์มา ้ ใหูมากท่ีส่ด - ใหูจดกลู่มตัวเลขท่ีกำาหนดใหูตามเกณฑ์หรือค่ณสมบัติ ั หรือลักษณะบางอยูางรูวมกันใหูไดูมากท่ีส่ด - กำาหนดชินสูวนตูางๆใหู ใหูนำาชินสูวนเหลูานั ้นมาตูอ ้ ้ เป็ นภาพใหูไดูมากท่ีส่ด - มีคำาถามอีกมากมายท่ียังไมูไดูนำามาเขียนไวู ผู้สอน สามารถนำ ามาตังเป็ นประเด็นคำาถามยัวย่ใหูนักเรียนคิด ้ ่ - การถามใหูคด จะใชูระบบกลู่ม หรือใหูคิดเป็ นรายบ่คคล ิ ก็ไดู
  11. 11. คำาถาม ٧ แบบ กระทรวงศึกษาธิการ รัฐวิคตอร์เรียของประเทศออสเตรเลีย ไดู เสนอคำาถาม ٧ แบบ ท่ีใชูพัฒนาความคิดสรูางสรรค์หรือแกูปัญหาท่ี เป็ นไปไดู คำาถาม ٧ แบบ ١. คำาถามปริมาณ (Quantity) ٢. คำาถามการเปล่ียนแปลง (Change) ٣. คำาถามการทำานาย (Prediction) ٤. คำาถามความคิดเห็น (Point of View) ٥. คำาถามเก่ียวกับสูวนตัว (Personal Invalvement) ٦. คำาถามความสัมพันธ์เปรียบเทียบ (Comparative Association) ٧. คำาถามเก่ียวกับคูานิ ยม (Valuing Questioning) ขันตอนการจัดกิจกรรมการเรียนรูู ้ ١. แบูงกลู่มนั กเรียน กลู่มละ ٨ – ٦ คน ٢. นำ าภาพหรือเหต่การณ์ใดเหต่การณ์หน่ ึงใหูนักเรียนด้ / ศึกษา ٣. ตังคำาถามใหูนักเรียนไดูคดถึงปริมาณของส่ิงท่ีปรากฏในภาพ ้ ิ หรือเหต่การณ์นั้น ٤. ตังคำาถามใหูนักเรียนคิดถึงการเปล่ียนแปลงส่ิงท่ีปรากฏใน ้ ภาพ หรือเหต่การณ์นั้น ٥. ตังคำาถามใหูนักเรียนคิดทำานาย ถูา............................ ้ อะไรจะเกิดขึ้น ٦. ตังคำาถามใหูนักเรียนแสดงความคิดเห็น ถูานั กเรียนเป็ น..... ้ .............นั กเรียนจะทำาอยูางไร ٧. ตังคำาถามใหูนักเรียนคิดเก่ียวกับเร่ ืองสูวนตัว นั กเรียนจะมี ้ ความรู้สึกอยูางไร ถูานั กเรียนเป็ น................................ ٨. ตังคำาถามใหูนักเรียนคิดถึงความสัมพันธ์เปรียบเทียบ โดย ้ เปรียบเทียบภาพหรือเหต่การณ์นั้นกับภาพ หรือเหต่การณ์อ่ืนท่ีสมมติ ขึ้น ٩. ตังคำาถามใหูคดถึงคูานิ ยม เป็ นคูานิ ยมดูานใดก็ไดูท่ีเก่ียวกับ ้ ิ ภาพหรือเหต่การณ์นั้น ١٠. ใหูนักเรียนประมวลคำาตอบจากคำาถามทัง ٧ แบบ มาเขียน ้ เป็ นบทความ หรือเร่ ืองสัน ้
  12. 12. ลูกเต๋าสรูางสรรค์ ย่ทธศาสตร์การสอน “ลูกเต๋าสรูางสรรค์” เป็ นช่ ือท่ีผู้เขียนตัง ้ ขึ้น จริงๆแลูว คือ “เทคนิ คกอร์ดอน” (The Gordon Technique) ผู้ คิด คือ กอร์ดอน (Gordon) เป็ นย่ทธศาสตร์การสอนท่ีพัฒนาความ คิดสรูางสรรค์ของนั กเรียน และชูวยใหูนักเรียนคิดสรูางสรรค์ส่ิงแปลก ใหมูไดูอยูางรวดเร็ว ขันตอนการจัดกิจกรรมการเรียนรูู ้ ١. คร้กำาหนดเร่ ืองหรือประเด็นท่ีจะใหูนักเรียนคิดสรูางสรรค์ หรือจะใหูนักเรียนกำาหนดเองก็ไดู ٢. ใหูนักเรียนรูวมกันคิดถึงองค์ประกอบหลักของเร่ ืองนั ้น อยูางนู อย ٢ องค์ประกอบ ٣. ใหูนักเรียนรูวมกันคิดถึงองค์ประกอบยูอยขององค์ประกอบ หลัก จะกำาหนดองค์ประกอบยูอยก่ีองค์ประกอบก็ไดู ٤. ใหูนักเรียนนำ าเอาองค์ประกอบหลักและองค์ประกอบยูอย มาสรูางเป็ นล้กเต๋า ٥. ใหูนักเรียนรูวมกันคิดเช่ ือมโยงความสัมพันธ์ขององค์ ประกอบยูอยของล้กเต๋าดูานตูางๆ ٦. ใหูนักเรียนสร่ปประเด็นความคิดสรูางสรรค์จากการเช่ ือมโยง ความสัมพันธ์ ٧. ใหูนักเรียนนำ าเสนอความคิดสรูางสรรค์ท่ีคูนพบตูอท่ีประช่ม ٨. มอบหมายงานใหูนักเรียนไปเขียนรายละเอียดความคิด สรูางสรรค์แตูละอยูาง
  13. 13. ยูเซฟั ส (UCEFAS) ย้เซฟั ส เป็ นย่ทธศาสตร์การสอนท่ีพัฒนาทักษะกระบวนการคิด แกูปัญหา เป็ นช่ ือท่ีเรียกตามช่ ือยูอของคำา ٦ คำา ตามขันตอนของ ้ เทคนิ ค UCEFAS คือ U = Ultimate C = Current E = Effect F = Factor A = Alternative S = Solution Ultimate Situation คือ สภาพท่ีอยากใหูเป็ น หรือสภาพท่ีพึง ประสงค์ เป็ นภาพส่ดทูายท่ีอยากใหูเกิดขึ้น Current Situation คือ สภาพปั จจ่บันท่ีปรากฏอยู้ Effect คือ ผลกระทบหรือผลท่ีเกิดขึ้นของสภาพท่ีเป็ นอยู้ Factor คือ ปั จจัยท่ีเป็ นเหต่ใหูเกิดผลกระทบ ปั จจัยนี้อาจเรียก วูาสาเหต่ก็ไดู Alternative คือ ทางเลือกในการแกูปัญหา ปั ญหาหน่ ึงอาจมี ทางเลือกหลายๆทางท่ีแตกตูางกันออกไป Solution คือ การเลือกทางเลือกในการแกูปัญหาหรือตกลงหา วิธีการใรการแกูปัญหา ขันตอนการจัดกิจกรรมการเรียนรูู ้ ١. ใหูนักเรียนแบูงกลู่มๆละ ٨ – ٦ คน 2. ใหูนักเรียนแตูละกลู่ม รูวมกันกำาหนดปั ญหาเก่ียวกับเร่ ืองท่ี เรียน เชูน ปั ญหาท่ีเก่ียวกับส่ิงแวดลูอม
  14. 14. ٣. ใหูนักเรียนแตูละกลู่มรูวมกันกำาหนดสภาพท่ีตูองการใหูเกิด ขึ้นจากปั ญหานั ้น ٤. ใหูนักเรียนแตูละกลู่มรูวมกันอภิปรายถึงสภาพปั จจ่บันของ ปั ญหานั ้น ٥. ใหูนักเรียนแตูละกลู่มรูวมกันวิเคราะห์ผลกระทบท่ีเกิดจาก ปั ญหานั ้น ٦. ใหูนักเรียนแตูละกลู่มรูวมกันวิเคราะห์สาเหต่ท่ีทำาใหูเกิด ปั ญหานั ้น ٧. ใหูนักเรียนแตูละกลู่มรูวมกันคิดหาทางเลือกในการแกู ปั ญหาหลายๆทางเลือก ٨. ใหูนักเรียนรูวมกันวิเคราะห์ทางเลือกในการแกูปัญหาตูางๆท่ี ไดูนำาเสนอ เพ่ ือคัดเลือกทางเลือกท่ีเหมาะสม และสามารถแกูปัญหา ไดูแนู นอน เป็ นวิธีท่ีประหยัด ใหูเวลารวดเร็ว ท่กคนในกลู่มมีความพึง พอใจ เธอถามฉั น ฉั นถามเธอ หากจะใหูผู้อานซ่ ึงเป็ นคร้ผู้สอนระลึกถึงตอนท่ีออกขูอสอบ เพ่ ือ ู ประเมินผลการเรียนรู้ของนั กเรียน ท่กขูอคำาถามท่ีจะถามนั กเรียน ทูานจะตูองทราบคำาตอบ หรือคูนหาคำาตอบเอาไวูเสมอดังนั ้นกิจกรรม การเรียนรู้ “เธอถามฉั น ฉั นถามเธอ” จึงเป็ นกิจกรรมท่ีใหูผู้เรียนไดู เรียนรู้จากการตังคำาถาม ้ ขันตอนการจัดกิจกรรมการเรียนรูู ้ ١. คร้จัดเตรียมใบความรู้ ในเน้ือหาท่ีจะทำาการสอนนั กเรียน ٢. แบูงนั กเรียนเป็ นกลู่มๆละ ٨ – ٦ คน หรือใหูนักเรียนจับคูกัน ้ ٣. ใหูนักเรียนแตูละกลู่มไดูศึกษาใบความรู้ ٤. ใหูแตูละกลู่มรูวมกันเขียนขูอคำาถาม เพ่ ือวัดความรู้ความ เขูาใจ กลู่มละ ١٥ คำาถาม ٥. แตูละกลู่มนำ าคำาถามของกลู่มไปใหูกลู่มอ่ ืนหาคำาตอบ โดย กำาหนดเวลาท่ีจำากัด ٦. แตูละกลู่มหาคำาตอบจากขูอคำาถามของกลู่มอ่ ืน ٧. จัดใหูนักเรียนแขูงขันตอบปั ญหา โดยใชูคำาถามของกลู่มตูางๆ ซ่ ึงทางกลู่มไดูคัดเลือก
  15. 15. เพียงหนู าเดียว การเรียนรู้ของนั กเรียนจะใชูเวลาไมูเทูากัน นั กเรียนบางคน เรียนรู้ไดูเร็ว บางคนเรียนรูไดูชูา บางคนเรียนรู้เร่ ืองท่ีมีความซับซูอน ้ ไดูดี บางคนตูองแบูงเน้ือหาเป็ นสูวนยูอยๆ เพ่ ือชูวยในการเรียนรู้ กิจกรรมเพียงหนู าเดียว เป็ นกิจกรรมชูวยนั กเรียนท่ีเรียนรู้ชูา โดย อาศัยเทคนิ คเพ่ ือนชูวยเพ่ ือน กูอนอ่ ืนคร้ตูองจัดทำาบทเรียนหนู าเดียวขึ้นมากูอน โดยอาศัยขัน ้ ตอนการจัดการเรียนรู้ของนั กเรียน ٣ ขันตอน คือ ้ - นำ า - สอน - สอบ นำ า คือ มีขูอความหรือภาพเป็ นสูวนนำ าเขูาสู้บทเรียน สอน คือ การนำ าเสนอเน้ือหาหรือกิจกรรมท่ีจะใหูนักเรียนไดู เรียนรู้ สอบ คือ สูวนของการประเมินผลการเรียนรู้อาจใชูขูอทดสอบ หรือเคร่ ืองมือประเมินผล ขันตอนการจัดกิจกรรมการเรียนรูู ้ ١. แบูงนั กเรียนออกเป็ นกลู่มๆละ ٨ – ٥ คน ٢. แจกบทเรียนหนู าเดียวใหูนักเรียนท่กคนในกลู่ม กลู่มละ ١ เร่ ือง
  16. 16. ٣. ใหูแตูละกลู่มศึกษาบทเรียนหนู าเดียวในเร่ ืองท่ีรับผิดชอบจน เขูาใจ ٤. ใหูแตูละกลู่มคูนหาคำาตอบของคำาถาม และตรวจสอบความ ถ้กตูองตามเฉลยท่ีแจกใหู ٥. แตูละกลู่มนำ าบทเรียนหนู าเดียวไปปิ ดท่ีขูางฝา ٦. แตูละกลู่มวางแผนท่ีจะศึกษาบทเรียนหนู าเดียวของกลู่ม อ่ ืนๆ ٧. แตูละกลู่มไปศึกษาบทเรียนหนู าเดียวของกลู่มอ่ ืนตามเวลาท่ี คร้กำาหนด ٨. แตูละกลู่มรูวมกันทบทวนความรู้ ความเขูาใจ จากการศึกษา บทเรียนหนู าเดียวทังหมด ้ ٩. คร้ทดสอบความรู้ ชัยชนะอยู่ท่ีเหต่ผล กิจกรรมชัยชนะอยู้ท่ีเหต่ผล เป็ นการฝึ กการสังเกตและการคิด เชิงวิเคราะห์ โดยอาศัยระบบกลู่ม การใชูกิจกรรมนี้คร้ตูองอาศัยส่ ือ อาจจะเป็ นโครงส่ีส่ภาพ กลอนแปด หรือบทความ ขูอความ ร้ปภาพ อยูางใดอยูางหน่ ึงท่ีเก่ียวกับจ่ดประสงค์ในการสอน และคร้จะตูองรูวม มือกับนั กเรียนสรูางเกณฑ์การใหูคะแนน (Scoring Rubric) เพ่ ือการ ประเมินการใหูเหต่ผลของแตูละกลู่ม ขันตอนการจัดกิจกรรมการเรียนรูู ้ ١. ใหูนักเรียนรูวมกันคัดเลือกเพ่ ือนนั กเรียน ٥ คน เป็ น กรรมการ ٢. ใหูนักเรียนรูวมกันสรูางเกณฑ์การใหูคะแนน ٣. แบูงกลู่มนั กเรียน กลู่มละ ٨ – ٥ คน ٤. คร้ชีแจงการดำาเนิ นงานของกลู่ม ้ ٥. คร้ปิดร้ปภาพ หรือขูอความท่ีเตรียมมาบนกระดานดำา หรือใหู กับกลู่มท่กกลู่ม
  17. 17. ٦. กลู่มรูวมกันตังขูอสังเกตส่ิงท่ีปรากฏนั ้น โดยอาจจะตังเป็ น ้ ้ คำาถามขึ้นมากูอน แลูววิพากษ์ วิจารณ์ โดยใชูเหต่และผล ٧. กลู่มนำ าเสนอผลการวิเคราะห์ อาจจะชูวยกันเสนอหรือมี ตัวแทนกลู่มนำ าเสนอ ٨. กรรมการพิจารณาเหต่ผลของแตูละกลู่ม และใหูคะแนนไป ตามเกณฑ์การประเมิน สะพานเช่ ือมดาว กิจกรรมสะพานเช่ ือมดาว เป็ นกิจกรรมท่ีใชูแนวคิดของศ้นย์การ เรียน และฐานการเรียนรู้เป็ นหลัก เนู นหนั กในการสอนตามจ่ด ประสงค์การเรียนรู้ดานพ่ทธิพิสัย แทนท่ีคร้จะสอนแบบบรรยาย ก็มา ู ใชูกิจกรรมท่ีจะใหูนักเรียนไดูศกษาหาความรู้ดูวยตนเอง ึ กูอนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ “สะพานเช่ ือมดาว” ผู้สอนจะ ตูองจัดเตรียมเน้ือหาเป็ นสูวนยูอยๆ หรือจัดเป็ นกลู่มเน้ือหา เพ่ ือจัดไวู เป็ นฐานตูางๆ และจัดเตรียมสะพาน (กระดาษชาร์ท) ท่ีเป็ นสะพาน โดยจัดแบูงเป็ นสูวนๆ แลูวนำ ามาเช่ ือมโยงกันเป็ นสะพาน คลูายกับการ ทำา Mind Mapping ขันตอนการจัดกิจกรรมการเรียนรูู ้ 1. คร้จดแหลูงเรียนรู้ไวูตามท่ีตูางๆ (ควรจะเป็ นนอกหูองเรียน) ั ٢. แบูงกลู่มนั กเรียนกลู่มละ ٨ – ٦ คน ٣. จัดใหูมีตัวแทนนั กเรียนอยู้ประจำาแหลูงเรียนรู้ตูางๆ
  18. 18. ٤. ชีแจงนั กเรียนในการปฏิบัติกจกรรม พรูอมทังมอบอ่ปกรณ์ ้ ิ ้ ตูางๆใหูท่กกลู่ม ٥. นั กเรียนแตูละกลู่มเดินทางไปปฏิบัติกิจกรรมตามฐานตูางๆ และเม่ ือปฏิบัติกิจกรรมในฐานตูางๆแลูว นั กเรียนจะไดูรับสะพาน แตูละชูวงจากนั กเรียนท่ีอยู้ประจำาฐาน ٦. เม่ ือนั กเรียนแตูละกลู่มเขูาสู้ฐานตูางๆจนครบท่กฐานแลูว ใหู นั กเรียนเขียนสร่ปผลการเรียนรู้ลงในสะพานแตูละชูวงท่ีไดูรับจาก นั กเรียนประจำาฐาน ٧. ใหูนำาเอาสะพานแตูละชูวงท่ีไดูเขียนสร่ปแลูวมาตูอเช่ ือมกัน ٨. ใหูแตูละกลู่มทบทวนด้วูา กลู่มไดูขูอสร่ปแตูละชันของ ้ สะพานอยูางไรบูาง ٩. แตูละกลู่มนำ าเอาสะพานเช่ ือมดาวของตนไปปิ ดโชว์ ١٠. ผู้สอนอาจใชูขูอทดสอบเพ่ ือใหูนักเรียนไดูกลับไปประเมิน ผลการเรียนรู้ของตนเอง เทคนิ คหมวก ٦ ใบ เทคนิ คหมวก ٦ ใบ เป็ นย่ทธศาสตร์การสอนท่ี เอ็ดเวิร์ด เดอโบ โน (Edward deBono) เป็ นผู้คดขึ้น เป็ นย่ทธศาสตร์การสอนการตัง ิ ้ คำาถามโดยใชูหมวกความคิด ٦ ใบ ใชูสีเป็ นช่ ือหมวก หมวกแตูละสีจะ ควบค่มทิศทางในการคิดแตกตูางกันไป หมวกสีขาว แสดงถึงความเป็ นกลาง หมายถึง ตัวเลขและขูอเท็จ จริงตูางๆ ตัวอย่างคำาถาม ١. เรามีขูอม้ลอะไรบูางเก่ียวกับเร่ ืองนี้ ٢. เราตูองการขูอม้ลอะไรบูาง ٣. เราไดูขูอม้ลท่ีตูองการมาโดยวิธีใด หมวกสีแดง แสดงถึงความโกรธ อารมณ์ หมายถึง การมองทาง ดูานอารมณ์ ความรู้สก หมวกสีแดงเป็ นการแสดงความรู้สกของผู้คิด ึ ึ
  19. 19. แสดงอารมณ์ สัญชาตญาณ ลางสังหรณ์ ประทับใจ ความโกรธ ความ สน่ก ความอบอู่น ความพอใจ ตัวอย่างคำาถาม ١. เรารู้สึกอยูางไร ٢. นั กเรียนมีความรู้สกอยูางไรกับส่ิงท่ีทำา ึ ٣. นั กเรียนมีความรู้สกอยูางไรกับความคิดนี้ ึ หมวกสีดำา แสดงความมืดครึ้ม จึงหมายถึงเหต่ผลดูานลบ เหต่ผลในการปฏิเสธ หมวกสีดำาเป็ นการคิดอยูางมีวิจารณญาณ การ คิดแบบหมวกสีดำาชูวยปู องกันไมูใหูเราคิดหรือตัดสินใจท่ีเส่ียง ชูวยใหู เราหาขูอบกพรูอง หรือจ่ดอูอนไดู สามารถมองปั ญหาท่ีอาจจะเกิดขึ้น ไดูลวงหนู า หมวกสีดำาจึงเป็ นหัวใจสำาคัญของการคิด ู ตัวอย่างคำาถาม ١. อะไรคือจ่ดอูอน ٢. อะไรคือส่ิงท่ียู่งยาก ٣. อะไรคือส่ิงท่ีผิดพลาด ٤. เร่ ืองนี้มีจ่ดอูอนตรงไหน หมวกสีเหลือง แสดงถึงความสวูางไสวและดูานบวก จึงหมายถึง เหต่ผลทางบวก เหต่ผลในการยอมรับหมวกสีเหลือง ทำาใหูเรามอง ดูานบวกโดยไมูตูองมีเหต่ผลจ้งใจตูางๆ เราใชูหมวกสีเหลืองเป็ นสูวน หน่ ึงของการประเมิน แลูวจึงใชูหมวกสีดำา ตัวอย่างคำาถาม ١. จ่ดท่ีดีคืออะไร ٢. ผลดีคืออะไร หมวกสีเขียว แสดงถึงความเจริญเติบโต ความสมบ้รณ์ จึงหมาย ถึงความคิดสรูางสรรค์และความคิดใหมูๆ เป็ นการหลบหลีกความคิด เกูาม่มมองเกูา แตูเป็ นการเปล่ียนแปลง เป็ นการสรูางสรรค์ทกชนิ ด ่ ท่กวิธีการอยูางจ้งใจ ตัวอย่างคำาถาม ١. นั กเรียนจะนำ าความคิดนี้ไปทำา..........สรูาง.......... ปรับปร่ง..........พัฒนาอะไรไดู ٢. ถูาจะใหูส่ิงนี้..........(ดีขึ้น)..........จะตูองเปล่ียน อยูางไร หมวกสีฟูา แสดงถึงความเยือกเย็นทูองฟู า ซ่ ึงอยู้เหนื อท่กส่ิงท่ก อยูาง จึงหมายถึงการควบค่มและจัดระเบียบกระบวนการ และขันตอน ้ การใชูหมวกสีอ่ืนๆใชูในการควบค่มกลู่ม หรือควบค่มตนเอง ติดตาม ความผิดพลาดหรือความเช่ ือผิดๆของตนเอง เพ่ ือแกูไขใหูถ้กตูองเป็ น ตัวแทนของการควบค่มกระบวนการคิด ใหูประสานกันอยูางดี
  20. 20. ตัวอย่างคำาถาม ١. การคิดอะไรท่ีตูองการ ٢. ขันตอนตูอไปคืออะไร ้ ٣. การคิดอะไรท่ีทำาไปกูอนแลูว ขูอคำาถามของหมวกแต่ละใบ ผููถามคือใครกัน - นั กเรียนถามตนเอง - ประธานกลู่มถามสมาชิกในกลู่ม - คร้ถามนั กเรียน หรือ - เป็ นประเด็นคำาถามท่ีกำาหนดในใบงาน หมวก ٦ ใบ กับย่ทธศาสตร์การสอน ٣ วิธี วิธีท่ี ١ ใชูกำาหนดทิศทางการคิดของกล่่ม วิธีนี้ใชูกับการสอนท่ีแบูงนั กเรียนทำางานเป็ นกลู่ม เชูน เป็ นโครง งานหรือโครงการในการคิด หรือวางแผนการทำางานของกลู่มจะใหู นั กเรียนสวมหมวกสีเดียวกันทีละใบ ขันตอนการจัดกิจกรรมการเรียนรูู ้ ١. แบูงนั กเรียนเป็ นกลู่มๆละ ٨ – ٦ คน ٢. มอบหมายงานใหูนักเรียนไปดำาเนิ นการ เชูน โครงงาน โครงการ หรือใหูรูวมกันแกูปัญหาอยูางใดอยูางหน่ ึง ٣. นั กเรียนแตูละกลู่มรูวมกันวางแผนการทำางานโดยใชูหมวก ٦ ใบ
  21. 21. ٤. นั กเรียนซ่ ึงเป็ นประธานกลู่ม อาจนำ าหมวกสีใดสีหน่ ึงวางบน โต๊ะ เพ่ ือเป็ นสัญลักษณ์วูาสมาชิกจะแสดงความคิดเห็นในทิศทางใด ٥. นั กเรียนประธานกลู่ม ตังประเด็นคำาถามตามสีของหมวก ้ แตูละใบท่ีวางไวูแตูละครัง จนไดูขูอสร่ปในการวางแผนของกลู่ม ้ ٦. กลู่มสร่ปแผนการดำาเนิ นงานโครงการ โครงงาน หรือ แผนการดำาเนิ นการแกูปัญหาตามท่ีกลู่มไดูรับมอบหมายภาระงาน วิธีท่ี ٢ ใชูพัฒนาทักษะการคิดตามสีของหมวก ในการใชูหมวกความคิดวิธีท่ี ٢ ผู้สอนจะตูองกำาหนดทักษะท่ี ตูองการจะพัฒนาผู้เรียนขึ้นมากูอน ซ่ ึงทักษะท่กำาหนดนั ้นจะเก่ียวโยง ี กับหมวก ٦ ใบ ผู้สอนจะตูองคิดคูนคำาถามตามสีหมวกเพ่ ือพัฒนา ทักษะท่กำาหนด แลูวนำ าคำาถามเหลูานั ้นไปบรรจ่ในใบงาน เพ่ ือใหู ี นั กเรียนคิดคูนคำาตอบ จะเป็ นการคิดในระบบกลู่ม หรือคิดเด่ียวๆก็ไดู และสามารถนำ าวิธีการนี้ไปใชูไดูกบท่กวิชา ั ขันตอนการจัดกิจกรรมการเรียนรูู ้ ١. คร้จัดเตรียมส่ ือ เชูน บทความ คำาประพันธ์ ร้ปภาพ เพลง หรืออ่ ืนๆ ซ่ ึงตรงกับเร่ ืองท่ีจะทำาการสอน ٢. คร้กำาหนดทักษะท่ีจะพัฒนานั กเรียนในการสอนครังนั ้น้ ٣. คร้กำาหนดขูอคำาถามท่ีจะพัฒนาทักษะของนั กเรียนโดยใชู คำาถามตามสีของหมวก ٤. คร้จัดเตรียมใบงานเพ่ ือใหูนักเรียนปฏิบัติกิจกรรม ٥. แบูงกลู่มนั กเรียน กลู่มละ ٨ คน ٦. ใหูนักเรียนแตูละกลู่มปฏิบัติตามใบงาน ٧. นั กเรียนรูวมกันสร่ปความคิดตามประเด็นคำาถามในใบงาน วิธีท่ี ٣ ใชูพัฒนาทักษะการคิดท่ีซับซูอน เอ็ดเวิร์ด เดอโบโน ไดูนำาหมวกแตูละสีมาจัดเรียงลำาดับ เพ่ ือ ใหูการคิดซับซูอนขึ้น แลูวตังคำาถามเรียงตามลำาดับ ตามเปู าหมายท่ี ้ ตูองการพัฒนา ขันตอนการจัดกิจกรรมการเรียนรูู ้ ١. แบูงกลู่มนั กเรียน กลู่มละ ٨ – ٦ คน ٢. คร้กำาหนดสถานการณ์อยูางใดอยูางหน่ ึงขึ้น แลูวกำาหนด ทักษะท่ีจะใหูนักเรียนคิด เชูน - อธิบายเหต่การณ์นั้น
  22. 22. - ทางเลือกท่ีควรใชูในการแกูปัญหาตามสถานการณ์นั้น - ประเมินผลเหต่การณ์ ٣. ใหูนักเรียนแตูละกลู่มจัดเรียงหมวกความคิดของทักษะแตูละ ทักษะ พรูอมทังตังคำาถามตามสีของหมวกท่ีนำามาเรียงแตูละทักษะ ้ ้ ٤. แตูละกลู่มรูวมกันคิดหาคำาตอบจากคำาถามของหมวกแตูละใบ ٥. แตูละกลู่มสร่ปความคิดของกลู่ม เทคนิ คการสำารวจความรููสึก เทคนิ คการสำารวจความรู้สก เป็ นเทคนิ คการจัดกิจกรรมการ ึ เรียนรู้ท่ีเนู นพัฒนาการคิด และกระบวนการคิดของนั กเรียน เหมาะ สำาหรับการสอนในเน้ือหาท่ีมีความขัดแยูงทางความคิด หรือสภาพท่ี ตูองการความคิดเห็นท่ีแตกตูางกัน ขันตอนการจัดกิจกรรมการเรียนรูู ้ ١. คร้นำาเสนอสถานการณ์ท่ีมีความขัดแยูง อาจเป็ นการเลูาเร่ ือง จัดทำาเอกสารใหูนักเรียนอูาน หรือใหูดภาพ หรือวิดีทัศน์ ้ ٢. แบูงกลู่มนั กเรียน กลู่มละ ٨ – ٦ คน ٣. ใหูนักเรียนแตูละกลู่มระบ่ขูอเท็จจริงในเหต่การณ์วูามีอะไร เกิดขึ้นบูาง (อาจใหูลำาดับเหต่การณ์) ٤. ใหูนักเรียนแตูละกลู่มวินิจฉั ยเก่ียวกับความรู้สกของบ่คคล ึ ในเหต่การณ์
  23. 23. ٥. ใหูนักเรียนแตูละกลู่มใหูเหต่ผลถึงพฤติกรรม หรือความรู้สก ึ ของบ่คคลในเหต่การณ์ ٦. ใหูนักเรียนแตูละคนในกลู่มบรรยายประสบการณ์เดิมของ ตนท่ีคลูายคลึงกับเหต่การณ์ ٧. ใหูนักเรียนแตูละคนเปรียบเทียบความรู้สกของตนเอง กับ ึ ความรู้สึกของบ่คคลในเหต่การณ์ เทคนิ คการแกูปัญหาความขัดแยูง ในชีวิตประจำาวันของนั กเรียนยูอมพบกับปั ญหาความขัดแยูง มากมาย ทังปั ญหาความขัดแยูงท่ีเกิดขึ้นกับตนเองหรือเกิดขึ้นกับ ้ บ่คคลอ่ ืน แตูนักเรียนไดูรับทราบปั ญหาความขัดแยูงนั ้นจากบ่คคลอ่ ืน หรือส่ ือสารมวลชนตูางๆ ดังนั ้นบทบาทของคร้จึงนู าจะฝึ กทักษะใน การแกูปัญหาความขัดแยูงใหูกับนั กเรียน เพ่ ือจะไดูเป็ นทักษะพ้ืนฐาน ท่ีนักเรียนจะไดูนำาไปใชูในชีวิตประจำาวันจริงตูอไป ขันตอนการจัดกิจกรรมการเรียนรูู ้ ١. คร้นำาเสนอสถานการณ์ท่ีเป็ นความขัดแยูง อาจเป็ นการเลูา เอกสาร ร้ปภาพ หรือใหูด้วดีทัศน์ ิ ٢. ใหูนักเรียนระบ่ขูอเท็จจริงท่ีเกิดขึ้นในเหต่การณ์ท่ียกมา หรือ อาจใหูลำาดับเหต่การณ์ ٣. ใหูนักเรียนวินิจฉั ย หรือวิเคราะห์ถึงความรู้สึกของบ่คคลใน เหต่การณ์ (เป็ นงานรายบ่คคลหรือรายกลู่มก็ไดู)
  24. 24. ٤. ใหูนักเรียนเสนอวิธีการแกูปัญหาความขัดแยูงของเหต่การณ์ นั ้นตามความคิดของตนเอง ٥. ใหูนักเรียนเลือกวิธีการแกูปัญหาความขัดแยูงท่ีคิดวูาดีท่ีส่ด พรูอมทังใหูเหต่ผล ้ ٦. ใหูนักเรียนบรรยายประสบการณ์เดิมของตน (หรือท่ีเคย พบเห็น) ท่ีคลูายคลึงกับเหต่การณ์ ٧. ใหูนักเรียนบรรยายความรู้สกอ่ ืนๆเก่ียวกับเหต่การณ์อันเป็ น ึ ประสบการณ์ท่ีเลูามา ٨. ใหูนักเรียนประเมินสถานการณ์ท่ีเลูามา โดยอาจมองไปท่ี สาเหต่ ผลกระทบ หรือเหต่การณ์ในภายภาคหนู า ٩. ใหูนักเรียนเสนอทางเลือกในการแกูปัญหาในสถานการณ์ ของตนเองท่ียกมา ١٠. ใหูนักเรียนพิจารณาทางเลือก และใหูเหต่ผลในการเลือก ทางเลือก เพ่ ือแกูปัญหาความขัดแยูง ١١. ใหูนักเรียนสร่ปเป็ นหลักการในประเด็นตูอไปนี้ - สถานการณ์เป็ นเชูนไร - เรามีความรู้สึกเชูนไร - เหต่การณ์ในภายภาคหนู าจะเป็ นเชูนไร - การแกูปัญหาความขัดแยูงควรเป็ นเชูนไร เทคนิ คการเรียนรููแบบร่วมมือ (Cooperative Learning) การเรียนรู้แบบรูวมมือ เป็ นเทคนิ คการจัดกิจกรรมการเรียนรูท่ี ้ ใหูนักเรียนไดูเรียนรูรูวมกันเป็ นกลู่มเล็กๆ แตูละกลู่มประกอบดูวย ้ สมาชิกท่ีมีความรู้ความสามารถแตกตูางกัน แตูละคนมีสูวนรูวมอยูาง แทูจริงในการเรียนรู้ และในความสำาเร็จของกลู่ม โดยท่ีในกลู่มจะมีการ แลกเปล่ียนความคิดเห็น แบูงปั นทรัพยากร ใหูกำาลังใจแกูกันและกัน คนเกูงจะชูวยเหลือคนท่ีอูอนกวูาสมาชิกในกลู่มไมูเพียงแตูรับผิดชอบ ตูอผลการเรียนของตนเองเทูานั ้น แตูจะตูองรูวมรับผิดชอบตูอการ เรียนรู้ของเพ่ ือนสมาชิกท่กคนในกลู่ม ความสำาเร็จของบ่คคล คือ ความสำาเร็จของกลู่ม ขันตอนการจัดกิจกรรมการเรียนรูู ้
  25. 25. ١. ขันเตรียม แบูงกลู่มนั กเรียนเป็ นกลู่มยูอย กลู่มละ ٦ – ٢ คน ้ แนะนำ าทักษะในการเรียนรู้รูวมกัน ٢. ขันสอน คร้นำาเขูาสู้บทเรียน แนะนำ าเน้ือหา แนะนำ าแหลูง ้ ขูอม้ล และมอบหมายภาระงานใหูนักเรียนแตูละกลู่ม โดยใชูใบงาน ٣. ขันทำากิจกรรมกล่่ม นั กเรียนแตูละกลู่มปฏิบัติกิจกรรมตาม ้ ใบงาน โดยแตูละคนจะมีบทบาทหนู าท่ีตามท่ีไดูรบมอบหมาย เพ่ ือรูวม ั กันรับผิดชอบตูอผลงานของกลู่ม ในขันทำากิจกรรมกลู่ม คร้อาจใชูเทคนิ คการจัดกิจกรรม ร้ป ้ แบบตูางๆท่ีเป็ นการทำากิจกรรมแบบรูวมมือ เชูน ผึ้งแตกรัง, ล้กเสือ จำาแลง, จิกซอ, TGT, STAD เป็ นตูน ๊ ซ่ ึงเม่ ือเลือกใชูกิจกรรมใดแลูว ขันตอนการทำากิจกรรม ้ ของนั กเรียนจะปรากฏในใบงาน ٤. ขันสำารวจผลงานและทดสอบ เป็ นการตรวจสอบวูา ผลงาน ้ ของกลู่มเป็ นอยูางไร และตรวจสอบวูา ผลงานรายบ่คคลของสมาชิกใน กลู่มเป็ นอยูางไร ในการตรวจสอบจะตรวจสอบทังผลสัมฤทธิและ ้ ์ กระบวนการทำางานของกลู่ม บางครังอาจจะตูองมีการซูอมเสริมใหูกับ ้ บางกลู่ม ส่ดทูายก็จะทำาการทดสอบ ٥. ขันสร่ปบทเรียนและประเมินผลการทำางานกล่่ม คร้และ ้ นั กเรียนรูวมกันสร่ปบทเรียน ชูวยกันประเมินผลการปฏิบัติงานของ กลู่ม พิจารณาถึงจ่ดเดูนจ่ดดูอย เทคนิ คจิกซอ (Jigsaw) ๊ เทคนิ คจิกซอ เป็ นเทคนิ คการจัดกิจกรรมการเรียนรู้อีกแบบหน่ ึง ๊ ในการเรียนแบบรูวมมือ และเหมาะสำาหรับการเรียนเน้ือหาใหมู ขันตอนการจัดกิจกรรมการเรียนรูู ้ ١. คร้จัดแบูงเน้ือหาท่ีจะเรียนเป็ นเน้ือหายูอยๆเทูากับจำานวน สมาชิกในกลู่มของนั กเรียน อาจจัดทำาเป็ นบทเรียนหนู าเดียวก็ไดู ٢. จัดกลู่มนั กเรียน กลู่มละประมาณ ٤ คน โดยใหูสมาชิกแตูละ กลู่มมีความรู้ความสามารถท่ีคละกัน กลู่มนี้จะเป็ นกลู่มประจำา (Home group)
  26. 26. ٣. ใหูนักเรียนแตูละกลู่มวางแผนใหูสมาชิกในกลู่มรับผิดชอบ ในการศึกษาหัวขูอยูอยของเน้ือหาคนละ ١ หัวขูอ ใหูเวลาในการอูาน ตามความยาวของเน้ือหา (แตูไมูควรใหูเวลามากเกินไป) ٤. ใหูนักเรียนท่ีอูานหัวขูอเร่ ืองเดียวกันมารวมเป็ นกลู่มชัวคราว ่ หรือกลู่มผู้เช่ียวชาญ (Expert groups) เพ่ ือรูวมกันอภิปราย ซักถาม และทำากิจกรรมรูวมกันใหูมีความรู้ความเขูาใจในหัวขูอเร่ ืองนั ้นท่ี ชัดเจนย่ิงขึ้น (อาจใชูใบงานเพ่ ือแนะนำ าการทำากิจกรรมของกลู่มนี้ก็ไดู) ٥. นั กเรียนกลู่มผู้เช่ียวชาญ วางแผนมอบหมายภารกิจท่ีกลู่มจะ ตูองทำา เชูน - ใครเป็ นประธาน - ใครอูานคำาสัง คำาชีแจง คำาถาม ่ ้ - ใครจดบันทึกขูอม้ล - ใครหาคำาตอบ / เหต่ผล / คำาอธิบาย - ใครสร่ป / ตรวจสอบคำาถาม ٦. นั กเรียนกลู่มผู้เช่ียวชาญแยกตัวกลับไปกลู่มเดิมของตน ( กลู่มประจำา) แลูวผลัดกันอธิบายความรู้ท่ีไดูจากการทำากิจกรรมในขูอ ٥ ใหูเพ่ ือนฟั ง ٧. นั กเรียนท่กคนในกลู่มทำาแบบทดสอบยูอยเพ่ ือวัดความรู้ ความเขูาใจท่กหัวขูอยูอย แลูวนำ าคะแนนของสมาชิกกลู่มแตูละคนมา รวมกันเป็ นคะแนนของกลู่ม ٨. ประกาศยกยูองชมเชยกลู่มนั กเรียนท่ีมีคูาเฉล่ียส้งท่ีส่ด อาจ ปิ ดประกาศท่ีบอร์ด หรือบันทึกเป็ นสถิติ เพ่ ือมอบรางวัลตูอไป เทคนิ ค STAD (Student Teams Achievement Divisions) การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ โดยใชูเทคนิ ค STAD เป็ นการจัด กิจกรรมการเรียนแบบรูวมมืออีกร้ปแบบหน่ ึง Slovin แหูง มหาวิทยาลัย John Hopkins เป็ นผู้พัฒนาขึ้น เป็ นเทคนิ คการจัด กิจกรรมท่ีเหมาะกับการสอนเน้ือหาความรู้ความเขูาใจ อาจใชูหนั งสือ เรียน หรือใบความรู้เป็ นส่ ือการเรียนรู้ของนั กเรียน องค์ประกอบ ٥ ประการ ของ STAD
  27. 27. 1. การเสนอเน้ือหา คร้สอนเน้ือหาใหมูหรือความคิดรวบ ยอดใหมู และทบทวนบทเรียนท่ีเรียนมาแลูว ٢. การทำางานเป็ นกล่่ม จัดนั กเรียนเป็ นกลู่ม กลู่มละ ประมาณ ٤ คน เรียกวูา Student team สมาชิกกลู่มมีความสามารถ คละกัน ชีแจงใหูนักเรียนทราบถึงหนู าท่ีของสมาชิกในกลู่มท่ีจะตูอง ้ ชูวยกัน เรียนรูวมกัน เพราะผลการเรียนของแตูละคนจะสูงผลตูอผล การเรียนของกลู่ม ٣. การทดสอบย่อย นั กเรียนท่กคนทำาแบบทดสอบยูอย (Quiz) เป็ นรายบ่คคลหลังจากคร้สอนเน้ือหาและนั กเรียนไดูทำา กิจกรรมกลู่มแลูว ٤. คะแนนการพัฒนาของนั กเรียน หลังการทดสอบยูอย นั กเรียนจะตูองหาคะแนนพัฒนาของตนเอง โดยเอาคะแนนจากการ ทดสอบไปเทียบกับคะแนนฐาน (Base Score) ซ่ ึงคะแนนฐานอาจ เป็ นคะแนนการสอบยูอยท่ีผูานมา หรือคะแนนผลการเรียนของเทอม ท่ีแลูว ในการหาคะแนนการพัฒนา คร้อาจกำาหนดเกณฑ์ขึ้นมา ก็ไดู เชูน คะแนนทดสอบยูอย คะแนนการ พัฒนา ■ ตำ่ากวูาคะแนนฐานมากกวูา ١٠ ٠ ■ ตำ่ากวูาคะแนนฐานไมูเกิน ١٠ ١٠ ■ เทูากับหรือมากกวูาคะแนน ٢٠ ฐานไมูเกิน ١٠ ■ มากกวูาคะแนนฐาน ١٠ ขึ้นไป ٣٠ ٥. รับรองผลงานและเผยแพร่ช่ือเสียงของกล่่ม จะมีการ ประกาศผลงานของกลู่มใหูทราบ พรูอมทังยกยูองชมเชยในร้ปแบบ ้ ตูางๆ เชูน ปิ ดประกาศหนู าหูอง ใหูเกียรติบัตร ลงจดหมายขูาว เป็ นตูน ขันตอนการจัดกิจกรรมการเรียนรูู ้ ١. คร้นำานั กเรียนทบทวนบทเรียนท่ีเรียนมาแลูว ٢. คร้สอนเน้ือหาใหมู โดยจัดกิจกรรมใหูนักเรียนศึกษาดูวย ตนเอง อาจใชูใบความรู้ หรือใหูจับคู้กันเรียน เพ่ ือใหูเกิดการเรียนรู้ ตามเน้ือหาใหมู ٣. แบูงนั กเรียนเป็ นกลู่มๆละ ٤ คน โดยใหูสมาชิกของกลู่มมี ความสามารถท่ีคละกัน
  28. 28. ٤. นั กเรียนแตูละกลู่ม แบูงภาระหนู าท่ีกัน เชูน เป็ นผู้อาน เป็ น ู ผู้หาคำาตอบ เป็ นผู้สนั บสน่น เป็ นผู้จดบันทึก เป็ นผู้ประเมินผล เป็ นตูน ٥. นั กเรียนแตูละกลู่มศึกษาเน้ือหา และทำากิจกรรมตามใบงาน ٦. นั กเรียนแตูละกลู่มประเมิน เพ่ ือทบทวนความรู้ความเขูาใจ เน้ือหาของสมาชิกกลู่ม ٧. นั กเรียนแตูละคนทำาการทดสอบยูอย เพ่ ือวัดความรู้ความ เขูาใจในเน้ือหาจากขูอสอบของคร้ ٨. นั กเรียนแตูละกลู่มจัดทำาคะแนนการพัฒนาของสมาชิกแตูละ คน และคะแนนการพัฒนาของกลู่ม โดยอาจจัดทำาเป็ นตาราง ดังนี้ คะแนนการพัฒนา ช่ ือกล่่ม.................................................. คะแนน คะแนน คะแนน ช่ ือสมาชิก ทดสอบ ฐาน การ ยูอย พัฒนา รวม ٩. ใหูแตูละกลู่มนำ าคะแนนการพัฒนารวมของกลู่มไปเทียบกับ เกณฑ์ เพ่ ือหาระดับค่ณภาพ ตัวอย่างเกณฑ์ระดับค่ณภาพ คะแนนการพัฒนา ระดับค่ณภาพ ١٩ – ١٥ ดี ٢٤ – ٢٠ ดีมาก ٣٠ – ٢٥ ดีเลิศ ١٠. คร้ประกาศยกยูองชมเชยนั กเรียนกลู่มท่ีมีคะแนนการ พัฒนาอยู้ในระดับค่ณภาพดีเลิศ เชูน ติดบอร์ดหนู าหูองเรียน ใหู เกียรติบัตร หรือออกเสียงตามสาย เป็ นตูน
  29. 29. เทคนิ ค TGT (Team – Games – Tournament ) เทคนิ คการจัดกิจกรรม TGT เป็ นเทคนิ คร้ปแบบหน่ ึงใน การสอนแบบรูวมมือและมีลักษณะของกิจกรรมคลูายกันกับ STAD แตูเพ่ิมเกมและการแขูงขันเขูามาดูวย เหมาะสำาหรับการจัดการเรียน การสอนในจ่ดประสงค์ท่ีมีคำาตอบถ้กเพียงคำาตอบเดียว องค์ประกอบ ٤ ประการ ของ TGT 1. การสอน เป็ นการนำ าเสนอความคิดรวบยอดใหมูหรือบท เรียนใหมู อาจเป็ นการสอนตรงหรือจัดในร้ปแบบของการอภิปราย หรือกลู่มศึกษา ٢. การจัดทีม เป็ นขันตอนของการจัดกลู่ม หรือจัดทีมของ ้ นั กเรียน โดยจัดใหูคละกันทังเพศ และความสามารถ และทีมจะตูอง ้ ชูวยเหลือกันและกัน ในการเตรียมความพรูอม และความเขูมแข็งใหู สมาชิกท่กคน ٣. การแข่งขัน การแขูงขันมักจัดในชูวงทูายสัปดาห์หรือทูายบท เรียน ซ่ ึงจะใชูคำาถามเก่ียวกับเน้ือหาท่ีเรียนมาในขูอ ١ และผูานการเตรี ยมความพรูอมของทีมมาแลูว การจัดโต๊ะแขูงขันจะมีหลายโต๊ะ แตูละ โต๊ะจะมีตัวแทนของกลู่ม / ทีมแตูละทีมมารูวมแขูงขัน ท่กโต๊ะการ แขูงขันควรเร่ิมดำาเนิ นการพรูอมกัน แขูงขันเสร็จแลูว จัดลำาดับผลการ แขูงขันแตูละโต๊ะ เพ่ ือนำ าไปเทียบหาคูาคะแนนโบนั ส (Bonus point) ٤. การยอมรับความสำาเร็จของทีม ใหูนำาคะแนนโบนั สของแตูละ คนในทีมมารวมกันเป็ นคะแนนของทีม และหาคูาเฉล่ียทีมท่ีมีคูาเฉล่ีย ส้งส่ด จะไดูรับการยอมรับใหูเป็ นทีมชนะเลิศ โดยอาจเรียกช่ ือทีมท่ีไดู ชนะเลิศ กับรองลงมา โดยใชูช่ือเก๋ๆก็ไดู หรืออาจใหูนักเรียนตังช่ ือเอง ้ และควรประกาศผลการแขูงขันในท่ีสาธารณะดูวย ขันตอนการจัดกิจกรรมการเรียนรูู ้ ١. คร้สอนความคิดรวบยอดใหมู หรือบทเรียนใหมู โดยอาจใชูใบ ความรู้ใหูนักเรียนไดูศึกษา หรือใชูกิจกรรมการศึกษาหาความรู้รป ้ แบบอ่ ืนตามท่ีคร้เห็นวูาเหมาะสม ٢. แบูงนั กเรียนเป็ นกลู่มๆละ ٥ – ٤ คน เพ่ ือปฏิบัติตามใบงาน ٣. นั กเรียนแตูละกลู่มเตรียมความพรูอมใหูกบสมาชิกในกลู่ม ั ท่กคน เพ่ ือใหูมีความรู้ความเขูาใจในบทเรียน และพรูอมท่ีจะเขูาสู้ สนามแขูงขัน ٤. แตูละกลู่มประเมินความรู้ความเขูาใจในเน้ือหาของสมาชิกใน กลู่ม โดยอาจตังคำาถามขึ้นมาเอง และใหูสมาชิกกลู่มทดลองตอบ ้ คำาถาม
  30. 30. ٥. สมาชิกกลู่มชูวยกันอธิบายเพ่ิมเติมในจ่ดท่ีบางคนยังไมูเขูาใจ ٦. คร้จัดใหูมีการแขูงขัน โดยใชูคำาถามตามเน้ือหาในบทเรียน ٧. จัดการแขูงขันเป็ นโต๊ะ โดยแตูละโต๊ะจะมีตัวแทนของทีมตูางๆ รูวมแขูงขัน อาจใหูแตูละทีมสูงช่ ือผู้แขูงขันแตูละโต๊ะมากูอน และเป็ น ความลับ ٨. ท่กโต๊ะแขูงขันจะเร่ิมดำาเนิ นการแขูงขันพรูอมๆกัน โดย กำาหนดเวลาใหู ٩. เม่ ือการแขูงขันจบลง ใหูแตูละโต๊ะจัดลำาดับผลการแขูงขัน และใหูหาคูาคะแนนโบนั ส (Bonus point) ١٠. ผู้เขูารูวมแขูงขันกลับไปเขูากลู่มเดิมของตน พรูอมดูวยนำ า คะแนนโบนั สไปดูวย ١١. นั กเรียนแตูละกลู่มนำ าคะแนนโบนั สของแตูละคนมารวมกัน เป็ นคะแนนของทีม (Team score) และ หาคูาเฉล่ียท่ีไดูคาเฉล่ีย ( ู อาจใชูคะแนนโบนั สรวมก็ไดู) ส้งส่ด จะไดูรับการยอมรับเป็ นทีมชนะ เลิศ และรองลงไป ١٢. ใหูตังช่ ือทีมชนะเลิศ และรองลงมา ้ ١٣. คร้ประกาศผลการแขูงขันในท่ีสาธารณะ เชูน ปิ ดประกาศท่ี บอร์ด ลงขูาวหนั งสือพิมพ์ หรือประกาศหนู าเสาธง

×