Successfully reported this slideshow.
We use your LinkedIn profile and activity data to personalize ads and to show you more relevant ads. You can change your ad preferences anytime.

20 วิธีการจัดการเรียนรู้โดยการแสวงหาความรู้ด้วยตนเอง

34,933 views

Published on

Published in: Education

20 วิธีการจัดการเรียนรู้โดยการแสวงหาความรู้ด้วยตนเอง

  1. 1. การจัดการเรียนรู้แบบเอกัตภาพ (Individualized Instruction) ความหมาย การจัดการเรียนรู้แบบเอกัตภาพ เป็ นการจัดระบบการเรียนรู้ ใหู แ ก่ ผู้ เ รี ย นท่ีคำา นึ งถึ ง ความแตกต่ า งระหว่ า งบุ ค คล โดยจะจั ด ใหู สอดคลูองกับสติปัญญา ความสามารถ ความสนใจ ความตูองการ และ ความสะดวกของผู้เรียนแต่ละบุคคล ซ่ ึงผู้เรียนจะไดูรับการเรียนรู้และ ประสบการณ์การเรียนรู้จากการศึกษา คูนควูา สืบคูนดูวยตนเอง ทังนี้ ้ ขึ้นอย่้กับความสามารถและความสะดวกของผู้เรียนเองเป็ นสำาคัญ ขันตอนการจัดการเรียนรู้แบบเอกัตภาพ ้ ไชยยศ (อูางอิงใน ณั ฐฎา แสงคำา , 2529 : 16-23) ไดูกล่าวถึง ขันตอนการจัดการเรียนรู้แบบเอกัตภาพไวูดังนี้ ้ 1. ขันเตรียมบทเรียน ้ กิจกรรมท่ีดีจ ะตู องเหมาะสมกั บ ความสามารถและความสนใจ ของผู้ เ รี ย นแต่ ล ะคนจะเก่ีย วขู อ งกั บ ประสบการณ์ ข องเด็ ก ดั ง นั ้ น ผู้ สอนจำา เป็ น ตูอ งเตรีย มพรู อ มและมากพอท่ีจ ะใหู ผู้ เรี ย นเลื อ กไดู ตาม ความตูองการ ผู้สอนไม่จำาเป็ นตูองเป็ นผู้ดำา เนิ นการเองทังหมด เพียง ้ แต่กำา หนดทางไวูล่วงหนู าเพ่ ือแนะนำ า ผู้เรียนในการวางโครงงานและ ดำาเนิ นงานดูวยตนเอง วิธีดำา เนิ นงาน ผู้สอนจะตูองเร่ิมบทเรียนดูวยการกำา หนดจดมุ่ง หมายเชิงพฤติกรรมของแต่ละหน่ วยการเรียนเพ่ ือใชูเป็ นแนวทางใน การเรียนการสอนและการประเมินผลการเรียนรู้ของผู้เรียน 2. ขันเตรียมแบบทดลอง ้ โดยทัวไปการวัดและการประเมินผลการเรียนการสอนแบบเอกั ่ ตภาพ ไม่ไดูเป็ นการประเมินผลเพ่ ือเปรียบเทียบความรู้กับเพ่ ือนในชัน ้ หรื อ เพ่ ือ ใหู ท ราบว่ า ผู้ เ รี ย นไดู เ รี ย นไปในแนวทางท่ีผู้ ส อนและผู้ จั ด หลักส้ตรตูองการหรือไม่ แต่เป็ นการทำาเพ่ ือ 1) ประเมินผลแบบรายบุคคลเพ่ ือเปรียบเทียบกับตนเอง 2) ตรวจสอบความสามารถและประสบการณ์พ้ืนฐานของผู้เรียน แต่ละคนเพ่ ือใหูผู้สอนสามารถเสนอประสบการณ์การเรียนรู้ ไดูอย่างเหมาะสม 3) ตรวจสอบเพ่ ือคูนหาปั ญหาและส่ิงบกพร่องแลูววินิจฉั ยและ แกู ไ ขปั ญหาต่ อ ไป ดั ง นั ้ น แบบทดลองท่ีจ ะตู อ งเตรี ย มมี 2 แบบ ไดูแก่
  2. 2. (1)แบบทดสอบความรู้ ข องผู้ เ รี ย นเก่ีย วกั บ เน้ือ หาของ หน่ วยการเรียนแต่ละกิจกรรม (2)แบบทดสอบวั ด ผลสั ม ฤทธิ ท างการเรี ย นของแต่ ล ะ ์ หน่ วย 3. ขันเตรียมส่ ือการสอน ้ ส่ ือการสอนในการเรียนการสอนแบบเอกัตภาพมีหลายแบบ ซ่ ึง ผู้สอนหรือผู้เรียนตูองเลือกใชูใหูเหมาะสม เช่น บทเรียนดูวยตนเอง สไลด์ ภาพยนตร์ เทปบันทึกเสียง เป็ นตูน 4. ขันเตรียมการซ่อมเสริม ้ หลังจากการเรียนแต่ละหน่ วยการเรียนเสร็จสินลง อาจมีผู้เรียน ้ บางคนไม่ ส ามารถสอบผ่ า นเกณฑ์ ท ่ีกำา หนด ผู้ ส อนตู อ งเตรี ย มการ สอนซ่อมเสริมไวูดวย ู 5. ขันการเรียนรู้ ้ เม่ ือเตรียมการสอนเรียบรูอยแลูว การเรียนรู้แบบเอกัตภาพโดย ทัวไปจะมีขันตอนของการเรียนรู้การสอนแต่ละหน่ วยดังนี้ ่ ้ 1) ก่ อ น ท ่ีผู้ เ รี ย น เ ร ่ิม เ รี ย น ใ หู มี ก า ร ท ด ส อ บ ก่ อ น เ รี ย น (Pretest) เพ่ ือทดสอบว่าผู้เรียนมีความรู้พ้ืนฐานเก่ียวกับ เน้ือหาในหน่ วยท่ีจะเรียนมากนู อยเพียงใด 2) ถู า ผู้ เ รี ย นไดู ค ะแนนตามเกณฑ์ ท ่ีตั ง ไวู ก็ แ สดงว่ า ผู้ เ รี ย นมี ้ ความรู้ในหน่ วย ไม่จำาเป็ นจะตูองเรียนซำาอีกก็ใหูผ่านไปเรียน ้ หน่ วยการเรียนต่อไปไดูเลย แต่ถูาผู้เรียนไม่ผ่านเกณฑ์การ ทดสอบก็จะเขูาร่วมกระบวนการกิจกรรมการเรียนของหน่ วย นั ้ น ๆ นั บว่าเป็ นการส่งเสริม ในเร่ ืองอัตราการเรียนรู้ของผู้ เรียน 3) ผู้เรียนเขูาร่วมกระบวนการจัดกิจกรรมการเรีย นของหน่ วย การเรียน 4) เม่ ือ การเรี ย นการสอนของหน่ ว ยการเรี ย นเสร็ จ สิ น ลงก็จ ะมี ้ การทดสอบภายหลั งเรี ย น (Posttest) ถู า ทดสอบไดู ตาม เกณฑ์ท่ีตังไวูก็ผ่านไปเรียนหน่ วยการเรียนต่อไปไดู แต่ถูาไม่ ้ ผ่านเกณฑ์ก็ตูองเขูาร่วมกิจกรรมการสอนซ่อมเสริมจนกว่า จะผ่านการทดสอบตามเกณฑ์ท่ีตังไวู ้
  3. 3. การจัดการเรียนรู้แบบศ้นย์การเรียน ( Learning Center ) ความหมาย การจัดการเรียนรู้แบบศ้นย์การเรียน เป็ นกระบวนการท่ีผู้สอน จัดประสบการณ์ ก ารเรีย นรู้ ใหูผู้ เรี ย น โดยใหู ผู้ เรี ย นศึ ก ษาหาความรู้ ดูวยตนเองตามความตูองการ ความสนใจและความสามารถจากศ้นย์ การเรียนท่ีผู้สอนไดูจัดเตรียมเน้ือหาสาระ กิจกรรมและส่ ือการสอน แบบประสม โดยปกติ ศ้น ย์ ก ารเรี ย นจะมี ห ลายศ้ น ย์ แต่ ล ะศ้ น ย์ จ ะมี เน้ือหาสาระและกิจกรรมเบ็ดเสร็จในตัวเอง ผู้เรียนจะหมุนเวียนกันเขูา ศึกษาหาความรู้จากศ้นย์ต่าง ๆ ท่ีจัดเตรียมไวูอย่างหลากหลายจนครบ ทุ ก ศ้ น ย์ ผู้ เ รี ย นจะตู อ งประกอบกิ จ กรรมต่ า ง ๆ ตามท่ีโ ปรแกรมไดู กำาหนดเอาไวูภายใตูการด้แลของผู้สอน ซ่ ึงผู้สอนจะทำาหนู าท่ีเป็ นผู้จัด เตรียมศ้นย์การเรียน ใหูคำา แนะนำ า อำา นวยความสะดวกในการเรียนรู้ พรูอมทังประเมินผลการเรียนรู้ของผู้เรียนดูวย ้ ขันตอนการจัดการเรียนรู้ ้ ขันตอนการจัดการเรียนรู้แบบศ้นย์การเรียนแบ่งออกเป็ น 4 ขัน ้ ้ ตอนดังนี้ 1. ขันเตรียมการ ้  เตรี ย มผู้ ส อน ก่ อ นจะทำา การสอนทุ ก ครั ง ผู้ ส อนจะตู อ ง ้ ศึ ก ษาขู อ ม้ ล และรายละเอี ย ดต่ า ง ๆ ในค่้ มื อ การสอน เร่ิม ตัง แต่ จุ ด ประสงค์ ก ารเรี ย นรู้ การนำ า เขู า ส่้ บ ทเรี ย น การแบ่ ง ้ กลุ่มผู้ เรี ยน ระยะเวลาท่ีเหมาะสมในการเรีย นรู้ของผู้เรีย น แต่ละศ้นย์ / กลุ่ม / ฐานการเรียนรู้ เน้ือหาวิชาท่ีจะสอน วิธี การใชู ส่ ือ ต่ า ง ๆ ประกอบการสอน วิ ธี ก ารวั ด ประเมิ น ผล จนถึงการสรุปบทเรียน  เตรียมวัสดุอุปกรณ์ ผู้สอนตูองเตรียมวัสดุอุปกรณ์ต่าง ๆ ท่จำา เป็ น ตูอ งใชู ใ นแต่ ล ะศ้ น ย์ / กลุ่ ม / ฐานการเรี ย นรู้ ว่ า มี ี จำานวนเพียงพอและอย่้ในสภาพท่ีใชูการไดูดีหรือไม่ เช่น ใบ งาน เอกสารเน้ือ หาสาระ ( Fact sheets ) บั ต รกิ จ กรรม อุ ป กรณ์ ก ารฝึ กทดลองประเภทต่ า ง ๆ แบบประเมิ น ผล เป็ นตูน
  4. 4.  เตรี ย มสถานท่ี สรู า งส่ิง แวดลู อ มท่ีส ะดวกสบาย อบอุ่ น สะอาด บรรยากาศดีเพ่ ือใหูผู้เรียนมีความสุขกับการเรียนรู้ เป็ นลำา ดั บ แรก ห ลั ง จากนั ้ นจั ด เตรี ย มโ ต๊ ะ เกู า อี เ ป็ น้ ลักษณะกลุ่มย่อยตามเน้ือหาท่ีจะสอน ใหูเพียงพอกับจำานวน คนและกิจกรรมท่ีจะตูองทำา เช่น จัดโต๊ะเป็ นกลุ่ม ๆ ละ 8 คน แต่ ล ะกลุ่ ม วางปู ายช่ ือ เร่ ือ งท่ีตู อ งการใหู เ กิ ด การเรี ย นรู้ ใ หู ชัดเจน 2. ขันสอน ้  สรู า งกติ ก าการเรี ย นรู้ ร่ ว มกั น ผู้ สอนชี แจงกระบวนการ ้ เรียนรู้แบบศ้นย์การเรียนและสรูางกติกาหรือขูอตกลงร่วม กัน เช่น การรักษาเวลาในการเรียนรู้แต่ละศ้นย์ การทำา งาน เป็ นทีม ความรับผิดชอบในการทำากิจกรรม เป็ นตูน  ทดสอบก่ อ นเรี ย น พรู อ มบอกผลการสอบเพ่ ือ ใหู ทุ ก คน ทราบความรู้พ้ืนฐานของตนเอง  นำ าเขูาส่้บทเรียน ผู้สอนใชูกจกรรมหรือวิธีการท่ีสอดคลูอง ิ กั บ เน้ือ หาสาระและเหมาะสมกั บ ผู้ เ รี ย น ต่ อ จากนั ้ น อาจ อธิบายเน้ือหาสาระและวิธีการท่ีจะเรียนพอสังเขป  แบ่งกลุ่มผู้เรียน ผู้สอนแบ่งกลุ่มผู้เรียนตามจำานวนศ้นย์ / กลุ่ม / ฐานการเรียนรู้ และ ควรแบ่งแบบคละกันตามความ สามารถ ความสนใจ เพศ วัย เพ่ ือใหูแต่ละกลุ่มร่วมดูวยช่วย กันเพ่ ือใหูเกิดการเรียนรู้รวมกัน ่  ดำา เนิ น กิ จ กรรม ใหู ผู้ เ รี ย นทำา กิ จ กรรมต่ า ง ๆ ครบในทุ ก ศ้นย์ / กลุ่ม / ฐานการเรียนรู้กำาหนด 3. ขันสรุปบทเรียน ้ หลั งจากท่ีผู้ เรี ย นหมุ น เวี ย นกั น ทำา กิ จ กรรมครบศ้ น ย์ / กลุ่ ม / ฐานการเรียนรู้แลูว ผู้สอนตังคำา ถามใหูผู้เรียนสะทูอนความรู้สึกและ ้ บทเรียนท่ีไดูรับ ผู้สอนทำาหนู าท่ีสรุปบทเรียนทังหมดร่วมกับผู้เรียน ้ 4. ขันประเมินผล ้ เม่ ือสรุปบทเรียนแลูวใหูผู้เรียนทำาการทดสอบหลังเรียน พรูอม ทังแจูงผลการทดสอบใหูทุกคนทราบพัฒนาการของตนเองเม่ ือเปรียบ ้ เทียบกับผลการทดสอบก่อนเรียน
  5. 5. การจัดการเรียนรู้ใชูบทเรียนโปรแกรม ( Programmed Instruction ) ความหมาย การจัดการเรียนรู้ใชูบทเรียนโปรแกรมหรือบทเรียนสำา เร็จร้ป เป็ นกระบวนการจัดการเรียนรู้ท่ีมีการสรูางบทเรียนโปรแกรมหรือบท เรียนสำาเร็จร้ปไวูล่วงหนู าท่ีจะใหูผู้เรียนเรียนรู้ดูวยตนเอง จะเรียนรู้ไดู เร็วหรือชูาตามความสามารถของแต่ละบุคคล โดยบทเรียนดังกล่าวจะ เป็ นบทเรียนท่ีนำาเน้ือหาสาระท่ีจะใหูผู้เรียนไดูเรียนรู้มาแบ่งเป็ นหน่ วย ย่ อ ยหลาย ๆ กรอบ ( frames ) เพ่ ือ ใหู ง่า ยต่ อ การเรี ย นรู้ ใ นแต่ ล ะ กรอบจะมีเน้ือหาคำา อธิบายและคำา ถามท่ีเรียบเรียงไวู ต่อเน่ ืองกันโดย เร่ิม จากง่ า ยไปยาก เพ่ ือ มุ่ ง ใหู เ กิ ด การเรี ย นรู้ ต ามลำา ดั บ บทเรี ย น โปรแกรมท่ีสมบ้รณ์จะมีแบบทดสอบความกูาวหนู าของการเรียน โดย ผู้เรียนสามารถทำา การทดสอบก่อ นและหลั งเรีย นเพ่ ือ ตรวจสอบการ เรียนรู้ของตนเองไดูทันที ขันตอนการสรูางและการใชูบทเรียนโปรแกรม ้ ขันตอนการสรูางและการใชูบทเรียนโปรแกรมแบ่งออกเป็ น 3 ้ ขันตอน ดังนี้ ้ 1. ขันเตรียม (สำาหรับผู้สอน) ้ ผู้สอนศึกษาปั ญหาความตูองการและความสนใจของผู้เรียน นำ า มาหาทางเลือกหรือสรูางบทเรียนโปรแกรมหรือบทเรียนสำาเร็จร้ปเร่ ือง ใดเร่ ืองหน่ ึงขึ้นมาโดยควรไดูรับการออกแบบจากผู้เช่ียวชาญก่อนและ ตูองมีการทดลองตามหลักการวิจัย โดยการหาค่าความเช่ ือมันก่อนจึง ่ จะใหูผู้เรียนไดูเรียนตามกิจกรรมในบทเรียนนั ้ น ๆ ส่วนขันตอนการ ้ ออกแบบสามารถดำาเนิ นการไดูดังนี้  วิ เคราะห์ห ลั ก ส้ ตรเพ่ ือ พิ จ ารณาขอบข่ า ยของเน้ือ หา ระดั บ ประเภท เวลาท่ีใชู ค่้มือคร้ เพ่ ือใหูเกิดแนวคิดในการผลิต
  6. 6.  กำาหนดเน้ือหา วิชาและระดับชัน โดยพิจารณาเน้ือหาวิชาท่ี ้ นำ า มาผลิ ต เป็ น วิ ช าอะไร ใชู ส อนระดั บ ใด มี ส าระมากนู อ ย เพียงใด เปล่ียนแปลงบ่อยหรือไม่  วางขอบเขตของงาน โดยวางเคู า โครงเร่ ือ งลำา ดั บ เร่ ือ งราว ก่อนหลัง  วิเคราะห์เน้ือหาเป็ นขันตอนท่ีสำาคัญเพราะเป็ นการนำ าเน้ือหา ้ มาแตกย่อยและเรียงลำาดับจากง่ายไปหายาก  สรู า งแบบทดสอบและมี คำา ตอบเฉลยใหู ไ วู โดยออกแบบ เน้ือ หาท่ีจ ะใชู ท ดสอบผู้ เ รี ย นทั ง ก่ อ นและหลั ง เรี ย นในบท ้ เรียนนั ้น แบบทดสอบตูองวัดใหูครอบคลุมวัตถุประสงค์เชิง พฤติกรรมท่ีวางไวูและตูองสรูางขึ้นตามหลักการสรูางแบบ ทดสอบนั่ นคือ มีการหาค่าความเช่ ือมันและการทดลองใชู ่  เขียนบทเรียนสำา เร็จร้ปหรือบทเรียนโปรแกรม ผู้ออกแบบ จะตูองเขียนโดยยึดโครงสรูางขันตอนการเขียนและขอบเขต ้ ของงาน  ทดลองใชู แ ละปรั บ ปรุ ง แกู ไ ข การทดลองแต่ ล ะครั ง ควร ้ บั น ทึ ก ผลการทดลองเพ่ ือ นำ า มาปรั บ ปรุ งแกู ไ ข เช่ น อาจจะ ปรับปรุงเน้ือหา แกูไขดูานภาษา เป็ นตูน 2. ขันการเรียนรู้ ้  ผู้สอนใหูผู้เรียนทำาแบบทดสอบก่อนเรียน  ผู้สอนแนะนำ าการใชูบทเรียนใหูผู้เรียนเขูาใจทุกขันตอน ้  แจกบทเรียนใหูผู้เรียนศึกษาดูวยตนเองตามกิจกรรมท่ีบท เรียนกำา หนดไวู โดยผู้เรียนแต่ละคนใชู เวลามากนู อยแตก ต่างกันไป 3. ขันสรุป ้  หลั งจากท่ีผู้ เรี ยนศึก ษาจนจบบทเรี ยนแลู ว ผู้ส อนจึ งใหูทำา แบบทดสอบหลังเรียน  ผู้ ส อนสรุ ป สาระสำา คั ญ เพ่ิม เติ ม สำา หรั บ ผู้ เ รี ย นท่ีตู อ งการ ทราบ  ผู้สอนและผู้เรียนร่วมกันตรวจสอบและประเมินผลงาน
  7. 7. การจัดการเรียนโดยใชูบทเรียนโมด้ล ( Induction Module ) ความหมาย การจั ด การเรี ย นรู้ โ ดยใชู บ ทเรี ย นโมด้ ล หรื อ หน่ ว ยการเรี ย น เป็ น กระบวนการจั ด การเรี ย นรู้ ท ่ีมี ก ารสรู า งบทเรี ย นเป็ นหน่ ว ยท่ีมี เน้ือหาหรือกลุ่มประสบการณ์ จบในตัวเอง สรูางขึ้นเพ่ ือใหูผู้เรียนไดู เรียนรู้ดูวยตนเอง โดยมีวัตถุประสงค์ท่ีกำาหนดไวูแน่ นอนและชัดเจน โมด้ลหน่ ึงๆ จะประกอบดูวยแนวคิด วัตถุประสงค์ กิจกรรมการเรียน ส่ ือและการประเมิ นผล ตามปกติมั กนิ ยมจัดไวู ในลักษณะเป็ นแฟู ม ห่วงชนิ ดปกแข็งบรรจุเอกสารพิมพ์ดูวยกระดาษอย่างดีหรือรวบรวม เป็ นชุดเอกสาร เป็ นหนั งสือ เป็ นตูน ขันตอนการสรูางและใชูบทเรียนโมด้ล ้ การจัดการเรียนรู้แบบใชูโมด้ลมีขันตอนสำาคัญดังต่อไปนี้ ้ 1. ขันเตรียมการ ้ ผู้สอนศึ กษาปั ญหา ความตู องการและความสนใจของผู้เรีย น เพ่ ือเลือกสรูางบทเรียนโมด้ลขึ้นมา ซ่ ึงบุ ญชม ศรีส ะอาด ( 2541 : 92 – 93 ) กล่าวไวูโดยสรุปดังนี้  กำาหนดเร่ ืองท่ีจะสรูางบทเรียน ควรตัดสินใจว่าควรสรูางบท เรียนเร่ ืองใด ควรเลือกเร่ ืองท่ีตนมีความถนั ด ความสนใจ และความรอบรู้เร่ ืองนั ้น ๆ  กำา หนดหลักการและเหตุผล เป็ นการอธิบายถึงเบ้ืองหลังค วามเป็ นมาของบทเรียน ความสำา คัญของบทเรียน ขอบเขต ของเน้ือหาการเรียนและความสัมพันธ์กับเร่ ืองอ่ ืน ๆ  กำา หนดจุดประสงค์ การกำา หนดจุดประสงค์ของบทเรียนจะ เป็ นแนวในการเขียนเน้ือหาสาระการเรียนตลอดจนกิจกรรม
  8. 8. และส่ ือ ต่ า ง ๆ ของโมด้ ล การกำา หนดจุ ด ประสงค์ เ ชิ ง พฤติกรรมจึงเป็ นการกำา หนดเปู าหมายปลายทางท่ีตูองการ ใหูเกิดขึ้นกับผู้เรียนท่ีสามารถวัดไดู และกำาหนดเกณฑ์ท่ีใชู สำา หรั บ พิ จ ารณาผู้ เ รี ย นว่ า บรรลุ ผ ลการเรี ย นในระดั บ ท่ีน่ า พอใจหรือยัง  สำา รวจส่ ือและแหล่ ง การเรี ย นรู้ ผู้ ส รู า งโมด้ ลจะตู อ งศึ ก ษา คูนควูาตำา รา เอกสาร โสตทัศน้ปกรณ์ ต่าง ๆ เพ่ ือนำ า ขูอม้ล เหล่านั ้นมากำาหนดกิจกรรมและส่ ือการเรียนไดูอย่างเหมาะ สม  วิเคราะห์ภารกิ จ เป็ นการวิเคราะห์ว่าบทเรียนนั ้ นๆ จะตูอ ง อาศั ย ความรู้ พ ้ืน ฐานและความสามารถใดมาก่ อ นบู า ง ระหว่างเรียนจะตูองเรียนรู้เร่ ืองอะไรบูางจุดประสงค์แต่ละขูอ จะตู อ งใชู กิ จ กรรมใดบู า ง และกิ จ กรรมเหล่ า นั ้ น ควรมี ลักษณะใด  สรูางเคร่ ืองมือประเมินผล เป็ นการสรูางเคร่ ืองมือประเมิน ผลก่อนเรียนและหลังเรียน โดยวัดทังส่วนท่ีเป็ นความรู้และ ้ สมรรถภาพพ้ืนฐานท่ีจำาเป็ นต่อการเรียน รวมทังความรู้และ ้ สมรรถภาพพ้ืนฐานท่ีครอบคลุมจุดประสงค์ของบทเรียน  ปรั บ ปรุ ง บทเรี ย น นำ า บทเรี ย นท่ีส รู า งเสร็ จ แลู ว ไปใหู ผู้ เช่ียวชาญดูานต่างๆ พิจารณาตรวจสอบ แลูวนำ า มาปรับปรุง แกูไขตามขูอเสนอแนะของผู้เช่ียวชาญ  ทดลองใชู นำ า บทเรี ย นท่ีปรั บ ปรุ ง แลู ว มาทดลองใชู เพ่ ือ หา ประสิ ท ธิ ภ าพและความเท่ีย งตรงของเคร่ ือ งมื อ ตามลำา ดั บ ดังนี้  ท ด ล อ ง ใ ชู กั บ ก ลุ่ ม ย่ อ ย เ พ ่ ือ ท ด ล อ ง ห า ประสิ ท ธิ ภ าพของบทเรี ย น และทำา การปรั บ ปรุ ง แกูไขขูอบกพร่องต่าง ๆ  ทดลองใชูในหูองเรียน เพ่ ือทดลองหาความเท่ียง ตรงในการทำา หนู า ท่ีเ ป็ น บทเรี ย น และปรั บ ปรุ ง แกูไขเป็ นครังสุดทูาย ้  พิ ม พ์ ฉ บั บ จริ ง นำ า บทเรี ย นท่ีป รั บ ปรุ ง ครั ง สุ ด ทู า ยแลู ว ไป ้ พิมพ์เพ่ ือจัดใส่แฟู มปกแข็ง หรือจัดเป็ นชุดเอกสารเพ่ ือนำ า ไปใชูต่อไป 2. ขันการเรียนรู้ ้ การนำ าโมด้ลไปใชูในการจัดการเรียนรู้ควรดำาเนิ นการดังนี้ 1. ประเมินผลก่อนเรียน โดยอาจใชูเป็ นแบบทดสอบชนิ ดต่าง ๆ เพ่ ือทดสอบความรู้
  9. 9. ความสามารถและสมรรถภาพพ้ืนฐานของผู้เรียน 2. แนะนำ าการใชูบทเรียน ผู้สอนแนะนำ าขันตอน การใชูส่ือการ ้ เรียนรู้ท่ีกำาหนดไวูตลอดจนรายละเอียดต่าง ๆ ในโมด้ล 3. ทำา กิ จ กรรมตามบทเรี ย น ใหู ผู้ เรี ย นไดู ศึ ก ษาเรี ย นรู้ แ ละทำา กิจกรรมดูวยตนเองตามขันตอนต่าง ๆ ในใบงานหรือบัตรคำา ้ สังท่ีกำาหนดไวูในบทเรียน ่ 3. ขันสรุป ้ 1. ประเมินผลหลังเรียน ใหูผู้เรียนทำาแบบทดสอบหลังเรียนจบ ในแต่ละโมด้ลแลูว 2. สรุ ป สาระสำา คั ญ ผู้ ส อนและผู้ เรี ย นสรุ ป สาระของบทเรี ย น ร่วมกัน 3. ตรวจสอบและประเมินผลงาน ผู้สอนและผู้เรียนตรวจสอบ และประเมินผลงานร่วมกัน 4. เรี ย นซ่ อ มเสริ ม ผู้ ส อนและผู้ เ รี ย นวางแผนการเรี ย นซ่ อ ม เสริมในกรณี ท่ีผลการประเมินหลังเรียนยังไม่เป็ นท่ีน่าพอใจ การจัดการเรียนรู้โดยใชูชุดการสอน ( Instructional Package ) ความหมาย การจัดการเรียนรู้โ ดยใชูชุดการสอน เป็ นกระบวนการเรีย นรู้ จากชุ ด การสอน เป็ นส่ ือ การสอนชนิ ดหน่ ึง ท่ีเ ป็ นลั ก ษณะของส่ ือ ประสม ( Multi-media ) เป็ นการใชูส่ือตังแต่สองชนิ ดขึ้นไปร่วม ้ กันเพ่ ือใหูผู้เรียนไดูรับความรู้ท่ีตูองการ โดยอาจจัดขึ้นสำา หรับหน่ วย การเรียนตามหัวขูอเน้ือหาและประสบการณ์ของแต่ละหน่ วยท่ีตูองการ จะใหูผู้เรียนไดูเรียนรู้ อาจจัดเอาไวูเป็ นชุด ๆ บรรจุในกล่อง ซองหรือ กระเป๋ า ชุดการสอนแต่ละชุดประกอบดูวยเน้ือหาสาระ บัตรคำา สัง / ่ ใบงาน ในการทำากิจกรรม วัสดุอุปกรณ์ เอกสาร / ใบความรู้ เคร่ ือง มือหรือส่ ือท่ีจำา เป็ นสำา หรับกิจกรรมต่าง ๆ รวมทังแบบวัดประเมินผล ้ การเรียนรู้ ขันตอนในการผลิตชุดการสอน ้ การผลิตชุดการสอนมีขันตอนดังนี้ ้
  10. 10. 1. กำา หนดเร่ ือ งเพ่ ือ ทำา ชุ ด การสอน อาจกำา หนดตามเร่ ือ งใน หลัก ส้ตรหรือกำา หนดเร่ ือ งใหม่ ขึ้น มาก็ ไ ดู การจั ด แบ่ งเร่ ือ ง ย่ อยจะขึ้ นอย่้กั บลัก ษณะของเน้ือ หาและลั ก ษณะการใชู ชุด การสอนนั ้น ๆ การแบ่งเน้ือเร่ ืองเพ่ ือทำาชุดการสอนในแต่ละ ระดับย่อมไม่เหมือนกัน 2. กำาหนดหมวดหม่้เน้ือหาและประสบการณ์ อาจกำาหนดเป็ น หมวดวิชาหรือบ้รณาการแบบสหวิทยาการไดูตามความเหมาะ สม 3. จัดเป็ นหน่ วยการสอน จะแบ่งเป็ นก่ีหน่ วย หน่ วยหน่ ึง ๆ จะ ใชู เ วลานานเท่ า ใดนั ้ น ควรพิ จ ารณาใหู เ หมาะสมกั บ วั ย และ ระดับชันผู้เรียน ้ 4. กำาหนดหัวเร่ ือง จัดแบ่งหน่ วยการสอนเป็ นหัวขูอย่อย ๆ เพ่ ือ สะดวกแก่การเรียนรู้แต่ละหน่ วยควรประกอบดูวยหัวขูอย่อย หรือประสบการณ์ในการเรียนรู้ประมาณ 4 – 6 หัวขูอ 5. กำา หนดความคิ ด รวบยอดหรื อ หลั ก การ ตู อ งกำา หนดใหู ชัดเจนว่าจะใหูผู้เรียนเกิดความคิดรวบยอดหรือสามารถสรุป หลักการ แนวคิดอะไร ถูาผู้สอนเองยังไม่ชัดเจนว่า จะใหู ผู้ เรี ย นเกิ ด การเรี ย นรู้ อ ะไรบู า ง การกำา หนดกรอบความคิ ด หรือหลักการก็จะไม่ชัดเจน ซ่ ึงจะรวมไปถึงการจัดกิจกรรม เน้ือหาสาระ ส่ ือและส่วนประกอบอ่ ืนๆ ก็จะไม่ชัดเจนตามไป ดูวย 6. กำา หนดจุดประสงค์การสอน หมายถึงจุดประสงค์ทัวไปและ ่ จุ ด ประสงค์ เ ชิ ง พฤติ ก รรม รวมทั ง การกำา หนดเกณฑ์ ก าร ้ ตัดสินผลสัมฤทธิการเรียนรู้ไวูใหูชัดเจน ์ 7. กำา หนดกิ จ กรรมการเรี ย น ตู อ งกำา หนดใหู ส อดคลู อ งกั บ วัตถุประสงค์เชิงพฤติกรรม ซ่ ึงจะเป็ นแนวทางในการเลือก และผลิตส่ ือการสอน กิจกรรมการเรียน หมายถึงกิจกรรม ทุกอย่างท่ีผู้เรียนปฏิบัติ เช่น การอ่าน การทำา กิจกรรมตาม บัตรคำา สัง การตอบคำา ถาม การเขียนภาพการทดลอง การ ่ เล่นเกม การแสดงความคิดเห็น การทดสอบ เป็ นตูน 8. กำาหนดแบบประเมินผล ตูองออกแบบประเมินผลใหูตรงกับ วัตถุประสงค์เชิงพฤติกรรม โดยใชูการสอบแบบอิงเกณฑ์ ( การวัดผลท่ียึดเกณฑ์หรือเง่ ือนไขท่ีกำาหนดไวูในวัตถุประสงค์ โดยไม่ มี ก ารนำ า ไปเปรี ย บเที ย บกั บ คนอ่ ืน ) เพ่ ือ ใหู ผู้ ส อน ทราบว่ า หลั ง จากผ่ า นกิ จ กรรมมาเรี ย บรู อ ยแลู ว ผู้ เ รี ย นไดู เปล่ีย นพฤติ ก รรมการเรี ย นรู้ ต ามวั ต ถุ ป ระสงค์ ท ่ีตั ง ไวู ม าก ้ นู อยเพียงใด
  11. 11. 9. เลือกและผลิตส่ ือการสอน วัสดุอุปกรณ์และวิธีการท่ีผู้สอน ใชู ถือเป็ นการสอนทังสิน เม่ ือผลิตส่ ือการสอนในแต่ละหัว ้ ้ เร่ ืองเรียบรูอยแลูว ควรจัดส่ ือการสอนเหล่านั ้นแยกออกเป็ น ห ม ว ด ห ม่้ ใ น ก ล่ อ ง / แ ฟู ม ท่ีเ ต รี ย ม ไ วู ก่ อ น นำ า ไ ป ห า ประสิทธิภาพเพ่ ือหาความตรง ความเท่ียงก่อนนำ า ไปใชู เรา เรียกส่ ือการสอนแบบนี้วา ชุดการสอน ่ โดยปกติ ร้ ป แบบของชุ ด การ สอ นท่ีดี ค ว รมี ขน าด มาตรฐานเพ่ ือ ความสะดวกในการใชู และความเป็ น ระเบี ย บ เรี ย บรู อ ยในการเก็ บ รั ก ษา โดยพิ จ ารณาในดู า นต่ า งๆ เช่ น การใชูประโยชน์ ความประหยัด ความคงทนถาวร ความน่ า สนใจ ความทันสมัย ทันเหตุการณ์ ความสวยงาม เป็ นตูน 10. สรูางขูอทดสอบก่อนและหลังเรียนพรูอมทังเฉลย การสรูาง ้ ขู อ ส อ บ เ พ่ ือ ท ด ส อ บ ก่ อ น แ ล ะ ห ลั ง เ รี ย น ค ว ร ส รู า ง ใ หู ครอบคลุมเน้ือหาและกิจกรรมท่ีกำาหนดใหูเกิดการเรียนรู้โดย พิจารณาจากจุดประสงค์การเรียนรู้เป็ นสำาคัญ ขูอสอบไม่ควร มากเกินไปแต่ควรเนู นกรอบความรู้ความสำา คัญในประเด็น หลักมากกว่ารายละเอียดปลีกย่อย หรือถามเพ่ ือความจำาเพียง อย่ า งเดี ย ว และเม่ ือ สรู า งเสร็ จ แลู ว ควรทำา เฉลยไวู ใ หู พ รู อ ม ก่อนส่งไปหาประสิทธิภาพของชุดการสอน 11. หาประสิทธิภาพของชุดการสอน เม่ ือสรูางชุดการสอนเสร็จ เรีย บรูอ ยแลูว ตู อ งนำ า ชุ ด การสอนนั ้ น ๆ ไปทดสอบโดยวิ ธี การต่าง ๆ ก่อนนำ าไปใชูจริง เช่น ทดลองใชูเพ่ ือปรับปรุงแกูไข ใหูผู้เช่ียวชาญตรวจสอบความถ้กตูอง ความครอบคลุมและ ความตรงของเน้ือหา เป็ นตูน ขันตอนการใชูชุดการสอน ้ การใชูชุดการสอนจะใชูตามประเภทและจุดประสงค์ท่ีทำาขึ้นมีขัน ้ ตอนโดยสรุปดังนี้ ١. ขันทดสอบก่อนเรียนใหูผู้เรียนไดูทดสอบก่อนเรียน ้ เพ่ ือพิจารณาพ้ืนความรู้เดิมของผู้เรียน อาจใชูเวลาประมาณ 10 – 15 นาที และควรเฉลยผลการทดสอบใหู ผู้ เ รี ย นแต่ ล ะคน ทราบพ้ืนฐานความรู้ของตน 2. ขันนำ าเขูาส่้บทเรียน ้ เพ่ ือเป็ นการสรูางแรงจ้งใจใหูผู้เรียนเกิดความกระตือรือรูนท่ีจะ เรียนรู้ ٣. ขันประกอบกิจกรรมการเรียน ้
  12. 12. ผู้สอนจะตูองชีแจงหรืออธิบายใหูผู้เรียนเขูาใจอย่างละเอียดทุก ้ ขันตอนก่อนลงมือทำากิจกรรม ้ 4. ขันสรุปบทเรียน ้ ผู้ สอนนำ า สรุป บทเรี ย นซ่ ึงอาจทำา ไดู โ ดยการถามหรื อ ใหู ผู้ เรี ย น สรุ ป ความเขู า ใจหรื อ สารท่ีไ ดูจ ากการเรี ย นรู้ เพ่ ือ ใหู แน่ ใ จว่ า ผู้ เรียนมีความคิดรวบยอดตามหลักการท่ีกำาหนด 5. ประเมินผลการเรียน โดยการทำา ขู อ ทดสอบหลั ง เรี ย นเพ่ ือ ประเมิ น ด้ ว่ า ผู้ เ รี ย นบรรลุ ตามจุดประสงค์หรือไม่ เพ่ ือจะไดูปรับปรุงแกูไขขูอบกพร่องของ ผู้เรียนในกรณี ท่ียังไม่ผ่านจุดประสงค์ท่กำาหนดขูอใดขูอหน่ ึง ี การจัดการเรียนรู้โดยใชูคอมพิวเตอร์ช่วยสอน ( CAI ) ( Computer Assisted Instruction ) ความหมาย การจั ดการเรี ย นรู้ โ ดยใชู คอมพิ ว เตอร์ ช่ว ยสอน เป็ นกระบวน การเรียนรู้ของผู้เรียนท่ีอาศัยคอมพิวเตอร์ ซ่ ึงเป็ นเทคโนโลยีระดับส้ง มาประยุกต์ใชูเป็ นส่ ือหรือเคร่ ืองมือสำา หรับการเรียนรู้ โดยจัดเน้ือหา สาระหรือประสบการณ์สำาหรับใหูผู้เรียนไดูเรียนรู้ อาจจัดเป็ นลักษณะ บทเรียนหน่ วยการเรียนหรือโปรแกรมการเรียน ฯลฯ ขันตอนการจัดการเรียนรู้ ้ บุญเก้ือ ควรหาเวช ( 2543 : 70 – 71 ) ไดูเสนอขันตอนการ ้ จัดการเรียนรู้โดยใชูคอมพิวเตอร์ช่วยสอน ไวูดังนี้
  13. 13. 1. ขันนำ าเขูาส่้บทเรียน ้ ขันตอนนี้ จะเร่ิมตังแต่การทักทายผู้เรียน บอกวิธีการเรียนและ ้ ้ บอกจุ ด ประสงค์ ของการเรี ย น เพ่ ือ ท่ีจ ะใหู ผู้ เ รี ย นไดู ท ราบว่ า เม่ ือ เรียนจบบทเรียนนี้ แลูวเขาจะสามารถทำา อะไรไดูบูาง คอมพิวเตอร์ ช่วยสอนสามารถเสนอวิธีการในร้ปแบบท่ีน่าสนใจไดู ไม่ว่าจะเป็ น ลักษณะภาพเคล่ ือนไหว เสียงหรือผสมผสานหลาย ๆ อย่างเขูาดูวย กัน เพ่ ือเรูาความสนใจของผู้เรียน ใหูมุ่งความสนใจเขูาส่้บทเรียน บางโปรแกรมอาจจะมีแบบทดสอบวัดความพรูอมของผู้เรียนก่อน หรื อ มีร ายการ ( Menu ) เพ่ ือ ใหู ผู้ เรี ย นเลื อ กเรี ย นไดู ตามความ สนใจ และผู้ เ รี ย นสามารถจั ด ลำา ดั บ การเรี ย นก่ อ นหลั ง ไดู ดู ว ย ตนเอง 2. ขันการเสนอเน้ือหา ้ เม่ ือผู้เรียนเลือกเรียนในเร่ ืองใดแลูว คอมพิวเตอร์ช่วยสอนก็ จะเสนอเน้ือหานั ้ นออกมาเป็ นกรอบ ๆ ( Frame ) ในร้ปแบบท่ี เป็ น ตัวอักษร ภาพ เสียง ภาพกราฟฟิ กและภาพเคล่ ือนไหว เพ่ ือ เรู า ความสนใจในการเรี ย น และสรู า งความเขู า ใจในความคิ ด รวบ ยอดต่าง ๆ แต่ละกรอบ หรือเสนอเน้ือหาเรียงลำา ดับไปทีละอย่างที ละประเด็น โดยเร่ิมจากง่ายไปหายาก ผู้เรียนจะควบคุมความเร็วใน การเรียนดูวยตนเอง เพ่ ือท่ีจะใหูไดูเรียนรู้ไดูมากท่ีสุด ตามความ สามารถ และมีการชีแนะหรือการจัดเน้ือหาสำาหรับการช่วยเหลือผู้ ้ เรียนใหูเกิดการเรียนท่ีดีขึ้น 3. ขันคำาถามและคำาตอบ ้ หลังจากเสนอเน้ือหาของบทเรียนไปแลูว เพ่ ือท่ีจะวัดผู้เรียนว่า มี ค วามรู้ ค วามเขู า ใจเน้ือ หาท่ีเ รี ย นผ่ า นมาแลู ว เพี ย งใดก็ จ ะมี ก าร ทบทวนโดยการใหู ทำา แบบฝึ กหั ด และช่ ว ยเพ่ิม พ้ น ความรู้ ค วาม ชำา นาญ เช่น ใหูทำา แบบฝึ กหัดชนิ ดคำา ถาม แบบเลือกตอบ แบบ ถ้ ก ผิ ด แบบจั บ ค่้ แ ละแบบเติ ม คำา เป็ น ตู น ซ่ ึง คอมพิ ว เตอร์ ช่ ว ย สอนสามารถเสนอแบบฝึ กหัดแก่ผู้เรียนไดูน่าสนใจมากกว่าแบบ ทดสอบธรรมดาและผู้เรียนตอบคำาถามผ่านทางแปู นพิมพ์หรือเมาท์ ( Mouse ) นอกจากนี้ คอมพิวเตอร์ช่วยสอนยังสามารถจับเวลา ในการตอบคำา ถามของผู้ เ รี ย นไดู ดู ว ย ถู า ผู้ เ รี ย นไม่ ส ามารถตอบ คำา ถามไดู ใ นเวลาท่ีกำา หนดไวู คอมพิ ว เตอร์ ช่ ว ยสอนก็ จ ะเสนอ ความช่วยเหลือใหู 4. ขันการตรวจคำาตอบ ้ เม่ ือ ระบบคอมพิ ว เตอร์ ช่ ว ยสอนไดู รั บ คำา ตอบจากผู้ เ รี ย นแลู ว คอมพิ ว เตอร์ ช่ ว ยสอนก็ จ ะตรวจคำา ตอบและแจู ง ผลใหู ผู้ เ รี ย นไดู ทราบ การแจู งผลอาจแจู งเป็ น แบบขู อ ความ กราฟฟิ กหรื อ เสี ย ง
  14. 14. ถูาผู้เรียนตอบถ้กก็จะไดูรับการเสริม แรง ( Reinforcement ) เช่น การใหูคำาชมเชย เสียงเพลง หรือใหูภาพกราฟฟิ กสวย ๆ และ ถูาผู้เรียนตอบผิด คอมพิวเตอร์ช่วยสอนก็จะบอกใบูใหูหรือใหูการ ซ่อมเสริมเน้ือหาแลูวใหูคำาถามนั ้นใหม่ เม่ ือตอบไดูถ้กตูอง จึงกูาว ไปส่้หัวเร่ ืองใหม่ต่อไป ซ่ ึงจะหมุนเวียนเป็ นวงจรอย่้จนกว่าจะหมด บทเรียนในหน่ วยนั ้น ๆ 5. ขันการปิ ดบทเรียน ้ เม่ ือ ผู้เรีย นเรีย นจนจบบทเรี ยนแลู ว คอมพิ วเตอร์ช่วยสอนจะ ทำา การประเมินผล ผู้เรียนโดยการทำา แบบทดสอบ ซ่ ึงจุดเด่นของ คอมพิ ว เตอร์ ช่ ว ยสอน คื อ สามารถสุ่ ม ขู อ สอบออกมาจากคลั ง ขูอสอบท่ีไดูสรูางไวูและเสนอใหูผู้เรียนแต่ละคนโดยไม่เหมือนกัน จึงทำา ใหูผู้เรียนไม่สามารถจดจำา คำา ตอบจากการท่ีทำา ในครังแรก ๆ ้ นั ้ นไดู หรือแบบไม่รู้คำา ตอบนั ้ นมาก่อนเอามาใชูประโยชน์ เม่ ือ ทำา แบบทดสอบนั ้ นเสร็จแลูวผู้เรียนจะไดูรับทราบคะแนนการทำา แบบ ทดสอบของตนเองว่าผ่านตามเกณฑ์ท่ีไดูกำา หนดไวูตังแต่แรก อีก้ ทังคอมพิวเตอร์ช่วยสอนจะบอกเวลาท่ีใชูในการเรียนในหน่ วยนั ้ น ้ ๆ ไดูดูวย เป็ นตูน การจัดการเรียนรู้แบบโครงงาน ( Project Method ) ความหมาย การจัดการเรียนรู้แบบโครงงาน เป็ นกระบวนการเรียนรู้ท่ีเปิ ด โอกาสใหูผู้เรียนไดูศึกษาคูนควูาและลงมือปฏิบัติกิจกรรมตามความ
  15. 15. สนใจ ความถนั ดและความสามารถของตนเอง ซ่ ึงอาศัยกระบวนการ ทางวิทยาศาสตร์ หรื อกระบวนการอ่ ืน ๆ ท่ีเป็ น ระบบ ไปใชู ใ นการ ศึกษาหาคำาตอบในเร่ ืองนั ้น ๆ ภายใตูคำาแนะนำ า ปรึกษาและความช่วย เหลือจากผู้สอนหรือผู้ท่ีเช่ียวชาญ เร่ิมตังแต่การเลือกเร่ ืองหรือหัวขูอ ้ ท่ีจะศึกษา การวางแผน การดำาเนิ นงานตามขันตอนท่ีกำาหนด ตลอด ้ จนการนำ าเสนอผลงาน ซ่ ึงในการจัดทำาโครงงานนั ้นสามารถทำาไดูทุก ระดับชัน อาจเป็ นรายบุคคลหรือเป็ นกลุ่ม จะกระทำาในเวลาเรียนหรือ ้ นอกเวลาเรียนก็ไดู ขันตอนการจัดการเรียนรู้ ้ การจัดการเรียนรู้แบบโครงงานมีขันตอนสำาคัญ ดังต่อไปนี้ ้ 1. การเลือกหัวขูอเร่ ืองหรือปั ญหาท่ีจะศึกษา 2. การวางแผน ประกอบดูวย การกำาหนดจุดประสงค์ การตังสมมติฐาน ้ การกำาหนดวิธการศึกษา ี 3. การลงมือปฏิบัติ 4. การเขียนรายงาน 5. การนำ าเสนอผลงาน การจัดการเรียนรู้โดยการไปทัศนศึกษา ( Field Trip ) ความหมาย การจัดการเรียนรู้โดยการไปทัศนศึกษา เป็ นกระบวนการเรียน รู้ ท ่ีนำา ผู้ เ รี ย นออกไปศึ ก ษาเรี ย นรู้ ณ สถานท่ีท ่ีเ ป็ น แหล่ ง ความรู้ ใ น เร่ ืองนั ้ น ( ซ่ ึงอย่้นอกสถานท่ีเรียนกันอย่้โดยปกติ )โดยมีการศึกษา เรีย นรู้ส่ิงต่ าง ๆ ในสถานท่ีนั้น ตามกระบวนการหรื อวิ ธีก ารท่ีผู้ ส อน
  16. 16. และผู้เรียนไดูร่วมกันวางแผนไวู และมีการอภิปรายสรุปผลการเรียนรู้ จากขูอม้ลท่ีไดูจากการศึกษาเรียนรู้ ขันตอนการจัดการเรียนรู้ ้ การจัดการเรียนรู้โดยการไปทัศนศึกษามีขันตอนดังนี้ ้ 1. ขันวางแผน ้ เป็ นขันตอนท่ีผู้สอนและผู้เรียนร่วมกันเตรียมการก่อนท่ีจะ ้ ไปทัศนศึกษา ซ่ ึงควรประกอบดูวยเร่ ืองต่อไปนี้ ١.١ กำาหนดวัตถุประสงค์ของการไปศึกษา ١.٢ กำาหนดหัวขูอเร่ ืองท่ีจะศึกษา ١.٣ กำา หนดสถานท่ีท่ีจะไปทั ศนศึ ก ษา เม่ ือ มี ก ารกำา หนดวั ตถุ ป ระสงค์ และหัวขูอหรือเร่ ืองท่ีจะศึกษาแลูว ผู้เรียนควรมีส่วนในการเลือกสถานท่ีท่ี จะไปศึกษา ซ่ ึงเม่ ือมีการกำาหนดสถานท่ีแน่ ชัดแลูว ผู้สอนหรือผู้เรียนบาง คนควรจะหาโอกาสไปสำารวจสถานท่ีนั้นก่อน จะช่วยใหูไดูขูอม้ลท่ีดีในการ วางแผนการเดินทางและการหาความรู้ต่อไป กำา หนดการเดิ น ทาง ไดู แ ก่ โปรแกรมการเดิ น ทางท่ีมี กำา หนดเวลาท่ี แน่ นอน กำาหนดวิธีเดินทาง ไดูแก่ ทังการติดต่อยานพาหนะ เสูนทาง การเดินทาง ้ กำาหนดค่าใชูจ่าย มีการประมาณการค่าใชูจ่ายในการไปทัศนศึกษาทังหมด ้ ซ่ ึงหากงบประมาณท่ีเตรียมไวูไม่เพียงพอ ผู้เรียนอาจจะตูองช่วยออกค่าใชู จ่ายบางส่วนเพ่ิมเติม กำา หนดกิจกรรมหรือวิธีการท่ีจะศึกษา เช่น จะใชูวิ ธีการสั งเกต การจด บั น ทึ ก อั ด เทป ถ่ า ยภาพ ถ่ า ยวิ ดี ทั ศน์ สั ม ภาษณ์ ลงมื อ ปฏิ บั ติ หรื อ ทดลอง เป็ นตู น ซ่ ึงวิธีการใดจำา เป็ นตู อ งใชู เคร่ ือ งมื อ หรื อ อุ ป กรณ์ ก็จ ะ ตูองมีการจัดเตรียมใหูเรียบรูอย กำาหนดหนู าท่ีความรับผิดชอบ ควรกำาหนดและแบ่งหนู าท่ีความรับผิดชอบ ใหูผู้เรียนทุกคนอย่างชัดเจน ควรจัดทำา เป็ นเอกสารแจกสมาชิกทุกคนใหู รั บ รู้ ต รงกั น หรื อ กรณี ผู้ ส อนแบ่ ง ผู้ เ รี ย นออกเป็ นกลุ่ ม ควรใหู โ อกาส สมาชิกประชุมปรึกษาหารือกัน เพ่ ือใหูไดูขูอตกลงร่วมกัน ติ ด ต่ อ ขออนุ ญ าตผู้ บั ง คั บ บั ญ ชาท่ีมี อำา นาจอนุ ญ าตตามระเบี ย บของทาง ราชการ ขออนุ ญ าตผู้ ป กครองเป็ นลายลั ก ษณ์ อั ก ษร รวมทั ง การตอบรั บ จากผู้ ้ ปกครองพรูอมค่าใชูจ่ายสมทบ ( ถูามี ) ติดต่อสถานท่ีและวิทยากรหรือผู้มีส่วนเก่ียวขูองท่ีจะไปทัศนศึกษาในจุด ต่าง ๆ ติดต่อเพ่ ือขอทำาประกันอุบัติเหตุในการเดินทางของทุกคน 2. ขันการเดินทางไปทัศนศึกษา ้
  17. 17. เป็ นการเดินทางไปทัศนศึกษาตามโปรแกรมท่กำา หนดไวู ซ่ ึงผู้ ี สอนควรด้แลเอาใจใส่ในเร่ ืองความปลอดภัย สังเกตพฤติกรรมของผู้ เรียนและใหูคำาปรึกษาแนะนำ าตามความเหมาะสม 3. ขันการศึกษาเรียนรู้ในสถานท่ีหรือแหล่งเรียนรู้ ้ เม่ ือเดินทางไปถึงยังสถานท่ีเปู าหมายแลูว ผู้สอนควรจัดประชุม ผู้ เรี ย นทั ง หมดก่ อ นท่ีจ ะปล่ อ ยใหู ผู้ เรี ย นไปศึก ษาเรี ย นรู้ ตามท่ีไ ดู รั บ ้ มอบหมาย โดยมีการยำาหรือ ทบทวนเก่ียวกั บเร่ ืองวัตถุป ระสงค์ ของ ้ การศึกษา การเคารพต่อกฎเกณฑ์ กติกาของสถานท่ี ความปลอดภัย วิธีการศึกษา การนั ดหมายและการตรงต่อเวลา เป็ นตูน ผู้สอนคอย สั ง เกตการณ์ ด้ แ ล ช่ ว ยเหลื อ ใหู ผู้ เ รี ย นมี ก ารศึ ก ษาเรี ย นรู้ คอย ไต่ถามถึงการทำา กิ จ กรรมต่ า ง ๆ ตามท่ีเตรี ย มไวู เพ่ ือ ใหู ไ ดู ขูอ ม้ ล มาก ท่ีสุด 4. ขันการเดินทางกลับ ้ เป็ นการเดินทางกลับหลังจากท่ีไดูศึกษาเรียนรู้ตามโปรแกรมท่ี กำา หนดไวู ซ่ ึง ผู้ ส อนควรจะด้ แ ลเอาใจใส่ ใ นเร่ ือ งความปลอดภั ย สั ง เกตพฤติ ก รรมผู้ เ รี ย นและใหู คำา ปรึ ก ษาหารื อ แนะนำ า ตามความ เหมาะสม ( ซ่ ึงในการเดินทางทังไปและกลับ หากไม่มีเหตุจำาเป็ น ไม่ ้ ควรจะมีการเดินทางนอนเสูนทางตามท่ีไดูกำา หนดหรือขออนุญาตไวู ซ่ ึงอาจเกิดปั ญหาขึ้นมาไดู ) 5. ขันสรุปผลการเรียนรู้ ้ อาจทำาไดูดังนี้ a. สรุปผลการเรียนรู้ทันที ในกรณี ท่ีสามารถจัดสรรเวลา ไดู ไม่ ค วรเร่ ง รี บ เดิ น ทางกลั บ ควรใหู โ อกาสผู้ เ รี ย น สรุปผลการเรียนรู้ทันที ณ สถานท่ีศึกษาด้งานจะทำาใหู ไดูผลดีมาก เพราะยังจำาความคิด ประสบการณ์ ขูอม้ล และความรู้สึกต่างๆ ไดูดี b. สรุ ป การเรี ย นรู้ ห ลั ง จากกลั บ ถึ ง สถานศึ ก ษา ซ่ ึง โดย ทัวไปหลังจากศึกษาเรียนรู้แลูว ผู้สอนและผู้เรียนมัก ่ จะไม่ มี เ วลาสรุ ป ทั น ที ดั ง นั ้ น เม่ ือ เดิ น ทางกลั บ ถึ ง สถานศึกษาแลูวควรรีบหาโอกาสใหูผู้เรียนสรุปผลการ เรียนรู้โดยเร็ว การสรุปผลการเรียนรู้ ทำาไดูหลายวิธี เช่น ใหูผู้เรียนแต่ละคน นำ า เสนอประสบการณ์ และขูอม้ลท่ีตนไดูรับจากการศึกษาจะไดูมีการ อภิ ป รายร่ ว มกั น ในประเด็ น หรื อ หั ว ขู อ ท่ีสำา คั ญ มี ก ารสรุ ป ใหู ครอบคลุมประเด็นการเรียนรู้ทัง 3 ดูาน ไดูแก่ ดูานความรู้ท่ีไดูรับ ้ ดูา นเจตคติ และดูา นทั ก ษะกระบวนการท่ีใ ชู ใ นการแสวงหาความรู้ เช่น กระบวนการคิด กระบวนการทำางานเป็ นกลุ่ม เป็ นตูน
  18. 18. 6. ขันประเมินผล ้ เป็ น ขั น ท่ีผู้ ส อนและผู้ เ รี ย นร่ ว มกั น ประเมิ น ผล เพ่ ือ ใหู ท ราบ ้ ว่ า การไปทั ศ นศึ ก ษาครั ง นี้ มี ผ ลเป็ นอย่ า งไร เช่ น บรรลุ ตา ม ้ วั ต ถุ ป ระสงค์ ห รื อ ไม่ ปั ญหาและอุ ป สรรคมี อ ะไรบู า ง ตลอดจนขู อ เสนอแนะอ่ ืน ๆ ซ่ ึงอาจประเมินไดูจากการสอบถาม การสังเกต หรือ ขูอเสนอแนะต่างๆ เป็ นตูน การจัดการเรียนรู้โดยใชูแหล่งเรียนรู้ในชุมชนและธรรมชาติ ความหมาย
  19. 19. แหล่งเรียนรู้ในชุมชน หมายถึง 1. สถาบันของชุมชนท่ีมีอย่้แลูวในวิถีชีวิตและการทำา มาหากินใน ชุมชน เช่น วัด โบสถ์ วิหาร ศาลาการเปรียญในวัด ซ่ ึงเป็ น สถานท่ีทำา บุญตามประเพณี ตลาด รูา นขายของชำา ลานนวด ขูาว โรงงานขนาดเล็กในหม่้บูาน ป่ า หูวย หนอง คลอง บึง ท่ีชาวบูานมาหาอาหาร เก็บหน่ อไมู เก็บเห็ด หาปลา ฯลฯ 2. สถานท่ีหรือสถาบันท่ีรัฐและประชาชนจัดตังขึ้น เช่น อุทยาน ้ การศึกษาในวัด และในชุมชน อุทยานประวัติศาสตร์ อุทยาน แห่งชาติทางทะเล อุทยานแห่งชาติในทูองถ่ินแถบภ้เขา ศ้นย์ วัฒนธรรม ศ้นย์ศิลปาชีพ ศ้นย์เยาวชน ศ้นย์หัตถกรรมชุมชน หอสมุด หูองสมุดประชาชน พิพิธภัณฑ์สถาน พิพิธภัณฑ์ทูอง ถ่ิน พิพิธภัณฑ์พ้ืนบูาน พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติเก่ียวกับ สัตว์ พืช ดิน หิน แร่ เป็ นตูน 3. ส่ ือเทคโนโลยีท่ีมีอย่้ในโรงเรียนและชุมชน เช่น วีดิทัศน์ ภาพ สไลด์ โปรแกรมสำา เร็ จ ร้ ป ภาพยนตร์ หุ่ น หรื อ โมเดลจำา ลอง ของจริง เป็ นตูน 4. ส่ ือ เอกสารส่ิง พิ ม พ์ ต่ า ง ๆ ท่ีมี อ ย่้ ใ นโรงเรี ย นและชุ ม ชน เช่ น หนั งสือสารานุกรม วารสาร ตำารายาพ้ืนบูาน ภาพจิตรกรรมฝา ผนั ง ภาพถ่าย เป็ นตูน 5. บุคลากรผู้ท่ีมีความรู้ดูานต่าง ๆ ในชุมชน เช่น ผู้นำาทางศาสนา เกษตรกร ศิลปิ น หมอพ้ืนบูาน ผู้นำา ชุมชน ปราชญ์ชาวบูาน เป็ นตูน แหล่งเรียนรู้ธรรมชาติ หมายถึง 1. ส่ิง แวดลู อ มทางธรรมชาติ เช่ น ภ้ เ ขา แม่ นำ้ า ป่ าไมู ตู น ไมู สวน ไร่นา ดิน หิน แร่ ลม ฟู า อากาศ เป็ นตูน 2. มนุษย์และสัตว์ต่าง ๆ เช่น บุคคลต่าง ๆ รอบตัวและสัตว์ทุกชนิ ด เป็ นตูน การจั ด การเรี ย นรู้ โ ดยใชู แ หล่ งเรี ย นรู้ ใ นชุ ม ชนและธรรมชาติ หมายถึ ง กระบวนการเรี ย นรู้ ท่ีใ ชู ทัก ษะกระบวนการต่ า ง ๆ ในการ วางแผนเพ่ ือแสวงหาความรู้จากแหล่งเรียนรู้ในโรงเรียนและชุมชนร่วม กันระหว่างผู้สอนและผู้เรียนอย่างเป็ นระบบ ขันตอนการจัดการเรียนรู้ ้ การจัดการเรียนรู้โดยใชูแหล่งเรียนรู้ในชุมชนและธรรมชาติมีขัน ้ ตอนสำาคัญ ดังต่อไปนี้ 1. ขันวางแผน ควรดำาเนิ นการดังนี้ ้
  20. 20. 1.1 ผู้สอนและผู้ เรี ยนร่ว มกั นกำา หนดวัตถุป ระสงค์หั วขู อ เร่ ือ ง หรือประเด็นท่ีจะศึกษาเรียนรู้ 1.2 สำารวจแหล่งเรียนรู้ประเภทต่าง ๆ ซ่ ึงอาจเก็บรวบรวมขูอม้ล โดยการสัมภาษณ์แบบสอบถาม แบบสำารวจ เป็ นตูน 1.3 นำ า ขู อ ม้ ล ท่ีไ ดู ม าจั ด ทำา ทะเบี ย น หมวดหม่้ รายช่ ือ ราย ละเอียดของแหล่งเรียนรู้ 1.4ผู้ ส อนแลผู้ เ รี ย นเลื อ กแหล่ ง เรี ย นรู้ ท ่ีส อดคลู อ งกั บ หั ว ขู อ เร่ ืองและวัตถุประสงค์ท่ีตูองการเรียน 1.5 ประสานขอความร่วมมือในการใชูแหล่งเรียนรู้ 1.6 ผู้ ส อนและผู้ เ รี ย นร่ ว มกั น กำา หนดกรอบเน้ือ หา ประเด็ น ศึ ก ษากิ จ กรรมหรื อ วิ ธี ก ารท่ีจ ะศึ ก ษา เช่ น จะใชู วิ ธี ก าร สั ง เกต การจดบั น ทึ ก อั ด เทป ถ่ า ยภาพ ถ่ า ยวี ดิ ทั ศ น์ สัมภาษณ์ ลงมือปฏิบัติหรือทดลอง เป็ นตูน ซ่ ึงวิธีการใด จำา เป็ นจะตู อ งใชู เ คร่ ือ งมื อ หรื อ อุ ป กรณ์ ก็ จ ะตู อ งมี ก ารจั ด เตรียมใหูเรียบรูอย 1.7กำา หนดและมอบหมายหนู าท่ีความรับผิดชอบใหูผู้เรียนทุก คนอย่างชัดเจน อาจจะจัดทำา เป็ นเอกสารแจกใหูสมาชิกทุก คนรับรู้ตรงกัน หรือกรณี ท่ีแบ่งผู้เรียนออกเป็ นกลุ่ม อาจจะ ใหูโอกาสสมาชิกประชุมเตรียมการร่วมกัน 1.8 กำาหนดวัน เวลา วิธีการเดินทางและค่าใชูจ่าย ( ถูามี ) 2. ขันเก็บรวบรวมขูอม้ล ควรดำาเนิ นการดังนี้ ้ 2.1ผู้สอนนำ าผู้เรียนไปเรียนท่ีแหล่งเรียนรู้ ซ่ ึงผู้สอนควรจะด้แล เอาใจใส่ ใ นเร่ ือ ง ความปลอดภั ย สั ง เกตพฤติ ก รรมของผู้ เรียนและใหูคำาปรึกษา แนะนำ าตามความเหมาะสม 2.2ผู้ เ รี ย นจะไดู นำา ทั ก ษะกระบวนต่ า ง ๆ ไปใชู ใ นการเก็ บ รวบรวมขู อ ม้ ล เช่ น สั ง เกตการใชู ภ าษาในการสั ม ภาษณ์ การจดบั น ทึ ก ขู อ ม้ ล ดู ว ยวิ ธี ก ารต่ า ง ๆ เป็ นตู น โดยผู้ ส อน คอยด้แล ช่วยเหลือใหูผู้เรียนมีการศึกษาเรียนรู้ คอยไต่ถาม ถึงการทำากิจกรรมต่าง ๆ ตามท่ีเตรียมไวู เพ่ ือใหูไดูขูอม้ลมาก ท่ีสุด 3. ขันสรุปผลการเรียนรู้ อาจทำาไดูดังนี้ ้ 3.1 สรุปการเรียนรู้ทันที ในกรณี ท่ีสามารถจัดสรรเวลาไดูและ ไม่รีบเดินทางกลับ ควรใหูโอกาสผู้เรียนสรุปผลการเรียน รู้ทันที ณ สถานท่ีศึกษาด้งาน จะทำาใหูไดูผลดีมากเพราะยัง จำาความคิด ประสบการณ์ ขูอม้ล และความรู้สึกต่าง ๆ ไดู ดี
  21. 21. 3.2 สรุปการเรียนรู้หลังจากกลับถึงสถานศึกษา ซ่ ึงโดยทั วไป ่ หลังจากศึกษาเรียนรู้แลูว ผู้สอนและผู้เรียนมักจะไม่มีเวลา สรุปทันที ดังนั ้น เม่ ือเดินทางกลับถึงสถานศึกษาแลูวควร รีบหาโอกาสใหูผู้เรียนสรุปผลการเรียนรู้โดยเร็ว การสรุป ผลการเรียนรู้ ทำา ไดูหลายวิธี เช่น ใหูผู้เรียนแต่ละคนนำ า เสนอประสบการณ์ และขูอม้ลท่ีตนไดูรับจากการศึกษา จัด ใหูมการอภิปรายร่วมกันในประเด็นหรือหัวขูอท่ีสำาคัญ การ ี เขียนรายงาน การจัดนิ ทรรศการ เป็ นตูน และในการสรุป ผลการเรียนรู้นั้น ผู้สอนควรด้แลใหูมีการสรุปใหูครอบคลุม ประเด็ น การเรี ย นรู้ ทั ง 3 ดู า น ไดู แ ก่ ดู า นความรู้ ท ่ีไ ดู รั บ ้ ดู า นเจตคติ และดู า นทั ก ษะกระบวนการท่ีใ ชู ใ นการ แสวงหาความรู้ เช่น กระบวนการคิด กระบวนการทำางาน เป็ นกลุ่ม เป็ นตูน 4. ขันประเมินผล ้ เป็ น ขั น ท่ีผู้ ส อนและผู้ เ รี ย นร่ ว มกั น ประเมิ น ผลเพ่ ือ ใหู ท ราบ ้ ว่ า การไปทั ศ นศึ ก ษาครั ง นี้ มี ผ ลเป็ นอย่ า งไร เช่ น บรรลุ ผ ลตาม ้ วัตถุประสงค์หรือไม่ ปั ญหาและอุปสรรคมีอะไรบูางตลอดจนขูอเสนอ แนะอ่ ืน ๆ ซ่ ึงอาจประเมิ น ไดู จากการสอบถาม การสั งเกต หรื อ ขู อ เสนอแนะต่าง ๆ เป็ นตูน
  22. 22. การจัดการเรียนรู้แบบไตรสิกขา สำา นั กงานคณะกรรมการประถมศึ ก ษาแห่ ง ชาติ ( 2542 : 48-64 ) ไดู เ สนอแนะการจั ด การเรี ย นรู้ ต ามแนวพุ ท ธวิ ธี แบบ ไตรสิกขา ไวูดังนี้ ความหมาย การจัดการเรียนรู้แบบไตรสิกขา เป็ นกระบวนการเรียนรู้ท่ีเปิ ด โอกาสใหู ผู้ เ รี ย นไดู ป ฏิ บั ติ กั บ ส่ิง ท่ีเ รี ย นจริ ง ๆ แลู ว พิ จ ารณาใหู เ ห็ น ประโยชน์ คุณ โทษ ตามความเป็ นจริงดูวยตนเองแลูวนำ าความรู้นั้นมา เป็ นหลักในการปฎิบัติตามอย่างจริงจัง ขันตอนการจัดการเรียนรู้ ้ การจัดการเรียนรู้แบบไตรสิกขา มีขันตอนดังต่อไปนี้ ้ 1. ขันศีล ้ ใหู ผู้ เ รี ย นเลื อ กการกระทำา ถ้ ก หรื อ ผิ ด ในการตอบสนอง สถานการณ์ท่ีผู้สอนกำาหนดใหูในขันตอนนี้จะเก่ียวขูองกับหลักปฎิบัติ ้ ท่ีเรียกว่า ศีลสิกขา เป็ นการควบคุมตนเองใหูอย่้ในความถ้กตูองทาง กาย วาจา ดั ง พุ ท ธทาสภิ ก ขุ ใหู ค วามเห็ น ว่ า ศี ล มี ข อบเขตตรงท่ี ปรากฏทางกาย วาจา เป็ นการกระทำาท่ีทำาใหูผู้ประพฤติสบายกาย ใจ และทำา ใหู โ ลกมี สั น ติ ภ าพ โดยการปฎิ บั ติ นี้ เ นู น การควบคุ ม ตนเอง เห็นไดูจากการอาราธนาศีล และศีลไม่ใช่พิธีรีตอง พระราชวรมุ นี กล่ า วว่ า ศี ล คื อ สภาวะของผู้ ท ่ีมี ห ลั ก ความ ประพฤติ ถ้ ก ตู องทางกาย วาจา ระบบศี ล จะเป็ น อย่ า งไร เคร่ ง ครั ด เขูมงวดเพียงใด ขึ้นอย่้กับวัตถุประสงค์ของระบบการครองชีวิตแบบ นั ้น ๆ สมทรง ปุญฤทธิ เ ์ สนอใหูสอนเด็กใหูรักษ ๆ ใหูรกษาศีล 5 แลูวค่อย ๆ ยึดศีลส้งขึ้นไป ั สรุปไดูวา ศีลสิกขา คือ การปฏิบัติตนใหูถ้กตูอง ทางกาย วาจา ่ โดยการควบคุมตนเอง การฝึ กในขันศีล หรือ ศีลสิกขา นี้ ผู้สอนอาจฝึ กใหูผู้เรียนรักษา ้ ศีล โดยควบคุมกาย วาจา ของตนใหูอย่้ในระเบียบ วินัย และศีลธรรม
  23. 23. 2. ขันกำาหนดสมาธิ ้ เป็ นการฝึ กขันตูน ในการควบคุมสติใหูระลึกรู้อย่้กับลมหายใจ ้ เพ่ ือความระลึกรู้แน่ วแน่ ท่ีจุดเดียว ในขันตอนนี้ จะเก่ียวขูองกับหลัก ้ ปฏิบัติท่ีเรียกว่า จิตสิกขา คือ การปฏิบัติเพ่ ือดำา รงสภาพจิตใหูปกติ มั่ น คงต่ อ ความดี ง าม โดยทั ว ไปบุ ค คลมี จิ ต สมาธิ อย่้ แ ลู ว โดย ่ ธรรมชาติและบุคคลควรฝึ กใหูเป็ นสมาธิดูวย ท่ า นพุ ท ธทาสภิ ก ขุ กล่ า วถึ ง จิ ต สิ ก ขามี ใ จความว่ า จิ ต สิ ก ขา เป็ นการฝึ กเพ่ ือบังคับความคิดใหูเป็ นไปตามท่ีเราตูองการ ใหูมีความ สามารถในการข่ ม ใจ มี ค วามอดทนในการต่ อ สู้ กั บ กิ เ ลส เพราะมี กำา ลังใจในการพิจารณาสภาวธรรมเพ่ ือสรูางปั ญญาตามตูองการ จิต สิกขามีหลักในการปฏิบัติโดยย่อ 2 ขันดังนี้ ้ 1. เลือ กท่ีสงั ด ไม่พลุก พล่ า น แลู ว เลื อ กอารมณ์ ใ นการ เพ่งท่ีสะดวกท่ีสุด เช่น การเพ่งลมหายใจ 2. ปรับปรุงอารมณ์ ใหูแปรไปตามท่ีตูองการ เช่น กำา หนด เป็ นดวงแกูว อารมณ์ ท่ีปรุงแต่งนี้ ไม่ใช่ของจริง เพียง แต่เป็ นการฝึ กบังคับจิต ซ่ ึงจะเกิดความชำา นาญในการ บังคับจิต พระราชวรมุนี กล่าวว่าการนั่ งน่ิง ๆ ไม่ใช่ตัวสมาธิ สมาธินั้นตูอง มีองค์ประกอบเป็ นความแน่ วแน่ มั่นคง หนั กแน่ นของจิต ท่ีจะนำ า ไป ใชูในการทำากิจทุก ๆ อย่าง วิธีฝึกจิต ในขันสมาธิมีหลายอย่าง เช่น ้ 1. ฝึ กใหู ค นยุ่ ง กั บ กิ จ กรรมอย่ า งใดอย่ า งหน่ ึง ไม่ ใ หู โอกาสยุ่งกับความชัว ่ 2. วิ ธี เอาความดี เขู า ข่ ม หรื อ ผ้ ก มั ด จิ ต ไวู กั บ ส่ิง ดี ง ามบาง อย่างแบบท่ีเรียกว่า อุดมคติ 3. ฝึ กสมาธิ ท ่ีเ รี ย กว่ า วิ ปั สสนา คื อ ขั น ท่ีเ กิ ด ความรู้ แ จู ง ้ เห็ น จริ ง จนเปล่ีย นค่ า นิ ยม มี โ ลกทั ศ น์ และชี ว ทั ศ น์ อย่างใหม่ไดู สมทรง ปุญฤทธิ เ์สนอแนะการปฏิ บั ติ จิต สิก ขา ทำา ไดูง่าย ๆ ดังนี้ 1. รำาลึกถึงคุณพระรัตนตรัย นั่ งขัดสมาธิโดยขาขวาทักขา ซู า ย มื อ ขวาทั บ มื อ ซู า ย หงายมื อ ตั ง กายตรง แต่ ไ ม่ ้ เกร็งตัว 2. หลั บ ตากำา หนดลมหายใจเขู า – ออก โดยดั ก ท่ีป ลาย จม้กหรือกำา หนดพองยุบหรือตามลมหายใจเขูา – ออก ก็ไดู ใหูสติอย่้กับส่ิงท่ีกำา หนด ไม่เผลอสติ ไม่คิด เร่ ือ งอ่ ืน ๆ การฝึ กนี้ จ ะฝึ กในตู น คาบเรี ย น หรื อ ทู า ยคาบ

×