Successfully reported this slideshow.
We use your LinkedIn profile and activity data to personalize ads and to show you more relevant ads. You can change your ad preferences anytime.

คู่มือหนังสือส่งเสริมการอ่าน

1,724 views

Published on

คู่มือหนังสือส่งเสริมการอ่าน

Published in: Education
  • เยี่ยมมากค่ะ
       Reply 
    Are you sure you want to  Yes  No
    Your message goes here

คู่มือหนังสือส่งเสริมการอ่าน

  1. 1. 1 หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ ความสาคัญของภาษาอังกฤษ ในสังคมโลกปัจจุบัน การเรียนรู้ภาษาต่างประเทศมีความสาคัญและจาเป็นอย่างยิ่ง ในชีวิตประจาวัน เนื่องจากเป็นเครื่องมือสาคัญในการติดต่อสื่อสาร การศึกษา การแสวงหาความรู้ การประกอบอาชีพ การสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับวัฒนธรรมและวิสัยทัศน์ของชุมชนโลก และตระหนัก ถึงความหลากหลายทางวัฒนธรรมและมุมมองของสังคมโลก นามาซึ่งมิตรไมตรี และความร่วมมือกับ ประเทศต่าง ๆ ช่วยพัฒนาผู้เรียนให้มีความเข้าใจตนเองและผู้อื่นดีขึ้น เรียนรู้และเข้าใจความแตกต่าง ของภาษาและวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณี การคิด สังคม เศรษฐกิจ การเมือง การปกครองมี เจตคติที่ดีต่อการใช้ภาษาต่างประเทศ และใช้ภาษาต่างประเทศเพื่อการสื่อสารได้ รวมทั้งเข้าถึงองค์ ความรู้ต่าง ๆ ได้ง่ายและกว้างขึ้นและมีวิสัยทัศน์ในการดาเนินชีวิต ภาษาต่างประเทศที่เป็นสาระการเรียนรู้พื้นฐาน ซึ่งกาหนดให้เรียนตลอดหลักสูตรการศึกษาขั้น พื้นฐาน คือ ภาษาอังกฤษ ส่วนภาษาต่างประเทศอื่น เช่น ภาษาฝรั่งเศส เยอรมัน จีน ญี่ปุ่น อาหรับ บาลี และภาษากลุ่มประเทศเพื่อนบ้าน หรือภาษาอื่น ๆ ให้อยู่ในดุลยพินิจของสถานศึกษาที่จะจัดทารายวิชา และจัดการเรียนรู้ตามความเหมาะสม เป้ าหมายของการจัดการเรียนการสอนภาษาอังกฤษ การจัดการเรียนการสอนภาษาอังกฤษในสถานศึกษามีเป้าหมายสาคัญ ดังนี้ 1. เพื่อให้เข้าใจหลักการ ทฤษฎีที่เป็นพื้นฐานในภาษาอังกฤษ 2. เพื่อให้เข้าใจธรรมชาติและข้อจากัดของภาษาอังกฤษ 3. เพื่อให้มีทักษะที่สาคัญในการศึกษาค้นคว้า และคิดค้นทางภาษาอังกฤษ และเทคโนโลยี 4. เพื่อพัฒนากระบวนการคิดและจินตนาการ ความสามารถในการแก้ปัญหา และการจัดการ ทักษะในการสื่อสารและความสามารถในการตัดสินใจ 5. เพื่อให้ตระหนักถึงความสัมพันธ์ระหว่างภาษาอังกฤษ เทคโนโลยี มวลมนุษย์ และสภาพแวดล้อมในเชิงที่มีอิทธิพลและผลกระทบซึ่งกันและกัน
  2. 2. 2 6. เพื่อนาความรู้ความเข้าใจในเรื่องภาษาอังกฤษและเทคโนโลยี ไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อ สังคมและการดารงชีวิต 7. เพื่อให้เป็นคนมีจิตภาษาอังกฤษ มีคุณธรรม จริยธรรม และค่านิยมในการใช้ ภาษาอังกฤษและเทคโนโลยีอย่างสร้างสรรค์ คุณภาพผู้เรียนภาษาอังกฤษเมื่อจบช่วงชั้นที่ 3 (ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1-3) จบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 1. ปฏิบัติตามคาขอร้อง คาแนะนาคาชี้แจง และคาอธิบายที่ฟังและอ่าน อ่านออกเสียงข้อความ ข่าว โฆษณา นิทาน และบทร้อยกรองสั้นๆ ถูกต้องตามหลักการอ่าน ระบุ/เขียนสื่อที่ไม่ใช่ความเรียง รูปแบบต่าง ๆ สัมพันธ์กับประโยคและข้อความที่ฟังหรืออ่าน เลือก/ระบุหัวข้อเรื่อง ใจความสาคัญ รายละเอียดสนับสนุน และแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องที่ฟังและอ่านจากสื่อประเภทต่าง ๆ พร้อมทั้ง ให้เหตุผลและยกตัวอย่างประกอบ 2. สนทนาและเขียนโต้ตอบข้อมูลเกี่ยวกับตนเองและเรื่องต่าง ๆ ใกล้ตัว สถานการณ์ ข่าว เรื่องที่อยู่ในความสนใจของสังคมและสื่อสารอย่างต่อเนื่องและเหมาะสม ใช้คาขอร้อง คาชี้แจง และ คาอธิบาย ให้คาแนะนาอย่างเหมาะสม พูดและเขียนแสดงความต้องการ เสนอและให้ความช่วยเหลือ ตอบรับและปฏิเสธการให้ความช่วยเหลือ พูดและเขียนเพื่อขอและให้ข้อมูล บรรยาย อธิบาย เปรียบเทียบ และแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องที่ฟังหรืออ่านอย่างเหมาะสม พูดและเขียนบรรยาย ความรู้สึกและความคิดเห็นของตนเองเกี่ยวกับเรื่องต่าง ๆ กิจกรรม ประสบการณ์ และข่าว/เหตุการณ์ พร้อมทั้งให้เหตุผลประกอบอย่างเหมาะสม 3. พูดและเขียนบรรยายเกี่ยวกับตนเอง ประสบการณ์ ข่าว/เหตุการณ์/เรื่อง/ประเด็น ต่าง ๆ ที่อยู่ในความสนใจของสังคม พูดและเขียนสรุปใจความสาคัญ/แก่นสาระ หัวข้อเรื่องที่ได้ จากการวิเคราะห์เรื่อง/ข่าว/เหตุการณ์/สถานการณ์ที่อยู่ในความสนใจ พูดและเขียนแสดงความคิดเห็น เกี่ยวกับกิจกรรม ประสบการณ์ และเหตุการณ์ พร้อมให้เหตุผลประกอบ 4. เลือกใช้ภาษา น้าเสียง และกิริยาท่าทางเหมาะกับบุคคลและโอกาส ตามมารยาทสังคม และวัฒนธรรมของเจ้าของภาษา อธิบายเกี่ยวกับชีวิตความเป็นอยู่ ขนบธรรมเนียมและประเพณี ของเจ้าของภาษา เข้าร่วม/จัดกิจกรรมทางภาษาและวัฒนธรรมตามความสนใจ
  3. 3. 3 5. เปรียบเทียบ และอธิบายความเหมือนและความแตกต่างระหว่างการออกเสียงประโยคชนิด ต่าง ๆ และการลาดับคาตามโครงสร้างประโยคของภาษาต่างประเทศและภาษาไทย เปรียบเทียบและ อธิบายความเหมือนและความแตกต่างระหว่างชีวิตความเป็นอยู่และวัฒนธรรม ของเจ้าของภาษากับ ของไทย และนาไปใช้อย่างเหมาะสม 6. ค้นคว้ารวบรวมและสรุปข้อมูล/ข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่น จากแหล่งการเรียนรู้ และนาเสนอด้วยการพูดและการเขียน 7. ใช้ภาษาสื่อสารในสถานการณ์จริง/สถานการณ์จาลองที่เกิดขึ้นในห้องเรียน สถานศึกษา ชุมชน และสังคม 8. ใช้ภาษาต่างประเทศในการสืบค้น/ค้นคว้ารวบรวมและสรุปความรู้/ข้อมูลต่าง ๆ จากสื่อ และแหล่งการเรียนรู้ต่าง ๆ ในการศึกษาต่อและประกอบอาชีพ เผยแพร่/ประชาสัมพันธ์ข้อมูล ข่าวสาร ของโรงเรียน ชุมชน และท้องถิ่น เป็นภาษาต่างประเทศ 9. มีทักษะการใช้ภาษาต่างประเทศ(เน้นการฟัง-พูด-อ่าน-เขียน) สื่อสารตามหัวเรื่องเกี่ยวกับ ตนเอง ครอบครัว โรงเรียน สิ่งแวดล้อม อาหาร เครื่องดื่ม เวลาว่างและนันทนาการ สุขภาพและ สวัสดิการ การซื้อ-ขาย ลมฟ้าอากาศการศึกษาและอาชีพ การเดินทางท่องเที่ยว การบริการ สถานที่ ภาษา และภาษาอังกฤษและเทคโนโลยี ภายในวงคาศัพท์ประมาณ 2,100-2,250 คา (คาศัพท์ที่เป็น นามธรรมมากขึ้น) 10. ใช้ประโยคผสมและประโยคซับซ้อน (Complex Sentences) สื่อความหมายตามบริบท ต่าง ๆ ในการสนทนาทั้งที่เป็นทางการและไม่เป็นทางการ สาระที่เป็นองค์ความรู้ของกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ (ภาษาอังกฤษ) ประกอบด้วย สาระที่ 1 ภาษาเพื่อการสื่อสาร สาระที่ 2 ภาษาและวัฒนธรรม สาระที่ 3 ภาษากับความสัมพันธ์กับกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่น สาระที่ 4 ภาษากับความสัมพันธ์กับชุมชนและโลก มาตรฐานการเรียนรู้การศึกษาขั้นพื้นฐาน
  4. 4. 4 สาระที่ 1 ภาษาเพื่อการสื่อสาร มาตรฐาน ต 1.1 เข้าใจและตีความเรื่องที่ฟังและอ่านจากสื่อประเภทต่าง ๆ และแสดงความคิดเห็น อย่างมีเหตุผล มาตรฐาน ต 1.2 มีทักษะการสื่อสารทางภาษาในการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร แสดงความรู้สึกและ ความคิดเห็นอย่างมีประสิทธิภาพ มาตรฐาน ต 1.3 นาเสนอข้อมูลข่าวสาร ความคิดรวบยอด และความคิดเห็นในเรื่องต่าง ๆ โดยการพูด และการเขียน สาระที่ 2 ภาษาและวัฒนธรรม มาตรฐาน ต 2.1 เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างภาษากับวัฒนธรรมของเจ้าของภาษา และนาไปใช้ได้ อย่างเหมาะสมกับกาลเทศะ มาตรฐาน ต 2.2 เข้าใจความเหมือนและความแตกต่างระหว่างภาษาและวัฒนธรรมของเจ้าของ ภาษากับภาษาและวัฒนธรรมไทย และนามาใช้อย่างถูกต้องและเหมาะสม สาระที่ 3 ภาษากับความสัมพันธ์กับกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่น มาตรฐาน ต 3.1 ใช้ภาษาต่างประเทศในการเชื่อมโยงความรู้กับกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่น และเป็น พื้นฐานในการพัฒนา แสวงหาความรู้ และเปิดโลกทัศน์ของตน สาระที่ 4 ภาษากับความสัมพันธ์กับชุมชนและโลก มาตรฐาน ต 4.1 ใช้ภาษาต่างประเทศในสถานการณ์ต่างๆ ทั้งในสถานศึกษา ชุมชน และสังคม มาตรฐาน ต 4.2 ใช้ภาษาต่างประเทศเป็นเครื่องมือพื้นฐานในการศึกษาต่อ การประกอบอาชีพ และการ แลกเปลี่ยนเรียนรู้กับสังคมโลก คาอธิบายรายวิชาสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3
  5. 5. 5 ศึกษาความรู้เกี่ยวกับคาขอร้อง คาแนะนา คาชี้แจงและคาอธิบายง่าย ๆ อ่านออกเสียงตาม หลักการอ่านออกเสียง การเขียนประโยคและข้อความให้สัมพันธ์กับสื่อที่ไม่ใช่ความเรียง การจับ ใจความสาคัญการแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องที่อ่าน การสนทนาแลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับ ตนเอง เรื่องต่างๆใกล้ตัว และสถานการณ์ต่าง ๆ ในชีวิตประจาวัน การเสนอ การแสดงความ ต้องการ การตอบรับและการปฏิเสธ ให้ความช่วยเหลือ การขอและการให้ข้อมูล การอธิบาย เปรียบเทียบ การแสดงความรู้สึก การบรรยายเกี่ยวกับตนเอง กิจกรรมต่าง ๆ ประสบการณ์ การวิเคราะห์ข่าว เหตุการณ์และสถานการณ์ที่อยู่ในความสนใจของสังคม ศึกษาเปรียบเทียบเกี่ยวกับการใช้ภาษา น้าเสียง กริยาท่าทางตามมารยาทของสังคมและ วัฒนธรรมของเจ้าของภาษา เข้าร่วมหรือจัดกิจกรรมทางภาษาและวัฒนธรรมเกี่ยวกับเทศกาล วันสาคัญ ชีวิตความเป็นอยู่ขนบธรรมเนียม ประเพณีและวัฒนธรรมของเจ้าของภาษา การเปรียบเทียบ การบอกความหมายและอธิบายความเหมือนและความแตกต่างเรื่องการออกเสียง ประโยคชนิดต่าง ๆ การลาดับคา ตามโครงสร้างประโยคของภาษาอังกฤษกับภาษาไทย ศึกษา ค้นคว้า การรวบรวม การสรุปข้อมูล การนาเสนอข้อมูลและข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มสาระ การเรียนรู้อื่นจากแหล่งเรียนรู้และนาเสนอด้วยการเขียน การใช้ภาษาสื่อสารในสถานการณ์ จริง สถานการณ์จาลองที่เกิดขึ้นในห้องเรียน สถานศึกษาและชุมชน การเผยแพร่และ ประชาสัมพันธ์ ข่าวสารของโรงเรียน โดยใช้กระบวนการทางภาษา คือ การฟังการพูด การอ่าน และการเขียน การสื่อสาร และการสืบเสาะหาความรู้ การสืบค้นข้อมูล การฝึกปฏิบัติตามสถานการณ์ต่าง ๆ เพื่อให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ สามารถนาเสนอ สื่อสาร เห็นคุณค่าและ ประโยชน์ นาความรู้ไปใช้ประโยชน์ ตลอดจนมีความรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์รักความเป็นไทย มีความซื่อสัตย์สุจริตมีวินัย ใฝ่เรียนใฝ่รู้และมุ่งมั่นในการทางาน รหัสตัวชี้วัด ต 1.1 ม.3/1 , ม.3/2 , ม.3/3 , ม.3/4 ต 1.2 ม.3/1 , ม.3/2 , ม.3/3 , ม.3/4 , ม.3/5 ต 1.3 ม.3/1 ,ม.3/2 , ม.3/3 ต 2.1 ม.3/1 , ม.2/2 , ม.3/3 ต 2.2 ม.3/1 , ม.3/2 ต 3.1 ม.3/1 ต 4.1 ม.3/1 ต 4.2 ม.3/1 , ม.3/2 รวม 21 ตัวชี้วัด การวิเคราะห์มาตรฐานการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 สาระที่ 1 ภาษาเพื่อการสื่อสาร
  6. 6. 6 มาตรฐาน ต 1.1 เข้าใจและตีความเรื่องที่ฟังและอ่านจากสื่อประเภทต่าง ๆ และแสดงความ คิดเห็นอย่างมีเหตุผล ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง ม.3 1. ปฏิบัติตามคา ขอร้อง คาแนะนา คาชี้แจง และ คาอธิบายที่ฟังและ อ่าน คาขอร้อง คาแนะนา คาชี้แจง และคาอธิบาย ในการประดิษฐ์ การบอกทิศทาง ป้ายประกาศต่างๆ การใช้อุปกรณ์ - Passive Voice ที่ใช้ในโครงสร้างประโยคง่ายๆ เช่น is/are + past participle - คาสันธาน (conjunction) เช่น and/ but/ or/ before/after/ because etc. - ตัวเชื่อม (connective words) เช่น First,…Second,…Third Fourth,… Next,… Then,… Finally,…etc. 2. อ่านออกเสียง ข้อความข่าว โฆษณา และบท ร้อยกรองสั้นๆ ถูกต้องตาม หลักการอ่าน ข้อความข่าว โฆษณา และบทร้อยกรอง การใช้พจนานุกรม หลักการอ่านออกเสียง เช่น - การออกเสียงพยัญชนะต้นคาและพยัญชนะท้ายคา สระเสียงสั้น สระเสียงยาว สระประสม - การออกเสียงเน้นหนัก-เบา ในคาและกลุ่มคา - การออกเสียงตามระดับเสียงสูง-ต่า ในประโยค - การออกเสียงเชื่อมโยงในข้อความ - การแบ่งวรรคตอนในการอ่าน - การอ่านบทร้อยกรองตามจังหวะ 3. ระบุและเขียนสื่อ ที่ไม่ใช่ความเรียง รูปแบบต่างๆให้ สัมพันธ์กับประโยค และข้อความที่ฟัง หรืออ่าน ประโยค ข้อความ และความหมายเกี่ยวกับตนเองครอบครัว โรงเรียน สิ่งแวดล้อมอาหาร เครื่องดื่ม เวลาว่างและนันทนาการ สุขภาพและ สวัสดิการ การซื้อ-ขาย ลมฟ้าอากาศการศึกษาและอาชีพ การเดินทาง ท่องเที่ยว การบริการสถานที่ ภาษาและวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เป็นวงคาศัพท์สะสมประมาณ 1,400-1,550คา (คาศัพท์ที่เป็นรูปธรรม และนามธรรม) การตีความ/ถ่ายโอนข้อมูลให้สัมพันธ์กับสื่อที่ไม่ใช่ ความเรียง
  7. 7. 7 ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง เช่น สัญลักษณ์ เครื่องหมาย กราฟ แผนภูมิ ตารางภาพสัตว์สิ่งของ บุคคล สถานที่ต่างๆ โดยใช้Comparison of adjectives/ adverbs/ Contrast : but, although/ Quantity words เช่น many/ much/ a lot of/ lots of/ some/ any /a few/ few/ a little/ little etc. 4. เลือก/ระบุหัวข้อ เรื่อง ใจความสาคัญ รายละเอียด สนับสนุน และ แสดงความคิดเห็น เกี่ยวกับเรื่องที่ฟัง และอ่านจากสื่อ ประเภทต่างๆ พร้อมทั้งให้เหตุผล และยกตัวอย่าง ประกอบ การจับใจความสาคัญ เช่น หัวข้อเรื่อง ใจความสาคัญ รายละเอียด สนับสนุน จากสื่อสิ่งพิมพ์และสื่ออิเล็กทรอนิกส์ เช่น หนังสือพิมพ์ วารสาร วิทยุ โทรทัศน์ เว็บไซด์บนอินเทอร์เน็ต คาถามเกี่ยวกับใจความ สาคัญของเรื่อง เช่น ใคร ทาอะไร ที่ไหน เมื่อไร อย่างไร ทาไม ใช่ หรือไม่ - Yes/No Question - Wh-Question - Or-Question etc. ประโยคที่ใช้ในการแสดงความคิดเห็น การให้เหตุผลและการยกตัวอย่าง เช่น I think…/ I feel…/ I believe…/ I agree/disagree…/ I don’t believe…/ I have no idea… - if clauses - so…that/such…that - คาสันธาน (conjunctions) and / but / or / because / so / before/ after etc. - Infinitive pronouns: some/ any/ someone/anyone/ everyone/ one/ ones etc. - Tenses: present simple/ presentcontinuous/ present perfect/ past simple/ future tense etc. - Simplesentence/Compoundsentence/Complexsentence
  8. 8. 8 สาระที่ 1 ภาษาเพื่อการสื่อสาร มาตรฐาน ต 1.2 มีทักษะการสื่อสารทางภาษาในการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารแสดงความรู้สึก และความคิดเห็นอย่างมีประสิทธิภาพ ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง ม.3 1. สนทนาและเขียนโต้ตอบ ข้อมูลเกี่ยวกับตนเอง เรื่อง ต่างๆใกล้ตัว สถานการณ์ ข่าว เรื่องที่อยู่ในความสนใจของ สังคมและสื่อสารอย่างต่อเนื่อง และเหมาะสม ภาษาที่ใช้ในการสื่อสารระหว่างบุคคล เช่น การทักทาย กล่าว ลา ขอบคุณ ขอโทษ ชมเชย การพูดแทรกอย่างสุภาพ การชักชวน การแลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับตนเอง เรื่องใกล้ ตัว สถานการณ์ต่างๆ ในชีวิตประจาวัน การสนทนา/เขียน ข้อมูลเกี่ยวกับตนเองและบุคคลใกล้ตัว สถานการณ์ ข่าว เรื่องที่อยู่ในความสนใจในชีวิตประจาวัน 2. ใช้คาขอร้อง ให้คาแนะนา คาชี้แจง และคาอธิบายอย่าง เหมาะสม คาขอร้องคาแนะนาคาชี้แจง คาอธิบายที่มีขั้นตอนซับซ้อน 3.พูดและเขียนแสดงความ ต้องการ เสนอและให้ความ ช่วยเหลือ ตอบรับและปฏิเสธ การให้ความช่วยเหลือ ในสถานการณ์ต่างๆอย่าง เหมาะสม ภาษาที่ใช้ในการแสดงความต้องการ เสนอและให้ความ ช่วยเหลือ ตอบรับและปฏิเสธการให้ความช่วยเหลือใน สถานการณ์ต่างๆ เช่น Please…/…, please./ I’d like…/ I need…/ May/Can/Could…?/ Yes,../Please do./ Certainly./ Yes, of course./ Sure./ Go right ahead./ Need some help?/ Whatcan I do to help?/ Would you like any help?/ I’mafraid…/ I’m sorry, but…/ Sorry, but… etc. 4. พูดและเขียนเพื่อขอและให้ ข้อมูล อธิบาย เปรียบเทียบ และแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับ เรื่องที่ฟังหรืออ่านอย่าง เหมาะสม คาศัพท์ สานวน ประโยค และข้อความที่ใช้ในการขอและให้ ข้อมูล อธิบาย เปรียบเทียบ และแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับ เรื่องที่ฟังหรืออ่าน
  9. 9. 9 ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง 5. พูดและเขียนบรรยาย ความรู้สึก และความคิดเห็น ของตนเองเกี่ยวกับ เรื่องต่างๆ กิจกรรม ประสบการณ์ และข่าว/ เหตุการณ์ พร้อมทั้งให้เหตุผล ประกอบอย่างเหมาะสม ภาษาที่ใช้ในการแสดงความรู้สึก ความคิดเห็น และให้เหตุผล ประกอบ เช่น ชอบ ไม่ชอบ ดีใจ เสียใจ มีความสุข เศร้าหิว รสชาติ สวย น่าเกลียด เสียงดังดี ไม่ดี จากข่าว เหตุการณ์ สถานการณ์ ในชีวิตประจาวัน เช่น Nice./ Very nice./ Well done!/ Congratulations on... /I like…because…/Ilove…because…/Ifeel…because…I think…/ I believe…/I agree/disagree…/ I’mafraid …/ I don’t like… I don’t believe…/ I have no idea…/ Oh no! etc. สาระที่ 1 ภาษาเพื่อการสื่อสาร มาตรฐาน ต 1.3 นาเสนอข้อมูลข่าวสารความคิดรวบยอด และความคิดเห็นในเรื่องต่าง ๆโดย การพูด และการเขียน ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง ม.3 1. พูดและเขียนบรรยาย เกี่ยวกับตนเอง ประสบการณ์ ข่าว/เหตุการณ์ / เรื่อง/ ประเด็น ต่างๆ ที่อยู่ในความสนใจของ สังคม การบรรยายเกี่ยวกับตนเอง ประสบการณ์ ข่าว/เหตุการณ์/ ประเด็นที่อยู่ในความสนใจของสังคม เช่น การเดินทาง การรับประทานอาหาร การเล่นกีฬา/ดนตรี การฟังเพลง การอ่านหนังสือ การท่องเที่ยว การศึกษา สภาพสังคม เศรษฐกิจ 2.พูดและเขียนสรุปใจความ สาคัญ/แก่นสาระ หัวข้อเรื่องที่ ได้จากการวิเคราะห์เรื่อง/ข่าว/ เหตุการณ์/สถานการณ์ที่อยู่ใน ความสนใจของสังคม การจับใจความสาคัญ/แก่นสาระ หัวข้อเรื่อง การวิเคราะห์เรื่อง/ข่าว/เหตุการณ์/สถานการณ์ที่อยู่ในความ สนใจ เช่น ประสบการณ์ เหตุการณ์ สถานการณ์ต่างๆ ภาพยนตร์ กีฬา ดนตรี เพลง 3. พูดและเขียนแสดงความ คิดเห็นเกี่ยวกับกิจกรรม ประสบการณ์ และเหตุการณ์ พร้อมทั้งให้เหตุผลประกอบ การแสดงความคิดเห็น และการให้เหตุผลประกอบเกี่ยวกับ กิจกรรม ประสบการณ์ และเหตุการณ์
  10. 10. 10 สาระที่ 2 ภาษาและวัฒนธรรม มาตรฐาน ต 2.1 เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างภาษากับวัฒนธรรมของเจ้าของภาษาและนาไปใช้ ได้อย่างเหมาะสมกับกาลเทศะ ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง ม.3 1. เลือกใช้ภาษา น้าเสียงและ กิริยาท่าทางเหมาะกับบุคคล และโอกาสตามมารยาทสังคม และวัฒนธรรมของเจ้าของภาษา การเลือกใช้ภาษา น้าเสียง และกิริยาท่าทางในการสนทนา ตามมารยาทสังคมและวัฒนธรรมของเจ้าของภาษา เช่น การขอบคุณ ขอโทษ การชมเชย การใช้สีหน้าท่าทาง ประกอบ การพูด ขณะแนะนาตนเอง การสัมผัสมือ การโบกมือ การแสดงความรู้สึกชอบ/ไม่ชอบ การกล่าวอวยพร การแสดงอาการตอบรับหรือปฏิเสธ 2. อธิบายเกี่ยวกับชีวิตความ เป็นอยู่ ขนบธรรมเนียมและ ประเพณีของเจ้าของภาษา ชีวิตความเป็นอยู่ ขนบธรรมเนียมและประเพณีของเจ้าของ ภาษา 3. เข้าร่วม/จัดกิจกรรมทาง ภาษาและวัฒนธรรมตามความ สนใจ กิจกรรมทางภาษาและวัฒนธรรม เช่น การเล่นเกม การร้องเพลง การเล่านิทาน บทบาทสมมุติ วันขอบคุณพระเจ้าวันคริสต์มาส วันขึ้นปีใหม่ วันวาเลนไทน์
  11. 11. 11 สาระที่ 2 ภาษาและวัฒนธรรม มาตรฐาน ต 2.2 เข้าใจความเหมือนและความแตกต่างระหว่างภาษาและวัฒนธรรมของเจ้าของ ภาษากับภาษาและวัฒนธรรมไทย และนามาใช้อย่างถูกต้องและเหมาะสม ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง ม.3 1. เปรียบเทียบและอธิบายความ เหมือนและความแตกต่างระหว่าง การออกเสียงประโยคชนิดต่างๆ และการลาดับคาตามโครงสร้าง ประโยคของภาษาต่างประเทศ และภาษาไทย การเปรียบเทียบและการอธิบายความเหมือน/ความแตกต่าง ระหว่างการออกเสียงประโยคชนิดต่างๆ ของเจ้าของภาษา กับของไทย การใช้เครื่องหมายวรรคตอนและการลาดับคา ตามโครงสร้างประโยคของภาษาต่างประเทศและภาษาไทย 2. เปรียบเทียบและอธิบายความ เหมือนและความแตกต่างระหว่าง ชีวิตความเป็นอยู่และวัฒนธรรม ของเจ้าของภาษากับของไทย และนาไปใช้อย่างเหมาะสม การเปรียบเทียบและการอธิบายความเหมือนและความ แตกต่างระหว่างชีวิตความเป็นอยู่และวัฒนธรรมของ เจ้าของภาษากับของไทย การนาวัฒนธรรมของเจ้า ของภาษาไปใช้ สาระที่ 3 ภาษากับความสัมพันธ์กับกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่น มาตรฐาน ต 3.1 ใช้ภาษาต่างประเทศในการเชื่อมโยงความรู้กับกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่นเป็น พื้นฐานในการพัฒนา แสวงหาความรู้ และเปิดโลกทัศน์ของตน ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง ม.3 1. ค้นคว้ารวบรวมและสรุป ข้อมูล/ ข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องกับ กลุ่มสาระการเรียนรู้อื่นจาก แหล่งเรียนรู้ และนาเสนอด้วย การพูดและการเขียน การค้นคว้า การรวบรวม การสรุป และการนาเสนอข้อมูล/ ข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่น
  12. 12. 12 สาระที่ 4 ภาษากับความสัมพันธ์กับชุมชนและโลก มาตรฐาน ต 4.1 ใช้ภาษาต่างประเทศในสถานการณ์ต่าง ๆทั้งในสถานศึกษา ชุมชนและสังคม ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง ม.3 1. ใช้ภาษาสื่อสารใน สถานการณ์จริง/สถานการณ์ จาลองที่เกิดขึ้นในห้องเรียน สถานศึกษา ชุมชน และสังคม การใช้ภาษาสื่อสารในสถานการณ์จริง/สถานการณ์จาลอง ที่เกิดขึ้นในห้องเรียน สถานศึกษา ชุมชน และสังคม สาระที่ 4 ภาษากับความสัมพันธ์กับชุมชนและโลก มาตรฐาน ต 4.2 ใช้ภาษาต่างประเทศเป็นเครื่องมือพื้นฐานในการศึกษาต่อ การประกอบ อาชีพและการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับสังคมโลก ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง ม.3 1. ใช้ภาษาต่างประเทศในการ สืบค้น/ค้นคว้ารวบรวม และสรุป ความรู้/ข้อมูลต่างๆ จากสื่อและ แหล่งการเรียนรู้ต่างๆใน การศึกษาต่อและประกอบอาชีพ การใช้ภาษาต่างประเทศในการสืบค้น/การค้นคว้าความรู้/ ข้อมูลต่างๆ จากสื่อและแหล่งการเรียนรู้ต่างๆ ในการศึกษา ต่อและประกอบอาชีพ 2. เผยแพร่ /ประชาสัมพันธ์ ข้อมูล ข่าวสารของโรงเรียน ชุมชน และท้องถิ่น เป็น ภาษาต่างประเทศ การใช้ภาษาต่างประเทศในการเผยแพร่/ประชาสัมพันธ์ ข้อมูลข่าวสารของโรงเรียน ชุมชน และท้องถิ่น เช่น การทา หนังสือเล่มเล็กแนะนาโรงเรียน ชุมชน และท้องถิ่น การทา แผ่นปลิว ป้ายคาขวัญ คาเชิญชวนแนะนา โรงเรียนและ สถานที่สาคัญในชุมชนและท้องถิ่น การนาเสนอข้อมูล ข่าวสารในโรงเรียน ชุมชน และท้องถิ่น เป็นภาษาอังกฤษ
  13. 13. 13 ตารางแสดงหน่วยการเรียนรู้ย่อย กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ (ภาษาอังกฤษ) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 หน่วยการเรียนรู้ย่อยที่ ชื่อหน่วยการเรียนรู้ เวลา (ชั่วโมง) 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 ทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียน (Pre-test) The Curious Boy and the Fish The Blind Man Against the Three Giants Smart Like a Duck My Beloved Father Imagine With the Number A Frog Life A Big Boa The Jealous Boy ทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียน (Post-test) 1 2 2 2 2 2 2 2 2 1 รวม 18
  14. 14. 14 คู่มือการใช้หนังสือส่งเสริมการอ่านวิชาภาษาอังกฤษ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ขอบข่ายเนื้อหา หนังสือส่งเสริมการอ่านวิชาภาษาอังกฤษ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริม การอ่านวิชาภาษาอังกฤษของนักเรียน และเพื่อให้นักเรียนมีนิสัยรักการอ่าน รวมทั้งเพื่อให้นักเรียน มีเจตคติที่ดีต่อการเรียนวิชาภาษาอังกฤษ โดยหนังสือส่งเสริมการอ่านวิชาภาษาอังกฤษ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ชุดนี้ มีจานวน 8 เล่ม ได้แก่ เล่มที่ 1 เรื่อง The Curious Boy and the Fish เล่มที่ 2 เรื่อง The Blind Man Against the Three Giants เล่มที่ 3 เรื่อง Smart Like a Duck เล่มที่ 4 เรื่อง My Beloved Father เล่มที่ 5 เรื่อง Imagine With the Number เล่มที่ 6 เรื่อง A Frog Life เล่มที่ 7 เรื่อง A Big Boa เล่มที่ 8 เรื่อง The Jealous Boy วัตถุประสงค์ในการจัดทาหนังสือส่งเสริมการอ่านวิชาภาษาอังกฤษ 1. เพื่อใช้เป็นสื่อในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนวิชาภาษาอังกฤษของครูผู้สอน ระดับชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 3 และใช้ในการสอนซ่อมเสริมนักเรียนที่เรียนรู้ได้ช้า 2. เพื่อเร้าความสนใจของนักเรียนให้มีความกระตือรือร้นในการเรียน 3. เพื่อให้นักเรียนมีสื่อการเรียนที่ดี ในการศึกษาค้นคว้าด้วยตนเองได้ 4. เพื่อให้นักเรียนสามารถใช้ศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมนอกเวลาเรียนได้ 5. เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาภาษาอังกฤษของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ให้สูงขึ้น
  15. 15. 15 การสร้างหนังสือส่งเสริมการอ่านวิชาภาษาอังกฤษ การสร้างหนังสือส่งเสริมการอ่านวิชาภาษาอังกฤษมีขั้นตอนดังนี้ 1. ศึกษากระบวนการในการสร้างหนังสือส่งเสริมการอ่านรูปแบบต่างๆ แล้วเลือกวิธีการสร้างที่ เหมาะสม 2. ศึกษาหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช 2551และนาเนื้อหาสาระการเรียนรู้ แกนกลางในหลักสูตรกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ (ภาษาอังกฤษ) ระดับชั้นมัธยมศึกษา ตอนต้น มาสร้างเป็นหนังสือส่งเสริมการอ่านวิชาภาษาอังกฤษ เพื่อให้นักเรียนมีเจตคติที่ดีต่อการเรียน ภาษาอังกฤษ เรียนรู้คาศัพท์อย่างสนุกสนานจากการอ่านนิทานและ เรื่องสั้น 3. ศึกษาเนื้อหาที่อยู่ในขอบเขตของเรื่องที่จะนามาสร้างเป็นหนังสือส่งเสริมการอ่านวิชา ภาษาอังกฤษ จากเอกสาร ตารา หนังสือเรียน หนังสือเพิ่มเติม รวมทั้งเอกสารอื่นๆ ที่จาเป็นในการสร้าง หนังสือส่งเสริมการอ่านวิชาภาษาอังกฤษ 4. วิเคราะห์เนื้อหาในบทเรียนอย่างละเอียด และวางโครงเรื่องที่จะเขียนโดยกาหนดขอบเขต ของเรื่องให้เหมาะสมกับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 5. กาหนดจุดประสงค์ของหนังสือส่งเสริมการอ่านวิชาภาษาอังกฤษแต่ละเรื่องให้สอดคล้องกับ เนื้อหาและจุดประสงค์เพื่อให้นักเรียนมีความรู้ความเข้าใจในบทเรียน 6. หนังสือส่งเสริมการอ่านวิชาภาษาอังกฤษทุกเล่มมีแบบทดสอบหลังเรียน จานวน 10ข้อ เพื่อให้นักเรียนได้ทดสอบความรู้และจับใจความสาคัญของเรื่องได้เมื่อนักเรียนอ่านหนังสือจบแล้ว 7. หนังสือส่งเสริมการอ่านวิชาภาษาอังกฤษได้สอดแทรกความรู้ในเนื้อเรื่องที่สนุกสนานชวน ให้ติดตาม มีภาพวาดประกอบ มีสีสันสวยงามเพื่อให้นักเรียนเรียนรู้ได้ดี และจดจาได้นานยิ่งขึ้น 8. มีแบบฝึกหัดท้ายบทเรียนทุกเล่ม เพื่อทบทวนความรู้ที่เรียนไปแล้ว 9. นาหนังสือส่งเสริมการอ่านวิชาภาษาอังกฤษทั้ง 8 เล่ม ที่เสร็จสมบูรณ์แล้วไปปรึกษา ผู้เชี่ยวชาญทางด้านภาษาอังกฤษเกี่ยวกับรูปแบบ และเนื้อหาของเรื่อง เพื่อตรวจข้อบกพร่องแล้วนามา ปรับปรุงแก้ไข 10. จัดพิมพ์เป็นรูปเล่มให้สวยงาม เพื่อเร้าความสนในของนักเรียน
  16. 16. 16 ประโยชน์ของหนังสือส่งเสริมการอ่านวิชาภาษาอังกฤษ หนังสือส่งเสริมการอ่านวิชาภาษาอังกฤษสร้างได้ดี มีมาตรฐานถูกต้องตามหลักวิชาการ จะ ก่อให้เกิดคุณประโยชน์อย่างมากด้านการเรียนการสอนหลายประการคือ 1. ช่วยส่งเสริมการเรียนรู้ด้วยตนเอง นักเรียนรู้จักพึ่งตนเองในการแสวงหาความรู้ 2. นักเรียนบางคนอาจมีพัฒนาการด้านความสามารถ ที่แตกต่างกันไปตามกาลังสติปัญญาของ ตนเอง จะเร็วบ้าง ช้าบ้างต่างกัน หนังสือส่งเสริมการอ่านวิชาภาษาอังกฤษนี้สามารถตอบสนองความ แตกต่างในความสามารถของบุคคลอย่างดี โดยเด็กที่เรียนเร็วก็จะก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็วเด็กที่เรียนช้าก็ จะเป็นไปตามความสามารถของตนเอง ไม่จาเป็นต้องรอให้ตามทันก่อนจึงจะเรียนไปพร้อมกัน เรา สามารถให้เขาเรียนไปพร้อมๆ กัน แม้ความสามารถจะแตกต่างกัน 3. เป็นการช่วยให้ผู้เรียนเกิดความสนใจเพราะมีเนื้อหาง่ายไม่สลับซับซ้อน ผู้เรียนจะได้เรียน ตามขั้นตอน และมีโอกาสแสดงความคิดเห็นในเรื่องที่ตนเองได้เรียนไป ทั้งได้ทราบผลการเรียนของตน ว่าทาถูกหรือผิด อันจะก่อให้เกิดแรงกระตุ้นที่จะเรียนต่อไป 4. การตอบคาถามหรือการทดสอบตัวเอง เป็นการฝึกความซื่อสัตย์ไปด้วยนับว่าเป็นสิ่งสาคัญ ในด้านคุณธรรม จริยธรรม ที่นักเรียนได้ฝึกตนเอง 5. หนังสือส่งเสริมการอ่านวิชาภาษาอังกฤษมีส่วนช่วยแบ่งเบาภาระให้แก่ครูในด้านการสอน เนื้อหาซึ่งจะต้องอธิบาย เพราะนักเรียนสามารถอ่านเองได้ครูมีเวลาเตรียมบทเรียนต่างๆ ได้อย่าง เหมาะสมในคราวต่อๆ ไป 6. สามารถใช้เป็นสื่อเพื่อทบทวนในเรื่องที่ได้เรียนเนื้อหาไปแล้ว นอกจากนี้ยังอาจใช้เพื่อ สรุปผลการสอนได้ 7. สามารถช่วยแก้ปัญหาการขาดครูได้บ้าง ลดขั้นตอนการอธิบายเนื้อหาลง แต่เป็นการเพิ่ม ชั่วโมงเรียนด้วยตัวเองของนักเรียน ขณะที่เรียนในชั้น ครูอาจสอนเพิ่มเติมอีกครั้งก็ได้ รายละเอียดของหนังสือส่งเสริมการอ่านวิชาภาษาอังกฤษ หนังสือส่งเสริมการอ่านวิชาภาษาอังกฤษ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 จัดทาขึ้น เพื่อพัฒนาการเรียน การสอนวิชาภาษาอังกฤษ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 มีจานวน 8 เล่ม รายละเอียดดังนี้ เล่มที่ 1 เรื่อง The Curious Boy and the Fish ประกอบด้วยแบบทดสอบก่อน เรียน จานวน 10 ข้อ เนื้อหาของเรื่องจานวน 22 หน้า ข้อคิดจากเรื่อง คาศัพท์น่ารู้ จานวน 31 คา แบบฝึกหัดท้ายบทเรียน จานวน 20 ข้อ และแบบทดสอบหลังเรียน จานวน 10 ข้อ
  17. 17. 17 เล่มที่ 2 เรื่อง The Blind Man Against the Three Giants ประกอบด้วย แบบทดสอบก่อนเรียน จานวน 10 ข้อ เนื้อหาของเรื่องจานวน 15 หน้า ข้อคิดจากเรื่อง คาศัพท์น่ารู้ จานวน 18 คา แบบฝึกหัดท้ายบทเรียน จานวน 20 ข้อ และแบบทดสอบหลังเรียน จานวน 10 ข้อ เล่มที่ 3 เรื่อง Smart Like a Duck ประกอบด้วยแบบทดสอบก่อนเรียน จานวน 10 ข้อ เนื้อหาของเรื่องจานวน 8 หน้า ข้อคิดจากเรื่อง คาศัพท์น่ารู้ จานวน 16 คา แบบฝึกหัดท้าย บทเรียน จานวน 20 ข้อ และแบบทดสอบหลังเรียน จานวน 10 ข้อ เล่มที่ 4 เรื่อง My Beloved Father ประกอบด้วยแบบทดสอบก่อนเรียน จานวน 10 ข้อ เนื้อหาของเรื่องจานวน 11 หน้า ข้อคิดจากเรื่อง คาศัพท์น่ารู้ จานวน 16 คา แบบฝึกหัดท้ายบทเรียน จานวน 20 ข้อ และแบบทดสอบหลังเรียน จานวน 10 ข้อ เล่มที่ 5 เรื่อง Imagine With the Number ประกอบด้วยแบบทดสอบก่อนเรียน จานวน 10 ข้อ เนื้อหาของเรื่องจานวน 11 หน้า ข้อคิดจากเรื่อง คาศัพท์น่ารู้ จานวน 19 คา แบบฝึกหัดท้าย บทเรียน จานวน 20 ข้อ และแบบทดสอบหลังเรียน จานวน 10 ข้อ เล่มที่ 6 เรื่อง A Frog Life ประกอบด้วยแบบทดสอบก่อนเรียน จานวน 10 ข้อ เนื้อหาของเรื่องจานวน 9 หน้า ข้อคิดจากเรื่อง คาศัพท์น่ารู้ จานวน 15 คา แบบฝึกหัดท้าย บทเรียน จานวน 20 ข้อ และแบบทดสอบหลังเรียน จานวน 10 ข้อ เล่มที่ 7 เรื่อง A Big Boa ประกอบด้วยแบบทดสอบก่อนเรียน จานวน 10 ข้อ เนื้อหาของเรื่องจานวน 10 หน้า ข้อคิดจากเรื่อง คาศัพท์น่ารู้ จานวน 21 คา แบบฝึกหัดท้าย บทเรียน จานวน 20 ข้อ และแบบทดสอบหลังเรียน จานวน 10 ข้อ เล่มที่ 8 เรื่อง The Jealous Boy ประกอบด้วยแบบทดสอบก่อนเรียน จานวน 10 ข้อ เนื้อหาของเรื่องจานวน 10 หน้า ข้อคิดจากเรื่อง คาศัพท์น่ารู้ จานวน 20 คา แบบฝึกหัดท้ายบทเรียน จานวน 20 ข้อ และแบบทดสอบหลังเรียน จานวน 10 ข้อ ส่วนประกอบของหนังสือส่งเสริมการอ่านวิชาภาษาอังกฤษ 1. ปกหนังสือส่งเสริมการอ่าน บอกชื่อหนังสือส่งเสริมการอ่าน วิชา ชั้น ผู้จัดทา 2. คานา 3. เนื้อเรื่องของหนังสือส่งเสริมการอ่าน ที่นาเสนอในรูปแบบของนิทานประกอบด้วยรูปภาพ ที่สัมพันธ์กับเนื้อเรื่อง 4. ข้อคิดจากเรื่อง
  18. 18. 18 5. ศัพท์น่ารู้ 6. แบบฝึกหัดท้ายบทเรียน 7. แบบทดสอบหลังเรียน 8. หนังสืออ้างอิง จุดประสงค์ของหนังสือส่งเสริมการอ่านวิชาภาษาอังกฤษ 1. จับใจความสาคัญของเรื่องที่อ่านได้ 2. ใช้ภาษาง่ายๆ ในการถ่ายทอดเนื้อหาของแต่ละเนื้อเรื่องได้ 3. อ่านเรื่องแล้วตอบคาถามได้ 4. จดจาคาศัพท์และบอกความหมายของคาศัพท์จากเรื่องที่อ่านได้ 5. สามารถตั้งคาถามจากเรื่องที่อ่าน หลังจากอ่านเนื้อเรื่องแล้วได้ 6. มีเจตคติที่ดีต่อการเรียนภาษาอังกฤษ ขั้นตอนการใช้หนังสือส่งเสริมการอ่านวิชาภาษาอังกฤษ ในการใช้หนังสือส่งเสริมการอ่านวิชาภาษาอังกฤษ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 มีขั้นตอนการใช้ดังนี้ 1. อ่านคาชี้แจงให้เข้าใจ 2. ทาแบบทดสอบก่อนเรียน 3. ศึกษาหนังสือส่งเสริมการอ่านและทาความเข้าใจเนื้อเรื่อง 4. ทาแบบฝึกหัดท้ายบทเรียน 5. ทาแบบทดสอบหลังเรียน บทบาทของครูในการใช้หนังสือส่งเสริมการอ่านวิชาภาษาอังกฤษ 1. ศึกษาแผนการสอนที่ใช้คู่กับหนังสือส่งเสริมการอ่านวิชาภาษาอังกฤษ ให้เข้าใจ 2. เตรียมหนังสือส่งเสริมการอ่านวิชาภาษาอังกฤษ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ให้พร้อม 3. ดาเนินกิจกรรมการเรียนการสอนตามขั้นตอนที่ระบุไว้ในแผนการสอน 4. อธิบายให้นักเรียนทราบถึงความสาคัญของการเรียนหนังสือส่งเสริมการอ่านวิชา ภาษาอังกฤษ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 แต่ละเรื่องให้ชัดเจน 5. ตรวจและให้คะแนนทันทีเมื่อนักเรียนทาแบบฝึกหัดเสร็จ
  19. 19. 19 การประเมินผล 1. ประเมินผลจากแบบทดสอบหลังเรียน โดยใช้แบบทดสอบเลือกตอบชนิด 4 ตัวเลือก จานวน 10 ข้อ 2. ประเมินจากแบบฝึกหัดท้ายบทเรียนชุดที่ 2 จานวน 10 ข้อ 3. ประเมินจากแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียน โดยใช้แบบทดสอบวัดผล สัมฤทธิ์เลือกตอบชนิด 4 ตัวเลือก จานวน 30 ข้อ เกณฑ์การให้คะแนน 1. แบบทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียนมี 10ข้อ ข้อละ 1 คะแนน 2. แบบฝึกหัดท้ายบทเรียนชุดที่ 2 จานวน 10 ข้อ ข้อละ 1 คะแนน 3. แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียน จานวน 30 ข้อ ข้อละ 1 คะแนน
  20. 20. 20 ภาคผนวก ก แผนการจัดการเรียนรู้

×