Successfully reported this slideshow.
We use your LinkedIn profile and activity data to personalize ads and to show you more relevant ads. You can change your ad preferences anytime.

บทเรียนประชาธิปไตยจากประเทศเยอรมนี

266 views

Published on

บทเรียนประชาธิปไตยจากประเทศเยอรมนี

Published in: Education
  • Be the first to comment

  • Be the first to like this

บทเรียนประชาธิปไตยจากประเทศเยอรมนี

  1. 1. บทเรียนจากประเทศเยอรมนี ------------------------------------------------------------------------------------------- Siegfried Herzog ทางเลือกประชาธิปไตยในศตวรรษที่ 21 และการกากับดูแลท่ามกลางความท้าทาย ใหม่ทางการเมือง – บทเรียนจากเยอรมัน การปกครองระบอบประชาธิปไตย การปกครองระบอบประชาธิปไตย เป็นส่วนหนึ่งของสังคมเปิด โดย ธรรมชาติของรัฐจะปกครองโดยการรวมตัวของคนชั้นนา โดยจะถูกจากัดการ เข้าถึงเรื่องทางเศรษฐกิจ อานาจทางการเมือง และการคุ้มครองทางกฎหมาย แต่ เปิดให้เข้าถึงความเท่าเทียมกันก่อนกฎหมายและการคุ้มครองสิทธิ เปิดให้เข้าถึง ระบบตลาดที่มีการแข็งขันและเข้าถึงการเมืองแบบมีส่วนร่วม ระหว่างความคิดที่สากลกับบริบททางวัฒนธรรมนั้น ประชาธิปไตยเป็น ความคิดทางการเมืองที่เป็นสากล ประชาธิปไตยในประเทศใดประเทศหนึ่งมักจะมี อิทธิพลต่อผู้อื่น และมักไม่มีสองระบอบประชาธิปไตยที่เหมือนกัน หรือมีการพัฒนา ในแนวทางเดียวกัน ความท้าทายของการปกครองระบอบประชาธิปไตย ความท้าทายของการปกครองระบอบประชาธิปไตยนั้นมีมากมาย ไม่ว่าจะ เป็นการจัดการการเปลี่ยนแปลงอย่างสันติจากการที่ถูกจากัดการเข้าถึงมาเป็นให้ เปิดการเข้าถึงได้ และการรักษาความถูกต้องของระบบโดยมีประสิทธิภาพในการ แก้ปัญหา การจัดการความสนใจที่แตกต่างผ่านการเจรจาต่อรองและการ ประนีประนอม หรือการรักษาทั้งสามกลไกสถาบันให้สมดุล วิวัฒนาการของประชาธิปไตยในประเทศเยอรมนี วิวัฒนาการของประชาธิปไตยในประเทศเยอรมนีนั้นมีการเปลี่ยนแปลงทาง การเมืองการปกครองตามลาดับในหลายๆ ด้าน การพัฒนาในช่วงแรกจะเป็นเรื่อง หลักนิติธรรม การปกป้องสิทธิมนุษยชนและความเป็นอิสระของตุลาการ และลาดับ
  2. 2. ที่สองเป็นการพัฒนาในเรื่องของตลาดเศรษฐกิจและการปฏิวัติอุตสาหกรรม ใน เรื่องของประชาธิปไตยนั้นถูกพัฒนาเป็นเรื่องลาดับสุดท้าย และถูกคัดค้านในปี 1848-1849, 1918-1919, 1945-1949 ตามลาดับ การสร้างแม่พิมพ์ของประชาธิปไตยในเยอรมัน การสร้างแม่พิมพ์ของประชาธิปไตยในเยอรมัน โดยเริ่มต้นจากสหพันธรัฐ ให้พื้นที่สาหรับภูมิภาคที่มีลักษณะเฉพาะตัว รักษาประเพณีอันยาวนานของรัฐบาล ท้องถิ่นที่เก่าแก่เอาไว้ และสร้างการร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับภาคประชาสังคมใน พื้นที่มากที่สุด ในด้านการศึกษา, สุขภาพ, การฝึกอบรมอาชีพ, วัฒนธรรม, กีฬา, กระทรวงการต่างประเทศ เป็นต้น และใช้การเผยแพร่เรื่องพหุนิยมหรือความ หลากหลายของกลุ่มคน สังคมและวัฒนธรรมในสื่อต่างๆ การกระตุ้นให้มีการ ประนีประนอมและฟังความคิดเห็นของคนส่วนใหญ่ การรักษาสถาบันสาคัญที่แข็ม แข็งและเป็นอิสระจากอิทธิพลทางการเมือง ประกอบด้วย ตุลาการ, ศาลฎีกา, ธนาคารกลาง, คณะกรรมการการแข่งขัน, การสานักงานตรวจสอบของรัฐบาล กลาง ด้านการศึกษาของพลเมือง ส่งเสริมการมีลักษณะที่แข็งแกร่งในหลักสูตรของโรงเรียน การพัฒนาให้มี สถาบันการปกครองตนเองในระดับชาติและรัฐเพื่อผลิตงานวิจัยและสิ่งพิมพ์ เป็น ต้น จัดให้มีเงินทุนสาธารณะสาหรับการริเริ่มการศึกษาให้กับพลเมืองโดยภาค ประชาสังคมที่รวมถึง คริสตจักร, สหภาพแรงงาน, ศูนย์การศึกษาผู้ใหญ่, กลุ่ม เยาวชน เป็นต้น การให้การศึกษาแก่พลเมืองในเรื่องสถาบันทางการเมือง ส่งเสริมให้มีการสร้างพันธมิตรร่วมกัน แต่แยกออกมาจากพรรคการเมือง โดยผ่านการทางานวิจัย การให้ทุนการศึกษา การหารือเชิงนโยบาย การฝึกอบรม ทักษะต่างๆ ความท้าทายใหม่ๆ
  3. 3. ความท้าทายใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นที่ต้องรับมือ ประกอบด้วย ปัญหาต่างๆที่ยัง ไม่ได้รับการแก้ไขจะเป็นตัวบ่อนทาลายลักษณะที่ชอบด้วยกฎหมาย เช่น เรื่องการ ว่างงาน ความปลอดภัยของประชาชน และบริการต่างๆ การเปลี่ยนแปลงทาง สังคมและเทคโนโลยีที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วทาให้ผู้คนตกใจกลัว การตรวจคนเข้า เมืองที่คุกคามตัวตน การกลับมาของประชานิยมและนักฉวยโอกาสทางการเมือง การที่อานิยมชนะโดยวิถีทางประชาธิปไตยที่บ่อนทาลายประชาธิปไตย ความเจริญรุ่งเรืองยอมให้มีปัจเจกนิยมากขึ้น โดยเป็นการเอาตัวรอด ตัวใครตัวมัน ความเชื่อทางศาสนามีกาลังอ่อนลง องค์กรแบบดั้งเดิม เช่น คริสตจักร, พรรคต่างๆ, สหภาพแรงงาน สูญเสียสมาชิกไป การกระจายตัวของภาคประชาสังคม สื่อแบบดั่ง เดิมอยู่ในภาวะวิกฤต เครื่องมือสื่อสารแบบดั้งเดิมสูญเสียความสัมพันธ์กัน สื่อสังคม ใหม่ๆ มีการกระจายตัวมากขึ้น หาทางข้างหน้า การเปิดให้สังคมได้สร้างความเจริญรุ่งเรืองอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน ความก้าวหน้าต้องใช้ความคิดใหม่ๆ ความคิดใหม่ๆ นั้นจะเกิดขึ้นได้จาเป็นต้องมี เสรีภาพ ระบบอานาจนิยมทาต่อไปไม่ว่าจะโดยการแสวงหาประโยชน์จาก ทรัพยากรทางธรรมชาติหรือการอนุญาตให้เปิดกว้างทางเศรษฐกิจ ซึ่งต่างก็ไม่มี ความยั่งยืน แก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นโดยการแก้ปัญหาที่จาเป็น แต่ปฏิรูปที่ยากลาบาก แก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นโดยการกระจายอานาจการตัดสินใจ สนับสนุนการรักษาไว้ ของฉันทามติในวงกว้างเกี่ยวกับค่านิยมพื้นฐานและสถาบันต่างๆ ปฏิรูประบบ การศึกษาโดยให้คนมีทักษะของความคิดสร้างสรรค์และการแก้ปัญหามากขึ้น ให้ คนมีความเข้าใจที่ชัดเจนเกี่ยวกับสถาบันการศึกษาขั้นพื้นฐาน ให้โอกาสแก่กลุ่ม ด้อยโอกาสที่ดีขึ้น เสริมสร้างความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคประชาสังคมโดย ใช้ประโยชน์จากความคล่องตัวและความคิดสร้างสรรค์ ลดการทาเลยเถิดของ รัฐบาลและมุ่งเน้นในพื้นที่สาคัญ ส่งเสริมให้มีการแลกเปลี่ยนความคิดและแนวทาง ปฏิบัติที่ดีในระดับนานาชาติระหว่างรัฐบาลและภาคประชาสังคม พัฒนากลยุทธ์ การสื่อสารสาหรับสื่อสังคม โดยให้อธิบายถึงความซับซ้อน การต่อต้านข่าวการ นินทาและข่าวที่ไม่เป็นความจริง ปรับปรุงเรื่องความโปร่งใส สร้างชุมชนใหม่ที่ เข้มแข็ง ปฏิรูปองค์กรแบบดั้งเดิมผ่านความเป็นจริงทางสังคมและเทคโนโลยีใหม่

×