Successfully reported this slideshow.
We use your LinkedIn profile and activity data to personalize ads and to show you more relevant ads. You can change your ad preferences anytime.

ธรรมาภิบาลกับการบริหารงานภาครัฐ กทม

2,138 views

Published on

ธรรมาภิบาลกับการบริหารงานภาครัฐ กทม

Published in: Government & Nonprofit
  • Be the first to comment

ธรรมาภิบาลกับการบริหารงานภาครัฐ กทม

  1. 1. โดย พลเอก เอกชัย ศรีวิลาศ ผู้อานวยการสานักสันติวิธีและธรรมาภิบาล สถาบันพระปกเกล้า www.elifesara.com ekkachais@hotmail.com ธรรมาภิบาลกับการบริหารงานภาครัฐ
  2. 2. หลักจริยธรรมของขงจื้อ  ชีวิตทางเศรษฐกิจ สังคม ศาสนา และการเมือง เป็นหนึ่งอันเดียวกัน แยกกันไม่ออก อุดมคติของทุกสิ่ง มีจุดศูนย์กลางอยู่ที่จริยศาสตร์หรือ ศีลธรรม ถือว่า โลหิตแห่งชีวิต คือ ความรัก กระดูกสันหลังแห่งชาติ คือ คุณธรรม  ถ้าปราศจากคุณธรรมชีวิตก็ไม่อาจดารงอยู่ได้ และถ้าปราศจากความรัก ชีวิต ก็คือความตาย การพัฒนาชีวิตจึงขึ้นอยู่กับการพัฒนาคุณธรรม  ชีวิตจะรุ่งเรืองเมื่อคุณธรรมรุ่งเรือง ชีวิตจะแพร่ขยายเมื่อความรักแพร่ ขยาย 7/20/2015
  3. 3. หลักจริยธรรมของศาสนาเต๋า ศาสนาเต๋าเป็นศาสนาที่ยิ่งใหญ่ศาสนาหนึ่ง ศาสดาชื่อเล่าจือ มีคัมภีร์ชื่อ “เต๋า เต็ก เก็ง” “เต๋า” มีความหมายหลายอย่าง แต่ที่ยอมรับกันมากคือ ที่หมายถึงธรรมชาติ หรือ ธรรมชาติผู้สร้างที่ยิ่งใหญ่ (Great Creating Natures) หลักจริยธรรมของเต๋าเน้นธรรมชาติและชีวิต เต๋าเชื่อว่า “ความดีสูงสุด เปรียบเสมือนน้าก่อเกิดประโยชน์กับทุกสิ่งโดยไม่แข่งขันกับ ใคร” ความสุขของเต๋า คือความสุขของบุคคลผู้ไม่หวังในสิ่งใดเลย บาปหนักที่สุดคือความอยากครอบครองทรัพย์สิน และการขาดความพึงพอใจ นั่นก็ เป็นคาสาปเหนือคาสาปทั้ง 7/20/2015
  4. 4. 4 แนวคิดของธรรมาภิบาล  เพลโต - อริสโตเติ้ล  จอห์น ล็อค - รุสโซ  แมกซ์ เวเบอร์  ธนาคารโลก - กองทุนนานาชาติ
  5. 5. 5 อริสโตเติ้ล (Aristotle 384-322 ac.) “ คุณธรรมหมายถึงคุณลักษณะที่ทาให้ ปัจเจกบุคคลมุ่งไปสู่ความสาเร็จของชีวิต อันเป็นจุดมุ่งหมายแห่งชีวิตของตน ทั้งที่ เป็นจุดมุ่งหมายตามธรรมชาติ ”
  6. 6. 6 นักปรัชญาโฮมเมอร์ (Homer) นักปรัชญาชาวกรีกให้คานิยาม“คุณธรรม”ว่า “คุณธรรมหมายถึงลักษณะที่ทาให้ปัจเจกบรรลุถึง หน้าที่ของตนในสังคม”
  7. 7. 7 บริบทของปรัชญากรีก นิยามว่า “คุณธรรมเป็นสิ่งที่สาคัญสูงสุด” คุณธรรม ย่อมดาเนินไปเพื่อบรรลุหน้าที่อันเหมาะสม ของแต่ละสิ่ง ความดีหรือคุณธรรมของสิ่งต่างๆ จะแตกต่างกัน ออกไปตามสภาพความเป็นจริงของแต่ละสิ่งนั้น เพราะ แต่ละสิ่งย่อมมีจุดมุ่งหมายในตนเองทั้งสิ้น
  8. 8. 8 Tony Blair นายกรัฐมนตรีของอังกฤษ สนใจในการปฏิบัติงานของส่วนราชการต่างๆ ได้ประชุมหารือกับ รัฐมนตรีกระทรวงต่างๆ ในการตรวจสอบผลการปฏิบัติงานว่า บรรลุเป้าหมายหรือไม่ การปฏิบัตินั้นได้รับการยกย่อง จาก Steve Kelman อาจารย์ มหาวิทยาลัย Harvard ว่า “สหราชอาณาจักร คือ ประเทศที่มี พลังความคิดของการปรับปรุงการปฏิบัติงานภาครัฐ”
  9. 9. 9 การปลูกฝังคุณธรรมในสังคมอังกฤษ  การปลูกฝังคติธรรม 7 ประการตั้งแต่วัยเยาว์ 1. สัจจะ พูดความจริง (Truth) 2. ความซื่อสัตย์สุจริต (Honesty) 3. ความระลึกในหน้าที่ (Sense of duty) 4. ความอดกลั้น (Patience) 5. ความเป็นธรรม (Fair play) 6. ความเอาใจเขามาใส่ใจเรา (Consideration for others) 7. เมตตาธรรม (Kindness)
  10. 10. 10 การปลูกฝังคุณธรรมในสังคมอังกฤษ  Integrity - การยึดมั่นในความถูกต้องชอบธรรม (ศ.ธานินทร์ กรัยวิเชียร) - Wholeness หรือ ความเป็นคนเต็มคน  ศาสตราจารย์สตีเฟ่น แอล. คาร์เตอร์ แห่งมหาวิทยาลัยเยล สหรัฐอเมริกา เสนอว่า การที่บุคคลจะมี “Integrity” จะต้องมีการปฏิบัติครบ 3 ขั้นตอน  พินิจพิเคราะห์แยกแยะว่าสิ่งใดเป็นสิ่งที่ถูกต้อง  ปฏิบัติตามสิ่งที่ตนเชื่อว่าถูกต้องอย่างเคร่งรัด  ประกาศให้ผู้อื่นได้รับทราบโดยทั่วกันว่าตนได้ปฏิบัติเช่นนั้น
  11. 11. การก่อเกิดและการพัฒนาจริยธรรม โดยการหล่อหลอม และปลูกฝังผ่านกระบวนการกล่อม เกลาทางสังคมโดย การอบรมเลี้ยงดูในครอบครัว กระบวนการศึกษา ค่านิยมที่สั่งสมมาจากสังคม มีสมาธิเกิดสติ ปัญญามาจากพันธุกรรม เกิดความเชื่อ มีความรู้สึก ด้วยการกระทาเป็นพฤติกรรมในส่วนดี
  12. 12. การวิจัยของ Minxim Pei  บทความชื่อ “Economic Initiation, Democracy and Development”  การให้ความสาคัญกับการปฏิรูปเพื่อให้เกิดเสรีภาพที่แท้จริง ทางเศรษฐกิจ และตามมาด้วยเสรีภาพทางการเมือง  เป็นสิ่งที่ส่งเสริมการสร้างธรรมาภิบาล และการลดการ ทุจริตคอรัปชั่น เพราะกลุ่มคนและบุคคลที่อาศัยสายสัมพันธ์ ส่วนตัวกับนักการเมืองและข้าราชการมีโอกาสใช้อิทธิพลเพื่อ สร้างระบบผูกขาดน้อยลง
  13. 13. ความถูกต้อง (integrity) Minxim Pei พบว่า การเพิ่มขึ้นทางเสรีภาพทางการเมือง 1 หน่วย หรือ เสรีภาพทางเศรษฐกิจ 1 หน่วย มีผลโดยตรงที่ ทาให้เกิดธรรมาภิบาล ถึง 3 เท่า - ความสุจริต (honesty) - การไม่ยอมให้ผู้อื่นทาผิด
  14. 14. ผลการวิจัยของ Herald Scully  จากบทความ“ The International Framework and Economic Development”  พบว่าประเทศที่มีลักษณะเปิดทางการเมืองสูง หรือมี ความเป็นประชาธิปไตยมาก จะสามารถเพิ่มรายได้ ประชาชาติต่อปีสูงถึงปีละ ๒.๕๓ % ในขณะที่ประเทศ มีระบบการเมืองปิด จะเพิ่มรายได้ประชาชาติต่อปีได้ เพียง ๑.๔๑ %
  15. 15. 15 แนวคิดใหม่ใช้ในรายงานธนาคารโลกเมื่อปี 2532 หมายถึง “เป็นลักษณะและ วิถีทางในการใช้อานาจในการบริการจัดการทรัยากรทางเศรษฐกิจและสังคมเพื่อการ พัฒนาประเทศหอย่างยั่งยืน” โครงสร้างการบริหารจัดการเศรษฐกิจและสังคม ของแต่ละประเทศจะก่อให้เกิดผลลัพธ์ที่ต่างกัน  ปี 2533 จากผลการรายงานของธนาคารโลก (World Bank) ประธานาธิบดี Mitterand ของฝรั่งเศส กล่าวกับผู้นาชาติต่างๆ ในแอฟริกาว่า “ภาวการณ์ด้อย พัฒนาของทวีปแอฟริกาเกิดจากการขาดธรรมาภิบาล” หลังวิกฤตทางเศรษฐกิจและสังคมในปี 2540 กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF)ให้รัฐบาลให้คามั่นว่าต้องสร้าง Good Governance ให้เกิดขึ้นประเทศไทย ต้นกาเนิดของ Good Governance
  16. 16. ความหมายขององค์การสหประชาชาติ  การมีส่วนร่วมของประชาชนและสังคมอย่างเท่าเทียมกัน และมีคาตอบพร้อมเหตุผลที่สามารถชี้แจงได้  ธรรมาภิบาลจึงมีความสาคัญต่อการอยู่ร่วมกันของมนุษย์ เพราะเป็นหลักการพื้นฐานในการสร้างความเป็นอยู่ของคน ในสังคมทุกประเทศ  ให้มีการพัฒนาที่เท่าเทียมกันและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น การ ดาเนินการนี้ต้องเกิดจากความร่วมมือระหว่างภาครัฐและ เอกชน เพื่อกระจายอานาจให้เกิดความโปร่งใส 16
  17. 17. ความหมายหลักธรรมาภิบาล ตามธนาคารโลก (World Bank)  ลักษณะการใช้อานาจในการบริหารจัดการทรัพยากรทาง เศรษฐกิจและสังคม เพื่อการพัฒนาประเทศ  หลักธรรมาภิบาลที่สาคัญประกอบด้วย ๔ ประการ  การบริหารจัดการภาครัฐ  การสร้างความรับผิดชอบ  การยึดหลักกฎหมายเป็นหลักในการพัฒนา  การแสดงถึงความโปร่งใส  การเปิดเผยข้อมูลข่าวสาร
  18. 18. IMF  อธิบายว่า ธรรมาภิบาลเป็นเรื่องของการพัฒนา เศรษฐกิจของประเทศในระดับมหภาค  จะต้องมีความโปร่งใส  มีความรับผิดชอบ  มีการจัดสรรทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ  มีความชัดเจนแน่นอนในการกาหนดกติกา
  19. 19. หลักการพื้นฐานของ UNESCAP’ Good Governance  หลักความมีส่วนร่วมของผู้มีส่วน เกี่ยวข้อง  หลักนิติธรรม  หลักความมีประสิทธิผล  หลักความเท่าเทียมและไม่เลือกปฏิบัติ  หลักการตอบสนองที่เป็นธรรม  หลักความโปร่งใส  หลักความรับผิดชอบ  หลักความสอดคล้องต่อส่วนรวม
  20. 20. หลักที่ IMF ใช้เป็นเงื่อนไขให้แก่ประเทศสมาชิก  สร้างระบบเศรษฐกิจแบบเสรีนิยมทั้งในด้านการค้าและกล ราคา  สร้างระบบความรับผิดชอบที่ชัดเจน  ระบบการคลังและงบประมาณต้องมีความโปร่งใสตรวจสอบ ได้ มีระบบบัญชี การตรวจสอบและรายงานผลที่เป็น มาตรฐานเป็นที่ยอมรับของสากล  ขจัดปัญหาทุจริตและคอรัปชั่น  เพิ่มโอกาสให้คนจน/ผู้ด้อยโอกาสเข้ามาร้องเรียนตรวจสอบ การทางานของรัฐ
  21. 21. 21 การพัฒนาปรับปรุงการปฏิบัติงานภาครัฐในประเทศต่างๆ  1993: U.S.-The Government Performance and Results Act (1993)  1994: U.S.-Government Management and Reform Act (1994)  1999: Canada-Results for Canadians  2001: U.S.-The President’s Management Agenda  2001: Japan-Government Policy Evaluation Act  2002: U.S. Sarbane-Oxley Act (Good Governance)  2002: France-La Loi Organique Relative Aux Lois de France  2002: U.S.-Program Assessment and Rating Tool  2003: Thailand-Principle and Practice of Good Governance  2003: Singapore Net Economic Value  2004: U.K. Public Service Agreement
  22. 22. หลักธรรมาภิบาล (good governance principles) ธรรมาภิบาลภาครัฐ (good governance) ธรรมาภิบาลภาคธุรกิจ (corporate good governance) ธรรมาภิบาลภาคประชาสังคม (civil society good governance) ธรรมาภิบาลภาคปัจเจกบุคคล (individual good governance) ธรรมาภิบาลภาคระหว่างประเทศ (global good governance)
  23. 23. การบัญญัติศัพท์ไทยแทนคา Good Governance ศ.ดร. ชัยอนันต์ สมุทวณิช ใช้ “ประชารัฐ” อ. อมรา พงษ์พิชญ์ และคณะรัฐศาสตร์ มธ. ใช้ “ธรรมรัฐ” อนุกรรมการบัญญัติศัพท์ทางการบริหารของ ก.พ. ใช้ “สุประศาสนการ” มูลนิธิสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) โดย ม.ร.ว.จัตุ มงคล โสณกุล ใช้ “ธรรมาภิบาล” ประเทศไทยได้มีมติโดยคณะรัฐมนตรีเมื่อพฤษภาคม 2542 ให้ใช้คาว่า “ระบบการบริหารและการจัดการบ้านเมืองที่ดี” หรือ “ธรรมาภิบาล” (Good Governance)”
  24. 24. ที่มาของ Good Governance แนวคิดใหม่ใช้ในรายงานธนาคารโลกเมื่อปี ๑๙๘๙ ประเทศไทยนามาใช้หลังมีรัฐธรรมนูญ พ.ศ.๒๕๔๐ หลังวิกฤตทางเศรษฐกิจและสังคมในปี ๒๕๔๐ กองทุนการเงินระหว่างประเทศให้รัฐบาลให้คามั่นว่าต้องสร้าง Good Governance ให้เกิดขึ้น
  25. 25. การอภิบาล (governance)  มีองค์ประกอบ ๒ ส่วน  ส่วนแรกเป็นการจัดสรรอานาจเพื่อสั่งการให้มีการใช้ ทรัพยากรทางเศรษฐกิจและสังคมให้เกิดผลตามที่ต้องการ  ส่วนที่สองคือ โครงสร้างทางวัฒนธรรม ระบบคุณค่าของ สังคมที่เป็นเครื่องกาหนดพฤติกรรมของบุคคลทาง การเมือง เศรษฐกิจและสังคม
  26. 26. ความหมายของธรรมาภิบาล  ในปี 2529 ให้ความหมาย governance ว่า การ กระทาหรือกระบวนการในการดาเนินการปกครอง ที่เน้นแนวทางในการใช้อานาจหน้าที่และการ ควบคุม
  27. 27. ความหมายของธรรมาภิบาล  ทางรัฐศาสตร์ มีรากศัพท์มาจากภาษากรีกว่า Kybernatas  ภาษาลาติน หมายถึง Gubernator การกากับทิศทาง การ นาทาง การสั่งการ เพื่อดาเนินการให้ถูกทิศทางอย่าง ราบรื่น เพื่อประโยชน์ของปัจเจกบุคคลหรือส่วนรวม
  28. 28. 28 ความหมาย เป็นหลักการที่นามาใช้บริหารงานในปัจจุบันอย่างแพร่หลาย ช่วย สร้างสรรค์และส่งเสริมองค์กรให้มีศักยภาพและประสิทธิภาพ บุคคลภายนอกที่เกี่ยวข้อง ศรัทธาและเชื่อมั่นในองค์กรนั้นๆ อันจะทา ให้เกิดการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เช่น องค์กรที่โปร่งใส ย่อมได้รับความ ไว้วางใจในการร่วมทาธุรกิจ รัฐบาลที่โปร่งใสตรวจสอบได้ย่อมสร้าง ความเชื่อมั่นให้แก่นักลงทุนและประชาชน ตลอดจนส่งผลดีต่อ เสถียรภาพของรัฐบาลและความเจริญก้าวหน้าของประเทศ (http://th.wikipedia.org)
  29. 29. ความมุ่งหมายของการใช้หลักธรรมาภิบาล  เป็นหลักการและเครื่องมือที่ช่วยพัฒนาสังคมให้มีคุณภาพและ ประสิทธิภาพ  สร้างความเชื่อถือ เชื่อมั่นและการไว้วางใจ  ธรรมรัฐ คือการจัดการที่ดี  ธรรมะคือคุณความดี ยุติธรรม ถูกต้องตามกฎเกณฑ์ของสังคม  การอภิบาลคือบารุงรักษา ปกป้องความดี ให้อยู่บนหลักการทั้ง รัฐ เอกชน ชุมชน  ทาให้เกิดคิดดี วางแผนดี ปฏิบัติดี ได้ผลดี มีระบบประเมินผลดี เป็น การดูแลรักษาความดี
  30. 30. ความหมายจากธนาคารโลก ค.ศ.1989  เป็นลักษณะของการใช้อานาจทางการเมือง เพื่อจัดการทรัพยากรทาง เศรษฐกิจและสังคมของประเทศ ให้มีธรรมาภิบาลในการฟื้นฟูเศรษฐกิจ ของประเทศ ให้รัฐบาลสามารถบริการอย่างมีประสิทธิภาพ มีระบบที่ ยุติธรรม ฝ่ายนิติบัญญัติและสื่อมวลชนที่มีความโปร่งใส รับผิดชอบและ ตรวจสอบได้  เป็นผลลัพธ์ที่บุคคลหรือสถาบันจัดกิจกรรม ทั้งรัฐและเอกชนมี ผลประโยชน์ร่วมกัน เป็นกระบวนการอย่างต่อเนื่อง นาไปสู่การ ผสมผสานประโยชน์ที่หลากหลาย มุ่งความดีงาม และเกิดประโยชน์ สูงสุดแก่รัฐ และประชนอย่างทั่วถึงและยุติธรรม
  31. 31. 31 ความหมายขององค์การสหประชาชาติ  การมีส่วนร่วมของประชาชนและสังคมอย่างเท่าเทียมกัน และมี คาตอบพร้อมเหตุผลที่สามารถชี้แจงได้ ธรรมาภิบาลจึงมี ความสาคัญต่อการอยู่ร่วมกันของมนุษย์ เพราะเป็นหลักการ พื้นฐานในการสร้างความเป็นอยู่ของคนในสังคมทุกประเทศ ให้มี การพัฒนาที่เท่าเทียมกันและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น การ ดาเนินการนี้ต้องเกิดจากความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน เพื่อกระจายอานาจให้เกิดความโปร่งใส
  32. 32. 32 องค์การความร่วมมือระหว่างประเทศของญี่ปุ่น (JICA) เป็นรากฐานของการพัฒนาอย่างมีส่วนร่วม โดยกาหนดให้รัฐมีหน้าที่ส่งเสริมการ มีส่วนร่วมและสร้างบรรยากาศให้เกิดกระบวนการมีส่วนร่วม นาไปสู่การพัฒนาที่ ยั่งยืน พึ่งตนเองได้และมีความยุติธรรมทางสังคม ธนาคารพัฒนาแห่งเอเชีย (ADB) มุ่งความสนใจไปที่องค์ประกอบที่ทาให้เกิดการจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้ แน่ใจว่านโยบายที่กาหนดไว้ได้ผล มีบรรทัดฐานเพื่อให้เกิดความแน่ใจว่ารัฐบาล สามารถสร้างผลงานตามที่สัญญาไว้กับประชาชน
  33. 33. 33  การมีสิทธิมีเสียงและความรับผิดชอบ วัดได้จากประชาชนมี ส่วนในการเลือกรัฐบาลมาปกครองตนเอง  เสถียรภาพทางการเมืองและการไร้ความรุนแรง วัดได้จาก การมีเสถียรภาพของรัฐบาลที่จะไม่ถูกยึดอานาจหรือถูก ก่อกวนโดยวิธีการนอกรัฐธรรมนูญหรือผู้ก่อการร้าย  การมีประสิทธิภาพของรัฐบาล วัดได้จากคุณภาพของการ บริการจากภาครัฐ คุณภาพของข้าราชการ ความเป็นอิสระ ของภาคราชการจากอิทธิพลของนักการเมือง ความ น่าเชื่อถือของคามั่นสัญญาของรัฐบาลว่าจะทาตามนโยบาย
  34. 34. 34  การมีคุณภาพเชิงการออกกฎระเบียบ (Regulatory Quality) วัดได้จากการออกกฎเกณฑ์ที่เอื้ออานวยต่อ การพัฒนาเศรษฐกิจและกฎดังกล่าวต้องไม่ขัดแย้ง กันเอง  การปฏิบัติตามกฎหมาย (Rule of Law) วัดได้จาก ความเชื่อมั่น และการเกรงกลัวต่อกฎหมายในสังคม  การควบคุมการคอร์รัปชัน (Control of Corruption) วัดได้จากการสารวจวิจัยและโพล
  35. 35. เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม ธรรมมาภิบาล Good Governance พระปฐมบรมราชโองการ ในพิธีบรมราชาภิเษก ณ พระที่นั่งไพศาลทักษิณ ในพระบรมมหาราชวัง (วันที่ 5 พฤษภาคม 2493)
  36. 36. ธรรมของ ผู้ปกครอง ความเที่ยงธรรม(อวิโรธนะ) การไม่เบียดเบียน(อวิหิงสา) ความอดทน(ขันติ) ทศพิธราชธรรม ศีล ความไม่โกรธ(อักโกธะ) ความอ่อนโยน(มัททวะ) ความซื่อตรง(อาชชวะ) ความเพียร(ตบะ) บริจาค ทาน
  37. 37. ทศพิธราชธรรม๑. ทานได้แก่ การให้ทาน ๒. ศีลได้แก่ การรักษาศีล การมีศีล ๓. ปริจาคะ ได้แก่ การบริจาค และการเสียสละประโยชน์ส่วนตน ๔. อาชชวะได้แก่ ความซื่อตรง ความจริงใจ ความเที่ยงธรรม ๕. มัททวะ ได้แก่ ความสุภาพ อ่อนโยน ๖. ตบะได้แก่ ความเพียร ๗. อโกธะ ได้แก่ การระงับความโกรธ ๘. อวิหิงสาได้แก่ ความไม่เบียดเบียน ๙. ขันติ ได้แก่ ความอดทน ๑๐. อวิโรธนะ ได้แก่ การหนักแน่นในธรรมและความถูกต้อง
  38. 38. สอดคล้อง สภาพธรรมชาติ ภูมิสังคม หลักการทรงงานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
  39. 39. 39 • เน้นการพัฒนาคน • ระเบิดจากข้างใน • ปลุกจิตสานึก • พึ่งตนเองได้ • ความพอเพียง • ขาดทุนคือกาไร • ทางานอย่างมีความสุข • คุ้มค่ามากกว่าคุ้มทุน • บริการรวมที่จุดเดียว • ปลูกป่าในใจคน • การให้ • รู้ รัก สามัคคี หลักการทรงงาน  ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  ศึกษาข้อมูลอย่างเป็นระบบ  แก้ปัญหาเริ่มจากจุดเล็ก  คานึงภูมิสังคม  พัฒนาอย่างองค์รวม ครบวงจร / บูรณาการ  ไม่ติดตารา ทาให้ง่าย มีลาดับ ขั้นตอน  มุ่งประโยชน์คนส่วนใหญ่เป็นหลัก  ประหยัด เรียบง่ายได้ประโยชน์  ใช้ธรรมชาติช่วยธรรมชาติ  การมีส่วนร่วม  ซื่อสัตย์สุจริต จริงใจต่อกัน 34
  40. 40. พระราชดารัสพระราชทานในพิธีบวงสรวง สมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราชเจ้า เมษายน ๒๕๒๕ “..คุณธรรมที่ทุกคนควรจะศึกษาและน้อมนามาปฏิบัติ • การรักษาความสัตย์ ความจริงใจต่อตัวเอง ที่จะประพฤติปฏิบัติแต่ สิ่งที่เป็นประโยชน์และเป็นธรรม • การรู้จักข่มใจตนเอง ฝึกใจตนเองให้ประพฤติปฏิบัติอยู่ในความ สัตย์ความดีนั้น • การอดทน อดกลั้น และอดออม ที่จะไม่พระพฤติล่วงความสัตย์ สุจริต ไม่ว่าด้วยเหตุประการใด • การรู้จักละวางความชั่ว ความทุจริต และรู้จักเสียสละประโยชน์ ส่วนน้อยของตน เพื่อประโยชน์ส่วนใหญ่ของบ้านเมือง...”
  41. 41. ธรรมาภิบาล 'ธรรมาภิบาล' เพื่อปวงชนของแผ่นดินที่มีในหลวงทรงเป็น ศูนย์รวมจิตใจคนไทย  พระจริยวัตรอันงดงาม และการครองพระองค์ในฐานะทรงเป็น พระประมุข  บริษัทเรียกว่า บรรษัทภิบาลในองค์กร  การเมือง เรียกว่า „รัฐาภิบาล‟
  42. 42. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเป็นแบบอย่างทุกๆ ด้าน ทรง มีพระจริยธรรม เมตตาธรรม ทรงห่วงใย พสกนิกร แม้ ต้องทรงเผชิญกับความยากลาบากในถิ่น ทุรกันดาร โดยพระอิสริยยศแล้ว พระองค์ทรง มีอานาจมาก แต่สิ่ง หลอมรวมให้คนไทยทุกหมู่เหล่า จงรักภักดี เคารพเทิดทูน พระองค์ยิ่งชีวิตตัวเอง นั่นคือ พระบารมี สะท้อนถึงคุณลักษณะทางบุคคลของพระองค์ ซึ่งกอปรไป ด้วยพระปรีชาญาณและพระจริยวัตรอันงดงาม
  43. 43. ธรรมาภิบาลของพระองค์ถูกหลอมรวมเป็นพระจริยวัตร และพระราชกรณียกิจนานัปการ  ทรงปฏิบัติตามหลักทศพิธราชธรรมอย่างเคร่งครัด  ทรงเป็นต้นแบบต่อพระโอรส  แนวคิดเศรษฐกิจแบบพอเพียง ในหลวงทรงแนะนาและปฏิบัติ ให้เป็นแบบอย่างต่อพสกนิกร  ชี้ให้เห็นว่า สังคมที่มีความสุข ไม่ใช่จะต้องเป็นสังคมที่มีเงิน มากๆ  ความสุขของสังคมเกิดจากความมีเสถียรภาพ มั่นคงในชีวิต ความเป็นอยู่
  44. 44. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  พระองค์ปรารถนาสิ่งใดก็ได้ แต่พระองค์กลับไม่ได้ใช้อภิสิทธิ์ตรงนั้น  ทรงมีพระจริยวัตรที่เรียบง่าย สมถะ ซึ่งถือเป็นการสอนพสกนิกรของ พระองค์อย่างดีที่สุด  ไม่เคยมีกฎหมายบัญญัติไว้ว่า เป็นพระมหากษัตริย์แล้วต้องเสียสละ พระองค์ ถึงเพียงนี้  เราจะปกครองแผ่นดินโดยธรรมเพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาว สยาม” หรือการดารงพระองค์ปฏิบัติตามหลักทศพิธราชธรรมก็ตาม ใน ฐานะพระประมุขประกาศออกมาแล้ว ถ้าไม่ทาตามสิ่งเหล่านั้น พระองค์ก็ สามารถทาได้ แต่สาหรับพระองค์ทรงเลือกที่จะปฏิบัติตามกฎเกณฑ์อย่าง เข้มงวดเรื่อยมา
  45. 45. หัวใจของธรรมาภิบาลมี ๓ ส่วน การมีส่วนร่วมของสังคม (participation) ความโปร่งใสของกระบวนการตัดสินใจ (transparency) ความรับผิดชอบที่ต้องตอบคาถาม(accountability) และ ถูกวิจารณ์ได้
  46. 46. 46 ความหมายของธรรมาภิบาล UN ESCAP หลักธรรมาภิบาล 8 หลักการ การมีส่วนร่วม (participatory) นิติธรรม (rule of law) ความโปร่งใส (transparency) การตอบสนองตรงเป้าหมาย (responsiveness) ความสอดคล้อง (consensus oriented) ความเสมอภาค (equity and inclusiveness) การมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล (effectiveness and efficiency) ความรับผิดชอบ (accountability) (What is good governance: http://www.unescap.org/)
  47. 47. องค์ประกอบธรรมาภิบาล • เป้าหมายธรรมาภิบาล : การจัดสรรทรัพยากรที่สมดุลและเป็นธรรม • โครงสร้างและกระบวนการธรรมาภิบาล • การมีส่วนร่วม (Participation) • ความรับผิดชอบ (Accountability) • ความโปร่งใส (Transparency) • ความสุจริต (Integrity) สาระของธรรมาภิบาล ผลที่เกิดขึ้นต่อคนในสังคมอันมีการพัฒนาที่สมดุล
  48. 48. หลักนิติธรรม( Rule of Law)  มีกฎหมายรองรับ ในการบริหารภาครัฐแต่ไม่ให้กฎทาลายกฎเสียเอง  มีการบังคับใช้ได้กฏหมาย  มีความถูกต้องในการใช้กฎ ไม่ใช่เพื่อสนองเป้าหมายของผู้ถือกฎหมาย และผู้ใช้กฎหมาย  ไม่มีสองมาตราฐาน
  49. 49. หลักความเป็นธรรม กรอบกาหนดจรรยาบรรณ ที่เป็นรูปธรรม โดยไม่เพียงแต่คาดหวัง เฉพาะจากจิตสานึกในความมีคุณธรรมที่เป็นนามธรรมเท่านั้น มีมาตรการกากับควบคุมให้ต้องยึดถือปฏิบัติตาม โดยไม่เพียงแต่พึ่งพา อาศัยเฉพาะบรรทัดฐานของข้อห้ามและความเชื่อทางศีลธรรม  มีมาตรฐานพิสูจน์ความผิดกาหนดความผิดและการลงโทษ โดยไม่ เพียง แต่การใช้มาตรฐานทางความรู้สึกเป็นเครื่องวัดและไม่มี บทลงโทษ
  50. 50. ความรับผิดชอบต่อสาธารณะ( Accountability) มีการกาหนดเป้าหมายและมาตรฐานที่ชัดเจนเป็นพันธะสัญญา โดยวางกรอบความรับผิดชอบให้มีขอบเขตชัดแจ้งและมีข้อผูกพัน ที่แน่นอน มีมาตรการกากับควบคุมที่แน่นอนสม่าเสมอ โดยสามารถรักษา กรอบที่กาหนดไว้ให้ดาเนินอย่างต่อเนื่องได้ มีการติดตามประเมินวัดผลที่ต่อเนื่องและน่าเชื่อถือโดยรักษา มาตรฐานไว้ให้อยู่ในกรอบที่ยอมรับได้
  51. 51. ความโปร่งใสในการบริหารงาน( Transparency) มีการจัดโครงสร้างองค์การ การจัดการและขั้นตอนไหลเวียน ของงานแบบเปิดเผย โดยออกแบบโครงสร้างและการทาหน้าที่ ของผู้ให้บริการที่ครอบคลุมทั้งองค์กร มีกระบวนการทางาน การตัดสินใจ และข้อมูลข่าวสารแบบเปิด โดยการออกแบบระบบงานและข้อมูลข่าวสารแบบเปิดกระจาย ทั่วทั้งระบบ และมีการเปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะ
  52. 52. หลักการมีส่วนร่วม (Participation) ทุกคนได้ร่วมในการกาหนดนโยบาย แผนงาน และงบประมาณ ซึ่งเป็น ข้อมูลที่สาคัญ โดยการเข้าร่วมในมิติของข้อมูลสาคัญ เป็นการเข้าร่วมใน ระดับของการรับรู้ถึงข้อมูลข่าวสาร การเข้าถึงการปฏิบัติงาน และการตัดสินใจ โดยการเข้าร่วมในมิติของการตก ลงใจ ซึ่งเป็นเนื้อหาของการเข้าร่วมในระดับของการกระทาหรือการ ปฏิบัติการ การเข้าถึงการกากับควบคุมผลกระทบ มาตรฐาน เป้าหมาย และผล กระทบ โดยการเข้าร่วมในมิติของการคาดหวังผลซึ่งเป็นเนื้อหาของการเข้าร่วมใน ระดับของการปกป้องคุ้มครองผลประโยชน์
  53. 53. Good Governance 1) การมีส่วนร่วมของสาธารณชน เป็นกลไกที่ประชาชนมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ อย่างเท่าเทียมกัน การให้เสรีภาพแก่สื่อมวลชนและให้เสรีภาพแก่สาธารณชนใน การแสดงความคิดเห็นอย่างสร้างสรรค์ 2) ความสุจริตและโปร่งใส เป็นกลไกที่มีระบบกติกา และการดาเนินการที่เปิดเผย โดยประชาชนสามารถเข้าถึงและได้รับข้อมูลข่าวสารอย่างเสรีเป็นธรรม ถูกต้อง และมีประสิทธิภาพ ตรวจสอบการบริหารและติดตามผลได้ 3) พันธะความรับผิดชอบต่อสังคม เป็นกลไกที่มีความรับผิดชอบมีหน้าที่ต่อ สาธารณชน มีการดาเนินงานเพื่อตอบสนองความต้องการของกลุ่มต่างๆ ในสังคม อย่างเป็นธรรม รวมถึงการมีความรับผิดชอบที่มีต่อประชาชนสังคมโดยรวม
  54. 54. Good Governance 4) กลไกทางการเมืองที่ชอบธรรม เป็นกลไกที่มีองค์ประกอบของผู้ที่เป็นรัฐบาลหรือ ผู้ที่เข้าร่วมบริหารประเทศที่มีความชอบธรรมเป็นที่ยอมรับของคนในสังคมโดยรวม ไม่ว่าจะโดยการแต่งตั้งหรือเลือกตั้ง 5) กฎเกณฑ์ที่ยุติธรรมและชัดเจน คือมีกรอบของกฎหมายที่ยุติธรรมและเป็นธรรม สาหรับกลุ่มคนต่างๆ ในสังคม ซึ่งกฎเกณฑ์มีการบังคับใช้และสามารถใช้บังคับได้ 6) ประสิทธิภาพและประสิทธิผล คือเป็นกลไกที่มีประสิทธิภาพในการดาเนินงานไม่ ว่าจะเป็นด้านการจัดกระบวนการทางาน การจัดองค์กร การจัดสรรบุคคลากร และมี การควบคุมการใช้ทรัพยากรสาธารณะต่างๆ อย่างคุ้มค่าและเหมาะสม มีการดาเนินการ และให้บริการสาธารณะที่ให้ผลลัพธ์อย่างคุ้มค่า
  55. 55. หลักความคุ้มค่าหรือ หลักการมีประสิทธิผลและประสิทธิภาพ การเพิ่มความสามารถในการทางานบริการ โดยให้การเพิ่มของ ความสามารถมีสัดส่วนที่มากกว่าการเพิ่มของต้นทุนทั้งต้นทุนที่ เป็นมูลค่าและเป็นคุณค่า มีการวัดการสร้างความสามารถและศักยภาพการทางานเพื่อเพิ่ม ผลผลิตโดยให้การเพิ่มของผลผลิตมีสัดส่วนที่ผันไปในทางบวก ตามต้นทุนในการเพิ่มความ สามารถ มีการวัดเพิ่มผลผลิตการทางาน การควบคุมความเสี่ยงและการลด ความสูญเสียเพื่อเพิ่มมูลค่าและประโยชน์ที่ได้
  56. 56. ปัญหาหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง ปี ๒๔๗๕ ๑. ประชาชนไม่เข้าใจความหมายหรือวิธีการเข้ามามีส่วนร่วมในระบอบ ประชาธิปไตย ๒. เน้นการพัฒนาเศรษฐกิจหรือพัฒนาทางวัตถุ ละเลยศีลธรรม จริยธรรมที่เกื้อกูลสังคมไทยในอดีต ๓. ระบบราชการขยายตัวและทวีความซับซ้อนขึ้นเรื่อย ๆ ยิ่งทาให้ ความสัมพันธ์ระหว่างรัฐกับประชาชนห่างไกลกันออกไป ๔. ระบบราชการขาดการตรวจสอบจากภายนอกส่งผลให้มีการใช้อานาจ รัฐไปละเมิดสิทธิ เสรีภาพของประชาชน มีการทุจริตเกิดขึ้นบ่อยครั้ง
  57. 57. 57 ปัญหาการบริหารงานภาครัฐ สภาพปัญหา การบริหารงานภาครัฐ การทุจริต กาลังคนไม่มี คุณภาพ ทัศนคติแบบดั้งเดิม ค่าตอบแทนไม่ เหมาะสม การบริหารงาน แบบรวมศูนย์ กฎระเบียบและเทคโนโลยี ไม่ทันสมัย โครงสร้างที่ ไม่คล่องตัว
  58. 58. Bad governance  การที่ฝ่ายบริหารกาหนดนโยบายโดยขาดการวางแผนไม่คานึงถึง ประโยชน์ของประชาชน  เจ้าหน้าที่ของรัฐขาดความรับผิดชอบ ไม่มีการปฏิบัติตามหลักนิติ ธรรม  ใช้อานาจในทางที่มิชอบ  ประชาชนไม่มีส่วนร่วมในกิจการสาธารณะ  มีการฉ้อราษฎร์บังหลวงอยู่ทั่วไป
  59. 59. การบริหารงานที่ไม่มีหลักธรรมาภิบาล (Bad Governance)  ประชาชนได้รับบริการสาธารณะจากราชการหรือรัฐวิสาหกิจที่ไม่มีคุณภาพ  ประเทศขาดศักยภาพในการกาหนด หรือดาเนินนโยบาย หรือการตัดสินใจ ด้านนโยบายผิดพลาดและสับสนไม่ได้อยู่บนพื้นฐานทางวิชาการและเหตุผล  การบริหารการคลังของประเทศล้มเหลว ซึ่งรวมถึงปัญหาการเงินการคลังของ ประเทศและกาหนดงบประมาณที่ไม่สอดคล้องกับสภาพความเป็นจริง  การกาหนดกฎระเบียบที่ไม่สามารถปฏิบัติได้อย่างจริงจัง  ความไม่โปร่งใสของกระบวนการตัดสินใจ มีการทุจริตและแสวงหา ผลประโยชน์จากทรัพย์สินสาธารณะและพบการทุจริตคอรัปชั่นของ นักการเมืองและข้าราชการ จากรายงานขององค์การพัฒนาแห่งสหประชาชาติ(United Nation Deverlopment Programme : UNDP)
  60. 60. โครงสร้าง และกระบวนการมีปัญหา : • รัฐรวมศูนย์อานาจ (ร่วมกับธุรกิจเอกชน) ขาดส่วนร่วมจากภาคต่างๆ • กฎหมายให้อานาจรัฐมาก ไม่มีระบบตรวจสอบความรับผิดชอบที่ดี • การตัดสินใจขาดความโปร่งใส • มีความไม่สุจริต เกิดขึ้นมากมาย
  61. 61. ผลลัพธ์ : ความไม่สมดุลในการจัดสรรทรัพยากรในสังคม ปี 2513 คนจนที่สุด 20 % เป็นเจ้าของรายได้ประชาชาติ 6 % ปี 2535 คนรวยที่สุด 20 % เป็นเจ้าของรายได้ 59 % คนจนที่สุด 20 % เป็นเจ้าของรายได้ 3.9 % ยิ่งพัฒนา ยิ่งมีปัญหา
  62. 62. ปัญหาของระบอบการเมืองไทย และ ความพยายามในการปฏิรูปการเมือง เมื่อระบบการเมือง (ระบบตัดสินใจแทนสังคม) มีปัญหา ก็ต้องปฏิรูปการเมือง โดยจัดทารัฐธรรมนูญ 2540 เพื่อ 1. ทาให้ “การเมืองของนักการเมือง”เป็น “การเมืองของพลเมือง” 2. ทาให้การเมือง “สุจริต” และ “โปร่งใส” 3. ทาให้การเมือง “มีเสถียรภาพ” และ “ประสิทธิภาพ”
  63. 63. ธรรมาภิบาล ธรรมมาภิบาลเป็นทั้งหลักการและเครื่องมือที่จะช่วยพัฒนาสังคมให้มีคุณภาพและ ประสิทธิภาพโดยยึดหลัก ๖ ประการ เพื่อสร้างความเชื่อถือ เชื่อมั่นและให้เกิดการไว้วางใจ ธรรมรัฐ คือการจัดการที่ดี ธรรมะคือคุณความดี ความยุติธรรมและความถูกต้องตามกฎเกณฑ์ของสังคม การอภิบาลคือการบารุงรักษา เป็นวิถีการปกป้องคุณความดีให้คงอยู่ในทุกๆส่วน หลักการนี้ใช้ทั้ง รัฐ เอกชน ชุมชนกระบวนการทาให้เกิดคิดดี วางแผนดี ปฏิบัติดี ได้ผลดี มีระบบประเมินผลดี เป็นการดูแลรักษาความดี
  64. 64. 64 หมายถึง กรอบในการบริหารจัดการขององค์การต่าง ๆ นาไปใช้บริหารบริษัท เรียก Corporate Governance นาไปใช้กับราชการ เรียก Public Governance กรอบการบริหารจัดการที่ดี เรียก Good Governance กรอบการบริหารจัดการที่ไม่ดี เรียก Bad Governance
  65. 65. 65 พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหาร กิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ.๒๕๔๖ ประเมินผลการปฏิบัติ ราชการอย่างสม่่าเสมอ ผลสัมฤทธิ์ต่อ ภารกิจของรัฐ ประชาชนได้รับ ความสะดวก ตอบสนองความต้องการ ปรับปรุงภารกิจของส่วนราชการ ให้ทันต่อสถานการณ์ มีประสิทธิภาพ และเกิดความคุ้มค่า ในเชิงภารกิจของรัฐ ไม่มีขั้นตอนการปฏิบัติงาน เกินความจ่าเป็น เกิดประโยชน์สุข ของประชาชน ม.๗ – ม.๘ ม.๒๐ – ม.๒๖ ม.๙ – ม.๑๙ ม.๒๗ – ม.๓๒ม.๓๓ – ม.๓๖ ม.๓๗ – ม.๔๔ ม.๔๕ – ม.๔๙ กพร.
  66. 66. กระบวนการบริหารภาครัฐโดยใช้หลักธรรมาภิบาล 1. การมีระบบการเมืองที่มีประสิทธิภาพในการจัดการที่ทาให้ ระบบเศรษฐกิจของประเทศมีความมั่นคง 2. การมีประสิทธิผลในการดาเนินงานของภาครัฐ เพื่อ ผลประโยชน์สาธารณะ(public interest) 3. การมีความชอบธรรมทางการเมืองภายใต้กรอบของหลักนิติ ธรรม (rule of law) 4. การมีประสิทธิผลของการบริหารภาครัฐ 5. การมีความร่วมมือของภาครัฐกับภาคประชาสังคม
  67. 67. องค์ประกอบธรรมาภิบาล 1. เป้าหมายของการบริหารจัดการ 2. โครงสร้างและกระบวนการบริหารจัดการ 3. สภาพแวดล้อมของการบริหารจัดการ
  68. 68. โครงสร้างและวิธีบริหารจัดการ 1. มีความรับผิดรับชอบ (accountability) 2. มีความโปร่งใส (transparency) 3. มีส่วนร่วมที่เหมาะสม (participation)
  69. 69. เป้าหมายของการบริหารจัดการที่ดี 1. มีความเป็นธรรม (equity) 2. มีความสุจริตไม่ผิดไปจากความถูกต้อง (integrity) 3. มีประสิทธิภาพ ประสิทธิผล (efficiency & effectiveness)
  70. 70. ความรับผิดรับชอบ (accountability) 1. มีหลักฐาน ตรวจสอบได้ 2. รู้ตัวกัน รู้เรื่อง รู้ผล 3. รับผล - ความรับผิดชอบทางการเมือง ทางสังคม ทางวิชาชีพ ทางกฎหมาย
  71. 71. ความโปร่งใส (transparency) - ในตัวผู้ใช้อานาจ - ในกระบวนการตัดสินใจ : กฎหมายข้อมูลข่าวสาร - สื่อมวลชน / ประชาสังคม
  72. 72. สภาพแวดล้อมของธรรมาภิบาล 1. กฎหมาย ระเบียบ (Laws & Regulations) 2. จริยธรรม (Ethics) 3. การปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practices) 4. วัฒนธรรม (Culture)
  73. 73. เป้าหมายของการบริหารจัดการที่ดี 1. มีความเป็นธรรม (equity) 2. มีความสุจริตไม่ผิดไปจากความถูกต้อง (integrity) 3. มีประสิทธิภาพ ประสิทธิผล (efficiency & effectiveness)
  74. 74. governance(การอภิบาล) = วิธีการใช้อานาจเพื่อบริหารจัดการทรัพยากรขององค์กร good governance (ธรรม +อภิบาล = ธรรมาภิบาล) = วิธีการที่ดีในการใช้อานาจ เพื่อบริหารจัดการทรัพยากร ขององค์กร ธรรมาภิบาล = ระบบการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี
  75. 75. การบริหารราชการที่ดีจะมีลักษณะสาคัญ ๔ ประการ มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล มีความโปร่งใส ไม่มีคอร์รัปชั่นหรือผลประโยชน์ ทับซ้อน มีความยุติธรรมอย่างทั่วถึง ประชาชนมีส่วนร่วมอย่างทั่วถึง
  76. 76. 76 ธรร มาภิ บา ล คื อ การ ส่ง เสริ มค่ านิย มข องอ งค์ กร แล ะ แสดงให้เห็นถึงคุณค่าของธรรมาภิบาลโดยการปฏิบัติหรือพฤติกรรม  นาค่านิยมขององค์กรมาใช้ปฏิบัติ  ผู้บริหารองค์กรประพฤติตนเป็นตัวอย่างที่ดี  ผู้บริหารตัดสินและวินิจฉัยอย่างโปร่งใสและเปิดเผย  บริหารงานอย่างมีประสิทธิภาพ ผู้บริหารทาตัวเป็นตัวอย่างในการให้บริการแก่ประชาชน ทุกชนชั้นอย่างเสมอภาคและเท่าเทียมกัน
  77. 77. 77 ธรรมภิบาล คือ มีการสื่อสารที่ดี มีการตัดสินใจอย่างโปร่งใส และมีการบริหารความเสี่ยงที่รัดกุม  การตัดสินใจทุกครั้ง ต้องกระทาอย่างโปร่งใสและยุติธรรม  ใช้ข้อมูลที่ดี รวมทั้งคาแนะนาและการสนับสนุน  ต้องมั่นใจว่ามีระบบบริหารความเสี่ยงที่มีประสิทธิภาพ อยู่ในระบบการทางาน ต้องมีระบบตรวจสอบการทางานทุกอย่าง เพื่อให้แน่ใจว่า ทุกอย่างดาเนินไปตามแผนการทางาน มีการตรวจสอบความถูกต้องของรายงานบัญชีการเงิน รวมทั้งข้อมูลต่างๆ ที่ผลิตโดยองค์กร
  78. 78. 78 ธรรมภิบาล คือ การพัฒนาศักยภาพและความสามารถของส่วน บริหารจัดการอย่างต่อเนื่องและให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น  ต้องมั่นใจว่าผู้ที่ได้เลื่อนตาแหน่งขึ้นมาเป็นผู้บริหารจัดการนั้น มีทักษะ ความรู้ และประสบการณ์ที่จาเป็นต้องใช้ในหน้าที่นั้นๆ  พัฒนาความสามารถของผู้ที่ทาหน้าที่ในส่วนบริหาร รวมทั้ง มีการ ประเมินผลงาน ไม่ว่าจะเป็นรายบุคคลหรือเป็นกลุ่มก็ได้  มีความเชื่อมโยงในการทดแทนบุคลากรในสายบริหารจัดการ เพื่อความ ต่อเนื่องในการปฏิบัติงานขององค์กร ผู้บริหารจัดการจะต้องมีความรับผิดชอบในผลงาน โดยการประเมินผล งานเป็นระยะๆ ทั้งนี้รวมทั้งการประเมินความต้องการในการฝึกอบรม หรือการพัฒนาทักษะที่ต้องการใช้ในการปฏิบัติหน้าที่
  79. 79. 79 ธรรมภิบาล คือ การเข้าถึงประชาชนและต้องรับผิดชอบ ต่อการทางานและผลงานอย่างจริงจัง  ต้องมีความเข้าใจถึงขอบเขตของความรับผิดชอบ  ริเริ่มการวางแผนที่จะติดต่อกับประชาชน เพื่อให้ทราบถึงหน้าที่และความ รับผิดชอบในผลงานของตน  ริเริ่มการแสดงออกถึงความรับผิดชอบต่อบุคลากรภายในองค์กร  ประสานงานกับหน่วยเหนือ หรือผู้บังคับบัญชาอย่างใกล้ชิด
  80. 80. องค์ประกอบของหลักธรรมาภิบาล หลักนิติธรรม หลักความคุ้มค่า หลักธรรมาภิบาล 6 ประการ หลักคุณธรรม หลักความโปร่งใส่หลักความ รับผิดชอบ หลักความ มีส่วนร่วม
  81. 81. กฎหมาย ระเบียบ ประมวลจริยธรรม การปฏิบัติงานที่เป็นเลิศ วัฒนธรรม ความรับผิดชอบ ตอบสนองต่อความต้องการ มีความโปร่งใส สร้างการมีส่วนร่วม โครงสร้างและวิธีการ ความสมดุลและเป็นธรรม ความ สุจริต ความมีประสิทธิภาพ/ผล สภาพแวดล้อม เป้าหมาย
  82. 82. เป้าหมายและแนวทางในการบริหารจัดการที่ดีตามหลักธรรมาภิบาล
  83. 83. ขอบคุณครับ แลกเยนความคิดเห็น หรือถามคาถามเพิ่มเติมด้ที่ www.facebook.com/ekkachai.srivilas www.elifesara.com

×