Successfully reported this slideshow.
We use your LinkedIn profile and activity data to personalize ads and to show you more relevant ads. You can change your ad preferences anytime.

การบริหารงานโดยยึดหลักธรรมาภิบาล และความโปร่งใส

2,899 views

Published on

การบริหารงานโดยยึดหลักธรรมาภิบาล และความโปร่งใส

Published in: Government & Nonprofit
  • Be the first to comment

  • Be the first to like this

การบริหารงานโดยยึดหลักธรรมาภิบาล และความโปร่งใส

  1. 1. โดย พลเอก เอกชัย ศรีวิลาศ ผู้อานวยการสานักสันติวิธีและธรรมาภิบาล สถาบันพระปกเกล้า www.elifesara.com ekkachais@hotmail.com ธรรมาภิบาล ของนักบริหาร
  2. 2. แนวคิดและมุมมองการพัฒนาองค์กร ตามหลักธรรมาภิบาล
  3. 3. กฎหมาย ระเบียบ ประมวลจริยธรรม การปฏิบัติงานที่เป็นเลิศ วัฒนธรรม ความรับผิดชอบ ตอบสนองต่อความต้องการ มีความโปร่งใส สร้างการมีส่วนร่วม โครงสร้างและวิธีการ ความสมดุลและเป็ นธรรม ความ สุจริต ความมีประสิทธิภาพ/ผล สภาพแวดล้อม เป้ าหมาย
  4. 4. องค์ประกอบของหลักธรรมาภิบาล หลักนิติธรรม หลักความคุ้มค่า หลักธรรมาภิบาล 6 ประการ หลักคุณธรรม หลักความโปร่งใส่ หลักความ รับผิดชอบ หลักความมีส่วนร่วม
  5. 5. 6 อังกฤษปลูกฝังคติธรรม ๗ ประการตั้งแต่วัยเยาว์ ๑. สัจจะ พูดความจริง (Truth) ๒. ความซื่อสัตย์สุจริต (Honesty) ๓. ความระลึกในหน้าที่ (Sense of duty) ๔. ความอดกลั้น (Patience) ๕. ความเป็นธรรม (Fair play) ๖. ความเอาใจเขามาใส่ใจเรา (Consideration for others) ๗. เมตตาธรรม (Kindness)
  6. 6. การก่อเกิดและการพัฒนาจริยธรรม โดยการหล่อหลอม และปลูกฝังผ่านกระบวนการกล่อมเกลาทางสังคม โดย • การอบรมเลี้ยงดูในครอบครัว • กระบวนการศึกษา • ค่านิยมที่สั่งสมมาจากสังคม มีสมาธิเกิดสติ ปัญญามาจากพันธุกรรม เกิดความเชื่อ มีความรู้สึก ด้วยการกระทาเป็นพฤติกรรมในส่วนดี
  7. 7. คุณธรรม - จริยธรรม •มรรค 8 แห่งการส่งเสริมคุณธรรม - จริยธรรม ประกอบด้วย •ผู้ปกครองทุกๆ ระดับต้องตั้งอยู่ในความถูกต้อง •ส่งเสริมการพัมนาจิตให้เป็นวิถีชีวิต •การมีสัมมาชีพเต็มพื้นที่ •การมีสปิริตแห่งการเป็นอาสาสมัครเต็มแผ่นดิน •ครอบครัวอบอุ่น •การศึกษาที่เข้าถึงความดี •ชุมชนเข็มแข็ง •การสื่อสารความดี
  8. 8. หลักธรรมในทางพุทธศาสนา ฆราวาสธรรมมีข้อปฎิบัติ ๔ ประการ คือ • สัจจะ : ความซื่อสัตย์ต่อกัน • ทมะ : การรู้จักข่มใจ • ขันติ : ความอดทนทั้งกายและใจ • จาคะ : ความรู้จักเสียสละและบริจาคให้แก่บุคคลที่ควรให้
  9. 9. Thailand Corruption Perceptions Index 2012
  10. 10. “ คอรัปชั่น ” (Corruption) การใช้อานาจที่ได้มาโดยหน้าที่ในการหาประโยชน์ส่วนตัว โดยองค์กรความ โปร่งใสสากลได้ระบุถึงกรณีต่างๆที่จะสามารถเกิดขึ้นในการคอรัปชั่นของ ภาครัฐได้ดังนี้
  11. 11. การคอรัปชั่นของภาครัฐ การคอรัปชั่นขนาดใหญ่ (Grand corruption) เป็นการกระทาของเจ้าหน้าที่รัฐระดับสูงเพื่อ บิดเบือนนโยบายหรือใช้อานาจรัฐในทางมิชอบ เพื่อให้ผู้นาหรือผู้บริหารประเทศได้รับ ผลประโยชน์จากการใช้ทรัพยากรของชาติ การคอรัปชั่นขนาดเล็ก(Petty corruption) เป็นการกระทาของเจ้าหน้าที่รัฐระดับกลางและ ระดับล่างต่อประชาชนทั่วไป โดยการใช้อานาจที่ได้รับมอบไปในทางมิชอบ องค์กรความโปร่งใสสากล(Transparency International – TI)
  12. 12. การคอรัปชั่นของภาครัฐ การติดสินบน (Bribery)เป็นการเสนอ การให้หรือสัญญาว่าจะให้ผลประโยชน์ ทั้ง รูปของเงิน สิ่งของ และสิ่งตอบแทนต่างๆ เพื่อเป็นแรงจูงใจให้เกิดการทาผิดกฎหมาย หรือศีลธรรมอันดี การยักยอก (Embezzlement) คือการที่คนในองค์กรนาเงินหรือสิ่งของที่ได้รับมอบให้ ใช้ในราชการ มาใช้เพื่อประโยชน์ส่วนตัวหรือเพื่อกิจกรรมอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องรัฐ องค์กรความโปร่งใสสากล(Transparency International – TI)
  13. 13. การคอรัปชั่นของภาครัฐ การอุปถัมภ์(Patronage) เป็นรูปแบบของการเล่นพรรคเล่นพวก ด้วยการคัดเลือกคน จากความสัมพันธ์ทางการเมืองหรือรู้จักกัน เข้ามาทางานหรือรับผลประโยชน์ โดยดูคุณสมบัติ และความเหมาะสม การเลือกที่รักมักที่ชัง (Nepotism) เป็นรูปแบบหนึ่งของการเล่นพรรคเล่นพวก โดยเจ้าหน้าที่ของรัฐจะใช้อานาจที่มี ในการให้ผลประโยชน์หรือให้หน้าที่การงานแก่เพื่อน ครอบครัวหรือบุคคลใกล้ชิด โดยไม่คานึงถึงคุณสมบัติและความเหมาะสม องค์กรความโปร่งใสสากล(Transparency International – TI)
  14. 14. การคอรัปชั่นของภาครัฐ •ผลประโยชน์ทับซ้อน (Conflict of interest) คือการขัดกันระหว่างผลประโยชน์ ส่วนตัว กับผลประโยชน์ส่วนรวม องค์กรความโปร่งใสสากล(Transparency International – TI)
  15. 15. •การที่ฝ่ายบริหารกาหนดนโยบายโดยขาดการวางแผนไม่คานึงถึงประโยชน์ ของประชาชน •เจ้าหน้าที่ของรัฐขาดความรับผิดชอบ ไม่มีการปฏิบัติตามหลักนิติธรรม •ใช้อานาจในทางที่มิชอบ •ประชาชนไม่มีส่วนร่วมในกิจการสาธารณะ •มีการฉ้อราษฎร์บังหลวงอยู่ทั่วไป การบริหารงานที่ขาดหลักธรรมาภิบาล (Bad Governance)
  16. 16. การบริหารงานที่ขาดหลักธรรมาภิบาล (Bad Governance) 1. ประชาชนได้รับบริการสาธารณะจากราชการหรือรัฐวิสาหกิจที่ไม่มีคุณภาพ 2. ประเทศขาดศักยภาพในการกาหนด หรือดาเนินนโยบาย หรือการตัดสินใจด้าน นโยบายผิดพลาดและสับสนไม่ได้อยู่บนพื้นฐานทางวิชาการและเหตุผล 3. การบริหารการคลังของประเทศล้มเหลว ซึ่งรวมถึงปัญหาการเงินการคลังของประเทศ และกาหนดงบประมาณที่ไม่สอดคล้องกับสภาพความเป็นจริง จากรายงานขององค์การพัฒนาแห่งสหประชาชาติ(United Nation Development Programmed : UNDP)
  17. 17. การบริหารงานที่ขาดหลักธรรมาภิบาล (Bad Governance) 4. การกาหนดกฎระเบียบที่ไม่สามารถปฏิบัติได้อย่างจริงจัง 5. ความไม่โปร่งใสของกระบวนการตัดสินใจ มีการทุจริตและแสวงหาผลประโยชน์ จากทรัพย์สินสาธารณะและพบการทุจริตคอรัปชั่นของนักการเมืองและข้าราชการ จากรายงานขององค์การพัฒนาแห่งสหประชาชาติ(United Nation Development Programmed : UNDP)
  18. 18. Good Governance 1) การมีส่วนร่วมของสาธารณชน (Public participation) เป็นกลไกที่ประชาชน มีส่วนร่วมในการตัดสินใจอย่างเท่าเทียมกัน (Equity) การให้เสรีภาพแก่ สื่อมวลชนและให้เสรีภาพแก่สาธารณชนในการแสดงความคิดเห็นอย่าง สร้างสรรค์ 2) ความสุจริตและโปร่งใส (Honesty and transparency) เป็นกลไกที่มีระบบกติกา และการดาเนินการที่เปิดเผย โดยประชาชนสามารถเข้าถึงและได้รับข้อมูล ข่าวสารอย่างเสรีเป็นธรรม ถูกต้องและมีประสิทธิภาพ ตรวจสอบการบริหาร และติดตามผลได้
  19. 19. Good Governance 3) พันธะความรับผิดชอบต่อสังคม (Responsiveness and accountability) เป็นกลไกที่มี ความรับผิดชอบมีหน้าที่ต่อสาธารณชน มีการดาเนินงานเพื่อตอบสนองความ ต้องการของกลุ่มต่างๆ ในสังคมอย่างเป็นธรรม รวมถึงการมีความรับผิดชอบที่มีต่อ ประชาชนสังคมโดยรวม 4) กลไกทางการเมืองที่ชอบธรรม (Political legitimacy) เป็นกลไกที่มีองค์ประกอบ ของผู้ที่เป็นรัฐบาลหรือผู้ที่เข้าร่วมบริหารประเทศที่มีความชอบธรรมเป็นที่ยอมรับของคน ในสังคมโดยรวมไม่ว่าจะโดยการแต่งตั้งหรือเลือกตั้ง
  20. 20. Good Governance5) กฎเกณฑ์ที่ยุติธรรมและชัดเจน(Fair legal framework and predictability) คือมีกรอบของ กฎหมายที่ยุติธรรมและเป็นธรรมสาหรับกลุ่มคนต่างๆ ในสังคม ซึ่งกฎเกณฑ์มีการบังคับใช้ และสามารถใช้บังคับได้ 6) ประสิทธิภาพและประสิทธิผล (Efficiency and effectiveness) คือเป็นกลไกที่มี ประสิทธิภาพในการดาเนินงานไม่ว่าจะเป็นด้านการจัดกระบวนการทางาน การจัดองค์กร การจัดสรรบุคคลากร และมีการควบคุมการใช้ทรัพยากรสาธารณะต่างๆ อย่างคุ้มค่าและ เหมาะสม มีการดาเนินการและให้บริการสาธารณะที่ให้ผลลัพธ์อย่างคุ้มค่า
  21. 21. อันดับการทุจริตคอรัปชั่น 22 2012:คะแนน 3.7 อันดับ 88
  22. 22. 23 3.7 2012
  23. 23. Price Water- House Coopers การทุจริต ผู้ถูกสารวจบอกว่าแนวโน้มอนาคตจะมีมากขึ้น อายุ 36-55 70% เพศ ชาย 85 % ลักษณะการทุจริต ทาคนเดียว 68 % ตาแหน่งในองค์กร ผู้บริหารขึ้นไป 86 % อายุงานในองค์กร 2-5 ปี 36 % มากกว่า 10 ปี 22% หน้าที่การงาน 1. ฝ่ ายการเงิน 2. ฝ่ ายปฏิบัติการ 3. ฝ่ ายขาย ที่มาสารวจอาชญากรรมเศรษฐกิจทั่วโลก(Global Economic Crime Survey)
  24. 24. การทุจริต กับการบริหารผิดพลาด • การบริหารผิดพลาดมีความเสียหายมากกว่า อาจถึงขั้นเลิกกิจการ • คนที่มีโอกาสโกง คือคนที่มีอานาจ ใกล้ชิดช่องทางใช้เงิน ซื้อตาแหน่ง • ต้องสร้างสภาพแวดล้อมและการควบคุมที่ดี • มีการประเมินความเสี่ยง • มีกิจกรรมควบคุมชัดเจน • มีระบบข้อมูล รายงานการสื่อสารที่สามารถติดตามประเมินผล
  25. 25. จากการสารวจคนไทย  จานวนไม่น้อยกาลังสร้างค่านิยมวัฒนธรรมที่ผิดๆ พยายาม ส่งทัศนคติที่ว่า “การทุจริตโกงกินไม่เป็นไร ขอให้กินแล้ว แบ่งปันให้บ้างก็ใช้ได้  ค่านิยมคนไทยนิยมคนรวย  การโกงกินมาจากการเอารัดเอาเปรียบ หลบเลี่ยงภาษีที่ต้อง จ่ายรัฐ  ประเภททุจริตฉ้อโกงการใช้ทรัพย์สินในทางที่ผิด
  26. 26. “คน” เป็ นต้นตอปั ญหาความไม่โปร่งใส การทุจริต • พฤติกรรมของคน รับอิทธิพลจากความรู้สึกนึกคิด ค่านิยมของตัวและ สังคม การปฎิบัติหลายประการที่สืบสานกันมาตั้งแต่ครั้งโบราณ เช่น • ความเกรงใจ • ความรู้สึกเป็นหนี้บุญคุณ บุญคุณต้องตอบแทน • เกรงกลัวผู้มีอานาจและอิทธิพล • ระบบอุปถัมภ์เป็นผู้ใหญ่ต้องเลี้ยงลูกน้อง • กลัวเสียหน้า • เอาหูไปนาเอาตาไปไร่ • สินน้าใจของฝากติดไม้ติดมือ www.elifesara.com KPI
  27. 27. ระบบเป็ นปั จจัยที่ก่อความไม่โปร่งใสและการทุจริตคอรัปชั่น • “ระบบ” ที่กาหนดขึ้นเพื่อให้เกิดระเบียบในสังคม และองค์กร โดยเฉพาะ “ระบบราชการและหน่วยงานของรัฐ” เป็นจุดอ่อน เช่นกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ มีขั้นตอนมาก มีช่องว่างและความล้าสมัย • ผู้บริหารมีอานาจมาก ใช้ช่องว่างจากกฎระเบียบ • การบริหารจัดการไม่ได้ใช้ข้อมูลเพื่อการตัดสินใจ ขาดระบบข้อมูลที่ทันสมัย และขาดการเผยแพร่ข้อมูลอย่างเปิดเผย • ระบบเงินเดือนที่ไม่เอื้อต่อการดารงชีวิต • ระบบการพัฒนาคุณภาพคนล้มเหลว • ระบบอุปถัมภ์เข้มแข็งกว่าระบบคุณธรรม การลงโทษผู้กระทาผิดไม่ศักดิ์สิทธิ์ • ขาดกลไกการติดตาม การประเมินผล www.elifesara.com KPI
  28. 28. การสัมมนา World Conference on Governance ณ กรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปิ นส์ ปี 2542 • ให้ความหมายของคอรัปชั่นว่า หมายถึงการทุจริต การฉ้อราษฎรบังหลวง มีหลายลักษณะ เช่นการเสนอโครงการหรือเลือกโครงการ ที่ไม่ให้ ผลตอบแทนทางเศรษฐกิจมากนัก แต่มีโอกาสได้เงินใต้โต๊ะมาก • การจัดซื้อวัสดุอุปกรณ์ที่ต่ากว่ามาตรฐาน หรือราคาสูงกว่าความเป็นจริง • การจ่ายเงินให้เจ้าหน้าที่เพื่อยกเว้นกฎระเบียบ โดยเฉพาะส่วนที่เกี่ยวข้องกับ การจัดเก็บภาษีอากร • การจ่ายเงินให้เจ้าหน้าที่เพื่อให้มีโอกาสบริการสาธารณะบางประการ • การยักยอกทรัพย์สินของรัฐไปเป็นของตนเอง • การซื้อขายตาแหน่ง หรือการกระทาที่มีผลกระทบต่อระบบคุณธรรมของ ราชการ www.elifesara.com KPI
  29. 29. การแก้ไขปั ญหาคอร์รัปชั่นต้องยึดหลักการบริหารจัดการที่ดี 1. การมีส่วนร่วมของทุกส่วนในสังคม เป็นหน้าที่ของทุกคนที่ต้องร่วมมือ กันในการรายงานข้อมูล การติดตามตรวจสอบและนาเผยแพร่ต่อ สาธารณะ การเอาผู้กระทาผิดไปลงโทษตามกระบวนการยุติธรรม 2. การทาให้การบริหารงานมีความโปร่งใส เปิดเผยขั้นตอนการทางาน ให้ผู้ติดต่อทราบ มีระยะเวลากากับงานในขั้นตอนต่าง ๆ มี กฎระเบียบน้อยที่สุดไม่ให้เกิดความยุ่งยาก และให้มีการใช้ดุลยพินิจ ของเจ้าหน้าที่น้อยที่สุด ปิดโอกาสที่เจ้าหน้าที่จะเรียกร้องผลประโยชน์ ตอบแทนจากผู้ใช้บริการ www.elifesara.com World Conference on Governance
  30. 30. การแก้ไขปั ญหาคอร์รัปชั่นต้องยึดหลักการบริหารจัดการที่ดี 3. ผู้ปฏิบัติหน้าที่มีความรับผิดชอบที่ตรวจสอบได้ ทั้งจากภายในและภายนอกองค์การ กาหนดให้ผู้ดารงตาแหน่งมีโอกาสจะใช้อานาจไปในทางมิชอบต้องแจ้งบัญชี ทรัพย์สินทั้งก่อนและหลังดารงตาแหน่งต่อหน่วยงานที่รับผิดชอบ รวมทั้งเปิดให้มี การตรวจสอบจากสาธารณะ และการมีองค์กรอิสระที่มีอานาจเพียงพอในการ ติดตามตรวจสอบผู้กระทาการคอรัปชั่นเพื่อนามาลงโทษตามกระบวนการยุติธรรม 4. ยึดหลักนิติธรรม การบริหารงานที่ยึดหลักกฎหมายที่มีความชอบธรรมและมีความ เป็นสากล 5. การปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ต้องเป็นไปโดยเสมอภาค ไม่เลือกปฏิบัติต่อกลุ่มบุคคล หรือบุคคลเป็นการเฉพาะ เช่นการนาระบบคอมพิวเตอร์มาใช้ในการบริหาร เกี่ยวกับที่ดิน หรืองานศุลกากร www.elifesara.com World Conference on Governance
  31. 31. “ลักษณะคอรัปชั่นมีหลายลักษณะ ”• เกิดจากการบริหารจัดการแบบเบ็ดเสร็จไม่โปร่งใส • ขาดการควบคุมภายในที่มีประสิทธิภาพ เจ้าของดาเนินการผิดพลาด หรือเอาเปรียบผู้ถือหุ้นรายย่อย • ผู้บริหารใช้อานาจตามตาแหน่งหน้าที่แสวงหาผลประโยชน์ส่วนตนมากกว่า ผลประโยชน์ของบริษัท ซึ่งผู้ถือหุ้นทุกหุ้นเป็นเจ้าของเป็นปัญหาที่รุนแรงที่สุด • คอรัปชั่นโดยถ่ายโอนกาไรจากบริษัทที่มีผู้ถือหุ้นหลายรายไปบริษัทที่ผู้ถือหุ้น ใหญ่เป็นเจ้าของ ทาให้ไม่ต้องแบ่งผลกาไรให้แก่ผู้ถือหุ้นหรือผู้ร่วมลงทุน • การใช้ข้อมูลเพื่อประโยชน์ในการค้ากาไรมีตัวอย่างในตลาดหลักทรัพย์ ที่ผู้ถือหุ้นรายใหญ่เทขายหุ้น โดยที่ผู้ถือหุ้นรายย่อยไม่รู้ตัว • กฎหมายในประเทศไทยให้การคุ้มครองผู้ถือหุ้นค่อนข้างน้อย เกิดจากปัญหา การบริหารจัดการ และกลไกการตรวจสอบการบริหารจัดการธุรกิจในประเทศ ไทยอ่อนแอ บริษัทบางรายไม่โปร่งใสและเสี่ยงต่อการฉ้อโกง • www.elifesara.com จากบทความเรื่องกรุงเทพทัศนะ เขียนโดย ดร.เดือนเด่น นิคมบริรักษ์ และรจิตกนก จิตมั่นชัยธรรม (2544)
  32. 32. เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม ธรรมมาภิบาล Good Governance พระปฐมบรมราชโองการ ในพิธีบรมราชาภิเษก ณ พระที่นั่งไพศาลทักษิณ ในพระบรมมหาราชวัง (วันที่ 5 พฤษภาคม 2493)
  33. 33. ธรรมของผู้ปกครอง ความเที่ยงธรรม(อวิโรธนะ) การไม่เบียดเบียน(อวิหิงสา) ความอดทน(ขันติ) ทศพิธราชธรรม ศีล ความไม่โกรธ(อักโกธะ) ความอ่อนโยน(มัททวะ) ความซื่อตรง(อาชชวะ) ความเพียร(ตบะ) บริจาค ทาน
  34. 34. 35 „ เน้นการพัฒนาคน „ ระเบิดจากข้างใน „ ปลุกจิตสานึก „ พึ่งตนเองได้ „ ความพอเพียง „ ขาดทุนคือกาไร „ ทางานอย่างมีความสุข „ คุ้มค่ามากกว่าคุ้มทุน „ บริการรวมที่จุดเดียว „ ปลูกป่ าในใจคน „ การให้ „ รู้ รัก สามัคคี หลักการทรงงาน ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  ศึกษาข้อมูลอย่างเป็นระบบ  แก้ปัญหาเริ่มจากจุดเล็ก  คานึงภูมิสังคม  พัฒนาอย่างองค์รวม ครบวงจร / บูรณาการ  ไม่ติดตารา ทาให้ง่าย มีลาดับขั้นตอน  มุ่งประโยชน์คนส่วนใหญ่เป็นหลัก  ประหยัด เรียบง่ายได้ประโยชน์  ใช้ธรรมชาติช่วยธรรมชาติ  การมีส่วนร่วม  ซื่อสัตย์สุจริต จริงใจต่อกัน 34
  35. 35. ทศพิธราชธรรม ๑. ทาน ได้แก่ การให้ทาน ๒. ศีล ได้แก่ การรักษาศีล การมีศีล ๓. ปริจาคะ ได้แก่ การบริจาค และการเสียสละประโยชน์ส่วนตน ๔. อาชชวะ ได้แก่ ความซื่อตรง ความจริงใจ ความเที่ยงธรรม ๕. มัททวะ ได้แก่ ความสุภาพ อ่อนโยน ๖. ตบะ ได้แก่ ความเพียร ๗. อโกธะ ได้แก่ การระงับความโกรธ ๘. อวิหิงสา ได้แก่ ความไม่เบียดเบียน ๙. ขันติ ได้แก่ ความอดทน ๑๐. อวิโรธนะ ได้แก่ การหนักแน่นในธรรมและความถูกต้อง
  36. 36. มีการใช้ Governance ในความหมายต่างๆ • การจัดการที่รัฐมีบทบาทน้อยลง ให้ภาคเอกชนดาเนินการแทนในรูปการแปรสภาพกิจการของรัฐเป็น ของเอกชน (Privatization) • การบริหารจัดการของภาคเอกชน (Governance as Corporate Governance) หรือ บรรษัทภิบาล • การบริหารจัดการกิจการสาธารณะแนวใหม่ (Governance as the New Public Management) เดิมรัฐเป็น ผู้นา มาเป็นรัฐเป็นผู้นาทาง • การจัดการปกครองและการบริหารที่ดีหรือธรรมาภิบาล (Governance as Good Governance) สนับสนุน NGO มีบทบาทมากยิ่งขึ้น • การจัดระบบเครือข่ายปฏิสัมพันธ์เชิงสังคม (Socio- cybernetic System) • การจัดการภายในระบบเครือข่ายการจัดการตนเอง (Local Governance)
  37. 37. •วิกฤติการณ์ทางเศรษฐกิจ พ.ศ.2540 บทเรียนสาหรับการร้องหาการกากับดูแล กิจการที่ดี •การดาเนินการปรับปรุงมาตรฐานบัญชี และการตรวจสอบบัญชีให้มีความน่าเชื่อถือ มากขึ้น เพื่อให้ข้อมูลทางบัญชีสามารถสะท้อนความเป็นจริงทางด้านการเงินของ องค์กร •พัฒนาระบบการควบคุมภายใน (internal control) ที่มีประสิทธิภาพ และมีการตรวจสอบ การบริหาร (monitoring) จากภายนอกมากขึ้น แนวทางการสร้างธรรมาภิบาลที่ดีในไทย
  38. 38. •ตระหนักในหน้าที่ •กาหนดภารกิจของแต่ละฝ่ ายอย่างชัดเจน •ปฏิบัติกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่มอย่างยุติธรรม •ดาเนินงานอย่างโปร่งใส สามารถตรวจสอบได้ •มองการณ์ไกล คานึงถึงผลประโยชน์ระยะยาว •ส่งเสริมให้การปฏิบัติงานทุกด้านสู่ความเป็นเลิศ หลักการของธรรมาภิบาลที่ดี
  39. 39. Poor หรือ Bad governance การที่ฝ่ายบริหารกาหนดนโยบายโดยขาดการวางแผนไม่คานึงถึงประโยชน์ของ ประชาชน เจ้าหน้าที่ของรัฐขาดความรับผิดชอบ ไม่มีการปฏิบัติตามหลักนิติธรรม ใช้อานาจในทางที่มิชอบ ประชาชนไม่มีส่วนร่วมในกิจการสาธารณะ มีการฉ้อราษฎร์บังหลวงอยู่ทั่วไป
  40. 40. ลักษณะของการบริหารงานที่ไม่มีหลักธรรมาภิบาล (Bad Governance) 1) ประชาชนได้รับบริการสาธารณะที่ไม่มีคุณภาพจากราชการหรือรัฐวิสาหกิจ 2) ประเทศขาดศักยภาพในการกาหนด หรือดาเนินนโยบาย หรือการตัดสินใจด้านนโยบาย ผิดพลาดและสับสนไม่ได้อยู่บนพื้นฐานทางวิชาการและเหตุผล 3) การบริหารการคลังของประเทศล้มเหลว ซึ่งรวมถึงปัญหาการเงินการคลังของประเทศ และกาหนดงบประมาณที่ไม่สอดคล้องกับสภาพความเป็นจริง 4) การกาหนดกฎระเบียบที่ไม่สามารถปฏิบัติได้อย่างจริงจัง 5) ความไม่โปร่งใสของกระบวนการตัดสินใจ มีการทุจริตและแสวงหาผลประโยชน์จาก ทรัพย์สินสาธารณะและพบการทุจริตคอรัปชั่นของนักการเมืองและข้าราชการ จาก รายงานขององค์การพัฒนาแห่งสหประชาชาติ(United Nation Deverlopment Programme : UNDP)
  41. 41. Good Governance 1) การมีส่วนร่วมของสาธารณชน(Public participation)เป็นกลไกที่ประชาชนมีส่วนร่วม ในการตัดสินใจอย่างเท่าเทียมกัน (Equity) การให้เสรีภาพแก่สื่อมวลชนและให้เสรีภาพ แก่สาธารณชนในการแสดงความคิดเห็นอย่างสร้างสรรค์ 2) ความสุจริตและโปร่งใส (Honesty and transparency) เป็นกลไกที่มีระบบกติกา และการดาเนินการ ที่เปิดเผย โดยประชาชนสามารถเข้าถึงและได้รับข้อมูลข่าวสารอย่างเสรีเป็นธรรม ถูกต้อง และมีประสิทธิภาพ ตรวจสอบการบริหารและติดตามผลได้ 3) พันธะความรับผิดชอบต่อสังคม (Responsiveness and accountability) เป็นกลไกที่มีความรับผิดชอบ มีหน้าที่ต่อสาธารณชน มีการดาเนินงานเพื่อตอบสนองความต้องการของกลุ่มต่างๆ ในสังคมอย่างเป็นธรรม รวมถึงการมีความรับผิดชอบที่มีต่อประชาชนสังคมโดยรวม
  42. 42. Good Governance 4) กลไกทางการเมืองที่ชอบธรรม (Political legitimacy) เป็นกลไกที่มีองค์ประกอบของผู้ที่เป็น รัฐบาลหรือผู้ที่เข้าร่วมบริหารประเทศที่มีความชอบธรรมเป็นที่ยอมรับของคนในสังคม โดยรวมไม่ว่าจะโดยการแต่งตั้งหรือเลือกตั้ง 5) กฎเกณฑ์ที่ยุติธรรมและชัดเจน(Fair legal framework and predictability) คือมีกรอบของกฎหมาย ที่ยุติธรรมและเป็นธรรมสาหรับกลุ่มคนต่างๆ ในสังคม ซึ่งกฎเกณฑ์มีการบังคับใช้และ สามารถใช้บังคับได้ 6) ประสิทธิภาพและประสิทธิผล (Efficiency and effectiveness) คือเป็นกลไกที่มีประสิทธิภาพในการ ดาเนินงานไม่ว่าจะเป็นด้านการจัดกระบวนการทางาน การจัดองค์กร การจัดสรรบุคลากร และมีการควบคุมการใช้ทรัพยากรสาธารณะต่างๆ อย่างคุ้มค่าและเหมาะสม มีการ ดาเนินการและให้บริการสาธารณะที่ให้ผลลัพธ์อย่างคุ้มค่า
  43. 43. หลักธรรมภิบาลสากล
  44. 44. ตัวชี้วัดธรรมาภิบาล ๑. สังคมต้องสามารถเข้าถึงข้อมูล ข่าวสารที่ถูกต้องทันการณ์และ ครบสมบูรณ์ ๒. สังคมต้องมีความโปร่งใส ๓. สังคมต้องสร้างกลไกความรับผิดชอบที่ตรวจสอบได้ ๔. สังคมต้องมีสื่อที่เป็นอิสระ ๕. สังคมต้องสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชน
  45. 45. การสร้างตัวชี้วัดธรรมาภิบาล  ต้องมีความเหมาะสมกับลักษณะงานของแต่ละหน่วยงาน  ต้องสามารถนาไปปฏิบัติได้และมีความโปร่งใสในตัวชี้วัดเอง  ต้องมีคุณภาพและความแม่นยาของตัวชี้วัดและกรอบตัวชี้วัด  ต้องมีข้อมูลที่สนับสนุนการได้มาซึ่งตัวชี้วัด  ต้องสามารถระบุผลที่จะได้รับจากตัวชี้วัดได้อย่างชัดเจน
  46. 46. ความถูกต้อง •เป็นคนมีอุดมการณ์ อยากพัฒนา เปลี่ยนแปลงแก้ไขให้ดีขึ้น •มีความเชื่อมั่น มีจุดยืน มีหลักการ มีระเบียบวินัย และเคร่งครัด •ทางานดัวยความรอบคอบ เป็นระบบ ระเบียบ แบบแผน มาตรฐาน •หาข้อผิดพลาดหรือข้อบกพร่องของงานแต่ละชิ้น •กล้าติเพื่อก่อ หรือกล้าแสดงความคิดเห็นอย่างตรงไปตรงมา •ต้องเลือกระหว่างความถูกต้องกับความถูกใจ ฉันจะเลือกความถูกต้อง •ไม่กลัวการเปลี่ยนแปลง เพราะฉันเองก็อาจเป็นผู้นาการเปลี่ยนแปลง •อารมณ์ไม่ดีที่มักเกิดขึ้นบ่อย คือ “หงุดหงิด ขุ่นเคืองใจ” ไม่เป็นไปตามมาตรฐานในใจ
  47. 47. ตารางเปรียบเทียบคะแนนมาตรฐานธรรมาภิบาลของประเทศในภูมิภาค เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) ที่มา: ปรับปรุงจาก Kaufmann, Kraay and Mastruzzi (2010)
  48. 48. ธรรมาภิบาล : สหรัฐอเมริกา •สหรัฐฯ ให้ความสนใจไม่ใช่อยู่ที่ว่า “รัฐควรทาอะไร” เพื่อพัฒนาประเทศ แต่ทว่า “รัฐควรทาอย่างไร” เพื่อให้ประเทศและประชากรมีคุณภาพและประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น •ปัจจุบันสหรัฐฯมีความพยายามที่จะปรับการทางานขององค์กรของรัฐ ให้มี ประสิทธิภาพมากขึ้น มีการส่งเสริมธรรมภิบาลให้เป็นวัฒนธรรมองค์กรมากกว่า การที่จะต้องมีองค์กรคอยตรวจสอบประสิทธิภาพการทางานอยู่ตลอดเวลา
  49. 49. ธรรมาภิบาล : ฟิลิปปินส์  ได้นาหลักธรรมาภิบาลมาช่วยในการปฏิรูปภาครัฐหลังภาวะวิกฤตเศรษฐกิจ ในภูมิภาคเอเชีย  จัดตั้งโครงการ Philippine Quality Award: PQA) ในปี พ.ศ. 2540 เพื่อสร้าง คุณภาพของหน่วยงานภาครัฐด้วยการใช้คุณลักษณะของ Total Quality Management : TQM มาเป็นเครื่องมือนาไปสู่หลักธรรมาภิบาลของประเทศ
  50. 50. ธรรมาภิบาล : ฟิลิปปินส์ PQA จะประเมินคุณลักษณะของ TQM 7 1. ความรับผิดชอบต่อความต้องการของประชาชนและความสามารถในการตรวจสอบการ ปฏิบัติของรัฐ 2. ความโปร่งใสในการดาเนินงานทุกอย่างของรัฐและความสามารถในการให้บริการ ข้อมูลที่ถูกต้องและรวดเร็วของหน่วยงานของรัฐ 3. ระดับและคุณภาพการให้บริการประชาชนภายใต้ทรัพยากรที่มีอยู่ 4. การให้ความสาคัญกับผลการดาเนินงานและเงื่อนไขของทรัพยากร 5. การประสานงานและความร่วมมือของหน่วยงานต่างๆ เพื่อให้บริการที่ดีแก่ประชาชน
  51. 51. ธรรมาภิบาลในประเทศต่างๆ : ฟิลิปปินส์ 6. ความแน่นอนชัดเจนและความยุติธรรมในการปฎิบัติทางกฎหมาย กฎระเบียบเเละ นโยบาย 7. การพัฒนาคุณภาพของชีวิตเเละความเป็นอยู่ของประชาชน 8. การกระตุ้นให้เกิดการเเข่งขันในการพัฒนาคุณภาพของการบริการ 9. ความยืดหยุ่นของโครงสร้างของรัฐ เเละมีกลไกของรัฐที่เปิดโอกาสให้ผู้ที่มิส่วนได้ ส่วนเสียสามารถเเสดงความคิดเห็นหรือมีส่วนร่วมในการตัดสินใจของรัฐ 10. ศักยภาพเเละความเป็นไปได้ของการบริหารของหน่วยงาน
  52. 52. ธรรมาภิบาลในประเทศต่างๆ : อินโดนีเซีย •ปัญหาใหญ่ของอินโดนีเซียคือการปราบปรามคอร์รัปชั่น ที่จัดได้ว่ามีผลกระทบอย่างมาก ต่อการพัฒนาและสร้างเสถียรภาพทางเศรษฐกิจของประเทศ •ระดับความรุนแรงของคอร์รัปชั่นที่เผชิญอยู่นั้น สามารถวัดได้จากสภาวะและสถานภาพ ทางเศรษฐกิจ •ผลวิกฤตเศรษฐกิจปี 2540 และด้วยความช่วยเหลือ และทุนสนับสนุนจากนโยบายการ ต่อต้านคอร์รัปชั่นของ Asian Development Bank : ADB ในปี พ.ศ. 2541 เป็น แรงผลักดันให้ปราบปรามคอร์รัปชั่นทุกระดับและปฏิรูปภาครัฐไปสู่การมีธรรมาภิบาล อย่างจริงจัง
  53. 53. ธรรมาภิบาล : สิงคโปร์ •การทาให้มั่นใจในเสถียรภาพของรัฐบาล •การสร้างชาติให้เข็มแข็ง •การตอบสนองความต้องการของประชาชน •การรักษาอานาจอธิปไตย
  54. 54. ธรรมาภิบาล : สิงคโปร์ความเป็นผู้นาเป็นกุญแจสาคัญ (Leadership is key) • ภาวะผู้นาที่มีความซื่อสัตย์ มีความสาคัญมากที่สุด ผู้นาต้องไม่คิดถึงประโยชน์ส่วนตัวและ ไม่ติดสินบน ซึ่งมีข้อกฎหมายสาหรับผู้นาที่กระทาผิดหรือมีพฤติกรรมที่ไม่สุจริต • ผู้นาที่ดีจะต้องมีความสามารถตามที่ต้องการ • ผู้นาที่ดีต้องมีคุณธรรม และความกล้าหาญ • ผู้นาที่ดีสามารถทาการตัดสินใจที่ถูกต้องสาหรับประเทศ • ผู้นาที่ดีทาในสิ่งที่ถูกต้องไม่ใช่ทาในสิ่งที่เป็นที่ชื่นชอบ • ผู้นาจะต้องถูกเลือกโดยพื้นฐานของบุคลิกลักษณะที่เหมาะสม
  55. 55. ธรรมาภิบาล : สิงคโปร์ •ความคาดหวังในการเปลี่ยนแปลงและการเข้ามาเกี่ยวข้อง •ความจาเป็นสาหรับรัฐบาลในการคาดการณ์ถึงการเปลี่ยนแปลง เปิดกว้างสาหรับ ความคิดใหม่ๆ อยู่เสมอ •ประชากรของสิงคโปร์จาเป็นต้องมีการพัฒนาความรู้และทักษะอยู่เสมอ •NEWater : มีความมั่นใจในการพึ่งพาตัวเองของการจัดการทรัพยากรน้าที่มีอย่างจากัด ได้ซึ่งปัจจุบันสิงคโปร์ต้องนาเข้าน้าจากมาเลเซียอยู่ และขณะนี้กาลังมุ่งมั่นพัฒนา ระบบประปาให้ทันสมัยและเพียงพอต่อความต้องการในประเทศ •Integrated Resort : การท่องเที่ยวเป็นส่วนที่สาคัญของเศรษฐกิจสิงคโปร์
  56. 56. ธรรมาภิบาล : สิงคโปร์ •ให้รางวัลสาหรับการทางาน ซึ่งทาให้คนสิงคโปร์มุ่งที่จะทางานเพื่อประสบความสาเร็จใน ตนเองและเพื่อพัฒนาสิงคโปร์ในขณะเดียวกัน - ให้รางวัลโดยการมอบทุนการศึกษา สาหรับผู้ที่มีศักยภาพ - ให้โอกาสหรือผลประโยชน์ผ่านการเจริญเติบโต การฟื้นฟูสิงคโปร์ เพื่อความสาเร็จ (Progress Package: Providing Opportunities through Growth, Remaking Singapore for Success) เช่น การให้เงินปันผล การให้โบนัส โอกาสในการซื้อกองทุน การให้สวัสดิการ ต่างๆ เป็นต้น สาหรับผู้ที่มุ่งมั่นและทุ่มเทให้กับการทางาน •การรักษาผลประโยชน์สาหรับทุกคน •การให้คาปรึกษาที่เกี่ยวกับรัฐบาล และการตัดสินใจถูกทาเพื่อความจาเป็นของประเทศ
  57. 57. ผลการสารวจการคอรัปชั่นด้านเศรษฐกิจหรือธุรกิจของประเทศในแถบเอเชีย และเอเชียอาคเนย์ 16 ประเทศ ปี 2012 • "เพิร์ค" (Perc) หรือ Political and Economic Risk Consultancy สารวจการคอรัปชั่น ด้านเศรษฐกิจของประเทศในแถบเอเชีย และเอเชียอาคเนย์ 15 ประเทศรวมอเมริกา (เพราะอเมริกาเข้าไปเกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจทุกประเทศทั่วโลก) การสารวจจะแบ่งช่วง คะแนนออกเป็น 0 = คอรัปชั่นน้อยที่สุดหรือไม่มี ไปจนถึง 10 = คอรัปชั่นมากที่สุด • เพิร์คระบุว่า ถ้าประเทศใดมีระดับการโกงมากกว่า 7 แปลว่า การคอรัปชั่นอยู่ในระดับ "อันตรายร้ายแรง“
  58. 58. วัฒนธรรมประชาธิปไตยในสังคมไทยที่ลักษณะบางประการไม่เอื้อต่อ หลักธรรมาภิบาล การยึดมั่นในสิทธิเสรีภาพ - คนไทยส่วนใหญ่ยึดสิทธิเสรีภาพของตนเอง คาดหวังให้คนอื่นมีหน้าที่ ต่อตน การเคารพความเสมอภาค - มักเรียกร้องเมื่อต้องการเสมอกับผู้อื่น หากตนอยู่ในฐานะดีกว่ามักมองว่า เป็นบุญที่ทามา ส่วนคนด้อยกว่ามองว่าเป็นกรรมเก่า ความเชื่อมั่นในหลักนิติธรรมหรือกฎหมาย ‟ กฎหมายศักดิ์สิทธิ์เมื่อบังคับใช้กับคนอื่น ถ้าใช้กับตน จะมองหาความสัมพันธ์พิเศษกับผู้บังคับใช้กฎหมาย เช่นการคอรัปชั่นเป็นสิ่งไม่ดี เมื่อคนอื่นเป็น ผู้กระทา แต่ตนเองทาเมื่อได้รับผลตอบแทนคุ้มค่า การรับฟังเสียงผู้อื่น ‟ การรับฟังเสียงส่วนใหญ่มักใช้เมื่อต้องการเสียงสนับสนุน แต่มักจะมองข้าม เรื่องการเคารพเสียงส่วนน้อย บวรศักดิ์ อุวรรโณ 2542
  59. 59. ระบบอุปถัมภ์ในสังคมไทยไม่เอื้อต่อหลักธรรมาภิบาล  ผู้ใหญ่กับผู้น้อย ผู้น้อยให้ความเคารพ เชื่อฟัง และเกรงใจ ไม่ปฏิบัติตาม ถูกตาหนิ  ผู้ใหญ่ถูกคาดหวังจากผู้น้อยว่าเป็นคนใจถึง ใจกว้าง ประพฤติตัวดี ช่วยลูกน้องได้  เกิดค่านิยม “กตัญญูกตเวที” ระบบอุปถัมภ์จึงไม่เอื้อต่อธรรมาภิบาล  เกิดความไม่เท่าเทียม ไม่เสมอภาค สิทธิพิเศษ ติดสินบน หลีกเลี่ยงกฎหมาย บวรศักดิ์ อุวรรโณ 2542
  60. 60. ขอบคุณครับ แลกเปลี่ยนความคิดเห็น หรือถามคาถามเพิ่มเติมได้ที่ www.facebook.com/ekkachai.srivilas www.elifesara.com

×