Successfully reported this slideshow.
We use your LinkedIn profile and activity data to personalize ads and to show you more relevant ads. You can change your ad preferences anytime.

กำลังอำนาจแห่งชาติ Ndc วปอ.มส.

1,422 views

Published on

ภูมิศาสตร์และกำลังอำนาจแห่งชาติ

Published in: Education
  • Be the first to comment

  • Be the first to like this

กำลังอำนาจแห่งชาติ Ndc วปอ.มส.

  1. 1. ภูมิรัฐศาสตร์และกาลังอานาจแห่งชาติ www.elifesara.com ekkachais@hotmail.com ekkachais41@gmail.com
  2. 2. คาสอนของพระพุทธเจ้า อย่ายึดถือโดยการฟังกันตามมา อย่ายึดถือโดยการยึดถือสืบๆกันมา อย่ายึดถือโดยการเล่าลือ อย่ายึดถือโดยการอ้างตารา อย่ายึดถือโดยตรรกะ อย่ายึดถือโดยการอนุมาน อย่ายึดถือโดยการคิดตรองตามแนวเหตุผล อย่ายึดถือเพราะเข้ากันได้กับทฤษฎีของตน อย่ายึดถือเพราะมองเห็นรูปลักษณะน่าเชื่อ อย่ายึดถือเพราะนับถือว่าท่านสมนะนี้เป็นครูของเรา
  3. 3.  ภูมิศาสตร์  ภาวะประชากร  ทรัพยากรธรรมชาติ  ความเชื่อ ศาสนา ความจงรักภักดี  ลักษณะประจาชาติ  กาลังทหาร  วิทยาศาสตร์เทคโนโลยีฯ  เศรษฐกิจ  ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ  การศึกษา  อุดมการณ์ของชาติและภาวะผู้นา National Powers ภูมิรัฐศาสตร์(Geopolitics) ภูมิศาสตร์การเมือง ประวัติศาสตร์ National Security Strategy Personal, Social, National, Regional, International ประชาชน ดินแดน รัฐบาล อานาจอธิปไตย Value and National Style National Interest Vital, Important, Peripheral Model National Security Assessment : EKMODEL Defense of homeland Economic well-being Favorable world order Promotion of value Global State Non State Actors Leaders
  4. 4. การศึกษายุทธศาสตร์ ความมุ่งประสงค์แห่งชาติ (National Purpose) ๑.ค่านิยม(Values) ๒.แบบแผนของชาติ (National Style) ผลประโยชน์แห่งชาติ(National Interests) วัตถุประสงค์มูลฐานแห่งชาติ(Basic National Objectives) นโยบายความมั่นคงแห่งชาติ(National Security Policies) กาลังอานาจของชาติ(National Powers) สภาพประเทศทางภูมิรัฐศาสตร์ ปัจจัยกาลังอานาจแห่งชาติ
  5. 5. การประเมินยุทธศาสตร์ชาติ การตรวจสอบสภาวะแวดล้อม การกาหนดวัตถุประสงค์เฉพาะแห่งชาติ การวิเคราะห์กาลังอานาจแห่งชาติและแบบแผนของชาติ การกาหนดนโยบายความมั่นคงแห่งชาติ
  6. 6. การประเมินยุทธศาสตร์ชาติ Contract Manufacturer Distributor Tier 2 Supplier Tier 1 Supplier Enterprise การประเมินยุทธศาสตร์ชาติ สถานการณ์โลกและภูมิภาค สถานการณ์ประเทศรอบบ้าน ประเทศใกล้เคียงและในประเทศ ผลประโยชน์แห่งชาติ แบบแผนของชาติและค่านิยม กาลังอานาจแห่งชาติ
  7. 7. www.kpi.ac.th การศึกษายุทธศาสตร์ชาติ GEOPOLITICS FUTURE STUDIES NATIONAL POWER NATIONAL STRATEGY
  8. 8. Futures biographies Futures wheel Morphological analysis Monitoring Mission flow diagram Relevance tree Role playing Simulation and modeling Social network analysis Systems engineering Scenario method Trend analysis Trend Extrapolation Time-space grids Technology forecasting FUTURE STUDIES METHOD Anticipatory thinking Assessments Environmental scanning Back casting (eco-history) Back-view mirror analysis Bottom Up Cross-impact analysis Conducting Technology Checklists Delphi technique Future history Futures workshops Failure mode and effects analysis
  9. 9. เสือ ๘ ตัวในเอเชีย จะเปลี่ยนแปลงโลก
  10. 10. จากหนังสือ Megatrend 2000 และ Megatrend Asia ของ John Nibitt ทานายความเจริญของโลกจะไหลกลับมาอยู่ที่ญี่ปุ่น จีน เกาหลี และอาเซียน ธนาคารโลกวิเคราะห์ว่าปี ๒๐๒๕ จีนจะเป็นมหาอานาจทางเศรษฐกิจอันดับ ๑ ของ โลก ตามด้วยสหรัฐฯ อินเดีย และเยอรมนี สหรัฐฯร่วมมือกับสหภาพยุโรปสกัดกั้นการเติบโตทางเศรษฐกิจของจีน ใช้มาตรการระเบียบโลกใหม่เข้ามากดดันคือ สิทธิมนุษยชน ประชาธิปไตย สิ่งแวดล้อม และ การค้าเสรี จีนต่อสู้ไม่ยอมอ่อนข้อ ทั้งเงินสกุลหยวนของจีนยังไม่อยู่ในระบบการเงินสากล สหรัฐฯ จึงโจมตีเครือข่ายจีนเป็นประเทศที่เวลาตรงกับจีน เช่น ไต้หวัน เกาหลี มาเลเซีย ไทย สิงคโปร์และ อินโดนีเซีย
  11. 11. Sciences and Technology ลักษณะนิสัยประจาชาติเป็นหัวใจ ภาวะผู้นาก็จะเป็นมันสมอง Socio-psychotically Political Resource Economic Military Leadership Geopolitics
  12. 12. กาลังอานาจ(National Power) เครื่องมือ (INSTRUMENTS) องค์ประกอบ (ELEMENTS) คุณลักษณะ (CHARACTORISTICS) ปัจจัย (FACTORS) โครงสร้างของกาลังอานาจ (STRUCTURE OF NATIONAL POWER)
  13. 13. กาลังอานาจแห่งชาติ • ความสามารถของชาติหนึ่ง ที่สามารถชักจูงใจ ทาให้ชาติอื่นกระทาการใด ๆ ตามที่ตนปรารถนา หรือเป็นผลให้เกิดความกดดัน จนบรรลุวัตถุประสงค์ ทางการเมืองของชาติได้ • ความสามารถของรัฐ/ประเทศ ในอันที่จะก่อให้เกิดอิทธิพลแก่รัฐ/ ประเทศอื่น ๆ
  14. 14. Frederick H. Hartmann ความเข้มแข็งที่ชาติมีอยู่ เพื่อดาเนินการให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของตน .. ความหมายกาลังอานาจแห่งชาติ Inis L. Claude ความสามารถในการทาลายสิ่งต่าง ๆ ทั้งที่มีชีวิตและไม่มีชีวิต Hans J. Morgenthau ขีดความสามารถในการใช้อิทธิพลเหนือจิตใจผู้อื่น Ft. Leavenworth กาลังทั้งสิ้น/ขีดความสามารถของชาติ ในการทาให้ผลประโยชน์ของชาติบรรลุผล Harold Sprout ขีดความสามารถทั้งหมดของรัฐ ที่จะทาให้บรรลุความมุ่งหมายที่มีต่อรัฐอื่น
  15. 15. กาลังอานาจแห่งชาติ(National Power) ความสามารถของชาติในการกระทาไดๆ เพื่อผลักดัน โน้มนา ให้ การดาเนินการ บรรลุสู่ปลายทางที่ต้องการ การเมืองระหว่างประเทศและภายในประเทศ เศรษฐกิจ สังคมจิตวิทยา การทหาร วิทยาศาสตร์เทคโนโลยี การพลังงานและสิ่งแวดล้อม
  16. 16. กาลังอานาจแห่งชาติ(National Power) กาลังอานาจของชาติ มีตัวตนและไม่มีตัวตน และไม่มีประเทศใดมั่นใจว่ากาลัง อานาจของชาติที่มีอยู่นั้นเพียงพอ ประเทศที่แพ้สงครามมาจากคาดคะเนกาลังอานาจของประเทศตรงข้าม ผิดพลาด จะต้องศึกษาวิธีวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยกาลังอานาจ แห่งชาติ สามารถประเมินกาลังอานาจแห่งชาติทั้งของชาติตนและชาติอื่น กาลังอานาจที่ เป็นรูปธรรม ไม่ได้เป็นเครื่องชี้ว่าเหนือกว่าชาติอื่น
  17. 17. กาลังอานาจแห่งชาติ ลักษณะที่สาคัญมีความไม่แน่นอนในตัวเองและสามารถจะเปลี่ยนแปลงได้ ประเทศที่มีความสามารถเพิ่มขี้น กับอีกประเทศมีความสามารถคงที่ กาลังอานาจประเทศ หลังจะลดน้อยลงไปด้วยการเปรียบเทียบ กาลังอานาจที่มีอยู่ จะสร้างเพิ่มเติมได้จากภายในประเทศ และภายนอกประเทศ การจะพิทักษ์รักษาผลประโยชน์ของชาติไว้ได้ต้องมีกาลังอานาจที่เข้มแข็ง ทุกประเทศพยายามเสริมสร้างกาลังกองทัพให้มีแสนยานุภาพเหนือกว่าประเทศที่เป็นศัตรู หรือมีผลประโยชน์ของชาติขัดกัน ประเทศที่มีกาลังอานาจมากกว่า จะใช้ป้องปรามเพื่อบีบบังคับประเทศที่ด้อยกว่าให้ปฏิบัติ ตามที่ปรารถนา
  18. 18. องค์ประกอบของกาลังอานาจแห่งชาติ (Elements of National Power) แสดงให้เห็นถึงความแตกต่างระหว่างรัฐ แต่รัฐทุกรัฐก็จะมีความเท่าเทียมกันไม่ว่า มีเศรษฐกิจและการทหารจะเป็นอย่างไรก็มีสิทธิออกเสียงใน UN ได้เพียง ๑ เสียง ขีดความสามารถเป็นเสมือน “รากฐานของอานาจแห่งรัฐ” เป็นคุณสมบัติที่แสดง ให้เห็นฐานะที่เป็นจริงของรัฐนั้นในเวทีระหว่างประเทศ รัฐจะเป็นเครื่องมือในการสร้างอานาจ(Power Inventory) ที่เป็นศักยภาพในการ ดาเนินนโยบายของประเทศ
  19. 19. GLOBAL CONFLICT Globalisation & Localisation Hard Power & Soft Power Americanization & Islamization Capitalism & Socialism High Technology & Low Technology Tangible & Intangible Physical & Mental or Spiritual National Resource EKMOD
  20. 20. “There is no instance of a country having been benefited from a long war” •การทาสงครามจะต้องชัยชนะเผด็จศึกในเร็ววันไม่ควรให้เนิ่นช้า •ประเทศจะไม่ได้รับประโยชน์อันใดเลยถ้าปล่อยให้การรบยืดเยื้อ •ค่าใช้จ่ายในการดาเนินการสงครามจะสูง การคลังของประเทศจะมี ปัญหา •กองทัพต้องติดศึกอยู่นานวัน อาวุธ ยุทโธปกรณ์ จะลดความคมกล้า ขวัญ ทหารนับวันจะเสื่อม กาลังพลก็จะอ่อนเปลี้ย
  21. 21. รูปแบบการทาสงคราม สังคมนิยมคอมมิวนิสต์ หนึ่งประเทศสองระบบ มุสลิม/ท้องถิ่นนิยม รูปแบบของการใช้กาลังอานาจแต่ละยุคสมัย
  22. 22. ยูเรเซีย(Eurasia) รูปแบบการทาสงคราม หนึ่งประเทศสองระบบ สังคมนิยมคอมมิวนิสต์ มุสลิม/ท้องถิ่นนิยม
  23. 23. www.kpi.ac.th ใช้กาลังอานาจแห่งชาติเป็นเครื่องมือตามยุคสมัย Military Power Politics Power Economics Power Sociological Power National Power
  24. 24. www.kpi.ac.th ใช้กาลังอานาจแห่งชาติเป็นเครื่องมือตามยุคสมัย Military Power Politics Power Economics Power Sociological Power Media Power National Power
  25. 25. www.kpi.ac.th การใช้อานาจในการต่อสู้ตามยุคสมัย Military Power Politics Power Economics Power Sociological Power Religion,Culture Media Power Facebook, Twitter, Vdolink, Mobile Phone, TV, Radio National Power
  26. 26. แนวคิดทางภูมิรัฐศาสตร์
  27. 27. www.kpi.ac.th ความรู้ในการศึกษายุทธศาสตร์ชาติ GEOPOLITICS FUTURE STUDIES NATIONAL POWER ภูมิศาสตร์การเมือง ประชาชนและสังคม ดินแดนที่มีขอบเขตแน่นอน รัฐบาล อานาจอธิปไตย
  28. 28. Geopolitics ภูมิรัฐศาสตร์มีความเกี่ยวโยงและสัมพันธ์กันกับภูมิศาสตร์ ที่ตั้ง และการ กาหนดนโยบายต่างประเทศของรัฐนั้นๆ ภูมิรัฐศาสตร์ มีรากฐานมาจากลักษณะเฉพาะ ๔ ประการคือ  ภูมิศาสตร์การเมือง  ประวัติศาสตร์  การใช้ลัทธิอานาจนิยม  ยุทธศาสตร์ทางบก ทางเรือ และทางอากาศ แนวคิดนี้ได้ถูกฮิตเลอร์นาเอาไปใช้
  29. 29. พล.จ.ดร.คาร์ล เฮาส์โฮฟเฟอร์ (Karl Ernst Houshofer)  ผสมผสานแนวความคิดของ แมคคินเดอร์ในเรื่องความสัมพันธ์ ของทรัพยากร  เสนอความต้องการด้านทรัพยากร ให้แก่กาลังอานาจของโลก ผู้อานวยการสถาบันภูมิรัฐศาสตร์ ของเยอรมัน(ค.ศ. ๑๘๖๐–๑๙๔๕) แนวความคิดทางการเมืองของรัฐซึ่งเป็นเสมือนองค์กร
  30. 30. มุมมองด้านภูมิรัฐศาสตร์ Heart Land and Rim Land Strategy http://www.tortaharn.net/contents/index.php?option=com_content&task=view&id=63&Itemid=75&ccdate=6-2008
  31. 31. Pivot Area
  32. 32. H. Mackinder’s "heartland" theory (1904)
  33. 33. Sir Halford Mackinder Geopoliitika:Geopolitics EURASIA
  34. 34. Mackinder’s Theory เป็นทฤษฎีทางภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitics) ประเทศใดถ้ามีภูมิประเทศ หรือ สามารถยึดบริเวณจุดสาคัญ (Pivot Area) หรือใจโลก (Heartland) แล้ว ประเทศนั้นก็จะเป็นผู้ครองอานาจอันสูงสุด ดินแดนที่เป็นใจโลกตามแนวความคิดของแมคคินเดอร์คือ ดินแดนแถบทะเลบอลติค ทุ่ง หญ้าสะเต็บตอนกลางของโซเวียต ปัจจุบันเป็นบริเวณที่เป็นทะเลน้าแข็งตลอดปี ด้านเหนือ เป็นมหาสมุทรอาร์คติคกับขั้วโลกเหนือ เป็นชัยภูมิเหมาะเพราะเรือเข้าไม่ถึง แม่น้าดานูบดนี เปอร์ เอเซียไมเนอร์ จีน ทิเบต และมองโกเลียจดเอเซียใต้
  35. 35. สามารถควบคุมทรัพยากรทั้ง คน และวัตถุ ของโลกได้อย่างสมบูรณ์ “ ใครครองยุโรปตะวันออกได้จะเข้าควบคุมใจกลางของพื้นโลกได้ ผู้ใดครองใจกลางของพื้นโลกได้ จะสามารถควบคุมพื้นที่เกาะต่างๆของโลกได้ และผู้ใดครองพื้นที่เกาะต่าง ๆ ของโลกได้ ก็จะควบคุมโลกได้ในที่สุด” กาหนดยุทธศาสตร์ใจโลก (Heartland Strategy) "Who rules East Europe commands the Heartland; who rules the Heartland commands the World-Island; who rules the World-Island controls the world." Halford John Mackinder (1919)
  36. 36. จานวนพลเมือง ทรัพยากร การเดินเรือ Rimland Eurasia World แนวคิด“ยุทธศาสตร์ขอบโลก”(Rimland Strategy)จะโต้แย้งกับ“ ยุทธศาสตร์ใจโลก ” Who controls the rimland rules Eurasia.Who rules Eurasia controls the destinies of the world ใครสามารถครองบริเวณใจโลกได้ จะต้องครอบครองบริเวณดินแดนโดยรอบให้ได้ก่อน การใช้กาลังอานาจทางเรือที่มีประสิทธิภาพเป็นหลัก ตามแนวคิดของมาฮานเรื่องสมุทธานุภาพ แนวคิดนี้ได้รับการพิสูจน์หลังสงครามโลกครั้งที่สอง พันธมิตรจัดตั้งกองกาลังในบริเวณพื้นที่ต่าง ๆของโลกอย่างเป็น ระบบ เพื่อป้องกันการเข้าครอบครองใจโลกของฝ่ายคอมมิวนิสต์
  37. 37. ภูมิรัฐรัฐศาสตร์ของประเทศไทย ประเทศไทยตั้งอยู่ในย่านการแข่งอิทธิพลระหว่างจีน และสหรัฐอเมริกา ประเทศไทยต้องดาเนินนโยบายทางการเมืองด้วยความรอบคอบ สามารถถ่วงดุลกับประเทศทั้งสองได้ ที่ตั้งของประเทศไทยมีความสาคัญทางยุทธศาสตร์ต่อประเทศในเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ ทางเข้าสู่ประเทศทั้งทางบก ทางทะเล และทางอากาศนั้นเหมาะแก่การคมนาคมขนส่ง แต่ก็มีจุดอ่อนอยู่มาก โดยเฉพาะในภาคใต้เพราะลักษณะภูมิประเทศยาวบางและมีทางเข้าสู่ทางทะเลได้ เกือบทุกด้านยากแก่การป้องกันเป็นอย่างยิ่ง สภาพลมฟ้ าอากาศนั้นประเทศไทยอยู่ในเขตร้อนมีฝนตกชุกในฤดูฝนมีพืชพันธุ์ธัญญาหารอุดมสมบูรณ์ แต่ขาดทรัพยากรธรรมชาติที่ใช้เป็นหลักในการอุตสาหกรรม
  38. 38. 41 80 70 60 50 40 30 20 10 EQUATOR 20 30 40 50 60 70 80 30 40 50 60 70 80 20 10 10 30 40 50 60 70 80 80 70 60 50 40 30 20 10 30 TROPIC OF CANCER 40 50 60 70 80 80 70 60 50 40 30 20 10 EQUATOR TROPIC OF CANCER TROPIC OF CAPRICORN TROP OF CAPRICORN 10 20 30 30 40 40 50 50 60 60 70 70 80 80 80 70 60 50 40 30 20 10 30 40 50 60 70 80 80 70 60 50 40 30 20 10 AUSTRALIA A S I A A F R I C A E U R O P E GREENLANDGREENLAND NORTH AM ERICA ANTARCTICA SOUTH AM ERICA P A C I F I C O C E A N O C E A N I N D I A N O C E A N PACIFIC OCEAN A T L A N T I C แผนที่โลกแสดงเขตเศรษฐกิจโลก 40 6 0 60 40 5 5 Equator 5 5 ละติจูด 40 - 60 องศาเหนือ เขตอากาศอบอุ่น เป็ นกลุ่มประเทศอุตสาหกรรม ละติจูด 5 องศาเหนือ - 5 องศาใต้ เขตอากาศร้อนชื้น
  39. 39. ปัจจัยทางภูมิศาสตร์กับพลังอานาจของประเทศไทย 43 ไทย Australi a US A Canad a Chi na In dia Russ ia Bra zil Argen tina Mexi co
  40. 40. Alfred Thayer Mahan นายพลเรือสหรัฐฯ ค.ศ. ๑๘๔๐ – ๑๙๑๔ เป็นผู้บรรยายในวิทยาลัยการทัพเรือ  บิดาแห่งกาลังอานาจทางทะเล  เขียนหนังสือเกี่ยวกับทฤษฏีของการใช้กาลังอานาจทางเรือ  เสนอแนวคิดกาลังอานาจทางทะเล(Sea Power Strategy) ครองเจ้าทะเล คุมเส้นทางเดินเรือ และแสวงหาทรัพยากรโพ้นทะเล  ภูมิรัฐศาสตร์นาสู่การพัฒนากาลังอานาจทางทะเลทฤษฎีสมุททานุภาพ กาลัง ทางเรือ ฐานทัพเรือ พาณิชย์นาวี ท่าเรือพาณิชย์ ซึ่งได้รับการยอมรับในผลงานยุทธศาสตร์ทางเรือ(Naval Strategy)
  41. 41. Alfred Thayer Mahan • เอาเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์มาพัฒนาแนวความคิดของตน • ความสัมพันธ์ของกาลังอานาจทางเรือกับเศรษฐกิจ • กาลังอานาจทางเรือย่อมขึ้นอยู่กับความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจ • ความก้าวหน้าทางเศรษฐกิจต้องการแหล่งวัตถุดิบและตลาดเป็น ประการสาคัญ • มีแนวความคิดว่ารัฐที่มีขีดความสามารถทางเรือและมีการค้าขายทาง ทะเลย่อมได้เปรียบกว่ารัฐอื่น ๆ
  42. 42. Alfred Thayer Mahan รัฐจาเป็นต้องเปิดเส้นทางคมนาคมทางทะเลให้มากพอและมากยิ่ง กว่าทางพื้นดิน  รายละเอียดและความชัดเจนในปัจจัยสิ่งแวดล้อมทางกายภาพเกี่ยวกับกาลัง อานาจแห่งชาติทางทะเล การพัฒนากาลังอานาจทางเรือ ต้องแสวงหา สิ่งแวดล้อมทางกายภาพต่าง ๆเช่น ฝั่งทะเล •ท่าเรือธรรมชาติ ที่ตั้งทางยุทธศาสตร์และภูมิศาสตร์ รูปร่างทางกายภาพ การขยาย ดินแดน จานวนพลเมือง คุณลักษณะของรัฐบาลและประชากร
  43. 43. ภาวะประชากร อัตราการเจริญก้าวหน้าของประชากร ความหนาแน่นและการกระจาย โครงสร้างสังคม/อายุของประชากร คุณภาพของประชากร/ระดับการศึกษา การสาธารณสุข/โภชนาการและอนามัย คุณภาพ/ระดับการศึกษาทัศนคติต่อการทางาน มาตรฐานค่าครองชีพ ความสามารถด้านวิทยาศาสตร์/การประกอบอาชีพ ระดับของฝีมือแรงงาน
  44. 44. ประชากร 1300 เศษ ประชากร 1100 เศษ
  45. 45. POPULATION World 7197354235 China 1389112285 1 India 1258724950 2 USA 321143287 3 Indonesia 251136443 4 Brazil 201083050 5 Pakistan 183432456 6 Nigeria 175729741 7 Bangladesh 157422217 8 Russia 142675857 9 Japan 127080989 10 Mexico 122965087 11 Philippines 99128309 12 Ethiopia 95138910 13 Vietnam 92053904 14 Germany 82,693971 15 Egypt 82630562 16 Iran 77,888,011 17 Turkey 75,323,141 18 Congo 68311006 19 Thailand 67101664 20
  46. 46. World Muslim Population General & Islamic Source Continent Population in 2003 Muslim Population in 2003 Muslim Percentage Africa 861.20 461.77 53.62 Asia 3830.10 1178.89 30.78 Europe 727.40 52.92 7.28 North America 323.10 6.78 2.10 South America 539.75 3.07 0.57 Oceania 32.23 0.60 1.86 Total 6313.78 1704.03 26.99 Muslim Population is increasing at the rate of 2.9%** We are taking the rate of natural increase as 2% around the world. The Muslim population in 2003 was 1704.03 million. **US Center For World Mission 1997 Report
  47. 47. ประเทศมุสลิม ประเทศมุสลิมที่ปกครองในระบอบกษัตริย์หรือเจ้าผู้ครองในลักษณะ สมบูรณาญาสิทธิราชย์หรือกึ่งๆ ประเทศมุสลิมประชาธิปไตยแบบสมัยใหม่ ประเทศมุสลิมสมัยใหม่กึ่งประชาธิปไตย ประเทศมุสลิมแนวปฏิวัติ ประเทศมุสลิมสายเคร่ง ประเทศมุสลิมผสมอิทธิพลของวัฒนธรรมสลาฟ
  48. 48. ประเทศมุสลิม ประเทศมุสลิมที่ปกครองในระบอบกษัตริย์หรือเจ้าผู้ครองในลักษณะสมบูรณาญาสิทธิราชย์ หรือกึ่งๆ(โมร็อกโก จอร์แดน ซาอุดิอารเบีย บรูไน และรัฐเล็กๆ ริมอ่าวเปอร์เซีย) ประเทศมุสลิมประชาธิปไตยแบบสมัยใหม่(มาเลเซีย อินโดนีเซีย ตุรกี) ประเทศมุสลิมสมัยใหม่กึ่งประชาธิปไตย(ปากีสถาน แอลจีเรีย อียิปต์ ตูนิเซีย เลบานอน) ประเทศมุสลิมแนวปฏิวัติ(อิรัก ซีเรีย ลิเบีย ซึ่งมีผู้นาในลักษณะเผด็จการหรือกึ่งเผด็จ การ) ประเทศมุสลิมสายเคร่ง (คือศาสนามีอานาจเหนือรัฐ) มักรู้จักกันในภาษาอังกฤษว่า Islamic Fundamentalism ได้แก่ อัฟกานิสถาน และอิหร่าน (ซึ่งเคร่งน้อยลงกว่าใน ทศวรรษ ๑๙๘๐) ประเทศมุสลิมผสมอิทธิพลของวัฒนธรรมสลาฟ ได้แก่ บรรดาประเทศในบริเวณเอเชีย กลางและคอเคซัสที่เคยรวมอยู่ในอดีตสหภาพโซเวียต(อุสเบกิสถาน เติร์กเมนิสถาน คาซัก สถาน ทิกิร์เซีย และอาเซอร์ไบจาน)
  49. 49. ประเทศมุสลิมที่มีความสัมพันธ์อันดีกับสหรัฐอเมริกาและกลุ่มประเทศตะวันตก อิยิปต์ โมร็อกโก จอร์แดน ซาอุดิอาระเบีย ตูนิเซีย ปากีสถาน รัฐเล็กๆ ริมอ่าวเปอร์เซีย ประเทศมุสลิมในเอเซียคืออินโดนีเซีย และบูรไน
  50. 50. .. กลุ่มแอฟริกา ประชากรมุสลิม 294 ล้านคน กลุ่มประเทศแถบเอเชียใต้ ประชากรมุสลิม 326.9 ล้านคน กลุ่มตะวันออกกลาง ประชากรมุสลิม 194.4 ล้านคน กลุ่มประเทศอาเซียน ประชากรมุสลิม 192.5 ล้านคน กลุ่มยุโรปตะวันออก ประชากรมุสลิม 72.7 ล้านคน ไทย
  51. 51. www.kpi.ac.th แนวทางสู่ความรู้ใน การศึกษายุทธศาสตร์ชาติ GEOPOLITICS FUTURE STUDIES NATIONAL POWER NATIONAL STRATEGY
  52. 52. กาลังอานาจแห่งชาติ • ความสามารถของชาติหนึ่ง ที่สามารถชักจูงใจ ทาให้ชาติอื่นกระทาการใด ๆ ตามที่ตนปรารถนา หรือเป็นผลให้เกิดความกดดัน จนบรรลุวัตถุประสงค์ ทางการเมืองของชาติได้ • ความสามารถของรัฐ/ประเทศ ในอันที่จะก่อให้เกิดอิทธิพลแก่รัฐ/ ประเทศอื่น ๆ
  53. 53. “There is no instance of a country having been benefited from a long war” •การทาสงครามจะต้องชัยชนะเผด็จศึกในเร็ววันไม่ควรให้เนิ่นช้า •ประเทศจะไม่ได้รับประโยชน์อันใดเลยถ้าปล่อยให้การรบยืดเยื้อ •ค่าใช้จ่ายในการดาเนินการสงครามจะสูง การคลังของประเทศจะมี ปัญหา •กองทัพต้องติดศึกอยู่นานวัน อาวุธ ยุทโธปกรณ์ จะลดความคมกล้า ขวัญ ทหารนับวันจะเสื่อม กาลังพลก็จะอ่อนเปลี้ย
  54. 54. พล.ต. คาร์ล ฟอน เคล้า เซวิทส์ ( KARL VON CLAUSEWITZ) นักยุทธศาสตร์ชาวปรัสเซีย ค.ศ. ๑๗๘๐ – ๑๘๓๑ ได้รับอิทธิพลมาจาก มาเกียเวลลี และนโปเลียน เขียนตารายุทธศาสตร์ทหาร ชื่อ “ON WAR” ได้รับสมยาให้เป็น “บิดาของกาลังทางบก” แนวความคิดการยุทธศาสตร์ทหารที่สาคัญ คือ ยุทธศาสตร์ทหาร = จุดมุ่งหมาย + การรบ พลังอานาจของชาติ = การเมือง + สังคม + ทหาร + เศรษฐกิจ
  55. 55. แนวคิดแบบ Hard Power ขาดความรู้ ความคิด และวัฒนธรรมที่แตกต่างกัน การต่อสู้แบบตาต่อตา / ฟันต่อฟัน การใช้กาลังอานาจทางทหารไม่สามารถหยุดยั้ง Soft Power ได้ ภาคใต้มีการใช้แนวคิดตะวันตกมาใช้
  56. 56. แนวคิดแบบ Soft Power Case การฆ่าตัดคอเผยแพร่สื่อ Internet ของตะวันตก การถอนกาลังของพันธมิตรในอิรัก จิตสานึก ISLAM สากลกระทบต่อความมั่นคงโลก ครูสอนศาสนามีการเผยแพร่แนวคิด ไปทุกเขตที่มีมุสลิมทั่วโลก มุสลิมในประเทศต่างๆ เรียกร้องเอกลักษณ์ และลัทธิทางศาสนา วัฒนธรรม ของตนเอง เรียกร้องแยกตัวเองเป็นรัฐอิสระ ประเทศที่ด้อยทางการจัดการปัญหาเชิงประวัติศาสตร์
  57. 57. แนวคิดแบบ Hard Power ขาดความรู้ความคิด ในวัฒนธรรมที่แตกต่างกัน การต่อสู้แบบตาต่อตา / ฟันต่อฟัน การใช้กาลังอานาจทางทหารไม่สามารถหยุดยั้ง Soft Power ได้ ภาคใต้มีการใช้แนวคิดตะวันตกมาใช้
  58. 58. แนวคิดแบบ Soft Power Case การฆ่าตัดคอเผยแพร่สื่อ Internet ของตะวันตก การถอนกาลังของพันธมิตรในอิรัก จิตสานึก ISLAM สากลกระทบต่อความมั่นคงโลก ครูสอนศาสนาเผยแพร่แนวคิด ไปทุกเขตที่มีมุสลิมทั่วโลก มุสลิมในประเทศต่างๆ เรียกร้องเอกลักษณ์ และลัทธิทางศาสนา วัฒนธรรมของตนเอง เรียกร้องแยกตัวเองเป็นรัฐอิสระ ประเทศที่ด้อยทางการจัดการปัญหาเชิงประวัติศาสตร์
  59. 59. ขีดความสามารของชาติ การใช้ประโยชน์จากปัจจัยทางกายภาพของรัฐบาลได้แก่ สภาพทางภูมิศาสตร์และประชากร ความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากร รัฐที่มีทรัพยากรอุดมสมบูรณ์ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลในระบอบประชาธิปไตย หรือรวบอานาจ สภาพทางภูมิศาสตร์ทาให้ได้เปรียบในทางยุทธศาสตร์ ประชากรกับทรัพยากรธรรมชาติจะเป็นหลักคู่กันของกาลังอานาจ ความพร้อมรบทางการทหาร และการพัฒนาอุตสาหกรรม มีปัจจัยอื่นๆ ที่มีความสาคัญอยู่ไม่น้อยต่อกาลังอานาจแห่งชาติ ได้แก่ ภาพพจน์ของประเทศ หรือทัศนะที่ประเทศอื่นมีต่อประเทศนั้น
  60. 60. Germany France Italy Britain Japan USA Engineering Culture Chic Culture Sexy Culture Heritage Culture Technology Culture Youth Culture ประเมินรากวัฒนธรรมที่เข้มแข็ง Culture as the Root of Competency Cultural OrientationCountry Thailand ?
  61. 61. Germany France Italy Britain Japan USA Engineering Culture Chic Culture Sexy Culture Heritage Culture Technology Culture Youth Culture รากวัฒนธรรมที่เข้มแข็ง Culture as the Root of Competency Cultural OrientationCountry Thailand Human Touch Culture
  62. 62. ลักษณะประจาชาติ วัฒนธรรม จารีตประเพณี ปทัสฐาน ศาสนา ความกระตือรือร้นของคนในชาติ ทัศนคติต่อการทางาน
  63. 63. จะต้องพิจารณาปัจจัยต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกาลังอานาจ ภาพพจน์ของประเทศหรือทัศนะที่ประเทศอื่นมีต่อประเทศนั้น กาลังอานาจจะต้องมาพิจารณาปัจจัยต่าง ๆ เกี่ยวข้อง – ลักษณะนิสัยประจาชาติ (National Character) – ขวัญและกาลังใจ (Morale) – อุดมการณ์ (Ideology) – ภาวะผู้นาของประเทศ (National Leadership)
  64. 64. ลักษณะประจาชาติหรือนิสัยประจาชาติ(National Character) ลักษณะในการคิด การแสดงความรู้สึก การกระทาของคนในชาติ โดยรวม สิ่งที่ทาสืบต่อกันมาทางสายโลหิต ตามเชื้อชาติและเผ่าพันธุ์ สภาพแวดล้อมในการดารงชีวิตและเติบโตในสังคมเดียวกัน ความ เป็นอยู่ การฝึกอบรม วัฒนธรรม การเลียนแบบ ประสบการณ์ ฯลฯ ทาให้ประชากรมีความรู้สึกนึกคิดและการประพฤติปฏิบัติเป็นไปใน แนวทางเดียวกัน ดูได้จากการประพฤติปฏิบัติของคนส่วนใหญ่ในชาติ ที่กาเนิดใน ประเทศนั้น เป็นการประพฤติปฏิบัติอย่างสม่าเสมอและสืบทอดกันมา จนเป็นที่ยอมรับว่าเป็นลักษณะประจาชาตินั้น ๆ
  65. 65. ลักษณะนิสัยประจาชาติ – เป็นเรื่องที่สับสนมาก และเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา – ความสัมพันธ์ระหว่างลักษณะนิสัยประจาชาติกับกาลังอานาจแห่งชาติ มิได้ขึ้นอยู่กับตัวลักษณะนิสัยที่มีอยู่จริง ๆ เท่าใดนัก ขึ้นอยู่กับการที่ ประเทศหนึ่งเชื่อว่าอีกประเทศหนึ่งเป็นอย่างไร – ลักษณะนิสัยประจาชาติกับขวัญและกาลังใจของแต่ละประเทศเป็น แหล่งกาเนิดของกาลังอานาจดูได้จาก วัฒนธรรม ประสบการณ์จาก ประวัติศาสตร์ โครงสร้างทางสังคม
  66. 66. ลักษณะนิสัยประจาชาติเป็นหัวใจ ภาวะผู้นาเป็นมันสมอง ภาวะผู้นาและภาพพจน์ของประเทศเป็นที่มาของกาลังอานาจ ภาวะผู้นาบกพร่องทรัพยากรอื่น ๆ ก็อาจจะไม่เกิดประโยชน์ จานวนประชากรหรือศักยภาพทางเศรษฐกิจและทางทหารจะมีความ เข้มแข็งก็ต่อเมื่อผู้นาของประเทศนั้นสามารถใช้ประโยชน์จาก ทรัพยากร ภาวะผู้นาสามารถจะตัดสินใจได้ว่าจะใช้ทรัพยากรของประเทศ อย่างไร
  67. 67. ลักษณะนิสัยประจาชาติ รักสงบ เคารพอาวุโส เชื่อโชคลางของขลัง เชื่อกฎแห่งกรรม ยอมตามผู้มีอานาจ รักเอกราช สุกเอาเผากิน ไม่ยอมให้ใคร ดูหมิ่น รักถิ่นและครอบครัว อ่อนน้อมถ่อมตัว ชอบผู้นา ทา สารวย ชอบบันเทิง(สนุก) เมตตากรุณา ผักชีโรยหน้า ไม่ กระตือรือร้น เป็ นคนใจกว้าง ช่างอดช่างทน กตัญญูกตเวที ชอบมีอภิสิทธิ์ จิตใจเอื้ออารี โอนอ่อนผ่อนตาม มีความเกรงใจ ให้อภัยเสมอ ตามใจต่างชาติ ฉลาดเลือกงาน ทาการมักเบ่ง เคร่งครัดเคารพแด่พระมหากษัตริย์ •สภาวิจัยแห่งชาติได้ประมวลไว้เป็นร้อยกรองโดยสมบูรณ์
  68. 68. Seapower21
  69. 69. ยุทธศาสตร์ใหม่ของสหรัฐฯ กาหนดเป็นยุทธศาสตร์แบบ ๔-๒-๑ สามารถยับยั้งภัยคุกคามได้ ๔ ภูมิภาค เอาชนะได้อย่างรวดเร็ว ๒ ภัยคุกคาม เอาชนะได้อย่างเด็ดขาด อย่างน้อย ๑ ใน ๒ ภัยคุกคาม
  70. 70. EURASIA ให้ความสาคัญกับภูมิภาค East Asia, Northeast Asia South East Asia Europe
  71. 71. Northeast East Asia South East Asia Europe
  72. 72. การพัฒนากองทัพสหรัฐฯ ปรับกองเรือจาก ๑๙ กองเรือ เป็น ๓๗ กองเรือ มีขีดความสามารถใน การทาการรบในทุกภูมิภาคทั่วโลก ให้ความสาคัญกับขีดความสามารถของหน่วยปฏิบัติการพิเศษ (Special Force) มีการปรับปรุงเรือดาน้า Nuclear ชั้น Ohio Class ซึ่งจากเดิมมีการ ติดตั้งขีปนาวุธ Nuclear มาเป็นติดตั้งอาวุธปล่อยแบบ Tomahawk และสามารถส่งหน่วย Special Force ขึ้นปฏิบัติการบนฝั่งได้
  73. 73. ยุทธศาสตร์ทหารของสหรัฐ Strategic Defense Mobile Forces Bases Places Hard Power Soft Power Smart Power
  74. 74. ประสบการณ์จากการรบของสหรัฐฯ สงครามอัฟกานิสถาน ต้องการใช้พื้นที่ปากีสถานเป็นฐานทัพหน้าและส่งกาลังบารุง รัฐบาลปากีสถานอนุญาตให้สิทธิแค่การบินผ่าน สงครามอิรัก ขอใช้พื้นที่ตุรกีเป็นฐานทัพหน้า ถูกปฏิเสธจากสภาฯ การใช้พื้นที่ประเทศอื่นเป็นฐานทัพหน้า ต้องเสี่ยงกับการใช้งป.มหาศาล และเกิด ความสูญเปล่าในอนาคต การลงทุนสร้างฐานทัพที่อ่าวซูบิคในฟิลิปปินส์ ต่อมาไม่ต่อสัญญาเช่า ต้องหันกลับมาใช้อาณานิคมของตนเอง คือเกาะกวมเป็นศูนย์กลางของกองกาลัง สหรัฐฯ ในเขตภูมิภาค เอเชีย-แปซิฟิก
  75. 75. แนวคิด Sea Basing สร้างฐานทัพหน้าในแผ่นดินตนเอง ใช้กาลังเคลื่อนที่เร็ว ลดการ พึ่งพาชาติอื่น วางกาลังและฐานทัพ ฐานส่งกาลังบารุงต่าง ๆ ไว้ทั่วโลก วางกาลังใหม่ของ ทร.สหรัฐฯ ในภูมิภาคเอเชีย – แปซิฟิก ลดกาลัง ทหารประจาการในเกาหลีใต้ จานวน ๑ ใน ๓ เหลือ ๑๒,๕๐๐ คน จากเดิม ๓๗,๕๐๐ คน ภัยคุกคามรูปแบบใหม่ยากที่จะประเมินทิศทางและเป้าหมายที่ชัดเจน ยุทธศาสตร์ใหม่ของสหรัฐฯเน้นการสร้างความร่วมมือจากชาติ พันธมิตร ในการเข้าจัดการกับภัยคุกคามตามภูมิภาคต่าง ๆ
  76. 76. ยุทธศาสตร์ Sea Power21 ปรับวางกาลังของกองทัพเรือสหรัฐฯโดยทบทวน ยุทธศาสตร์ ปรับเปลี่ยนรูปแบบ จานวนและสถานที่ที่ กาลังทหารของสหรัฐฯประจาการอยู่ทั่วโลก กาหนดภัยคุกคามและยุทธศาสตร์ขึ้นใหม่ทั้งหมด มีการ ลงนามร่วมระหว่าง ผบ.ทร. และ ผบ.นย.และให้ กระทรวงกลาโหมฯ อนุมัติ
  77. 77. กรอบแนวความคิดของ Sea Power 21 Sea Shield การป้องกันจากทะเล ปกป้องแผ่นดินแม่ มีการป้องกัน Air Missile Theater, Air Missile Defense และการป้องกันภัยคุกคามทั้ง 3 มิติ Sea Strike การโจมตีจากทะเล Sea Basing ฐานปฏิบัติการจากทะเลที่ใช้ในการบัญชาการรบ Sea Trial คือ จะต้องมีการฝึกและทดสอบจุดมุ่งหมายเพื่อพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ ๆ และวางแนวความคิดในการปฎิบัติการ Sea Warrior การอบรมและพัฒนาคุณภาพของกาลังพลทางเรือ Sea Enterprise การตรวจสอบเพื่อปรับปรุงการปฎิบัติภารกิจของกองทัพให้มี ประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
  78. 78. Maritime Prepositioning Force (Future) MPF(F) / Seabase
  79. 79. องค์การเดินเรือระหว่างประเทศ (International Maritime Organizatin-IMO) เป็นหน่วยงานของ UN รับรองมาตรการต่อต้านการก่อการร้ายทางทะเลที่เรียกว่า The International Ship and Port Facility Code (ISPS CODE) เมื่อปี 2545 มาตรการที่กาหนดให้ประเทศสมาชิก IMO ที่รับรองมาตรการนี้จานวน 146 ประเทศ เพิ่มการ รักษาความปลอดภัยการเดินเรือเพื่อป้องกันการก่อการร้าย กาหนดให้เรือที่มีระวางตั้งแต่ 300-50,000 ตัน ต้องติดตั้งระบบ Automatic Information System ภายใน 31 ธันวาคม 2547 กาหนดให้เรือทุกลาต้องติดตั้งระบบเตือนภัยให้เจ้าหน้าที่บนฝั่งทราบถึงชื่อเรือ สถานที่ตั้ง และ ปัญหาด้านความปลอดภัย กาหนดให้ท่าเรือมีการประเมินความปลอดภัยของท่าเรือ และจัดทาแผนรักษาความปลอดภัย สถานที่ เรือลาใดที่ไม่ปฏิบัติตามระเบียบนี้จะไม่ได้รับใบประกาศความปลอดภัยการเดินเรือระหว่าง ประเทศ(International Ship Security Certificate) ซึ่งจะทาให้ไม่สามารถจอดเข้าท่าเทียบ เรือของประเทศสมาชิก IMO ได้
  80. 80. National Security Strategy and Economic Strategy Raw Material Product & Container Money Man
  81. 81. Globalization Technology Mobility Beliefs Economy
  82. 82. การแบ่งกลุ่มประเทศในโลกของสหรัฐ กลุ่มประเทศ G7 กลุ่มประเทศกาลังพัฒนา กลุ่มประเทศเกิดใหม่และรัฐเอกราช กลุ่มประเทศอักษะแห่งความชั่วร้าย
  83. 83. วปอ.
  84. 84. ระดับการพัฒนาการทางเศรษฐกิจ การจัดการทรัพยากร กาลังอานาจทางเศรษฐกิจ ความสามารถทางเกษตรกรรม
  85. 85. 100 ลักษณะและขีดความสามารถของรัฐในด้านเศรษฐกิจ อัตราส่วนของผลผลิตทางด้านเกษตรกรรม อุตสาหกรรม และบริการ ขีดความสามารถในการผลิต ทั้งปริมาณและคุณภาพ ผลผลิตทางเกษตรกรรม อุตสาหกรรม และบริการทั้งปริมาณและคุณภาพ GNP/GDP/รายได้ประชาชาติต่อหัว การผลิตพลังงานและวัตถุปัจจัยอุตสาหกรรมหนัก พลังทางแรงงานของชาติ ระดับการพัฒนาการทางเศรษฐกิจ
  86. 86. ความสามารถทางเกษตรกรรม มีผลผลิตสูง แรงงานที่ใช้และต้นทุนต่า ความสามารถในการพัฒนาทางด้านเกษตรกรรม การจัดการทรัพยากร สัดส่วนทางทรัพยากรที่ใช้สอยและสะสมไว้เป็นทุน ส่วนสัดรายจ่ายของรัฐ สัดส่วนของทรัพยากรที่ใช้เพื่อความมั่นคง การพึ่งตนเอง ได้ในทางเศรษฐกิจ กาลังอานาจด้านเศรษฐกิจ
  87. 87. 102 ขาดดุลย์ทางการค้า ขาดดุลย์บัญชีเดินสะพัด ขาดดุลย์การชาระเงิน หนี้ต่างประเทศ ฐานะเงินสารองระหว่างประเทศ การลงทุนต่างประเทศไม่มี ถอนเงินออก ธนาคาร, สถาบันการเงิน ทุจริต ล้ม ดอกเบี้ยสูงจนดาเนินธุรกิจไม่ได้ วิกฤติทางการเศรษฐกิจ
  88. 88. กาลังอานาจทางเศรษฐกิจ โครงสร้างระบบ เงื่อนไขทางเศรษฐกิจ ทรัพยากรธรรมชาติ การเงินและการคลัง การผลิต-การตลาด-การบริโภค การค้านานาชาติ การบริหารและพื้นฐานทางเศรษฐกิจ โครงสร้างทุน สถานการณ์การเงินและเศรษฐกิจนานาชาติ การให้รางวัลหรือลงโทษ ควบคุมสินค้า บริการ และทรัพยากร สิทธิพิเศษทางการค้า การคว่าบาตรทางการค้า การห้ามนาเข้า การช่วยเหลือจากต่างประเทศ
  89. 89. กาลังอานาจทางการเมือง อุดมการณ์และอุปนิสัยของพลเมือง รัฐบาลและนโยบายของรัฐบาล การดาเนินการทางการทูต พันธมิตร ความเชื่อถือในตัวผู้นา ความสามารถในการบริหารทรัพยากร ความสามารถในการโน้มน้าวจิตใจ ระบอบการปกครองและระบบบริหารการจัดการ •การบังคับขู่เข็ญ •การเกลี้ยกล่อม •การปรับจุดยืนเข้าหากัน •การบรรลุข้อตกลง
  90. 90. แนะแนวในการวิเคราะห์ทางการเมือง • รากฐานทางการเมือง • องค์กรทางการเมือง • การเปลี่ยนแปลงทางการเมือง • เสถียรภาพทางการเมือง • วิถีทางการเมืองระหว่างประเทศ
  91. 91. การดาเนินการทางการทูตในหลายลักษณะ คือ การบังคับขู่เข็ญ (Coercion) เกลี้ยกล่อม (Persuasion) การปรับจุดยืนเข้าหากัน (Adjustment) การบรรลุข้อตกลง (Agreement)
  92. 92. การบังคับขู่เข็ญ (Coercion) สร้างแรงกดดัน เป็นการบาดหมางในความสัมพันธ์ทางการทูตการให้ประเทศ เป้าหมายถอนตัวจากการประชุมหรือองค์การระหว่างประเทศ การบังคับขู่เข็ญเป็นการยื่นคาขาดในการเจรจา การกาหนดเวลาเส้นตายที่จะต้องทาความตกลงหรือการยื่นเรื่องราวร้องทุกข์หรือ ประท้วงอย่างเป็นทางการหรือไม่เป็นทางการ ผู้นาเผด็จการใช้การบังคับขู่เข็ญทางจิตวิทยา โดยการไร้มารยาท และแบบธรรม เนียมที่ดีของการทูต ดาเนินความสัมพันธ์ในบรรยากาศของอารมณ์อันรุนแรงและการด่าทอ พฤติการณ์เช่นนี้ได้ประโยชน์มาแล้วอย่างปฏิเสธไม่ได้
  93. 93. การเกลี้ยกล่อม (Persuasion) การโต้คารม การเสนอข้อแลกเปลี่ยนกัน ความแตกต่างระหว่างการบังคับขู่เข็ญกับการเกลี้ยกล่อมมีอยู่เล็กน้อย การริเริ่มทางการทูตส่วนมากเริ่มต้นในรูปแบบของการเกลี้ยกล่อม
  94. 94. การปรับจุดยืนเข้าหากัน (Adjustment) การทูตเป็นวิธีการเดียวเท่านั้นที่มีการปรับจุดยืนของตนเข้าหากัน ปรับท่าทีของตนเพื่อสัมพันธภาพอันดีเป็นเรื่องที่น่าสรรเสริญ การติดต่อสื่อสารโดยตรง การไม่บังคับขู่เข็ญ ชั้นเชิงกับความอ่อนตัวในการเจรจา การปรับจุดยืน ประเทศต่างๆ อาจฟ้องร้องข้อขัดข้องหมองใจ และทาให้ความขัดแย้งรุนแรงขึ้นโดยวิธีต่าง ๆ มากมาย การลดความตึงเครียดระหว่างกันลงได้โดยวิถีทางการทูต การปรับจุดยืนเข้าหากันจะได้ผลก็ต่อเมื่อประเทศคู่กรณียอมรับที่จะเจรจากัน ไม่มีอะไร สามารถเอาชนะความไม่สมัครใจจะเปลี่ยนนโยบายของประเทศได้
  95. 95. การบรรลุข้อตกลง (Agreement) การบรรลุข้อตกลงด้วยศิลปะในการเจรจาทางการทูต ให้มีข้อตกลงเป็นทางการและลายลักษณ์อักษร เป็นข้อผูกมัดระหว่างประเทศตามวิถีทางการเมืองของโลก สามารถจะทาให้เกิดมีขึ้นได้ก็โดยการดาเนินการทางการทูตเท่านั้น การบรรลุข้อตกลงอาจใช้การเกลี้ยกล่อม การปรับจุดยืนเข้าหากัน ข้อตกลงใด ๆ ย่อมจะไม่อาจเกิดมีขึ้นได้ถ้าคู่กรณีทั้งสองฝ่ายไม่ต้องการให้มี
  96. 96. 111 กาลังอานาจด้านสังคมจิตวิทยา วัฒนธรรม/จารีตประเพณี/ปทัสฐาน การจูงใจ ความเชื่อ ทัศนคติ และค่านิยม ชนกลุ่มน้อย องค์กรเอกชน ชนกลุ่มน้อย ชาตินิยม ลักษณะประจาชาติ คุณธรรมประจาชาติ กฎหมาย ความถูกต้องยุติธรรม ศิลปวัฒนธรรม กลุ่มพลังต่างๆ สถาบันการศึกษา/สังคม/ศาสนา/พระมหากษัตริย์ การแบ่งปันการทางานและผลประโยชน์ ความสามัคคีหรือความเป็นน้าหนึ่งใจเดียวกัน สถาบันการศึกษา/สังคม/ศาสนา/พระมหากษัตริย์
  97. 97. วิกฤติทางสังคมจิตวิทยา ทุกคนเห็นประโยชน์ส่วนตนมากกว่าส่วนรวม ขาดคุณธรรม ความเอื้อเฟื้ อ คนดีท้อแท้ คนชั่วคึกคะนอง คนมีเงินได้รับการยกย่องมากกว่าคนดี อาชญากรรมเพิ่มขึ้น ไม่มีความยุติธรรมในสังคม
  98. 98. เอกภาพและขวัญของคนภายในรัฐ ความกระตือรือร้นของคนในชาติ ความสามัคคีหรือความเป็นน้าหนึ่งใจ เดียวกัน การแบ่งปันการทางานและผลประโยชน์ ความสามัคคีเป็นน้าหนึ่งเดียวกัน การแบ่งปันการทางานและผลประโยชน์ กาลังอานาจด้านสังคมจิตวิทยา คุณธรรมประจาชาติ ความยุติธรรม มาตรฐานคุณภาพชีวิต คุณธรรมประจาชาติ ชาตินิยม
  99. 99. กาลังอานาจทางสังคมจิตวิทยา ปัจจัยทางสังคมจิตวิทยา (Sociological Factors) “พฤติกรรม” ความเชื่อ ทัศนคติและค่านิยม สิ่งจูงใจ สถาบันทางสังคม ปัจจัยทางจิตวิทยา (Psychological Factors) “อุดมการณ์” สื่อโฆษณา ลักษณะประจาชาติ ความสามัคคี ความจงรักภักดี การโฆษณาชวนเชื่อ
  100. 100. เครื่องมือทางจิตวิทยา • การโฆษณาชวนเชื่อ แตกต่างกับการเผยแพร่ข่าวสาร เพราะการแจกจ่าย ข่าวสารอย่างเสรีจะไม่มีอคติในการคัดเลือกเนื้อหาสาระ • แต่การโฆษณาชวนเชื่อจะคัดเลือกสัญญาลักษณ์ ข้อเท็จจริงหรือถ้อยคาอย่าง ละเอียดรอบคอบ เพื่อเสนอเฉพาะทัศนะที่จะสนับสนุนการสอนสั่งหรือให้มี ผลต่อท่าทีอื่น ๆ ตามที่ผู้โฆษณาต้องการ • มุ่งต่อท่าทีและพฤติกรรมของประชากรประเทศ กลุ่มเชื้อชาติ เศรษฐกิจ ชน ชั้น ภาษา หรือศาสนา • การเผยแพร่ความคิด ข่าวสาร ข้อเท็จจริงและสัญลักษณ์ต่างๆ • หล่อหลอมความคิด ท่าที หรือพฤติกรรมในสถานการณ์เฉพาะ
  101. 101. เครื่องมือทางจิตวิทยา การโฆษณาชวนเชื่อไม่ค่อยจะเป็นความจริงทั้งหมดแต่ก็ไม่ใช่ความ เท็จทั้งสิ้น ผู้โฆษณาชวนเชื่อจะใช้การเกลี้ยกล่อมให้มากที่สุด ไม่ใช่ยึดกับ หลักการ ประเทศมหาอานาจมักจะมีสานักงานในและต่างประเทศทางานในการ สร้างท่าทีและภาพพจน์ที่ดีของประเทศ มีการเสนอข่าวสารอย่างตรงไปตรงมาเกี่ยวกับประเทศชาติ สถาบันต่าง ๆ สังคม แล้วให้ผู้รับข่าวสารสรุปผลเอาเอง
  102. 102. เครื่องมือทางจิตวิทยา ความเชื่อมั่นของประชาชนย่อมยึดถือเอาความจริงและความถูกต้อง เป็นหลัก และใช้ความจริงในการตอบโต้การบิดเบือนในการโฆษณา ชวนเชื่อของประเทศอื่น การส่งเสริมความสัมพันธ์ทางวัฒนธรรม เช่นการแลกเปลี่ยน นักเรียน นักศึกษา อาจารย์ ศิลปิน นักกีฬา และผู้นาทางการเมือง หรือผู้นา สาขาอาชีพอื่น ๆ เป็นการแลกเปลี่ยนฝีมือ ความคิดและข่าวสารและ การส่งเสริมให้เกิดภาพพจน์ที่ดีระหว่างประชาชนของประเทศ
  103. 103. กาลังอานาจด้านการทหาร โครงสร้างของหน่วยบัญชาการและการ ปกครองบังคับบัญชา กาลังและการประกอบกาลัง ที่ตั้งและการวางกาลัง การระดมสรรพกาลัง การส่งกาลังบารุง พันธมิตรและมิตรประเทศ ปริมาณและคุณภาพของกาลังพล ปริมาณและคุณภาพยุทโธปกรณ์ หลักนิยมทางทหาร ค่าใช้จ่ายและงบประมาณทางทหาร ระดับการศึกษา ความรู้ทาง วิทยาศาสตร์และความก้าวหน้าของ เทคโนโลยีในหมู่ประชากรที่มีผล ต่อกาลังพลในกองทัพ ความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ระหว่างทหารกับประชาชน การฝึก
  104. 104. เครื่องมือทางการทหาร การใช้อิทธิพลต่อท่าที พฤติกรรม และการปฏิบัติ ของประเทศอื่น การใช้วิธีการทางทหาร สิ้นเปลืองและมีอันตราย มากกว่าวิธีอื่น ๆ เป็นวิธีการสุดท้ายที่นาออกใช้ วิวัฒนาการการผลิตอาวุธปัจจุบันทาให้การใช้กาลัง ทหารมีผลดีและผลเสียมากขึ้น การป้องปราม ป้องกันไม่ให้ฝ่ายตรงข้ามทาอะไรที่คุกคาม การป้องกันกับการป้องปรามเหมือนกันตรงที่ มุ่งจะป้องกันประเทศจากการถูกโจมตีด้วย กาลัง การป้องกันเป็นการยับยั้งโดยการใช้กาลัง ทหารฝ่ายตรงข้าม การป้องปราม เป็นการยับยั้งที่จะทาลายล้าง ตอบโต้ ผลของการป้องปรามจะขึ้นอยู่กับ ความสามารถที่จะทาให้ฝ่ายตรงข้ามเชื่อว่า ประเทศตนมีทั้งกาลัง และความตั้งใจที่จะ ลงโทษอย่างรุนแรง การใช้เครื่องมือทางทหารจะเป็นไปในลักษณะ ของการบังคับข่มขู่หรือการลงโทษ การป้องกัน การใช้กาลังทหารทาการโจมตี หรือลดความ เสียหายของตนเมื่อถูกโจมตีในการป้องกัน ใช้กาลังผลักดันการถูกโจมตีเมื่อเกิดขึ้น หรือใช้โจมตี ก่อนเมื่อเชื่อว่าตนจวนจะถูกโจมตีอยู่แล้วหรือไม่มี ทางหลีกเลี่ยงต่อการถูกโจมตี
  105. 105. วิกฤติทางทหาร ทหารขาดระเบียบวินัย ไม่มีการฝึกซ้อม ขาดอาวุธยุทโธปกรณ์ ขาดขวัญและกาลังใจ ผู้นาไม่มีความสามารถ ขาดความยุติธรรมในระบบ
  106. 106. องค์ประกอบกาลังอานาจทางวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี การพลังงาน และสิ่งแวดล้อม บุคคลากร การวิจัยและพัฒนา เครื่องมือเครื่องใช้ องค์กรและการบริหาร แผนพัฒนา S&T องค์ความรู้(Know How) การนามาใช้( Know Use) “ความทันสมัยฉับไว และทวีกาลัง ในการผสมผสาน สร้างสรรค์ และเสริมสร้างกาลังอานาจอื่น ให้เข้มแข็ง บังเกิดประสิทธิภาพสูงยิ่งขึ้น” วิศวกร นักวิทยาศาสตร์ นักวิชาการ ช่างเทคนิค นักวิจัย
  107. 107. เครื่องมือทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เทคโนโลยีสูงจะเสริมกาลังอานาจทางทหารให้มีอานุภาพยิ่งขึ้น เทคโนโลยีสูงเป็นสิ่งจาเป็นสาหรับเศรษฐกิจ ลงทุนเพื่อการวิจัยและพัฒนาอาวุธเทคโนโลยีสูงก็ย่อมมีผลในการป้องปราม การกระทาที่เป็นศัตรูของต่างประเทศได้ เทคโนโลยีจะช่วยสังคมด้วยการใช้เป็นสื่อในการโฆษณาชวนเชื่อและการประ สัมพันธ์ต่อเป้าหมายในต่างประเทศได้อย่างกว้างขวางและรวดเร็ว
  108. 108. กาลังอานาจด้านวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี การพลังงานและสิ่งแวดล้อม เทคโนโลยี ระดับการพัฒนาและการใช้เทคโนโลยีเพื่อการประกอบการ ระดับการพัฒนาและการใช้เทคโนโลยีทางทหาร การใช้เทคโนโลยีเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ของประชากร วิกฤติทางวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี ไม่มีหน่วยงานวิจัย ขาดการพัฒนาต่อเนื่อง ขาดบุคลากรที่มีความรู้ ขาดอุปกรณ์ และเครื่องมือในการส่งเสริม ไม่มีการนามาใช้ประโยชน์
  109. 109. ปัจจัยกาลังอานาจ Contract Manufacturer Distributor Tier 2 Supplier Tier 1 Supplier Enterprise ปัจจัยกาลังอานาจ ทรัพยากรธรรมชาติฯ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีฯ ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศและการทูต กาลังทางทหาร ลักษณะประจาชาติ ภูมิศาสตร์ ความเชื่อ ศาสนา จริยธรรมและความจงรักภักดี อุดมการณ์ของชาติและภาวะผู้นา การศึกษา ลักษณะประจาชาติ เศรษฐกิจ
  110. 110. FACTOR
  111. 111. H.MORGENTHAU N.SPYKMAN R.STEINMETZ ดร.จุลชีพ สภาพทางภูมิศาสตร์ เนื้อที่ของประเทศ เนื้อที่ของประเทศ อาณาเขต --------------- ลักษณะของพรมแดน -------------- การสนับสนุนของต่างประเทศ พลเมือง จานวนพลเมือง พลเมือง ประชากร ทรัพยากรธรรมชาติ วัตถุดิบ ------------- ทรัพยากรธรรมชาติ อุตสาหกรรม ระดับการพัฒนาเศรษฐกิจ เศรษฐทรัพย์ สมรรถนะทางอุตสาหกรรม ------------- ฐานะการเงิน ------------- สมรรถนะทางการเกษตร ------------- ชาติพันธ์ของพลเมือง ชาติพันธ์ของพลเมือง ศักดิ์ศรีในประชาคมโลก ------------- ความเป็นปึกแผ่นทางสังคม ความสามัคคี เอกภาพทางสังคม คุณภาพของรัฐบาล เสถียรภาพทางการเมือง สถาบันทางการเมือง รูปแบบรัฐบาล ความเข้มแข็งของจิตใจ ลักษณะทางจิตใจของคนในชาติ ลักษณะทางจิตใจ การบริหารราชการ กาลังทหาร ------------- ------------- ความเข้มแข็งทางทหาร ลักษณะนิสัยคนในชาติ ------------- การบังคับบัญชา ภาวะผู้นา ------------- ------------- ------------- วิทยาศาสตร์เทคโนโลยี
  112. 112. ปัจจัยกาลังอานาจแห่งชาติ วปอ.สหรัฐ  สภาพทางภูมิศาสตร์  พลเมือง  ทรัพยากร  -------------  โครงสร้างทางสังคม  ---------------  --------------  วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  ระบบเศรษฐกิจ  โครงสร้างทางการเมือง  การศึกษา  ภาวะผู้นาของชาติ วปอ.ไทย  ภูมิศาสตร์  ภาวะประชากร  ทรัพยากรธรรมชาติ  ความเชื่อ ศาสนา จริยธรรม และ ความจงรักภักดี  ลักษณะประจาชาติ  กาลังทหาร  วิทยาศาสตร์เทคโนโลยี การพลังงานและสิ่งแวดล้อม  เศรษฐกิจ  ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศและการทูต  การศึกษา  อุดมการณ์ของชาติและภาวะผู้นา
  113. 113. ปัจจัยกาลังอานาจแห่งชาติรูปธรรม  ภูมิศาสตร์  ภาวะประชากร  ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม  รัฐบาล  วิทยาศาสตร์เทคโนโลยี  การพลังงาน  การศึกษา  การเศรษฐกิจ  กาลังทหาร  ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศและการทูต
  114. 114. ปัจจัยกาลังอานาจแห่งชาตินามธรรม  ลักษณะและเอกลักษณ์ประจาชาติ  อุดมการณ์ของชาติ  แบบแผนของชาติ  ภาวะผู้นา  ความเชื่อ  ศาสนา จริยธรรม ความจงรักภักดี
  115. 115. ปัจจัยกาลังอานาจแห่งชาติ  ภูมิศาสตร์  ภาวะประชากร  ทรัพยากรธรรมชาติ  ความเชื่อ ศาสนา จริยธรรม และ ความจงรักภักดี  ลักษณะประจาชาติ  กาลังทหาร  วิทยาศาสตร์เทคโนโลยี การพลังงานและ สิ่งแวดล้อม  เศรษฐกิจ  ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศและการทูต  การศึกษา  อุดมการณ์ของชาติและภาวะผู้นา
  116. 116. ปัจจัยกาลังอานาจแห่งชาติ  ภูมิศาสตร์  ภาวะประชากร  ทรัพยากรธรรมชาติ  ความเชื่อ ศาสนา จริยธรรม และ ความจงรักภักดี  ลักษณะประจาชาติ  กาลังทหาร  วิทยาศาสตร์เทคโนโลยี การพลังงานและ สิ่งแวดล้อม  เศรษฐกิจ  ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศและการทูต  การศึกษา  อุดมการณ์ของชาติและภาวะผู้นา
  117. 117. ปัจจัยกาลังอานาจแห่งชาติ  ภูมิศาสตร์  ภาวะประชากร  ทรัพยากรธรรมชาติ  ความเชื่อ ศาสนา จริยธรรม และ ความจงรักภักดี  ลักษณะประจาชาติ  กาลังทหาร  วิทยาศาสตร์เทคโนโลยี การพลังงานและสิ่งแวดล้อม  เศรษฐกิจ  ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศและการทูต  การศึกษา  อุดมการณ์ของชาติและภาวะผู้นา
  118. 118. ปัจจัยกาลังอานาจแห่งชาติ  ภูมิศาสตร์  ภาวะประชากร  ทรัพยากรธรรมชาติ  ความเชื่อ ศาสนา จริยธรรม และ ความจงรักภักดี  ลักษณะประจาชาติ  กาลังทหาร  วิทยาศาสตร์เทคโนโลยี การพลังงานและสิ่งแวดล้อม  เศรษฐกิจ  ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศและการทูต  การศึกษา  อุดมการณ์ของชาติและภาวะผู้นา

×