Successfully reported this slideshow.
We use your LinkedIn profile and activity data to personalize ads and to show you more relevant ads. You can change your ad preferences anytime.

๐๐๐ ๒๕๔ ธรรมภาคปฏิบัติ ๔

4,034 views

Published on

Published in: Education
  • Be the first to comment

  • Be the first to like this

๐๐๐ ๒๕๔ ธรรมภาคปฏิบัติ ๔

  1. 1. ๐๐๐ ๒๕๔ ธรรมภาคปฏิบัติ ๔ Buddhist Meditation iv บรรยายโดย พระมหาธานินทร์ อาทิตวโร น.ธ.เอก, ป.ธ.๘, พธ.บ. (อังกฤษ), พธ.ม. (บาลี), พธ.ด. (พระพุทธ ศาสนา)
  2. 2. บทที่ ๑ จิตตานุปัสสนาสติปัฏฐาน วัตถุประสงค์ ๑. บอกหลักการปฏิบัติจิตตานุปัส สนาสติปัฏฐานได้ ๒. บอกวิธีการปฏิบัติจิตตานุปัสสนา สติปัฏฐานได้ ๓. จำาแนกรายละเอียดในจิตตานุปัส สนาสติปัฏฐานได้
  3. 3. ขอบข่ายเนื้อหา ความนำา หลักการและวิธีการปฏิบัติจิต ตานุปัสสนาสติปัฏฐาน รายละเอียดในจิตตานุปัสสนา สติปัฏฐาน การปฏิบัติจิตตานุปัสสนาสติปัฏ
  4. 4. ความนำา พระพุทธพจน์ที่เกี่ยวข้อง  สุทุทฺทสำ สุนิปุณำ ยตฺถกามนิปา ตินำ. จิตฺตำ รกฺเขถ เมธาวี จิตฺตำ คุตฺตำ สุขาวหำ. ผู้มีปัญญาควรรักษาจิต ที่เห็นได้ ยากยิ่ง ละเอียดยิ่ง ชอบใฝ่หาแต่ อารมณ์ที่ปรารถนา
  5. 5. ทูรงฺคมำ เอกจรำ อสรีรำ คุหาสยำ. เย จิตฺตำ สำยเมสฺสนฺติ โมกฺขนฺ ติ มารพนฺธนา. คนเหล่าใดสำารวมจิต ที่เที่ยวไป ไกล เที่ยวไปดวงเดียว ไม่มีรูปร่าง อาศัยอยู่ในถำ้า คน เหล่านั้นจักพ้นจากเครื่องผูกแห่ง
  6. 6. จิตฺเต สงฺกิลิฏฺเฐ ทุคฺคติ ปาฏิกงฺ ขา เมื่อจิตเศร้าหมองแล้ว ทุคติเป็น อันหวังได้ จิตฺเต อสงฺกิลิฏฺเฐ สุคติ ปาฏิกงฺ ขา
  7. 7. ทิโส ทิสํ ยํ ตํ กยิรา เวรี วา ปน เวริ นํ. มิจฺฉาปณิหิตํ จิตฺตํ ปาปิโย นํ ตโต กเร. จิตที่ตั้งไว้ผิดพึงทําให้ได้รับความ เสียหาย ยิ่งกว่าความเสียหายที่โจรเห็นโจร
  8. 8. หลักการและวิธีการปฏิบัติจิต ตานุปัสสนาสติปัฏฐาน ๑) หลักการ จิตตานุปัสสนาสติปัฏฐานจัดเป็น อริยสัจ ๔ ได้ดังนี้ สติ กําหนดจิต เป็น ทุกขสัจ ตัณหาก่อนๆ ที่ให้จิตเกิดขึ้น เป็น สมุทัยสัจ ความไม่เป็นแห่งสัจจะทั้ง ๒ เป็น นิโรธสัจ อริยมรรคกําหนดรู้ทุกข์ ละสมุทัย
  9. 9. จิตตานุปัสสนาสติปัฏฐาน เป็นการปฏิบัติวิปัสสนา กรรมฐาน โดยการกําหนดรู้ อาการที่ปรากฏทางจิตอย่าง หนึ่งในบรรดาอาการของจิตที่ ปรากฏอยู่ จิต มโน หรือ วิญญาณ เป็นนาม
  10. 10. วิธีการปฏิบัติ พระบาลีในสติปัฏฐานสูตร พิจารณาเห็นจิตในจิตอยู่ มี ความเพียร มีสัมปชัญญะ มีสติ กําจัดอภิชฌาและโทมนัสใน โลกได้ นับลําดับการพิจารณาเห็นจิต ในจิต จะมี ๑๖ ขั้น ดังนี้
  11. 11. การพิจารณาจิต ๑๖ ขั้น ๑. จิตมีราคะ ก็รู้ชัดว่า จิต มีราคะ ๒. จิตปราศจากราคะ ก็รู้ชัดว่า จิตปราศสจากราคะ ๓. จิตมีโทสะ ก็รู้ชัดว่า จิต มีโทสะ ๔. จิตปราศจากโทสะ ก็รู้ชัดว่า
  12. 12. ๖. จิตปราศจากโมหะ ก็รู้ชัดว่า จิตปราศจากโมหะ ๗. จิตหดหู่ ก็รู้ชัดว่า จิต หดหู่ ๘. จิตฟุ้งซ่าน ก็รู้ชัดว่า จิต ฟุ้งซ่าน
  13. 13. ๑๑. จิตมีจิตอื่นยิ่งกว่า ก็รู้ชัด ว่า จิตมีจิตอื่นยิ่งกว่า ๑๒. จิตไม่มีจิตอื่นยิ่งกว่า ก็รู้ชัดว่า จิตไม่มีจิตอื่นยิ่งกว่า ๑๓. จิตเป็นสมาธิ ก็รู้ชัดว่า จิต เป็นสมาธิ ๑๔. จิตไม่เป็นสมาธิ ก็รู้ชัดว่า
  14. 14. วิธีการกำาหนดจิตพิจารณาจิต ที่มีราคะและไม่มีราคะ ราคะ หมายถึง ความกำาหนัด ความยินดีเกี่ยวกับเรื่องเพศ แต่ ในที่นี้หมายถึงความยินดีพอใจ ในสิ่งที่มาปรากฏทางทวารทั้ง ๖ นักปฏิบัติพึงตามรู้เท่าทันจิต โดยกำาหนดว่า  “ ” “ ”ชอบหนอๆๆ โลภหนอๆๆ
  15. 15. ให้กำาหนดไปจนกว่า อาการ ของจิตนั้นๆ สงบลง เมื่อจิตสงบ จากความกำาหนัดนั้น ให้ “ ”กำาหนดว่า รู้หนอ จิตที่สงบ จากราคะ เรียกว่า จิต ปราศจากราคะ 
  16. 16. วิธีการกำาหนดพิจารณาจิตที่มี โทสะและไม่มีโทสะ จิตที่หงุดหงิด ไม่พอใจ โกรธ อาฆาต หรือปองร้าย ชื่อว่า “ ”จิตที่มีโทสะ เมื่อรู้ว่าจิตมี อาการเหล่านี้ให้กำาหนดว่า “ ”โกรธหนอๆ ๆ จนกว่าจิตจะ สงบ เมื่อจิตสงบแล้วให้กำาหนด “ ”ว่า รู้หนอๆ ๆ จิตที่สงบจาก
  17. 17. วิธีการกำาหนดพิจารณาจิตที่มี โมหะและไม่มีโมหะ จิตที่ประกอบด้วยความสงสัย และจิตที่ประกอบด้วยความ “ ”ฟุ้งซ่าน ชื่อว่า จิตที่มีโมหะ ตั้งสติตามรู้จิตที่สงสัยด้วยการ “ ”กำาหนดว่า สงสัยหนอๆ ๆ หรือตามรู้จิตที่ฟุ้งซ่านด้วยการ “ ”กำาหนดว่า ฟุ้งซ่านหนอๆ ๆ “ ”หรือ คิดหนอๆ ๆ จนกว่าจิต
  18. 18. วิธีการกำาหนดพิจารณาจิต หดหู่และจิตฟุ้งซ่าน  “จิตที่หดหู่เซื่องซึม ชื่อว่า สังขิ ” “ตตจิต ให้กำาหนดว่า ง่วง ”หนอๆ ๆ หรือกำาหนดตาม “อาการของจิตว่า หดหู่หนอๆ ”ๆ  “จิตที่ซัดส่ายฟุ้งซ่าน ชื่อว่า วิก ” “ขิตตจิต ให้กำาหนดว่า ฟุ้ง
  19. 19. วิธีการกำาหนดพิจารณา มหัคคตจิต

×