Emergency prevention

933 views

Published on

Published in: Health & Medicine
0 Comments
0 Likes
Statistics
Notes
  • Be the first to comment

  • Be the first to like this

No Downloads
Views
Total views
933
On SlideShare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
2
Actions
Shares
0
Downloads
20
Comments
0
Likes
0
Embeds 0
No embeds

No notes for slide

Emergency prevention

  1. 1.  ส่วนใหญ่(เกือบทั้งหมด) ป้องกันได้ ยกเว้นจากภัยพิบัติธรรมชาติที่ยังไม่สามารถ คาดการณ์ล่วงหน้าได้
  2. 2.  หญิงไทยคู่ อายุ 33 ปี อุ้มลูกอายุ 5 วัน กระโดดลงจากชั้น 13 อาคารหอผู้ป่วย ร.พ.เจริญกรุงประชารักษ์ เสียชีวิต ทั้งแม่และลูก หลังผ่าคลอดเมื่อวันที่ 17 มกราคม 2553
  3. 3.  ผู้ป่วยฝากครรภ์และตรวจครบตามนัด ไม่พบความผิดปกติ คลอดตามกาหนด เด็กหนัก 2,040 กรัม เข้าตู้อบ 3 วัน ร.พ.ดูแลอย่างดี กาลังจะให้กลับบ้านในวันที่ 22 มกราคม 2553
  4. 4.  หญิงหลังคลอดส่วนใหญ่จะซึมเศร้าหลังคลอด จากฮอร์โมนเปลี่ยนเร็ว บางรายจึงฆ่าตัวตายได้
  5. 5.  ตามปกติ ครอบครัวมักให้ความสาคัญในช่วงระยะก่อน คลอด.... แต่ในความเป็นจริงแล้ว จะต้องดูแลอย่างใกล้ชิดจนถึง ระยะหลังคลอด.... หากแม่เกิดอาการซึมเศร้าหลังคลอด จะนาไปสู่การคิดสั้นฆ่าตัวตายได้
  6. 6.  เมื่อภรรยาตั้งครรภ์ จึงให้ออกจากงานมาอยูบ้าน โดยตน ่ เลี้ยงดูภรรยาอย่างดี ไม่เคยมีปัญหาทะเลาะเบาะแว้งใดๆ เงินทองก็ไม่ขัดสน ช่วงภรรยาคลอดก็ไปเยี่ยมทุกวันๆละ 3 เวลา คืนเกิดเหตุ ก็อยู่กับภรรยาจนหมดเวลาเยี่ยม ภรรยาไม่เคยพูดเลยว่าอยากฆ่าตัวตาย เพียงบ่นว่า ลูกตัว เล็ก ตัวเหลือง และไม่กินนม กลัวจะไม่รอด ตนก็ให้ กาลังใจว่าไม่เป็นอะไร หมอกาลังจะให้กลับบ้านแล้ว
  7. 7.  หลังคลอดก็เดินทางไปเยี่ยมทุกวัน รวมทั้งคืนเกิด เหตุ เห็นผู้ป่วยปกติดี แต่เวลาอุมลูกมาให้นม มักพูดกับลูกเบาๆว่า ้ “ทาไมตัวเล็กจัง ลูกจะโตหรือเปล่านะ” ตนก็ให้กาลังใจ และบอกว่าจะช่วยเลี้ยงให้ ถ้าไม่กิน นมแม่ ก็จะซื้อนมผงชงให้กิน
  8. 8.  สังเกตเห็นผู้ป่วยเครียด อุ้มลูกเดินไปมาตลอดคืนวันที่ 21 แต่ไม่เอะใจ กระทั่งช่วงเวลา 4.30 น. ผู้ป่วยอุ้มลูกปีนอ่าง ล้างจานด้านหลังระเบียงหอพักผู้ป่วย แล้วกระโดดลงมา ฆ่าตัวตายพร้อมลูก
  9. 9. 1. ทาไมแพทย์พยาบาลไม่รู้ว่าผู้ป่วยเครียดหรือซึมเศร้า2. ทาไมพยาบาลไม่เห็นผู้ป่วยอุ้มลูกเดินไปมาตลอดคืน3. ทาไมการตรวจครรภ์ครบตามนัด ไม่รู้ว่าเด็กตัวเล็ก4. เด็กคลอดครบกาหนดจริงหรือ5. ทาไมต้องผ่าคลอดทั้งที่เด็กตัวเล็ก ?????
  10. 10. อุบัติเหตุ จราจร อื่นๆ * เสียชีวิต 12,000 23,000 ราย/ปี บาดเจ็บ 95,000 1,800,000* ราย/ปี* อื่นๆ : สัมผัสแรงเชิงกลของ วัตถุ (7 แสน) > สัตว์/คน (5 แสน) พลัดตกหกล้ม (4แสน) > ถูกพิษ (1 แสน) ไฟ/ของร้อน (3 หมื่น) > ไฟฟ้า (1 หมื่น) ไม่รวมการบาดเจ็บจากการทาร้ายตนเองและอื่นๆ (2.5 แสน)
  11. 11. จานวน ชาย : ช่วงอายุ (ปี) หญิงเสียชีวิต 424 4:1 20-29 > 30-39 > 10-19ต้องอยู่ ร.พ. 25,958 2:1 10-19 > 20-29 > 30-39(ตัวเลขจากโรงพยาบาลทั่วประเทศทีรายงาน ่ สพฉ.)
  12. 12. เสียชีวิต (%) ผู้ป้องกันณ จุดเกิดเหตุ 56 ตารวจ วิศวกร ประชาชนระหว่างนาส่ง 3 อาสากู้ชีพ ประชาชนที่ ER 20 แพทย์ พยาบาลระหว่างส่งต่อ 1 แพทย์ พยาบาล เวชกรฉุกเฉินในโรงพยาบาล< 1 วัน 11 แพทย์ พยาบาล1 – 30 วัน 9 แพทย์ พยาบาล
  13. 13. ส่วนใหญ่เกิดจาก เครื่องเล่นไม่ได้มาตรฐาน ไม่ได้ยดตรึงให้แน่นหนา .... ึ การแก่งแย่ง วิ่งไล่กัน ชนกัน เหยียบกันตาย ....การป้องกัน : แพทย์ พยาบาล ควรแจ้งผู้บริหารโรงเรียน และฝ่าย การศึกษาในอาเภอ/จังหวัด เพื่อไปตรวจสอบและหา ทางแก้ไขปรับปรุง
  14. 14.  ส่วนใหญ่เกิดจาก โรงงาน/ที่ทางาน ไม่มีมาตรฐาน/ไม่ดูแล .... นายจ้าง “เถื่อน” คนงาน “เถื่อน” ....
  15. 15.  นายชาลี ทียู คนงานก่อสร้างชาวพม่าถูกคอนกรีตตกใส่เมื่อ 9 ม.ค. จนกระเพาะลาไส้แตก และสะโพกหัก รับไว้รักษาตัวที่ ร.พ. ปทุมธานี แต่ไม่มีใครออกค่ารักษาให้ ร.พ.จึงแจ้งตารวจ ตารวจตรวจพบว่าไม่มี “ใบอนุญาตให้ทางาน” จึงขอส่งตัวไปขังที่คุกคนเข้าเมืองอย่างผิดกฏหมาย
  16. 16.  แต่เนื่องจากผู้ป่วยยังมีสายระโยงระยางออกจากหน้าท้อง หลังผ่าตัดใหญ่ และยังเดินไม่ได้เพราะสะโพกหัก ผู้ป่วยจึง ถูกส่งตัวไป ร.พ.ตารวจ แทน และล่ามโซ่ไว้กับเตียง จนมีพรายกระซิบผู้สื่อข่าว จึงเกิดเป็นข่าวใหญ่
  17. 17.  ก็เกิดขึ้นประจา แต่มักไม่เป็นข่าว ยกเว้นกรณีที่ปิดไม่ไหว เช่น แท้งก์อบไอน้าขนาดใหญ่ระเบิดที่ ร.พ.รามาธิบดีเมื่อหลายปี ก่อน จนมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บหลายคน แม่อุ้มลูกหลังคลอดกระโดดลงจากหอผู้ป่วยชั้น 13 ที่ ร.พ.เจริญ กรุงประชารักษ์ เมื่อ 21 มกราคม 2554 (แต่กรณีชายชราโรคมะเร็งระยะสุดท้ายที่รักษาตัวอยู่ในห้อง พิเศษ ศูนย์การแพทย์สิริกิติ์ ร.พ.รามาธิบดี กระโดดลงจาก ห้องพัก ฆ่าตัวตายเมื่อหลายปีก่อน ไม่เป็นข่าว)
  18. 18. 19โรงไฟฟ้านิวเคลียร์
  19. 19. 20พิษจากยาในสหรัฐอเมริกา1.ผป.ใน “ตายจากยา”  106,000 คน/ปี (Lazarou J et al. Incidence of adverse drug events in hospitalized patients. JAMA 1998 ; 279 : 1200-5)2.ผป.ใน และ ผป.นอก “ตายจากยา”  198,800 คน/ปี (Johnson JA et al. Drug-related morbidity & mortality. Arch Intern Med 1995; 155 : 1949-56)
  20. 20. 21Dr. Ray D. Strand : “Death By Prescription”(แปล “ใบสั่งยา...อาจฆ่าคุณ” บ. อนิเมทกรุ๊ป พ.ศ. 2550)คนอเมริกันตายจาก1. โรคหัวใจ 743,000 คน/ปี2. โรคมะเร็ง 529,000 คน/ปี3. ยา : สั่งถูกต้อง 100,000 คน/ปี สั่งไม่ถูกต้อง 80,000 คน/ปี4. เส้นเลือดสมอง 150,000 คน/ปี5. จราจร/เอดส์ 41,000 คน/ปี
  21. 21. 22สรุป การป้องก้น1. ยาดี : อยู่ในบัญชียาหลักฯ มีข้อบ่งใช้-คุณภาพ-ประสิทธิภาพ/ผล2. ใช้ดี : ใช้ถูกต้องตามขั้นตอน ไม่ซ้าซ้อน/เกินควร ถี่ถ้วนเหมาะสม3. มีค่า : ราคาถูก ทุกคนเข้าถึง ซึ้งคุณค่า หา/เบิกได้
  22. 22.  ปวดท้อง ท้องเสีย หน่อไม้ปี๊บเป็นพิษ เห็ดเป็นพิษ …….
  23. 23.  โรคคอตีบ โรคไข้หวัดนก โรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ อหิวาตกโรค …………
  24. 24.  เบาหวาน หอบหืด หัวใจขาดเลือด …….
  25. 25. 1. การป้องกันไม่ให้เจ็บป่วยหรือเป็นโรคสูตร “5 อ” : อาหาร อากาศ อารมณ์ ออกกาลัง อิงธรรม
  26. 26. 2. การป้องกันไม่ให้โรคกาเริบ 2.1 สูตร “5 อ.” 2.2 การแนะนาผู้ป่วยจน “เข้าใจ เข้าถึง และปฏิบติ” ั3. การหยุดยั้งอาการกาเริบได้ทันที จนไม่มีการป่วยฉุกเฉิน
  27. 27.  จึงต้องการการร่วมแรงร่วมใจจากทุกฝ่าย1. ประชาชนทั่วไป และผู้ป่วย2. รัฐบาล กระทรวงทุกกระทรวง3. หน่วยงานภาครัฐและเอกชน4. บุคลากรทุกประเภท โดยเฉพาะแพทย์ พยาบาล ซึง ่ รู้เรื่องการเจ็บป่วย > บุคลากรอื่นๆ
  28. 28. ค้าถาม/ความ คิดเห็น

×