Successfully reported this slideshow.
-สมาคมหัวใจอเมริกัน(AHA) และ ภาคีช่วยชีวิตนานาชาติ (ILCOR)- คณะอนุกรรมการมาตรฐานการช่วยชีวิต สมาคมแพทย์โรคหัวใจแห่งประเทศไ...
การจัดระดับชั้นของหลักฐาน (LOE)1. RCT หรือ Meta analysis2. Pseudo-randomized trial3. Retrospective controlled study4. Case...
-ผลลัพท์ของ Hands only CPRโดยประชาชน = CPR ปกติ - 4 Pseudo-randomized trials ซีแอตเติล,ญี่ปุ่น, สวีเดน, สิงคโปร์ - 2 RCT ซ...
Dispatcher CPRพนักงานรับโทรศัพท์ศูนย์รถพยาบาลทุกคน ควรได้รบการฝึกบอกบทให้คน    ักดหน้าอกอย่างเดียวทางโทรศัพท์ ยกเว้นกรณีจม...
- อัตรารอดชีวตแตกต่างกัน 10 เท่า (5-             ิ50%) ในชุมชนที่แตกต่างกัน- RCT พบว่า Dispatcher CPR ท้าให้รอดชีวิตมากขึ้...
คอนเซ็พท์ “ให้ทุกคนมาร่วมช่วยชีวิตตามขีดความสามารถที่เขามี
CAB แทน ABC- การกดหน้าอกด่วนกว่าการช่วยหายใจในผป. VF- การกดหน้าอกสาคัญกว่าการช่วยหายใจ-ABC ทาให้เสียเวลาเริ่มกดหน้าอก
Therapeutic Hypothermia (TH)ผู้ป่วยที่หมดสตินอกรพ.ที่เป็น VF (class I) หรือในรพ.ที่ไม่ใช่ VF (class IIb) ที่กลับมามีชีพจรห...
Ice bagsIced saline500 ml – 30 ml/kgEsophageal probe
Post Cardiac Arrest Carecomprehensive, structured, integrated multidisciplinary(1) ฟื้นฟูการทางานของระบบหายใจและไหลเวียนเล...
CPR Quality1. กดแรง ลึกไม่ต่้ากว่า 2 นิ้ว2. ปล่อยหน้าอกเด้งกลับให้สุด3. กดเร็วไม่น้อยกว่า 100/min4. กดให้ต่อเนื่องไม่ขาดตอ...
Concept ของแผนปฏิบัติการช่วยชีวิตขั้นสูงแบบใหม่1. การทา CPR เร็วทาให้รอดชีวิตมากขึ้น2. การช็อกไฟฟ้าได้เร็วทาให้รอดชีวิตมาก...
ถ้ามีผู้ชวยชีวิตหลายคน ให้ทางาน          ่หลายงานไปพร้อมกัน(1) โทรศัพท์เรียกรถพยาบาล(2) ลงมือกดหน้าอกและกดให้ต่อเนื่อง(3) ...
ยกเลิกCricoid Pressure(class III)RCT ในคน 7 รายการพบว่า- ไม่ช่วยป้องกันการส้าลักอาหารเข้าปอด- ท้าให้การใส่ท่อช่วยหายใจท้าไ...
ควรใช้เครื่องวัด CO2 แบบต่อเนื่อง (capnography)ยืนยันตาแหน่งท่อและมอนิเตอร์ท่อ ET tubeการใส่ท่อช่วยหายใจมีอัตราใส่ผิดที่แล...
ยกเลิกการใช้ atropine เป็นรูทีนในการรักษาผู้ป่วย pulseless electrical activity(PEA) / asystole.  งานวิจัยเปรียบเทียบพบว่าก...
สนับสนุนให้ใช้มอนิเตอร์ทางสรีรวิทยา- คาร์บอนได้ออกไซด์ในลมหายใจออก (PETCO2)- ความดันในหลอดเลือดโคโรนารี่ (CPP)- ออกซิเจนแซ...
ในการรักษาภาวะหัวใจเต้นช้าแบบเร่งด่วน ให้ เลือกใช้ยา Chronotropic drug IV drip ได้เทียบเท่ากับการ เลือกใช้ pacing   - การส...
ใช้  adenosine เป็นยาตัวแรกในการรักษา stableundifferentiated regular monomorphic wide-complex tachycardia.   เนื่องจากหลัก...
ผู้ป่วยหัวใจหยุดเต้นนอกรพ.จาก VFเมื่อฟื้นแล้วควรตรวจสวนหัวใจฉุกเฉินทันทีแม้จะมีเกณฑ์วินิจฉัยกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลันแบบ...
ขยายเวลาใช้ IV rtPA รักษาผู้ป่วยอัมพาตเฉียบพลันที่เข้าเกณฑ์คัดกรองของ NINDSหรือ ECASS-3 ออกไปได้ถึง 4.5 ชั่วโมงนับจากเริ่ม...
- ห้องฉุกเฉินของทุกรพ.ควรมีระเบียบปฏิบัติที่เขียนไว้ชัดเจนและสื่อให้ผู้เกี่ยวข้องทราบว่าจะจัดการผู้ป่วยอัมพาตเฉียบพลันอย่า...
ควรใช้ room air ช่วยชีวิตทารก termbaby แรกเกิดเสมอ และใช้ pulseoximetry ประเมินก่อนหากจะให้ออกซิเจนเสริมในเด็กทารกถ้าเมื่อ...
ควรหยุดช่วยชีวิตเด็กทารกแรกเกิดที่หัวใจหยุดเต้นนานเกิน 10นาทีทั้งๆที่ได้ทาการช่วยชีวิตเต็มที่แล้ว
ควรเน้น briefing ก่อนการสอน และ debriefing หลังการสอนความรู้และทักษะการช่วยชีวิต                                      Brie...
สนับสนุนการพัฒนางานช่วยชีวิตด้วยการบันทึก เปรียบเทียบ แล้วปรับปรุง
เมื่อไรจะลงมือช่วยชีวิต   ไม่รู้ว่านี่คือภาวะหัวใจหยุดเต้น                          หลงเชื่อการคลาชีพจรซึ่งเชื่อถือไม่ได้ก...
การเสียความต่อเนื่องใน มัวไปคลาชีพจรโดยไม่ได้ประโยชน์การกด                  มัวไปช่วยหายใจมากเกินความจาเป็น               ...
การช็อกไฟฟ้า   กว่าจะได้เครื่องช็อกไฟฟ้ามาก็นานเกินไป               วิธีการช็อกไม่รวบรัดทาให้ต้องหยุดกด               หน้า...
ดี.วี.ดี. (BLS-HCP + Hands only CPR) + ชีทคู่มือ 1 ชุด = 100   บาท
CPR2010 update
CPR2010 update
CPR2010 update
CPR2010 update
CPR2010 update
CPR2010 update
CPR2010 update
CPR2010 update
CPR2010 update
CPR2010 update
Upcoming SlideShare
Loading in …5
×

CPR2010 update

12,979 views

Published on

Published in: Health & Medicine
  • Be the first to comment

CPR2010 update

  1. 1. -สมาคมหัวใจอเมริกัน(AHA) และ ภาคีช่วยชีวิตนานาชาติ (ILCOR)- คณะอนุกรรมการมาตรฐานการช่วยชีวิต สมาคมแพทย์โรคหัวใจแห่งประเทศไทย(TRC)
  2. 2. การจัดระดับชั้นของหลักฐาน (LOE)1. RCT หรือ Meta analysis2. Pseudo-randomized trial3. Retrospective controlled study4. Case series5. Indirect population study (คนละกลุ่มประชากร, สัตว์, ห้องทดลอง)
  3. 3. -ผลลัพท์ของ Hands only CPRโดยประชาชน = CPR ปกติ - 4 Pseudo-randomized trials ซีแอตเติล,ญี่ปุ่น, สวีเดน, สิงคโปร์ - 2 RCT ซีแอตเติล-อังกฤษ, นอร์เวย์-ยังไม่ทราบว่า Hands only CPRนานเท่าไรจึงจะด้อยกว่า CPRปกติ (15-30 นาที?)-By stander CPR = 20% - 30%-Hands only CPR campaign
  4. 4. Dispatcher CPRพนักงานรับโทรศัพท์ศูนย์รถพยาบาลทุกคน ควรได้รบการฝึกบอกบทให้คน ักดหน้าอกอย่างเดียวทางโทรศัพท์ ยกเว้นกรณีจมน้้าหรือบาดเจ็บที่อาจบอกให้ช่วยหายใจด้วยถ้าเป็นไปได้(class I)
  5. 5. - อัตรารอดชีวตแตกต่างกัน 10 เท่า (5- ิ50%) ในชุมชนที่แตกต่างกัน- RCT พบว่า Dispatcher CPR ท้าให้รอดชีวิตมากขึ้น- อย่าถามว่ายังหายใจอยู่ไหม แต่ถามว่าเรียกรู้ตัวหรือเปล่า
  6. 6. คอนเซ็พท์ “ให้ทุกคนมาร่วมช่วยชีวิตตามขีดความสามารถที่เขามี
  7. 7. CAB แทน ABC- การกดหน้าอกด่วนกว่าการช่วยหายใจในผป. VF- การกดหน้าอกสาคัญกว่าการช่วยหายใจ-ABC ทาให้เสียเวลาเริ่มกดหน้าอก
  8. 8. Therapeutic Hypothermia (TH)ผู้ป่วยที่หมดสตินอกรพ.ที่เป็น VF (class I) หรือในรพ.ที่ไม่ใช่ VF (class IIb) ที่กลับมามีชีพจรหลังCPR แต่ยังโคม่า (ท้าตามค้าสังไม่ได้) ให้ท้า TH ่โดย- เริ่มลดอุณหภูมิลงทันทีภายในไม่กี่นาทีหลังกลับมีชีพจร- ลดอุณหภูมลงไปถึง 32-34 องศาซี. ิ- ลดอุณหภูมิอยู่นาน 12-24 ชั่วโมง- cardiogenic shock หรือ ฉีดยาละลายลิ่มเลือดหรือทา PCI ก็ได้
  9. 9. Ice bagsIced saline500 ml – 30 ml/kgEsophageal probe
  10. 10. Post Cardiac Arrest Carecomprehensive, structured, integrated multidisciplinary(1) ฟื้นฟูการทางานของระบบหายใจและไหลเวียนเลือด(2) วินิจฉัยและรักษากลุ่มอาการฉุกเฉินของหลอดเลือดหัวใจหรือ ACS(3) ลดอุณหภูมิร่างกาย (therapeutic hypothermia) เพื่อการฟื้นตัวของระบบประสาทและสมอง(4) ป้องกันและรักษา multiorgan dysfunction(5) จัดระบบส่งต่อไปยังที่ที่ให้การดูแลเหมาะสมได้
  11. 11. CPR Quality1. กดแรง ลึกไม่ต่้ากว่า 2 นิ้ว2. ปล่อยหน้าอกเด้งกลับให้สุด3. กดเร็วไม่น้อยกว่า 100/min4. กดให้ต่อเนื่องไม่ขาดตอน5. เปลี่ยนคนกดทุก 2 นาที6. อย่า hyperventilate7. Capnography (ปรับถ้าได้ PETco2 < 10 mmHg)8. Intraarterial pressure (ปรับถ้าได้ diastolic <20 mmHg)
  12. 12. Concept ของแผนปฏิบัติการช่วยชีวิตขั้นสูงแบบใหม่1. การทา CPR เร็วทาให้รอดชีวิตมากขึ้น2. การช็อกไฟฟ้าได้เร็วทาให้รอดชีวิตมากขึ้น3. การใช้ Hypothermia ทาให้ฟื้นจากโคม่ามากขึ้น4. การใช้ยาไม่ได้ทาให้รอดชีวิตมากขึ้น5. การใช้อุปกรณ์ช่วยเปิดทางเดินลมหายใจขั้นสูง ไม่ได้ทาให้รอดชีวิตมากขึ้น
  13. 13. ถ้ามีผู้ชวยชีวิตหลายคน ให้ทางาน ่หลายงานไปพร้อมกัน(1) โทรศัพท์เรียกรถพยาบาล(2) ลงมือกดหน้าอกและกดให้ต่อเนื่อง(3) ติดและเปิดใช้เครื่องช็อกอัตโนมัติ(4) เมื่อเครื่องช็อกพร้อมให้ช็อกไฟฟ้าทันที ไม่ต้องรอกดหน้าอกให้ครบสองนาที แม้ว่าจะหมดสติมาแล้วนานเกิน 5 นาทีทั้งนี้เนื่องจากงานวิจัยใหม่สองรายการ ให้ผลสรุปที่ขัดแย้งกับงานวิจัยดั้งเดิมหลักฐานจึงไม่พอสนับสนุนการกดหน้าอกให้ครบ 2 นาทีก่อนแล้วค่อยช็อก
  14. 14. ยกเลิกCricoid Pressure(class III)RCT ในคน 7 รายการพบว่า- ไม่ช่วยป้องกันการส้าลักอาหารเข้าปอด- ท้าให้การใส่ท่อช่วยหายใจท้าได้ชาลง ้- ท้ายาก และท้ากันแบบท้าบ้างไม่ทาบ้าง ้
  15. 15. ควรใช้เครื่องวัด CO2 แบบต่อเนื่อง (capnography)ยืนยันตาแหน่งท่อและมอนิเตอร์ท่อ ET tubeการใส่ท่อช่วยหายใจมีอัตราใส่ผิดที่และหลุดเลื่อน 6-25%ความเสี่ยงหลุดเลื่อนสูงมากถ้าผู้ป่วยขยับตัวได้waveform capnography มีความไวและความจ้าเพาะ 100%
  16. 16. ยกเลิกการใช้ atropine เป็นรูทีนในการรักษาผู้ป่วย pulseless electrical activity(PEA) / asystole. งานวิจัยเปรียบเทียบพบว่าการใช้กับไม่ใช้ atropine ในการ รักษาดี PEA/asystole ได้ผลไม่ต่างกัน
  17. 17. สนับสนุนให้ใช้มอนิเตอร์ทางสรีรวิทยา- คาร์บอนได้ออกไซด์ในลมหายใจออก (PETCO2)- ความดันในหลอดเลือดโคโรนารี่ (CPP)- ออกซิเจนแซทในเลือดดา (ScvO2 )ประโยชน์•ให้ข้อมูลซึ่งสัมพันธ์กับ cardiac output•กาหนดค่า threshold value ได้ว่าหากค่าต่ากว่านั้นแล้วโอกาสกลับมีชีพจรน้อย•ทาให้รู้ว่าเกิด ROSC แล้วโดยไม่ต้องหยุดคลาชีพจร
  18. 18. ในการรักษาภาวะหัวใจเต้นช้าแบบเร่งด่วน ให้ เลือกใช้ยา Chronotropic drug IV drip ได้เทียบเท่ากับการ เลือกใช้ pacing - การสุ่มศึกษาเปรียบเทียบการรักษา symptomatic bradycardia ด้วยการใช้ยาหลายตัว (เช่น dopamine)กับการใช้ pacing พบว่าได้ผลใกล้เคียงกัน - การใช้ pacing ในผู้ป่วยที่ยังมีสติอยู่ท้าให้เจ็บมาก
  19. 19. ใช้ adenosine เป็นยาตัวแรกในการรักษา stableundifferentiated regular monomorphic wide-complex tachycardia. เนื่องจากหลักฐานวิจัยใหม่บ่งชี้ว่ายา adenosine เป็นยาที่ปลอดภัย ได้ผล ในการใช้วินิจฉัยและรักษาregular monomorphic wide-complex bradycardia
  20. 20. ผู้ป่วยหัวใจหยุดเต้นนอกรพ.จาก VFเมื่อฟื้นแล้วควรตรวจสวนหัวใจฉุกเฉินทันทีแม้จะมีเกณฑ์วินิจฉัยกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลันแบบ STEMI ไม่ครบถ้วน หากพบว่ามีลิ่มเลือดอุดกั้นหลอดเลือดก็ท้าการเปิดหลอดเลือดทันทีโดยไม่ต้องรอให้เกิดความผิดปกติของEKG เพราะหลังหัวใจหยุดเต้น EKG มักใช้ชวยวินิจฉัย ่ไม่ได้ และภาวะโคม่าไม่ได้เป็นข้อห้ามของการตรวจสวนหัวใจและเปิดหลอดเลือดในกรณีนี้
  21. 21. ขยายเวลาใช้ IV rtPA รักษาผู้ป่วยอัมพาตเฉียบพลันที่เข้าเกณฑ์คัดกรองของ NINDSหรือ ECASS-3 ออกไปได้ถึง 4.5 ชั่วโมงนับจากเริ่มมีอาการ ถ้าทาโดยแพทย์และมีระเบียบปฏิบัติที่ชัดเจน (class I) ทั้งนีเ้ พราะงานวิจัยขนาดใหญ่ (ECASS-3) สรุปได้ว่าผู้ป่วยที่เริ่มการรักษาด้วย rtPA ตั้งแต่ 3 - 4.5 ชม.หลังมีอาการมีผลทางคลินิกที่ดีกว่าไม่รักษา
  22. 22. - ห้องฉุกเฉินของทุกรพ.ควรมีระเบียบปฏิบัติที่เขียนไว้ชัดเจนและสื่อให้ผู้เกี่ยวข้องทราบว่าจะจัดการผู้ป่วยอัมพาตเฉียบพลันอย่างไร - ควรส่งผู้ป่วยที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นอัมพาตเฉียบพลันตรงไปยังรพ.ที่มีหน่วยรักษาอัมพาต (stroke unit) ที่มีทีมผูชานาญสหสาขา ้ร่วมกันดูแลผู้ป่วยอัมพาต- ควรรีบรับผู้ป่วยอัมพาตเฉียบพลันเข้าไว้ในstroke unit ภายใน 3 ชม. นับจากเริ่มมาที่ห้องฉุกเฉิน เพราะมีหลักฐานว่าการดูแลโดย strokeunit แต่ระยะแรก ให้ผลดีกว่า
  23. 23. ควรใช้ room air ช่วยชีวิตทารก termbaby แรกเกิดเสมอ และใช้ pulseoximetry ประเมินก่อนหากจะให้ออกซิเจนเสริมในเด็กทารกถ้าเมื่อแรกเกิดตรวจได้ O2sat ตั้งต้นต่ากว่า 60 mmHg แล้วค่อยๆเพิ่มเป็นมากกว่า 90 mmHg ในเวลาอย่างน้อย10 นาที ถือว่าปกติ ไม่จาเป็นต้องให้ออกซิเจน
  24. 24. ควรหยุดช่วยชีวิตเด็กทารกแรกเกิดที่หัวใจหยุดเต้นนานเกิน 10นาทีทั้งๆที่ได้ทาการช่วยชีวิตเต็มที่แล้ว
  25. 25. ควรเน้น briefing ก่อนการสอน และ debriefing หลังการสอนความรู้และทักษะการช่วยชีวิต Briefing Demo Do Debriefing
  26. 26. สนับสนุนการพัฒนางานช่วยชีวิตด้วยการบันทึก เปรียบเทียบ แล้วปรับปรุง
  27. 27. เมื่อไรจะลงมือช่วยชีวิต ไม่รู้ว่านี่คือภาวะหัวใจหยุดเต้น หลงเชื่อการคลาชีพจรซึ่งเชื่อถือไม่ได้การเริ่มต้น CPR คนอยู่ใกล้ มีอัตราเข้ามาช่วยต่ากว่า 50% คนบอกบททางโทรศัพท์บอกผิดอัตราเร็วของการกดหน้าอก กดหน้าอกด้วยอัตราที่ช้าเกินไปความลึกของการกดหน้าอก กดหน้าอกไม่ลึกพอการปล่อยให้หน้าอกเด้งกลับ เอามือกดพักบนหน้าอกทาให้หน้าอกไม่เด้ง กลับ
  28. 28. การเสียความต่อเนื่องใน มัวไปคลาชีพจรโดยไม่ได้ประโยชน์การกด มัวไปช่วยหายใจมากเกินความจาเป็น หยุดกดเพื่อก่อนและหลังช็อกไฟฟ้านานเกินความ จาเป็น หยุดกดเพื่อใส่ท่อช่วยหายใจนานเกินไป หยุดกดเพื่อแทง IV lineการช่วยหายใจ เป่าลมไม่เข้าปอด ช่วยหายใจมากเกินไป โดยเฉพาะเมื่อใส่ ET tube แล้ว
  29. 29. การช็อกไฟฟ้า กว่าจะได้เครื่องช็อกไฟฟ้ามาก็นานเกินไป วิธีการช็อกไม่รวบรัดทาให้ต้องหยุดกด หน้าอกนานทีมเวอร์ค ไม่มีการเปลี่ยนตัวผู้กดหน้าอกทาให้เกิด ความล้าและกดไม่ได้ผล การสื่อสารในทีมล้มเหลว นาไปสู่การหยุด กดหน้าอกโดยไม่จาเป็น
  30. 30. ดี.วี.ดี. (BLS-HCP + Hands only CPR) + ชีทคู่มือ 1 ชุด = 100 บาท

×