Successfully reported this slideshow.
We use your LinkedIn profile and activity data to personalize ads and to show you more relevant ads. You can change your ad preferences anytime.
บทที่  1  ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับฟิสิกส์ วฟ .401  ฟิสิกส์ 1
การแบ่งวิชาวิทยาศาสตร์ออกเป็นวิทยาศาสตร์แขนงต่าง ๆ วิทยาศาสตร์ วิทยาศาสตร์กายภาพ วิทยาศาสตร์ชีวภาพ พฤกษาศาสตร์ ฟิสิกส์ เคม...
ความหมายของคำว่า “ ฟิสิกส์ ” <ul><li>ฟิสิกส์  ( PHYSICS )   มาจากภาษากรีก  </li></ul><ul><li>มีความหมายว่า “ธรรมชาติ” </li...
ตัวอย่างแขนงวิชาของฟิสิกส์ <ul><li>พลังงาน </li></ul><ul><li>อิเล็กทรอนิกส์ </li></ul><ul><li>ดาราศาสตร์ </li></ul><ul><li...
ปริมาณทางฟิสิกส์ <ul><li>หมายถึง สิ่งที่เราสามารถวัดค่าได้ บอกค่าได้แน่นอน </li></ul><ul><li>และใช้แสดงกฎเกณฑ์ต่าง ๆ ได้ <...
ปริมาณทางฟิสิกส์ จำแนกตามหน่วยได้  2  พวก <ul><li>ได้แก่ </li></ul><ul><li>1. หน่วยฐาน เป็นฐานของหน่วยทั้งหลาย </li></ul><...
หน่วยฐาน ในระบบ  SI   7  หน่วย m kg s A K cd mol เมตร   (metre) กิโลกรัม   (kilogram) วินาที   (second) แอมแปร์   (Ampere)...
หน่วยอนุพันธ์ ในระบบ  SI   ที่ควรทราบ m 2 m 3 N J (N. m) W (J/s) m/s m/s 2 Hz C V Pa,N/m 2 Kg/m 3 Kg.m / s 2 ตารางเมตร ลูก...
คำอุปสรรค  (   ตัวนำหน้าหน่วย  ) m n P f มิลลิ  (mili) ไมโคร   (micro) นาโน  (nano) พิโก  (pico) เฟมโต  (femto) 10 -3 10 -...
การวัด การวัดปริมาณต่าง ๆ จะถูกต้องและเที่ยงตรงมากน้อยเพียงใด ขึ้นอยู่กับหลาย ๆ ปัจจัย  ปัจจัยสำคัญ ได้แก่ -  เครื่องมือวั...
เลขนัยสำคัญ คือ ปริมาณเลขที่ได้จาการวัด หรือ การทดลอง หลักการนับเลขนัยสำคัญ 1. ไม่ใช่ศูนย์นับทั้งหมด 3. เลขศูนย์ทางซ้ายไม่...
การบันทึกเลขนัยสำคัญ 1. เลขตัวสุดท้ายได้จากการคาดคะเน 2. เลขทุกตัวก่อนตัวสุดท้าย อ่านได้จากสเกล 3. ต้องบอกความไม่แน่นอนในก...
การคำนวณเลขนัยสำคัญ 1. การบวกลบ  ผลลัพธ์ ควรมีจำนวนตัวเลขหลังจุดทศนิยมเท่ากับจำนวนตัวเลขหลังจุดทศนิยมที่น้อยที่สุดในกลุ่มท...
ความคลาดเคลื่อนของการวัด คือ โอกาสที่ผลการวัดจะคลาดเคลื่อนจากความเป็นจริง เกิดขึ้นที่เลขตัวสุดท้ายของผลการบันทึก ซึ่งได้จา...
การบวกลบ,คูณหารความคลาดเคลื่อน - การบวก  -  การลบ -  การคูณ -  การหาร
การหาเปอร์เซ็นต์ความคลาดเคลื่อนแต่ละตัว (%A) เปอร์เซ็นต์ความคลาดเคลื่อนของปริมาณ  (A) %
ปริมาณทางฟิสิกส์  จำแนกตามคุณลักษณะเฉพาะได้  2  ชนิด <ul><li>ได้แก่ </li></ul><ul><li>1. ปริมาณสเกลาร์ คือ ปริมาณที่บอกเฉพ...
เวกเตอร์ <ul><li>การหาผลลัพธ์ของปริมาณเวกเตอร์ ต้องอาศัยวิธีการทางเวกเตอร์ โดยต้องหาผลลัพธ์ทั้งขนาดและทิศทาง </li></ul><ul...
การบวกลบเวกเตอร์ 1.  วิธีการเขียนรูป 2.  วิธีการคำนวณ <ul><li>การบวก - ลบเวกเตอร์ หรือการหาเวกเตอร์ลัพธ์  </li></ul><ul><l...
วิธีการเขียนรูปแบบหางต่อหัว <ul><li>มีขั้นตอนดังนี้ </li></ul>1.  เขียนลูกศร แทนเวกเตอร์แรกตามขนาดและทิศทาง 2.  นำหางของเว...
การหาเวกเตอร์ลัพธ์ด้วยวิธีการคำนวณ <ul><li>แบ่งเป็น  2  ลักษณะ  </li></ul><ul><li>1. เมื่อมีเวกเตอร์  2  เวกเตอร์ เท่านั้น...
คำนวณหาทิศทางได้จากสมการ คือมุมระหว่าง  R   กับ  A -  เวกเตอร์ทั้งสองทำมุม  ต่อ กัน
<ul><li>2. เมื่อมีเวกเตอร์ย่อยมากกว่า  2  เวกเตอร์ </li></ul>-  แยกเวกเตอร์เหล่านั้นให้อยู่บนแกน  x  และ  y -  เวกเตอร์ที่...
หาทิศทางของเวกเตอร์ลัพธ์ ได้จาก เมื่อ  คือมุมที่เวกเตอร์ลัพธ์กระทำกับแกน  X
การแปลความหมายข้อมูล การบันทึกข้อมูลทางฟิสิกส์ สามารถทำได้หลายแบบด้วยกันคือ 1. การบันทึกข้อมูลในตาราง 2. การนำเสนอข้อมูล ส...
Upcoming SlideShare
Loading in …5
×

Phy 1

2,742 views

Published on

Published in: Education, Technology, Business
  • Be the first to comment

Phy 1

  1. 1. บทที่ 1 ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับฟิสิกส์ วฟ .401 ฟิสิกส์ 1
  2. 2. การแบ่งวิชาวิทยาศาสตร์ออกเป็นวิทยาศาสตร์แขนงต่าง ๆ วิทยาศาสตร์ วิทยาศาสตร์กายภาพ วิทยาศาสตร์ชีวภาพ พฤกษาศาสตร์ ฟิสิกส์ เคมี ธรณีวิทยา ดาราศาสตร์ อุตุนิยมวิทยา สมุทรศาสตร์ สัตวศาสตร์
  3. 3. ความหมายของคำว่า “ ฟิสิกส์ ” <ul><li>ฟิสิกส์ ( PHYSICS ) มาจากภาษากรีก </li></ul><ul><li>มีความหมายว่า “ธรรมชาติ” </li></ul>ฟิสิกส์ เป็นส่วนหนึ่งของวิทยาศาสตร์ (science) เป็นวิทยาศาสตร์กายภาพซึ่งว่าด้วยสิ่งไม่มีชีวิต ในธรรมชาติโดยเน้นถึงกิจกรรม การค้นคว้า หาความจริงจากธรรมชาติ
  4. 4. ตัวอย่างแขนงวิชาของฟิสิกส์ <ul><li>พลังงาน </li></ul><ul><li>อิเล็กทรอนิกส์ </li></ul><ul><li>ดาราศาสตร์ </li></ul><ul><li>นิวเคลียร์ </li></ul>
  5. 5. ปริมาณทางฟิสิกส์ <ul><li>หมายถึง สิ่งที่เราสามารถวัดค่าได้ บอกค่าได้แน่นอน </li></ul><ul><li>และใช้แสดงกฎเกณฑ์ต่าง ๆ ได้ </li></ul><ul><li>ปริมาณทางฟิสิกส์ได้กำหนดหน่วยสำหรับปริมาณ </li></ul><ul><li>นั้นๆ โดยองค์กรระหว่างชาติเพื่อการมาตรฐาน </li></ul><ul><li>เพื่อใช้เป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วโลก เรียกระบบนั้นว่า </li></ul><ul><li>ระบบเอสไอ ( SI Unit: International System of Unit ) </li></ul>
  6. 6. ปริมาณทางฟิสิกส์ จำแนกตามหน่วยได้ 2 พวก <ul><li>ได้แก่ </li></ul><ul><li>1. หน่วยฐาน เป็นฐานของหน่วยทั้งหลาย </li></ul><ul><li>2. หน่วยอนุพันธ์ เป็นหน่วยที่เกิดจากหน่วยฐาน </li></ul><ul><li>หลายๆ หน่วยประกอบกัน </li></ul>
  7. 7. หน่วยฐาน ในระบบ SI 7 หน่วย m kg s A K cd mol เมตร (metre) กิโลกรัม (kilogram) วินาที (second) แอมแปร์ (Ampere) เคลวิน (Kelvin) แคนเดลา (Candela) โมล (mole) 1. ความยาว (length) 2. มวล (mass) 3. เวลา (time) 4. กระแสไฟฟ้า (electric current) 5. อุณหภูมิ (temperature) 6. ความเข้มของการส่องสว่าง (luminous intensity) 7. ปริมาณของสสาร (amount of substance) สัญลักษณ์ หน่วย ปริมาณ
  8. 8. หน่วยอนุพันธ์ ในระบบ SI ที่ควรทราบ m 2 m 3 N J (N. m) W (J/s) m/s m/s 2 Hz C V Pa,N/m 2 Kg/m 3 Kg.m / s 2 ตารางเมตร ลูกบาศก์เมตร นิวตัน (newton) จูล (Joule) วัตต์ (watt) เมตร / วินาที เมตร / วินาที 2 เฮิรตซ์ (Hertz) คูลอมป์ (Coulomb) โวลต์ (Volt) พาสคัล (Pascal), นิวตัน / ตร . เมตร กิโลกรัม / ลบ . เมตร กิโลกรัม . เมตร / วินาที พื้นที่ (Area) ปริมาตร (Volume) แรง (Force) พลังงาน (Energy) กำลัง (Power) ความเร็ว (Velocity) ความเร่ง (Acceleration) ความถี่ (Frequency) ประจุไฟฟ้า (Electric charge) ความต่างศักย์ไฟฟ้า ความดัน (Pressure) ความหนาแน่น (Density) โมเมนตัม (Momentum) สัญลักษณ์ หน่วย ปริมาณ
  9. 9. คำอุปสรรค ( ตัวนำหน้าหน่วย ) m n P f มิลลิ (mili) ไมโคร (micro) นาโน (nano) พิโก (pico) เฟมโต (femto) 10 -3 10 -6 10 -9 10 -12 10 -15 - หน่วยมาตรฐานกลาง 10 0 T G M k เทระ (tera) จิกะ (giga) เมกะ (mega) กิโล (kilo) 10 12 10 9 10 6 10 3 สัญลักษณ์ คำอุปสรรค ( เติมหน้าหน่วย ) ตัวคูณ
  10. 10. การวัด การวัดปริมาณต่าง ๆ จะถูกต้องและเที่ยงตรงมากน้อยเพียงใด ขึ้นอยู่กับหลาย ๆ ปัจจัย ปัจจัยสำคัญ ได้แก่ - เครื่องมือวัด - วิธีการวัด - ตัวผู้วัด - สภาพแวดล้อมขณะทำการวัด
  11. 11. เลขนัยสำคัญ คือ ปริมาณเลขที่ได้จาการวัด หรือ การทดลอง หลักการนับเลขนัยสำคัญ 1. ไม่ใช่ศูนย์นับทั้งหมด 3. เลขศูนย์ทางซ้ายไม่นับ 4. เลขศูนย์ทางขวา หลังจุดทศนิยมนับทั้งหมด 5. เลขศูนย์ทางขวาจำนวนเต็มอาจนับหรือไม่นับก็ได้ 2. เลขศูนย์ที่อยู่ระหว่างตัวเลขนัยสำคัญ ถือเป็น เลขนัยสำคัญ
  12. 12. การบันทึกเลขนัยสำคัญ 1. เลขตัวสุดท้ายได้จากการคาดคะเน 2. เลขทุกตัวก่อนตัวสุดท้าย อ่านได้จากสเกล 3. ต้องบอกความไม่แน่นอนในการคาดคะเน เช่นบอกความละเอียด
  13. 13. การคำนวณเลขนัยสำคัญ 1. การบวกลบ ผลลัพธ์ ควรมีจำนวนตัวเลขหลังจุดทศนิยมเท่ากับจำนวนตัวเลขหลังจุดทศนิยมที่น้อยที่สุดในกลุ่มที่นำมาบวกหรือลบกัน 2. การคูณหารกัน ผลลัพธ์ ควรมีจำนวนตัวเลขนัยสำคัญเท่ากับจำนวนตัวเลขนัยสำคัญที่น้อยที่สุดในกลุ่มที่นำมาคูณหารกัน
  14. 14. ความคลาดเคลื่อนของการวัด คือ โอกาสที่ผลการวัดจะคลาดเคลื่อนจากความเป็นจริง เกิดขึ้นที่เลขตัวสุดท้ายของผลการบันทึก ซึ่งได้จากการคาดคะเน ใช้สัญลักษณ์ แทนค่าความคลาดเคลื่อนของ A
  15. 15. การบวกลบ,คูณหารความคลาดเคลื่อน - การบวก - การลบ - การคูณ - การหาร
  16. 16. การหาเปอร์เซ็นต์ความคลาดเคลื่อนแต่ละตัว (%A) เปอร์เซ็นต์ความคลาดเคลื่อนของปริมาณ (A) %
  17. 17. ปริมาณทางฟิสิกส์ จำแนกตามคุณลักษณะเฉพาะได้ 2 ชนิด <ul><li>ได้แก่ </li></ul><ul><li>1. ปริมาณสเกลาร์ คือ ปริมาณที่บอกเฉพาะขนาด </li></ul><ul><li>ของปริมาณนั้น ๆ </li></ul><ul><li>2. ปริมาณเวกเตอร์ คือ ปริมาณที่มีทั้งขนาดและทิศทาง </li></ul><ul><li>โดยใช้สัญลักษณ์หัวลูกศรแสดงทิศทาง </li></ul><ul><li>ความยาวลูกศรแทนขนาดของปริมาณเวกเตอร์ </li></ul>
  18. 18. เวกเตอร์ <ul><li>การหาผลลัพธ์ของปริมาณเวกเตอร์ ต้องอาศัยวิธีการทางเวกเตอร์ โดยต้องหาผลลัพธ์ทั้งขนาดและทิศทาง </li></ul><ul><li>เวกเตอร์ที่เท่ากัน : เวกเตอร์ 2 เวกเตอร์จะเท่ากันได้ </li></ul><ul><li>ต้องมีขนาดเท่ากัน และมีทิศทางไปในทางเดียวกันด้วย </li></ul><ul><li>เวกเตอร์ตรงข้ามกัน : เวกเตอร์ 2 เวกเตอร์จะตรงข้ามกัน </li></ul><ul><li>เมื่อเวกเตอร์ทั้งสองมีขนาดเท่ากัน </li></ul>
  19. 19. การบวกลบเวกเตอร์ 1. วิธีการเขียนรูป 2. วิธีการคำนวณ <ul><li>การบวก - ลบเวกเตอร์ หรือการหาเวกเตอร์ลัพธ์ </li></ul><ul><li>สามารถทำได้ 2 วิธีคือ </li></ul>
  20. 20. วิธีการเขียนรูปแบบหางต่อหัว <ul><li>มีขั้นตอนดังนี้ </li></ul>1. เขียนลูกศร แทนเวกเตอร์แรกตามขนาดและทิศทาง 2. นำหางของเวกเตอร์ที่ 2 ต่อกับหัวลูกศรของ เวกเตอร์แรก 3. ถ้ามีเวกเตอร์ย่อยๆ อีกให้กระทำเหมือนข้อ 2 จนครบ 4. เวกเตอร์ลัพธ์ หาได้โดยการลากลูกศรจากหางของ เวกเตอร์แรกไปยังหัวลูกศรของเวกเตอร์อันสุดท้าย
  21. 21. การหาเวกเตอร์ลัพธ์ด้วยวิธีการคำนวณ <ul><li>แบ่งเป็น 2 ลักษณะ </li></ul><ul><li>1. เมื่อมีเวกเตอร์ 2 เวกเตอร์ เท่านั้น </li></ul>R = A - B เมื่อ A > B R = B - A เมื่อ B > A - เวกเตอร์ทั้งสองสวนทางกัน R = A + B - เวกเตอร์ทั้งสองไปทางเดียวกัน
  22. 22. คำนวณหาทิศทางได้จากสมการ คือมุมระหว่าง R กับ A - เวกเตอร์ทั้งสองทำมุม ต่อ กัน
  23. 23. <ul><li>2. เมื่อมีเวกเตอร์ย่อยมากกว่า 2 เวกเตอร์ </li></ul>- แยกเวกเตอร์เหล่านั้นให้อยู่บนแกน x และ y - เวกเตอร์ที่อยู่บนแกน x และ y แล้วไม่ต้องแยก - รวมเวกเตอร์ - ตั้งแกนตั้งฉากกัน 2 แกน ที่จุดตัดของเวกเตอร์เหล่านั้น ( x , y ) - หาขนาดของเวกเตอร์ลัพธ์ได้จาก
  24. 24. หาทิศทางของเวกเตอร์ลัพธ์ ได้จาก เมื่อ คือมุมที่เวกเตอร์ลัพธ์กระทำกับแกน X
  25. 25. การแปลความหมายข้อมูล การบันทึกข้อมูลทางฟิสิกส์ สามารถทำได้หลายแบบด้วยกันคือ 1. การบันทึกข้อมูลในตาราง 2. การนำเสนอข้อมูล สามารถทำได้หลายแบบ เช่น แผนภูมิแท่ง แผนภูมิวงกลม เป็นต้น 3. การเขียนกราฟระบบพิกัดฉาก เป็นการแสดงความสัมพันธ์ระหว่างปริมาณเป็นตัวแปรสองตัว แล้วนำค่าทั้งสองมาพล๊อตลงในกราฟของแกน x และ y

×