Successfully reported this slideshow.
We use your LinkedIn profile and activity data to personalize ads and to show you more relevant ads. You can change your ad preferences anytime.

โครงงานคอมพิวเตอร์ เรื่อง โคลอสเซียม

1,302 views

Published on

โครงงานคอมพิวเตอร์ เรื่อง โคลอสเซียม

Published in: Education
  • Be the first to comment

โครงงานคอมพิวเตอร์ เรื่อง โคลอสเซียม

  1. 1. Colosse um
  2. 2. ชื่อโครงงาน (ภาษาไทย):สนามกีฬาโคลอสเซียม ชื่อโครงงาน (ภาษาอังกฤษ):The Roman Colosseum ประเภทโครงงาน โครงงานเพื่อการศึกษา ชื่อผู้ทาโครงงาน 1.นางสาวจารุพรรณ การธนะภักดี 2.นางสาวสุธาสินี โกธายี่ ชื่อที่ปรึกษา คุณครูเขื่อนทอง มูลวรรณ์ ระยะเวลาดาเนินงาน 1 ภาคเรียน Colosse um
  3. 3. คุณครูที่ปรึกษาโครงงาน คุณครูเขื่อนทอง มูลวรรณ์ Colosse um
  4. 4. ผู้จัดทาโครงงาน นางสาวจารุพรรณ การธนะภักดี นางสาวสุธาสินี โกธายี่ Colosse um
  5. 5. ที่มาและความสาคัญของโครงงาน สนามกีฬาโคลอสเซียมเป็นหนึ่งใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุค ใหม่ เป็นสนามกีฬากลางแจ้งขนาดใหญ่ในกรุงโรม สร้างขึ้นในสมัย จักรพรรดิเวสปาเชียน (Emperor Vespasian) แห่งอาณาจักรโรมัน และสร้างเสร็จในสมัยจักรพรรดิไตตัส (Titus) โดยโคลอสเซียมยังเป็น สิ่งมหัศจรรย์ของโลกในยุคกลางอีกด้วย ทางผู้จัดทาได้มีความสนใจใน สนามกีฬาโคลอสเซียม จึงเลือกจัดทาโครงงานเพื่อการศึกษาในเรื่อง สนามกีฬาโคลอสเซียม Colosse um
  6. 6. วัตถุประสงค์ 1.เพื่อศึกษาความเป็นมาของสนามกีฬาโคลอสเซียม 2.เพื่อเรียนรู้การจัดทาโครงงานเพื่อการศึกษา 3.เพื่อเป็นการเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับสนามกีฬาโคลอสเซียม Colosse um
  7. 7. home ที่มาของโคลอสเซียม เกี่ยวกับโคลอสเซียม ประวัติของโคลอสเซียม ปัจจุบันของโคลอสเซียม ประวัติผู้สร้างโคลอสเซียม การเป็ น1ใน7สิ่งมหัศจรรย์ Colosse um
  8. 8. ที่มาของโคลอสเซียม แต่เดิม สัญลักษณ์ของกรุงโรมแห่งนี้ได้รับการขนานนามว่า “ฟลาเวียน แอมพิเธียเตอร์”ตามนามสกุลของจักรพรรดิผู้ให้การ สนับสนุนการก่อสร้าง โดยนับเป็นสิ่งก่อสร้างที่มีขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่ เคยมีการสร้างขึ้นมาในสมัยอาณาจักรโรมัน Colosse um
  9. 9. ครั้นเมื่อเสร็จสมบูรณ์ โคลอสเซี่ยมได้ถูกใช้จัดการแข่งขัน กลาดิเอเตอร์ การประหารและการแสดงละครเกี่ยวกับทวยเทพเพื่อ มอบความบันเทิงให้แก่ผู้ชม ปัจจุบันสนามกีฬาโคลอสเซียมได้กลายเป็นสัญลักษณ์แห่งการ ต่อต้านโทษประหารชีวิต โดยโคลอสเซียมจะส่องสว่างด้วยสีเหลืองทุกครั้งที่มีการ กลับคาตัดสินหรือยก เลิกโทษประหารชีวิตไม่ว่าจะที่ใดในโลก ใน บางครั้งจะมีการเรียกชื่อ โคลิเซียม (Coliseum) Colosse um
  10. 10. ประวัติของโคลอสเซียม โคลอสเซียม (Colosseum) เกิดขึ้นมาเพื่อเป็นสัญลักษณ์แห่ง อานาจของเวสปาเรียน จักรพรรดิโรม พระองค์เริ่มครองราชย์ในปี ค.ศ. 69 และด้วยความต้องการที่จะหล่อหลอมราชวงศ์ขึ้นใหม่สาหรับ ตระกูลของพระองค์ จึงริเริ่มโครงการก่อสร้างขนาดมหึมาขึ้น โดย โคลอสเซียมเป็นส่วนหนึ่งในนั้น Colosse um
  11. 11. และนี่ทาให้โคลอสเซียมเป็นสนามกีฬาของโรมที่ใหญ่ที่สุด และแพงที่สุดเท่า ที่มีการสร้างขึ้น ด้วยทรัพย์สินตั้งแต่โต๊ะไปจนถึง เชิงเทียนทองคาแท้ที่โรมปล้นมาจากการยึดพระ วิหารที่เยรูซาเลม มันจุผู้คนได้ราว 55,000 คน และสร้างเสร็จในปี ค.ศ. 80 เพื่อใช้ แทนสนามกีฬาไม้ซึ่งถูกเผาไปในรัชสมัยของ จักรพรรดิเนโรด้วย แม้จะมีขนาดใหญ่และจุคนได้มากมายขนาดนั้น แต่ด้วย โถงทางเดินและบันไดซึ่งนาไปสู่ทางเข้า 76 ช่องทางก็สามารถทา ให้ผู้ชม 55,000 คน Colosse um
  12. 12. ไปสู่ที่นั่งของตนได้ภายในเวลาไม่กี่นาที ยังไม่รวมทางเดิน ใต้ดินที่เหมือนกับเขาวงกต ห้องโถงต่างๆ ที่มีไว้ให้นักสู้เตรียมตัว และเตรียม!ป่าให้พร้อม และเวทีที่ยกขึ้นด้วยรอกเพื่อปิดบังประตู กลบนพื้นสังเวียน ที่ช่วยความตื่นเต้นให้กับผู้ชม หลังพระองค์สิ้นพระชนม์ในปี ค.ศ. 79 ไทตัส พระโอรสของ พระองค์เองก็ขึ้นสืบทอดราช บัลลังก์ต่อมา ไทตัสตัดสินพระทัยที่ จะสร้างความนิยมในหมู่ประชาชนด้วยการนาเสนอการแข่งขัน Colosse um
  13. 13. ในพิธีเปิดโคลอสเซียมที่ยิ่งใหญ่อลังการ และดูเหมือนว่า วิธีการนี้จะได้ผล เพราะการแข่งขันที่ยาวนานกว่า 100 วัน ในครั้งนั้นทาให้ ไทตัสเป็นจักรพรรดิที่ได้รับความนิยมสูงสุดพระองค์หนึ่งใน ประวัติศาสตร์โรม แต่การครองราชย์ของพระองค์นั้นสั้นกว่าของ พระบิดามาก เพียงแค่หกเดือนหลังจากการแข่งขันรอบปฐมฤกษ์ พระองค์ก็สิ้นพระชนม์ด้วยอาการ ประชวรลึกลับ การต่อสู้แบบกลาดิเอเตอร์เริ่มขึ้นในฐานะพิธีกรรมในงาน ศพของพลเมืองที่ มั่งคั่ง หลังจากผ่านไปหลายศตวรรษ Colosse um
  14. 14. มันได้พัฒนาเป็นความบันเทิงที่ได้รับความนิยม !ป่า มากมายถูกฆ่าในการต่อสู้ชนิดนี้จนถึงกับทาให้!หายากบางชนิด สูญพันธุ์ไปจริงๆ ฮิปโปโปเตมัสไม่มีการพบอีกเลยในอียิปต์ ช้างตายไปจาก ภาคเหนือของแอฟริกา และสิงโตก็หายไปจากภูมิภาคตะวันออก ใกล้ เป็นเวลากว่า 500 ปีที่การต่อสู้เอาเป็นเอาตายในสังเวียน ซึ่ง จัดขึ้นเพื่อสร้างความบันเทิงให้แก่สามัญชน ได้ครอบงาสังคมโรม นักสู้แต่ละคนที่ก้าวเข้ามาจะต่อสู้กันจนตายไปข้างหนึ่งต่อหน้า ผู้ชม 55,000 คนที่โห่ร้องด้วยความสะใจ Colosse um
  15. 15. แม็กซิมัสตัวละครที่แต่งขึ้นในภาพยนตร์เรื่อง Gladiator อาจไม่เคยมีตัวตนอยู่จริง แต่หนึ่งในนักสู้ที่ผ่านสังเวียนแห่งนี้มา มากมาย ชื่อของเวรัส กลับเป็นนักสู้เพียงหนึ่งเดียวที่ได้รับการ บันทึกไว้ในประวัติศาสตร์ เวรัสเกิดมาเป็นเสรีชน แต่เขาถูกจับในปี ค.ศ. 76 ที่ ชายแดนทางตะวันออกเฉียงเหนือของอาณาจักรโรม เขาถูกนาตัว กลับมายังอิตาลีและถูกบังคับให้เป็นทาส เวรัสทางานอยู่ในเหมือง หนึ่งปีก่อนจะฉวยโอกาสหนีจากการงานอันตรากตราของทาส ใน เหมืองหิน และถูกนาไปเป็นนักสู้ฝึกหัด Colosse um
  16. 16. เขาเข้ารับการฝึกเพื่อจะเรียนรู้เทคนิคอัน ซับซ้อนและต้อง ใช้ฝีมืออย่างสูงของนักสู้กลาดิเอ เตอร์ เวรัสหล่อหลอมมิตรภาพ กับนักสู้ฝึกหัดคนอื่นๆ และเรียนรู้ว่าชีวิตของกลาดิเอเตอร์นั้น อาจจะโสมม ป่าเถื่อน แต่เขาก็เรียนรู้เช่นกันว่าหากมีโชค ฝีมือและ ความกล้าหาญสุดหัวใจ นักสู้ในสังเวียนก็สามารถโด่งดัง ร่ารวย ดึงดูดสตรีมากมายให้มาหลงใหล ในที่สุดเวรัสก็สามารถไต่อันดับ ขึ้นมาและกลายเป็นนักสู้ในสังเวียนที่โด่ง ดังจนได้นักสู้กลาดิเอ เตอร์จะถูกแบ่งเป็น 10 ระดับ Colosse um
  17. 17. โดยนักสู้ระดับสูงสุดจะได้รับเงินจากการต่อสู้ครั้งเดียวเป็น เงินมากกว่า 15 เท่าของรายได้ทั้งปีของทหารราบ ขณะที่นักสู้ใน สังเวียนมีมากกว่า 12 ประเภท ซึ่งรวมถึงมูร์มิลลอสที่ถือโล่ขนาด ใหญ่และดาบเล่มยาว ธราเชียนซึ่งต่อสู้เหมือนคนกรีก และ เรทา ริอัส ซึ่งใช้แหและสามง่ามเป็นอาวุธ แม้ว่านักสู้ในสังเวียนส่วนมากจะเป็นทาส แต่ไม่ใช่ทุกคน เพราะเมื่อถึงคริสต์ศตวรรษที่สองนักสู้กลาดิเอเตอร์มากกว่าหนึ่ง ในสามเป็นคน ที่สมัครใจเข้ามา โดยมีชื่อเสียงและความมั่งคั่งเป็น สิ่งล่อใจ Colosse um
  18. 18. และการต่อสู้ทุกครั้งก็ไม่ได้จบลงด้วยความตายเสมอไป พวกเขามีโอกาสที่ดีที่จะเอาชีวิตรอด และหลายคนก็อาลาสังเวียน ไปหลังจากประสบความสาเร็จในอาชีพนี้ สาหรับคนที่เสียชีวิตพวกนักสู้ในสังเวียนได้ร่วมกันตั้งชมรม ฌาปนกิจ สงเคราะห์ เพื่อจ่ายเงินสาหรับการทาศพแก่นักสู้ที่ เสียชีวิต พวกเขาเชื่อว่าถ้าไม่มีการทาศพอย่างถูกต้อง ผู้ที่ตายจะ ถูกสาปให้ เร่ร่อนเป็นผีอยู่ในโลกตลอดไป Colosse um
  19. 19. ประวัติผู้สร้าง จักรพรรดดิไททัส หรือ ไททัส เฟฟลเวียส เวสปาซิอานัส(อังกฤษ:Titus;ชื่อเต็ม:Titus Flavius Vespa)(30ธันวาคม ค.ศ.39-13 กันยายน ค.ศ.81)ไททัสเป็นจักรพรรดิแห่งจักรวรรดิ โรมัน ของราชวงศ์เฟลเวียระหว่างวันที่ 24มิถุนายน ค.ศ.79ถึงวันที่ 13กันยายน ค.ศ.81 ไททัสเป็นจักรพรรดิองค์ที่สองแห่งราชวงศ์เฟลเวียที่ก่อตั้งโดยพระราชบิดาจักรพรรดิ เวสปาเซียน ซึ่งเป็นราชวงศ์ที่มีจักรพรรดิเพียงสามองค์ ที่รวมทั้งจักรพรรดิโดมิเชียนพระอนุชาผู้ ครองราชย์ต่อจากไททัส ก่อนที่จะขึ้นครองราชย์เป็นจักรพรรดิ ไททัสเป็นแม่ทัพโรมันผู้มีชื่อเสียงผู้รับราชการ ภายใต้พระราชบิดาในจังหวัดยูเดีย(Iudaea Province) ระหว่างสงครามยิว-โรมันครั้งที่ 1(First Jewish-Roman War)ที่เกิดขึ้นระหว่างปี ค.ศ.67ถึงปี ค.ศ. 70 Colosse um
  20. 20. สงครามมายุติลงชั่วคราวเมื่อจักรพรรดิเนโรมา เสด็จสวรรคตอย่าง กะทันหัน มื่อวันที่9มิถุนายน ค.ศ.68เมื่อเวสปาเซียนเข้าชิงอานาจในการ เป็นพระจักรพรรดิระหว่างสมัยที่เรียกว่าปีสี่จักรพรรดิ(Year of the Four Emperors) เมื่อเวสเปเซียนได้รับประกาศให้เป็นพระจักรพรรดิ เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม ค.ศ.69 ไททัสก็ได้รับมอบหมายให้ทาสงครามปราบปราม ชาวยิวในยูเดียต่อให้สร็จสิ้น ซึ่งไททัสก็สามารถทาสาเร็จได้ในปี ค.ศ.70โดยการล้อมกรุง เยรูซาเล็ม เพื่อเป็นการฉลองในความสาเร็จอันยิ่งใหญ่ครั้งนี้ทางกรุงโรมก็ ได้สร้างประตูชัยไททัส(Arch of Titus) เพื่อเป็นเกียรติให้แก่ไททัส ซึ่งยังคง ตั้งอยู่ในกรุงโรมจนปัจจุบันนี้ Colosse um
  21. 21. ระหว่างรัชสมัยการปกครองของพระราชบิดา ไททัส ก็สร้าง ชื่อเสียงในทางที่ไม่ใคร่ดีนัก ในฐานะผู้บังคับบัญชากองทหาร รักษาพระองค์เพรทอเรียน(Praetorian Guard)โดยไปมี ความสัมพันธ์อันเป็นที่ร่าลือกับพระราชินีชาวยิวแบเรนิซ แม้ว่าเรื่องชื่อเสียงจะเป็นที่น่ากังวลอยู่บ้าง แต่ไททัสก็ขึ้น ครองราชย์เป็นพระจักรพรรดิต่อจากพระราชบิดา ด้วยความประ สิทธภาพ และถือว่าเป็นพระจักรพรรดิผู้มีคุณธรรมโดยซูโทเนียส (Suetonius) และนักประวัติศาสตร์ร่วมสมัยคนอื่นๆ Colosse um
  22. 22. ในฐานะพระจักรพรรดิไททัสมีชื่อเสียง ในการสร้างสิ่งก่อสร้างสาธารณะในกรุง โรม โดยสร้างสนามกีฬากลางแจ้งเฟลเวียน(Flavian Amphitheatre) หรือที่ เรียกว่าโคลอสเซียม ที่เริ่มขึ้นในรัชสมัยของพระราชบิดาจนเสร็จ นอกจากนั้นแล้วยังทรงได้ชื่อว่าเป็นพระจักรพรรดิ ผู้มีพระมหา กรุณาธิคุณในการทรงช่วยเหลือประชาชน ในเมื่อมีเหตุการณ์ร้ายเกิดขึ้นสองครั้ง ครั้งแรกเมื่อภูเขาไฟวิสุเวียสระเบิดในปี ค.ศ.79และครั้งที่สองเมื่อเกิด เพลิงไหม้ขึ้นในกรุงโรมในปี ค.ศ.80 จักรพรรดิไททัสครองราชย์อยู่ไม่ทันถึงสองปี ก็เสด็จสวรรคตด้วยไข้เมื่อ วันที่ 13 กันยายน ค.ศ. 81 และได้รับการแต่งตั้งให้เป็นเทพ(Apotheosis) โดย สภาเซเนตโรมัน Colosse um
  23. 23. เกี่ยวกับโคลอสเซียม โคลอสเซียม ( Colosseum ) เป็นสนามกีฬากลางแจ้งขนาด ใหญ่ตั้งอยู่ใจกลางกรุงโรม เริ่มสร้างขึ้นในสมัยจักรพรรดิเวสเปเซียน แห่งจักรวรรดิโรมัน และสร้างเสร็จในสมัยของจักรพรรดิไททัส ใน คริสต์ศตวรรษที่ 1 หรือประมาณปี ค.ศ. 80 อัฒจันทร์เป็นรูปวงกลม ก่อด้วยอิฐและหินทรายวัดโดยรอบได้ประมาณ 527 เมตร สูง 57 เมตร สามารถจุผู้ชมได้ประมาณ 50,000 คน ด้านล่างมีห้องใต้ดิน สาหรับขังสัตว์ป่า เช่น สิงโต หรือนักโทษประหารซึ่งจะปล่อยออกมา ต่อสู้กัน อันเป็นความบันเทิงที่คนในยุคหลังมองว่าโหดร้าย Colosse um
  24. 24. โคลอสเซียมมีการออกแบบที่ชาญฉลาด โครงสร้างรูปวงรี ช่วยให้ผู้ชมสามารถชมการแข่งขันได้โดยไม่มีจุดอับ และให้ ความรู้สึกราวกับได้สัมผัสนักกีฬาอย่างใกล้ชิด ขณะที่ระบบ ระบายน้าช่วยมิให้น้าท่วมขังเวลาฝนตก ถือเป็นต้นแบบสนาม กีฬาต่าง ๆ ในปัจจุบัน บางครั้งเรียกว่า โคลีเซียม (Coliseum) ทุก วันนี้ยังมีโครงสร้างเกือบสมบูรณ์ และเป็นโบราณสถานที่ดึงดูด นักท่องเที่ยวจากทั่วโลก โคลอสเซียมเป็นสนามกีฬาที่เปิดให้ให้ชาวโรมันเข้าชมการ ต่อสู้อย่างถึงเลือด ถึงเนื้อระหว่างสัตว์ป่ากับสัตว์ป่า หรือสัตว์ป่า กับคน รวมทั้งการต่อสู้ระหว่างคนกับคน ที่เรียกว่า แกลดิเอเตอร์ Colosse um
  25. 25. ซึ่งหลายคนเป็นทาส เชลย และนักโทษประหารที่ต้องลงสนาม อย่างไม่เต็มใจ โคลอสเซียมมีการใช้งานนานถึง 450 ปี โดยมีการปรับปรุง ซ่อมแซมและเปลี่ยนแปลงแก้ไขหลายครั้ง เนื่องจากภัยธรรมชาติ เช่น แผ่นดินไหว รวมทั้งเพลิงไหม้เนื่องจากฟ้ าผ่าในปี ค.ศ. 217 บันทึกการต่อสู้ของแกลดิเอเตอร์ครั้งสุดท้ายปรากฎในปี 404 เนื่องจากจักรพรรดิโฮโนเรอัสทรงสั่งห้ามการต่อสู้ดังกล่าวใน ปี 405 ส่วนบันทึกการต่อสู้ของสัตว์ป่าครั้งสุดท้ายมีขึ้นในปี 523 และเหตุผลหลักที่ทาให้กิจกรรมต่าง ๆ ในโคลอสเซียมซบเซา เนื่องจากเกิดปัญหาการเงินและการทหารของจักรวรรดิโรมัน Colosse um
  26. 26. ปัจจุบันของโคลอสเซียม โคลอสเซียม คือ สิ่งก่อสร้างรูปทรงโค้งเป็นวงกลมซึ่งตั้งอยู่ที่ ศูนย์กลางของกรุงโรมแห่งนี้ สร้างขึ้นเพื่อเชิดชูเหล่านักรบโรมันและ เป็นอนุสรณ์ที่แสดงถึงความยิ่งใหญ่ ของอาณาจักรโรมัน สนามกีฬา แห่งนี้สูง 48 เมตร ยาว 188 เมตร และกว้าง 156 เมตร แนวคิดใน การออกแบบโคลอสเซียมนี้ยังคงมีความสาคัญมาจนถึงทุกวันนี้ ดังจะ เห็นได้จากการออกแบบสนามกีฬาแทบทุกแห่งในโลกนับตั้งแต่นั้นมา ต้อง ปฏิบัติตามแม่แบบดั้งเดิมของโคลอสเซียมอย่างปฏิเสธไม่ได้ ถึงแม้ว่าในปัจจุบันนี้สิ่งที่ได้รับรู้จากภาพยนตร์และหนังสือบันทึกทาง ประวัติศาสตร์จะแสดงให้เห็นว่าสนามกีฬาแห่งนี้มีแต่การต่อสู้และการ แข่งขัน ที่โหดร้ายต่างๆ นานา Colosse um
  27. 27. เพื่อความสุขของผู้ชมเท่านั้นก็ตาม สนามกีฬาโคลอสเซียม (Colosseum) แห่งนี้ จึงเป็นสิ่งก่อสร้างที่แสดงถึงความรุ่งโรจน์ของ อาณาจักรโรมันโบราณ แต่เมื่ออาณาจักรโรมันเสื่อมลง โคลอสเซียม Colosse um
  28. 28. การเป็ น 1 ใน7สิ่งมหัศจรรย์ สนามกีฬาโคลอสเซียม (ประเทศอิตาลี) - The Colosseum หนึ่งในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ขของโลกที่ได้รับการคัดเลือกจาก องค์กร New 7 Wonders สนามกีฬาโคลอสเซียม (ประเทศอิตาลี) - The Colosseum โคลอสเซียม (อังกฤษ: Colosseum หรือ Flavian Amphitheatre; อิตาลี: Colosseo - โคลอสโซ) เป็นสนามกีฬา กลางแจ้งขนาดใหญ่ตั้งอยู่ใจกลางกรุงโรม เริ่มสร้างขึ้นในสมัยจักรพรรดิ เวสเปเซียนแห่งจักรวรรดิโรมัน และสร้างเสร็จในสมัยของจักรพรรดิ ไททัส ในคริสต์ศตวรรษที่ 1 หรือประมาณปี ค.ศ. 80 Colosse um
  29. 29. อัฒจันทร์เป็นรูปวงกลมก่อด้วยอิฐและหินทรายวัดโดยรอบ ได้ประมาณ 527 เมตร สูง 57 เมตร สามารถจุผู้ชมได้ประมาณ 50,000 คน มีการออกแบบอย่างชาญฉลาดโดยสร้างให้สนามกีฬา มีลักษณะเป็นรูปวงรี เพื่อให้ผู้ชมรู้สึกเข้าใกล้นักกีฬา และมีการ ออกแบบทางระบายน้าเพื่อไม่ให้น้าท่วมขังในสนามขณะเกิดฝน ตก ถือเป็นต้นแบบของสนามกีฬาต่างๆในปัจจุบัน แต่เดิม สัญลักษณ์ของกรุงโรมแห่งนี้ได้รับการขนานนามว่า ?ฟลาเวียน แอมพิเธียเตอร์? ตามนามสกุลของจักรพรรดิผู้ให้การ สนับสนุนการก่อสร้าง โดย Colosse um
  30. 30. นับเป็นสิ่งก่อสร้างที่มีขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีการสร้าง ขึ้นมาใน สมัยอาณาจักรโรมัน ครั้นเมื่อเสร็จสมบูรณ์ โคลอสเซี่ยม ได้ถูกใช้จัดการแข่งขันกลาดิเอเตอร์ การประหาร และการแสดง ละครเกี่ยวกับทวยเทพเพื่อมอบความบันเทิงให้แก่ผู้ชม ปัจจุบัน สนามกีฬาโคลอสเซียมได้กลายเป็นสัญลักษณ์ แห่งการต่อต้านโทษประหารชีวิต โดยโคลอสเซียมจะส่องสว่างด้วย สีเหลืองทุกครั้งที่มีการกลับคาตัดสินหรือยก เลิกโทษประหารชีวิต ไม่ว่าจะที่ใดในโลก ในบางครั้งจะมีการเรียกชื่อ โคลิเซียม (Coliseum) Colosse um
  31. 31. 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2550 โคลอสเซียมได้รับเลือกให้เป็น1 ในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคใหม่ จากการลงคะแนนทั่วโลกทั้ง ทางอินเทอร์เน็ตและโทรศัพท์มือถือ Colosse um
  32. 32. หลักการและทฤษฎี โคลอสเซียม เป็นสนามกีฬากลางแจ้งขนาดใหญ่ในกรุงโรม สร้างในสมัยจักรพรรดิเวสปาเชียน ( Emperor Vespasian ) แห่ง อาณาจักรโรมันและสร้างเสร็จในสมัยของจักรพรรดิไตตัส ( Titus ) ในคริสต์ศตวรรษที่ 1 โคลอสเซียมมีลักษณะเป็นอัฒจันทร์รูปวงกลม ก่อด้วยหินทรายและอิฐวัดโดยรอบประมาณ 527 เมตร สูง 57 เมตร จุคนได้ประมาณ 80,000 คน Colosse um
  33. 33. มีห้องสาหรับขังทาส นักโทษ และสัตว์ดุร้าย เช่น สิงโต เสือ โดยจะให้ทาสสู้กันเองจนกว่าจะเหลือผู้รอดชีวิตเพียงคนเดียวจึงจะ ได้รับอิสรภาพ หรือ ให้นักโทษสู้กับสิงโตที่หิวโซเนื่องจากถูกจับอด อาหาร ในแต่ละปีมีนักโทษและทาสตายไม่ต่ากว่า 100 คน โคลอส เซียมถูกจัดเป็นสิ่งมหัศจรรย์ของโลกในยุคกลางด้วย Colosse um
  34. 34. วิธีดาเนินงาน 1.เลือกหัวข้อในการจัดทาโครงงาน 2.กาหนดขอบเขตของโครงงาน 3.ศึกษาและรวบรวมข้อมูล 4.จัดทาแบบร่างของโครงงาน 5.วิเคราะห์และเรียบเรียงข้อมูล 6.ตรวจสอบข้อมูล Colosse um
  35. 35. ขั้นตอนและแผนดาเนินงาน ลาดับที่ ขั้นตอน สัปดาห์ที่ ผู้รับผิดชอบ 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 1 1 1 2 13 1 4 1 5 16 17 1 คิดหัวข้อโครงงาน / จารุพรรณ 2 ศึกษาและค้นคว้าข้อมูล / / / จารุพรรณ และสุธาสินี 3 จัดทาโครงร่างงาน / / / จารุพรรณ และสุธาสินี 4 ปฏิบัติการสร้างโครงงาน / / / จารุพรรณ และสุธาสินี 5 ปรับปรุงทดสอบ / / / จารุพรรณ และสุธาสินี 6 การทาเอกสารรายงาน / / / จารุพรรณ และสุธาสินี 7 ประเมินผลงาน / / / จารุพรรณ และสุธาสินี 8 นาเสนอโครงงาน / จารุพรรณ Colosse um
  36. 36. ผลที่คาดว่าจะได้รับ ได้รับความรู้เกี่ยวกับสนามกีฬาโคลอสเซียม และ ได้เรียนรู้เกี่ยวกับ การจัดทาโครงงานเพื่อการศึกษา สถานที่ดาเนินการ โรงเรียนยุพราชวิทยาลัย กลุ่มสาระการเรียนรู้ที่เกี่ยวข้อง กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี รายวิชา คอมพิวเตอร์ Colosse um
  37. 37. บรรณานุกรม • http://student.nu.ac.th/chilwchilw/work2/wonderful_show.asp?won derful_id=23 • http://clver4leaf.exteen.com/20080430/7-iii • http://202.44.68.33/node/51268 • https://balloonbaba.wordpress.com • http://travel.mthai.com/world-travel/64882.html • http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=vinitsiri&month=01- 2012&date=31&group=25&gblog=265 Colosse um
  38. 38. • http://warandgame.wordpress.com/2008/06/18 • http://www.newworldencyclopedia.org/entry/Colosseum • http://shot.holycross.edu/courses/dbdisplay?db=artifacts&na me=Rome%2C%20Colosseum Drawing & Detail of Coliseum • http://www.greatbuildings.com/buildings/Roman_Colosseum. html • http://th.wikipedia.org/wiki/ Colosse um

×