Successfully reported this slideshow.
We use your LinkedIn profile and activity data to personalize ads and to show you more relevant ads. You can change your ad preferences anytime.

Doc1

1,015 views

Published on

Published in: Education
  • Be the first to comment

  • Be the first to like this

Doc1

  1. 1. C1 แมวไทย คือแมวที่มีถิ่นกำเนิดอยู่ในประเทศไทย คุณสมบัติที่ทำให้แมวไทยเหนือกว่ำแมวชนิดอื่น คือ อุปนิสัย แมวไทยมี ควำมฉลำด มีควำมเป็นตัวของตัวเอง รู้จักคิด รู้จักประจบ รักบ้ำน รักเจ้ำของ และเหนืออื่นใด คือ รักควำมอิสระของตัวเอง เป็นชีวิตจิตใจ อิสระที่ จะกิน จะดื่ม หรือจะไปไหนตำมที่ใจชอบ ซึ่งถือว่ำเป็นบุคลิกประจำตัวที่ทำให้แตกต่ำงจำกแมวพันธุ์ อื่น สีสันตำมตัวของแมวไทย เป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้นักรักแมวรู้สึกสุขใจยำมได้มอง ไม่ว่ำจะเป็น วิเชียรมำศ เก้ำแต้ม ขำว มณีหรือขำวปลอด นิลรัตน์หรือดำปลอด ศุภลักษณ์หรือ ทองแดง สีสวำดหรือแมวไทยพันธุ์โครำช ต่ำงล้วนได้รับควำม สนใจ จำกเจ้ำของและผู้สนใจทั้งสิ้น เมื่อปี พ.ศ. 2427 พระบำทสมเด็จพระจุลจอมเกล้ำเจ้ำอยู่หัว รัชกำลที่ 5 ได้พระรำชทำนแมววิเชียรมำศคู่หนึ่งให้แก่ กงสุล อังกฤษชื่อนำย โอเวน กูลด์ (Owen Gould) แมวไทยคู่นี้ชนะกำรประกวดแมวที่ กรุงลอนดอน และทำให้ชำวอังกฤษนิยม เลี้ยงแมวไทยมำกขึ้น ในที่สุดก็แพร่หลำยไปทั่วโลก และแมววิเชียรมำศก็เป็นที่รู้จักในภำษำอังกฤษว่ำ "Siamese Cat" หรือ แมวสยำม สำหรับในประเทศไทย คนไทยที่เป็นที่รับรู้ดีว่ำชอบเลี้ยงแมวไทย อำทิ เช่น นำยสมัคร สุนทรเวชอดีตนำยกรัฐมนตรีและ อดีตผู้ว่ำรำชกำรกรุงเทพมหำนคร, นำยพิชัย วำสนำส่ง อดีตผู้เชี่ยวชำญเรื่องกำรต่ำงประเทศ และ ดร.สมเกียรติ อ่อนวิมล อดีตผู้อำนวยกำรองค์กำรสื่อสำรมวลชนแห่งประเทศไทย (อสมท.) เป็นต้น ปัจจุบัน ยีนของแมวไทยได้กระจำยไปสู่แมวสำยพันธุ์ต่ำงประเทศทั่วโลกมำกถึง 40 สำยพันธุ์ด้วยกัน[1] เนื้อหา  1 ชนิดของแมวไทย o 1.1 แมวให้คุณ 17 ชนิด o 1.2 แมวร้ำยให้โทษ 6 ชนิด o 1.3 ขำวมณี  2 อ้ำงอิง ชนิดของแมวไทย แมวไทย (วิฬำร) ที่ยังเหลือให้พบเห็นในปัจจุบันนี้มี 6 ชนิดคือ วิเชียรมำศ สีสวำด ศุภลักษณ์ โกญจำ ขำวมณี และแซม เสวตร[2] แต่แท้จริงแล้วในสมุดข่อยโบรำณได้กล่ำวถึงแมวไทยว่ำมีทั้งหมด 23 สำยพันธุ์ แบ่งออกเป็นแมวให้คุณ 17 ชนิด และ แมวร้ำยให้โทษอีก 6 ชนิด แมวให้คุณ 17 ชนิด
  2. 2. แมวไทยบนแสตมป์ของ บริษัทไปรษณีย์ไทย จำกัด (ซ้ำยบน) ขำวมณี, (ซ้ำยล่ำง) วิเชียรมำศ, (ขวำบน) มำเลศ, (ขวำล่ำง) ศุภ ลักษณ์ 1. วิเชียรมาศ เมื่อแรกเกิดมีขนสีขำวหมด พอโตขึ้นจะมีสีเปลี่ยนเป็นสีครีมอ่อน ๆ แต่ที่หน้ำ หำง เท้ำทั้งสี่หูทั้งสอง ข้ำง และที่อวัยวะเพศอีก 1 แห่งรวมเก้ำแห่งมีสีน้ำตำล (สีเข้ม) มีนัยน์ตำประกำยสีฟ้ำสดใส เลี้ยงไว้มีคุณค่ำยิ่งลำ นักหนำ จักนำโภคำพิพัฒน์สมบัติเพิ่มพูล 2. ศุภลักษณ์ หรือ ทองแดง สีขนเป็นสีทองแดงตลอดตัว มีนัยน์ตำเป็นประกำย ใครเลี้ยงจักได้ยศถำ ยิ่งพ้นพรรณนำ เป็นอำมำตย์มนตรี 3. มาเลศ หรือ แมวโคราช หรือ สีสวาด มีขนสีดอกเลำเปรียบเสมือนกับเมฆสีเทำยำมฟ้ำยับฝน มีนัยน์ตำหยำดเยิ้ม ประหนึ่งนำค้ำงย้ยต้องกลีบบัว ใครพบเร่งให้อุปถัมภ์ แมวนั้นจักนำมำซึ่งสุขสวัสดิ์มงคล 4. โกนจา หรือ ดำปลอด มีสีดำละเอียด นัยน์ตำสีดอกบวบแรกแย้ม หำงเรียวยำว ท่ำทำงกำรเดินสง่ำเหมือนสิงโต แมวนี้เลี้ยงดีมีคุณหนักหนำ จงเร่งหำมำเลี้ยงเทอญอย่ำแคลงสงสัย 5. นิลรัตน์ สีดำทั้งตัว รวมถึงเล็บ ลิ้น ฟัน ดวงตำ และกระดูก หำงยำวตวัดได้จนถึงหัว เลี้ยงไว้แล้วเชื่อว่ำจะมีควำม เจริญ มีทรัพย์ ปรำศจำกอันตรำย 6. วิลาศ มีลำตัวสีดำจำกคอไปตลอดท้อง จำกสองหูไปจนถึงหำงและขำทั้งสี่มีสีขำว ตำสีเขียว เชื่อว่ำเลี้ยงไว้แล้วจะ ได้เป็นเจ้ำคนนำยคน มีเงินทองมำกมำย 7. เก้าแต้ม มีสีขำวเป็นพื้น มีแต้มสีดำเก้ำจุดที่คอ หัว ต้นขำหน้ำและหลังทั้งสองข้ำงและที่ท้ำยลำตัว เชื่อว่ำเลี้ยงไว้ แล้วจะรุ่งเรืองทำงกำรค้ำขำย 8. รัตนกาพล ตัวขำวเหมือนหอยสังข์ แต่รอบตัวตรงส่วนอกมีลักษณะคล้ำยสำยคำดสีดำ ตำสีเหลือง เชื่อว่ำเลี้ยงแล้ว จะมียศ ผู้อื่นยำเกรง 9. นิลจักร มีลำตัวดำสนิท ที่คอมีขนสีขำวอยู่รอบเหมือนกับปลอกคอ เชื่อว่ำเลี้ยงแล้วจะมีทรัพย์มำก 10. มุลิลา ลำตัวดำ หูสองข้ำงมีสีขำว ตำมีสีเหลืองเหมือนดอกเบญจมำศ เชื่อว่ำแมวชนิดนี้เหมำะกับนักบวชเลี้ยง เพรำะช่วยให้มีกำรเล่ำเรียนดีสม ปรำรถนำ
  3. 3. 11. กรอบแว่น หรือ อานม้า มีปำนลักษณะอำนม้ำบนหลัง เชื่อว่ำแมวชนิดนี้มีรำคำสูงถึงแสนตำลึงทองคำ และให้ เกียรติยศแก่เจ้ำของ 12. ปัดเสวตร หรือ ปัดตลอด ตัวมีสีดำเป็นพื้น ตั้งแต่จมูกไปตำมแนวสันหลังถึงปลำยหำงมีสีขำว ตำเหลืองคล้ำยกับ พลอย หำกเลี้ยงไว้จะมีควำมเจริญมำกกว่ำคนในสกุลเดียวกันและได้ลำภยศ 13. กระจอก ไม่กระจอกเหมือนชื่อ ลำตัวกลมมีสีดำ รอบปำกมีสีขำว ตำสีเหลือง เลี้ยงแล้วเชื่อกันว่ำจะได้ที่ดินเงิน ทอง ไพร่ก็จะได้เป็นเจ้ำนำยคน 14. สิงหเสพย์ หรือ โสงหเสพย์ ลำตัวมีสีดำ ที่ปำก รอบคอ จมูกมีสีขำวตำสีเหลือง ท่ำทำงเดินสง่ำเหมือนสิงโต เลี้ยง แล้วมีสิริมงคล 15. การเวก ลำตัวสีดำ จมูกสีขำว ตำเป็นประกำยสีทอง เชื่อกันว่ำภำยใน 7 เดือนที่ได้มำเลี้ยงจะได้ยศศักดิ์และลำภ จำนวนมำก 16. จตุบท ตัวสีดำ เท้ำทั้งสี่มีสีขำว ตำสีเหลืองเหมือนดอกโสน เชื่อว่ำให้คุณกับคนเลี้ยง แต่ไม่เหมำะกับคนทั่วไป สมควรเลี้ยงแก่บุคคลชั้นสูงหรือรำชินิกูลเท่ำนั้น 17. แซมเสวตร มีขนสีดำแซมขำว มีขนบำงและสั้น รูปร่ำงเพรียว มีนัยน์ตำดั่งหิ่งห้อย เลี้ยงดีมีคุณหนักหนำ จงเร่งหำ มำเลี้ยงเทอญอย่ำแคลงสงสัย แมวร้ายให้โทษ 6 ชนิด 1. ทุพลเพศ มีขนสีขำว ดวงตำสีแดงดั่งโลหิตทำตำไว้ มีนิสัยไม่ดีชอบลักขโมยปลำไปกินทุกคำคืน ใครเลี้ยงไว้จะให้ โทษไม่เป็นสุขเกิดควำมเดือดร้อนแรงผลำญ 2. พรรณพยัคฆ์ หรือ ลำยเสือ มีขนลำยเหมือนเสือ ลักษณะขนเหมือนชุบด้วยเกลือกับแกลบ มีนัยน์ตำสีแดงเจือสี เปือกตม มีเสียงร้องเหมือนเสียงผีโป่งร้องอยู่ตำมป่ำเขำ ถือว่ำเป็นแมวให้โทษอีกชนิดหนึ่ง 3. ปีศาจ เป็นแมวที่กินลูกตัวเอง ออกลูกมำกี่ตัวกินหมด ลักษณะขนสำก ตัวผอม หนังยำน โบรำณจัดเป็นแมวร้ำย อย่ำนำมำเลี้ยงไว้ 4. หิณโทษ เป็นแมวนำมำซึ่งสิ่งเลวร้ำย นำภัยพิบัติมำสู่บ้ำน ใครเลี้ยงไว้จะไม่เป็นมงคล ออกลูกมำมักจะมีลูกตำยอยู่ ในท้อง 5. กอบเพลิง เป็นแมวที่ลึกลับชอบซ่อนตัวหลบหลีกผู้คน พอมันเห็นคนมันจะเดินหรือรีบวิ่งหนี ใครเลี้ยงไว้จะมี โทษถึงตัว 6. เหน็บเสนียด มีลักษณะเหมือนค่ำง ชอบเอำหำงขดซ่อนไว้ใต้ก้นเสมอ มีรูปร่ำงพิกลพิกำร อย่ำเลี้ยงไว้ในบ้ำนจะ ทำให้เสียชื่อเสียงและเกียรติยศ ขาวมณี ส่วน ขาวมณี หรือ ขาวปลอด นั้นถึงแม้ไม่มีปรำกฏในตำรำแมวไทย เพรำะเชื่อว่ำเพิ่งถือกำเนิดในต้นยุครัตนโกสินทร์นี่เอง แต่ก็จัดว่ำเป็นแมวไทยมงคลด้วยเหมือนกัน
  4. 4. C2 แมวไทย ๒๓ ชนิด แมวให้คุณ๑๗ ชนิด แมววิเชียรมาศ “เพชรแห่งดวงจันทร์” ลักษณะที่เป็นข้อเด่น  ลักษณะสีขน : ขนสั้นแน่นสีขาว หรือสีน้้าตาลอ่อน มีแต้มสีครั่ง หรือสีน้้าตาลไหม้ที่บริเวณใบหน้า หูทั้งสองข้าง เท้าทั้งสี่ หางและที่อวัยวะเพศ (ทั้งแมวเพศผู้และแมวเพศเมีย) รวม 9 แห่ง ขณะที่อายุยังน้อย หรือเป็นลูกแมว สี ขนจะออกสีครีมอ่อนๆ หรือขาวนวล พอโตขึ้นสีจะค่อยๆ เข้มขึ้นตามล้าดับจนเป็นสีน้้าตาล (สีลูกกวาด)  ลักษณะของส่วนหัว : รูปหัวไม่กลม หรือแหลมเกินไป หน้าผากใหญ่และแบน จมูกสั้น หูใหญ่ ตั้งสูงเด่นบนส่วน หัว  ลักษณะของนัยน์ตา : ตามีสีฟ้า  ลักษณะของหาง : หางยาว ปลายแหลมชี้ตรง โคนหางใหญ่และค่อยๆ เล็กเรียวกลมไปจนสุดปลายหาง ขายาว เรียวได้สัดส่วนกับล้าตัว ลักษณะที่เป็นข้อด้อย ขนยำวเกินไป มีแต้มสีไม่ครบทั้ง 9 แห่ง แต้มสีอื่นที่ไม่ใช่สีน้ำตำลไหม้ นัยน์ตำสองข้ำงเป็นคนละสี หรือเป็นสีอื่นๆ ตำเอียง จมูกหัก หูไม่ตั้ง หำงสั้นเกินไป (เมื่อยืนขำหลังให้ขนำนกับหำง ควำมยำวของหำงสั้นกว่ำขำเกิน 3 นิ้ว ) หำงขอด หำงหงิกงอ หำงสดุด ปลำยหำงคด ดุเกินไป เลี้ยงลูกไม่ดี
  5. 5. แมวศุภลักษณ์ “แมวทองแดง” ลักษณะที่เป็นข้อเด่น  ลักษณะสีขน : ขนสั้น สีน้้าตาลเข้มคล้ายสีสนิม (สีทองแดง) บริเวณส่วนหู ใบหน้า ปลายขา หาง จะมีสีน้้าตาล เข้มกว่าบริเวณล้าตัวทั่วๆ ไป  ลักษณะของส่วนหัว : ค่อนข้างกลมและกว้าง หนวดมีสีเหมือนลวดทองแดง หูใหญ่  ลักษณะของนัยน์ตา : แมวชนิดนี้จะมีดวงตาออกเป็นลักษณะเหลืองๆ หรือออกสีอ้าพัน หนวดของแมวศุภ ลักษณ์จะมีสีแวววาวเหมือนกับลวดทองแดงเลยทีเดียว  ลักษณะของหาง : หางยาว ปลายหางแหลมชี้ตรง โคนหางใหญ่และค่อยๆ เล็กเรียวกลมไปจนสุดปลายหาง ขาวยาวเรียวได้สัดส่วนกับล้าตัว ลักษณะที่เป็นข้อด้อย ขนยำวเกินไป สีอ่อนเกินไป มีแต้มสีขำวปน เช่น ที่บริเวณหน้ำอก หรือช่องท้อง มีไม่สม่ำเสมอ เช่น มีลำยเห็นเป็นทำงตำม ลำตัว โดยเฉพำะตำมใบหน้ำ ขำและหำง นัยน์ตำสองข้ำงเป็นคนละสี หรือเป็นสีอื่น ตำเอียง จมูกหัก หูไม่ตั้ง หำงสั้นมำก เกินไป (เมื่อยืดขำหลังให้ขนำนกับหำง ควำมยำวของหำงสั้นกว่ำขำเกิน 3 นิ้ว ) หำงขอด หำงหงิกงอ หำงสะดุด ปลำยหำงคด ดุเกินไป เลี้ยงลูกไม่ดี
  6. 6. แมวมาเลศ “แมวโคราช” (คนสมัยโบราณมีความเชื่อว่า แมวสีสวาดเป็นแมวนาโชคลาภของคนโคราช แมวสีสวาดเคยประกวดชนะเลิศในระดับโลก มาแล้วในปี พ.ศ. 2503 ที่สหรัฐอเมริกา เป็นแมวตัวเมียชื่อว่าสุนัน และเป็นที่นิยมของชาวต่างประเทศมาก จึงนับว่าแมวไทย ได้ทาชื่อเสียงให้แก่ประเทศไทยเป็นอันมาก) ลักษณะที่เป็นข้อเด่น  ลักษณะสีขน : ขนสั้น สีสวาด (silver blue) ทั่วทั้งตัวและเป็นสีสวาดตั้งแต่เกิดจนตาย  ลักษณะของส่วนหัว : หัวเมื่อดูจากด้านหน้าจะเป็นรูปหัวใจ หน้าผากใหญ่และแบน หูตั้ง ในแมวตัวผู้หน้าผากมี รอยหยักท้าให้เป็นรูปหัวใจเด่นชัดมากขึ้น หูใหญ่ตั้ง ปลายหูมน โคนหูใหญ่ ผิวหนังที่บริเวณจมูกและริมฝีปากสี เงิน หรือม่วงอ่อน  ลักษณะของนัยน์ตา : นัยน์ตาสีเขียวสดใสเป็นประกาย หรือสีเหลืองอ้าพัน ขณะยังเป็นลูกแมวตาจะเป็นสีฟ้า เมื่อโตขึ้นจะค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นสีเหลืองสด และเมื่อเติบโตเต็มที่ตาจะเปลี่ยนเป็นสีเขียวใบไม้ หรือสีเหลืองอ้าพัน  ลักษณะของหาง : หางยาว ปลายแหลมชี้ตรง โคนหางใหญ่และค่อย ๆ เล็กเรียวกลมไปจนสุดปลายหาง ขายาว เรียวได้สัดส่วนกับล้าตัว ลักษณะที่เป็นข้อด้อย ขนยำวเกินไป มีสีอื่นปน นัยน์ตำสองข้ำงเป็นคนละสี หรือเป็นสีอื่น ตำเอียง จมูกหัก หูไม่ตั้ง หำงสั้นมำกเกินไป (เมื่อยืดขำ หลังให้ขนำนกับหำง ควำมยำวของหำงสั้นกว่ำขำเกิน 3 นิ้ว) หำงขอด หำงหงิกงอ หำงสะดุด ปลำยหำงคด ดุเกินไป เลี้ยงลูก ไม่ดี
  7. 7. โกนจา“โกญจา” แปลว่า นกกระเรียน (แมวสายพันธุ์โกนจา มีลักษณะคล้ายกับแมวสายพันธุ์ต่างชาติอีกสายพันธุ์หนึ่ง คือ บอมเบย์) ลักษณะที่เป็นข้อเด่น  ลักษณะสีขน: ขนสั้น สีด้าตลอดทั้งตัว  ลักษณะของส่วนหัว: รูปหัวกลมไม่ใหญ่มาก หูใหญ่ ตั้งสูงเด่นบนส่วนหัว  ลักษณะของนัยน์ตา: นัยน์ตาสีดอกบวบแรกแย้ม (สีเหลืองอมเขียว)  ลักษณะของหาง: หางยาว ปลายแหลมชี้ตรง โคนหางใหญ่และค่อย ๆ เล็กเรียวกลมไปจนสุดปลายหาง ขายาว เรียวได้สัดส่วนกับล้าตัว ลักษณะที่เป็นข้อด้อย ขนยำวมำกเกินไป ขนมีสีอื่นปะปน นัยน์ตำสองข้ำงเป็นคนละสี หรือเป็นสีอื่น ตำเอียง จมูกหัก หูไม่ตั้ง หำงสั้นมำกเกินไป ( เมื่อยืดขำหลังให้ขนำนกับหำง ควำมยำวของหำงสั้นกว่ำขำเกิน 3 นิ้ว ) หำงขอด หำงหงิกงอ หำงสะดุด ปลำยหำงคด ดุ เกินไป เลี้ยงลูก
  8. 8. “แมวนิลรัตน์” ลักษณะที่เป็นข้อเด่น  แมวนิลรัตน์ เป็นแมวที่มีสีด้าสนิททั้งตัว ขนเป็นมันแวววาว นอกจากนั้น เล็บ ลิ้น ฟัน และนัยน์ตา ยังเป็นสีด้า อีกด้วย หางเรียวยาว ตวัดได้ถึงศีรษะค่อนข้างหายาก หากใครเลี้ยงไว้จะได้ทรัพย์สินเพิ่มพูน (ปัจจุบัน ได้สูญพันธุ์แล้ว) “แมววิลาศ” ลักษณะที่เป็นข้อเด่น  แมววิลาศ มีสีด้าเกือบทั้งตัว ขนเรียบ ยกเว้นใบหูทั้ง 2 ข้าง ปากล่างลงมาถึงหน้าอก ปลายเท้าทั้ง 4 และจาก ท้ายทอยบนหลังจนถึงปลายหางมีสีขาว หางเรียวยาว นัยน์ตาสีเข้ม รูปร่างสวยงามน่ารัก ใครเลี้ยงจะได้เป็นเจ้า คนนายคน มีทรัพย์สินบริบูรณ์ (ปัจจุบันได้สูญพันธุ์แล้ว) “แมวเก้าแต้ม” ลักษณะที่เป็นข้อเด่น  แมวเก้าแต้ม เป็นแมวสีขาว มีสีด้าแต้มสีด้ารวมเก้าแห่ง คือ บริเวณหัว คอ โคนขาหน้าและโคนขาหลังหลังทั้ง 4 ข้าง ไหล่ทั้ง 2 ข้าง และโคนหาง ลักษณะแต้มสีด้านี้จะเป็นวงกลมหรือปื้นเหลี่ยมก็ได้ ปลายหางเรียวยาว สีขาว ใครได้แมวเก้าแต้มไว้เลี้ยงดูก็จะท้าให้การค้าขายรุ่งเรือง ร่้ารวย คนไทยโบราณมักเลี้ยงไว้ในพระราชส้านัก
  9. 9. (ปัจจุบันหำยำก ที่เป็นพันธุ์แท้) “รัตนกาพล” ลักษณะที่เป็นข้อเด่น  แมวรัตนกาพล มีขนสีขาวดั่งหอยสังข์ยกเว้นบริเวณล้าตัวมีสีด้าคาดไว้ นัยน์ตาสีทอง ตามความเชื่อ ถ้าใคร เลี้ยงไว้จะมียศถาบรรดาศักดิ์ และมีอ้านาจบารมี “แมวนิลจักร” ลักษณะที่เป็นข้อเด่น  นิลจักร เป็นแมวสีด้าอีกชนิดหนึ่ง บริเวณล้าคอมีขนขาวเป็นวง เหมือนมีจักรหรือพวงมาลัยคล้องคอ ใครเลี้ยงไว้ จะมากด้วยทรัพย์สินเงินทอง (ปัจจุบันได้สูญพันธุ์แล้ว)
  10. 10. “มุลิลา” ลักษณะที่เป็นข้อเด่น  แมวมุลิลา แมวมุลิลานี้ เป็นแมวขนสีด้า ขนเรียบเป็นมัน แต่บริเวณสองหูเป็นสีขาว นัยน์ตาสีเหลืองราวกลีบ ดอกเบญจมาศ แมวชนิดนี้ ต้าราว่าให้เลี้ยงได้เฉพาะพระสงฆ์ ไม่ควรเลี้ยงตามบ้าน เหตุผลนั้นคงเป็นเพรำะบทกวีที่ว่ำ “หนึ่งด่างสองหูโดยหมาย ตาราท่านทาย ว่าควรจะเลี้ยงแต่สงฆ์ เล่าเรียนสิ่งใดมั่นคง มิได้ ลืมหลงสาเร็จดังความปรารถนา” ตำรำท่ำนว่ำไว้ เจ้ำแมวชนิดนี้ พระสงฆ์ควรจะเลี้ยง ช่วยให้มีจิตใจตั้งมั่นในกำรเล่ำเรียนไม่ออกนอกลู่นอกทำง เล่ำเรียน สำเร็จตำมปรำรถนำ (ปัจจุบันได้สูญพันธุ์แล้ว) แมวกรอบแว่น “อานม้า” ลักษณะที่เป็นข้อเด่น  กรอบแว่น หรือ อานม้า เป็นแมวมีขนสีขาวทั้งตัว ยกเว้นกลางหลังนั้นจะมีสีด้าเหมือนอานม้าอยู่ และบริเวณ ขอบตาทั้งสองข้างเป็นสีด้า เหมือนกรอบแว่นตา ใครเลี้ยงไว้จะมีค่ามหาศาล และท้าให้มีเกียรติยศชื่อเสียง
  11. 11. (ปัจจุบันได้สูญพันธุ์แล้ว) แมวปัดเสวตร“ปัดตลอด” ลักษณะที่เป็นข้อเด่น  แมวปัดเสวตร (อ่านว่า แมว-ปัด-สะ-เวด) หรือ ปัดตลอด แมวชนิดนี้มีขนสีด้าเป็นมันราบเรียบ ยกเว้นปลาย จมูกจนถึงปลายหางมีขาว ดวงตามีสีเหลืองดั่งพลอยสะท้อนแสง ใครเลี้ยงไว้จะช่วยชูชื่อเสียงวงศ์ตระกูลให้เป็นที่ รู้จักทั่วไป (ปัจจุบันได้สูญพันธุ์แล้ว) แมวกระจอก ลักษณะที่เป็นข้อเด่น  ลักษณะสีขน ขนสั้น สีด้า มีขนสีขาว รอบจมูก  ลักษณะของส่วนหัว รูปหัวกลมไม่ใหญ่มาก หูใหญ่ ตั้งสูงเด่นบนส่วนหัว  ลักษณะของนัยน์ตา นัยน์ตาสีดอกบวบแรกแย้ม (สีเหลืองอมเขียว)  ลักษณะของหาง หางยาว ปลายแหลมชี้ตรง โคนหางใหญ่และค่อยๆ เล็กเรียวกลมไปจนสุดปลายหาง ขายาว เรียวได้สัดส่วนกับล้าตัว (ปัจจุบันได้สูญพันธุ์แล้ว)
  12. 12. แมวสิงหเสพย์ (แมวสิงหเสพย์ หรือ แมวโสงหเสพย แมวชนิดนี้มีขนสีดาทั้งตัว แต่มีสีขาวอยู่บริเวณริมฝีปาก จมูกและรอบคอ นัยน์ตาสี เหลืองทอง ใครเลี้ยงไว้จะทาให้มีสมบัติเพิ่ม) ลักษณะที่เป็นข้อเด่น  ลักษณะสีขน ขนสั้น สีด้า มีขนสีขาวรอบจมูก และที่คอ  ลักษณะของส่วนหัว รูปหัวกลมไม่ใหญ่มาก หูใหญ่ ตั้งสูงเด่นบนส่วนหัว  ลักษณะของนัยน์ตา นัยน์ตาสีดอกบวบแรกแย้ม (สีเหลืองอมเขียว)  ลักษณะของหาง หางยาว ปลายแหลมชี้ตรง โคนหางใหญ่และค่อยๆ เล็กเรียวกลมไปจนสุดปลายหาง ขายาว เรียวได้สัดส่วนกับล้าตัว (ปัจจุบันได้สูญพันธุ์แล้ว) แมวการเวก ลักษณะที่เป็นข้อเด่น  แมวการเวก เป็นแมวด้าอีกชนิดหนึ่ง แต่ไม่ด้าหมดทั้งตัว จะมีแต่ปลายจมูกที่มีแต้มสีขาวเล็กน้อย นัยน์ตาทั้ง สองข้างสีเหลืองอ้าพันสดใส ถ้าได้เลี้ยงจะน้าโชคลาภมาให้เจ้าของเปลี่ยนฐานะขึ้นไปเรื่อยๆ (ปัจจุบันได้สูญพันธุ์แล้ว)
  13. 13. แมวจตุบท ลักษณะที่เป็นข้อเด่น  แมวจตุบท เป็นแมวสีด้า นอกจากปลายเท้าขึ้นมาจนถึงข้อพับทั้งสี่ข้างเป็นสีขาว นัยน์ตาเป็นสีเหลืองคล้ายดอก โสน ต้าราว่าแมวชนิดนี้คนธรรมดาไม่ควรเลี้ยง ควรเลี้ยงเฉพาะราชนิกูล หรือเชื้อพระวงศ์เท่านั้น (ปัจจุบันได้สูญพันธุ์แล้ว) แมวแซมเสวตร ลักษณะที่เป็นข้อเด่น  แมวแซมเสวตร แปลว่า “แซมสีขาว” เป็นแมวชนิดนี้มีขนสีด้า แซมด้วยสีขาวไปทั้งตัว แต่ขนบางและค่อนข้าง สั้น รูปร่างบางเพรียว ตามีสีเขียวเหมือนแสงหิ่งห้อย เดิมทีเคยเชื่อว่าสูญพันธุ์ไปแล้ว แต่เมื่อไม่กี่ปีมานี้ได้พบอีก ครั้ง (ปัจจุบันหำยำกมำก) แมวร้ำยให็โทษ ๖ ชนิด
  14. 14. แมวทุพลเพศ ลักษณะที่เป็นข้อเด่น  แมวทุพลเพศ เป็นแมวร้ายชนิดหนึ่ง มีสีขาวหม่น หางขอด หรือม้วน นัยน์ตาสีแดงเหมือนเลือด ชอบขโมยปลา กินในตอนกลางคืน ใครเลี้ยงไว้จะเกิดความเดือดร้อนเป็นประจ้า (ปัจจุบันได้สูญพันธุ์แล้ว) แมวพรรณพยัคฆ์ ลักษณะที่เป็นข้อเด่น  แมวพรรณพยัคฆ์ หรือ แมวลายเสือ มีลักษณะคล้ายเสือ มีขนสีมะกอกเขียว หรือมะกอกแดง หยาบกระด้าง นันย์ตาสีแดงดั่งสีเลือด เสียงร้องโหยหวนเหมือนเสียงผีโป่งร้องตามป่าเขา ชอบหลบซ่อนตามที่มืดในเวลา กลางวัน ไม่ควรน้ามาเลี้ยง เพราะจะท้าให้เกิดความเดือดร้อน *เคยเลี้ยงแมวลำยเสือ แต่ไม่ใช่พรรณพยัคฆ์แท้ แต่มีนิสัยดุ และเมื่อโตเต็มที่จะชอบออกไปหำของดิบกินนอกบ้ำน ชอบจับ หนู ดุร้ำยเมื่อหวงเหยื่อ และหนีออกจำกบ้ำนในที่สุด… (ปัจจุบันได้สูญพันธุ์แล้ว)
  15. 15. แมวหิณโทษ ลักษณะที่เป็นข้อเด่น  แมวหิณโทษ แมวเพศเมียอีกชนิดที่ไม่ควรเลี้ยง แม้ว่าจะมีลักษณะดี ขนสวยงาม เข้ากับเจ้าของได้ดี แต่มีข้อเสีย คือ ยามตั้งท้องครั้งใด ลูกแมวมักจะตายในท้องเสมอ ใครเลี้ยงไว้จะน้าภัยพิบัติมาสู่บ้าน (ปัจจุบันได้สูญพันธุ์แล้ว) แมวกอบเพลิง ลักษณะที่เป็นข้อเด่น แมวกอบเพลิง เป็นแมวที่ชอบอยู่ตำมลำพังตำมยุ้งข้ำว ตำมป่ำไม่ค่อยจะพบคน เวลำพบคนมักกระโดดหนี ชอบทำตัวลึกลับ ให้โทษแก่ผู้ที่นำมำเลี้ยง (ปัจจุบันได้สูญพันธุ์แล้ว) แมวเหน็บเสนียด  แมวเหน็บเสนียด เป็นแมวที่พิการมาตั้งแต่ก้าเนิด โคนหางเป็นสีด่าง เวลานั่งมักเอาหางซ่อนไว้ใต้ก้นเหมือน ค่างในป่า มีนิสัยโหดร้าย เที่ยวไล่กัดแมวตัวอื่นอยู่เสมอ ถ้าน้ามาเลี้ยงจะท้าให้เสื่อมเสียชื่อเสียงวงศ์ตระกูล (ปัจจุบันได้สูญพันธุ์แล้ว) *************************
  16. 16. แมวขาวมณี (แมวขาวมณี หรือ ขาวปลอดเป็นสายพันธุ์ที่พบเห็นได้มากสุดในปัจจุบัน เป็นแมวไทยโบราณที่ไม่ได้มีบันทึกไว้ในสมุด ข่อย จึงเชื่อว่าเป็นแมวที่เพิ่งกาเนิดในต้นยุครัตนโกสินทร์นี่เอง นิยมเลี้ยงไว้ในราชสานักครั้งหนึ่งในสมัยรัชการที่5 แมว ชนิดนี้เป็นที่โปรดปราณมาก ในต่างประเทศนิยมเลี้ยงกันเป็นคู่เพื่อให้ผลัดกันทาความสะอาดขน เป็นแมวที่ค่อนข้างเชื่อง เหมาะสาหรับการเลี้ยงเป็นเพื่อนได้เป็นอย่างดี) ลักษณะที่เป็นข้อเด่น  สีขนและผิวกายขาวสะอาด ขนสั้น นุ่ม รูปร่างล้าตัวยาวขาเรียว ทรงเพียวลม ไม่อ้วนหรือผอมเกินไป หัวไม่กลม โต แต่เป็นทรงสามเหลี่ยมคล้ายหัวใจ หน้าผากแบนใหญ่ หูขนาดใหญ่และตั้งตรงจมูกสั้น ดวงตาจะรีเล็กน้อย นัยน์ตาเป็นสีฟ้าหรือเหลืองอ้าพันสีใดสีหนึ่งเมื่อน้าแมวขาว มณีตาสีฟ้า ผสมกับแมวขางมณีตาสี อ้าพัน ลูกที่ ออกมาจะมีตาสองสี คือ สีฟ้าข้างหนึ่งและสีเหลืองอ้าพันข้างหนึ่ง ซึ่งเป็นลักษณะที่ถูกควบคุมโดยยีนด้อยใน แมวขาวมณีแทบทุกตัวจะมีจุดด้อย เช่น ถ้ามีตาสองสีมักมีตาข้างหนึ่งที่ไม่ดี อาจมองเห็นไม่ชัดหรือมองไม่เห็น เลย ถ้าแมวตาสีฟ้ามักจะหูพิการ หรือไม่ได้ยินเสียงมากนัก และแมวตาสีเหลืองอ้าพันมักมีต่อมขนที่ไม่ดี ลักษณะที่เป็นข้อด้อย  ความไม่ขาวปลอด มีสีใดสีหนึ่งแซมเข้ามา รวมถึงตาสองข้างเป็นคนละสีกัน (Odd eyes) หรือเป็นสีอื่นสีใดที่ ไม่ใช่สีฟ้าหรือเหลืองอ้าพัน ก็ไม่เป็นที่ยอมรับ (อย่างไรก็ตาม ในต่างประเทศนั้นกลับนิยมแมวขาวมณีที่มีตาคน ละสีมากกว่าตาสีเดียว) เช่นเดียวกับขนที่ยาวมากเกินขนาด หางคด หางขอด หางงอและ หางสั้น C3
  17. 17. 10 สายพันธุ์แมวยอดนิยมในไทย เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม กระแสฮิตเจ้าเหมียวสี่ขาเริ่มมาแรงขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะในโลกโซเชียลเน็ตเวิร์ก ที่เปิดขึ้นมาเมื่อไรเป็นต้องเจอรูป ถ่ายหน้ากลม ๆ ของเจ้าเหมียว พร้อมทั้งอิริยาบถต่าง ๆ อยู่ร่้าไป แถมบางครั้งเจ้าของก็ยังบรรยายความน่ารักให้ได้อ่านกัน อีกด้วย แน่นอนว่า เมื่อได้เห็นดวงตากลมโตแสนบ้องแบ๊วคู่นั้น คงอดไม่ได้ที่จะหลงรักและอยากครอบครองเป็นเจ้าของ แต่ ถ้าคุณคิดจะซื้อแมวมา เลี้ยงเอาไว้ที่บ้านสักตัวสองตัวแล้วล่ะก็ อย่าเพิ่งรีบร้อนตัดสินใจจนกว่าจะได้ศึกษานิสัยใจคอของ แมวสายพันธุ์ต่าง ๆ รวมถึงวิธีการเลี้ยงดู โดยลองเปรียบเทียบจาก 10 สายพันธุ์แมวยอดนิยมในไทย ดังต่อไปนี้
  18. 18. 1. แมวเปอร์เซีย (Persian) ราชินีแมวจากแดนตะวันออกกลาง ซึ่งมีถิ่นก้าเนิดอยู่ในแถบเปอร์เซีย หรือประเทศตุรกีกับอิหร่านในปัจจุบัน แมว เปอร์เซียถือเป็นแมวต่างประเทศสายพันธุ์แรกที่ถูกน้าเข้ามาในประเทศไทย สิ่งที่ท้าให้แมวสายพันธุ์นี้ยังคงเป็นที่นิยมใน หมู่คนรักแมวก็เพราะว่า นอกจากจะมีหน้าตาน่าเอ็นดูแล้ว ขนปุกปุยของแมวเปอร์เซียยังมีสีสันที่หลากหลาย และนิสัย ส่วนตัวก็น่ารักด้วย ลักษณะทั่วไปและพฤติกรรมของแมวเปอร์เซีย แมวเปอร์เซีย เป็นแมวที่มีขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ มีกระดูกที่ใหญ่และแข็งแรง หัวและหน้ากลม หน้าผากโหนก แก้มเต็ม ดวงตากลมโต และอยู่ในต้าแหน่งที่ห่างกัน มีจมูกที่หัก กล่าวคือ สังเกตได้ชัดเจนเมื่อมองจากด้านข้างจะเห็นจุด หักระหว่างจมูกกับหน้าผาก ชัดเจน เมื่อมองจากด้านหน้าจะเห็นเป็นขีดอยู่ระหว่างดวงตา นอกจากหน้าตาที่น่ารักแล้ว ยังเป็นแมวที่มีอุปนิสัยอ่อนโยน เข้ากับคนอื่นได้ง่าย มีความร่าเริงซุกซน ปีน ป่ายไปตามจุดต่าง ๆ เพื่อหาของมากัดเล่น ช่างประจบประแจง และเป็นแมวที่มีไหวพริบมากทีเดียว การเลี้ยงดูแมวเปอร์เซีย
  19. 19. เมื่อตัดสินใจจะเลี้ยงแมวพันธุ์นี้แล้ว จงพึงระลึกไว้เสมอว่า การดูแลขนของแมวเปอร์เซียเป็นสิ่งที่จ้าเป็นอย่างยิ่ง ผู้ เลี้ยงต้องหมั่นท้าความสะอาด โดยการแปรงและสางขนแมวอย่างสม่้าเสมอ จะช่วยป้องกันการเกิดขนพันกัน ซึ่งอาจ กลายเป็นแหล่งเพาะพันธุ์เชื้อโรค รวมทั้งพยาธิต่าง ๆ ที่จะเป็นสาเหตุของโรคผิวหนังอักเสบและเป็นที่อยู่ของเห็บหมัดอีก ด้วย ส่วนในเรื่องของอาหารการกินนั้น ควรเลือกอาหารที่ช่วยให้ทางเดินอาหารของแมวไม่อุดตัน เนื่องจากแมวเปอร์เซีย จะใช้เวลาส่วนใหญ่ในการเลียท้าความสะอาดขน อันเป็นสาเหตุในการกินหรือกลืนเส้นขนเข้าไปเป็นจ้านวนมาก หากเส้น ขนไปรวมตัวกันในช่องท้อง จะทาให้แมวเปอร์เซียมีอาการสารอกหรือเกิดปัญหาของระบบย่อยอาหารได้ อ่านบทความแมวเปอร์เซียได้ที่นี่
  20. 20. 2. แมวอเมริกัน ชอร์ตแฮร์ (American Shorthair) แมวสายพันธุ์อเมริกาที่สืบเชื้อสายมาจากประเทศในแถบยุโรป และแพร่พันธุ์มายังอเมริกา เมื่อสมัยที่ชาวยุโรป
  21. 21. เดินทางไปแสวงหาถิ่นที่อยู่ใหม่ โดยพวกเขาได้น้าแมวอเมริกันชอร์ตแฮร์ ติดเรือไปด้วย เพื่อป้องกันไม่ให้หนูท้าลายข้าว ของ และได้มีการพัฒนาสายพันธุ์ในเวลาต่อมา จนกระทั่งกลายเป็นแมวพื้นเมืองขนสั้นของอเมริกาไปในที่สุด ลักษณะทั่วไปและพฤติกรรมของแมวอเมริกัน ชอร์ตแฮร์ ส้าหรับรูปร่างของแมวอเมริกัน ชอร์ตแฮร์ มีขนาดกลางไปจนถึงขนาดใหญ่ โครงสร้างล้าตัวโต มีกล้ามเนื้อแข็งแรง มองเห็นชัดเจน อกใหญ่ ขาใหญ่ ใบหูมีขอบเป็นทรงกลมมน ส่วนหัวมีลักษณะรูปไข่ ดวงตากลมโตเป็นสีเขียวมรกต มี ลักษณะสีขน และรูปร่างมากกว่า 80 แบบ ส่วนอุปนิสัยของอเมริกัน ชอร์ตแฮร์ พบว่า เป็นแมวที่ช่างสงสัย นิสัยร่าเริง ชอบเล่น มีเสน่ห์ แต่จะฝึก ค่อนข้างยาก ดังนั้นหากเป็นไปได้ เจ้าของควรจะคลุกคลีและอยู่กับแมวให้มาก ๆ การเลี้ยงดูแมวอเมริกัน ชอร์ตแฮร์ ปัญหาของแมวพันธุ์อเมริกันขนสั้นส่วนใหญ่จะเป็นเชื้อราและเป็นหวัดง่าย ถ้าหากเจ้าของให้การดูแลไม่ดีก็จะเลี้ยง ล้าบาก ฉะนั้นเจ้าของควรพาแมวไปตรวจสุขภาพและฉีดวัคซีนเป็นประจ้า ส่วนปัญหาเรื่องขนร่วงมีน้อยมาก โดยจะร่วง เฉพาะในช่วงเวลาผลัดขนปีละ 2 ครั้งเท่านั้น อ่านบทความแมวอเมริกัน ชอร์ตแฮร์ ได้ที่นี่
  22. 22. 3. แมวสก็อตติช โฟลด์ (Scottish Fold) Susie เป็นแมวพันธุ์สก็อตติช โฟลด์ ตัวแรกที่ถูกค้นพบในปี ค.ศ. 1961 ที่ประเทศสก็อตแลนด์ แต่ในตอนนั้นยังไม่มี ใครทราบชื่อสายพันธุ์ที่แท้จริง เนื่องจากลักษณะของ Susie มีใบหูพับ และยังมีใบหน้าที่คล้ายกับนกฮูก ซึ่งหลังจากที่ Susie ให้ก้าเนิดลูกแมวน้อยหูพับ 2 ตัว William Ross ชายเลี้ยงแกะ ซึ่งเป็นผู้ค้นพบคนแรกก็ได้น้าลูกแมวตัวเมียไปเลี้ยง หลังจากที่ลูกแมวตัวนั้นโตขึ้น จึงน้าไปผสมพันธุ์กับ บริติช ชอร์ตแฮร์ จนกลายเป็นต้นก้าเนิดของสายพันธุ์นี้ และได้รับการ จดทะเบียนอย่างถูกต้องที่รับรองโดย The Governing Council of the Cat Fancy ของประเทศอังกฤษ ในปี ค.ศ. 1966 ลักษณะทั่วไปและพฤติกรรมของแมวสก็อตติช โฟลด์ แมวสายพันธุ์นี้แบ่งออกเป็น 2 แบบคือ แบบขนสั้นกับแบบขนยาว โดยทั้ง 2 แบบจะมีลักษณะตัวกลม หัวกลม มี ช่วงคอสั้น ดวงตากลมใหญ่ และมีหูตั้งตรงขนาดกลาง ไปจนถึงหูพับขนาดเล็กที่มีมุมพับกว้าง ปลายหูส่วนใหญ่จะกลม หู ของลูกแมวจะเริ่มพับในช่วง 2-3 อาทิตย์แรก จมูกสันโค้งกว้างรับกับดวงตา ซึ่งบางตัวมีปากโค้งได้รูปรับกับคางพอดี จึง เป็นที่มาของสมญานามว่า Smiling Cat หรือ แมวยิ้ม นั่นเอง แมวพันธุ์สก็อตติช โฟลด์ เป็นแมวที่ไม่ค่อยส่งเสียง และชอบท้ากิจกรรมในระดับปานกลาง พวกมันชอบที่จะเล่น
  23. 23. เฉพาะเวลาที่มีเจ้าของมาร่วมเล่นด้วย บางตัวอาจไม่ชอบนอนบนตัก โดยเลือกที่จะอยู่ใกล้ ๆ กับเจ้าของแทน การเลี้ยงดูแมวสก็อตติช โฟลด์ การดูแลแมวสก็อตติช โฟลด์ ค่อนข้างง่าย แค่หมั่นแปรงขน 1-2 ครั้งต่อสัปดาห์ส้าหรับแบบขนสั้น แต่อาจจะต้อง เพิ่มการดูแลมากขึ้นหากเลือกที่จะเลี้ยงแบบขนยาว โดยเฉพาะบริเวณใบหูของแมว ควรหมั่นท้าความสะอาดบ่อยครั้ง พอ ๆ กับการแปรงขน และโดยทั่วไป แมวพันธุ์นี้ส่วนใหญ่มีร่างกายที่ค่อนข้างสมบูรณ์อยู่แล้ว จึงไม่มีเรื่องอะไรที่น่าเป็นห่วงนัก อ่านบทความแมวสก็อตติชโฟลด์ ได้ที่นี่
  24. 24. 4. แมววิเชียรมาศ (Siamese) แมวไทยที่ชาวต่างชาติรู้จักกันดีในชื่อ Siamese Cat หรือ แมวสยาม หนึ่งในต้นตระกูลของแมวไทยที่ถูกน้าไป ปรับปรุงจนเกิดแมวไทยอีกหลากหลายสาย พันธุ์ ซึ่งตามต้านานสมุดข่อยได้กล่าวไว้ว่า หากใครได้เลี้ยงแมววิเชียรมาศ จะ ได้เป็นขุนนาง เพราะถือว่าแมววิเชียรมาศเป็นแมวลาภ อีกทั้งในอดีตยังเป็นแมวที่เลี้ยงกันในวังเป็นส่วนใหญ่ด้วย ลักษณะทั่วไปและพฤติกรรมของแมววิเชียรมาศ เนื่องจากแมววิเชียรมาศเป็นแมวที่มีแต้มสีน้้าตาลเข้ม 9 จุดอยู่บนตัว ได้แก่ ที่ปลายเท้าทั้งสี่ ปลายหูทั้งสอง ปลาย หาง บนจมูก และที่อวัยวะเพศ ดังนั้นจึงถูกคนเข้าใจผิดบ่อย ๆ ว่า เป็นแมวเก้าแต้ม แต่ที่จริงแล้ว แมวเก้าแต้มเป็นชื่อของ แมวไทยอีกชนิดหนึ่งที่สูญพันธุ์ไปแล้ว
  25. 25. ทั้งนี้ ไม่ว่าจะน้าแมววิเชียรมาศไปผสมกับแมวพันธุ์อะไรก็ตาม ก็จะได้สีแต้มตามแบบ แต่แตกต่างกันในเรื่องของ รูปร่างและอุปนิสัย อีกทั้งเมื่ออายุมากขึ้น สีแต้มก็จะเข้มขึ้นตามล้าดับ นอกจากนี้อาจจะมีสีแต้มที่แปลกแยกออกไป เช่น แต้มสีเทา สีแดง และสีกลีบบัว ส่วน อุปนิสัยของแมววิเชียรมาศก็คล้ายคลึงกับแมวไทยทั่วไป คือ มีความฉลาด คล่องแคล่ว ปราดเปรียวเหมือนกับ รูปร่าง มีความเป็นตัวของตัวเองสูง แต่ก็สุภาพเรียบร้อย แม้ว่าภายนอกของแมววิเชียรมาศจะดูรักสันโดษ แต่ความจริง แล้วกลับไม่ชอบอยู่ตามล้าพัง ดังนั้นมันจึงเป็นแมวขี้อ้อน ประจบประแจงเก่ง การเลี้ยงดูแมววิเชียรมาศ ตอนกลางวันควรให้แมวอยู่อย่างอิสระในบ้านหรือนอกบ้านก็ได้ ตอนกลางคืนควรขังรวมกันไว้ในกรง กรงแมวต้องมี ขนาดใหญ่ การเลี้ยงแมวในบ้าน แมวจะชอบขับถ่ายในที่ที่มีกลิ่นเหม็นหรือเป็นจุดอับ หากต้องการให้แมวขับถ่ายเป็นที่ เป็นทาง ควรเตรียมกระบะทรายไว้ในบ้านด้วย แต่ที่ต้องระวังคือแมวตัวผู้ที่โตแล้ว มักจะขับถ่ายไม่เลือกที่ อ่านบทความแมววิเชียรมาศ ได้ที่นี่
  26. 26. 5. แมวโคราช (Korat) แมวพันธุ์นี้มีชื่อเรียกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น แมวมาเลศ แมวดอกเลา หรือแมวสีสวาด เป็นหนึ่งใน 17 แมวมงคลของ ไทย ที่ได้รับพระราชทานชื่อมาจาก สมเด็จพระรามาธิบดีที่ 5 ตามแหล่งก้าเนิดของแมวพันธุ์นี้ ซึ่งพบใน อ.พิมาย จ. นครราชสีมา ชื่อเสียงของแมวโคราชโด่งดังไปทั่วโลก หลังจากชนะเลิศงานประกวดประจาปีที่สหรัฐอเมริกา ในปี ค.ศ.1966 ลักษณะทั่วไปและพฤติกรรมของแมวโคราช ลักษณะของแมวโคราชจะมีขนเรียบ โคนขนสีเทาขุ่น ๆ ส่วนปลายขนเป็นสีเงินประกายคล้ายหยดน้้าค้างบนใบบัว หรือผมหงอก และเป็นสีเช่นนี้ตลอดทั้งตัวตั้งแต่หัวจรดปลายหาง ส้าหรับใบหน้าหากมองดูจากด้านหน้าจะเห็นเป็นรูป หัวใจ หน้าผากใหญ่และแบน หูตั้ง ปลายหูมน โคนหูใหญ่ ส้าหรับแมวตัวผู้บริเวณหน้าผากจะมีรอยหยักท้าให้เห็นเป็นรูป
  27. 27. หัวใจเด่นชัดมาก ขึ้น ผิวหนังที่บริเวณจมูกและริมฝีปาก จะเป็นสีเงินหรือม่วงอ่อน การเลี้ยงดูแมวโคราช โดยปกติแล้วแมวโคราชจะมีอายุขัยเฉลี่ยอยู่ที่ 10-15 ปี ซึ่งวิธีการดูแลเหมือนแมวไทยทั่วไป แต่ค วรใส่ใจเรื่อง การถ่ายพยาธิและการฉีดวัคซีนมากเป็นพิเศษ โดยเฉพาะการฉีดวัคซีน 3 ชนิดต่อปีให้ครบถ้วน ซึ่งประกอบไป ด้วย วัคซีนป้องกันหัดแมว ลูคีเมีย และพิษสุนัขบ้า อ่านบทความแมวโคราช
  28. 28. 6. แมวขาวมณี (Khao Manee) ส้าหรับแมวขาวมณีไม่มีหลักฐานยืนยันที่มาอย่างชัดเจน รู้เพียงว่า เริ่มพบเห็นมากในช่วงรัตนโกสินทร์ตอนต้น โดยมี ข้อสันนิษฐานว่า น่าจะเป็นแมวที่ติดมากับเรือส้าเภาของพ่อค้าจีน ที่เลี้ยงไว้จับหนูบนเรือ แต่เนื่องจากสีขาวเป็นสีที่ดู
  29. 29. สะอาดและเป็นสีมงคลส้าหรับคนไทย ดังนั้นแมวขาวมณีจึงกลายเป็นแมวบ้านนับจากนั้นเป็นต้นมา และที่ส้าคัญแมวพันธุ์ นี้ยังเป็นแมวที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่ หัว หรือรัชกาลที่ 5 ทรงโปรดปรานเป็นพิเศษด้วย ลักษณะทั่วไปและพฤติกรรมของแมวขาวมณี เอกลักษณ์ของแมวขาวมณี นอกจากจะมีขนสีขาวปลอดทั่วทั้งตัวแล้ว นัยน์ตาทั้ง 2 ข้างของแมวขาวมณียังแตกต่าง ไปจากแมวไทยพันธุ์อื่น โดยมีทั้งนัยน์ตาสีฟ้า สีเหลืองอ้าพัน และตา 2 สี ลักษณะมาตรฐานของแมวขาวมณี หัวจะต้อง กลมใหญ่คล้ายรูปหัวใจ จมูกสั้น หูตั้งใหญ่ โคนหางใหญ่ แต่มีปลายแหลมชี้ตรง และต้องเรียวได้สัดส่วนกับล้าตัว ส่วน เสน่ห์ของแมวขาวมณีนั้น นอกจากขนสีขาวเนียนสนิท มันยังเป็นแมวที่ช่างประจบประแจง ขี้อ้อน ชอบเข้ามาคลอเคลีย และจะคอยสังเกตเจ้าของตลอด ไม่ว่าจะท้าอะไรอยู่ก็ตาม การเลี้ยงดูแมวขาวมณี ส่วนมากมักจะนิยมเลี้ยงแมวขาวมณีแบบเป็นคู่ เพื่อให้พวกมันพลัดกันเลียขนเพื่อท้าความสะอาด แมวพันธุ์นี้เป็น แมวเชื่อง และเชื่อฟังค้าสั่งเจ้าของ จึงเหมาะกับการเลี้ยงไว้เป็นเพื่อนแก้เหงาได้ดีเลยทีเดียว อ่านบทความแมวขาวมณี ได้ที่นี่
  30. 30. 7. แมวบริติช ชอร์ตแฮร์ (British Shorthair) แมวท้องถิ่นสายพันธุ์เก่าแก่ที่สุดบนเกาะอังกฤษ ซึ่งเล่ากันว่าบรรพบุรุษของพวกมันมาจากแมวที่ชาวโรมันเอามา เลี้ยงเมื่อ 2,000 ปีก่อน และเป็นแมวที่ได้รับความนิยมอย่างมากทั้งในประเทศต้นก้าเนิดและประเทศอื่น ๆ แถบยุโรป จนถึงยุคปัจจุบัน เนื่องจากมันเป็นแมวที่มีความเฉลียวฉลาด จึงเป็นที่ชื่นชอบของผู้ฝึกสัตว์ เพื่อใช้ในการโฆษณาทาง โทรทัศน์หรือเข้าฉากในภาพยนตร์ของฮอลลีวูด ลักษณะทั่วไปและพฤติกรรมของแมวบริติช ชอร์ตแฮร์ แมวบริติช ชอร์ตแฮร์ เป็นแมวที่มีลักษณะกะทัดรัด สมดุลดี แข็งแรง หน้าอกเต็มและกว้าง ขาสั้น อุ้งเท้ากลม หาง หนาและกลม หัวกลมรับกับใบหูขนาดเล็ก คอสั้น แก้มยุ้ย คางหนา ดวงตากลมโต จมูกค่อนข้างสั้น ขนหนาและสั้น มีอายุ เฉลี่ยประมาณ 15-20 ปี
  31. 31. ส่วนอุปนิสัยของแมวพันธุ์นี้ค่อนข้างนิ่งสงบกว่าแมวพันธุ์อื่น ๆ เดาทางได้ง่าย เนื่องเป็นมิตรกับผู้คนรวมถึงสัตว์ชนิด อื่น ๆ ปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมได้ง่าย ดังนั้นจึงไม่ค่อยพบเห็นแมวสายพันธุ์นี้ส่งเสียงรบกวน แสดงอาการก้าวร้าว หรือ ท้าลายสิ่งของให้เห็น การเลี้ยงดูแมวบริติช ชอร์ตแฮร์ แมวบริติช ชอร์ตแฮร์เป็นแมวที่ดูแลง่าย แต่ควรเลี้ยงในบ้าน นอกจากนี้บริติช ชอร์ตแฮร์ อาจเป็นแมวที่มีพัฒนาการ การเจริญเติบโตช้าอยู่สักหน่อย แต่ความสมบูรณ์และความสวยงามของมันจะอยู่คู่กับแมวไปตลอดเกือบชั่วอายุขัย เลย ทีเดียว อ่านบทความแมวบริติชชอร์ตแฮร์ ได้ที่นี่
  32. 32. 8. แมวเอ็กโซติก (Exotic) แมวหน้าบูด จมูกหัก แต่น่ารักไม่แพ้ใคร เพราะสืบเชื้อสายมาจากแมว 2 สายพันธุ์ ระหว่างแมวเปอร์เซียกับแมว อเมริกัน ช็อตแฮร์ จนกลายมาเป็นแมวเอ็กโซติก หลากหลายรูปแบบ อาทิ Exotic Blue Tabby, Exotic Red Tabby,
  33. 33. Exotic Cream Tabby เป็นต้น ลักษณะทั่วไปและพฤติกรรมของแมวเอ็กโซติก ลักษณะทั่วไปของแมวเอ็กโซติกเหมือนกับแมวเปอร์เซียทุกประการ ไม่ว่าจะเป็นลักษณะหัวกลม กะโหลกใหญ่ ใบหู เล็กกลม จมูกหักเล็กน้อย ยกเว้นเส้นขนสั้น ๆ ที่หนานุ่มคล้ายกับก้ามะหยี่ อันเป็นสัญลักษณ์ของแมวสายพันธุ์นี้ ส่วนเรื่องอุปนิสัยก็แทบไม่มีแตกต่างจากแมวเปอร์เซียเลย เพราะแมวเอ็กโซติกเป็นแมวที่ซื่อสัตย์ต่อเจ้าของ ไม่ค่อย หงุดหงิด และมีความอดทนสูง ดังนั้นคุณแทบจะไม่ได้ยินเสียงร้องของแมวพันธุ์นี้แน่นอน หากมันต้องการความสนใจ ขึ้นมา ก็จะท้าแค่นั่งอยู่หน้าคุณ กระโดดมานั่งบนตัก หรือเอาจมูกชื้น ๆ ของมันมาแตะที่หน้าคุณเท่านั้น นอกจากนี้ยัง พบว่า แมวพันธุ์เอ็กโซติกบางตัวอาจจะชอบนั่งอยู่บนไหล่และกอดคุณเวลาคุณเล่นด้วย การเลี้ยงดูแมวเอ็กโซติก ใครที่อยากเลี้ยงแมวสายพันธุ์ต่างประเทศ แต่ไม่ค่อยมีเวลาดูแลขน แมวพันธุ์เอ็กโซติกก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ เพราะมันเป็นแมวที่เหมาะกับการเลี้ยงไว้ในบ้าน ที่ส้าคัญขนอันสวยงามของแมวพันธุ์นี้ ยังต้องการการบ้ารุงรักษาน้อย กว่าแมวเปอร์เซียทั่ว ๆ ไป เพราะไม่ค่อยจับตัวเป็นก้อนหรือพันกันยุ่งเหยิงอีกด้วย อ่านบทความแมวเอ็กโซติก ได้ที่นี่
  34. 34. 9. แมวเมนคูน (Main Coon) ถึงแม้แมวเมนคูนจะมีร่างกายที่ใหญ่โตกว่าแมวปกติ แต่มันกลับเป็นพี่ใหญ่ใจดี จนได้รับสมญานามว่า Gentel Giant ชื่อของแมวสายพันธุ์นี้ มีที่มาจากรัฐเมน (Maine) ในสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นแหล่งก้าเนิดของมัน ส่วนค้าว่า คูน (Coon) มาจากค้าบอกเล่าของชาวพื้นเมืองที่กล่าวว่า แมวบ้านเผลอไปกุ๊กกิ๊กกับตัวแรคคูน (Raccoon) จนมีการจับ 2 ค้า นี้มารวมกัน กลายเป็นชื่อที่ใช้เรียกกันทั่วไปว่า เมนคูน (Main Coon) ลักษณะทั่วไปและพฤติกรรมของแมวเมนคูน ลักษณะเด่นของแมวพันธุ์เมนคูน คือ รูปร่างที่สมส่วน ดูสง่างาม และให้ความรู้สึกที่มั่นคงแข็งแรง หากเป็นแมวโต เต็มที่ ร่างกายของมันจะมีความยาวตั้งแต่หัวจรดปลายหางประมาณ 1 เมตร น้้าหนักตัวอยู่ที่ประมาณ 12-15 กิโลกรัม ถึง แมวเมนคูนจะมีโครงสร้างใหญ่ ใบหน้าเหมือนกับแมวป่า มีแผงคอคล้ายสิงโต แถมบริเวณปลายหูยังมีเส้นขนงอกออกมา แต่มันกลับมีนิสัยขี้อ้อน ขี้เล่น ร่าเริง ตั้งแต่เด็กไปจนถึงวัยเจริญพันธุ์ การเลี้ยงดูแมวเมนคูน
  35. 35. อายุขัยของแมวพันธุ์อยู่ที่ราว ๆ 15 ปี เหมือนแมวทั่วไป แต่เนื่องจากร่างกายที่ค่อนข้างใหญ่โต การให้อาหารแบบ แมวทั่วไปอาจไม่เพียงพอต่อการเจริญเติบโต ดังนั้นเจ้าของควรเสริมด้วยเนื้อสัตว์ที่มีโปรตีนสูง ไขมันต่้า เพื่อช่วยสร้าง กล้ามเนื้อให้กับมัน ส่วนขนของแมวเมนคูนค่อนข้างหวีง่าย เนื่องจากเป็นแมวกึ่งขนยาว จึงไม่มีปัญหาขนพันกันแบบแมวเปอร์เซีย เพียงแต่ควรจะอาบน้้าให้มันอย่างน้อยเดือนละ 2 ครั้ง และหลังการอาบน้้าทุกครั้ง ควรจะเช็ดพร้อมกับเป่าขนให้แห้งสนิท เพื่อป้องกันโรคเชื้อราบนผิวหนัง อ่านบทความแมวเมนคูน ได้ที่นี่
  36. 36. 10. แมวเบงกอล (Bengal) แมวเบงกอลเป็นแมวที่มีลวดลายสวยงาม คล้ายลูกเสือดาวตัวน้อย ๆ คาดกันว่า แมวเบงกอลเกิดจาการผสมพันธุ์ ระหว่างแมวดาวกับแมวบ้านสายพันธุ์อียิปต์เชีย นมัวร์ (Egyptian Mau) ซึ่งเป็นแมวอียิปต์โบราณ ที่มีโครงสร้างเป็นลาย จุด ลักษณะคล้ายแมวป่า โดยถูกน้ามาพัฒนาสายพันธุ์ ด้วยฝีมือของ Jean Mills หญิงสาวชาวอเมริกัน ที่หลงใหลคลั่ง ไคล้ในลวดลายของแมวป่า พร้อมกับตั้งชื่อของมันตามชื่อวิทยาศาสตร์ของแมวป่าที่เรียกกันว่า Felis Bengolensis ลักษณะทั่วไปและพฤติกรรมของแมวเบงกอล แมวเบงกอลเป็นแมวขนาดปานกลางถึงค่อนข้างใหญ่ หัวมีความยาวมากกว่าความกว้าง เช่นเดียวกับรูปร่างที่มี ลักษณะเพรียวยาว เห็นมัดกล้ามเนื้อชัดเจนคล้ายแมวป่า เมื่อมองจากด้านข้างจะเห็นว่า ช่วงสะโพกมีความสูงกว่าหัวไหล่ ปลายหางชี้ลง ใบหูกลมสั้น ตารูปไข่ มีช่วงปากกับจมูกกลมกว่าแมวบ้าน และมีจุดเด่นอยู่ที่ลายขนคล้ายแมวป่า หรือที่ เรียกกันว่า ลายหินอ่อน ถึงแม้แมวเบงกอลจะสืบสายพันธุ์มาจากแมวป่า แต่พวกมันกลับมีนิสัยน่ารักไม่ดุร้ายอย่างที่คิด แถมยังเป็นมิตรกับ ทุกคนเสียด้วย นอกจากนี้แมวเบงกอลยังเป็นแมวที่ซุกซน เพราะชอบวิ่งไล่สิ่งของต่าง ๆ รวมทั้งชอบปีนป่ายขึ้นที่สูงอยู่เป็น
  37. 37. ประจ้า ที่ส้าคัญแมวพันธุ์นี้ชอบเล่นน้้าเอามาก ๆ ด้วย การเลี้ยงดูแมวเบงกอล การเลี้ยงดูแมวเบงกอลก็เหมือนกับการดูแลแมวทั่วไป แต่ถ้าอยากให้มันมีสุขภาพดีและมีขนที่สวยงาม ควรใส่ใจใน เรื่องอาหารเป็นพิเศษ โดย ต้องเพิ่มเมนูเนื้อวัวสดจากอาหารที่กินเป็นประจา ซึ่งเนื้อสดที่ให้ก็ต้องผ่านการเก็บ รักษาด้วยการแช่แข็ง เพื่อป้องกันการเจริญเติบโตของเชื้อรากับแบคทีเรีย และห้ามให้เนื้อไก่หรือเนื้อหมูโดย เด็ดขาด อ่านบทความแมวเบงกอล ได้ที่นี่ หลัง จากที่ได้ทราบข้อมูลเกี่ยวกับแมวทั้ง 10 สายพันธุ์ดังกล่าวไปแล้ว หวังว่าจะช่วยให้ผู้สนใจเลี้ยงแมว สามารถ เลือกสายพันธุ์แมวที่ถูกใจ และเหมาะกับไลฟสไตล์ของคุณ ซึ่งหลังจากต้อนรับสมาชิกใหม่เข้าบ้านแล้ว เจ้าของควรให้ ความรักและดูแลมันเป็นอย่างดี เพราะสิ่งมีชีวิตตัวน้อย ๆ เหล่านี้ต้องการความอบอุ่นจากคุณมาก ๆ เลยล่ะค่ะ

×