Successfully reported this slideshow.
We use your LinkedIn profile and activity data to personalize ads and to show you more relevant ads. You can change your ad preferences anytime.

วนิดา

595 views

Published on

  • Be the first to comment

  • Be the first to like this

วนิดา

  1. 1. โรคทางพันธุกรรม เรื่องโรคลูปัส จัดทําโดย ด.ญ.วนิดา น่วมศรี นวล ชันมัธยมศึกษาปี ที่ 3 ้ ปี การศึกษา 2553 โรงเรี ยนเขาดินวิทยาคาร
  2. 2. โรคลูปัส ขณะนี ้ยังไม่มีชื่อโรคเป็ นภาษาไทยที่เหมาะสมเนื่องจากเป็ นโรคที่มีอาการเกิดขึ ้นกับหลาย ระบบหรื อหลายอวัยวะในร่างกายเป็ นโรคที่เกิดจากภูมิค้ มกันของร่างกายเกิดการ ุ เปลี่ยนแปลงไป โดยแทนที่จะทําหน้ าที่ตอสู้กบสิงแปลกปลอมหรื อเชื ้อโรคจากภายนอก ่ ั ่ ร่างกายกลับมาต่อต้ าน หรื อทําลายเซลล์ของอวัยวะต่างๆในร่างกาย ก่อให้ เกิดการ อักเสบได้ เกือบทุกอวัยวะของร่างกายอวัยวะที่เกิดการอักเสบได้ บอย ได้ แก่ ผิวหนัง, ข้ อ, ่ ไต, ระบบเลือด, ระบบประสาท เป็ นต้ นการอักเสบนี ้จะเป็ นต่อเนื่องจนเป็ นโรคเรื อรังชนิด ้ หนึง โดยโรคนี ้ชาวบ้ านส่วนใหญ่ร้ ูจกกันในชื่อ "โรคพุมพวง" เนื่องจาก พุมพวง ดวงจันทร์ ่ ั ่ ่ นักร้ องลูกทุงชื่อดังได้ เสียชีวิตจากโรคนี ้ ่
  3. 3. สาเหตุ ยีน จากการศึกษาพบว่ามียีนบางตัวที่ก่อให้ เกิดโรคนี ้โดยตรง หรื อมียีนบางลักษณะเมื่อเกิดปฏิกิริยากับปั จจัยทาง สิงแวดล้ อมบางอย่างจะก่อให้ เกิด ่ โรคนี ้ ปั จจัยทางสิ่งแวดล้ อม เช่นคนไข้ โรคหัวใจบางรายที่กินยา Procainamide หรื อคนไข้ ความดันโลหิตสูง บางรายที่กินยา Hydralazine ก็มีอาการของโรคเอสแอลอี แต่เมื่อหยุดยาโรคก็หายไป นอกจากนี ้ฮอร์ โมนเพศ หญิง ทําให้ ผ้ ป่วยบางรายมีอาการของโรคเอสแอลอีช่วงก่อนมีประจําเดือนหรื อขณะตังครรภ์ ู ้ เอนไซม์ นักวิทยาศาสตร์ พบว่าเอนไซม์ Dnase‐1 มีสวนทําให้ เกิดโรคเอสแอลอี เอนไซม์ตวนี ้ทําหน้ าที่ทําลาย ่ ั สายป่ าน DNA หลังจากการตายของเซลล์ จากการทดลองในหนูพบว่าหากการทําลายสายป่ าน DNA ขัดข้ อง ร่างกายจะเกิดปฏิกิริยาต่อต้ านระบบภูมิค้ มกัน และขณะเดียวกันในการศึกษาผู้ป่วยโรคเอสแอลอี 10 ราย พบว่ามี ุ 4 รายที่เอนไซม์ Dnase‐1 ทํางานน้ อยลง กรรมพันธุ์ พบว่าผู้ป่วยโรคเอสแอลอี 10% มีพอแม่หรื อญาติป่วยเป็ นโรคนี ้ด้ วย และพบเพียง 5% ของเด็กที่เป็ นโรค ่ นี ้มีแม่ป่วยเป็ นโรคเอสแอลอี
  4. 4. กลุ่มประชากรทีมโอกาสเป็ น ี ผู้ป่วยโรคเอสแอลอีส่วนใหญ่จะเป็ นผู้หญิงอายุระหว่าง​20-45 ปี ที่พบมากสุดอยู่ ในช่วงอายุประมาณ​30 ปี แต่ก็พบได้ ในทุกช่วงอายุ พบผู้หญิงเป็ นโรคเอสแอลอี มากกว่าผู้ชายถึง​9 เท่าโรคเอสแอลอีนีพบได้ ในคนทุกเชื ้อชาติทวโลก ้ ั่
  5. 5. อาการและอวัยวะทีปรากฏอาการ โรคเอสแอลอีเป็ นโรคเรื อรังที่มีอาการเกิดขึ ้นกับหลายอวัยวะหรื อหลายระบบของร่างกายบางราย ้ อาการเหล่านี ้เกิดขึ ้นพร้ อมๆกันบางรายมีการแสดงออกเพียงอวัยวะใดอวัยวะหนึงทีละระบบ ่ เช่นมีปวดบวมตามข้ อมีผื่นขึ ้นที่หน้ ามีขาบวมหน้ าบวมจากไตอักเสบหรื อมีอาการทางระบบ ประสาท เป็ นต้ นบางรายมีอาการเฉียบพลันรุนแรงบางรายอาการค่อยเป็ นค่อยไปในช่วงระยะ หนึงอาการที่เกิดขึ ้นกับอวัยวะต่างๆที่สาคัญคือ ่ ํ อาการทางผิวหนังผู้ป่วยมักมีผื่นแดงขึ ้นที่บริ เวณใบหน้ าบริเวณสันจมูกและโหนกแก้ ม 2 ข้ าง เป็ นรูปคล้ ายผีเสื ้อหรื อมีผื่นแดงคันบริเวณนอกร่มผ้ าที่ถกแสงแดดหรื อมีผื่นขึ ้นเป็ นวงเป็ น ู แผลเป็ นตามใบหน้ าหนังศีรษะหรื อบริ เวณใบหูมีแผลในปากโดยเฉพาะบริเวณเพดานปาก นอกจากนี ้ยังมีผมร่วงมากขึ ้น
  6. 6. สาเหตุการเสี ยชีวต ิ สาเหตุการเสียชีวิตของผู้ป่วยโรคเอสแอลอีเกิดได้ จาก​3สาเหตุคือจากตัวโรคเองผู้ป่วยมีอาการ อักเสบรุนแรงของอวัยวะสําคัญเช่นไตสมองหลอดเลือดโดยไม่ได้ รับการรักษาอย่างถูกต้ องและ ทันท่วงที จากภาวะติดเชื ้อเนื่องจากโรคเอสแอลอีทําให้ ผ้ ป่วยมีภมิค้ มกันที่ผิดปกติอยูแล้ วยาที่ ู ู ุ ่ ผู้ป่วยได้ รับทังยาสเตียรอยด์และยากดภูมิค้ มกันยิ่งทําให้ ผ้ ป่วยมีโอกาสติดเชื ้อโรคต่างๆได้ งาย ้ ุ ู ่ กว่าบุคคลทัวไปจากยาหรื อวิธีการรักษาที่ไม่ถกต้ องหรื อขนาดยาที่ไม่หมาะสมโรคเอสแอลอีเป็ น ่ ู โรคแพ้ ภมิชนิดหนึงที่มีอาการและอาการแสดงได้ หลากหลายมีความรุนแรงได้ ตงแต่น้อยจนถึง ู ่ ั้ มากการรักษาโรคที่ถกต้ องตังแต่เริ่ มมีอาการจะทําให้ ผ้ ป่วยมีการพยากรณ์โรคดีมี ู ้ ู ภาวะแทรกซ้ อนจากโรคหรื อเกิดความพิการน้ อยลงการปฏิบติตวของผู้ป่วยอย่างถูกต้ องเป็ น ั ั ส่วนสําคัญที่จะทําให้ การรักษามีประสิทธิภาพถึงแม้ โรคนี ้จะไม่หายขาดแต่ถ้าได้ รับการรักษาที่ ถูกต้ อง จะทําให้ โรคเข้ าสูระยะสงบได้ ทําให้ ผ้ ป่วยมีชีวิตอยูได้ เหมือนปกติทวไป ่ ู ่ ั่

×