การฉีดยาคุมกำเนิด<br />
การฉีดยาคุมกำเนิด ยาฉีดคุมกำเนิดสำหรับสุภาพสตรียังคงเป็นที่นิยมอยู่พอสมควร สุภาพสตรีบางท่านชอบที่ในหนึ่งปี ต้องไปรับการฉีด...
ปัญหาของการฉีดยาคุมกำเนิดอาจจะมีบ้างในสุภาพสตรีบางราย โดยปัญหาหลักๆ มีอยู่ 2 ประการ คือ การที่คนที่ฉีดยาคุมกำเนิดอาจจะมีเล...
ยาฉีดคุมกำเนิด<br />ยาฉีดคุมกำเนิด เป็นยาฮอร์โมนประเภทเดียวกับยาเม็ดคุมกำเนิด แต่เนื่องจากหญิงบางคนไม่ชอบการกินยาทุกวัน หร...
	ยาฉีดคุมกำเนิดที่ใช้กันแพร่หลายในปัจจุบันเป็นยาประเภทฉีดทุก 3 เดือน หรือ 12 สัปดาห์ และชนิดที่ใช้กันมากคือ เดโปเมดรอกซีโพ...
ดีเอ็มพีเอ เป็นยาที่ใช้ในทางแพทย์ เพื่อรักษาโรคเฉพาะหญิงบางอย่างมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2502 และการรักษาโรคบางอย่างได้ใช้ยานี้ในข...
วิธีใช้<br />	1.เริ่มต้นฉีดเข็มแรก ภายใน 5 วันแรกของรอบประจำเดือน และฉีดติดต่อกันไปทุกๆ 12 สัปดาห์หรือ 84 วัน ในหญิงหลังคล...
Depo medroxy progesterone acetate (DMPA)<br />ยาฉีดคุมกำเนิดชนิด Depo medroxy progesterone acetate, DMPA ได้นำมาใช้ครั้งแร...
สำหรับประเทศไทย ได้นำมาใช้ตั้งแต่ปี พ.ศ.2508 และเป็นที่ยอมรับกันทั่วไปของสตรีไทย ประสิทธิภาพการคุมกำเนิด และภาวะแทรกซ้อนที...
	นอกจากนั้น ยังได้มีการศึกษาผลระยะยาว ของยาฉีดคุมกำเนิด พบว่า ผลต่อสุขภาพจิต และความรู้สึกทางเพศ ไม่เปลี่ยนแปลง ไม่พบอุบัต...
สารสังเคราะห์<br />	Depo-medroxy pregesterone acetate เป็นสารสังเคราะห์จำพวก โปรเจสเตอโรน (progesterone) ออกฤทธิ์โดยตรงต่อ...
ฤทธิ์ของยาฉีดคุมกำเนิด<br />	1.ปัจจุบันยาฉีดคุมกำเนิดนั้น ฉีดครั้งหนึ่งมีฤทธิ์คุมกำเนิดได้ 3 เดือนโดยจะฉีดบริเวณสะโพก เมื่...
ฤทธิ์ของยาฉีดคุมกำเนิด(ต่อ)<br />	3.หลังจากฉีดยาคุมกำเนิด รอบเดือนจะผิดปกติเกือบทุกคน รอบเดือนจะมาไม่เหมือนเดิม ระยะแรกจะม...
ข้อควรระวัง<br />ข้อควรระวังในการใช้ยาฉีด เมื่อฉีดยาแล้ว อย่าไปคลึงหรือขยี้บริเวณที่ฉีด เพราะจะทำให้ตัวยาในร่างกายน้อยวันล...
คำถาม<br />เพื่อ<br />คำตอบ<br />
>>DMPA คืออะไร?<br />	DMPA ย่อมาจากคำว่า Depot Medroxyprogesterone Acetate  DMPA ที่ใช้ในออสเตรเลียเรียกว่า Depo-Provera® ...
>>ใครสามารถใช้ DMPA ได้?<br />	สตรีหลายคนสามารถใช้ DMPA ได้ มีผลดีสำ หรับผู้ที่ไม่ต้องการตั้งครรภ์ในระยะเวลายาวนาน มีผลดีส...
>>ท่านจะใช้ DMPA อย่างไร?<br />	แพทย์จะฉีด DMPA เข็มเล็กๆ ที่สะโพกหรือต้นแขนของท่านตามปกติท่านควรรับการฉีดในระยะ 5 วันแรกข...
>>มีผลข้างเคียงอะไรไหม?<br />	ประจำ เดือนมักจะมาไม่เป็นปกติเมื่อใช้ DMPA มันอาจจะมานานกว่าเดิม ท่านอาจมีเลือดออกเล็กน้อยเป...
>>มีอะไรอย่างอื่นที่ข้าพเจ้าควรรู้อีกไหม?<br />	เมื่อสตรีหยุดการใช้ DMPA มักจะใช้เวลา 8 เดือนหรือมากกว่าที่ประจำ เดือนจะกล...
ที่มา<br />ยาฉีดคุมกำเนิด DMPA www.fpnsw.org.au<br />	http://www.mhcs.health.nsw.gov.au/publication_pdfs/8695/OTH-8695-THA...
Upcoming SlideShare
Loading in …5
×

การฉีดยาคุมกำเนิด

16,388 views

Published on

การฉีดยาคุมกำเนิด

0 Comments
0 Likes
Statistics
Notes
  • Be the first to comment

  • Be the first to like this

No Downloads
Views
Total views
16,388
On SlideShare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
3
Actions
Shares
0
Downloads
8
Comments
0
Likes
0
Embeds 0
No embeds

No notes for slide

การฉีดยาคุมกำเนิด

  1. 1. การฉีดยาคุมกำเนิด<br />
  2. 2. การฉีดยาคุมกำเนิด ยาฉีดคุมกำเนิดสำหรับสุภาพสตรียังคงเป็นที่นิยมอยู่พอสมควร สุภาพสตรีบางท่านชอบที่ในหนึ่งปี ต้องไปรับการฉีดยาคุมกำเนิดเพียง 4 ครั้งเท่านั้น เพราะยาฉีดที่ใช้กันอยู่ส่วนใหญ่ในปัจจุบัน จะสามารถคุมกำเนิดอยู่ได้นานประมาณ 3เดือน<br />
  3. 3. ปัญหาของการฉีดยาคุมกำเนิดอาจจะมีบ้างในสุภาพสตรีบางราย โดยปัญหาหลักๆ มีอยู่ 2 ประการ คือ การที่คนที่ฉีดยาคุมกำเนิดอาจจะมีเลือดออกทางช่องคลอดเล็กๆ น้อยๆ เป็นครั้งเป็นคราว ซึ่งถ้าเป็นบ่อย ท่านควรไปรับคำปรึกษาแนะนำจากแพทย์ บางครั้ง แพทย์อาจจะพิจารณาให้ยารักษา ปัญหาส่วนใหญ่ก็จะได้รับการแก้ไขให้หมดไปได้ ปัญหาอีกประการหนึ่งคือ การที่ประจำเดือนไม่มาเลยตลอด 3 เดือน บางท่านอาจจะชอบ เพราะไม่ต้องกังวลเรื่องรอบเดือนมา แต่บางท่านอาจจะกังวลใจ โดยเฉพาะบางท่านเข้าใจผิดในเรื่องประจำเดือนว่าเป็นเลือดเสีย ถ้าประจำเดือนไม่มา ตนเองอาจเจ็บป่วยด้วยโรคต่างๆ<br />
  4. 4. ยาฉีดคุมกำเนิด<br />ยาฉีดคุมกำเนิด เป็นยาฮอร์โมนประเภทเดียวกับยาเม็ดคุมกำเนิด แต่เนื่องจากหญิงบางคนไม่ชอบการกินยาทุกวัน หรืออาจมีการหลงลืมกินยาได้ ซึ่งจะทำให้ผลในการคุมกำเนิดเลวลง จึงได้มีการนำเอาฮอร์โมนโพรเจสโทเจนอย่างเดียว หรือร่วมกับเอสโทรเจนมาใช้เป็นยาฉีดคุมกำเนิด โดยฉีดครั้งหนึ่งมีฤทธิ์คุมไปได้เป็นเวลานาน<br />
  5. 5. ยาฉีดคุมกำเนิดที่ใช้กันแพร่หลายในปัจจุบันเป็นยาประเภทฉีดทุก 3 เดือน หรือ 12 สัปดาห์ และชนิดที่ใช้กันมากคือ เดโปเมดรอกซีโพรเจสเทอโรนอะซีเตต ชนิดออกฤทธิ์นาน (depo medroxy progesterone acetate) ซึ่งต่อไปจะใช้ชื่อย่อว่า ดีเอ็มดีเอ (DMPA)<br />
  6. 6. ดีเอ็มพีเอ เป็นยาที่ใช้ในทางแพทย์ เพื่อรักษาโรคเฉพาะหญิงบางอย่างมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2502 และการรักษาโรคบางอย่างได้ใช้ยานี้ในขนาดสูงมาก แต่ก็ไม่พบอันตรายร้ายแรงใดๆ นอกจากการผิดปกติของประจำเดือนเนื่องจากการศึกษาพบว่ายานี้มีฤทธิ์ป้องกันไข่สุกได้ จึงได้ทดลองนำยานี้มาใช้ในการคุมกำเนิด ต่อมาในปี พ.ศ. 2507 จึงได้นำยานี้มาใช้เป็นยาคุมกำเนิดชนิดฉีด 3 เดือนครั้ง โดยฉีดเข้ากล้ามครั้งละ 150 มิลลิกรัม ยานี้ได้นำมาใช้เป็นยาฉีดคุมกำเนิดในประเทศไทยตั้งแต่ พ.ศ. 2508 และปรากฏว่าเป็นที่นิยมของหญิงไทยในบางท้องที่อย่างมาก<br />
  7. 7. วิธีใช้<br /> 1.เริ่มต้นฉีดเข็มแรก ภายใน 5 วันแรกของรอบประจำเดือน และฉีดติดต่อกันไปทุกๆ 12 สัปดาห์หรือ 84 วัน ในหญิงหลังคลอดอาจเริ่มต้นฉีดยานี้ได้ภายหลังคลอดก่อนคนไข้จะกลับบ้าน<br /> 2.การทำงานของดีเอ็มพีเอ ยาชนิดนี้ป้องกันการตั้งครรภ์ได้โดยออกฤทธิ์คล้ายคลึงกับฤทธิ์ของยาเม็ดคุมกำเนิดดังกล่าวมาแล้วแต่มีประสิทธิภาพสูงมาก<br /> 3.ผลของยาดีเอ็มพีเอต่อประจำเดือน ผู้ที่ใช้ยานี้จะมีระบบประจำเดือนผิดไปจากเดิมจนยากที่จะทำนายล่วงหน้าได้ แต่พอสรุปได้ว่าในระยะแรกที่ใช้ยานี้ ผู้ใช้มักมีเลือดออกกะปริบกะปรอย และภายหลังใช้ยานี้ได้ประมาณ 1 ปี ประจำเดือนมักจะขาดไป<br />
  8. 8. Depo medroxy progesterone acetate (DMPA)<br />ยาฉีดคุมกำเนิดชนิด Depo medroxy progesterone acetate, DMPA ได้นำมาใช้ครั้งแรก ในสหรัฐอเมริกา ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2503 โดยใช้ในการรักษาการแท้งเป็นนิสัย (habitual abortion) และ Endometriosis ต่อมาประเทศต่างๆ ทั่วโลกมากกว่า 90 ประเทศ ได้นำมาใช้ เพื่อคุมกำเนิด<br />
  9. 9. สำหรับประเทศไทย ได้นำมาใช้ตั้งแต่ปี พ.ศ.2508 และเป็นที่ยอมรับกันทั่วไปของสตรีไทย ประสิทธิภาพการคุมกำเนิด และภาวะแทรกซ้อนที่พบในคนไทย ได้มีการเปลี่ยนแปลงทางสรีระวิทยา ความดันโลหิต ความเข้มของเลือด ผลต่อสุขภาพจิต ความรู้สึกทางเพศ ผลต่อการทำงานของตับ และต่อมไทรอยด์ ตลอดจนการเกิดมะเร็งของเต้านม และปากมดลูก เป็นต้น<br />
  10. 10. นอกจากนั้น ยังได้มีการศึกษาผลระยะยาว ของยาฉีดคุมกำเนิด พบว่า ผลต่อสุขภาพจิต และความรู้สึกทางเพศ ไม่เปลี่ยนแปลง ไม่พบอุบัติการ เกี่ยวกับการเกิดมะเร็งเต้านม และปากมดลูก ความดันโลหิต และไม่พบการเปลี่ยนแปลงหน้าที่ การทำงานของไต ต่อมไทรอยด์ ส่วนในตับ พบว่า ในรายที่ใช้ยานานเกิน 4 ปี ผิดปกติ 3%<br /> สำหรับอาการข้างเคียง ที่พบบ่อยคือ เลือดออกกระปริบประปรอย หรือไม่มีเลือดออกมาเลย เป็นต้น<br />
  11. 11. สารสังเคราะห์<br /> Depo-medroxy pregesterone acetate เป็นสารสังเคราะห์จำพวก โปรเจสเตอโรน (progesterone) ออกฤทธิ์โดยตรงต่อต่อมใต้สมองส่วนหน้า และ hypothallamusเพื่อยับยั้งการสร้าง การเก็บ และการหลั่งของฮอร์โมน ganadotrophinsทำให้ไม่มีการตกไข่ จึงสามารถใช้ในการคุมกำเนิดได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเหตุที่การฉีดยาคุมกำเนิดชนิด Depo-medroxy pregesterone acetate ฉีดครั้งเดียว สามารถคุมกำเนิดได้นานถึง 3 เดือน ปริมาณตัวยาสำคัญ ขนาดของอานุภาค และปริมาตรของการฉีด มีส่วนสำคัญต่อประสิทธิภาพในการคุมกำเนิดของยา<br />
  12. 12. ฤทธิ์ของยาฉีดคุมกำเนิด<br /> 1.ปัจจุบันยาฉีดคุมกำเนิดนั้น ฉีดครั้งหนึ่งมีฤทธิ์คุมกำเนิดได้ 3 เดือนโดยจะฉีดบริเวณสะโพก เมื่อฉีดแล้วตัวยาจะอยู่ที่สะโพก และค่อยๆ ขับฮอร์โมนออกมา<br /> 2.หลักการพิจารณาเริ่มฉีดยาคุมกำเนิด การฉีดยาคุมกำเนิดก็เหมือนกับยากิน คือ ต้องเริ่มภายใน 5 วันแรกของรอบเดือนก่อนที่รังไข่จะทำงาน ถ้ารังไข่ทำงานแล้วจึงฉีด มีโอกาสท้องได้เช่นกัน<br />
  13. 13. ฤทธิ์ของยาฉีดคุมกำเนิด(ต่อ)<br /> 3.หลังจากฉีดยาคุมกำเนิด รอบเดือนจะผิดปกติเกือบทุกคน รอบเดือนจะมาไม่เหมือนเดิม ระยะแรกจะมากะปริดกะปรอย ไม่แน่นอน ฉีดนานๆ หลายเข็มเข้า ประจำเดือนจะหายไปเลย แต่ถ้าหยุดฉีดไประยะหนึ่ง ฮอร์โมนจากธรรมชาติก็เริ่มใหม่ ประจำเดือนก็จะมาปกติ<br /> 4.บางคนเข้าใจผิดว่า ถ้าฉีดยานานๆ จะมีโอกาสเป็นหมัน พบว่าไม่จริง แต่อาจจะทำให้มีลูกช้าได้ คนที่ฉีดยาต้องวางแผน เพราะไม่ใช่เมื่อพร้อมที่จะมีลูก หรืออยากมีลูกเมื่อไรแล้วหยุดฉีดจะมีลูกได้ทันที แต่ต้องรอไประยะหนึ่ง เช่น ฉีดไป 2 ปีกว่า ยาจะหมดฤทธิ์ก็ต้องรออีก 9 เดือน ถ้าฉีดนานปีกว่านี้ก็จะรอยาวนานขึ้นอีก การจะใช้ยาฉีด ควรปรึกษาแพทย์เพื่อจะได้ตรวจร่างกายให้พร้อม<br />
  14. 14. ข้อควรระวัง<br />ข้อควรระวังในการใช้ยาฉีด เมื่อฉีดยาแล้ว อย่าไปคลึงหรือขยี้บริเวณที่ฉีด เพราะจะทำให้ตัวยาในร่างกายน้อยวันลง แทนที่จะอยู่ได้ 90 วัน หรือ 1 เดือน ก็อาจเหลือเพียงแค่ 80 วัน ถึงแม้การฉีดยาคุมนี้จะอยู่ได้ 3 เดือน แต่ส่วนใหญ่แพทย์จะนัดผู้ป่วยมาฉีดก่อน 1 สัปดาห์<br />
  15. 15. คำถาม<br />เพื่อ<br />คำตอบ<br />
  16. 16. >>DMPA คืออะไร?<br /> DMPA ย่อมาจากคำว่า Depot Medroxyprogesterone Acetate DMPA ที่ใช้ในออสเตรเลียเรียกว่า Depo-Provera® หรือ Depo Ralovera® ซึ่งเป็นสารเคมีชนิดหนึ่งคล้ายกับฮอร์โมนที่ชื่อโพรเจส เตอโรนซึ่งผลิตโดยรังไข่ การฉีด DMPA แต่ละครั้งจะป้องกันสตรีจากการตั้งครรภ์ได้ 12 สัปดาห์<br />>>DMPA ทำงานอย่างไร?<br /> DMPA หยุดรังไข่ของท่านไม่ให้ทำ การปล่อยไข่ ถ้าไม่มีไข่ที่ถูกปล่อยออกมา ท่านก็ไม่สามารถตั้งครรภ์ได้<br />>>DMPA ได้ผลดีแค่ไหน?<br /> DMPA ได้ผลดีมากในการป้องกันการตั้งครรภ์ มีประสิทธิภาพมากกว่าร้อยละ 99<br />
  17. 17. >>ใครสามารถใช้ DMPA ได้?<br /> สตรีหลายคนสามารถใช้ DMPA ได้ มีผลดีสำ หรับผู้ที่ไม่ต้องการตั้งครรภ์ในระยะเวลายาวนาน มีผลดีสำหรับผู้ที่จำ การทานยาเม็ดคุมกำเนิดไม่ค่อยได้ DMPA ปลอดภัยที่จะใช้ในระหว่างการให้นมลูกเมื่อทารกอายุเกิน 6 สัปดาห์แล้ว<br />>>ใครไม่ควรใช้ DMPA?<br /> สตรีที่คิดว่าอาจจะกำ ลังตั้งครรภ์ไม่ควรใช้ ผู้ที่มีปัญหาสุขภาพบางอย่าง เช่นมะเร็งเต้านมไม่ควรใช้ ตามปกติจะไม่แนะนำ ให้ใช้ยานี้ เป็นทางเลือกแรกในผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 25 ปีหรือเกิน 46 ปี เพราะมีผลต่อมวลกระดูก เป็นสิ่งสำ คัญที่ควรจะปรึกษาแพทย์เพื่อให้แน่ใจว่าปลอดภัยสำหรับท่านที่จะใช้<br />
  18. 18. >>ท่านจะใช้ DMPA อย่างไร?<br /> แพทย์จะฉีด DMPA เข็มเล็กๆ ที่สะโพกหรือต้นแขนของท่านตามปกติท่านควรรับการฉีดในระยะ 5 วันแรกของการมีประจำ ดือน (วันแรกที่ประจำ เดือนมา คือวันที่หนึ่ง) เมื่อท่านได้รับการฉีดในช่วงนี้ จะ<br />ป้องกันการตั้งครรภ์ได้ทันที ท่านสามารถรับการฉีด DMPA ได้ภายหลัง ถ้าท่านแน่ใจว่าท่านไม่ได้กำ ลังตั้งครรภ์ แต่จะต้องใช้เวลาอีก 7 วันกว่าจะมีประสิทธิภาพ ท่านต้องใช้การคุมกำ เนิดชนิดอื่นร่วมด้วย<br />ในช่วงเวลานั้น เช่นการใช้ถุงยางอนามัยเป็นสิ่งสำ คัญมากที่ท่านต้องได้รับการฉีด DMPA ทุกๆ 12 สัปดาห์เพื่อให้แน่ใจว่าท่านไม่ได้ตั้งครรภ์<br />
  19. 19. >>มีผลข้างเคียงอะไรไหม?<br /> ประจำ เดือนมักจะมาไม่เป็นปกติเมื่อใช้ DMPA มันอาจจะมานานกว่าเดิม ท่านอาจมีเลือดออกเล็กน้อยเป็นเวลาหลายสัปดาห์หรือประจำเดือนท่านอาจหยุดไปเลย สตรีหลายคนอาจจะน้ำหนักขึ้น ปวดศรีษะหรือรู้สึกหดหู่ในระหว่างการใช้ DMPA ปรึกษาแพทย์ถ้าท่านเกิดอาการอย่างใดอย่างหนึ่งที่คิดว่าเกิดจากการใช้ DMPA<br />
  20. 20. >>มีอะไรอย่างอื่นที่ข้าพเจ้าควรรู้อีกไหม?<br /> เมื่อสตรีหยุดการใช้ DMPA มักจะใช้เวลา 8 เดือนหรือมากกว่าที่ประจำ เดือนจะกลับมาเป็นปกติ ด้วยเหตุนี้ ก็อาจทำ ให้ต้องใช้เวลานานในการตั้งครรภ์หลังจากการฉีด DMPA<br />>>ท่านจะฉีด DMPAได้อย่างไร?<br /> ท่านต้องไปพบแพทย์หรือไปที่คลินิกวางแผนครอบครัวเพื่อขอใบสั่งสำ หรับ DMPA แพทย์จะเป็นผู้ฉีดยาให้กับท่าน<br />
  21. 21. ที่มา<br />ยาฉีดคุมกำเนิด DMPA www.fpnsw.org.au<br /> http://www.mhcs.health.nsw.gov.au/publication_pdfs/8695/OTH-8695-THA.pdf<br />การฉีดยาคุมกำเนิด นพ.วรวุฒิ เจริญศิริ<br /> http://www.bangkokhealth.com/index.php/Reproductive/516-2009-01-20-06-45-51.html<br />

×