1                                          บทที่ 2                              เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวของ        ในกา...
2เหตุผล มีความรอบรูเทาทันโลก เพื่อมุงใหเกิดการพัฒนาที่ยั่งยืนและความอยู ดีมีสุขของคนไทยเกิดการบูรณาการแบบองครวมที่ยึ...
3                 1.1 พฒนาคุณภาพการศึกษาและการเรียนรูในทุกระดับและประเภทการศึกษา                         ั               ...
4                3.3 สงเสริมการมีสวนรวมของภาคเอกชน ประชาชน ประชาสังคม และทุกภาค                     สวนของสังคมในการบร...
5          ครรชิต มาลัยวงศ (2540) ไดอธิบายวาอินเตอรเน็ต เปนเครือขายคอมพิวเตอรขนาดใหญโตที่สุดของโลกปจจุบันนี้ อินเ...
6                2. World Wide Web หรอ WWW เปนบริการขอมูลบนอินเตอรเน็ตที่ไดรับความ                                    ...
7โลกมากขึ้น ทั้งนี้เนื่องจากเครือขายอินเทอรเน็ต อนุญาตใหผูเรียนสามารถสื่อสารกับผูคนทั่วโลกไดอยางรวดเร็ว และสามารถสืบ...
8          คุนเคยกับโปรแกรมประยุกตตางๆ บนคอมพิวเตอรไปดวยในตัว เชน โปรแกรมประมวลผลคํา เปนตน นอกจากน้ี อธิปตย คลี่...
9สวนมากทั้งงานวิจัยและเอกสารทั่วไปที่คนควาไดจะเปนเรื่องที่เปดเผยแกสาธารณชนทั่วไปโดยไมคิดมูลคา              5. การ...
10พฤติกรรมและสิ่งที่มีอิทธิพลตอพฤติกรรม       พฤตกรรม          ิ                    กันยา สุวรรณแสง (2532) ไดใหความหมาย...
11                    1. แรงจูงใจทางกาย เปนแรงจูงใจที่เกิดจากความตองการทางรางกาย เชน ความหว ความกระหาย  ิ             ...
12           4. เพอน ถือไดวาเปนอิทธิพลที่สําคัญที่สุดของวัยรุน เพราะวัยรุนเปนวัยที่ตองการ                 ่ืการยอมร...
13         2. นักศึกษาที่มีความแตกตางกันในเรื่อง เพศ อายุ และความเปนเจาของเครื่องคอมพิวเตอรมีพฤติกรรมการสื่อสารผานระบ...
Upcoming SlideShare
Loading in …5
×

บทที่ 2

302 views

Published on

Published in: Education
0 Comments
0 Likes
Statistics
Notes
  • Be the first to comment

  • Be the first to like this

No Downloads
Views
Total views
302
On SlideShare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
1
Actions
Shares
0
Downloads
1
Comments
0
Likes
0
Embeds 0
No embeds

No notes for slide

บทที่ 2

  1. 1. 1 บทที่ 2 เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวของ ในการศึกษาวิจัยเรื่อง “สภาพปญหาและพฤติกรรมการใชอินเทอรเน็ตในการเรียนรูของนักศึกษาสถาบันการพลศึกษาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ” ผูวิจัยไดศึกษาแนวคดทฤษฎและ ิ ีงานวิจัยที่เกี่ยวของในหวขอตอไปน้ี ั   เอกสารทเ่ี ก่ียวกับแผนพัฒนาการศึกษาแหงชาติ พ.ศ. 2552-2559 เอกสารที่เกี่ยวของกับอินเทอรเน็ต 1. ความรูเกี่ยวกับอินเตอรเน็ต 1.1 ความหมายของอินเตอรเน็ต 1.2 ความสําคัญของอินเตอรเน็ต 1.3 บรการของอนเตอรเ นต ิ ิ ็ 1.4 ประโยชนในการใชอนเทอรเ นต ในการเรยนรู ิ ็ ี 1.5 พฤติกรรมการใชอินเทอรเน็ต 2. แนวคดและทฤษฎี ิ แนวคิดและทฤษฎีเกี่ยวกับพฤติกรรมการของมนุษยเอกสารที่เกี่ยวกับแผนพัฒนาการศึกษาแหงชาติ ป พ.ศ. 2552-2559 ปจจุบันแมสถานการณจะเปลี่ยนแปลงไปตามกระแสโลกาภิวัตน แตเนื่องจากแผนการศึกษาแหงชาติ ฉบับเดิม (พ.ศ. 2545-2559) นน เปนแผนระยะยาวที่สอดคลองกับพระราชบัญญัติ ้ั (พ.ร.บ.) การศึกษาแหงชาติ พ.ศ. 2542 จงเห็นควรใหคงปรัชญาหลัก เจตนารมณ และวัตถุประสงค ึของแผนฉบับเดิมไว แลวปรับปรุงในสวนของนโยบายเปาหมายกรอบการดําเนินงานใหสอดคลองกับสถานการณที่เปลี่ยนแปลงไป ซึ่งสรุปสาระสําคัญไดดังนี้ ปรัชญาหลักและกรอบแนวคิด การจัดทําแผนการศึกษาแหงชาติ ฉบับปรับปรุง (พ.ศ. 2552-2559) ยึดหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงยึดทางสายกลางอยูบนพื้นฐานของความสมดุลพอดี รูจักพอประมาณ อยางมี พรรณภา สนตะวงศ นกศกษาปรญญาโทสาขาหลกสตรและการสอน รหส 55120609216 รุน14/2 ั ั ึ ิ ั ู ั
  2. 2. 2เหตุผล มีความรอบรูเทาทันโลก เพื่อมุงใหเกิดการพัฒนาที่ยั่งยืนและความอยู ดีมีสุขของคนไทยเกิดการบูรณาการแบบองครวมที่ยึดคนเปนศูนยกลางของการพัฒนาอยางมีดุลยภาพทั้งดานเศรษฐกิจสังคม การเมือง สิ่งแวดลอม เปนแผนที่บูรณาการศาสนา ศิลปะ วัฒนธรรม และกีฬากับการศึกษาทุกระดับ ซึ่งสอดคลองกับการพัฒนาการศึกษาในดานตางๆ ทั้งดานเศรษฐกิจ สังคม การเมือง การปกครอง วัฒนธรรม สิ่งแวดลอม วิทยาศาสตร และเทคโนโลยี เปนตน โดยคํานึงถึงการพัฒนาอยางตอเนื่องตลอดชีวิต เจตนารมณของแผน  แผนการศึกษาแหงชาติมีเจตนารมณเพื่อมุงพัฒนาชีวิตใหเปน “มนุษยที่สมบูรณทั้งทางรางกาย จิตใจ สติปญญา ความรูและคุณธรรม มีจริยธรรม และวัฒนธรรมในการดํารงชีวิต สามารถอยูรวมกับผูอื่นไดอยางมีความสุข” และพัฒนาสังคมไทยใหเปนสังคมที่มีความเขมแข็งและมีดุลยภาพใน 3 ดาน คือ เปนสังคมคุณภาพ สังคมแหงภูมิปญญาและการเรียนรู และสังคมสมานฉันทและเอออาทรตอกน ้ื  ั วัตถุประสงคของแผน 1. เพื่อใหบรรลุตามปรัชญาหลักและเจตนารมณของแผนการศึกษาแหงชาติ ฉบับปรับปรุง(พ.ศ. 2552 – 2559) จึงกําหนดวัตถุประสงคของแผนฯ ที่สําคัญ 3 ประการ ดังนี้ 2. พัฒนาคนอยางรอบดานและสมดุลเพื่อเปนฐานหลักของการพัฒนา 3. เพื่อสรางสังคมไทยใหเปนสังคมคุณธรรม ภูมิปญญาและการเรียนรู 4. เพื่อพัฒนาสภาพแวดลอมของสังคมเพื่อเปนฐานในการพัฒนาคน และสรางสังคมคุณธรรม ภูมิปญญา และการเรียนรูแนวนโยบาย เปาหมาย และกรอบการดําเนินงาน เพื่อใหบรรลุวัตถุประสงคทั้งสามประการดังกลาว ประกอบกับการคํานึงถึงทิศทางการพัฒนาประเทศในอนาคตที่เนนการใชความรูเปนฐานของการพัฒนา ทั้งดานเศรษฐกิจสังคม วัฒนธรรม ประชากร สิ่งแวดลอม วิทยาศาสตรและเทคโนโลยี จึงไดกําหนดแนวนโยบายในแตละวัตถุประสงค ดังนี้ วัตถุประสงค 1 พัฒนาคนอยางรอบดาน และสมดุล เพื่อเปนฐานหลักของการพัฒนาแนวนโยบาย พรรณภา สนตะวงศ นกศกษาปรญญาโทสาขาหลกสตรและการสอน รหส 55120609216 รุน14/2 ั ั ึ ิ ั ู ั
  3. 3. 3 1.1 พฒนาคุณภาพการศึกษาและการเรียนรูในทุกระดับและประเภทการศึกษา ั 1.2 ปลูกฝงและเสริมสรางใหผูเรียนมีศีลธรรม คุณธรรม จริยธรรม คานิยมมีจิตสํานึกและมีความภูมิใจในความเปนไทย มีระเบียบวินัย มีจิตสาธารณะ คํานึงถึงประโยชนสวนรวมและยึดมั่นในการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยทรงเปนประมุขและรังเกียจการทุจริต ตอตานการซื้อสิทธิ์ขายเสียง 1.3 เพิ่มโอกาสทางการศึกษาใหประชาชนทุกคนตั่งแตแรกเกิดจนตลอดชีวิตไดมีโอกาสเขาถึงบริการการศึกษาและการเรียนรู โดยเฉพาะผูดอยโอกาส ผูพิการ หรือทุพพลภาพยากจน อยูในทองถิ่นหางไกล ทุรกันดาร 1.4 ผลิตและพัฒนากําลังคนใหสอดคลองกับความตองการของประเทศ และเสริมสรางศักยภาพการแขงขัน และรวมมือกับนานาประเทศ 1.5 พัฒนามาตรฐานและระบบการประกันคุณภาพการศึกษา ทั้งระบบประกันคุณภาพภายในและระบบการประกันคุณภาพภายนอก 1.6 ผลิตและพัฒนาครู คณาจารย และบุคลากรทางการศึกษาใหมีคุณภาพและมาตรฐานมีคุณธรรม และมีคุณภาพชีวิตที่ดี วัตถุประสงค 2 สรางสังคมไทยใหเปนสังคมคุณธรรม ภูมิปญญาและการเรียนรูแนวนโยบาย 2.1 สงเสริมการจัดการศึกษา อบรม และเรียนรูของสถาบันศาสนา และสถาบันทางสังคมทั้งการศึกษาในระบบ การศึกษานอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัย 2.2 สงเสริมสนับสนุนเครือขายภูมิปญญา และการเรียนรูประวัติศาสตรศิลปวัฒนธรรม พลศึกษา กีฬาเปนวิถีชีวิตอยางมีคุณภาพและตลอดชีวิต 2.3 สงเสริมการวิจัยและพัฒนาเพื่อสรางองคความรู นวัตกรรม และทรัพยสินทางปญญา พัฒนาระบบบริหารจัดการความรู และสรางกลไกลการนําผลการวิจัยไปใชประโยชน วัตถุประสงค 3 พัฒนาสภาพแวดลอมของสังคม เพื่อเปนฐานในการพัฒนาคน และสรางสังคมคุณธรรม ภูมิปญญาและการเรียนรูแนวนโยบาย 3.1 พัฒนาและนําเทคโนโลยีสารสนเทศมาใชเพื่อการพัฒนาคุณภาพ เพิ่มโอกาสทางการศึกษา และการเรียนรูแนวนโยบาย 3.2 เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการ โดยเรงรัดกระจายอํานาจการบริหารและจัดการศึกษา ไปสูสถานศึกษา เขตพื้นที่การศึกษา และองคกรปกครองสวนทองถิ่น พรรณภา สนตะวงศ นกศกษาปรญญาโทสาขาหลกสตรและการสอน รหส 55120609216 รุน14/2 ั ั ึ ิ ั ู ั
  4. 4. 4 3.3 สงเสริมการมีสวนรวมของภาคเอกชน ประชาชน ประชาสังคม และทุกภาค สวนของสังคมในการบริหารจัดการศึกษา และสนับสนุนสงเสริมการศึกษา 3.4 ระดมทรัพยากรจากแหลงตางๆ และการลงทุนเพื่อการศึกษา ตลอดจนบริหารจัดการ และใชทรัพยากรอยางมีประสิทธิภาพ 3.5 สงเสริมความรวมมือระหวางประเทศดานการศึกษา พัฒนาความเปนสากลของการศึกษา เพื่อรองรับรับการเปนประชาคมอาเซียน และเพิ่มศักยภาพการแขงขันของประเทศภายใตกระโลกาภิวัฒน ขณะเดียวกันสามารถอยูรวมกันกับพลโลกอยางสันติสุข มีการพึ่งพาอาศัยและเกื้อกูลกัน การบริหารแผนสูการปฏิบัติ แผนการศึกษาแหงชาติฉบับนี้ใหความสําคัญกับการนําแผนสูการปฏิบัติ เพื่อเปนกลไกขับเคลื่อนขอเสนอปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่สอง ที่เนนเปาหมาย 3 ดาน คือ การพัฒนาคุณภาพการศึกษา การขยายโอกาสทางการศึกษา และการสงเสริมการมีสวนรวมในการบริการและจัดการศึกษา ซึ่งสอดคลองกับระยะเวลาของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแหงชาติ จึงเห็นควรกาหนดระเวลาดาเนนงานบรหารแผนสการปฏบตเิ ปน 2 ระยะ ดังนี้ ํ ํ ิ ิ ู ิ ั  ระยะที่ 1 แผนงานรบดวน ระหวางป 2552-2554 ใหเรงดําเนินการตามขอเสนอการ ี  ปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่สอง โดยใหมีการจัดทําแผนเพื่อพัฒนาการศึกษาตามประเด็นเปาหมายการปฏิรูปการศึกษา ไดแก 1) แผนพัฒนาคุณภาพการศึกษา 2) แผนขยายโอกาสทางการศึกษา และ 3) แผนสงเสริมการมีสวนรวมในการบริหารและจัดการศึกษา รวมทั้งควรมีการสรางกลไกเพื่อขับเคลื่อนการดําเนินงานตามแผนการศึกษาแหงชาติ ระยะที่ 2 ระหวางป 2552-2559 ใหเรงดําเนินการตามนโยบายทั้ง 14 ดาน ใหบรรลุผลตามเปาหมายที่กําหนดไว และติดตามประเมินผลการดําเนินงานตามแผนฯ เมื่อสิ้นสุดระยะที่ 1และระยะที่ 2 รวมทั้งการเตรียมการรางแผนการศึกษาแหงชาติฉบับใหมตอไปความรูเกี่ยวกับอินเตอรเน็ต ความหมาย มีนักวิชาการไดใหความหมายกับอินเทอรเน็ตไวตางกัน ดังนี้ พรรณภา สนตะวงศ นกศกษาปรญญาโทสาขาหลกสตรและการสอน รหส 55120609216 รุน14/2 ั ั ึ ิ ั ู ั
  5. 5. 5 ครรชิต มาลัยวงศ (2540) ไดอธิบายวาอินเตอรเน็ต เปนเครือขายคอมพิวเตอรขนาดใหญโตที่สุดของโลกปจจุบันนี้ อินเตอรเน็ตเชื่อมโยงไปยังคอมพิวเตอรขนาดใหญทั่วโลกนับลานเครื่องเขาดวยกัน คอมพิวเตอรขนาดใหญเหลานี้ยังเชื่อมโยงไปยังคอมพิวเตอรขนาดเล็กอีกมากมายทําใหมีผูที่เปนสมาชิกเครือขายอินเตอรเน็ตอยูทั่วโลกหลายสิบลานคน ศรีดา ดัจทะอธิพานิช (2544) ไดกลาววาอินเทอรเน็ต คือ การับสงขอมูลที่เปนตัวหนังสือรูปภาพ เสียง และภาพเคลื่อนไหว การรับสงขอมูลขาวสารทําไดตลอดเวลา ครอบคลุมพื้นที่หลายประเทศทั่วโลก มีการทํางานที่สะดวกและรวดเร็ว ดังนั้นเราอาจสรุปความหมายของอินเตอรเน็ต คือ เปนระบบเครือขายของเครือขายคอมพิวเตอรขนาดใหญ ที่โยงใยคอมพิวเตอรทั่วทุกมุมโลกเขาดวยกัน ภายใตมาตรฐานการเชื่อมโยงเดียวกัน โดยใชโปรโตคอล ทซพี/ไอพี (TCP/IP Transmitsion Control Protocol/Internet  ี ีProtocol) ในการติดตอสื่อสาร และสามารถทําใหคนจํานวนมากสื่อสารขอมูลทั้งในรูปของขอความภาพและเสยง ไดสะดวกและรวดเรวดวยคอมพวเตอรตางระบบและตางชนดกนจงเป นเครือขายที่ ี  ็  ิ   ิ ั ึใหญที่สุดในโลก (วาสนา สุขกระสานติ,2540:6) ความสําคัญของอินเตอรเน็ต การเชื่อมตอคอมพิวเตอรจํานวนมากทําใหเครือขายอินเตอรเน็ต มีการแลกเปลี่ยนขอมูลขาวสารที่เปนประโยชนอยางมากมาย กิจกรรมทางการเมือง เศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรมและการศึกษา ถูกเชื่อมโยงใหเขาถึงกันและกันอินเตอรเน็ตเปนแหลงสารสนเทศที่สําคัญ มีเรื่องราวตางๆ มากมายทั้งความรู ความบันเทิงหลายรูปแบบเพื่อสนองความตองการ ความสนใจสําหรับบุคคลทุกวงการและทุกสาขาอาชีพ การเชื่อมตออินเตอรเน็ต ทําใหคนทั่วโลก ตางเพศ ตางวัยตางเชื้อชาติ ศาสนา สามารถติดตอสื่อสารแลกเปลี่ยนขอมูลขาวสารกันไดอยางไมมีขอจํากัด  บริการบนอินเตอรเน็ต ระบบอินเตอรเน็ตมีเครือขายทั่วโลกจึงมีผูคนนิยมใชผานบริการตาง ๆ ดังนี้ 1. E-mail (Electronics mail) หรือไปรษณียอิเล็กทรอนิกส เปนบริการรับ สง ขอความผานเครือขายคอมพิวเตอร ผูใชสามารถสงขอมูลขาวสารไปยังผูรับคนอื่น ๆ ได ถาผูรับมีที่อยูตามขอกําหนดการใช E-mail พรรณภา สนตะวงศ นกศกษาปรญญาโทสาขาหลกสตรและการสอน รหส 55120609216 รุน14/2 ั ั ึ ิ ั ู ั
  6. 6. 6 2. World Wide Web หรอ WWW เปนบริการขอมูลบนอินเตอรเน็ตที่ไดรับความ ื นิยมสูง ในปจจุบัน จุดเดนของ WWW ที่มีเหนือบริการอื่นๆ ในอินเตอรเน็ตไดแกความ งายในการใชงานและรูปแบบการแสดงผลแบบไฮเปอรเท็กซที่เชื่อมโยงจากขอมูลชุดหนึ่ง ไปสูขอมูลอีกชุดหนึ่ง ซึ่งจะมีทั้งแบบขอความปกติหรือมัลติมีเดีย เสียง ภาพนิ่ง และ ภาพเคลื่อนไหว 3. IRC (Internet Relay Chat) เปนการสนทนาโตตอบกันบนอินเตอรเน็ต โดยใช การพิมพขอความหรือใชเสียง โดยอาจสนทนากันเปนกลุมหรือระหวางบุคคล 2 บุคคลก็ ได การสนทนาในรูปแบบนี้เปนที่นิยมมาก เนื่องจากเปนการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น พูดคุยไดทันที เรียกวา Talks หรอ Chat ือินเทอรเน็ตในการเรยนรู ี ตั้งแตตน ป ค.ศ.1990 เปนตนมา การประยุกตอินเทอรเน็ต ทางการเรียนรูหรือทางการศึกษาไดเปลี่ยนจากชวงของการพัฒนาและวิจัยเครือขาย มาเปนชวงของความพยายามในการบูรณาการเครือขายอนเทอรเ นตกบกจกรรมการเรยนการสอน โดยเฉพาะอยางยิ่งการเรียนการสอนในระดับตั้งแตอนุบาล จนถึง ิ ็ ั ิ ีระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย นักการศึกษาในสหรัฐอเมริกา ไดใชอินเทอรเน็ตในการสืบคนสารสนเทศตางๆบนเครือขาย เชน รายงานการวิจัยการคนควาทางการศึกษา แผนการสอน รวมไปถึงกิจกรรมการเรี ยนการสอนที่ไดมีการเผยแพรไวบนเครือขาย นอกจากนี้ กลุมขาว หรือ Newsgroup และ กลุมสนทนา หรือ DiscussionGroupที่มีบริการบนเครือขายอินเทอรเน็ตนั้น ไดกลายเปนศูนยกลางการติดตอสื่อสาร อภิ ปราย แลกเปลี่ยนและสอบถามขอมูลของผูเรียนตลอดจนครู อาจารย ผูสอนที่สนใจในเรื่องเดียวกัน (ถนอมพร เลาหจรัสแสง,2541)ประโยชนของอินเทอรเน็ตทางการศึกษา ปจจุบัน หลายๆ ประเทศ รวมทั้งประเทศไทย ตางไดนําอินเทอรเน็ ตไปประยุกตใชในกระบวนการเรียนการสอน จนถือไดวาอินเทอรเน็ตกลายเปนเทคโนโลยีการศึกษาของยุคปจจุ บันไปแลว ซึ่งคุณคาทางการศึกษาในการจดกจกรรมการเรยนการสอนผานอนเทอรเน็ต ซึ่ง ั ิ ี  ิถนอมพรเลาห จรัสแสง (2541) ไดกลาวถึงประโยชนของอินเทอรเน็ตทางการศึกษาไวดังนี้ 1. การใชกิจกรรมบนเครือขายคอมพิวเตอรชวยทําใหผูเรียนไดเรียนรูเกี่ยวกับสังคมวฒนธรรมและ ั พรรณภา สนตะวงศ นกศกษาปรญญาโทสาขาหลกสตรและการสอน รหส 55120609216 รุน14/2 ั ั ึ ิ ั ู ั
  7. 7. 7โลกมากขึ้น ทั้งนี้เนื่องจากเครือขายอินเทอรเน็ต อนุญาตใหผูเรียนสามารถสื่อสารกับผูคนทั่วโลกไดอยางรวดเร็ว และสามารถสืบคนหรือเผยแพรขอมูลสารสนเทศจากทั่วโลกไดเชนกัน  2. เปนแหลงความรูขนาดใหญสําหรับผูเรียน โดยที่สื่อประเภทอื่นๆ ไ มสามารถทําไดกลาวคือ ผูเรียน สามารถคนหาขอมูลในลักษณะใดๆ ก็ได ไมวาจะเปนขอความ ภาพนิ่ งภาพเคลอนไหว หรอในรปแบบของ สื่อประสม โดยการสืบคนผานเครือขายอินเทอรเน็ตที่โยงไย ่ื ื ูกับแหลงขอมูลตางๆ ทั่วโลก 3. การจัดกิจกรรมการเรียนการสอนผานอินเทอรเน็ต ทําใหเกิดผลกร ะทบตอผูเรียนในดานทักษะการคิดอยางมีระบบ (high-order thinking skills) โดยเฉพาะทําใหทักษะการวิเคราะหสืบคน(inquiry-basedanalytical skill) การคิดเชิงวิเคราะห (critical thinking) การวิเคราะหขอมูล การแกปญหา และการคิด อยางอิสระ ทั้งนี้เนื่องจากเครือขา ยคอมพิวเตอรเปนแหลงรวมขอมูลมากมายมหาศาล ผูเรียนจึงจําเปนตองทําการวิเคราะหอยูเสมอ เพื่อแยกแยะขอมูลที่เปนประโยชนและไมเปนประโยชนสําหรับตนเอง 4. สนับสนุนการสื่อสารและการรวมมือกันของผูเรียน ไมวาจะในลักษณะของผูเรียนรวมหอง หรือผูเรียนตางหองเรียนบนเครือขายดวยกัน เชน การที่ผูเรียนหองหนึ่งตองการที่จะ เตรยม  ีขอมูลเกี่ยวกับการถายภาพเพื่อสงไปใหอีกหองเรียนหนึ่งนั้น ผูเรียนในหองแรกจะตองชวยกันตัดสินใจทีละขั้นตอนในวิธีการที่จะเก็บรวบรวมขอมูลและการเตรียมขอมูลอยางไร เพื่อสงขอมูลเรองการถายภาพนี้ไปใหผูเรียนอีกหองหนึ่งโดยที่ผูเรียนตางหองสามารถเขาใจไดโดยงาย ่ื 5. สนับสนุนกระบวนการ สหสาขาวิชาการ (interdisciplinary) กลาวคือ ในการนําเครือขายมาใชเชื่อมโยงกับกิจกรรมการเรียนการสอนนั้น นักการศึกษาสามารถที่จะบู รณาการการเรยนการ ีสอนในวิชาตางๆเชน คณิตศาสตร ภูมิศาสตร สังคม ภาษา วิทยาศาสตร ฯลฯ เขาดวยกัน 6. ชวยขยายขอบเขตของหองเรียนออกไป เพราะผูเรียนสามารถที่ จะใชเครือขายในการสารวจปญหาตางๆ ที่ผูเรียนมีความสนใจ นอกจากนี้ ยังเปดโอกาสใหผูเรียนไดทํางาน รวมกับผูอื่น ํ ซึ่งอาจมีความคิดเห็นแตกตางกันออกไป ทําใหมุมมองของตนเองกวางขึ้น 7. การที่เครือขายอินเทอรเน็ตอนุญาตใหผูเรียนสามารถเขาถึงผูเชี่ ยวชาญหรือผูที่ใหคําปรึกษาไดและการที่ผูเรียนมีความอิสระในการเลือกศึกษาสิ่งที่ตนเองสนใจ ถือเปนแรงจู งใจสําคัญอยางหนึ่งในการเรยนรูของผูเรียน ี 8. ผลพลอยไดจากการที่ผูเรียนทําโครงการบนเครือขายตางๆ นี้ ทําใหผูเรียนมีโอกาสที่จะทําความ พรรณภา สนตะวงศ นกศกษาปรญญาโทสาขาหลกสตรและการสอน รหส 55120609216 รุน14/2 ั ั ึ ิ ั ู ั
  8. 8. 8 คุนเคยกับโปรแกรมประยุกตตางๆ บนคอมพิวเตอรไปดวยในตัว เชน โปรแกรมประมวลผลคํา เปนตน นอกจากน้ี อธิปตย คลี่สุนทร (2542) กลาววาการนําอินเทอรเน็ตมาใชเพื่อการศึกษานั้น จะชวยเสริมสรางคุณภาพ และความเสมอภาคกันในหลายเรื่อง ดังนี้ 1. ครู อาจารยผูสอน สามารถพัฒนาคุณภาพบทเรียน หรือแนวคิดในสาขาวิชาที่สอนโดยการเรียกดูจากสถาบันการศึกษาอื่น ไมวาจะเปนเนื้อหาวิชาการ คูมือครู แบบฝกหั ดซึ่งบางเรื่องสามารถคัดลอกนํามาใชไดทันที เนื่องจากผูผลิตแจงความจํานงใหเปนของสาธารณชน นําไปใชได(PublicMode)ในทางกลับกันครู อาจารยที่มีแนวคิด วิธีการสอน คูมือการสอนที่นาสนใจ สรางความเขาใจไดดีกวาผูอื่น ก็สามารถนําเสนอเรื่องดังกลาวในเว็บไซตของสถาบันตนเอง เพื่อใหผูอื่นศึกษาใชงานได สวนหนึ่งของเรื่องดังกลาวอาจจะทําเปนโปรแกรมสําเร็จรูปหรืออยูในรูป ของซีดีรอม (CompactDisc-ReadOnlyMemory) ซึ่งโดยทั่วๆไปเรียกกันวา คอมพิวเตอรชวยสอน ซึ่งมีทั้งชวยสอนวิชาทั่วๆ ไป และชวยสอนวิชาที่เกี่ยวกับวิทยาการดานคอมพวเตอรโดยตรง ิ  2. นักเรียน นักศึกษา สามารถเขาถึงการเรียนการสอนของครู อาจารย จากตางสถาบันและอาจแลกเปลี่ยนขอมูลที่สถาบันตนเองยังไมมี เชน ภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว เสี ยงประกอบ ของวิชาตางๆ การทดลองทางวิทยาศาสตร ภาพงานศิลปะ หรือสารคดีที่ เกี่ยวของวิชาภูมิศาสตร ฯลฯ เปนตน 3. ขอมูลตางๆ ทางการบริหารและการจัดการ สามารถแลกเปลี่ ยนและถายโอนแฟมขอมล    ูได เชน ทะเบียนประวัตินักเรียน วิชาที่เรียน ผลการเรียน การแนะแนวการศึกษาตอและอ าชีพ หรือการยายถิ่นที่อยู นอกจากนี้อาจจะบรรจุขอมูลของครู อาจารย เงินเดือน คุณวุฒิ การอบรมฝกฝนความรูความสามารถพิเศษ ฯลฯ เปนตน ลงไปในเว็บไซต ซึ่งขอมูลดังกลาวอาจมีภาพถายประกอบทําใหฝายบริหารสามารถติดตาม แลกเปลี่ยนขอมูลตามความจําเปน เพื่อดูแลใหนักเรียนและอาจารยสามารถพฒนาตนเองไดสงสดตามศักยภาพของแตละคน ระบบขอมูลเชนนี้เรียกกันวา ขอมูลการ ั  ู ุบริหารการจัดการ 4. งานวิจัย ผูเรียนและครูผูสอน สามารถคนหาเรื่องราวที่สนใจจะศึกษาคน ควา วิเคราะหวิจัย โดยเฉพาะ ในสวนที่เปนวรรณคดีที่เกี่ยวของ (Review of Literature) เพื่อดูวามีใครบางที่ไดศึกษาคนควาเอาไว เพื่อนํามาผลสรุปมาอางอิงหรือนํามาเปนตัวแบบศึกษาคนควาตอ อย างไรก็ตามงานบางเรื่องอาจจะตองเสียคาใชจายบาง ซึ่งสามารถจายไดผานบัตรเครดิตเนื่องจากเปนงานที่มีลิขสิทธิ์ทางปญญาแตเอกสาร พรรณภา สนตะวงศ นกศกษาปรญญาโทสาขาหลกสตรและการสอน รหส 55120609216 รุน14/2 ั ั ึ ิ ั ู ั
  9. 9. 9สวนมากทั้งงานวิจัยและเอกสารทั่วไปที่คนควาไดจะเปนเรื่องที่เปดเผยแกสาธารณชนทั่วไปโดยไมคิดมูลคา 5. การประมวลผลหรือการทํางานโดยใชเครื่องอื่นจากบริการของอินเทอรเน็ต รวมถึงการขอใชเครื่องที่มีศักยภาพสูงทํางานบางงานใหเราไดหากไดรับอนุญาตหรือเราเปนสมาชิกอยู ดังนั้นงานประมวลผลหรืองานคํานวณที่ตองการความรวดเร็วและมีความซับซอนสูงก็สามารถใชบรการน้ี  ิได สถานศึกษาบางแหงอาจมีเครื่องที่มีสมรรถนะไมสูงพอที่จะทํางานบางงาน ก็สามารถทํางานที่เครื่องของตนเองแตสงงานขามเครื่องไปใหศูนยใหญ หรือศูนยสาขาชวยทํางานใหและสงผลงา นนั้นกลับมายังจอคอมพิวเตอรของเจาของงาน 6. การเลนเกมเพื่อลับสมองและฝกความคิดกับการทํางานของมือ ในเครือขายอินเทอรเน็ตมีเกมใหเลนแทบทุกระดับ โดยที่สวนหนึ่งของเกมดังกลาวจะเปดใหเลนโดยไมคิดมูลคา ซึ่งผูเรียนอาจขอเขาลองศึกษาวิธีการ และลองเลนกับเพื่อนรวมชั้น หรือเลนกับเพื่อนตางสถาบันไดโดยสะดวกอยางไรก็ตาม การเลนเกมควรมีขอนาพิจารณาวา เลนเพ่ือฝกสมองหรือคลาย ความเครียดนั้นจะเปนประโยชนมากกวาทุมเท เสียเวลา เพอจะเอาชนะการเลนในเกมแตเ พยงอยาง ่ื  ี เดยว ี 7. การศึกษางานดานศิลปวั ฒนธรรมผานเ ครอขายอนเทอรเ นต เนื่องจากสังคมโลกเปน  ื  ิ ็สังคมที่ประกอบไปดวยผูคนหลายเชื้อชาติ ซึ่งแตชนชาติลวนมีภาษา ขนบธรรมเนียม ประเพณีวฒนธรรม สภาพความเปนอยู สภาวะเศรษฐกิจ ตลอดจนแนวคิด ที่แตกตางกั น แตในเครือขาย ัอนเทอรเ นต การศึกษาแลกเปลี่ยนความรู เพื่อนําสวนที่ดีและเหมาะสมของบางสังคมมาประยุกตใช ิ ็ใหกับสังคมของตนสามารถทําไดโดยงาย โดยที่ผูเรียน ครู อาจารย รวมถึงผูสนใจทั่วไป อาจจะใชเวลาสวนหนง เพื่อดูขอมูลหรือรับฟงเรื่องราว อีกทั้งดูภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว ผานเครือขาย  ่ึอนเทอรเ นต เพื่อที่จะนําเอาขอ มูลเหลานั้นมาใชประกอบการเรียน การสอน หรือการประยุกตใช ิ ็ในชีวิตประจําวัน จากที่กลาวมานั้น จะเห็นไดวาประโยชนของอินเทอรเน็ตนั้นมีมากมายมหาศาลหากเรารูจักใชอยางถูกวิธี และจากประโยชนดังกลาวนั้นเอง ศูนยเทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกสและคอมพวเตอร แหงชาติ (เนคเทค ) เห็นวาหากมีการนําอินเทอรเน็ตมาเพื่อพั ฒนาการศึกษาของ ิประเทศ ก็จะทําให เกิดประโยชนและสรางความเทาเทียมกันในดานการศึกษาใหมาก ยิ่งขึ้น จึงเปนที่มาของโครงการเครือขายคอมพิวเตอรเพื่อโรงเรียนไทย ดังจะไดกลาวในหัวขอถัดไป พรรณภา สนตะวงศ นกศกษาปรญญาโทสาขาหลกสตรและการสอน รหส 55120609216 รุน14/2 ั ั ึ ิ ั ู ั
  10. 10. 10พฤติกรรมและสิ่งที่มีอิทธิพลตอพฤติกรรม พฤตกรรม ิ กันยา สุวรรณแสง (2532) ไดใหความหมายของคําวาพฤติกรรมไววา คือกิริยาอาการ บทบาท ลีลา ทาที การประพฤติ ปฏิบัติ การกระทําที่แสดงออกใหปรากฏสัมผัสไดดวยประสาทสัมผัสทางใดทางหนึ่งของประสาทสัมผัสทั้งหาซึ่งสามารถวัดไดดวยเครื่องมือสิ่งที่มีอิทธิพลตอพฤติกรรม กันยา สุวรรณแสง (2532) 1. พันธุกรรม คือ การถายทอดบุคลิกลักษณะจากปู ยา ตา ยาย พอแมสูลูกหลาน มีลักษณะทางกายและทางสติปญญา 2. สิ่งแวดลอม หมายถึง สิ่งตางๆ ที่อยูรอบตัวเปนสิ่งเรากระตุนใหบุคคลแสดงออกโตตอบในลักษณะตางๆ กันซึ่งมีผลตอพฤติกรรมของมนุษย ไดแก 2.1. สิ่งแวดลอมทางบาน เชน การอบรมเลี้ยงดู ฐานะทางเศรษฐกิจและสังคมของครอบครัว บรรยากาศภายในบาน สิ่งเหลานี้ลวนมีอิทธิพลตอพฤติกรรมของเด็กมาก 2.2. สงแวดลอมทางโรงเรียน อันไดแก ครูอาจารย เพื่อนนักเรียน สภาพ ่ิบรรยากาศภายในโรงเรียน 2.3. สิ่งแวดลอมทางชุมชน ไดแก ขนบธรรมเนียม สื่อสารมวลชนตางๆ ก็ลวนแลวแตมีอิทธิพลตอพฤติกรรม 2.4. วัฒนธรรม คนที่อยูในชั้นของสังคมที่แตกตางกัน มีพื้นฐานทางสังคมที่แตกตางกัน จะมีพฤติกรรมตางกัน เพศ อายุ ความเชื่อ คานิยม ฯลฯ 2.5. ภูมิประเทศ มีอิทธิพลโนมนําใหลักษณะนิสัยใจคอและพฤติกรรมตางกัน การจูงใจใหเกิดพฤติกรรม พฤติกรรมเปนผลมาจากมนุษยแสดงปฏิกิริยาตอบสนองตอสิ่งเรา หรือแรงจูงใจพฤติกรรมบางอยางมีแรงจูงใจหลายอยางรวมกัน ซึ่งปจจัยในการจูงใจใหเกิดพฤติกรรม กันยาสวรรณแสง (2532) ไดแก ุ  พรรณภา สนตะวงศ นกศกษาปรญญาโทสาขาหลกสตรและการสอน รหส 55120609216 รุน14/2 ั ั ึ ิ ั ู ั
  11. 11. 11 1. แรงจูงใจทางกาย เปนแรงจูงใจที่เกิดจากความตองการทางรางกาย เชน ความหว ความกระหาย ิ 2. แรงจูงใจทางสังคม เปนสิ่งที่เกิดขึ้นภายหลังการเรียนรู อาจแบงออกไดหลายอยาง ดังนี้ 2.1. แสดงความตองการทางสังคมที่คลอยตามขนบธรรมเนียมประเพณีวัฒนธรรมของชุมชนของตน 2.2. ความตองการอยางเดียวกัน อาจทําใหคนเรามีพฤติกรรมไมเหมือนกันเชน เมื่อตองการศึกษาคนควาเพิ่มเติม บางคนเขาหองสมุด ในขณะที่บางคนคนควาจากอินเตอรเน็ต 2.3. พฤติกรรมอยางเดียวกันอาจเนื่องมาจากความตองการที่แตกตางกันไดเชน บางคนชอบใชอินเตอรเน็ตเพราะตองการหาความรู ในขณะที่บางคนตองการความบันเทิง 2.4.พฤติกรรมอยางใดอยางหนึ่ง อาจสนองความตองการไดมากกวาหนึ่งอยางในเวลาเดียวกัน เชน นักเรียนที่ใชอินเตอรเน็ตเพราะตองการขาวสารขอมูล และความเพลดเพลน ิ ิ อยางไรก็ตามสําหรับนักศึกษาสถาบันการพลศึกษาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งอยูในชวงวัยรุน ยังมีปจจัยที่มีอิทธิพลตอพฤติกรรมในหลายดาน ดังตอไปนี้ 1. ปจจัยทางบาน เนื่องจากนักเรียนใชเวลาอยูบานเปนสวนมาก ปจจัยทางบานจึงมีอิทธิพลตอพฤติกรรมของนักศึกษาวัยรุนเปนอยางมากสิ่งตาง ๆ ที่มีอยูและเกิดขึ้นในบานลวนสงผลถึงพฤติกรรม เชน ความสัมพันธภายในครอบครัว จํานวนสมาชิกภายในบาน ความพรอมของครอบครัว ฐานะทางเศรษฐกิจ สภาพแวดลอม สิ่งอํานวยความสะดวก เปนตน 2. ปจจัยทางโรงเรียน เปนปจจัยที่มีอิทธิพลตอพฤติกรรมของนักเรียนเปนอยางมากถึงแมวานักเรียนจะใชเวลาอยูโรงเรียนนอยกว าอยูบาน แตโรงเรียนก็เปนสถานที่ ที่นักเรียนไดเรียนรูสิ่งตางๆ ปจจัยทางโรงเรียน เชน ประเภทของโรงเรียน ขนาดของโรงเรียน ชื่อเสียงของโรงเรยน สภาพแวดลอมภายในโรงเรยน ี  ี 3. ปจจัยทางชุมชน ถือไดวาเปนปจจัยที่มีอิทธิพลตอพฤติกรรมที่สําคัญอีกประการหน่ึงการที่นักศึกษาไดอยูในทามกลางชุมชนแบบใด ก็จะมีแนวโนมที่จะแสดงพฤติกรรมตามแบบอยางที่ไดพบเห็น ปจจัยทางชุมชน เชน ขนาดของชุมชน ที่ตั้งและสภาพแวดลอม เปนตน พรรณภา สนตะวงศ นกศกษาปรญญาโทสาขาหลกสตรและการสอน รหส 55120609216 รุน14/2 ั ั ึ ิ ั ู ั
  12. 12. 12 4. เพอน ถือไดวาเปนอิทธิพลที่สําคัญที่สุดของวัยรุน เพราะวัยรุนเปนวัยที่ตองการ ่ืการยอมรับจากกลุมเพื่อน สังคมของวัยรุนสวนใหญจึงเปนสังคมของเพื่อน โดยอิทธิพลของกลุมเพอน ่ื พฤติกรรมการสื่อสาร ในการแสวงหาขอมูลขาวสารผานอินเตอรเน็ต ผูใชสามารถที่จะควบคุมขอมูลขาวสารที่ตองการเปดรับหรือเลือกปฏิเสธขอมูลขาวสารที่เห็นวาไมนาสนใจไดอยางสะดวก ปจจัยที่สําคัญที่ใชประกอบการตัดสินใจรับขาวสารแตกตางกันออกไปตามแตละบุคคลSchramm (1973) อางถงใน (ปรมะ สตะเวทิน, 2539) มีดังนี้  ึ 1. ความสะดวกในการใช บุคคลจะเลือกใชสื่อที่อยูใกลตัวและมีความสะดวกในการใชมากที่สุด 2. ความเดน บุคคลเลือกใหความสนใจกับสาร ที่มีจุดเดนตางไปจากสารอื่น 3. ประสบการณ ทําใหผูรับสารแสวงหาขาวสารตางกัน 4. การใชประโยชนของขาวสาร ผูรับสารจะแสวงหาขาวสารเพื่อสนองวัตถุประสงคอยางใดอยางหนง  ่ึ 5. การศึกษาและสถานะทางสังคม การศึกษาและชั้นทางสังคมมีอิทธิพลอยางยิ่งตอการเลือกของผูรับสาร งานวิจัยที่เกี่ยวของ อินเตอรเน็ตไดเขามามีบทบาทในสถาบันการศึกษา ซึ่งก็ไดมีผูทําการศึกษาเกี่ยวกับพฤติกรรมการใชอินเตอรเน็ต ไวดังนี้ องอาจ ฤทธิ์ทองพิทักษ (2539) ไดศึกษาเรื่อง พฤติกรรมการสื่อสารผานระบบเวิลดไวดเว็บของนักศึกษาในเขตกรุงเทพมหานคร พบวา 1. นักศึกษาสวนใหญมีการใชการสื่อสารผานระบบเวิลดไวดเว็บที่มหาวิทยาลัย และสนใจเปดรับเนื้อหาประเภทบันเทิงมากที่สุด พรรณภา สนตะวงศ นกศกษาปรญญาโทสาขาหลกสตรและการสอน รหส 55120609216 รุน14/2 ั ั ึ ิ ั ู ั
  13. 13. 13 2. นักศึกษาที่มีความแตกตางกันในเรื่อง เพศ อายุ และความเปนเจาของเครื่องคอมพิวเตอรมีพฤติกรรมการสื่อสารผานระบบเวิลดไวดเว็บแตกตางกันอยางมีนัยสําคัญทางสถิติ โดยเพศชายมีพฤตกรรมการสอสารผานระบบเวิลดไวดเว็บมากกวาเพศหญิงและนักศึกษาที่เปนเจาของเครื่อง ิ ่ืคอมพิวเตอรมีพฤติกรรมการสื่อสารผานระบบเวิลดไวดเว็บมากกวานักศึกษาไมเปนเจาของเครื่องคอมพวเตอร ิ 3. นักศึกษามีการใชประโยชนจากระบบเวิลดไวดเว็บ เพื่อการพัฒนาตนเองในดานวิชาการและทักษะการใชงานระบบเวิลดไวดเว็บ และใชระบบเวิลดไวดเว็บในการตอบสนองความตองการดานขาวสารและการพกผอนหยอนใจ   ั   วอนชนก ไชยสนทร (2546) ไดศึกษาเรื่อง การศึกษาพฤติกรรมการใชอินเตอรเน็ตของ ุนักศึกษาปริญญาตรี ในสาขาวิชาดานคอมพิวเตอร พบวา 1. นักศึกษาระดับปริญญาตรี ในสาขาวิชาดานคอมพิวเตอร สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกลาเจาคุณทหารลาดกระบัง สวนใหญเปนเพศชายมากกวาเพศหญิง 2. นกศกษาสวนใหญใน 1 สัปดาห มีการใชอินเตอรเน็ตทุกวัน รองลงมาใชประมาณ 3-4 ั ึ  ครั้ง/สปดาห, ประมาณ 5-6 ครั้ง/สัปดาห และประมาณ 1-2 ครั้ง/สัปดาห ตามลําดับ ั 3. นักศึกษาสวนใหญมีระยะเวลาโดยเฉลี่ยในการใชอินเตอรเน็ตในแตละครั้งระหวาง 1-2ชั่วโมง รองลงมาคือระหวาง 3-4 ชั่วโมง ,มากกวา 4 ชั่วโมง และนอยกวา 1 ชั่วโมง ตามลําดับ 4. นกศกษาสวนใหญใชอนเตอรเ นตระหวางเวลา 18.01-24.00 น. รองลงมาใชระหวาง ั ึ   ิ ็ เวลา 12.01-18.00 น. , ระหวางเวลา 00.01-06.00 น. และระหวางเวลา 06.01-12.00 น. ตามลําดับ   5. นักศึกษาสวนใหญใชอินเตอรเน็ตที่บาน รองลงมาใชที่สถาบันที่ศึกษา ใชที่รานอินเตอรเน็ต ตามลําดับ พรรณภา สนตะวงศ นกศกษาปรญญาโทสาขาหลกสตรและการสอน รหส 55120609216 รุน14/2 ั ั ึ ิ ั ู ั

×