Successfully reported this slideshow.
We use your LinkedIn profile and activity data to personalize ads and to show you more relevant ads. You can change your ad preferences anytime.

Bus lesson1

2,704 views

Published on

Published in: Education, Business
  • Be the first to comment

Bus lesson1

  1. 1. ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับธุรกิจ ACADEMIC YEAR 2007 / SECOND SEMESTER DEPARTMENT OF INTERIOR DESIGN หลักการประกอบวิชาชีพ 6 January 2010
  2. 2. จุดประสงค์การเรียนรู้เกี่ยวกับธุรกิจ <ul><li>อธิบายความหมายของการประกอบกิจการได้ </li></ul><ul><li>บอกวัตถุประสงค์ของการดำเนินกิจกรรมการประกอบกิจการ </li></ul><ul><li>บอกถึงองค์ประกอบต่างๆที่เกี่ยวกับปัจจัยการผลิตได้ </li></ul><ul><li>บอกถึงประโยชน์ของธุรกิจที่มีต่อเศรษฐกิจโดยส่วนรวมได้ </li></ul><ul><li>จำแนกประเภทของการประกอบกิจการได้ </li></ul><ul><li>บอกรูปแบบขององค์การการประกอบกิจการได้ </li></ul>
  3. 3. การประกอบกิจการ , ธุรกิจ ( Business ) <ul><li>การกระทำกิจกรรมของมนุษย์อย่างต่อเนื่องกันเกี่ยวกับการผลิต , จำหน่าย , ซื้อขายแลกเปลี่ยนและการให้บริการ โดยมุ่งหวังผลกำไรเป็นสิ่งตอบแทนและมีความเสี่ยงต่อการขาดทุน </li></ul><ul><li>บุคคลใดบุคคลหนึ่ง , กลุ่มบุคคลหรือนิติบุคคลที่ทำงานหรือร่วมมือกันทำงานในการผลิต , จำหน่าย , แลกเปลี่ยนสินค้าหรือบริการต่างๆ ด้วยการสร้างสรรค์เพื่อตนเองและสังคม โดยมุ่งหวังกำไรเป็นสิ่งตอบแทน </li></ul><ul><li>องค์การที่ให้สินค้าหรือบริการเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าและหวังผลกำไรเป็นสิ่งตอบแทน </li></ul>
  4. 4. ปัจจัยในการผลิต ( Factor of Production ) <ul><li>ที่ดิน ( Land ) </li></ul><ul><li>ที่ดินอันเป็นที่ตั้งโรงงาน รวมทั้งทรัพยากรและวัตถุดิบต่างๆ </li></ul><ul><li>แรงงาน ( Labor ) </li></ul><ul><li>คนทำงาน ซึ่งรวมทั้งแรงงานไร้ฝีมือและแรงงานที่มีฝีมือ </li></ul><ul><li>เงินทุน ( Capital) </li></ul><ul><li>ตัวเงินที่นำมาลงทุนในธุรกิจ รวมทั้งมูลค่าของที่ดิน อาคาร เครื่องจักร </li></ul><ul><li>และเครื่องมือเครื่องใช้ต่างๆด้วย </li></ul><ul><li>ผู้ประกอบการ ( Entrepreneur ) </li></ul><ul><li>ผู้ริเริ่มหรือดำเนินการในการก่อตั้งกิจการธุรกิจ การจัดการถือว่าเป็นสิทธิและความรับผิดชอบของผู้ประกอบการด้วย </li></ul>
  5. 5. จุดมุ่งหมายในการประกอบธุรกิจ <ul><li>ด้านเศรษฐกิจ </li></ul><ul><li>แสวงหากำไรจากการประกอบการให้ได้คุ้มค่าที่สุด ( Maximum Profit ) </li></ul><ul><li>( ภายใต้หลักการธรรมาภิบาล ) </li></ul><ul><li>ด้านจิตวิทยา </li></ul><ul><li>การประกอบธุรกิจเป็นการสนองความต้องการของตนเอง </li></ul><ul><li>ด้านการบริการสังคม </li></ul><ul><li>ธุรกิจบางประเภทเป็นธุรกิจที่มีโอกาสรับใช้สังคม พัฒนาสังคมหรือพัฒนาความเป็นอยู่ของคนในสังคมให้ดีขึ้น </li></ul><ul><li>เพื่อความอยู่รอดและความเจริญรุ่งเรืองของธุรกิจเอง </li></ul>
  6. 6. ประโยชน์ของธุรกิจ <ul><li>ผลิตสินค้าและบริการหลากหลายชนิด สนองความต้องการของมนุษย์ </li></ul><ul><li>ช่วยกระจายสินค้าจากผู้ผลิตไปสู่ผู้บริโภค </li></ul><ul><li>ช่วยให้คนมีงานทำ </li></ul><ul><li>ช่วยเสียภาษีให้รัฐบาล </li></ul><ul><li>ช่วยกระจายความเจริญ </li></ul><ul><li>ช่วยพัฒนาเศรษฐกิจของชาติ </li></ul>
  7. 7. ประเภทของธุรกิจ <ul><li>ธุรกิจการเกษตร ( Agricultural ) </li></ul><ul><li>ธุรกิจการอุตสาหกรรม ( Manufacturing ) </li></ul><ul><li>ธุรกิจการพาณิชย์ ( Commercial ) </li></ul><ul><li>ธุรกิจบริการ ( Services ) </li></ul>
  8. 8. ธุรกิจการเกษตร ( Agricultural ) <ul><li>การทำนา </li></ul><ul><li>การประกอบอาชีพนี้ ชาวนาเป็นผู้เพาะปลูกเพื่อผลิตข้าวเปลือกและนำไปขายต่อยังโรงสี โรงสีจะทำการสีข้าวเปลือกเป็นข้าวสารแล้วขายต่อไปยังร้านค้าปลีก จากนั้นร้านค้าปลีกจะนำมาขายต่อให้แก่ผู้รับประทานข้าวต่อไป </li></ul><ul><li>การทำไร่และทำสวน </li></ul><ul><li>การประกอบอาชีพนี้ เป็นการใช้พื้นที่ดินที่มีอยู่ให้เป็นประโยชน์เช่นเดียวกับการประกอบอาชีพทำนา เช่น การทำไร่อ้อย ไร่มัน หรือการทำสวน เช่น สวนดอกไม้หรือผลไม้ </li></ul>
  9. 9. ธุรกิจการเกษตร ( Agricultural ) ( ต่อ ) <ul><li>การเลี้ยงสัตว์ </li></ul><ul><li>การประกอบอาชีพนี้ เป็นการผลิตสินค้าประเภทเนื้อสัตว์ ขนสัตว์ หนังสัตว์ ฯลฯ ผู้ประกอบอาชีพนี้มีอยู่ทั่วไป ผู้ผลิตจะเป็นผู้เลี้ยงสัตว์ เช่น การเลี้ยงวัว ไก่ หมู ปลา กุ้ง ฯลฯ </li></ul><ul><li>การประมง </li></ul><ul><li>การประกอบอาชีพนี้ คือ การออกหาปลาและสัตว์น้ำต่างๆเพื่อนำมาเป็นสินค้าซึ่งมีทั้งสัตว์น้ำจืดและน้ำเค็ม ผู้ผลิตจะเป็นผู้ทำการจับสัตว์น้ำซึ่งมีตั้งแต่ปู ปลา กุ้ง หอย ฯลฯ และนำมาขายให้แก่ผู้บริโภค </li></ul>
  10. 10. ธุรกิจการเกษตร ( Agricultural ) ( ต่อ ) <ul><li>การทำป่าไม้ </li></ul><ul><li>การประกอบอาชีพที่แท้จริง คือ การทำสวนประเภทหนึ่งนั่นเอง แต่จะแตกต่างกับการทำสวนประเภทอื่น เพราะการทำป่าไม้ คือการปลูกไม้พันธ์ที่เมื่อลำต้นโตได้อายุเป็นไม้เนื้อแข็งก็จะถูกตัดและนำไปประกอบการก่อสร้างที่พักอาศัยหรือใช้ประโยชน์อื่นๆต่อไป </li></ul>
  11. 11. ธุรกิจการอุตสาหกรรม ( Manufacturing ) <ul><li>อุตสาหกรรมขนาดเล็กหรือขนาดย่อม </li></ul><ul><li>เป็นอุตสาหกรรมที่ใช้แรงงานและเงินลงทุนน้อย หรืออุตสาหกรรมภายในครัวเรือน ใช้แรงงานจากสมาชิกในครอบครัว ใช้วัตถุดิบที่หาได้ในท้องถิ่น และใช้วิธีการผลิตแบบง่ายๆไม่ซับซ้อนซึ่งสืบทอดมาตั้งแต่บรรพบุรุษ เช่น อุตสาหกรรมการทอผ้า การทำร่ม การทำเครื่องเขิน จักสาน เป็นต้น </li></ul><ul><li>อุตสาหกรรมขนาดใหญ่ </li></ul><ul><li>การผลิตมีกรรมวิธียุ่งยากมากขึ้น ใช้เครื่องจักร คนงานและเงินทุนเป็นจำนวนมากขึ้น เพราะฉะนั้นอุตสาหกรรมประเภทนี้จะมีโรงงานที่มีขนาดใหญ่ มักมีกระบวนการผลิตที่ทันสมัย สามารถผลิตสินค้าได้ทีละมากๆ เช่น โรงงานผลิตเครื่องกระป๋อง โรงงานผลิตรถยนต์ เป็นต้น </li></ul>
  12. 12. ธุรกิจการพาณิชย์ ( Commercial ) <ul><li>ผู้ประกอบธุรกิจค้าส่ง </li></ul><ul><li>ซื้อสินค้าจากผู้ผลิตทีละมากๆและขายไปจำนวนมากให้แก่พ่อค้ารายอื่นๆที่จะจัดจำหน่ายต่อไป </li></ul><ul><li>ผู้ประกอบธุรกิจค้าปลีก </li></ul><ul><li>ซื้อสินค้าทีละมากๆและนำมาจำหน่ายให้แก่ผู้บริโภคซึ่งผู้บริโภคจะนำไปใช้สอยให้เป็นประโยชน์ต่อไป </li></ul>
  13. 13. ธุรกิจบริการ ( Services ) <ul><li>เป็นสินค้าชนิดหนึ่งที่ไม่มีตัวตน จับต้องไม่ได้ แต่ซื้อขายกันได้ บริการเกิดจากการกระทำของบุคคลหนึ่งทำให้เกิดความพึงพอใจแก่อีกบุคคลหนึ่ง เช่น การท่องเที่ยวโรงแรม , การรักษาความปลอดภัย , การรักษาความสะอาด , การขนส่งทั้งภายในและภายนอกประเทศ , ด้านการธนาคาร , ด้านการประกันภัย , บริการเสริมสวย ฯลฯ </li></ul>
  14. 14. หลักในการประกอบธุรกิจให้ประสบผลสำเร็จ <ul><li>การตัดสินใจ </li></ul><ul><li>การเลือกธุรกิจ </li></ul><ul><li>การวางแผนประกอบธุรกิจ </li></ul><ul><li>การลงมือประกอบธุรกิจ </li></ul>
  15. 15. รูปแบบขององค์การธุรกิจ <ul><li>เจ้าของคนเดียว ( Single or Sole Proprietorship ) </li></ul><ul><li>ห้างหุ้นส่วน ( Partnership ) </li></ul><ul><li>บริษัทจำกัด ( Limited Company ) </li></ul><ul><li>สหกรณ์ ( Co-operative Society ) </li></ul><ul><li>แฟรนไชส์ ( Franchise ) </li></ul><ul><li>รัฐวิสาหกิจ ( State Enterprise ) </li></ul>
  16. 16. เจ้าของคนเดียว ( Single or Sole Proprietorship ) <ul><li>กิจการเจ้าของคนเดียว </li></ul><ul><li>กิจการที่มีบุคคลคนเดียวเป็นเจ้าของ ทำหน้าที่ในการดำเนินงานบริหาร และรับผิดชอบในหน้าที่ต่างๆทั้งหมดของกิจการ โดยได้รับผลตอบแทนเป็นกำไร และยอมรับการเสี่ยงภัยต่อการขาดทุนแต่เพียงผู้เดียว กิจการเจ้าของคนเดียวเป็นหน่วยธุรกิจที่ได้รับความแพร่หลาย และมีจำนวนมากกว่ากิจการในรูปแบบอื่นๆ </li></ul>
  17. 17. ห้างหุ้นส่วน ห้างหุ้นส่วน สามัญ จำกัด ( จดทะเบียน ) นิติบุคคล ( จดทะเบียน ) ทั่วไป ( ไม่จดทะเบียน )
  18. 18. ห้างหุ้นส่วนสามัญ ( Ordinary Partnership ) <ul><li>ผู้เป็นหุ้นส่วนทุกคนต้องรับผิดชอบร่วมกันโดยไม่จำกัดจำนวน </li></ul><ul><li>ผู้เป็นหุ้นส่วนนำสิ่งหนึ่งสิ่งใดมาลงทุนจะเป็นเงิน ทรัพย์สิน แรงงานก็ได้ </li></ul><ul><li>ถ้ามิได้ตกลงกันไว้ในสัญญาจัดตั้งห้างหุ้นส่วนให้ผู้ใดเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ กฎหมายให้ถือว่าผู้เป็นหุ้นส่วนย่อมจัดการห้างหุ้นส่วนนั้นได้ทุกคน </li></ul><ul><li>กฎหมายไม่ได้บังคับว่าห้างหุ้นส่วนสามัญต้องจดทะเบียน </li></ul>
  19. 19. ห้างหุ้นส่วนจำกัด ( Limited partnership ) <ul><li>ประเภทจำกัดความรับผิด </li></ul><ul><li>จะรับผิดเพียงไม่เกินจำนวนเงินที่ลงหุ้นเท่านั้น หุ้นส่วนประเภทนี้ไม่มีสิทธิเข้าจัดการงานของห้าง และไม่มีสิทธินำชื่อของตนมาประกอบเป็นชื่อห้างฯ ทุนที่นำมาเข้าหุ้นจะต้องเป็นเงินหรือทรัพย์สินเท่านั้น จะเป็นแรงงานเหมือนหุ้นส่วนประเภทไม่จำกัดความรับผิดไม่ได้ </li></ul><ul><li>ประเภทไม่จำกัดความรับผิด </li></ul><ul><li>จะรับผิดในบรรดาหนี้สินทั้งหมดของห้างหุ้นส่วนโดยไม่จำกัดจำนวนเช่นเดียวกับผู้เป็นหุ้นส่วนในห้างหุ้นส่วนสามัญ หุ้นส่วนประเภทนี้มีสิทธิเข้าจัดการการบริหารงานของห้างหุ้นส่วนได้ </li></ul><ul><li>กฎหมายบังคับว่าห้างหุ้นส่วนจำกัดต้องจดทะเบียน </li></ul>
  20. 20. ข้อดีและข้อเสียของธุรกิจแบบห้างหุ้นส่วน <ul><li>ข้อดี </li></ul><ul><li>มีฐานะทางกฎหมายแน่นอนกว่าเจ้าของคนเดียว </li></ul><ul><li>มีเงินทุนมากขึ้นถ้ามีหุ้นส่วนมากก็ระดมทุนได้มาก </li></ul><ul><li>สามารถหาเงินทุนขยายกิจการได้ง่าย มีเครดิตมากกว่าเจ้าของคนเดียว </li></ul><ul><li>การเสี่ยงภัยน้อยลงเพราะมีหุ้นส่วนช่วยเฉลี่ยภาระ </li></ul><ul><li>การบริหารงานมีประสิทธิภาพ </li></ul><ul><li>การจัดสรรกำไรทำได้ง่ายโดยจะแบ่งกันตามข้อตกลงไว้ในสัญญา </li></ul><ul><li>มีกฎหมายและระเบียบควบคุมการดำเนินงานมากขึ้น </li></ul>
  21. 21. ข้อดีและข้อเสียของธุรกิจแบบห้างหุ้นส่วน <ul><li>ข้อเสีย </li></ul><ul><li>การก่อตั้งยุ่งยากกว่าเจ้าของคนเดียว </li></ul><ul><li>ทุนจำกัดถ้ามีหุ้นส่วนน้อยราย </li></ul><ul><li>การเข้าเป็นห้างหุ้นส่วนถือคุณสมบัติของ หุ้นส่วนเป็นสาระสำคัญ </li></ul><ul><li>การดำเนินงานล่าช้ามักมีข้อโต้แย้งกัน </li></ul><ul><li>ปัญหาเรื่องความซื่อสัตย์ของหุ้นส่วนบางคน </li></ul><ul><li>ความรับผิดชอบของหุ้นส่วนไม่จำกัด ทำให้ไม่กล้าเสี่ยงขยายกิจการ </li></ul><ul><li>ทุนที่เข้าหุ้นถอนได้ยากจนกว่าจะเลิกกิจการ </li></ul><ul><li>มีสาเหตุทำให้เลิกกิจการได้ง่ายเช่น หุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิดตาย ล้มละลาย ลาออก </li></ul>
  22. 22. บริษัทจำกัด ( Limited Company ) <ul><li>มีผู้เริ่มก่อการจัดตั้งบริษัทอย่างน้อย 7 คน </li></ul><ul><li>แบ่งทุนเป็นหุ้นมีมูลค่าหุ้นละเท่าๆกัน มูลค่าหุ้นไม่ต่ำกว่า 5 บาท </li></ul><ul><li>มีวัตถุประสงค์ในการแสวงหากำไร </li></ul><ul><li>กำหนดอำนาจหน้าที่ของกรรมการในการกระทำแทนบริษัทจำกัด </li></ul><ul><li>มีผู้สอบบัญชีรับอนุญาตเป็นผู้สอบบัญชีประจำบริษัทจำกัด </li></ul><ul><li>มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ในราชอาณาจักร </li></ul><ul><li>มีตราสำคัญของบริษัทที่ใช้ประทับในใบหุ้น </li></ul><ul><li>มีใบสำคัญแสดงการถือหุ้นมอบให้ผู้ถือหุ้นทุกคน </li></ul><ul><li>จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยหุ้นและบริษัท </li></ul><ul><li>ต้องมีคำว่า “ บริษัท ” นำหน้า “ จำกัด ” ต่อท้ายชื่อเสมอ ยกเว้นกิจการธนาคาร </li></ul>
  23. 23. การจัดตั้งบริษัทจำกัด <ul><li>จัดทำหนังสือบริคณฑ์สนธิไปขอจดทะเบียน </li></ul><ul><li>จัดให้มีผู้เข้าชื่อซื้อหุ้น </li></ul><ul><li>ประชุมจัดตั้งบริษัท </li></ul><ul><li>เรียกให้ผู้เข้าชื่อจองหุ้นและผู้เริ่มก่อการชำระเงินค่าหุ้น </li></ul><ul><li>จดทะเบียนจัดตั้งบริษัท </li></ul>
  24. 24. บริษัทมหาชนจำกัด <ul><li>ต้องมีผู้ถือหุ้นไม่น้อยกว่า 15 คนขึ้นไป จะเป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลก็ได้ </li></ul><ul><li>หุ้นหนึ่งมีมูลค่าตั้งแต่ 1 บาทขึ้นไป </li></ul><ul><li>ต้องเสนอขายหุ้นต่อประชาชนทั่วไปอย่างน้อย 50 % ของหุ้นทั้งหมด ทำให้สามารถระดมเงินทุนได้มาก </li></ul><ul><li>ชื่อบริษัทต้องมีคำว่า “ บริษัท ” นำหน้า และมีคำว่า “ จำกัด ( มหาชน ) ” ต่อท้าย </li></ul>
  25. 25. สหกรณ์ ( Co-operative Society ) <ul><li>องค์การที่จัดตั้งและดำเนินการโดยกลุ่มบุคคลตั้งแต่สองคนขึ้นไปที่มีความสนใจและมีจุดประสงค์อย่างเดียวกัน ร่วมกันจัดตั้งขึ้นโดยการลงทุนดำเนินกิจการและเป็นเจ้าของร่วมกัน เพื่อทำหน้าที่ทางธุรกิจในการที่จะขจัดปัญหาความเดือดร้อนทางเศรษฐกิจและสังคมในหมู่สมาชิกเพื่อรักษาและส่งเสริมผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจของสมาชิกให้ดีขึ้น </li></ul>
  26. 26. จุดมุ่งหมายของสหกรณ์ <ul><li>เพื่อจัดหาสินค้าและบริการจำหน่ายในราคาต้นทุน </li></ul><ul><li>เพื่อขจัดกำไรที่ไม่จำเป็นของพวกคนกลางในการค้าและการพาณิชย์ </li></ul><ul><li>เพื่อปกป้องการแสวงหาประโยชน์จากสมาชิกที่อ่อนแอกว่า </li></ul><ul><li>เพื่อป้องกันสิทธิของประชาชน ทั้งในฐานะผู้ผลิตและผู้บริโภค </li></ul><ul><li>เพื่อส่งเสริมความเข้าใจซึ่งกันและกัน และส่งเสริมการศึกษาในหมู่สมาชิกและประชาชน </li></ul>
  27. 27. ประเภทของสหกรณ์ของไทย <ul><li>สหกรณ์การเกษตร </li></ul><ul><li>มีหน้าที่ในการจัดหาและให้บริการแก่สมาชิกในด้านการผลิตการเกษตร </li></ul><ul><li>สหกรณ์นิคม </li></ul><ul><li>มีหน้าที่เกี่ยวกับการจัดหาหรือจัดสรรที่ดินให้แก่สมาชิกในการประกอบอาชีพ รวมถึงการจัดหาและอำนวยความสะดวกในการประกอบอาชีพเกษตรกรรมให้แก่สมาชิก </li></ul><ul><li>สหกรณ์ประมง </li></ul><ul><li>มีหน้าที่เกี่ยวกับการส่งเสริมและสนับสนุนการประกอบอาชีพด้านการประมง </li></ul>
  28. 28. ประเภทของสหกรณ์ของไทย ( ต่อ ) <ul><li>สหกรณ์ออมทรัพย์ </li></ul><ul><li>มีหน้าที่เกี่ยวกับการรับฝากเงินและจัดหาเงินทุนให้สมาชิกกู้ยืมไปใช้จ่ายในเวลาจำเป็น </li></ul><ul><li>สหกรณ์ร้านค้าหรือสหกรณ์ผู้บริโภค </li></ul><ul><li>มีหน้าที่ในการจัดหาสินค้าหรือเครื่องอุปโภคบริโภคมาจำหน่ายให้สมาชิก ส่วนมากหรือเกือบจะทั้งหมดเป็นสหกรณ์ที่ตั้งอยู่ในเมืองหรือในย่านชุมชน </li></ul>
  29. 29. ประเภทของสหกรณ์ของไทย <ul><li>สหกรณ์บริการ </li></ul><ul><li>จัดตั้งขึ้นเพื่อบริการประชาชนในด้านต่างๆและยังส่งเสริมงานผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ วัตถุประสงค์ของสหกรณ์คือ การจัดหาบริการอย่างใดอย่างหนึ่งที่สมาชิกต้องการ และจะเรียกเก็บค่าบริการที่สหกรณ์จัดนั้นจากสมาชิกตามส่วนที่แต่ละคนใช้ประโยชน์เพื่อเป็นค่าใช้จ่าย สหกรณ์ประเภทนี้เมื่อใดสมาชิกหมดความจำเป็นที่จะใช้บริการก็อาจจะเลิกได้ </li></ul>
  30. 30. กิจการประเภทแฟรนไชส์ ( Franchise ) <ul><li>การค้าสัมปทาน </li></ul><ul><li>การทำธุรกิจร่วมกันโดยมีความสัมพันธ์อันต่อเนื่องระหว่างผู้ให้สิทธิในการดำเนินธุรกิจ และผู้รับสิทธิในการดำเนินธุรกิจ ซึ่งสิทธิที่กล่าวถึงคือ สิทธิในการจำหน่ายสินค้าและบริการ โดยรวมถึงการช่วยเหลือทางการจัดองค์การ การฝึกอบรมการขาย และการจัดการด้านอื่นๆให้แก่ผู้รับสิทธิสัมปทาน โดยผู้ให้สิทธิสัมปทานคาดหวังที่จะได้รับผลตอบแทนเป็นค่าธรรมเนียมการให้สัมปทาน ค่าสิทธิ และค่าใช้จ่ายอื่นๆเพื่อเป็นค่าตอบแทนในการให้สิทธิสัมปทานนั้น </li></ul>
  31. 31. รัฐวิสาหกิจ ( State Enterprise ) <ul><li>รัฐเป็นเจ้าของหรือมีหุ้นส่วนอยู่มากกว่าร้อยละ 50 </li></ul><ul><li>มีฐานะเป็นนิติบุคคล อาจฟ้องร้องบุคคลอื่นหรือถูกฟ้องร้องได้ </li></ul><ul><li>โดยปกติก่อตั้งขึ้นโดยกฎหมายเฉพาะหรือโดยพระราชกฤษฎีกาที่กำหนดขอบเขตอำนาจหน้าที่และเอกสิทธิ์ความคุ้มครองจากรัฐ รวมทั้งกำหนดโครงสร้างและการบริหารได้ </li></ul><ul><li>เงินที่ใช้ในการดำเนินการนอกจากได้รับเงินจัดสรรจากงบประมาณประจำปีแล้วอาจกู้ยืมเงินจากรัฐ ประชาชน หรือจากต่างประเทศ </li></ul><ul><li>ไม่ถูกควบคุมตรวจสอบทางการเงินเคร่งครัดเหมือนหน่วยงานราชการ ทำให้คล่องตัวในการดำเนินงานทางธุรกิจ </li></ul><ul><li>พนักงานรัฐวิสาหกิจไม่มีฐานะเป็นข้าราชการ รัฐวิสาหกิจแต่ละแห่งจะบริหารบุคคลของตนเอง </li></ul><ul><li>รัฐวิสาหกิจจะต้องจัดสรรผลกำไรส่งให้แก่รัฐตามกฎเกณฑ์ที่กำหนดไว้ของรัฐวิสาหกิจแต่ละประเภท </li></ul>
  32. 32. การแปรรูปรัฐวิสาหกิจ <ul><li>เปิดโอกาสให้เอกชนเข้ามาร่วมลงทุนบางส่วน </li></ul><ul><li>แบ่งธุรกิจให้เอกชนดำเนินการเป็นบางส่วน ให้เอกชนเข้ามาร่วมดำเนินการ </li></ul><ul><li>แปรรูปเป็นบริษัท ขายหุ้นให้แก่ประชาชนทั่วไป โดยรัฐบาลยังเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ </li></ul><ul><li>แปรรูปเป็นบริษัทย่อยๆหลายบริษัท แล้วขายหุ้นให้แก่ประชาชนทั่วไป </li></ul><ul><li>แปรรูปเป็นบริษัท แล้วขายบริษัทให้แก่นักธุรกิจต่างประเทศ </li></ul>

×